email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Look Like 13

คำค้น : Look Like รักเราใกล้กัน nana nanaกะหอยทาก ลุงอิน อินทร น้องพู่ พู่กัน เบาสมอง น่ารัก หวานมุ้งมิ้ง อบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ ไร่ส้มไร่องุ่น ใส่ใจ ดูแล ดราม่านิดหน่อย ฟิน หวานละมุน นิยาย ไม่ติดเหรียญ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2560 17:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Look Like 13
แบบอักษร

​Look Like 13​




“ฝันอยู่หรือเปล่าครับคนสวย” ผมแย้งไปเสียงเข้ม บ่งบอกได้ชัดเจนที่สุดว่าไม่พอใจที่เธอจะเข้าไปทำงานที่อื่น

“พี่อินอ่ะ”

“ไม่รู้แหละ พรุ่งนี้จะให้ไปทำงานที่ออฟฟิตไม่ต้องทำหน้างอเลย อยู่ใกล้พี่นี่ดีที่สุดแล้วว่างๆจะพาเข้ากรุงเทพ”

“ดุอีกแล้ว” พู่กันก้มหน้าแล้วพูดเบาๆจากนั้นคนตัวเล็กก็ทานข้าวเงียบๆไม่ได้ถามผมหรือคุยกับผมเลย สงสัยจะงอนที่ผมเสียงดังใส่ แต่มันก็น่าหงุดหงิดจริงๆนะที่จู่ๆก็บอกว่าจะไปสมัครงานที่อื่นทั้งที่สามีก็มีออฟฟิตอ่ะ ถึงแม้จะเป็นไร่องุ่นแต่ก็มีลูกค้ารายใหญ่เลยนะอีกอย่างผมก็มีโรงบ่มไวน์ด้วย ส่งออกผลไม้เยอะแยะงานออฟฟิตก็มีเยอะแต่ที่รับคนน้อยเพราะไม่อยากให้คนเข้ามายุ่งวุ่นวาย ที่ออฟฟิตผมนะมีแต่คนอยากเข้าถึงแม้จะเล็กแต่เงินเดือนไม่ใช่เล็กๆนะครับขอบอก ไหนจะโรงแรมในเครือทั่วประเทศยังไม่รวมต่างประเทศอีก นี่ไงมีสามีรวยแบบนี้ทำไมถึงยังดื้ออยากทำงานก็ไม่รู้

“คุณพู่คะ จะรับผลไม้ไหมคะ?” ป้าแม่บ้านถามเสียงสดใส

“รับค่ะป้า” พู่กันตอบกลับเสียงสดใสเช่นกัน รอยยิ้มสวยเผยกว้างบนใบหน้าหวานของคนตัวเล็ก

“พู่ แล้วไอ้พวกนั้นกลับกันแล้วเหรอทำไมบ้านเราเงียบๆ” ผมเอ่ยถาม อยากชวนพู่กันคุยมากกว่าต้องการคำตอบ เพราะคำตอบจริงๆผมรู้แล้วล่ะว่าพวกมันรีบกลับกรุงเทพตั้งแต่เช้ามืด

“ค่ะ เห็นบอกว่าต้องรีบกลับไปทำงาน” พู่กันตอบแต่ไม่เงยหน้ามองผมเลยสักวิ

“โกรธพี่เหรอ” ผมถามกลับไป แต่พู่กันส่ายหน้าน้อยๆแทนคำตอบ

“เป็นอะไรฮึ? ไหนเงยหน้ามองพี่หน่อย” ผมย้ายตัวเองไปนั่งข้างๆพู่กันก่อนจะประคองใบหน้าหวานให้แหงนมอง ดวงตาเรียวเล็กสั่นระริกก่อนที่หยดน้ำใสจะเอ่อล้นขอบตาและไหลลงมาในที่สุด ผมตกใจจนไม่รู้จะพูดอะไรทำได้แค่เพียงยกยิ้มเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มใสให้อย่างเป็นห่วง น้องโกรธอะไรผมหรือเปล่าทำไมร้องไห้แบบนี้

“พู่โกรธอะไรบอกพี่เลยนะ ไม่เอาไม่ร้องครับไม่ร้องนะ” ผมเริ่มสาระวนกับการเช็ดน้ำตาให้คนตัวเล็ก

“ไม่ ฮึก ไม่รู้พู่ไม่ได้โกรธ” ใบหน้าเล็กส่ายไปมา ยิ่งส่ายหน้าหยดน้ำตาก็ไหลอาบแก้มใสมากขึ้นเท่านั้นผมเลยตัดสินใจประคองมือทาบแก้มใสไว้นิ่งๆ

“ตายแล้ว! คุณพู่เป็นอะไรคะทำไมร้องไห้แบบนั้น” ป้าที่เพิ่งยกถาดผลไม้ออกมาร้องอุทานตกใจ

“ผมก็ไม่รู้ครับป้า อยู่ดีๆก็ร้องไห้ เอ่อ ป้าช่วยเอาผลไม้ขึ้นไปบนห้องให้หน่อยนะครับเหมือนน้องจะงอแงแล้วล่ะตอนนี้”

“ค่ะคุณอิน”

“พู่กันหยุดร้องไห้ก่อนนะ” ผมยกมือเช็ดน้ำตาให้คนตัวเล็กพรางปลอบไปด้วย ขอบตาเล็กเริ่มช้ำแล้วอ่ะ ไม่ได้นะ!

“ที่รักครับ หยุดร้องไห้ก่อนนะ เดี๋ยวตาช้ำนะ”

“ฮึก ไม่ เค้าไม่ได้อยากฮึกร้อง”

“ถ้าไม่อยากร้องที่รักต้องเงียบก่อนนะ” น่ารักจังเมียใครเนี่ย ผมมองร่างเล็กที่พยายามจะหยุดร้องไห้เกือบสิบนาทีกว่าที่คนตัวเล็กจะดีขึ้น

“ป้าจัดผลไม้ไว้ข้างบนให้แล้วนะคะ”

“ครับป้า ป่ะเราขึ้นห้องกันไปนอนพักกันนะครับ”

“ค่ะ” พู่กันลุกขึ้นยืนตามแรงรั้งจากมือผม แต่ผมก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อพู่กันขืนตัวไว้ไม่ยอมเดินตาม ผมจึงหันกลับไปมองอย่างไม่เข้าใจแต่แล้วใจก็ต้องกระตุกยิ้มเมื่อเจอคนตัวเล็กกำลังใช้สายตามองมาอ้อนๆอย่างกับลูกแมวที่อยากได้ของเล่น

“แบ็คฮัก” พู่กันบอกสั้นๆก่อนจะสวมกอดผมจากด้านหลัง ผมได้แต่ยิ้มอย่างกับคนบ้าเมื่อถูกเมียเด็กแบ็คฮักเข้าให้แบบนี้

ผมเพิ่งรู้ว่ามีเมียเด็กมันดีแบบนี้นี่เอง...

End talk

ฉันรู้...

ฉันรู้ว่าทำไมถึงกลายเป็นคนงี่เง่าในชั่วพริบตา ทำไมถึงได้งอแงเป็นเด็กแบบนี้ที่เป็นแบบนี้มันเป็นสัญญาณบ่งบอกได้อย่างดีว่าประจำเดือนกำลังจะมาแน่นอนไม่เกินพรุ่งนี้ และตอนนี้ฉันกำลังแบ็คฮักพี่อินที่กำลังเดินขึ้นบันไดอยู่ ฉันงอแงตั้งแต่ตื่นนอนแล้วล่ะร้องไห้ตอนที่แม่จะกลับกรุงเทพแล้วด้วยตั้งแต่เช้ามืดเลย แต่พอได้เดินออกไปดูแปลงดอกกุหลาบกับมาอึมฉันก็อารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแต่มันน้อยใจแล้วห้ามน้ำตาไม่อยู่ก็ตอนที่ขอพี่อินทำงานนั่นแหละ ฉันรู้ว่าเขาเป็นห่วงไม่อยากให้ทำงานแต่ฉันอยากทำจริงๆนะ ฉันไม่อยากให้ใครมาว่าให้ฉันว่าเกาะใครกิน

“เราง่วงไหมพู่กัน” เสียงทุ้มนุ่มของพี่อินถามเมื่อเรากำลังก้าวเข้าไปในห้องนอนอย่างไม่เร่งรีบ ภายในห้องสว่างไปทั่วทุกมุมเพราะผ้าม่านผืนหนาถูกเปิดออกรับแสงแดดจากภายนอก

“ยังไม่ง่วงค่ะ พี่ง่วงหรือเปล่า” ฉันถามและก็เดินตามพี่อินไปมาทั่วห้องอย่างกับลูกลิงที่เกาะติดแม่ลิง

“พี่ไม่ง่วงครับ ทานผลไม้ก่อนดีกว่าป้าเอาขึ้นมาให้แล้ว” พี่อินบอกมาแบบนั้น ฉันได้แต่พยักหน้ารับ จังหวะที่พยักหน้า หน้าผากฉันก็สัมผัสกับแผ่นหลังกว้างเบาๆเพราะยังแบ็คฮักคนตัวโตอยู่

“ไปนั่งระเบียงไหม อากาศกำลังดีเลย” พี่อินเสนอ

“หึหึ เป็นอะไรทำไมอ้อนจังแอบงอนอะไรพี่หรือเปล่า” พี่อินถามฉันก็ได้แต่ส่ายหน้า กระทั่งร่างสูงเดินไปเปิดประตูบานเลื่อนและพาไปนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงระเบียง มือหน้าปลดมือฉันออกจากเอวจากนั้นเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะรั้งฉันเข้าไปนั่งทับตักเขาไว้

“ไหนบอกพี่ซิ งอนอะไรพี่ทำไมร้องไห้” พี่อินถาม มือข้างที่ว่างเขาก็ใช้ส้อมจิ้มที่ผลไม้มาป้อนถึงปาก

“ไม่ได้งอนแต่คุณเดือนจะมา” ฉันบอกเสียงอุบอิบ พรางกอดแขนไว้ซุกซบหน้าลงกับต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ จะว่าไปเขาทำงานอยู่ไร่แต่ทำไมผิวถึงได้ขาวแบบนี้ล่ะ

“คุณเดือน? เขาคือใครอ่ะ” พี่อินถามน้ำเสียงใสซื่อจนฉันหลุดขำออกมา

“คุณเดือนจะมาทุกเดือนเลยนะ แล้วพอคุณเดือนจะมาน้องพู่ก็จะเป็นแบบนี้” ฮื่อ! ไม่รู้เหมือนกันถึงได้แทนตัวเองว่าน้องพู่ แบบนี้มันน่าอายอยู่นะที่แทนตัวเองแบบนี้น่ะ

“อ๋อพี่เข้าใจแล้ว หึหึ อ้อนจังเลยนะ” พี่อินแซวเมื่อฉันกลิ้งหน้าไปมาบนท่อนแขนเย็นๆของเขา มันสบายอ่ะถ้าเปลี่ยนจากนั่งเป็นนอนคงสบายมากกว่านี้

“หึหึ เข้าไปข้างในเถอะ เหมือนฝนจะตกเลยล่ะ” พี่อินบอกก่อนจะยกจานผลไม้มาให้ฉันถือแล้วเขาก็อุ้มฉันเดินเข้าไปในห้องนอน ร่างสูงวางฉันนั่งลงบนเตียงเบาๆส่วนเขาก็เดินไปปิดประตูปิดม่าน ทั้งที่เปิดยังไม่ถึงชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ ฉันเอื้อมมือเอาจานไปวางที่โต๊ะข้างหัวเตียง เป็นจังหวะที่พี่อินเดินกลับเข้ามาที่เตียงนอนพร้อมกับแล็ปท็อป ร่างสูงนั่งพิงหัวเตียงกึ่งนั่งกึ่งนอนมือก็เลื่อนหน้าจอแล็ปท็อปไปมา

“พู่มาดูหนังกันมา” พี่อินเรียกแต่ฉันยังไม่ทันจะได้ตอบเขาก็รั้งฉันเข้าไปนั่งพิงหัวเตียงอยู่ข้างๆเขาแล้ว เขาเปิดหนังอะไรสักอย่างที่ฉันไม่ใส่ใจดูเพราะหลังจากดูได้ไม่ถึงสิบนาทีฉันก็เลื้อยไปนอนทาบทับกอดก่ายร่างสูงของพี่อินแล้ว คนตัวโตหัวเราะเบาๆก่อนจะเก็บแล็ปท็อปไว้แทน

“ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะเนี่ย” พี่อินยกมือลูบผมฉันไปมาอย่างอบอุ่น พรางมองฉันที่นอนซบเขาไปแล้วครึ่งตัว พี่อินขยับตัวนอนดีๆก่อนจะรั้งร่างฉันขึ้นไปนอนทับเขาทั้งร่าง ศีรษะฉันซบอยู่บนแผ่นอกกว้างตึงยามที่ร่างสูงหายใจเข้าออกผมสามารถสัมผัสเลยล่ะ

“หึหึ สบายไหม”

“พู่สบายแต่พี่จะเหนื่อย” ฉันบอกแล้วผละออกจากร่างสูง ทำเอาพี่อินมองอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน ด้วยความที่ฉันแสดงออกชัดเจนว่าชอบนอนซบเขาแต่จู่ๆก็ผละออกแบบนี้เป็นใครก็ต้องงงเหมือนกันนั่นแหละ

“ไม่เหนื่อยหรอก มานอนได้แล้วมา”

“ไม่เอา เดี๋ยวพี่เหนื่อย”

“พี่ไม่เหนื่อย ถ้างั้นพี่จะกอดเฉยๆก็ได้ ไม่กอดแน่นด้วยเอ้า”

“แต่...”

“ไม่แต่แล้วคนสวย พี่ง่วงอีกแล้วอ่ะมานอนได้แล้วนะอีกอย่างเรายังตัวอุ่นๆอยู่เลยนะมานอนพักได้แล้วถ้าไข้ไม่หายพี่จะพาไปหาหมอ”

“นอนแล้วค่ะ! ไข้หายแน่นอน” ฉันแทบจะพุ่งเข้าไปขดตัวอยู่ในอ้อมแขนพี่อินแทบจะทันทีเมื่อได้ยินว่าไปหาหมอ ฉันไม่ชอบเลยจริงๆนะกลิ่นโรงพยาบาลเสียงพยาบาลเสียงหมอคุยกันน่ะ

“นอนพักนะ แต่ถ้าตื่นแล้วจะไปไหนให้ปลุกพี่ก่อนเข้าใจไหม”

“เข้าใจค่าคุณลุง”

“บอกแล้วไงไม่เรียกลุง พี่รู้สึกแก่จริงๆนะพู่” คนตัวสูงเริ่มบอกเสียงเครียด

“ปีนี้เท่าไหร่แล้วอ่ะ”ฉันถามไปอย่างนึกสนุก เพราะเวลาเห็นสีหน้าที่กังวลของเขาเวลามีคนว่าเขาแก่หรือว่าฉันแซวเขาเองอายุ เขาจะกังวล ใบหน้ากังวลของเขานี่แหละที่ฉันชอบดูเพราะมันทำให้ฉันรู้ว่าเขาแคร์เรื่องของฉันกับเขามากแค่ไหน ที่จริงจากหน้าตาหุ่นหรืออะไรก็แล้วแต่เขาเหมือนเพิ่งจะยี่สิบสี่ยี่สิบห้าเองนะหน้าเด็กมากจริงๆไม่รู้เอาเวลาไหนไปดูแลตัวเอง

“ยี่สิบแปดครับ”

“แค่ยี่สิบแปดเองไม่แก่หรอก เพียงแต่พู่เด็กกว่าแล้วเราห่างกันหกปีแค่นั้นเอง” ฉันเงยหน้ามองคนที่กอดอยู่พรางยิ้มจนตาหยีให้เขาไป

“พู่กันอ่า” คนตัวสูงเริ่มทำหน้าหงอย จนฉันหลุดขำออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“ฮ่าๆๆๆ ถึงแก่ก็รักน่าอย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ”

“ฮะ? รักเหรอ?รักพี่ใช่ไหม”

“...” เอ่อ หลุดปากบอกเขาไปได้ไงเนี่ย น่าอายจริงๆ!

“รักนะ พี่ก็รักเราพู่กัน”

พูดจบริมฝีปากร้อนก็แนบลงมายังริมฝีปากฉันก่อนจะกดจูบเคล้าคลึงเบาๆอย่างเนิ่นนาน จูบนี้เป็นของขวัญที่เขาจะตอบแทนคำว่ารักหรือเปล่านะ ทำไมจูบนี้มันถึงได้หวานแอบอุ่นขนาดนี้...


==================----------------------====================


ประกาศนะคะ

ขอประกาศงดอัพนิยายค่ะ เพราะอีกหนึ่งสัปดาห์จะสอบมิดเทอมแล้ว ช่วงนี้งานก็เยอะค่ะ จึงขอแจ้งแก่รีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนว่า นาจะขอหยุดอัพนิยายสักพักและจะกลับมาอัพอีกทีในวันที่ 10 ตุลาคม 2560

ขอบคุณที่คอยติดตามและคอยให้กำลังใจนะคะ

nanaกะหอยทาก


ความคิดเห็น