facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 ไม่มีเหตุผลของการกระทำเสมอไป

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 ไม่มีเหตุผลของการกระทำเสมอไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2560 23:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 ไม่มีเหตุผลของการกระทำเสมอไป
แบบอักษร

10

ไม่มีเหตุผลของการกระทำเสมอไป

นิรดามองตึกแฝดขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรมอย่างสุดทึ่ง จากการอ่านข่าวของนิคาโอบางครั้งบางคราวก็พอรู้ว่าเขาไม่ธรรมดา แต่เมื่อได้มาเห็นกับตาตัวเองแบบนี้แล้วมันเกินคำว่าไม่ธรรมดาไปหลายปีแสง


ขบวนรถหรูวิ่งเข้าไปภายในตึกแฝดตึกหนึ่ง ก่อนที่รถคันที่เธอนั่งจะเข้าไปในลิฟต์โดยสารขนาดใหญ่ แล้วค่อยๆ ทะยานขึ้นสู่จุดหมาย ซึ่งนั่นก็คือชั้นบนสุดของตึกแห่งนี้


“เชิญครับ” เป็นเสียงของไมลีย์ที่รุดมาเปิดประตูให้หญิงสาวอย่างรู้หน้าที่


“ขอบคุณค่ะ” นิรดาเอ่ยขอบคุณเบาๆ แล้วก้าวลงมายืนข้างรถ เพราะไม่รู้ว่าควรจะไปไหนต่อ


“นายกลับไปได้แล้วไมลีย์” นิคาโอที่ตามลงมาทีหลังบอกคนสนิท ก่อนจะฉวยมือเล็กมากุมไว้ แล้วลากหญิงสาวให้เดินตามตนเข้าไปภายในห้อง โดยไม่สนใจลูกน้องที่พยายามเรียกตนแต่อย่างใด


“คุณจะพาฉันไปไหน” หญิงสาวที่ยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองพยายามยื้อแขนแกร่งที่ลากตนเข้ามาในห้องอย่างทุลักทุเล ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะไม่ไว้ใจคนตัวโตตรงหน้านี้ มีอย่างที่ไหน แค่เจอหน้ากันวันแรกก็ต้องวิ่งหลบกระสุนปืนเป็นว่าเล่น


“ก็เห็นอยู่ว่าพามาห้อง ยังจะถามให้มากเรื่อง” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ แต่ก็ยังไม่หยุดลากร่างเล็กให้เข้ามาในห้องให้ได้


“แล้วคุณจะพาฉันมาทำไม ฉันอยากมาเสียเมื่อไหร่”


แม้ปากจะพูด ทว่ามือเล็กก็ยังพยายามแกะมือใหญ่ที่รัดข้อมือของเธอแน่นออก แต่จนแล้วจนรอด มือใหญ่ที่ประดุจดังคีมเหล็กก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเสียที


“พูดมากน่ารำคาญ” พูดจบเขาก็ปล่อยมือเล็กให้เป็นอิสระเมื่อทั้งสองเข้ามาอยู่ในห้องเรียบร้อย


“ก็เพราะใครล่ะที่ทำให้ฉันต้องพูดมาก”


คนถูกว่าน่ารำคาญย้อนอย่างไม่กลัวเกรงพร้อมลูบแขนเล็กของตัวเองป้อยๆ หลังมือคีมเหล็กปล่อยให้เป็นอิสระ พลางค่อยๆ มองสำรวจห้องหรูที่ตกแต่งอย่างสวยงาม


เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนมีแต่ของมีระดับราคาสูงทั้งนั้น บ่งบอกว่าเจ้าของห้องคงมีระดับไม่แพ้ห้องนี้ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ถ้าไม่ใช่ผู้ชายขี้ขโมยที่ยืนทำหน้ามึนอยู่ข้างๆ นี้


“หิวน้ำ”


เสียงที่พูดขึ้นลอยๆ อย่างไม่เจาะจงบอกใครเป็นพิเศษ ทำให้แขกสาวหันไปมองหน้าคนพูดด้วยความแปลกใจระคนสงสัย ก่อนจะได้ยินเสียงนั้นอีกครั้งเมื่อคนพูดย้ำความต้องการ


“ผมบอกว่าผมหิวน้ำ” ชายหนุ่มย้ำพร้อมกับนั่งลงบนโซฟากลางห้อง


“คุณบอกฉันทำไม” นิรดาเองก็ยังไม่หมดความสงสัย ไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มจะบอกตนเพื่ออะไร


“ถ้าผมไม่บอกคุณ แล้วผมจะบอกใคร ในเมื่ออยู่กันแค่สองคน” ชายหนุ่มขยายความ


หญิงสาวยังคงทำสีหน้าไม่เข้าใจอยู่เช่นเดิม


“ไปเอาน้ำมาให้ผมดื่มหน่อย ที่นี่ไม่มีแม่บ้าน คุณเป็นแขกก็ต้องดูแลเจ้าบ้านด้วย”


“คุณให้ฉันไปเอาน้ำมาให้คุณดื่ม?” หญิงสาวพูดย้ำสิ่งที่ตนเองเพิ่งเข้าใจ


“ครับ” นิคาโอตอบเสียงเรียบเมื่ออีกฝ่ายเข้าใจ พร้อมหลับตาเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างต้องการพัก ทว่าก็ต้องสะดุ้งเมื่อแขกสาวตะโกนลั่นห้อง


“นี่คุณ! คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าใช้คนอื่น” หญิงสาวตะคอกด้วยความโมโห เห็นเธอเป็นคนใช้รึไงถึงมาใช้กันแบบนี้ ทั้งที่เธอเป็นแขกด้วยซ้ำไป เขาเสียมากกว่าที่ควรจะเป็นฝ่ายบริการ


“ผมก็เป็นเจ้าของห้องนี้ไง แล้วคุณก็เป็นแขก” ชายหนุ่มตอบกลับหน้านิ่ง แล้วพูดต่อ “ทีนี้ก็ไปเอาน้ำมาให้ผมดื่มได้แล้ว”


“ตาบ้า” นิรดาต่อว่าคนหน้ามึนเสียงเบา ก่อนจะเดินเข้าไปในครัวที่มีอุปกรณ์ครบครัน แต่ปราศจากการใช้งานอย่างสิ้นเชิง เพราะดูใหม่เอี่ยมเสียจนไม่คิดว่าเคยถูกใช้งานมาก่อน ถ้าไม่ติดว่าตัวเองก็กระหายน้ำนะ ไม่มีทางที่เธอจะยอมทำตามคำสั่งเขาแน่


หลังจากดื่มน้ำจนหายกระหาย นิรดาจึงยกน้ำเปล่าไปให้เจ้าของห้องที่ออกคำสั่งอย่างไม่เกรงใจแขกไปวางไว้เบื้องหน้าเขา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งยังโซฟาตัวที่ว่าง


เมื่อได้ยินเสียงแก้วกระทบโต๊ะ คนที่พักสายตาอยู่จึงลุกขึ้นนั่งตรง และยกแก้วน้ำที่หญิงสาวเอามาให้ดื่มรวดเดียวหมด และวางแก้วลงไว้ที่เดิม


‘ท่าทางจะกระหายมากจริงแฮะ’ นิรดาคิดในใจเมื่อเห็นความกระหายจากการดื่มน้ำของเขา


เมื่อไม่เห็นท่าทีว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร หญิงสาวจึงทำลายความเงียบลงด้วยการบอกความต้องการของตนเองแก่เจ้าของห้อง “คุณช่วยพาฉันไปส่งที่สนามบินได้ไหม”


อีกฝ่ายยังเงียบ บางทีเธออาจจะขอเขามากเกินไป จึงเอ่ยข้อเสนออีกข้อให้นิคาโอพิจารณา “หรือคุณจะให้ฉันยืมใช้คอมพิวเตอร์สักครู่ก็ได้”


เธออยากกลับไปเริ่มต้นที่สนามบิน เพื่อหาโทรศัพท์สาธารณะโทร. บอกเพื่อนสาวให้มารับ เนื่องจากไม่กล้ายืมของคนหน้ายักษ์ใช้ แต่ดูเหมือนว่านิคาโอจะไม่พอใจ จึงขอเขาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อจะส่งอีเมลไปหาเพื่อนสาวแทน ทว่าคนถูกขอก็ยังคงทำหน้ายักษ์อยู่เช่นเดิม


“ตกลงคุณจะเอายังไงกับฉัน!” หญิงสาวถามออกไปอย่างสุดทนเมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย ไม่เข้าใจว่าเขาจะพาเธอมาด้วยทำไม ทั้งที่ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกัน หรืออยากจะรับผิดชอบที่ทำให้เดือดร้อน มันก็ไม่น่าจะใช่


“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านอนได้แล้ว” ชายหนุ่มแนะนำพร้อมกับยืดตัวยืนขึ้น และหันไปพูดกับหญิงสาวอีกครั้ง “ผมเหนื่อย อยากพักผ่อน”


“อย่าว่าแต่เสื้อผ้าเลยนิคาโอ แม้แต่เงินยูโรเดียวฉันยังไม่มี” หญิงสาวบอกตามความจริง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าได้แทนชื่อเจ้าของห้องไปในประโยคด้วย


“คุณรู้จักผม?” ชายหนุ่มถามอย่างแปลกใจ


“เอ่อ...คุณออกจะดัง ทำไมฉันจะไม่รู้จัก” หญิงสาวอธิบายอย่างไม่เต็มเสียงนัก เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่ายที่เหมือนจะไม่เชื่อ นิรดาจึงอธิบายต่อพร้อมถามกลับอย่างไม่ให้มีพิรุธ


เมื่อได้ยินคำตอบจากหญิงสาว เขาก็เข้าใจ จนลืมทักท้วงที่เธอเรียกชื่อต้นเขา แทนที่จะเป็นคิงส์ตัน


 “ใครไม่รู้จักคุณต่างหากที่เชย ใช่ไหมล่ะ”


“นั่นก็จริง แต่ผมรู้สึกว่าเราเคยพบกันมาก่อน แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง”


ชายหนุ่มเห็นด้วยกับเหตุผลของเธอ เพราะถ้าใครไม่รู้จักเขานี่ถือว่าเชยอย่างที่หญิงสาวว่า แถมยังรู้สึกคุ้นหน้าสาวเจ้าแปลกๆ แต่ถ้าเขารู้จักหล่อนจริง คงไม่ปล่อยให้ลอยนวลนานขนาดนี้


“ว่าแต่คุณชื่ออะไร” นิคาโอถามกลับเมื่อเพิ่งนึกได้ว่าตนเองไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของเธอ แต่หลังจากถามออกไปก็ต้องแปลกใจตัวเอง ไม่คิดว่าคนอย่าง นิคาโอ เบคเค็ตต์ คิงส์ตัน จะต้องมาถามไถ่ชื่อของอิสตรี ปกติเป็นพวกหล่อนเสียมากกว่าที่พยายามแนะนำตัวเองให้เขารู้จัก ทั้งการพูดจาและลีลาบนเตียง


“นิรดา”


เมื่อพูดออกไปก็ตะครุบปากตัวเองไม่ทันเสียแล้ว ไม่คิดว่าปฏิกิริยาการตอบคำถามของเธอจะยังไวเหมือนเดิมเช่นเดียวกับตอนทำงาน


แต่เมื่อคิดอีกครั้ง ไม่มีทางที่นิคาโอจะจำเธอได้ เนื่องจากในคืนนั้นก็ไม่ได้ถามชื่อเสียงเรียงนามกันแต่อย่างใด ถ้าไม่มีเช็คใบนั้นฝากไว้หลังคืนเร่าร้อนจบลง เธอเองก็คงไม่มีทางรู้ว่าผู้ชายคนที่ฝากของขวัญล้ำค่าเอาไว้ให้ชื่อว่าอะไร


“นิ-ระ-ดา” ชายหนุ่มทวนชื่อที่ได้ยินพร้อมกับจ้องไปที่หน้าหวานว่าตนเองออกเสียงถูกหรือไม่ เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าจึงพูดต่อ “ชื่อเพราะดีนี่”


“รู้รึไงว่าแปลว่าอะไร” หญิงสาวเอ่ยกับตัวเองเบาๆ เป็นภาษาบ้านเกิด และแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่มีทางฟังออกแน่นอน แต่ก็ไม่แน่เพราะนิคาโอออกเสียงชื่อเธอได้ถูกต้องไม่มีตกหล่น


“หรือว่าเขาจะพูดภาษาไทยได้! ไม่มีทาง” ถามเองก็ตอบเอง


“กรุณาพูดภาษาอังกฤษด้วยครับ” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ ต้องการบอกอีกฝ่ายว่าการพูดภาษาที่คู่สนทนาฟังไม่เข้าใจเป็นการเสียมารยาท


“อ้อ...ค่ะ” คนที่ถูกต่อว่าทางอ้อมว่าไม่มีมารยาทตอบรับเสียงแข็ง


นิคาโอยิ้มมุมปากเมื่อเห็นนิรดาแสดงความขัดใจที่ถูกต่อว่าทางอ้อม ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย “เรื่องเสื้อผ้าคุณไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวผมจัดการให้”


“ค่ะ” หญิงสาวตอบอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักเพราะไม่มีทางเลือกมากนัก ดูแล้วเขาคงไม่ยอมไปส่งที่สนามบิน หรือแม้กระทั่งให้ยืมคอมพิวเตอร์ส่งอีเมล


“ส่วนห้องพักคุณก็เลือกตามสบาย ที่นี่มีหลายห้อง” นิคาโอบอกอย่างใจดี


เมื่อเห็นนิรดากำลังมุ่งหน้าตรงไปที่ห้องห้องนึ่งอย่างที่เจ้าหล่อนได้ตัดสินใจแล้ว จึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “อยากนอนกับผมก็ไม่บอก”


เท้าเรียวที่กำลังเดินชะงักลงทันทีที่เขาพูดจบ


‘ตาบ้า! ทำไมไม่บอกให้ไวกว่านี้ล่ะ’ หญิงสาวต่อว่าอีกฝ่ายในใจ หลังจากนั้นเท้าเล็กจึงเปลี่ยนทิศทางการเดินไปอีกมุมหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากห้องของนิคาโอคนละทิศ


ปัง! หญิงสาวปิดประตูดังสนั่น โดยไม่เกรงใจเจ้าของบ้านที่ยังยืนอยู่ที่เดิม


“หึๆ” นิคาโอหัวเราะในลำคอขันการกระทำแบบเด็กๆ ของเธอ แต่ไม่ยักจะโกรธ ถ้าเป็นคนอื่นแสดงกิริยาแบบนี้ต่อหน้าเขา มีหวังได้เจ็บตัวแน่ ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม



สามสิบนาทีผ่านไป

“เฮ้อ เฮ้อ เฮ้อ” เสียงถอนหายใจดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อคนที่ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดกังวลเสียที


นิรดามองเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่อยู่ในตัว แม้จะมีเสื้อตัวใหญ่ปกปิดร่างกายที่สมบูรณ์แบบเอาไว้ ทว่าภายในกลับโล่งโปร่ง


“นี่ต้องใส่ชุดนี้จริงๆ เหรอ” หญิงสาวพึมพำพร้อมกับนึกโทษความโง่เขลาของตัวเองไปด้วย เนื่องจากทำชุดซึ่งมีเพียงชุดเดียวตกน้ำ รวมถึงชั้นในทั้งสองชิ้นอีกด้วย


“พรุ่งนี้คงแห้งนะ” นิรดาพูดพร้อมกับหันไปมองเสื้อผ้าที่ตากไว้ในห้องน้ำอย่างปลงๆ


ทางคนนอกห้องที่ให้แขกสาวยืมเสื้อก็นั่งนึกถึงเหตุผลที่ตนเองได้กระทำลงไป ทั้งที่ปกติไม่ใช่วิสัยของคนที่ทำทุกอย่างอย่างมีเหตุผล ทั้งเรื่องที่เขารั้งหญิงสาวไว้กับตัวเองทั้งที่ไปส่งเธอตามที่เธอต้องการได้ หรือให้ยืมคอมพิวเตอร์เพื่อให้เธอติดต่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อนก็ได้ แต่เขากลับไม่อยากทำทั้งหมดทั้งมวลที่จะเป็นต้นเหตุแห่งการจากลาของเธอ


“แกเป็นอะไรไปนิค” ชายหนุ่มถามตัวเองอย่างสงสัยในพฤติกรรม ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างปลงตกเมื่อนึกถึงเรื่องที่กระทำลงไป


นิคาโอหลับตาลง ค่อยๆ เอนหลังพิงพนักโซฟา คิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้ เขาต้องระวังตัวมากขึ้นเป็นพิเศษ ทั้งที่ระวังตัวเป็นอย่างดีแล้วก็ยังมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นจนได้


วันนี้ถือว่าโชคดีที่ฝ่ายนั้นส่งคนไร้ประสบการณ์มาทำงานใหญ่ หรืออีกนัยหนึ่งอาจจะเป็นเพราะสตีฟไม่อยากทำในสิ่งที่ฝืนใจตัวเอง ทำให้งานผิดพลาดขึ้น ซึ่งก็คือเขารอดชีวิตจากการวางแผนลอบสังหารของศัตรู


แน่นอนว่าต่อจากนี้ไปมันไม่มีทางให้เขาใช้ชีวิตสงบสุขแน่ และเขาเองก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำฝ่ายเดียว ในเมื่อคิดจะเป็นศัตรูกับคิงส์ตัน ไม่ว่ามันหน้าไหนก็ไม่มีทางใช้ชีวิตปกติสุขอีก นอกเสียจากมันจะลาโลกนี้ไปแล้วเท่านั้น


ในขณะที่สมองกำลังคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ใบหน้าหวานที่งอง้ำยามถูกขัดใจกลับลอยวนไปวนมาในมโนจิต ไม่ว่าจะปัดทิ้งอย่างไรก็ไม่เป็นผล จนเขาอดเคืองเจ้าของใบหน้าหวานไม่ได้ที่คอยรบกวนจิตใจอยู่ร่ำไป กระนั้นก็ยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่มุมปากตลอดเวลา แบบที่เจ้าตัวไม่นึกฝันเลยทีเดียว


ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ


ใบหน้าหวานที่ลอยวนไปมารอบตัวสลายไปในพริบตา เมื่อได้ยินเสียงเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือ จนทำให้คนตัวโตลืมตาโพลงอย่างคาดโทษคนส่งข้อความ


“เดี๋ยวจะตัดเงินเดือนซะให้เข็ด” ชายหนุ่มว่ พร้อมกับหยิบมือถือเจ้าปัญหาขึ้นมาดู ก่อนจะนึกขึ้นได้ “ทำไมแกต้องโมโหด้วยเนี่ยนิค”


แต่เมื่อเห็นชื่อคนที่ส่งข้อความมา เขาก็ยิ่งแปลกใจ แล้วรีบกดดูทันที


‘บางทีคนเราก็ไม่มีเหตุผลของทุกการกระทำเสมอไป...

ไมลีย์*’*

นิคาโอนึกตามคำพูดของคนที่เปรียบเสมือนพี่ชาย ไม่ว่าเขาจะทำอะไรหรือคิดอะไรอยู่ ไม่ลีย์ย่อมเดาหรือทันเขาไปหมดเสียทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องนี้เองก็ด้วย


“นั่นสินะ ไม่มีเหตุผลของทุกการกระทำเสมอไป” 


คิดดังนั้นชายหนุ่มก็หลับตาลงอีกครั้งอย่างสบายใจ ก่อนที่ภาพคนหน้าหวานจะลอยขึ้นมาอีกครั้งในแต่ละอิริยาบถที่ต่างกัน


เขาไม่รู้ว่าเหตุใดตนเองถึงรู้สึกแปลกๆ กับผู้หญิงแปลกหน้าที่เพิ่งพบกันเพียงไม่กี่ชั่วโมง แถมเธอยังไม่มีท่าทีเกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย แตกต่างจากคนอื่นๆ ที่บางคนไม่แม้แต่จะกล้าสบตาด้วย แถมแม่คนหน้าหวานยังกล้าด่าว่าเขาเป็นหัวขโมยอีกด้วย ถึงมันจะจริงก็เถอะ แต่เธอไม่แม้แต่จะเกรงใจเจ้าพ่อแห่งท้องทะเลเช่นเขาเลยหรือ


นิคาโอนอนหลับตานึกถึงหญิงสาวที่อยู่อีกห้องหนึ่ง ก่อนจะผล็อยหลับไปในที่สุดทั้งที่ยังอยู่ในห้องนั่งเล่น


ชายหนุ่มอาจคิดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่ตนรู้สึกแปลกๆ ด้วยนั้นจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล และอาจจะเป็นเพราะลิขิตหรือคำสาปของฟ้าก็มิรู้ได้ ที่ทำให้ชีวิตของทั้งสองวนเวียนกลับมาเจอกันอีกครั้ง หลังจากเวลาได้หมุนเลยไปเป็นทศวรรษแล้ว


จากนี้ไปก็ขึ้นอยู่ที่ทั้งสองว่าจะกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองให้เป็นไปในรูปแบบไหน ซึ่งก็ไม่มีใครทราบได้ว่าต่อไปภายภาคหน้าจะเป็นเช่นไร


ทางด้านไมลีย์กำลังดูแลความเรียบร้อยของคนแสนซน ที่ชวนน้องชายฝาแฝดของเขาเที่ยวตะลอนทั้งวันจนนอนหลับหมดฤทธิ์ไปแล้ว โดยหารู้ไม่ว่าขณะที่ตนเองกำลังสนุกอยู่กับการเรียนรู้สิ่งใหม่ บิดากับมารดาของตนกำลังอยู่ในอันตราย ซึ่งถ้าพลาดก็หมายถึงชีวิต แต่เขาก็อยากเห็นความน่ารักสดใสแบบนี้ของนายน้อยแทนน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะความเสียใจ โดยเฉพาะจากการถูกทำร้ายจากคนที่ขึ้นชื่อว่าพ่อแท้ๆ ของตัวเอง


เขาจำได้ดีทีเดียวในวันที่เด็กหนุ่มโทร. ให้เขาไปรับยังโรงแรมที่ตนไปดักรอบิดา ทันทีที่พบหน้า เด็กหนุ่มลูกครึ่งก็โผเข้ากอดเขาด้วยน้ำตานองหน้า และคำพูดที่เขาได้ยินอยู่เพียงประโยคเดียวตลอดเวลาคือ


‘เขาเกลียดผม...เขาไม่ได้รักผม’


เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเขาก็ปิดไฟและเดินออกมานอกห้อง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความหาคนที่เปรียบเสมือนน้องชาย


ตลอดหลายสิบปีที่อยู่ด้วยกันมาเขาไม่เคยส่งข้อความถึงนิคาโอแม้แต่สักข้อความเดียว แต่ที่ตอนนี้ส่งไปก็เพราะรู้ว่ามาเฟียหนุ่มคิดเช่นไรอยู่


แน่นอนว่าผู้ที่ไม่เคยยอมใครและสนใจอิสตรีนางใดเป็นพิเศษกำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง คนไม่เคยแม้แต่จะมีความรักฉันชู้สาวกำลังไปต่อไม่เป็นเมื่อเจอผู้หญิงที่ตนถูกใจ


หมากที่นิคาโอเลือกเดินคือการกักตัวหญิงสาวให้อยู่กับตัวเองนานที่สุด ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม และไม่สนใจว่ามันจะถูกหรือผิด เพราะเขาเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง คิดว่าตนจัดการและรับมือกับทุกสิ่งได้ แต่นิคาโอลืมคิดไปว่าสิ่งที่เขาจัดการได้เสมอคือเรื่องธุรกิจ ถึงแม้เขาจะเก่งกาจเพียงใด แต่ถ้าหากมีเรื่องหัวใจเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้ชายอกสามศอกบางคนก็ยังต้องพ่ายให้อิสตรีอย่างไร้หนทางต่อสู้มาแล้ว ซึ่งนิคาโอก็เป็นหนึ่งในนั้น แม้ตอนนี้เจ้าตัวจะยังไม่รู้ใจตัวเอง แต่เขาเชื่อว่าอีกไม่นานแคซาโนวาตัวพ่อที่ใช้ผู้หญิงเปลืองยิ่งกว่ากางเกงในจะเหลือเพียงชื่อ เพราะตัวและหัวใจของเสือตัวนี้ยกให้เพียงผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ของลูกเท่านั้น ไม่ว่าจะเมื่อหลายสิบปีก่อนหรือแม้แต่ปัจจุบันก็ตาม


‘บางทีคนเราก็ไม่มีเหตุผลของทุกการกระทำเสมอไป เพราะเรื่องบางเรื่องใช้หัวใจในการนำทาง

ไมลีย์*’*


​======================================================================

ใครที่สนใจหนังสือ "คุณพ่อมาเฟีย...ที่รัก" 

สามารถติดต่อไรท์ได้ในเพจ "ภัคธีมา & อริมา" นะคะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว