facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 การพบกันอีกครั้ง...(สุดแสนจะประทับใจ) II

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 การพบกันอีกครั้ง...(สุดแสนจะประทับใจ) II

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2560 13:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 การพบกันอีกครั้ง...(สุดแสนจะประทับใจ) II
แบบอักษร

9

การพบกันอีกครั้ง...(สุดแสนจะประทับใจ) II

“อย่าให้ฉันรอดไปได้ก็แล้วกัน คุณได้ชดใช้แน่”

“ผมรอชดใช้จนตัวสั่นเลยละ” ชายหนุ่มพูดทีเล่นทีจริง แม้จะอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงตายก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้มาเฟียหนุ่มผู้โชกโชนในเกมสังหารหวาดหวั่นแต่อย่างใด

“ฉันน่าจะฆ่าแกตั้งแต่ต้น” คนรู้ตัวว่าหลงกลเริ่มพาล

“นั่นคือสิ่งที่แกพลาดอย่างมหันต์ในชีวิต”

“หึ แต่ก็ใช่ว่าฉันจะฆ่าแกตอนนี้ไม่ได้” ชายฉกรรจ์ยิ้มเหี้ยมพร้อมกับยกปืนที่จี้เอวนิคาโอมาตลอดมาจ่อที่หัวชายหนุ่ม

ปัง!

“กรี๊ด!” เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดของหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวเมื่อคนร้ายพูดจบประโยค แต่กระสุนปืนไม่ได้เจาะเข้าร่างกายสมบูรณ์ของมาเฟียหนุ่ม ทว่ากลับเจาะเข้าที่กะโหลกของสารถีแทนจนรถเสียหลักพุ่งลงข้างทาง

“ถ้าจะฆ่าใครก็อย่าพล่ามมาก เดี๋ยวจะถูกฆ่าแทน” ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก ก่อนจะบังคับมือคนร้ายให้หันไปยังลูกน้องปลายแถวอีกคนที่กำลังเล็งปืนมาทางเขา

ปัง!

“ทีนี้ก็เหลือแกกับฉันแล้วนะ” ชายหนุ่มส่งยิ้มไปให้ แน่นอนว่าคนได้รับย่อมรู้ชะตากรรมตัวเองดี “เปิดประตูแล้วลงไปซะ”

นิคาโอแย่งปืนจากมือคนร้ายได้สำเร็จ และยกขึ้นจ่อหัวอย่างที่มันเคยทำกับตนอย่างไม่ให้เสียเปรียบ

“มันรู้สึกดีแบบนี้เองสินะ พวกโจรถึงชอบเอาปืนจี้หัว” ชายหนุ่มพูดขณะทั้งสามลงมายืนข้างรถหรูที่เสียหลักลงข้างทาง

“อยากฆ่าก็รีบๆ ฆ่า อย่ามัวมาพล่าม” ผู้ถูกกุมชะตากรรมเอ่ยขึ้นอย่างมีอารมณ์ เพราะรู้ว่าตัวเองมีโอกาสรอดน้อยมาก ก่อนจะพูดต่อ “เพราะฉันไม่มีอะไรบอกแกทั้งนั้น”

“หึ ฉันไม่ได้ต้องการอะไรจากแกมากนักหรอก แค่อยากรู้ชื่อเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มถามคำถามเดิมอีกครั้ง

“แล้วมันสำคัญตรงไหนกับการที่แกจะรู้หรือไม่รู้จักชื่อฉัน” คนถูกถามชื่อเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะไม่รู้ว่าชื่อของตนเองมีความสำคัญยังไงกับอีกฝ่าย ก่อนจะได้รับคำตอบที่สงสัยจากคนถาม

“แกจะเป็นคนแรกที่ฉันยอมปล่อยไปง่ายๆ แทนที่จะยิงหัวทิ้ง” ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างเจ้าเล่ห์ ทว่ารอยยิ้มนี้ยิ่งทำให้คนที่จะถูกปล่อยตัวง่ายๆ งงหนักไปยิ่งกว่าเดิม

“ฉันไม่เข้าใจ” คนร้ายถามออกไปอย่างที่ใจคิด

“ฉันแค่อยากทำความรู้จักกับแก” นิคาโอลดปืนลง

คนถูกถามชื่อยังคงลังเลที่จะบอกเนื่องจากยังไม่เข้าใจ และหวาดกลัวว่ามาเฟียตัวร้ายจะตามไปเก็บตนทีหลัง แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจได้

“สตีฟ”

“ฝากบอกนายแกด้วยนะสตีฟ” ชายหนุ่มเว้นจังหวะการพูดลง “ถ้าคิดจะลอบกัดคนอย่างฉันก็เอาให้อยู่หมัด อย่าปล่อยให้ฉันได้มายืนส่งสารแบบนี้ ไม่งั้นคนที่จะเป็นศพไม่ใช่ฉัน แต่จะเป็นนายของแก”

“คุณจะปล่อยผมไปจริงๆ?” สตีฟเปลี่ยนสรรพนามเรียกใหม่ และถามเพื่อยืนยันคำตอบ

“ฉันใจดีใช่ไหมล่ะ” นิคาโอไม่ตอบทว่าถามกลับ พร้อมกับยกมือห้ามลูกน้องของตนที่ลงมาจากรถ ซึ่งกำลังยกปืนขึ้นเล็งไปที่สตีฟ

“คุณต้องการอะไร”

“หึ เป็นสายให้ฉันสิ ฉันรู้ว่านายไม่อยากทำงานกับมันหรอก เพียงแต่มีเหตุผลจำเป็นเท่านั้น”

มาเฟียหนุ่มพูดเหมือนกับตาเห็น ดูจากปฏิกิริยาของสตีฟแล้วชายหนุ่มคิดว่าตนเองเดาถูก เขาเคยดูใครผิดเสียที่ไหนล่ะ

“คุณเอาอะไรมาพูด!” สตีฟถามด้วยความตกใจที่อีกฝ่ายรู้เรื่องของตน

“เอาไปคิดดูให้ดีว่านายอยากอยู่ฝั่งใคร คิดได้เมื่อไหร่ก็มาหาฉัน” นิคาโอพูดจบก็ยกปืนขึ้นยิงไปที่แขนของชายหนุ่มหนึ่งนัดพอให้ถากๆ

“เอาไว้เป็นข้ออ้างไปแก้ตัวกับนายแกก็แล้วกัน”

หลังจากนิคาโอพูดจบ สตีฟก็พาร่างกายที่ชุ่มเลือดวิ่งหลบออกไปอย่างรวดเร็ว กลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ

“นายไม่น่าปล่อยมันไป” มือขวาที่พ่วงตำแหน่งเลขาฯ อีกตำแหน่งเป็นงานเสริมเอ่ยขึ้นอย่างขัดใจ พร้อมกับเดินเข้ามาหาเจ้านายอย่างเป็นห่วง

“ฉันมั่นใจว่ามองคนไม่ผิดแน่” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ เพราะถ้าเป็นคนอื่นคงยิงเขาทิ้งตั้งแต่อยู่สนามบินแล้ว แต่สตีฟกลับพาเขาขึ้นรถกลับไปหานายตนเอง ทั้งที่ได้รับคำสั่งให้ฆ่าเขาทิ้งซะ

ถ้าถามว่าเขารู้ได้อย่างไรก็ดูจากที่พวกมือปืนซุ่มยิงเหล่านั้นพากันรัวกระสุนใส่อย่างไม่คิดปรานี แต่ก็พลาดที่เขารอดมาได้

ในแววตาของสตีฟมีบางอย่างซ่อนอยู่ ชายหนุ่มไม่ใช่คนขี้ขลาด เพียงแต่เขาไม่อยากทำเท่านั้น ถ้าได้คนซื่อสัตย์แบบนั้นมาทำงานด้วยคงดีไม่น้อย

ถึงแม้เขาจะฆ่าสตีฟหรือปล่อยตัวไปก็ไม่ได้มีผลดีหรือผลเสียใดๆ เพราะเขารู้ตัวการใหญ่อยู่แล้ว ยิ่งถ้าหากสตีฟรับข้อเสนอของเขา งานนี้ถือว่าคุ้มที่ยอมปล่อยตัวศัตรูไป

“ถ้านายถูกตลบหลังขึ้นมาจะแย่เอานะครับ” ไมลีย์เอ่ยเตือน นิคาโอเองก็เหมือนน้องชายแท้ๆ ของเขา ถ้าปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอะไรขึ้นมา เขาคงรู้สึกผิดกับนายใหญ่ไปจนวันตาย

ไมลีย์ได้แต่โทษตัวเองที่ทำงานสะเพร่าจนเกือบทำให้นิคาโอตกอยู่ในอันตราย ถ้าชายหนุ่มไม่เปิดจีพีเอสติดตามตัวไว้ก็ไม่รู้ว่าเขาจะตามมาช่วยเจ้านายได้ทันหรือไม่ ประกอบกับไหวพริบอันชาญฉลาดของมาเฟียหนุ่มทำให้ทั้งหมดปลอดภัย รวมถึงหญิงสาวที่ติดร่างแหมาด้วย

เมื่อพูดถึงสาวผู้โชคร้ายนางนั้น ไมลีย์จึงหันไปหาเพื่อกล่าวขออภัย แต่ทันทีที่เห็นหน้าหญิงสาวชัด ชายหนุ่มถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ

“นายหญิง...” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบา ทว่าหญิงสาวคนเดียวกลับได้ยินชัดเจน เนื่องจากกำลังพินิจมองอีกฝ่ายอย่างคลับคล้ายคลับคลาอยู่เช่นกัน เมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายเรียกจึงนึกออกว่าเคยเจอเขาที่ไหน

“คุณ...” ใช่...เธอเคยเจอเขาที่ประเทศไทยเมื่อคราวนั้น

“นายรู้จักเธอ?” นิคาโอเอ่ยถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นท่าทางของลูกน้องยามพบหน้าหญิงสาวที่ติดร่างแหมากับเขา แถมเจ้าหล่อนยังดูเหมือนรู้จักมือขวาของเขาอีกต่างหาก

“เปล่าครับนาย” ไมลีย์บอกอย่างสงบนิ่งตามบุคลิก ซึ่งเจ้านายหนุ่มก็ไม่ได้ติดใจอะไร แน่นอนว่าเขารู้จักผู้หญิงตรงหน้า ไม่ใช่แค่เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดนายน้อย แต่เขาตามสืบเรื่องเธอจนรู้จักดียิ่งกว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของลูกเสียอีก

“งั้นก็กลับ ฉันมีเรื่องต้องจัดการ” ชายหนุ่มพูดจบก็เตรียมเดินขึ้นรถที่ลูกน้องเปิดประตูรออยู่ ทว่าแม่คนหน้าหวานกลับไม่ยอมเดินตามมาเสียนี่ “ต้องรอให้ปูพรหมแดงก่อนรึไง”

นิรดามองหน้าคนพูดประชดประชันด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ยังไม่ยอมขยับไปไหน

“ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง” ชายหนุ่มว่าอีกครั้งและเดินขึ้นรถไปก่อน โดยไม่สนใจคนท่ามากอีกต่อไป

“ไปขึ้นรถเถอะครับ” ไมลีย์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เอ่ยขึ้นพร้อมกับอธิบายให้หญิงสาวเข้าใจในสถานการณ์

“อาจจะมีพวกมันซุ่มอยู่แถวนี้ เราจะเป็นอันตรายนะครับ”

“ก็ได้ค่ะ” นิรดารับคำในที่สุด

หญิงสาวยังไม่เดินไปขึ้นรถ เพราะไม่แน่ใจว่านิคาโอจะให้เธอติดรถไปด้วยหรือไม่ เนื่องจากต่างฝ่ายต่างไม่รู้จักกัน ยิ่งความโหดร้ายของเขาที่เห็นเมื่อครู่ก็ทำให้ไม่กล้าไว้ใจใคร แต่เมื่อไม่มีทางเลือกก็จำต้องขึ้นรถไปตามคำแนะนำของไมลีย์

หลังจากนิรดาเดินตามขึ้นไปนั่งบนรถ ขบวนรถหรูก็เคลื่อนที่ออกไปจากตรงนี้ทันที ปล่อยให้ลูกน้องบางส่วนรอเคลียร์พื้นที่และพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ยินเสียงเปิดไซเรนฉุกเฉินมาแต่ไกล เนื่องจากมาเฟียหนุ่มไม่อยากเป็นข่าว

“ไมเคิลมันติดต่อมาบ้างไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามไมลีย์ที่นั่งอยู่ข้างคนขับเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“ยังครับนาย”

ทันทีที่ได้คำตอบที่ต้องการ นิคาโอก็หยิบโทรศัพท์เครื่องเล็กของตนขึ้นมาต่อสายหาไมเคิลทันที แต่ตาคมเหลือบเห็นสายตาของคนข้างกายที่ทำหน้ายักษ์ใส่เขา เพียงเพราะเห็นเครื่องมือสื่อสารของเขา

“แกอยู่ไหนไมเคิล” ทันทีที่ปลายสายรับ เจ้านายก็ถามสิ่งที่อยากรู้ทันทีอย่างไม่ยอมให้เสียเวลา

“อยู่สนามแข่งครับนาย” ไมเคิลตอบเสียงดังเพราะรถในสนามกำลังแข่งขันกันอย่างสุดมัน ทำให้มีเสียงรบกวน ซึ่งทำให้คนที่นั่งข้างเลขาฯ หนุ่มพลอยสุขใจไปด้วยที่บิดาเป็นห่วง

“กินข้าวรึยัง” นิคาโอถามอย่างไม่เจาะจงว่าหมายถึงใคร

คนปลายสายรู้ดีว่าเจ้านายหมายถึงใคร แน่นอนว่านิคาโอคงไม่มาถามว่าลูกน้องเช่นเขากินข้าวแล้วรึยัง ถ้าไม่ใช่ใครบางคนที่เจ้านายคอยกันให้ออกห่างจากตัว แต่กลับยิ่งทำให้ทั้งสองอยู่ใกล้กันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

“ยังเลยครับ” เลขาฯ ผู้รู้งานตอบกลับเสียงกลั้วหัวเราะ

“นี่มันเที่ยงแล้วนะไมเคิล” คนมาดเข้มกดเสียงต่ำ ซึ่งไมเคิลก็เข้าใจดี

“แต่นายน้อยบอกยังไม่หิวนี่ครับ” เลขาฯ หนุ่มรีบแก้ตัว เมื่อมาเฟียหนุ่มเริ่มคำรามเสียงต่ำแล้ว ‘ห่วงเขาก็พูดมาเถอะเจ้านาย’ลูกน้องหนุ่มได้แต่คิดในใจอย่างรู้ทันความท่ามากของนิคาโอ

“อย่าให้ฉันต้องพูดเป็นครั้งที่สอง”

ชายหนุ่มพูดจบก็ตัดสายทิ้งด้วยความไม่พอใจเท่าไร เมื่อคิดถึงใบหน้าหวานของหนุ่มลูกครึ่งที่คอยวนเวียนอยู่ในหัวของเขาตลอดเวลา ยิ่งเมื่อเจอเหตุการณ์เมื่อครู่เขายิ่งคิดถึงหนุ่มน้อยเข้าไปใหญ่

“ท่าจะบ้าแล้วแกนิค” ชายหนุ่มบ่นความคิดไม่เข้าท่านี้ของตัวเอง

ไมลีย์มองเจ้านายหนุ่มที่เปรียบเสมือนน้องชายผ่านกระจกมองหลังแล้วได้แต่อมยิ้มขำ นิคาโอไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองแปลกไปตั้งแต่เจอกับเด็กหนุ่มลูกครึ่งที่สำนักงานใหญ่ เขาคิดถูกแล้วที่ยอมทำตามแผนการของนายใหญ่ แม้จะมีโอกาสสำเร็จอยู่น้อยนิด แต่เมื่อเห็นอาการ ‘เป็นเอามาก’ ของนิคาโอก็พลอยมีหวังขึ้นมา

ยิ่งเมื่อผู้หญิงร่างบางที่นั่งข้างกายมาเฟียหนุ่มตอนนี้มาอยู่ที่นี่ด้วยแล้ว ดูเหมือนว่านายใหญ่ทั้งสองจะไม่ได้แค่เพียงหลานชายเท่านั้น แต่เหมือนจะได้สะใภ้ของคิงส์ตันมาด้วย

แน่นอนว่านิคาโอจำนิรดาไม่ได้ ดูจากท่าทางของเจ้าตัว แต่อาการที่กุมมือเล็กของหญิงสาวไว้ไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งเหตุการณ์สงบลง ก็ทำให้แอบลุ้นว่าพวกเขาจะมีนายหญิงเป็นตัวเป็นตนเสียที แถมยังเป็นคนเดียวกันกับแม่ของลูกของเจ้านายอีกต่างหาก

นิคาโออาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองแสดงความอ่อนโยนออกมาจนคนภายนอกรู้สึกได้ โดยเฉพาะลูกน้องที่ทำงานด้วยกันมาหลายปี เมื่อเห็นอาการของผู้เป็นนาย ทุกคนต่างก็แปลกใจ เพราะมาเฟียหนุ่มไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะถูกลูกหลง ซึ่งมีสาเหตุมาจากตัวเขาเองก็ตาม และผู้เป็นนายก็ปกป้องเธอ

‘ถ้านายรู้ว่าคุณนิรดาเป็นแม่ของนายน้อย นายจะรู้สึกยังไง’

ไมลีย์ได้แต่คิดในใจ ก่อนจะสลัดเรื่องของหญิงสาวทิ้งไป เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้มีความสำคัญไม่แตกต่างกัน เพราะมีคนต้องการฆ่านิคาโอ ซึ่งตัวคนร้ายเป็นใครก็พอจะเดาออก

