facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 การพบกันอีกครั้ง...(สุดแสนจะประทับใจ) I

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 การพบกันอีกครั้ง...(สุดแสนจะประทับใจ) I

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.6k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2560 17:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 การพบกันอีกครั้ง...(สุดแสนจะประทับใจ) I
แบบอักษร

8

การพบกันอีกครั้ง**...(สุดแสนจะประทับใจ) I**

ท่าอากาศยานฟีอูมีชีโน

หญิงสาวร่างบางระหงยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายในสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี ซึ่งคับคั่งไปด้วยผู้คนหลากหลายสัญชาติ และดูเหมือนว่าหญิงสาวจะเป็นที่สนใจของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่ไม่น้อย ด้วยหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักของคนตัวเล็ก

แม้จะเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งไปแล้ว แต่ร่างอ้อนแอ้นบวกกับหน้าตาที่อ่อนวัยของเจ้าหล่อนทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเธอยังเป็นสาวแรกรุ่น ยิ่งเมื่อเดินเคียงกับซีโน่ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่กำลังเริ่มเป็นหนุ่มเต็มตัว นั่นยิ่งทำให้นิรดาดูอ่อนวัยลงถนัดตา จนมีคนทักอยู่บ่อยครั้งว่าเป็นคนรักของลูกชายตัวเอง

หญิงสาวที่เดินลากกระเป๋าใบโตยิ้มหวานให้คนที่หันมามองตนด้วยความสนใจ แต่ขาเรียวเล็กบนส้นสูงสามนิ้วก็ไม่ได้ผ่อนแรงเดินให้ช้าลงแต่อย่างใด ยังคงเดินตรงไปข้างหน้าด้วยแรงก้าวสม่ำเสมอ ซึ่งจุดหมายคือแท็กซี่ด้านหน้าสนามบิน

แต่ยังไปไม่ถึงจุดหมายก็อันต้องมีสะดุด เมื่อมีชายร่างหนาเดินเข้ามากระแทกตัวอย่างจัง ทำให้ร่างเล็กบนส้นสูงเซไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก ถ้าไม่มีมือแกร่งของตัวต้นเหตุมาคว้าเอวไว้ได้ทัน ป่านนี้คงได้ก้นจ้ำเบ้าลงไปนั่งกับพื้นสนามบินเป็นแน่

“อ๊ะ!” หญิงสาวอุทานเสียงหวานด้วยความตกใจปนโล่งใจ คิดว่าตนเองจะได้ลงไปนั่งเล่นกับพื้นเสียแล้ว เมื่อทรงตัวได้จึงรีบผละออกจากอ้อมแขนแกร่งของคนที่เป็นทั้งต้นเหตุและคนที่ช่วยเธอไว้ในคราวเดียวกันอย่างรวดเร็ว

“ขอโทษครับ”

คนตรงหน้าเอ่ยเสียงทุ้มเป็นภาษาอังกฤษด้วยความรู้สึกผิด แต่ก็แอบสำรวจร่างเล็กภายใต้เสื้อโคตตัวใหญ่ไปด้วย ใครล่ะจะไปคิดว่าเห็นตัวเล็กๆ แบบนี้จะซ่อนรูป แถมตัวยังนุ่มนิ่มจนไม่อยากปล่อย

‘ตัวหอมเป็นบ้าเลย ให้ตายเถอะ!’ คนตัวโตพึมพำในใจ

“เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ” นิรดาตอบกลับเป็นภาษาเดียวกันพร้อมก้มจัดเสื้อผ้าของตนให้เข้าที่ไปด้วยอย่างไม่ถือโทษ เนื่องจากเห็นเขาเดินคุยโทรศัพท์มาแต่ไกลๆ ด้วยความเร่งรีบ คิดว่าเขาคงมีธุระด่วนและไม่ทันสังเกตเลยเกิดอุบัติเหตุขึ้น จึงไม่อยากถือสาหาความให้ยืดยาว

นิคาโอยืนมองคนตรงหน้าอย่างเพลินตากับท่าทางที่เป็นธรรมชาติของเจ้าหล่อน นึกดีใจที่ตนเองเดินไม่ระวังจนชนเธอเข้า ไม่เช่นนั้นคงไม่มีอะไรสวยๆ งามๆ ให้มอง ก่อนที่จังหวะการเต้นของหัวใจจะกระตุกเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตากันเป็นครั้งแรก

ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักรูปหัวใจที่มีดวงตากลมโต จมูกเล็กโด่งรั้นกับปากเล็กสีหวานกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความตกใจ จนดวงตากลมโตเบิกกว้าง ทว่ายังไม่ทันจะได้ถามเพื่อคลายข้อสงสัยก็มีเสียงรัวกระสุนดังลั่นสนามบิน

ปัง! ปังๆ!

ด้วยประสาทสัมผัสที่รวดเร็วจากการฝึกอยู่เป็นประจำ และยังเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้อยู่บ่อยครั้ง ทำให้นิคาโอก้มหลบกระสุนจากคนที่หวังปลิดชีวิตเขาได้ แต่เกือบทำให้หญิงสาวข้างกายเขาโดนลูกหลงไปได้ ถ้าเขาไม่คว้าเธอให้วิ่งหลบหาที่กำบังไปด้วยกัน

ปัง! ปัง!

“กรี๊ดดด!!!”

เสียงรัวกระสุนปืนยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แถมผู้คนในสนามบินก็วิ่งวุ่นไปด้วยความตกใจ กระสุนที่รัวยิงจากหลายทิศทางทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับลูกหลงไปด้วย ทว่าตอนนี้เขาไม่มีเวลาสนใจใคร เพราะต้องรีบจัดการกับพวกมือปืนเหล่านั้น ไม่งั้นต้องมีคนมารับเคราะห์แทนเขาเพิ่มขึ้นแน่

นิคาโอหยิบปืนขนาดขนาดเล็กใต้รองเท้าของตนขึ้นมาทันที ดีที่เขาเป็นคนรอบคอบ ไม่เช่นนั้นต้องมาเป็นเป้าล่อให้พวกมันยิงเขาฝ่ายเดียวแน่ ก่อนจะยกปืนขึ้นเล็งไปที่เป้าหมายซึ่งอยู่ชั้นสองของสนามบินทันที

ปัง! ปัง!

กระสุนที่วิ่งออกจากรังเพลิงของนิคาโอเจาะเข้าไปที่กลางหน้าผากของทั้งสองคนอย่างแม่นยำ

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” ชายหนุ่มหันมาถามคนตัวเล็กที่หลบอยู่หลังตนด้วยความเป็นห่วงแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใคร นอกจากคนในครอบครัว โดยไม่รู้ว่าตนเองเผลอกำมือนุ่มแน่นไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระ หากเจ้าของมือยังไม่ปลอดภัย

“ขอบคุณที่ยังนึกเป็นห่วงฉัน!” คนที่ถูกลูกหลงไปด้วยแหวใส่ตัวต้นเหตุ ไม่คิดว่าตนเองจะซวยตั้งแต่วันแรกที่บินมาโรม ถ้าไม่มีไอ้ตัวต้นเหตุที่ชื่อ ‘นิคาโอ เบคเค็ตต์ คิงส์ตัน’ มาพาซวย ป่านนี้เธอคงได้เอนหลังนอนเกาพุงบนเตียงนอนนุ่มไปแล้ว

ใช่! เธอจำผู้ชายสารเลวตรงหน้านี้ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่สบตา แม้เวลาที่พบกันครั้งล่าสุดจะนานนับทศวรรษ แต่เธอไม่มีวันลืมผู้ชายที่ทำลายตัวเองได้แน่ แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะจำเธอไม่ได้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เธอต้องการ แต่ยังไม่ทันที่จะเดินออกมาก็มีเสียงปืนดังขึ้นเสียก่อน และเป้าหมายของพวกมันก็คือมาเฟียหนุ่มข้างกายเธอในตอนนี้

“แล้วทำไมต้องโมโหด้วยเนี่ย” ชายหนุ่มถามกลับด้วยความไม่เข้าใจ ทว่ามือที่ถือปืนก็ยังทำหน้าที่ปลิดชีพคนร้ายไปด้วย

“คุณจะให้ฉันดีใจหรือไงที่อยู่ๆ ก็ต้องมานั่งอยู่กลางดงกระสุนแบบนี้” คนโมโหตอบกลับไปอย่างมีอารมณ์เช่นเดิม และนั่นทำให้คนที่ไม่เคยถูกใครขึ้นเสียงใส่หันมามองด้วยความไม่พอใจ

“ช่วยแล้วยังจะมาพูดมาก” เขาว่ากลับเสียงแข็ง ก่อนจะถามคำถามเดิม “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”

“ไม่เป็นไร” หญิงสาวตอบเสียงอ่อนลง อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ยังไม่เป็นอะไร

“ลูกน้องผมมาช่วยแล้ว คุณไม่ต้องกังวลไปหรอก” นิคาโอหันมาปลอบคนข้างหลังที่ตัวสั่นด้วยความกลัว แต่กลับปากดีด่าเขาได้

ตอนนี้ลูกน้องของนิคาโอเข้ามาช่วยเคลียร์พื้นที่ สถานการณ์ตอนนี้ฝ่ายชายหนุ่มจึงเป็นต่อ เนื่องจากมือปืนฝ่ายตรงข้ามถูกเก็บไปทีละคนจนเกือบหมด

เพียงแค่เขาแยกตัวจากการ์ดคุ้มกันไม่กี่นาทีก็ทำให้เกิดเรื่องขึ้นได้ แสดงว่าพวกมันคอยดูความเคลื่อนไหวของเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นคงไม่รู้ว่าตอนไหนที่เขาอยู่คนเดียว แต่ยังไม่ทันโล่งใจก็ต้องมาหนักใจอีกครั้งเมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับวัตถุสีดำมันเงามาจ่ออยู่ที่หัว

“แกต่างหากที่ควรกังวล นิคาโอ!” ชายฉกรรจ์พูดขึ้นอย่างเป็นต่อ “ทิ้งปืนซะ แล้วลุกขึ้นเดินตามมา”

“แกต้องการอะไร” คนถูกปืนจ่อหัวถามกลับอย่างไม่หวั่นเกรงวัตถุมันเงาที่ปลิดชีวิตตนได้ทุกเมื่อ เนื่องจากรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่คิดฆ่าตนเดี๋ยวนี้แน่ ไม่เช่นนั้นคงไม่เอาปืนมาจอแล้วพล่ามแบบนี้

“อย่าพูดมาก ทิ้งปืนซะ” ชายฉกรรจ์พูดเสียงเหี้ยม ก่อนจะเลื่อนปลายกระบอกปืนไปยังเป้าหมายใหม่ “ไม่งั้นนังนี่ตาย”

นิคาโอมองหน้าหวานที่ตอนนี้ซีดเผือดเพราะกระบอกปืนเล็งไปที่ศีรษะอย่างน่าหวาดเสียว เขารู้ว่าเธอกลัว ดูจากแรงมือที่บีบมือเขาแน่น

“โอเคๆ” ชายหนุ่มรับคำอย่างว่าง่าย โยนปืนพกกระบอกเล็กทิ้งไปไกลตัว ก่อนจะเดินนำออกไปยังรถหรูที่จอดอยู่ไม่ไกลจากที่พวกขายืนอยู่ตามคำบอกของชายชุดดำ แต่ก็ยังไม่ยอมสงบปากสงบคำ

“เอาปืนจ่อหัวผู้หญิงนี่มันไม่แมนเลยนะ”

“หึ อยากพล่ามอะไรก็เชิญ”

คนถูกว่าไม่แมนมิได้สนใจคำพูดถากถางนั่น ยังคงจ่อปืนไปที่หัวของคนหน้าหวานเช่นเดิม “เปิดประตูแล้วขึ้นรถไป อย่าแม้แต่จะคิดตุกติก”

“ปกติมีแต่คนเปิดให้” คนเรื่องมากบอก และก็ได้ผล

“แกมาเปิดให้มัน เร็ว!”

“ครับนาย” คนถูกสั่งเดินมาเปิดประตูตอนหลังของรถคันหรูให้คนเรื่องมากตามคำสั่งผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว เพราะต้องรีบทำเวลา ไม่เช่นนั้นได้จบเห่กันหมดพอดี

“ทีนี้ก็ขึ้นไปได้แล้ว” คนหน้าโหดบอก

“สบายมาก” คนเรื่องมากยังไม่หยุดกวนอารมณ์ของอีกฝ่าย แม้จะทำอะไรมันไม่ได้ อย่างน้อยได้กวนอารมณ์ให้มันโมโหเล่นก็ถือว่าสนุกดีไม่น้อย

นิคาโอดันตัวนิรดาให้ขึ้นไปนั่งด้านใน ก่อนที่เขาจะตามเข้าไป และถูกขนาบข้างด้วยชายฉกรรจ์ที่นั่งจ่อปืนที่เอวเขาอยู่อย่างไม่รู้จักเมื่อย ทว่ามือใหญ่ที่กุมมือเล็กไว้ก็ไม่ยอมปล่อยอย่างไม่รู้จักเมื่อยเช่นกัน

“คุณโอเคไหม” นิคาโอก้มลงกระซิบที่ใบหูเล็กเสียงอ่อนโยน พร้อมกับแอบสูดความหอมจากผมนุ่มไปด้วยอย่างอดใจไม่อยู่ ก่อนคนตัวเล็กจะพยักหน้า

ชายหนุ่มยิ้มปลอบ รั้งร่างบางให้เข้ามาชิดแนบกาย ก่อนโอบกอดอย่างให้กำลังใจ

ความอ่อนโยนที่แม้แต่เจ้าตัวยังไม่รู้ว่าตนเองไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้กับใครอยู่ในสายตาของทุกคนบนรถ เพราะไม่มีใครคิดใครฝันว่ามาฟียตัวร้ายผู้เยือกเย็นจะมีมุมอ่อนโยนกับอิสตรีนางใด

ใครๆ ต่างก็พูดว่าเจ้าพ่อแห่งท้องทะเลรายนี้เป็นคนไม่มีหัวใจ แต่ข่าวลือทั้งหลายคงจะเป็นเพียงข่าวโคมลอย เพราะเหตุการณ์ตรงหน้าบอกได้ดีทีเดียวว่าผู้หญิงคนนี้มีความสำคัญกับมาเฟียหนุ่มมากเอาการ

“ช่างเป็นภาพที่หาดูยากเสียเหลือเกิน”

คำกระทบกระเทียบทำให้คนอ่อนโยนโดยไม่รู้ตัวรู้สึกตัว

“เป็นบุญตาแล้วนี่” นิคาโอประชดกลับอย่างไม่ใส่ใจ ทว่าก็ไม่ยอมปล่อยมือเล็กอยู่วันยังค่ำ ซึ่งชายหนุ่มเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าจะกุมมือคนแปลกหน้าไว้ทำไม รู้จักก็ไม่รู้จัก แถมยังไม่ได้เป็นอะไรกันอีกต่างหาก แต่ถามว่าจะปล่อยไหม...ก็ไม่!

“คิดถูกจริงๆ ที่ยังไม่ยิงแกทิ้ง” ชายคนดังกล่าวพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่สาวร่างบางข้างกายมาเฟียหนุ่มอย่างจาบจ้วง แต่ก็เพียงไม่นาน เมื่อคนขี้หวงเอากายหนาของตัวเองมาบังสายตาอีกฝ่ายไว้

“ไม่งั้นคงไม่รู้ว่าแกมีของดีอยู่ข้างตัว”

“ก็ไม่รู้สินะ” คนถูกหาว่ามีของดีไหวไหล่อย่างไม่สนใจ เพราะเพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าตัวเองมีของดีอยู่ข้างตัว ใครจะไปนึกล่ะว่าเขาเพิ่งเจอยายหน้าหวานข้างตัวนี้ก่อนถูกลอบยิงนี่เอง

“นั่งรถมาไกลแล้วนะ ยังไม่ถึงที่กบดานของพวกแกอีกเรอะ” นิคาโอถามอย่างเบื่อหน่ายพร้อมกับเอนหลังพิงเบาะอย่างเมื่อยขบ ก่อนจะเอ่ยถามคนข้างกายด้วยความสนใจ “ว่าแต่แกชื่ออะไร”

“จะรู้ไปทำไม” คนถูกถามชื่อทำสีหน้างงงวย

“จะเอาไปลิสต์รายชื่อไว้รอจัดเก็บไง” ชายหนุ่มตอบตามความจริงอย่างอารมณ์ดี

“แกคิดว่าตัวเองจะรอดไปรึไง” คนร้อนตัวถามเสียงแข็ง

แม้จะคิดว่าไม่มีทางที่นิคาโอจะรอดไปได้ก็ตาม เนื่องจากขบวนคุ้มกันของตนแน่นหนามาก ไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะหนีรอดไปได้ด้วยมือเปล่าแน่ แต่ด้วยกิตติศัพท์อันเลื่องลือของเฟียหนุ่มก็ประมาทไม่ได้ ไม่เช่นนั้นนิคาโอคงไม่ขึ้นมาอยู่บนจุดสูงสุดได้ทั้งที่อายุยังน้อย

“เสียงไม่มั่นคงเอาเสียเลย” ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย คิดจะทำการใหญ่ แต่กลับพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย ถ้าเป็นลูกน้องเขาคงต้องมีลงโทษกันบ้าง

คิดจะฆ่าคนอย่าง นิคาโอ เบคเค็ตต์ คิงส์ตัน ก็ต้องฆ่าเลยเมื่อมีโอกาส อย่ามามัวรีรอเช่นนี้ ไม่เช่นนั้นเขานี่ละจะเป็นคนฆ่าคนผู้นั้นแทน

“แกยิ้มอะไร”

คนตั้งคำถามเริ่มจะไม่มั่นใจในตนเองเสียแล้ว เมื่อเจอรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของคนที่ตัวเองจับตัวมา

“แกลองมองไปข้างหลังสิ” ชายหนุ่มแนะนำอย่างใจดี

ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น “นายครับ มีรถตามเรามาครับ”

“ชิต! ไอ้บ้าเอ๊ย!” คนเสียรู้ตะคอกใส่คนข้างกายอย่างโมโห แต่ไม่ได้ทำให้ใบหน้าหล่อสะทกสะท้านแต่อย่างใด ทว่ายิ่งทำให้รอยยิ้มที่มุมปากกว้างมากขึ้น

“มันตามมาถูกได้ไงวะ!”

“ไม่เห็นจะยาก” ชายหนุ่มบอกอย่างใจดีอีกครั้งพร้อมกับยกมือถือเครื่องบางขึ้นมาตรงหน้าคนอารมณ์เสีย

“แก!”

คนเสียรู้พูดลอดไรฟันอย่างโมโห พร้อมกับยึดมือถือเครื่องจิ๋วเขวี้ยงไปยังนอกหน้าต่างรถ ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องที่เป็นสารถี

“แยกหน้าเลี้ยวซ้าย”

“ครับนาย” ลูกน้องหนุ่มเลี้ยวซ้ายตามคำสั่งของผู้เป็นนายทันที

“ฉลาดขึ้นมานิดนึง” คนเจ้าเล่ห์เอ่ยชมพร้อมกับยิ้มมุมปากเมื่อคนร้ายหลงกลตามอุบายที่เขาวางไว้

เมื่อคนร้ายรู้ว่าคนของนิคาโอตามมาถูกเพราะตามจากจีพีเอสในโทรศัพท์มือถือ จึงคิดจะทำให้พวกนั้นสับสน พวกมันคงคิดว่าแยกออกมาจากขบวนแล้วคนของเขาจะตามไม่เจอ เนื่องจากไม่รู้ว่าเขานั่งอยู่ในรถคันไหนกันแน่

แต่พวกมันกลับคิดผิด การที่แยกออกมาจากขบวนแบบนี้สิจัดการง่ายกว่าอยู่ในขบวนหลักเป็นไหนๆ เพราะกำลังคนน้อย แถมทางที่มายังเปลี่ยวไร้ผู้คน

ส่วนที่ว่าคนของเขาจะตามมาถูกหรือไม่ เมื่อมันเอาโทรศัพท์ทิ้งไปแล้ว พวกนั้นตามมาถูกแน่นอน เพราะโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้น...ไม่ใช่ของเขา แต่เป็นของคนหน้าหวานที่ทำหน้างอง้ำอยู่ข้างเขาตอนนี้ต่างหาก

“คุณขโมยมือถือฉัน” หญิงสาวกระซิบเสียงลอดไรฟันข้างหูคนขี้ขโมย

“เอาเถอะน่า ถือว่าช่วยกันทำมาหากิน” คนขี้ขโมยตอบอย่างไม่เดือดร้อน แถมยังขำท่าทางของคนตัวเล็กที่พร้อมจะขย้ำคอเขาได้ทุกเมื่อ แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะเถียงจึงดักคอไว้

“หรือว่าคุณอยากถูกฆ่าหมกป่า”

“อย่าให้ฉันรอดไปได้ก็แล้วกัน คุณได้ชดใช้แน่” นิรดาพูดเพียงเท่านั้นก็สะบัดหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่าง ที่มีแต่ป่ารกร้างไร้ผู้คน

หญิงสาวไม่รู้ว่าคนมือไวหยิบมือถือจากกระเป๋าเสื้อโคตไปตอนไหน รู้ตัวอีกทีมันก็ปลิวไปกับสายลมนอกหน้าต่างรถเสียแล้ว จะร้องขัดขึ้นก็กลัวว่าจะทำแผนเขาเสีย

แม้ไม่รู้ว่าคนเจ้าเล่ห์ข้างกายกำลังคิดจะทำอะไร แต่เธอกลับมั่นใจว่าตัวเองจะปลอดภัยหากเชื่อฟังเขา ส่วนเรื่องคับแค้นใจในอดีต รอดไปได้เมื่อไร แก้แค้นตอนนั้นก็ยังไม่สาย

ตอนนี้สิ่งที่นิรดากลัวที่สุดไม่ใช่ความตายที่อยู่เบื้องหน้า แต่กลัวว่าตัวเองจะไม่ได้เจอหน้าลูกชายสุดที่รักอีกตลอดไป ความห่วง ความหวงของคนเป็นแม่ที่มีต่อลูกน้อย ทำให้ความหวาดกลัวที่มีมลายไปหมดสิ้น ยอมรับว่าส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนตัวโตข้างกายกับมือแกร่งที่กุมมือเธอไว้ตั้งแต่ต้น

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว