facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 2 : ความฝัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 : ความฝัน

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, คิม, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2560 20:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 : ความฝัน
แบบอักษร

คุณพ่อมือใหม่ในวันนี้ออกมาเที่ยวเตร่พาป๊าเมและน้องจ๋าออกมารับลมที่เอเชียทีค สถานที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเขาทั้งสอง สายตาคมเฉี่ยวเงยมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสนิทมีเพียงดาวดวงเล็กส่องระยิบระยับ ผมรองทรงสูงปรกหน้ายามที่สายลมพัดตึงจนเมษาต้องใช้มือเกลี่ยออกให้

“ผมปิดตาหมดแล้ว…”

“ฮ่าๆ นานแล้วไม่ได้ตัด ไม่มีเวลา”

“นั่นสินะ ตั้งแต่มีน้องจ๋ามาอยู่ด้วย เราก็ยุ่งพอๆกันเลย พ่อก็ทำงานนอกบ้าน ป๊าก็เลี้ยงแต่ลูก ตาหนูกำลังโต กำลังซน เผลอนิดเผลอหน่อยคอยจะคลานลงไปเล่นกับน้ำตาล ถ้าไม่มีป้าแหม่มช่วยคงแย่แน่ๆ”

“นั่นสินะ…ธนินโตขึ้นทุกวัน ชั้นถึงได้รีบหาเงินเก็บไว้นี่ไง”

“ดีแล้ว แต่อย่าลืมดูแลตัวเองบ้างล่ะ เห็นมั้ยว่าผมก็ยาวเคราก็เฟิ้ม ไว้คืนนี้จะโกนให้ ดีมั้ย”

เมษาพูดยิ้มทั้งที่อุ้มธนินอยู่ ดูแล้วคนตัวเล็กเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะตั้งแต่บทบาทเปลี่ยนไป ทั้งความเป็นผู้ใหญ่และการใช้เหตุผล แต่จะเหลืออยู่หนึ่งอย่างที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยซักนิดคงเป็นรอยยิ้มที่มีให้ไม่ขาด เมษามักยิ้มให้คิมหันต์เสมอไม่ว่าทั้งสองจะเจอเรื่องดีหรือร้าย

“ขอบคุณที่ห่วง มา พ่ออุ้มลูกบ้าง ป๊าจะได้ไม่หนัก”

คิมหันต์อ้าแขนตบมือให้ธนินถลาตัวมาหา แน่นอนว่าแค่เด็กน้อยเห็นก็ยิ้มกว้างดีดขาดีใจโดดใส่คิมหันต์ทันที ธนินในชุดหมีฮู้ดสีน้ำตาลเสื้อแขนยาวมีหางที่กางเกงเห็นแล้วน่ารักน่าชังจนคนในลานหันมอง ยิ่งคนเลี้ยงเป็นคิมหันต์กับเมษาด้วยแล้วทั้งสองยิ่งตกเป็นเป้าสายตา

เสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์ขายาวรองเท้าผ้าใบเป็นชุดที่คิมหันต์ใส่ มันช่างเรียบง่ายไม่ต่างกับของเมษาที่เป็นเสื้อยืดสีฟ้ากางเกงขาสั้นรองเท้าแตะ ทั้งสองแขวนสร้อยคู่รูปหัวใจไว้เหมือนกัน กระทั่งทุกวันนี้เมษาเองก็ยังสวมกำไรข้อมือสลักคำว่า ‘YOU CAN TURST ME’ เอาไว้ไม่ห่าง เพราะมันเป็นของขวัญที่คิมหันต์ตั้งใจมอบให้

“โอ้…หมาน้อยของพ่อตัวหนักจังเลย”

คิมหันต์กระชับกอดธนินพร้อมหอมแก้มนุ่มมีกลิ่นแป้ง เขายื่นตะกร้าขวดนมให้เมษาเป็นคนถือแทนหลังจากที่รู้ว่าเด็กคนนี้ตัวหนักเอาการ การกระทำของทั้งสองแค่มองก็รู้แล้วว่าต้องเป็นคู่รักที่รับเด็กมาเลี้ยง แต่คิมหันต์หาสนใจไม่เขายังเดินทอดน่องมองแสงไฟต่อไปเพื่อผ่อนคลาย

“ลมเย็นดีนะป๊า”

“อื้ม แต่ธนินจะเป็นหวัดเอานี่สิ”

“ไม่หรอก พ่อสวมฮู้ดให้ขนาดนี้ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง ฮ่าๆ”

“ถ้าคืนนี้ลูกร้องคงเพราะไข้ขึ้นแหละ ธนินยิ่งตากลมมากๆไม่ได้…”

“ฉีดวัคซีนมาแล้ว น่าจะแข็งแรงขึ้นแหละ จริงมั้ยลูกพ่อ ลานกว้างๆแบบนี้เรามาหัดเดินกันดีกว่า”

เมื่อพูดกับเมษาจบคิมหันต์ก็หันไปพูดกับธนิน เขายิ้มให้เด็กน้อยซึ่งเป็นรอยยิ้มที่เมษาเห็นไม่บ่อยมากนัก

“เอ้า เดินก็เดิน งั้นป๊าจะไปนั่งรอที่เก้าอี้ น้องจ๋ากับพ่อต้องเดินมาหาป๊านะ”

เมษาย่นจมูกชี้นิ้วสั่งธนินเสร็จก็รีบวิ่งไปนั่งรอที่เก้าอี้ คงไม่มีอะไรมีความสุขไปมากกว่านี้กับการมีเจ้าตัวน้อยเป็นเหมือนโซ่รักเข้ามาเชื่อมใจให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น เมษาท่ามกลางแสงไฟในลานกว้างทำให้คิมหันต์ตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง เส้นผมปลิวไหวแววตาสดใสเป็นสิ่งที่ทำให้คิมหันต์เผลอยิ้มตามไปด้วย เขายืนมองคนรักที่นั่งตบมือซ้ำๆเป็นการล่อให้ธนินรู้สึกอยากลองเดินดูบ้าง

“เร็วเข้าครับ คนเก่งมาหาป๊าเร็ว”

คิมหันต์ Said. น่ารัก…

ร่างสูงกล่าวชมในใจโดยที่เมษาไม่รู้ตัวซักนิดว่าความใสสื่อทีมีเป็นเครื่องมือชั้นดีที่ทำให้คิมหันต์ดิ้นไม่หลุดอยากหยุดทุกวินาทีไว้กับเมษาได้ขนาดนี้

“อ้อ…ออ ออ อ้อ ป๊า”

เพราะธนินท้วงด้วยการดิ้นเบาๆชี้นิ้วไปหาเมษา คิมหันต์จึงปล่อยลูกน้อยลงกับพื้นแล้วหิ้วแขนค่อยๆพาก้าวเดินทีละก้าวอย่างช้าๆ

“มาเร็วเข้าคนเก่ง มาหาป๊า”

“ปาป๊า!!!ป่ะป้า!!!”

ธนินก้าวขายาวเพราะยังทรงตัวได้ไม่ดีนัก ความเป็นเด็กไม่แปลกที่จะตื่นเต้นและรู้สึกว่าพื้นที่รอบตัวกว้างไปหมดจนต้องหันมายิ้มกับคิมหันต์พอให้ตัวเองหายกลัวเหมือนพยายามปลอบตัวเอง

“ครับ เดินไปสิ พ่อประคองอยู่”

“ป่ะป๊า!!!คิก!!!คิคิ”

“นั่นไง ป๊าอยู่นั้น ป๊าใครเอ่ย”

“ป๊า…น้อง…”

ชี้นิ้วใส่ตัวเองแสดงให้เห็นว่าเมษาเป็นของตน ธนินรีบเร่งก้าวเท้าไวไม่รอช้าเพื่อได้ไปหาเมษาไวๆ เห็นอย่างนั้นเมษาจึงลงมานั่งยองๆกับพื้นอ้าแขนกว้างรอรับ

“ป๊า!!!คิคิ น้อง อ้อ ป๊า ปา ป๊า ออ อ้อ!!!”

ทันทีที่เมษารับตนไปกอด ธนินจึงเอาหลังพิงอกหันหน้ามาหาคิมหันต์ชี้นิ้วป้อมๆพยายามเรียกคำว่า ‘พ่อ’

“พ่อ…ไม่ใช่อ้อ”

คิมหันต์พูดแล้วนั่งยองๆลงบ้าง

“อ้อ…ออ อ้อ!!!”

“ฮ่าๆ สงสัยธนินคงออกเสียงพอพานยังไม่ได้มั้งพ่อ”

“คงงั้น เมื่อไรจะพูดคำว่าพ่อได้ซักทีนะ พ่ออยากฟังแล้ว”

“คงอีกสองสามเดือนแหละ แค่เริ่มออกเสียงได้นี่ก็ถือว่าพัฒนาการไวกว่าเด็กคนอื่นแล้วนะ”

“พูดเก่งคำเดียวแหละ นม กินนม หม่ำนม เรื่องกินแหละถนัดนัก ไปๆ ไปหาไรกินกันดีกว่า เดินนานชักหิว”

อยู่ดีๆก็แง่งอนที่ลูกออกเสียงเรียกว่าพ่อไม่ได้ซักที คิมหันต์หยิบตะกร้านมข้างเมษามาถือซะเองจะได้ไม่ต้องอุ้มตัวแสบที่ยิ้มตาปิดเห็นฟันซี่ขาวสี่ซี่

“ให้ป๊าอุ้มไปเลย พ่อปวดหลัง”

“นั่น ตาเฒ่า งอนลูกรึไง เด็กรู้เรื่องที่ไหน”

“รีบตามมา ก็บอกว่าหิว”

“ฮ่าๆ ขี้ตู่จริงๆ คนอะไรไม่รู้ ธนินดูพ่อสิ พ่อเขางอนหนูแล้ว รีบพูดคำว่าพ่อได้ไวๆสิครับพ่อจะได้ไม่งอแง กิ๊วๆ”

“อย่ามาล้อชั้นนะเมษา”

สรรพนามการเรียกแทนบุคคลเปลี่ยนไปเมื่อคิมหันต์เห็นว่าเมษาล้อตนไม่หยุด ตาหนูก็หัวเราะคิกๆ ยิ่งเห็นคิมหันต์หันหน้ามาทำคิ้วขมวดคิดว่าผู้เป็นพ่อกำลังหยอกล้อจึงระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่น

“อย่า มา ขำ พ่อ นะ ธนิน!!!”

เขาชี้นิ้วสั่ง แววตาธนินเบิกกว้างเล็กน้อยมองตาแป๋วได้เพียงพักก็ซบหน้าลงบ่าเมษาดีดขาไปมาขำท้องแข็งขดตัวไม่มีทีท่าว่าจะกลัวเลยซักนิด

“ฮ่าๆ ฮาๆ คิคิ คิก คิก ปา ป๊า!!!”

“โถ่ อย่าขำสิลูก ตาเฒ่าถือตะกร้าขวดนมโมโหใหญ่แล้วเห็นมั้ย”

“นายก็อีกคนเมษา ถ้ายังไม่หยุดขำล่ะก็นะ”

“โอ๋ๆ หยุดแล้ว พ่อจ๋าล่ะก็…หัวร้อนไปได้”

คนตัวเล็กรีบเดินตามให้ทันคิมหันต์ เมื่อถึงแล้วเมษาจึงยืนขวางอยู่ด้านหน้าจับมือธนินไปแตะแก้มผู้เป็นพ่อเบาๆ ธนินเองก็ยิ้มอย่างไร้เดียงสา ด้วยเพราะแววตาสดใสที่มองมานั้นทำให้คิมหันต์หลุดยิ้มแม้จะรู้สึกโกรธอยู่ก็ตาม

“อื้อๆ บู้…อ้อ…”

ความพยายามที่จะออกเสียงให้ได้นั้นทำให้ธนินยู่ปากบ้างเป่าลมออกมาสลับกับเกร็งจนคิ้วขมวด เด็กน้อยกำมือแน่นทำปากมุบมิบก่อนที่จะเงยหน้ามองคิมหันต์แล้วเปร่งเสียงตะโกน

“พ่อ!!!”

คิมหันต์เบิกตากว้าง หัวใจในอกเต้นดังสั่นระรัวซึ่งมันเกิดจากความดีใจและตื่นเต้นที่เห็นว่าธนินสามารถพูดคำว่าพ่อได้แล้ว เมษายิ้มรับดีใจไม่ต่างกัน ทั้งสองสบตามองซึ่งกันและกันแล้วขำออกมา

“ฮ่าๆ ป๊าได้ยินมั้ยว่าลูกเรียกพ่อได้แล้ว”

“ได้ยินสิ ออกเสียงชัดมากๆเลยล่ะ ฮ่าๆ หวังว่าคืนนี้จะไม่เรียกทั้งคืนนะ”

“พอ พอ พ่อ พอ พ่อ!!!”

ธนินอ้าแขนโถมตัวหาคิมหันต์เพื่อให้อีกคนอุ้ม แน่นอนว่าตอนนี้แม้แต่ข้าวยังไม่อยากกิน เรียกได้ว่าทั้งอิ่มอกอิ่มใจกันจนหน้าบาน คิมหันต์รับลูกชายมากอดไว้ เขาหอมหน้าผากซ้ำๆจนธนินจั๊กจี้ยิ้มตาปิดเอามือปัดเบาๆ

“คิคิ พ่อ…”

“ฮ่าๆ ใช่แล้ว พ่อคิมหันต์ ไม่ใช่อ้อ แล้วก็ไม่ใช่บู้ๆ”

“บูบู้ พ่อ!!!”

“อ๊ากน่ารัก!!! เมษา เรากลับบ้านกันเถอะ กลับไปบอกป้าแหม่มกันดีกว่าว่าธนินเรียกพ่อได้แล้ว”

“หืม ไม่กินข้าวแล้วหรอ ไหนเมื่อกี้มีคนบ่นหิวนี่นา”

เมษายืนเอามือไขว้หลังเขาพูดแซวคิมหันต์เล่นๆ

“หิวแต่ค่อยกลับไปกินบ้าน รีบไปบอกป้าแหม่มดีกว่าว่าหมาน้อยเรียกพ่อได้แล้ว ใช่มั้ยครับ ลูกจ๋าของพ่อจ๋าเรียกพ่อได้แล้ว”

หันมาพูดกับเมษาได้ไม่นานก็หันไปให้ความสนใจกับธนินต่อ คิมหันต์ตอบยิ้มอุ้มธนินขี่คอก่อนออกตัวเดินนำหน้า เขาจับขาของธนินไว้เป็นการกันไม่ให้ตก ส่วนธนินก็เหลิงทะลึ่งไม่กลัวซักนิดว่ามันจะสูง ธนินขย่มตัวใส่คอคิมหันต์เอามือฟาดศีรษะแล้วดึงผมรองทรงสูงสนุกสนานขำดังจนคนในลานหันมองตามว่าน่ารักดี

“อย่าสิ พ่อเจ็บ”

“พอ พ่อ!!!”

“ครับๆ พ่อ พ่อจ๋า…”

“พ่อบู้ๆ!!!”

“หื่ม! บู้ที่ไหน พ่อจ๋าสิ”

“คิคิ พ่อต๋า!!!”

“จ๋าไม่ใช่ต๋า!!!”

“ต๋า!!!”

“พ่อบอกว่าจ๋า!!!”

“ตาต๋า!!!”

สองพ่อลูกเถียงกันดูแล้วน่ารักไม่น้อย เมษาเดินตามหลังต้อยๆถือตะกร้าขวดนมไว้ข้างหน้ายิ้มดีใจที่ทุกวันนี้มีความสุขจนเหมือนตัวเองกำลังตกอยู่ในความฝัน รอบกายต่างมีผู้คนมากมายเดินสวนเสไปมา ทั้งคู่รักและเด็กนักเรียน แต่ทำไมในสายตาถึงเห็นเพียงคิมหันต์ได้ชัดเจนกว่าคนอื่นๆ

ลมพัดแรงทำให้ฮู้ดธนินเปิดออก เด็กน้อยหันหน้ามาด้านหลังกวักมือเรียกเมษาให้เดินตามมาไวๆได้แล้ว เห็นอย่างนั้นเมษาจึงรีบเดินขนาบข้างคิมหันต์ คนร่างเล็กเอื้อมมือดึงฮู้ดธนินให้คลุมหัวอีกครั้งก่อนส่งยิ้ม

“นี่คิมหันต์ วันนี้มีความสุขรึเปล่า”

อยู่ดีๆเมษาก็หยุดเดินแล้วหันหน้ามาถาม

“มีสิ”

คิมหันต์ยิ้มจางตอบออกไปเพราะรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แต่แล้วคำพูดของเมษาที่เอ่ยออกมาด้วยความไม่ตั้งใจนั้นทำให้เขาชะงักจนแววตาไหวเพียงนิด

“มีความสุขจนเหมือนอยู่ในความฝันเลยเนอะ นี่พ่อว่ามั้ยว่าป๊าไม่คิดเลยนะว่าจะมีความสุขขนาดนี้ แบบว่า…มันคิดไม่ถึง ฮ่าๆ ยิ่งมีน้องจ๋ามาอยู่ด้วยเนี่ย ลูกชายตัวแสบยิ่งมีความสุข จริงมั้ยครับๆ”

ต่อให้เมษาพร่ำพูดแค่ไหน คำว่าความฝันไม่สามารถหลุดออกจากหัวคิมหันต์ได้ ชายหนุ่มยืนอึ้งอยู่นานเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัวจนเมษาต้องปัดมือผ่านหน้าแล้วเรียกชื่อซ้ำๆ

“คิมหันต์ นี่คิมหันต์ เป็นอะไรไป”

“ห๊ะ!!! เปล่า…แค่คิดอะไรนิดหน่อย ช่างมันเถอะ”

เขาปฏิเสธแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่นเพราะอยากให้วันนี้เป็นวันที่พาครอบครัวมาเที่ยวอย่างมีความสุข เมษาถอนหายใจเล็กน้อยนัยน์ตาส่อแววเศร้าเมื่อรู้ว่าลึกๆในใจคิมหันต์กำลังมีเรื่องไม่สบายใจ แต่ยังไม่ถึงเวลาที่ควรถามเมษาจึงเลือกที่จะปล่อยมันไปตามที่อีกคนบอก

“กลับบ้านกันมั้ย เดี๋ยววันนี้เตรียมน้ำอุ่นให้”

เมษาพูด

“เดี๋ยวสิ…เดี๋ยวค่อยกลับ…”

คิมหันต์หยุดยืนอยู่กับที่ เขาชี้นิ้วไปบนฟ้าให้เมษาหันมองตาม ใบหน้าหวานเงยมองว่าคิมหันต์ต้องการให้ดูอะไรกันแน่ และแล้วภาพตรงหน้าก็ทำให้ร่างบางหลุดยิ้มน้ำตาคลอเล็กน้อย มันเป็นน้ำตาที่นึกถึงครั้งแรกที่ได้เข้ามาในกรุงเทพ ครั้งแรกที่ได้รับการกระทำห่วงใยจากคิมหันต์

มันเป็นชิงช้าสวรรค์สูงเสียดฟ้ามีตู้นั่งเป็นบานกระจกใส ใช่แล้ว…เพราะสถานที่แห่งนี้ไงล่ะที่ทำให้เมษาไม่อาจลืมว่าค่ำคืนในอดีตมีเรื่องราวมากมายหลายอย่างให้จดจำจนอยากย้อนเวลากลับไปอีกครั้ง ความคิดในหัวผุดขึ้นพร้อมกันทำให้ทั้งสองพูดออกมาพร้อมกันว่าอยากลองขึ้นไปบนนั้นอีกซักครั้ง

“ไปนั่งชิงช้ากันมั้ย”

“ไปนั่งชิงช้ากันคิมหันต์”

เมษาขำตาปิดที่ตัวเองพูดพร้อมกับคิมหันต์ ความเป็นเด็กที่เห็นผู้ใหญ่หัวเราะก็ทำตามบ้าง ธนินอ้าปากขำคิกคักดีดขาดีใจใช้มือตีคิมหันต์เบาๆแสดงให้รู้ว่าตัวเองก็มีความสุขไม่น้อยเช่นกัน

“คิกคิก!!!อ่อ ออ อ้อ!!! ปา ปา ป๊า!!!”

“แต่วันนี้ไม่เหมือนวันนั้นแล้วนะ เพราะมีตัวแสบมาด้วย”

คิมหันต์พูดแล้วรีบเดินนำหน้าเพื่อพาธนินไปยังจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่หาจุดจบไม่พบ ถึงความฝันนั้นยังวนเวียนอยู่ในหัว แต่คิมหันต์ตัดสินใจใช้ชีวิตให้อยู่ในโลกความจริงเสียมากกว่า

​--------------------------------------

มาแล้ววววว เจอกันกับ #รักสุดท้ายนายบ้านนอก2 ในเวลา 2ทุ่มตรงนะคะ ทุกวันศุกร์เรามีความรักมาเสิร์ฟ

​22.09.17

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว