email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 รักแรก

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 รักแรก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2561 20:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 รักแรก
แบบอักษร

ตอนที่3

รักแรก

กงหยางเฟยอวี่ "เป้ยเออร์...ขอเพียงเจ้าต้องการเปิ่นหวางยินดีช่วยเหลือเจ้าทุกอย่าง"

@@@@@@



อองตองในร่างของหลิงเป่าเป้ยรู้สึกตัวอีกครั้งในยามเฉิน(07.00-08.59น.) แม้จะรู้สึกระบมไปทั้งตัวแต่เธอก็ยังฝืนทน ร่างบางก้าวลงจากเตียงก่อนจะเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายขึ้นมาสวมใส่ให้เรียบร้อย ยังดีว่าที่นี่คือจีนในยุคโบราณ เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่จึงรัดกุม ปกปิดร่องรอยที่ถูกองค์ชายบ้ากามฝากเอาไว้ได้อย่างดี คิดมาถึงตรงนี้อองตองก็อดมองค้อนร่างที่นอนหลับอยู่บนเตียงไม่ได้

"ไอ้องค์ชายบ้ากาม ไอ้องค์ชายจอมล่อลวง ต่อหน้าทำเหมือนรังเกียจนักหนาแต่พอเปลื้องผ้านี่ตะครุบไม่ยอมปล่อย ชิ! ถ้าอยู่ต่ออีกวันเราคงได้หยอดน้ำข้าวต้ม" ยิ่งคิดถึงเรื่องนั้นใบหน้างดงามก็ยิ่งขึ้นสี พยาบาลสาวสลัดศีรษะเพื่อตั้งสติ ก่อนจะลอบออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว โชคยังดีที่หลิงเป่าเป้ยคนเก่าวางแผนไว้อย่างรัดกุม ตั้งแต่การเลือกห้องพักจนกระทั่งเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ที่เข้าพัก ด้วยฐานะของนางจะให้ผู้อื่นล่วงรู้ว่าตนวางแผนป้ายยาปลุกกำหนัดองค์ชายจนข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกไม่ได้!

"อย่างน้อยไอ้องค์ชายบ้ากามนั่นก็คงไม่ไปโวยวายว่าเสียตัวให้เราถึงที่บ้าน เอ้ย! ถึงที่จวนหรอกใช่มั้ย เฮ้อ...อองตอง อย่าเผลอดิวะ ตอนนี้แกคือหลิงเป่าเป้ย จำไว้! แกคือหลิงเป่าเป้ย ถ้าพลาดให้เค้าจับได้แล้วถูกหาว่าเป็นนางปีศาจหรือนางแม่มดแกได้โดนย่างสดแหงๆ” พยาบาลสาวพยายามเตือนตนเอง ยังไงตอนนี้เธอในยุคปัจจุบันก็ตายไปแล้ว หากต้องการใช้ชีวิตอีกครั้งอย่างสงบสุขที่นี่ เธอก็ต้องรู้จักปรับตัว ยังดีที่ความทรงจำของหลิงเป่าเป้ยมีอยู่อย่างครบถ้วน เพียงแค่ไม่เผลอหลุดท่าทีแปลกๆ ก็คงไม่มีปัญหา

คิดได้ดังนั้นอองตองจึงใช้ผ้าสีขาวเนื้อบางปกปิดใบหน้าก่อนจะลอบออกจากโรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็ว สถานที่แรกที่นึกถึงก็คือ โรงหมอเป้ยกวาน ที่พักของหลิงเป่าเป้ยซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก

เมื่อถึงที่หมาย อองตองเลือกใช้ประตูด้านข้างเพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตของพวกสาวใช้ เธอปลดผ้าคลุมใบหน้าทันทีที่ล่วงเข้าสู่ประตูจากนั้นจึงก้าวไปยังห้องพักส่วนตัวราวกับเป็นเรื่องปกติ อองตองยิ้มทักทายสาวใช้ที่เดินผ่าน ยังไงเจ้าของร่างนี้ก็เดินทางไป-มาระหว่างจวนตระกูลหลิงและโรงหมอเป้ยกวานแทบทุกวัน จึงไม่มีผู้ใดสงสัย

"คารวะคุณหนู ไม่ทราบว่าคุณหนูรับสำรับเช้ามาหรือยังเจ้าคะ จะให้นูปี้ตั้งโต๊ะเลยหรือไม่?" 'เสี่ยวหง' สาวใช้คนสนิทเอ่ยถามทันทีที่เห็นนางก้าวเข้ามา

"ยังก่อนข้าเพลียนักเอ่อ เจ้า...เสี่ยวหง ข้าต้องการอาบน้ำช่วยเตรียมน้ำอุ่นให้ข้าที"

“เจ้าค่ะ”

"อ้อ!เตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ข้าด้วยแล้ววันนี้ข้าจะอาบน้ำเองเจ้าไปทำงานของเจ้าเถอะไม่ต้องอยู่ช่วยข้า"

“เสื้อผ้า...คือสิ่งใดเจ้าคะ?” เสี่ยวหงเงยหน้าถามด้วยความสงสัย

“เอ่อ...อาภรณ์น่ะ เสื้อผ้าอาภรณ์อย่างไรเล่า ทำอย่างกับไม่เคยได้ยิน” อองตองรีบเอ่ยขึ้นกลบเกลื่อน ก่อนจะใจชื้นเมื่อสาวใช้คนสนิทเผยรอยยิ้มสดใจ

“นูปี้เรียนมาน้อย ขอประทานอภัยคุณหนูเจ้าค่ะ”

“อืม รีบไปเถิด”

“เจ้าค่ะ” เสี่ยวหงก้มหน้ารับคำก่อนจะเร่งตระเตรียมน้ำอุ่นให้แม้จะสงสัยอยู่เล็กน้อยที่ครานี้คุณหนูของนางอยากอาบน้ำเองแต่เพราะกลัวตายเสี่ยวหงจึงมิได้เอ่ยถาม ช่วงนี้คุณหนูอารมณ์ค่อนข้างแปรปรวนนางจึงไม่อยากขัดใจ

หลังจากได้อาบน้ำชำระล้างร่างกายเรียบร้อย อองตองก็ไม่ลืมจัดการปัญหาใหญ่ของตัวเองนั่นคือการป้องกันการตั้งครรภ์ เธอรีบสาวเท้าไปที่เตียง ควานหาขวดยาที่หลิงเป่าเป้ยเตรียมไว้ใต้หมอน เมื่อกินยาเรียบร้อยจึงสั่งให้เสี่ยวหงให้ตั้งสำรับอาหารพร้อมทั้งต้มยาแก้ปวดเมื่อยมาให้ในห้องส่วนตัว

ขณะที่รอสาวใช้ เธอจึงพิงร่างลงที่เก้าอี้คนงาม ชั่วอึดใจก็เห็นสาวใช้คนสนิทวิ่งกระหืดกระหอบพร้อมทำหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน

"คุณหนูเจ้าคะองค์ไท่จื่อ(องค์รัชทายาท)เสด็จมารอพบคุณหนูเจ้าค่ะ ตอนนี้พระองค์ประทับรออยู่ที่ห้องรับรองใหญ่"

อองตองอมยิ้มเมื่อเห็นท่าทีตื่นเต้นระคนเพ้อฝันของสาวใช้ตัวกลม แหม...เห็นผู้ชายเป็นไม่ได้เลยเชียว!

"เสี่ยวหง! ยืนเหม่ออะไรอยู่รีบมาทำผมให้ข้าเร็วสิ จะให้องค์ไท่จื่อรอนานกว่านี้หรืออย่างไร" อองตองกล่าวเร่งสาวใช้คนสนิท

ในขณะที่สาวใช้กำลังทำผมให้ร่างบางก็ทบทวนความทรงจำทั้งหมดของหลิงเป่าเป้ยกับบุรุษสูงศักดิ์ที่กำลังรออยู่ ในความทรงจำของร่างเดิมองค์ไท่จื่อหรือองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเหลียงมีพระนามว่า ‘กงหยางเฟยอวี่’ พระองค์คือบุรุษรูปงามที่สุดในแคว้นเหลียง ทรงมีพระพักตร์ละม้ายคล้ายองค์ชายสามอยู่ถึงเจ็ดส่วน ตัวหลิงเป่าเป้ยเองก็สนิทสนมกับองค์ไท่จื่อตั้งแต่ยังดำรงตำแหน่งองค์ชายใหญ่ เหตุเพราะนางชอบตามผู้เป็นบิดาเข้าไปในวัง

ในขณะที่ร่างบางกำลังทบทวนความทรงจำของร่างเดิมที่มีต่อองค์ไท่จื่ออยู่นั้นกงหยางเฟยอวี่ก็ดำริถึงความหลังระหว่างพระองค์กับหลิงเป่าเป้ยเช่นเดียวกัน

พระองค์ยังระลึกถึงคราแรกที่พบกันได้ดี ครานั้นหลิงเป่าเป้ยมีอายุเพียงเจ็ดหนาว นางตามบิดาซึ่งเป็นแพทย์หลวงประจำตัวพระบิดาเข้าวัง จนได้พบกับพระองค์ที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งองค์ชายใหญ่ว่าที่องค์รัชทายาทของแคว้นในพระชนมายุสิบสองพรรษา

แม้ในขณะนั้นจะมีพระชนมายุมากกว่านางถึงห้าปี แต่พระองค์กลับวางองค์เสมือนเด็ก ทรงสนทนา เล่านิทานและเล่นเป็นเพื่อนเพื่อให้นางคลายเหงา นางจึงไม่เคยรู้สึกเบื่อเมื่อต้องรอบิดาเป็นเวลานาน

วันหนึ่งร่างเล็กในวัยเพียงสิบหนาวสารภาพกับพระองค์ว่า

"พี่เฟยอวี่ ทรงทราบหรือไม่ว่าพี่คือรักแรกของเป้ยเออร์?"

พระองค์สรวลกับคำพูดประสาซื่อของนางในครานั้น

"พี่คือรักแรกของเจ้าเช่นนั้นรึเป้ยเออร์ แล้วเจ้ารักพี่เพราะเหตุใดเล่า?"

ร่างเล็กนิ่งคิดไปครู่ใหญ่ก่อนจะทูลตอบด้วยน้ำเสียงสดใส

"พี่เฟยอวี่เป็นบุรุษรูปงามที่สุดเท่าที่เป้ยเออร์เคยพบเจ้าค่ะพี่อ่อนโยนใจดีคอยอยู่ข้างๆเสมอเป้ยเออร์รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเมื่ออยู่กับพี่เฟยอวี่เจ้าค่ะ"

พระองค์ยกพระหัตถ์หนาขึ้นขยี้ศีรษะเล็กก่อนจะตรัสด้วยสุรเสียงอ่อนโยนว่า

"เป้ยเออร์เจ้ารู้จักคำว่ารักรึไม่?”

“เหตุใดจะไม่รู้จักเล่าเพคะ ก็กำลังบอกอยู่นี่อย่างไร” หลิงเป่าเป้ยทำหน้างอง้ำ ก่อนจะสะบัดหน้าเล็กออกไปไม่แม้แต่จะมองพระพักตร์ของพระองค์

“เมื่อเราพบคนที่รัก ใจจะเต้นแรงคล้ายกับมันจะหลุดออกมานอกอก เมื่อบังเอิญเจอกันเราจะควบคุมตนเองได้ยาก ห้ามตนเองมิให้มองตามคนๆนั้นไปไม่ไหว คิดถึงแม้ไม่เจอหน้า ห่วงหาอาทรยิ่งกว่าผู้ใดในโลกใบนี้ เป้ยเออร์ไว้เจ้าโตกว่านี้หรือได้พบกับคนคนนั้นแล้วเจ้าจะสัมผัสถึงมันได้เอง"

“พี่เฟยอวี่ปฏิเสธเป้ยเออร์?”

“เปล่า พี่ไม่ได้หมายความเช่นนั้น รอให้เจ้าเติบใหญ่กว่านี้แล้วเจ้าจะเข้าใจ”

“ไม่เข้าใจหรอก!”

ร่างเล็กได้แต่ทำหน้างอง้ำใส่พระองค์อีกครั้ง การไม่ยอมรับเป็นรักแรกของนางในครานั้นพระองค์จึงกลายเป็นคนใจร้าย ยิ่งคิดก็ยิ่งขบขันกับท่าทีปั้นปึ่งของร่างเล็กที่แสนงดงาม และกว่านางจะหายโกรธได้พระองค์เสียของเล่นไปครึ่งตำหนัก เพราะในขณะนั้นพระองค์มีพระชนมายุสิบเจ็ดพรรษา ทรงทราบดีว่าความสนิทสนม ความรู้สึกอบอุ่นและไว้ใจทำให้หลิงเป่าเป้ยรักและศรัทธาพระองค์เป็นอย่างมาก นางคงคิดว่านี่คงเป็นความรักของหนุ่มสาวแน่แล้ว จนกระทั่งวันหนึ่งแพทย์หญิงฝึกหัดหลิงเป่าเป้ยในวัยย่างสิบสี่ได้พบกับบุรุษอีกคน...

พระอนุชาร่วมบิดาของพระองค์เอง องค์ชายสาม ‘กงหยางเฟยเทียน’

ขณะที่นางกำลังเดินออกจากโรงเรียนแพทย์หลวงซึ่งอยู่ในเขตพระราชวังกลิ่นของดอกบัวหลวงที่ปลูกไว้ในสระหอมกรุ่นเชิญชวนนางรีบเร่งลงไปเก็บดอกบัวช่อนั้นด้วยนางมั่นใจว่าตนเองว่ายน้ำได้ดีจึงประมาทไม่ทันระวัง ขาจึงก้าวพลาดตกลงไปในสระบัวทันที ขณะกำลังจะดึงขากลับข้อเท้าก็พันกับกอหญ้าข้างล่าง ร่างบางถูกแรงดึงของตนกระชากให้จมลงใต้สระ นางตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำพลางร้องเรียกให้คนช่วยและในขณะที่กำลังจะหมดแรงนั้น

ตูม!!!!

เสียงคนกระโดดลงน้ำใกล้ๆ จุดที่นางอยู่ทำให้นางใจชื้น หลิงเป่าเป้ยรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อมือหนาของบุรุษนิรนามคว้าหมับที่เอวคอดกิ่วในขณะที่อีกมือหนึ่งเอื้อมลงไปกระชากกอหญ้าให้หลุด เมื่อข้อเท้าเนียนพ้นจากกอหญ้าบุรุษผู้นั้นก็รั้งร่างตัวนางพร้อมทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำ

เมื่อเท้าสัมผัสพื้นดิน หลิงเป่าเป้ยจึงพบว่านางอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษผู้หนึ่ง ทันทีที่เงยหน้าหัวใจดวงน้อยพลันสั่นไหว ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรของเขาอยู่ห่างจากใบหน้าของนางเพียงฝ่ามือกั้น ใบหน้านี้ให้ความคุ้นเคยเพราะมันคล้ายคลึงกับกงหยางเฟยอวี่ถึงเจ็ดส่วน บุรุษผู้นี้มีดวงตาสีเทาทรงเสน่ห์ ปลายหางตาเชิดขึ้นอย่างคนถือดี ใบหน้าที่ติดจะเย็นชาประทับลงในหัวใจของนางตั้งแต่ครานั้น ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อร่างที่โอบกอดนางไว้ก็คลายวงแขน ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงก่อนจะเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"เจ้าจะจ้องเปิ่นหวางอีกนานรึไม่ ไม่รู้หรืออย่างไรว่าการจ้องเชื้อพระวงศ์โดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษสถานหนัก?"

"ขอประทานอภัยเพคะหวางเยี่ยเป้ยเออร์เสียมารยาทแล้ว" หลิงเป่าเป้ยสะดุ้งตกใจ ร่างบางทรุดตัวลงคุกเข่า ใบหน้างดงามก้มต่ำ ความหวาดกลัวทำให้เรือนร่างบอบบางสั่นไหว

"ช่างเถิด เปิ่นหวางจะไม่ถือสาเอาความเจ้า รีบกลับไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เสียเดี๋ยวจะจับไข้เอาได้" กล่าวจบกงหยางเฟยเทียนก็สะบัดผ้าคลุมสีดำลงบนเรือนร่างแบบบางของนาง

"ขอบพระทัยเพคะหวางเยี่ยหากไม่ได้หวางเยี่ยเป้ยเออร์คง..."

"เป้ยเออร์นั่นเจ้าเป็นอะไร!" กงหยางเฟยอวี่ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ตลอดเวลาร้อนรนจนทนไม่ไหว เมื่อครู่พระองค์ได้ยินเสียงนางร้องให้ช่วยที่จึงรีบเสด็จมาตามต้นเสียง พอมองหาจนพบกลับเป็นน้องสามที่ไปถึงตัวนางและช่วยขึ้นมาจากน้ำเสียก่อน พระหัตถ์หนาเอื้อมไปพยุงหลิงเป่าเป้ย ก่อนจะตวัดพระเนตรเป็นเชิงถามพระอนุชาร่วมบิดา

"เกิดอะไรขึ้นเทียนเออร์ เหตุใดเป้ยเออร์จึงเปียกปอนเช่นนี้ เจ้ารังแกนางอย่างนั้นรึ?"

"ทูลองค์ชายใหญ่เรื่องราวมิได้เป็นเช่นนั้นเพคะ เป็นเป้ยเออร์ประมาททำให้พลาดตกลงไปยังสระบัวหากไม่ได้องค์ชายสามเป้ยเออร์ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร"

กงหยางเฟยอวี่ทอดพระเนตรสตรีที่ทูลตอบพระองค์แต่สายตากลับมองไปที่พระอนุชา พระองค์ทอดพระเนตรริ้วสีแดงที่พาดผ่านแก้มนวลไปจนถึงใบหูของหลิงเป่าเป้ย ไม่ว่าเมื่อไหร่นางก็งามนัก ยิ่งสะท้านอายยิ่งส่งเสริมใบหน้างดงามให้ชวนฝัน เหตุใดความงดงามในครานี้พระองค์กลับไม่รู้สึกอยากให้เกิดขึ้น ตลอดเจ็ดปีแม้หลิงเป่าเป้ยจะบอกรักพระองค์นับครั้งไม่ถ้วนแต่นางไม่เคยแสดงอาการสะท้านอายเช่นนี้เลยสักครั้ง แต่วันนี้เพียงสบสายตากับพระอนุชานางกลับมีอาการเฉกเช่นสตรียามพบบุรุษที่ตนพึงพอใจ

"เสด็จพี่ทรงทราบความจริงหมดแล้วเช่นนั้นน้องขอทูลลา"

เสียงของพระอนุชาทำให้พระองค์หลุดออกจากภวังค์ องค์ชายสามทูลลาก่อนจะมองหลิงเป่าเป้ยด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

"เป้ยเออร์...เป้ยเออร์!" พระองค์ขานเรียกชื่อนางหลายคราแต่นางยังคงยืนนิ่งราวตกอยู่ในภวังค์ ร่างบางหาได้สนใจพระองค์จนผ่านไปสักครู่จึงยกมือเรียวยาวขึ้นสัมผัสที่หน้าอก

"พี่เฟยอวี่...พี่เชื่อเรื่องรักแรกพบรึเปล่าเจ้าคะ เป้ยเออร์คิดว่าเป้ยเออร์เจอกับคนผู้นั้นแล้ว" หลิงเป่าเป้ยทูลกับพระองค์พร้อมใบหน้าที่แดงลามไปถึงใบหู

พระองค์ได้แต่ยืนนิ่ง อยากจะตะโกนใส่ใบหน้าเล็กของนางนักว่า เคย! เหตุใดพระองค์จะไม่เคย รักครั้งแรกของพระองค์เกิดขึ้นเมื่อเจ็ดปีก่อนตั้งแต่สบตากับร่างเล็กที่มีดวงตาดอกท้อนั่นอย่างไร!

เด็กหญิงตัวเล็กที่มีใบหน้างามล้ำ ผิวขาวเนียนละเอียด ริมฝีปากบางแดงระเรื่อกอปรกับรอยยิ้มสดใสราวเทพธิดาตัวน้อย ทำให้องค์ชายผู้โดดเดี่ยวที่อาศัยอยู่ท่ามกลางสงครามแย่งชิงราชบัลลังก์ได้พบเจอแสงสว่าง นางคือความรักคือความฝันคือแรงบันดาลใจให้กับพระองค์ คือสตรีเพียงคนเดียวที่พระองค์ให้เรียกคำแทนองค์เองว่า*’พี่เฟยอวี่’ พระองค์ปักพระทัยในตัวนางตั้งแต่นางอายุเพียงเจ็ดหนาว เฝ้ามองดูนางเติบโต คอยอยู่เคียงข้างและเฝ้ารอว่าเมื่อใดนางจะพร้อมยืนอยู่เคียงข้างพระองค์ในฐานะ ‘ไท่จื่อเฟย’

"มิคาดว่าเป้ยเออร์ของเปิ่นหวางจะมีรักแรกพบกับเขาด้วย เจ้าอยากเป็นหวางเฟยขององค์ชายสามอนุชาของเราเช่นนั้นรึเป้ยเออร์?" พระองค์ตรัสกับหลิงเป่าเป้ยพร้อมด้วยรอยยิ้ม ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา...

หลิงเป่าเป้ยงุนงงเล็กน้อยเพราะพระองค์ใช้คำแทนตัวว่า*’เปิ่นหวาง’ แตกต่างจากทุกครั้งที่พระองค์จะแทนองค์เองว่า ‘พี่’ แต่กระนั้นนางก็ยังยิ้มร่าก่อนตอบกลับมา

"แล้วหวางเยี่ยจะเมตตาช่วยเหลือให้เป้ยเออร์ได้สมหวังรึไม่เพคะ?"

พระองค์ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะตรัสด้วยสุรเสียงอบอุ่นที่มีให้กับนางโดยเฉพาะ

"เป้ยเออร์...ขอเพียงเจ้าต้องการเปิ่นหวางยินดีช่วยเหลือเจ้าทุกอย่าง"

หลิงเป่าเป้ยส่งยิ้มหวานก่อนจะย่อตัวทำความเคารพกึ่งล้อเลียนพระองค์

"ขอบพระทัยเพคะพี่เฟยอวี่ พี่เฟยอวี่คือพี่ชายที่เป้ยเออร์รักที่สุดเลย!"

อย่างนั้นสินะ ไม่ว่าเมื่อใดพระองค์ก็คือพี่ชายสำหรับหลิงเป่าเป้ยเสมอ...แต่แปลกนัก*! แทนที่พระองค์จะตัดพระทัยพระองค์กลับยังคอยอยู่เคียงข้างร่างเล็ก หวังว่าสักวันหนึ่งนางจะมองพระองค์เฉกเช่นบุรุษผู้หนึ่ง บุรุษที่พร้อมจะปกป้องดูแลสตรีอันเป็นที่รัก*

‘เป้ยเออร์ ตำแหน่งไท่จื่อเฟยของพี่มอบให้เพียงเจ้าเท่านั้น!’


-จบตอน-​

(นูปี้ คือ คำแทนตัวของบ่าวหญิงที่ใช้พูดกับเจ้านาย)

(เก้าอี้คนงาม คือ เก้าอี้ยาวมีเท้าแขนข้่าวหนึ่งให้นอนเอนได้ นิยมใช้ในพระสนมหรือสตรีชนชั้นสูง)

(ไท่จื่อ คือองค์รัชทายาท)

(ไท่จื่อเฟย คือภรรยาเอกขององค์รัชทายาท)

​ป.ล.อ่านแล้วเป็นยังไง อย่าลืมคอมเม้นให้ไรท์ด้วยนะคะรีดเดอร์คนดี

ความคิดเห็น