ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

15 แค่ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม (100%)

ชื่อตอน : 15 แค่ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม (100%)

คำค้น : ทิน , พี่ลม , พัน , พี่ฟ้าคราม , เคน , โยธิน , น้องแทน , พี่ผิง , นิยาย yaoi , นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2560 04:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
15 แค่ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม (100%)
แบบอักษร

15 แค่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปจากเดิม

     ทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปจากเดิม...

     ทุกๆ วันผมต้องเข้าห้องชมรมของตัวเองเป็นประจำ ไม่นั่งเล่นก็ต้องช่วยงานชมรมกับพวกรุ่นพี่ บางวันไอ้พันก็มาอยู่ด้วยกับผม ชวนผมและก็พี่โยธินคุยนู่นคุยนี่ได้สารพัด พี่โยธินก็ใจดีจริงๆ บางวันที่ผมเรียนไม่เข้าใจตรงไหน พี่เขาก็จะช่วยอธิบายช่วยสอนวิธีคิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอนที่ถูกต้อง

     แต่ถึงจะไม่ใช่เรื่องเรียน ผมกับพี่รหัสก็แทบจะตัวติดกันอยู่แล้ว ผมมักจะอยู่กับพี่โยธินเสมอ เพราะในชมรมมีเพียงแค่พี่โยธินที่ผมสนิทได้มากที่สุด

     “พี่น้องคู่นี้ จะกลับบ้านกันยังจ้ะ?” เสียงรุ่นพี่เพื่อนของพี่จีจี้เดินเข้ามาแซวยิ้มๆ ผมกับพี่โยก็ยิ้มขำกัน

     “ครับๆ เดี๋ยวจะกลับแล้วครับ” พี่โยตอบพลางสะพายกระเป๋าที่อยู่ข้าง ผมเองก็ทำตามเช่นกัน

     “นี่พี่ไม่ได้ไล่พวกเรานะ วันนี้พี่มีนัดกับแฟนน่ะ กลัวจะไปไม่ทัน”

     “ฮะๆ ครับๆ” ผมกับพี่โยก็ยังยิ้มขำๆ

     ตัวติดกันในชมรมยังไม่พอ ถ้าจะออกไปไหน จะไปที่ไหน ถ้าไม่นับตอนเข้าเรียนแล้ว คงคิดว่าเราสองคนคงเป็นแฝดคนละฝาแต่ตัวติดกัน ขากลับพี่โยไปส่งผมแทบทุกวัน

     “อ่า... อยากกินชาบูจัง...” เดินมาสักพัก พี่โยก็บ่นหิวอะไรสักอย่างเบาๆ

     “....” ผมแค่หันไปมอง พี่โยเขาก็หันมายิ้มตอบ

     “ไปกินกันไหม ^^” พี่โยยิ้มจนตาตี่ ทำเอาผมหัวเราะเบาๆ “หัวเราะทำไมล่ะ?”

     “ป่าวครับป่าว ฮะๆ” ผมว่า พี่โยก็ส่ายหัว หน้าพี่เขาดู

     “แล้วไปไหม เดี๋ยวพี่เลี้ยง”

     “ไม่เอา พี่เลี้ยงผมอีกแล้วนะ”

     “ก็พี่เป็นพี่รหัสสายเปย์นี่นา ฮ่าๆๆ” พี่โยหัวเราะร่า เหมือนสายเปย์ จริงๆ นะพี่เนี่ย ครั้งที่แล้วผมบอกว่าจะเลี้ยงพี่เขามั้ง แต่พอพาไปกินร้านขนมเปิดใหม่พี่เขาก็ชิงจ่ายตังก่อนซะงั้น ผมแทบจะงอนพี่เขาเลยนะ ผมเกรงใจด้วยแหละ

     “ไม่เอา ครั้งนี้ผมเลี้ยง”

     “อืมมม ไม่เอาดีกว่า ครั้งนี้พี่อยากเลี้ยงให้ทินเนื่องในวันเกิดน่ะ”

     “ครับ? วันเกิด?”

     “ช่าย วันเกิดเราพี่ยังไม่ได้เลี้ยงอะไรเลย”

     “วันเกิดผม?” ผมถึงกับอึ้งพี่โย ผมนึกว่าเลี้ยงวันเกิดพี่เขาซะอีก “วันเกิดผมเลยไปเป็นเดือนแล้วนะ”

     “ก็ย้อนหลังไง”

     “โห แค่นี้พี่ก็ขุนผมอ้วนกว่าเดิมเป็นของขวัญวันเกิดแล้วครับ”

     “ฮ่าๆๆ เอาน่าๆ พี่อยากกินด้วยล่ะ ตกลงเราไปใช่ไหม?” พี่โยแกล้งชนไหล่ผมเบาๆ เป็นการชวน

     สุดท้ายผมกับพี่โยก็มาสนองนีดชาบูกัน โดยตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าพวกเราจะหารครึ่งกัน ก็เพราะพี่รหัสสายเปย์ผมนี่แหละ บอกว่าอยากจะเลี้ยงผมจริงๆ แต่ผมก็เกรงใจกับความใจดีของเขา เลยบอกว่าถ้าไม่ให้ผมจ่ายเองก็หารกันคนละครึ่งไปเลย ถ้าไม่หารครึ่งผมจะโกรธพี่เขาจริงๆ ด้วย โทษฐานที่เปย์มากเกินไป

     พวกผมเดินดูร้านต่างๆ ในห้าง ผมคิดว่าผมก็ที่นี่บ่อยเหมือนกันนะ เดี๋ยวก็มากินนู่นกินนี่ ซื้อนู่นซื้อนี่ อยู่ก็ไม่ใกล้มหาลัยหรอกนะ แต่เพราะมีคนพามาตลอดทุกครั้งนี่นา

     เอ่อ ไม่ได้ตั้งใจพูดไปในอีกแง่นึงนะ จะบอกว่าเขาชวนผมก็ไปแค่นั้น...

     “เห็นในเพจอัปเดตว่ามีร้านขนมเปิดใหม่ที่นี่ด้วยล่ะ ลองไปไหม?”

     “ถ้าหลังกินชาบูผมว่าไม่น่าไหวนะ ฮ่าๆ”

     อีกอย่างเลยนะ ผมว่าพี่โยธินนี่ก็นักกินตัวพ่อคนนึงล่ะ ชวนผมกินแต่ละอย่าง...

     คุยกันเรื่องร้านขนมเปิดใหม่ที่ว่านั่น สายตาผมก็พลันไปเห็นบางอย่างที่น่าตกใจขึ้น จนผมต้องเดินตรงดิ่งไปทันทีที่เห็น!

     นั่นมัน!!!

     “ทิน?” พี่โยเรียกผมที่เดินหนีออกไปเฉยๆ แต่ผมไม่ได้ขานรับ

     เพราะผมกำลังสนใจคนตรงหน้า...

     “พี่ทิน!” ดีเลย ไม่ต้องเรียกให้รู้ตัว

     “ทำไมอยู่ที่นี่แทน มายังไงเนี่ย แล้วมากับใครห้ะ แล้วบอกแม่ไว้ป่าว” ผมพูดเสียงแข็ง

     “เดี๋ยวพี่ทินเดี๋ยวๆ แทน แทนมากับเพื่อนพี่...”

     “เพื่อนคนไหน แล้วไหนล่ะ ทำไมแทนอยู่คนเดียว”

     “เอ่อ... ไอ้เตกับไอ้เจตไง มันเข้าห้องน้ำอยู่อ่ะพี่” ไอ้น้องชายตัวดีพูดเสียงอ่อน ปกติแทนจะเป็นคนพูดเสียงออดเสียงอ้อนเวลาเจอผม แต่ครั้งนี้มันคงรู้ว่าผมโกรธจริงๆ

     แทน น้องชายของผมเป็นพวกที่ไม่ค่อยทันใครคนอื่นเขา อ่อนต่อโลกที่สุด ใครพูดใครอะไรก็ปฏิเสธเขาไม่เก่ง ตอนแทนอยู่ม.3 เคยโดนรุ่นพี่ม.5 ในชมรมแกล้งหลอกให้ไปเป็นเบ้รับใช้พวกมันด้วย แล้วน้องผมก็ไม่ได้รู้ตัวว่าตัวเองโดนหลอกนึกว่าเป็นแค่การรับน้องของชมรมใหม่ โดนให้ใช้ทำนู่นทำนี่พิสดาร แถมยังไม่บอกผมกับเพื่อนๆ อีกต่างหาก จนวันหนึ่งนั่นแหละที่แทนโดนพวกนั้นเล่นงานเพราะไม่ยอมทำตามที่พวกมันสั่ง ตอนนั้นผมโกรธมากที่เห็นน้องตัวเองมีแผลฟกช้ำที่ใบหน้า ถึงผมจะเป็นมนุษย์รักสงบ แต่กลับน้องชายของผมยังไงก็ยอมไม่ได้

     เพราะงั้นผมถึงหวงมันนัก จะกลับบ้านก็ต้องกลับพร้อมกัน ถ้าไปเที่ยวก็ต้องบอก ไปกี่คน ไปกับใคร ไปที่ไหน จะกลับกี่โมง ถึงแล้วต้องโทรบอก ถึงแม่ผมจะบ่นว่ามันโตแล้วให้ปล่อยไปบ้างก็เหอะ แต่ผมก็ยังห่วงอยู่ดี

     “แล้วบอกแม่ด้วยรึป่าว”

     “ผมบอกแม่แล้ว...” แทนทำหน้าหงอย ไอ้ผมที่หน้าบึ้งตึงอยู่ ถึงกับต้องถอนหายใจ

     “เฮ้อ... ทำไมไม่บอกพี่ว่ามานี่นะ”

     “งือออ พี่ทินไม่ต้องห่วงน้า เดี๋ยวแทนจะกลับไม่ให้เกินรถเมล์หมดน้า” พอเห็นผมเริ่มเบาเสียง น้องชายขี้อ้อนก็เริ่มทำงาน

     “เฮ้อ แล้วเมื่อไหร่เพื่อนแทนจะมาล่ะ”

     “ทิน”

     ระหว่างที่เรากำลังคุยกัน ก็มีเสียงเรียกให้ผมหันไป

     “พี่ผิง?” ผมเผลอเรียกชื่อรุ่นพี่ที่ไม่ได้เจอกันนาน

     “ทำไรกัน?” คนหน้านิ่งถาม

     “เอ่อ ไม่มีอะไรครับ” ผมหันไปหาแทนที่ยืนหน้าเหวอ มันคงตกใจพี่ผิงมั้ง ก็พี่เขาเล่นไว้หนวดไม่โกนสักที เห็นแล้วยังไม่ชินแหะ

     แต่เดี๋ยวนะ ถ้าพี่ผิงอยู่นี่... แล้วพวกเพื่อนๆ พี่ผิงล่ะ...

     “พี่ผิงมาคนเดียวหรอฮะ?”

     “ก็--- อืม มาคนเดียว” เฮ้อ ค่อยโล่งอก “แล้วนี่...?”

     “ผมแทนครับบบบ น้องชายพี่ทินเองงง” น้องชายขี้อ้อนกอดแขนผมพร้อมแนะนำตัวอย่างน่ารักน่าชัง ให้ตายสิน้องคนนี้นี่

     “น้องชาย?”