วันนี้นิคาโอต้องเดินทางไปฝรั่งเศส เพื่อทำสัญญาร่วมทุนกับ รอสส์ โอลิเวียรา ทาดิโอ นักธุรกิจชาวฝรั่งเศส เพื่อนสนิทของนิคาโอ ในการร่วมทุนสร้างกาสิโนบนเรือสำราญครบวงจร ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้าน และคนที่ไม่อยากให้การร่วมทุนครั้งนี้สำเร็จก็คงไม่พ้นคนที่เสียผลประโยชน์จากการเซ็นสัญญาครั้งนี้

“คุณไปส่งฉันที่สนามบินที่เราเจอกันก็ได้ค่ะ” หญิงสาวพูดขึ้นขณะที่รถทั้งคันเงียบสนิท

เมื่อไม่รู้ว่าเขาจะพาตนไปไหน อย่างน้อยเริ่มต้นที่สนามบินก็คงไม่เลวเท่าไร แล้วค่อยโทรศัพท์ให้เพื่อนสาวมารับ โดยหญิงสาวลืมคิดไปว่าเครื่องมือสื่อสารของตนพังยับเยินหมดแล้ว

“ฝันไปเถอะ!”

ชายหนุ่มตอบกลับรวดเร็วอย่างยั้งปากไม่ทัน แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็พูดไปแล้ว ทั้งที่ไม่เข้าใจตัวเองด้วยซ้ำว่าทำไมต้องห้ามเธอ

“แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉันนะ” หญิงสาวเถียงกลับทันควัน

“ก็ลองดูว่าคุณจะใช้ชีวิตให้รอดในโรมได้ยังไงถ้าคุณไม่มีไอ้นี่” นิคาโอชูกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กของหญิงสาวขึ้นพร้อมกับยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเล่ห์

“คุณอย่าบอก...ไม่นะ!”

ยังไม่ทันที่จะถามจบประโยคดี กระเป๋าสะพายใบสวยก็ปลิวไปกับสายลมเรียบร้อย เมื่อคนขี้ขโมยคนเดิมโยนกระเป๋าเธอทิ้งไปอย่างไม่แยแส

“คุณรู้ไหมในกระเป๋าฉันมีอะไร!” หญิงสาวถามอย่างเดือดดาล เพราะเอกสารสำคัญรวมทั้งกระเป๋าสตางค์ที่จะทำให้เธอมีชีวิตรอดอยู่ในโรมถูกทิ้งไปแล้วด้วยน้ำมือคนใจทรามขี้ขโมย

“ขโมยมือถือฉันอย่างเดียวไม่พอใช่ไหมฮะ!”

คนถูกขึ้นเสียงใส่ไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด ยังคงผิวปากอย่างมีความสุข นั่นทำให้หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวถึงกับอยากจะหักคอตัวต้นเหตุให้ตายคามือนัก จะสั่งให้ลูกน้องเขากลับไปเอาก็คงไม่มีทางเป็นไปได้

“นายจะไปไหนต่อครับ” ไมลีย์เอ่ยถาม เมื่อสงครามดูท่าจะสงบลง เขาไม่เข้าใจเจ้านายว่าจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ แต่เมื่อเห็นแววตาของนิคาโอก็พอจะเดาได้ เพราะเขาเคยมองนิรดาด้วยสายตาแบบนี้เมื่อสิบกว่าปีก่อน สายตาที่อยากได้แล้วต้องได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ไม่เกี่ยง

“กลับเพนต์เฮาส์” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเฉียบขาด แน่นอนว่าเพื่อบอกคนข้างกายว่าไม่มีทางไปส่งเธอที่สนามบินอย่างที่ต้องการ แต่นิคาโอกลับลืมบางอย่างไป

“กลับเพนต์เฮาส์หรือครับนาย” ไมลีย์ใบ้ให้ ซึ่งนิคาโอเองก็เข้าใจ

“อ้อ...ไปสำนักงานใหญ่”

ชายหนุ่มเปลี่ยนคำสั่งอีกครั้ง เพราะที่เพนต์เฮาส์มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญอยู่ ขืนพาแม่คนหน้าหวานไปที่นั่นคงไม่เป็นผลดีเท่าไร ที่สำนักงานใหญ่ก็ไม่เลว เพราะมีห้องหับเพียบพร้อม

“ครับนาย” ผู้เป็นสารถีตอบรับ ก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังจุดหมายที่ผู้เป็นนายต้องการ

============================================================================


ใครที่สนใจอยากได้ "คุณพ่อมาเฟีย...ที่รัก" 

ไว้ในครอบครอง สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไปค่ะ

ถ้าไม่เจอในชั้นวางสามารถสอบถามพนักงานร้านได้นะคะ 

หรือจะไปซื้อที่งานหนังสือเดือนตุลาก็ไม่ว่ากันจ้า


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว