email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 องค์ไท่จื่อแห่งแคว้นเหลียง

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 องค์ไท่จื่อแห่งแคว้นเหลียง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2561 08:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 องค์ไท่จื่อแห่งแคว้นเหลียง
แบบอักษร

ตอนที่ 4

องค์ไท่จื่อแห่งแคว้นเหลียง

กงหยางเฟยอวี่ "แค่เพียงรอยยิ้มกับความสุขของเจ้าก็คุ้มค่ากับทุกสิ่งที่พี่ทำ"

@@@@@@



"เป้ยเออร์ถวายพระพรไท่จื่อเพคะ" อองตองย่อตัวถวายความเคารพองค์รัชทายาทของแคว้นแบบเต็มพิธีการ

กงหยางเฟยอวี่หมุนพระวรกายกลับมาเมื่อได้ยินเสียงถวายพระพรที่คุ้นเคย

"ลุกขึ้นเถิดเป้ยเออร์พี่บอกเจ้าแล้วใช่หรือไม่ว่าเมื่ออยู่ตามลำพังให้เรียกพี่เฟยอวี่เช่นที่เคยเรียก" ตรัสจบพระหัตถ์หนาก็ยื่นมาประคองไหล่บางให้ลุกขึ้นช้าๆ

"ขอบพระทัยเพคะ" อองตองย่อตัวลงอีกครั้งก่อนจะช้อนดวงตาดอกท้อขึ้นมองร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า

คุณพระ!

ให้ตายเถอะผู้ชายหน้าตาธรรมดาในโลกใบนี้ไม่มีหรือยังไง! องค์ชายบ้ากามนั่นว่าหล่อแล้ว แต่องค์รัชทายาทกงหยางเฟยอวี่กลับหล่อกว่า แม้ทั้งสองพระองค์จะมีพระพักตร์คล้ายคลึงกันมากแต่หากจะให้เทียบกันแล้วองค์ไท่จื่อหล่อเหลากว่าถึงสองส่วน ดวงเนตรมังกรสีดำสนิท มองแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นแตกต่างจากดวงเนตรสีเทาเชิดรั้นที่แสนเย็นชาขององค์ชายสาม  พระพักตร์เรียวยาวได้รูปลงตัวอย่างยิ่งกับนาสิกโด่งสวย ริมพระโอษฐ์ขององค์ไท่จื่อมิได้เรียวบาง แต่กลับอวบอิ่มแดงระเรื่อ ยิ่งแย้มสรวลยิ่งแลดูยั่วยวนจนใจสั่น

สวรรค์!ท่านลำเอียงกับบุรุษผู้นี้มากเกินไปแล้ว

โอย...เจ๊อยากกระชากแกมาถามจริงๆยัยหลิงเป่าเป้ย แกมีของดีอยู่ข้างตัวขนาดเนี๊ยแต่กลับไปมีรักแรกพบกับผู้ชายคนอื่นโธ่! ยัยงั่...เอิ่มยัยสวยแต่หน้า สมองเม็ดแตง พลาดแล้วเนี่ย แม่อยากด่าให้เปิงจริงๆ ยัย ฿&@&&+@##$&^%฿&@&&+@##$&^%฿ พยาบาลสาวอดค่อนขอดเจ้าของร่างเดิมในใจไม่ได้

"นั่งคุยกันเถิดเป้ยเออร์ ยืนอยู่เช่นนั้นไม่เมื่อยบ้างรึ?" องค์ไท่จื่ตรัสขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใส ร่างสูงเสด็จไปประทับยังเก้าอี้รับแขกที่สาวใช้พึ่งนำน้ำชาและของว่างหอมกรุ่นมาวางไว้ บัดนี้ทั้งห้องมีเหลือเพียงองค์ไท่จื่อและหลิงเป่าเป้ยเพราะองค์ไท่จื่อมีรับสั่งให้บรรดาสาวใช้ทั้งหมดรั้งอยู่ด้านนอก พระองค์มีพระประสงค์จะพูดคุยกับหลิงเป่าเป้ยตามลำพังเท่านั้น!

แม้จะดูไม่เหมาะสมนักแต่สาวใช้อย่างพวกนางรึจะหาญกล้าทักท้วง ผู้ใดในแคว้นเหลียงจะไม่รู้ว่าไท่จื่อพระองค์นี้มอบรอยยิ้มอบอุ่นใจดีให้เพียงคุณหนูของพวกนางเท่านั้นสตรีอื่นสำหรับพระองค์แทบไม่อยู่ในสายพระเนตร แม้จะไม่เย็นชาจนยากจะเข้าใกล้เช่นองค์ชายสามแต่ก็ไม่มีสตรีใดหาญกล้าทำตัวสนิทสนมกับองค์ไท่จื่อเช่นกัน!

“พระสุธารสชาเพคะ”

“หือ...พี่บอกเจ้าว่าอย่างไรนะ?”

“น้ำชาเพคะพี่เฟยอวี่” หลิงเป่าเป้ยคนใหม่อมยิ้มก่อนจะเทน้ำชาถวาย ดวงตาดอกท้อจ้องมองการจิบพระสุธารสชาของบุรุษตรงหน้าด้วยท่าทีเพ้อฝัน

อา...ท่าทางสูงส่งของสายเลือดมังกรดูดีแบบนี้นี่เอง แล้วยังปากสีแดงระเรื่อดูอวบอิ่มนั่นอีกแตะขอบถ้วยทีนี่แบบ....ฟิน! โอ้ย! แม่ขาหนูขอเป็นของไท่จื่อแทนได้มั้ยคะ ฮือๆหนูเสียดายพี่เค้าแทบบ้าแล้ว! ยัยหลิงเป่าเป้ยนะยังหลิงเป่าเป้ยแกทำเอาเจ๊อดฟิน!

“เป้ยเออร์ มองพี่อย่างนั้นด้วยเหตุใด หน้าพี่มีอะไรติดอยู่อย่างนั้นรึ?”

มีคำว่า น่ากิน ติดอยู่ไงเพคะ เอ้ย! อองตองตั้งสติ ตั้งสติ! ร่างบางป้องกันตนเองจากออร่าของบุรุษตรงหน้าตรงหน้าก่อนจะทูลตอบแก้เก้อด้วยน้ำเสียงสดใส

"ไม่มีสิ่งใดติดอยู่เพคะ ออง...เป้ยเออร์เพียงสงสัย เหตุใดพี่เฟยอวี่จึงเร่งมาหาโดยไม่ส่งผู้ใดมาแจ้งล่วงหน้าเล่าเพคะ"

"องครักษ์ของพี่รายงานมาว่าเมื่อชั่วยามก่อนเทียนเออร์บันดาลโทสะพังตำหนักของตัวเองกว่าครึ่ง บรรดาองครักษ์ที่เข้าห้ามปรามล้วนบาดเจ็บกันหมด ไม่รู้ไปมีโทสะมากมายเพราะเรื่องอันใด เจ้าพอจะรู้บ้างรึไม่เป้ยเออร์?"

มือเรียวเล็กที่ยกชาขึ้นจิบสั่นระริกร่างบางพยายามควบคุมอาการตนเองก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยไม่บ่งบอกอารมณ์

"เป้ยเออร์จะไปทราบว่าองค์ชายสามมีโทสะด้วยเรื่องใดได้อย่างไรเพคะ อย่างที่ทรงรู้แม้แต่หน้าของเป้ยเออร์เกรงว่าพระองค์คงไม่อยากมอง"  อองตองเฉตอบพร้อมยกชาขึ้นจิบ

"เทียนเออร์เริ่มมีโทสะตั้งแต่กลับจาก‘เหลียงฮวากวาน’ รู้หรือไม่?”

“เหลียงฮวากวาน?” คือที่ไหนหว่า...

“โรงเตี๊ยมที่เจ้าได้นัดพบกับเทียนเออร์ตั้งแต่ยามซวี(19.00-20.59น.)นั่นอย่างไร!"

พรวด!!

“แคกๆๆ” หลิงเป่าเป้ยคนใหม่สำลักน้ำชาชั้นเลิศที่กำลังละเลียดชิมอยู่

"เอ่อคือ...คือว่าเป้ยเออร์ไม่ทราบจริงๆ เพคะ เมื่อคืนเป้ยเออร์เพียงต้องการบอกลาก่อนออกเดินทางไปแคว้นเกา ทูลลาเพียงครู่ ก็เดินทางกลับ" อองตองพูดปดออกไปได้อย่างลื่นไหลนึกขอบคุณวิชาชีพเดิมที่ทำให้เธอสามารถควบคุมอารมณ์และการแสดงออกของเธอได้เป็นอย่างดี

"อืม...เช่นนั้นคงเป็นด้วยเหตุอื่น แต่จะด้วยเหตุใดนั้นยังไม่ชัดแจ้งเพราะแต่องครักษ์รายงานว่าเทียนเออร์ไม่ได้ออกจากเหลียงฮวากวานเลยตั้งแต่เมื่อวาน เขาพักอยู่ที่นั่นจนกระทั่งยามซื่อ(09.00-10.59น.)ของวันนี้"

"คงเป็นเช่นนั้นเพคะ" เธอกล่าวคล้อยตามความคิดขององค์ไท่จื่อ แต่คิดแล้วก็ให้ตกใจ หลิงเป่าเป้ยางแผนแทบตายเพื่อปกปิดเรื่องการเชื้อเชิญให้เป็นความลับแต่องครักษ์เงาขององค์ไท่จื่อกลับรู้ได้อย่างง่ายดาย น่ากลัวเกินไปแล้ว!

"นอกจากเรื่องเทียนเออร์ พี่ก็มีเรื่องอยากถามเจ้าด้วย”

“เพคะ”

“เจ้าตัดสินใจแน่แล้วหรือที่จะเดินทางไปแคว้นเกา?”

“เพคะ เป้ยเออร์ตัดสินใจแน่แล้ว” ขอโทษนะหลิงเป่าเป้ยเจ๊อยากหนีไปจากที่นี่ตอนนี้ เจ๊คงทำตามที่เธอต้องการไม่ได้ อองตองกล่าวกับเจ้าของร่างในใจสำหรับหลิงเป่าเป้ยคนเก่าการเดินทางไปศึกษาต่อเป็นเพียงข้ออ้าง การรวบหัวรวบหางองค์ชายสามแล้วเข้าพิธีอภิเษกต่างหากคือเป้าหมายที่หลิงเป่าเป้ยต้องการ แต่สำหรับเธอแล้วข้ออ้างที่เจ้าของร่างวางไว้กลับสร้างประโยชน์ให้เธอมิใช่น้อย ทำให้เธอมีเวลาปรับตัว ทำใจยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นแบบกะทันหัน แม้การหนีจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดแต่ตอนนี้ก็เป็นทางออกที่ง่ายที่สุด!

“ช่วงนี้ชนกลุ่มน้อยก่อความวุ่นวายเป็นระยะ สร้างความเดือดร้อนให้ทหารทั้งสองแคว้นต้องวุ่นวายอยู่ไม่น้อย  เดินทางยามนี้พี่เป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้านัก"

อองตองยิ้มหวานให้กับความห่วงใยของบุรุษตรงหน้า เธอสัมผัสถึงความรักและความห่วงใยที่เขามีให้กับเจ้าของร่างด้วยความจริงใจ

"ขอบพระทัยพี่เฟยอวี่ที่ทรงเป็นห่วง ขออย่าได้กังวลสิ่งใดเลยเพคะ ชายแดนทางเหนือมีกองทัพใหญ่แคว้นเหลียงที่แข็งแกร่งและทรงอานุภาพอีกทั้งยังมีท่านแม่ทัพใหญ่เป็นผู้บัญชาการ เป้ยเออร์เชื่อว่าพวกชนกลุ่มน้อยคงมิหาญกล้าเข้ามาย่ำกรายแน่นอนเพคะ”

“แล้วระหว่างการเดินทางเล่า?”

“ระหว่างการเดินทางจากที่นี่ไปยังชายแดนยิ่งไม่ต้องเป็นห่วงใหญ่เลยเพคะ รองแม่ทัพมู่หรงจะเป็นผู้เดินทางไปส่งเป้ยเออร์ถึงที่หมายด้วยตนเอง ชุนชุนไม่มีทางยอมให้มดหรือแมลงมาวุ่นวายกับเป้ยเออร์อย่างแน่นอน สุนัขบ้าผู้นั้นห่วงเป้ยเออร์ไม่ด้อยไปกว่าผู้ใด”

ชั่วขณะที่นางกล่าวถึงรองแม่ทัพหลวงมู่หรงด้วยรอยยิ้มและความสุข พระพักตร์ขององค์รัชทายาทก็เริ่มขึ้นสีดำคล้ำ เหตุใดพระองค์จะไม่รู้ว่ารองแม่ทัพผู้นี้คิดอะไรกับหลิงเป่าเป้ย บุรุษผู้นั้นอาศัยความเป็นเพื่อนสนิทคอยดูแลวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ทำตัวน่าละอายเฉกเช่นผู้ใดเล่า ก็พระองค์นี่อย่างไร! เป็นถึงองค์รัชทายาทของแคว้นเพียงปรารถนาในตัวสตรีโง่งมนางหนึ่งแต่กลับไม่กล้าบอก อาศัยแค่ความสนิทสนมในฐานะพี่น้องคอยวนเวียนอยู่ข้างตัวนาง

แต่จะให้พระองค์ทำอย่างไรได้ ความสุขทั้งหมดของพระองค์คือการได้อยู่เคียงข้างนาง! องค์ไท่จื่อแย้มสรวลให้กับเสียงหัวเราะสดใส พระหัตถ์หนาวางลงบนศีรษะเล็กพร้อมก้มลงตรัสกับนาง

“อย่างไรพี่ก็ยังห่วง”

“เป้ยเออร์ทราบดีเพคะ ไม่รู้จะขอบพระทัยพี่เฟยอวี่ได้อย่างไร”

"เป้ยเออร์ อย่าได้กล่าวคำขอบคุณ แค่เพียงรอยยิ้มกับความสุขของเจ้าก็คุ้มค่ากับทุกสิ่งที่พี่ทำแล้ว"

ร่างบางถึงกับนิ่งไป เธอทราบซึ้งกับถ้อยดำรัสและการกระทำที่แสดงถึงความรักความห่วงใยของบุรุษผู้นี้ ภายในใจรู้สึกตื้นตันยิ่งนัก หลิงเป่าเป้ยเอ๋ย...เธอรู้สึกแบบนี้เหมือนกันใช่รึเปล่า บุรุษผู้นี้ควรค่าแก่การมอบความรักทั้งหมดให้แต่เหตุใดเธอถึงไม่รับรัก หากมีคนรักเธอแบบนี้บ้างจะดีมากแค่ไหน! อองตองก้มหน้าลงพยายามกลั้นน้ำตาที่รื้นขึ้นมาไม่ให้มันไหล...

"เป้ยเออร์ เจ้ากลับไปพักผ่อนเสียเถิด ท่าทางวันนี้ดูไม่ค่อยดีนัก”  พระหัตถ์หนาเลื่อนลงมากอบกุมแก้มนวลเอาไว้ ดวงตามังกรทอดพระเนตรใบหน้าซีดเซียวด้วยความห่วงใย

“เฮ้อ... ดูแลตนเองบ้างได้หรือไม่ เช่นนี้จะไม่ให้ห่วงได้อย่างไร หากไม่อยากให้ห่วงครั้งหน้าอย่าได้ดูซูบเซียวเช่นนี้ พี่ไม่อยากเห็นเจ้าต้องล้มป่วยรู้หรือไม่?” วรองค์สูงสง่าทรงยืนก่อนจะหมุนพระวรกายจากไป

หมับ!!

กงหยางเฟยอวี่ชะงักพระบาทเมื่อร่างบางฉุดรั้งพระหัตถ์หนาของพระองค์เอาไว้

อองตองลุกขึ้นสวมกอดองค์ไท่จื่อจากด้านหลัง ใบหน้างดงามซบลงที่แผ่นหลังกว้าง น้ำตาที่กลั้นไม่อยู่พลันหลั่งไหล ทำไมเธอถึงรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้

เธอตาย ตายจากโลกที่ถือกำเนิดก็นับว่าเศร้าแล้วแต่เมื่อฟื้นขึ้นมากลับเจอกับเรื่องที่เศร้ากว่า ร่างนี้สูญสิ้นความสาวมิหนำซ้ำยังเป็นสตรีร้ายกาจวางแผนล่อลวงบุรุษ เมื่อโดนด่าว่าไร้ยางอาย ต่อว่าสาดเสียเทเสีย ใครจะไม่สะเทือนใจ!

เธอปลงตกว่าชีวิตใหม่คงถูกผู้อื่นเหยียบย่ำ จากสตรีสูงศักดิ์คงกลายเป็นหญิงไร้ค่า หัวใจที่ว่างเปล่ากับอบอุ่นเมื่อเขาปรากฏตัว อย่างน้อย...ร่างนี้ยังมีคนที่รัก รักแม้ใครจะมองว่าร้าย รักโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน

“เป้ยเออร์...” องค์ไท่จื่อหยุดคำถามของพระองค์ไว้ เมื่อพระปฤษฎางค์สัมผัสได้ถึงบางอย่าง น้ำตาอย่างนั้นรึ!...นี่นางกำลังร้องไห้

"ขอเป้ยเออร์อยู่แบบนี้สักพักได้รึไม่ ฮึก!..เพคะ" เพราะกำลังร้องไห้อย่างหนักร่างบางจึงกล่าวออกมาอย่างยากลำบาก

องค์ไท่จื่อพยักพระพักตร์ ก่อนพระหัตถ์หนาจะยกขึ้นมากอบกุมมือเล็กที่สั่นเทานั้นเอาไว้

“ร้องเถิด ร้องเสียให้พอ ไม่ว่าอย่างไรสองมือของพี่ก็จะไม่ละไปจากเจ้า”

“พี่เฟยอวี่...ฮึก!”

องค์ไท่จื่อบีบมือเล็กเพื่อปลอบใจ พระองค์หวังเพียงว่าสัมผัสแผ่วเบานี้จะส่งผ่านความรัก ความหวังและคำปลอบโยนทั้งหมดไปถึงนาง...สตรีอันเป็นที่รักของพระองค์


"ดูท่าเปิ่นหวางคงมาผิดเวลาเสียแล้วกระมัง...คุณหนูหลิงเป่าเป้ย"


-จบตอน-

ความคิดเห็น