     “ครับ น้องผมเอง” ผมขำแห้งๆ แล้วแกล้งผลักหัวแทนเล่น “อ้อ แล้วก็พี่รหัสผมเอง”

     “อือ” พี่ผิงพยักหน้ารับ

     นี่ผมก็เกือบลืมว่ามีพี่รหัสมากับผมด้วยเลยนะเนี่ย

     “งั้น! เดี๋ยวแทนไปหาเพื่อนดีกว่า แทนอยากเข้าห้องน้ำด้วย” แทนแทรกขึ้นมาเสียงดังจนผมจะสะดุ้ง

     “อ่าๆ กลับบ้านแล้วโทรมาบอกพี่ด้วยล่ะ” ผมสั่งด้วยหน้าหน่ายๆ แต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วง

     “โอเชเลยยย งั้นแทนไปน้า” รับปากเสร็จน้องตัวดีก็ชิ่งโบกมือหนีไปทันที

     “เฮ้อ” น้องชายผมจะรู้ไหมเนี่ยว่าพี่ชายอย่างผมห่วงมันมากแค่ไหน

     แต่ถึงอย่างนั้น แทนมันก็โตแล้ว ปล่อยๆ มันไปบ้างก็ได้แล้วมั้งทิน...

     “งั้นพี่ไปนะ”

     “อะ ครับ หวัดดีครับ” ผมลาบุคคลที่สี่ที่มาแปบๆ แล้วก็ไป

     ตอนนี้ก็เหลือแค่ผมกับพี่โยธินเหมือนเดิม พี่โยก็ไม่พูดอะไรเลยนอกจากยืน...ยิ้ม?

     “พี่ยิ้มทำไมอ่ะ?”

     “เปล่าๆ ฮะๆ” ผมขมวดคิ้วงง “ปะ ไปกินชาบูกินดีกว่า”

     “อ่าครับๆ” เออว่ะ พี่เขาคงอยากกินแล้วแหงๆ แต่มาติดรอเรานี่แหละ A


    “ดูทินรักน้องมากเลยนะ”

     “ครับ?” อยู่ๆ พี่โยธินก็พูดขึ้น ขณะที่ผมกำลังคีบเนื้อหมูออกจากหม้อพอดี

     “ก็ดูเป็นห่วงมากเลยน่ะ”

     “อ่า พี่จะว่าอย่างนั้นก็ได้ น้องผมเป็นเด็กประเภทตามคนไม่ทัน ใครพูดอะไรก็เชื่อเขาง่าย ไม่ทันคนอย่างนั้นจะให้ผมไม่เป็นห่วงได้ไง” ผมระบายในฐานะพี่ชายคนหนึ่งที่เหมือนว่าตัวเองมีน้องสาวน่ารักๆ ยังไงอย่างนั้น

     “เอาน่า น้องเขาเดี๋ยวก็ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ เขาต้องดูแลตัวเองได้อยู่แล้วล่ะนะ”

     “...” นั่นสินะ แต่... ถึงผมจะคิดอย่างพี่โยพูดบ้างก็เถอะ แต่ผมก็ยังไม่อยากไว้ใจ ไม่อยากปล่อยไปทั้งที่ยังเป็นห่วงอยู่ดี

     “...อย่าเครียดสิ อุตส่าห์มากินชาบูทั้งที แถมทินยังเลี้ยงเองอีก ต้องสนุกกับของกินสิ มาๆ”

     “ฮะๆ” ผมขำแห้งๆ ก่อนจะยกหมูขึ้น “ตกลงรอบนี้ผมจ่ายใช่ไหม”

     “หืม เอางั้นก็ได้” พี่โยยิ้มขำกับความตื้อไม่เลิก ในที่สุดผมก็ได้เลี้ยงพี่เขาสักที

    ถือโอกาสเลี้ยงขอบคุณที่ให้คำแนะนำซะด้วยเลย

     “ขอบคุณครับพี่โย”

     “อืม... อ่ะ” แทบผงะที่อยู่ๆ ก็มีกุ้งอยู่ตรงหน้า “รางวัลสำหรับเจ้าภาพวันนี้”

     “ฮะๆ ผมแกะเองก็ได้”

     “เดี๋ยวพี่แกะให้ อยากได้เท่าไรออเดอร์พี่มา”

     “พี่โยอ่ะ”

     “ร้อนแล้วเร็ว อ้ามมม”

     “อ้ะ อื้ม! ” พี่เขาเร่งจนผมสะดุ้งเผลอลืมตัวรีบงับกุ้งอย่างเร็ว

    อร่อยจัง…

     “ฮะๆ เอาอีกไหม”

     “...อือ” ผมเผลอหัวเราะพร้อมทั้งพยักหน้าเคี้ยวกุ้งในปาก

     ดีแหะ มีคนแกะกุ้งให้  สบายดีแหะ ฮะๆ


     “มึง พรุ่งนี้กูไปค้างบ้านพี่ฟ้านะ” ไอ้เพื่อนร่วมห้องขณะที่มันกำลังสวมใส่เสื้ออยู่นั้นก็พูดแจ้งเตือนนัดล่วงหน้าผมที่นั่งเล่นอยู่บนเตียง

     ใช่สิ ไอ้คนมีแฟนเป็นตัวเป็นตน

     “เออ... ถ้าวันไหนมึงย้ายไปอยู่ด้วยกันเมื่อไหร่ก็บอกกูด้วยละกัน”

     “อะไร กูยังไม่ย้ายหรอกน่า”

     “...พูดงี้มึงคิดจะย้ายไปใช่ม้ะ?” ผมแกล้งพูดเสียงนิ่ง

     “กูป่าว! กูยังไม่พูดว่าจะย้ายเลยนะ” ไอ้นี่ถึงกับหันขวับทันที

     แสดงว่าคิดไว้แล้วล่ะสินะ ฮ่าๆ หน้ามันแดงด้วยว่ะ

     “อ้อหรอ...” ผมแกล้งทำหน้านิ่งใส่ อีกคนถึงกับมู่หน้าใส่

     “ทำไมล่ะ มึงเหงาหรอถ้ากูย้าย”

     “ไม่อ่ะ ดีด้วยซ้ำได้อยู่คนเดียว ไม่ต้องมีมึงมาแย่งโต๊ะกระจกกู”

     “โห่ พ่อสำอางค์ กูไม่เคยแย่งมึงเลย กูอ่ะปกติ แต่มึงไม่ปกติไอ้ทิน มึงเล่นแต่งหน้าทาครีมไปชั่วโมงนึงอ่ะ กูจะสายเพราะมึงด้วย” มันร่ายยาวใส่พร้อมทำหน้าหงิกใส่ ไหงมันเป็นคนงอนแทนละวะ

     แต่ขอแก้ต่างก่อน จริงๆ มันไม่ถึงชั่วโมงนะ ผมเคยจับเวลาอยู่ ประมาณ 45 นาทีเอง ไอ้พันมั่วววว

     “กูป่าวสักหน่อย ฮะๆ” ผมขำแห้งๆ ที่มันว่าก็จริงแหละ เคยมีหลายครั้งที่มันตื่นสายตื่นหลังผม แล้วมันก็นั่งเร่งผมอยู่อย่างนั้นแหละว่าจะสายแล้วๆ ไอ้ผมก็เร่งสุดไม่ให้มันสาย

     ตั้งแต่นั้นมาผมกับพันก็ตั้งข้อตกลงกันว่ามันจะตื่นก่อนผม

     “ไม่ต้องมาป่าวเลย มึงนี่เป็นผู้ชายซะป่าว แต่ทาครีมนานชะมัด” มันบ่นต่ออีกหน่อย ทำเอาผมแกล้งมันต่อไม่ได้เลย ฮะๆ

     จริงๆ แล้ว ถ้ามันไปผมก็คงเหงานั่นแหละ ถ้าไม่ได้ยินเสียงบ่นของมันก็น่าจะเงียบๆ หน่อย แต่ไม่แน่อาจจะสงบดีก็ได้

     ติ้ง!

     ข้อความไลน์เด้งขึ้นหน้าจอโทรศัพท์ข้างๆ ผมก้มมองดูข้อความว่าใครเป็นคนส่งมา

[  yoThIN :  ทิน พรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วมาหาพี่นะ พี่มีเรื่องจะคุย  ]

     ผมอ่านข้อความที่พี่โยธินส่งมาอย่างสงสัยพลางขมวดคิ้ว

     คือปกติผมก็ไปหาพี่แทบทุกวันอยู่แล้วนะ...

[                    ครับพี่โย : TIN  ]

      สงสัยคงสำคัญละมั้งถึงได้บอกล่วงหน้าไว้

     “เออ เห็นมึงเล่นโทรศัพท์แล้วอยากเม้าท์เรื่องพี่ผิงว่ะ” อยู่ๆ ไอ้พันก็เปลี่ยนหัวข้อใหม่ขึ้นมา “ช่วงนี้พี่มันกดแต่โทรศัพท์ กดๆๆ เหมือนคุยกับใครตลอดเลย แล้วบางครั้งเห็นพี่มันก็แอบยิ้มด้วย กูกับพี่ฟ้าเห็นตรงกันละว่าพี่มันต้องแอบกกกับสาวแหงๆ”

     เห... ผมฟังไอ้พันเล่าอย่าเมามันส์ ลองคิดสภาพตามที่ผู้ชายร่างบึกไว้หนวดกดโทรศัพท์ส่งข้อความมุ้งมิ้งหาผู้หญิง แล้วเผลอยิ้มให้.. เอ่อ กับโทรศัพท์...

     เอ่อ ทำไมมันหลอนๆ วะ หรือผมจินตนาการดิ่งลงไปเอง

     “กูไม่กล้าคิดภาพเลยว่ะ...”

     “มึงต้องเห็นเว้ย แม่งตลกมาก ตอนนั้นพี่ลมกับพี่แบงค์จะแอบดูโทรศัพท์พี่ผิง แต่พี่มันไม่ยอมเลยจับหัวพี่ลมกับพี่แบงค์โขกกันอ่ะ ฮะๆ กูนี่ลั่นเลย ฮ่าๆๆๆ”

     “...ฮะๆ คงเจ็บน่าดู” ทำไมไม่ขำเลยแหะ

     กระตุกเลยแหะ... หัวใจเนี่ย

     ไม่ค่อยได้ยินชื่อนี้นานแล้วเหมือนกันแหะ

     “อ่า... ก็เจ็บนั่นแหละ” พันถึงกับหน้าเจื่อนทันทีที่ให้ท่าทางของผม “โทษทีมึง...”

     “ไม่เป็นไรๆ กูไม่ได้คิดอะไรแล้วแหละ...” ผมยิ้มบางๆ ส่งไปให้รู้ว่าไม่เป็นไร พลางล้มตัวนอนลง

     “...มึงไม่คิดจะไปตึกวิศวะแล้วจริงๆ หรอ” พันถามคำถามแปลกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนไปจากปกติ และด้วยสายตาที่ดูเหมือนกำลังคาดหวังจากผม

     “อือ กูขี้เกียจไป แล้วกูก็มีธุระที่ชมรมด้วย”

     “อืม... ถ้าวันไหนมึงอยากไป มึงต้องไปกับกูนะ” ผมมองพันอย่างตกใจ น้ำเสียงที่หนักแน่นทำให้ผมยิ้มบางๆ ออกมา

     “โอเค” ผมตอบรับความหวังดีจากเพื่อนสนิท พลางหัวตัวเตรียมจะนอนจริงๆ

     ไม่อยากยอมรับเลยว่าเมื่อกี้ผมโกหกมันอีกแล้ว...


     วันนี้ผมมีเรียนบ่าย พอเลิกคลาสก็แทบจะเข้าช่วงเย็นของวันซะแล้ว ผมรีบมาตามนัดที่พี่โยธินว่า และเขาก็รอผมอยู่จริงๆ ผมคิดว่าพี่โยคงโกรธที่ต้องให้มารอผมแบบนี้ แต่พอผมไปถึงพี่เขาก็แค่ทักทายนิดหน่อยแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร

     ก็พี่เป็นคนบอกให้เรามาหาพี่เองนี่นา ฮะๆ

     แล้วก็บอกกับผมว่ามีที่ๆ อยากพาไปด้วย จากนั้นก็ส่งหมวกกันน็อคให้เหมือนที่เคยทำ

     ดูจากระยะทางแล้ว ที่ๆ พี่โยจะพาผมไปค่อนข้างไกลมากเลยทีเดียว เหมือนจะออกมาจากตัวเมืองด้วยสิ เพราะอาคารมันเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ

     ความรู้สึกมันปลอดโปร่งขึ้น สายลมที่ปะทะมันมีกลิ่นอายภายใต้ต้นไม้ที่สูงเรียงกันเป็นระเบียบไปตามเส้นถนน ไม่มีสิ่งใดที่เรียกว่าคอนกรีตนอกจากพื้นถนนเลย

     และรถก็หยุดลง...

     ผมหยุดความเพลิดเพลินในการชมไว้อย่างสงสัย พอเมื่อพี่โยธินเตะขาตั้งออกตามด้วยถอดหมวกกันน็อก ทำให้ผมรู้ทันทีว่านี่คือปลายทางที่ว่านั่น

     “ถึงแล้วล่ะ” พี่โยหันมาบอกผมที่ยังนั่งซ้อนคาอยู่

     “อ้ะ ครับ” ผมรีบลงจากรถพลางแกะตัวล็อกออกอย่างเร่งรีบ และเพราะนั่นทำให้ผมแกะไม่ออก

     “มาๆ พี่แกะให้” ว่าจบก็ยื่นมือมาทาบแทนมือของผม ปลดล็อกและดึงออกให้อย่างใจเย็น

     “ขอบคุณครับ...” ผมผงกหัวพลางเม้มปากให้กับความลนลานของตัวเอง “ว่าแต่...”

     “อ๋อ... พอดีเห็นเขาบอกว่าที่นี่เวลาพลบค่ำมันจะสวยมากเลยล่ะ” คนพูดมองไปยังทิวทัศน์ตรงหน้า นั่นทำให้ผมสนใจจนต้องหันกลับไปบ้าง

     และมันก็สมกับคำพูดของพี่โยธินละนะ แสงสีส้มที่ทอดลงมาสะท้อนกับทะเลสาบที่กว้างขวาง สายลมที่พัดอ่อนๆ และไร้เสียงรถเครื่อง ให้ความรู้สึกว่าที่นี่มันสงบดีจริงๆ

     แต่ผมกลับรู้สึกว่าหัวใจมันหน่วงๆ ยังไงชอบกล...

     เพราะงั้นไงกูถึงได้ชอบเวลาที่อยู่กับมึง

     คลับคล้ายว่าผมเคยเห็นแสงสีอุ่นแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ถึงตอนนั้นจะมีมุมมองจากที่สูงก็ตาม แต่ถ้าให้บอกจากใจของผมเลย...

     มึงตามใจกูทุกอย่าง อยู่กับมึงกูสบายใจที่สุดแล้ว

     ตอนนั้นผมมีความสุขมากๆ เลยล่ะ

     เพราะฉะนั้นมึงอย่าทิ้งกูไปไหนล่ะ อยู่ข้างๆ กูไว้ กูจะได้เอาแต่ใจกับมึงได้ตลอดเวลา

     ตอนนั้นน่ะ... ที่ผ่านมา.. นั่นน่ะ...

     สุดท้ายคำพูดมันก็เป็นแค่ลมปากสินะ...

     เป็นลมที่ผูกมัดมือไว้ เพื่อไม่ให้ผมหนีไปไหน ถูกจูงไปตามทางที่เขาพาไป และมันก็เริ่มแน่นขึ้นเพราะแรงดึงจากตัวของเขาเอง แต่แล้วเขากลับทิ้งเชือกไป ทิ้งผมไว้ข้างหลัง

      เขาทำลายสัญญานั่นด้วยตัวของเขาเอง...

      สิ่งที่เหลือคือความเจ็บที่ข้อมือเพราะแรงรัดเชือก และปมที่ผูกแน่นจนไม่สามารถคลายมันออกได้...

      สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือภาวนาให้เชือกเน่าเปื่อยไปกับกาลเวลา ภาวนาให้ความเจ็บปวดบรรเทาไปตามสภาพรอยผูกมัดเท่านั้น

      และเตือนตัวเองว่าเขาจะไม่กลับมาอีกแล้ว...

      “ชอบไหม?”

      “ครับ” ผมตอบรับพี่รหัสที่ขนาบข้างขึ้นมา พลางเม้มปากเตือนตัวเองว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียว

      แสงสีอุ่นนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่โยธินอยู่ข้างๆ ผมคงจะรู้สึกว่าแสงนี้มันหนาวมากกกว่าอุ่นเสียอีก

      “ขอบคุณพี่โยธินมากนะครับ” คนถูกกล่าวหันมามองอย่างสงสัย “ที่คอยปรึกษา คอยอยู่ข้างๆ เวลาที่ผมรู้สึกแย่ แถมยังเป็นพี่รหัสสายเปย์ที่ชอบเลี้ยงน้องรหัสอย่างผมไม่รู้ตั้งกี่ครั้งฮะๆ”

      “...”

      “พี่โยธินดีกับผมมากจริงๆ” ความรู้สึกขอบคุณต่อคนข้างๆ ทำให้ผมส่งยิ้มที่จริงจังที่สุดที่ออกมาจากใจ แต่ผมกลับเห็นสายตาที่วูบลง

      จนหลบสายตาของผม

      “ที่จริง ที่พี่ทำไปทั้งหมด เพราะพี่หวังผลประโยชน์น่ะ”

      “...ครับ?” คำพูดที่ชวนงงของพี่โยทำเอาผมเผลอเอียงคอสงสัย

      “ทั้งหมดที่พี่ทำไป พี่ต้องการผลตอบแทนจากทิน”

      “...พี่หมายความว่ายังไง?”

      “ผลตอบแทนที่ว่านั่น คือความเชื่อใจของทินที่มีต่อพี่...”

      ห้ะ...?

      “...?”

      “และพี่คิดว่ามันถึงเวลาที่พี่ต้องบอกให้ทินได้รู้... พี่ชอบทิน... พี่อยากคบกับทิน ทินจะคบกับพี่ได้ไหม!”

      “...!!!”

2BeCon

Ps, ไรท์กลับมาแล้วค้ะ กลับมาในช่วงปิดเทอม // จ้ะ... // ชีวิต #dek61 เป็นอะไรที่เหนื่อยมากค้ะ เอาเป็นว่าไรท์จะพยายามและตั้งใจในทุกๆ เรื่องนะค้ะ

Ps.2 รู้สึกเหมือนชื่อตอนจะไม่เข้ากันเลย 5555 หลายคนคงเปิดเทอมแล้ว ตั้งใจเรียนกันนะ อย่านอนดึกนะ นอนเช้าๆ 6 โมงเช้ากำลังดี //ไปนอนคไป 555

ความคิดเห็น