email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Look Like 12

คำค้น : Look Like รักเราใกล้กัน nana nanaกะหอยทาก ลุงอิน อินทร น้องพู่ พู่กัน เบาสมอง น่ารัก หวานมุ้งมิ้ง อบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ ไร่ส้มไร่องุ่น ใส่ใจ ดูแล ดราม่านิดหน่อย ฟิน หวานละมุน นิยาย ไม่ติดเหรียญ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2560 10:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Look Like 12
แบบอักษร

​Look Like 12​




“พี่เคยตามพู่เหรอ”

“หึหึ คิดว่าไงล่ะ” ผมย้อนถาม ก้มหน้าจูบที่หน้าผากเนียนเบาๆ

“อย่าแกล้ง บอกก่อนสิไหนบอกว่าจะเล่าทุกอย่างให้ฟังไง” พู่กันเริ่มจะงอแงแล้วล่ะตอนนี้

“ก็แม่อ่ะบอกจะให้พี่แต่งงาน เพราะพี่เอาแต่ขลุกอยู่ในไร่ท่านกลัวจะไม่ได้อุ้มหลานจนเมื่อปลายปีที่แล้วจู่ๆท่านก็เข้ามาบอกพี่ว่าจะให้แต่งงาน ตอนนั้นพี่ก็ไม่ยอมหรอกนะจะให้แต่งกับใครก็ไม่รู้” ผมเล่าอย่างอารมณ์ดีไม่ได้หงุดหงิดอะไร ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่ได้คุยได้เล่ากับพู่กันแบบนี้

“แล้วทำไมพี่ถึงยอมแต่งล่ะ ทั้งที่เราก็ไม่เคยเจอกัน อื้อ! พี่อิน!!” พู่กันเงยหน้ามองผมงอนๆเมื่อผมก้มลงจูบที่ริมฝีปากแดงระเรื่อนั่นแรงๆอย่างหมั่นเขี้ยว

“ใครบอกว่าเราไม่เคยเจอกัน”

“...” พู่กันเงยหน้ามองผมตาแป๋ว

“ตอนเด็กๆเรามาที่นี่ทุกเดือนเลย เรายังบอกเองเลยว่าจะแต่งงานกับพี่อ่ะ พี่ไม่คบใครไม่มองใครเพราะพี่รอเรา...”

“ตอนไหน? พู่เคยมาเหรอคะ” พู่กันผุดลุกนั่งมองอย่างไม่เชื่อ ผมเลยตัดสินใจเดินไปเปิดไฟแล้วเดินไปเอาอัลบั้มรูปที่เก็บไว้ออกมาเพื่อยืนยันกับคนตัวเล็กว่าเธอเคยมาที่นี่จริงๆ

“นี่มัน” พู่กันเบิกตากว้างมองอย่างตกใจ ก่อนจะเปิดดูรูปตอนที่เราเคยถ่ายด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ

“เด็กมากเลยนะ ดูสิ” นิ้วเรียวชี้บนรูป

“หกขวบ” ผมตอบพรางลอบมองปฏิกิริยาคนตัวเล็กไปด้วย ดวงตาเรียวนั่นเบิกกว้างมองอย่างตกใจ

“พู่หกขวบพี่เท่าไหร่อ่ะ เดี๋ยวนะ” คนตัวเล็กก้มนับนิ้วมือตัวเองอย่างอึ้งๆ ส่วนผมก็ได้แต่นั่งขำกับความเป็นเด็กของเธอ เพราะแบบนี้ไงล่ะผมถึงละสายตาจากเธอไม่ได้

“สิบสอง ว้าวๆๆ แก่อ่ะฮ่าๆๆๆ” พู่กันยิ้มล้อผมเลยแกล้งผลักร่างเล็กให้ล้มลงบนเตียงจากนั้นก็...

“ไม่ๆ พี่ ฮ่าๆๆ พี่อินพอก่อนพี่อินพู่มึนหัว”

“ไหนลองพูดอีกสิ ว่าใครแก่” พอผละหน้าออกจากซอกคอขาวผมก็ถามออกไป คนตัวเล็กหน้าแดงอย่างน่ารัก

“ไม่เอาแล้ว ไม่พูด ปวดหัวอ่ะมันเต้นตุบๆเลย” พู่กันเริ่มอ้อนเสียงแผ่ว

“อ่างั้นนอนก่อน พรุ่งนี้อยากถามอยากรู้จะอะไรค่อยถามพี่โอเคไหม”

“ถ้าอยากถามตอนนี้ล่ะ”

“พี่ก็ไม่ตอบอยู่ดีนั่นแหละ พรุ่งนี้ค่อยถามวันนี้นอนพักได้แล้วเราไม่สบายอยู่นะ” ผมพยายามจะไม่ทำเสียงดุเพราะเดี๋ยวคนป่วยงอแง แต่ครั้งนี้มันออกจะแปลกๆหน่อยเพราะว่าพู่กันยอมนอนง่ายๆไม่ได้ดื้อหรืองอแงที่จะถามต่อสงสัยจะปวดหัวมากจริงๆ ตัวก็ยังร้อนอยู่เลย โอ๊ย! ผมไม่ควรแกล้งน้องอย่างนั้นเลยจริงๆลืมไปได้ยังไงว่าน้องไม่สบายอยู่

ไม่นานพู่กันก็หลับไปพร้อมกับอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น ผมค่อยๆผละออกจากร่างเล็กแล้วจัดการหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ ตลอดทั้งคืนผมไม่ได้นอนเพราะเอาแต่ห่วงคนป่วยผมหลับอีกครั้งเกือบตีสี่เพราะไข้พู่กันลดลงแล้ว เฮ้อ นี่ผมมีเมียหรือมีลูกเนี่ยทำไมผมถึงได้ห่วงเธอไปหมดทุกอย่างแบบนี้กัน

07.32 น.

สิ่งแรกที่ทำหลังจากรู้สึกตัวคือหาคนที่ผมนอนกอดก่อนจะหลับไป แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าไปซนที่ไหนอีกแล้ว ผมเดินเข้าไปล้างหน้าอาบน้ำก่อนจะเดินออกจากห้องนอน ผมว่าต้องไปซนที่แปลงกุหลาบหรือไม่ก็พามาอึมไปซนแน่ๆ

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณอิน”

“อรุณสวัสดิ์ครับ ป้าเห็นพู่กันไหมครับ” ผมถามออกไปทันทีเช่นกัน ตอนนี้ยังเช้าอยู่หมอกก็ยังลงไม่รู้ไปแอบซนที่ไหน

“ป้าเห็นพาแมวเดินไปหลังบ้านค่ะ”

“ขอบคุณครับ”

คอยดูนะถ้าเจอจะดุให้ดู ไปไหนไม่เคยจะบอก รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองไม่สบายยังจะออกมาเดินตากหมอกตอนเช้าอีก วันนี้จะไม่ใจดีแล้ว!!

“พี่อิน! ดอกไม้สวย”

“ยังไม่หายไข้นะ ตากหมอกแบบนี้ไม่ได้กลับเข้าบ้านได้แล้ว” ผมเดินเข้าไปสวมกอดคนตัวเล็กจากด้านหลังพรางกระซิบบอกเสียงนุ่ม ก็พอเห็นรอยยิ้มมีความสุของพู่กันผมก็ดุไม่ลงจริงๆ ฮื่อ สงสารตัวเอง

“มาอึมกลับบ้านลูก” คนตัวเล็กเรียกแมวตัวสีขาวขนปุกปุยไม่นานแมวก็วิ่งเข้ามาใกล้พู่กันย่อตัวอุ้มแมวขึ้นมากอดแล้วพาเดินเข้าบ้านโดยมีผมเดินอยู่ข้างๆ

“ไปล้างมือจะได้ทานข้าวทานยา” ผมบอกอีกครั้งเมื่อเดินเข้ามาถึงในบ้านไม่รอช้าที่จะดึงมือคนตัวเล็กเข้าไปห้องน้ำเพื่อลางมือ ไอ้แมวขนปุกปุยถูกผมดึงออกจากมือพู่กันแล้วปล่อยมันลงพอถึงพื้นเท่านั้นแหละมันวิ่งดุ๊กดิ๊กๆออกไปข้างนอกทันที

“พี่อิน พ่อกับแม่เข้ากรุงเทพนะคะพี่รู้หรือยัง” คนตัวเล็กถามเสียงหวาน แก้มแดงๆนั่นทำให้ผมแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะก้มลงไปจูบแก้มเธอ

“รู้แล้วครับ พ่อบอกเมื่อคืน”

“พี่อินถ้าพู่อยากเข้ากรุงเทพไปหาอาร์ตล่ะ พู่ไปได้ไหมคะ” พู่กันเงยหน้ามองผมอย่างเกรงใจ ดวงตาเรียวเล็กที่จ้องมองผมมันช่างดูออดอ้อนเหลือเกิน

“ได้สิ แต่พี่จะไม่ยอมให้เราไปคนเดียวหรอกนะ ที่จริงพี่เข้ากรุงเทพทุกสัปดาห์อยู่แล้วเดี๋ยวเราไปด้วยกันโอเคไหม” ผมถาม มือก็ดึงมือพู่กันออกจากห้องน้ำหลังจากที่ล้างมือเสร็จ

“ค่ะ อีกอย่างค่ะพี่อิน” คนตัวเล็กยังไม่หยุดถาม ผมพยักหน้าเป็นเชิงบอกป้าให้เสิร์ฟอาหารได้เลย

“ยังไม่หมดอีกเหรอ” ผมแกล้งถามไปแบบนั้นคนตัวเล็กก็มุ่ยหน้าลงไปทันที

“ฮ่าๆๆ ไม่แกล้งแล้วว่าแต่เราจะถามอะไรพี่อีก ถามมาได้เลย”

“ชอบแกล้ง” พู่กันว่างอนๆ ก่อนจะเงยหน้ายิ้มให้ป้าเมื่อป้านำอาหารมาเสิร์ฟ ยิ้มหน้าบานแบบนี้ผมว่าคงไปขอให้ป้าทำให้ทานแน่เลยเพราะอาหารเช้าที่นี่จะเป็นข้าวต้มแต่อาหารตรงหน้าตอนนี้มีอาหารที่เป็นกับข้าวมาสามสี่อย่างแต่ก็ยังมีข้าวต้มหมูสับอยู่ด้วย

“ก็เราน่าแกล้ง” ผมว่าต่อก่อนจะเริ่มตักอาหารให้คนตัวเล็ก

“ว่าแต่เราจะถามอะไรพี่ล่ะ ถามมาเลยนะ” ผมถามย้ำเมื่อพู่กันไม่ได้ถามอะไรผมต่อ

“อ้อ คือ คือว่า...” คนตัวเล็กเริ่มอ้ำอึ้ง

“ว่า?”

“คือ พู่อยากทำงานพี่มีงานอะไรให้พู่ทำไหมคะ” หึหึ เมียใครน่ารักจัง มีสามีรวยขนาดนี้ยังอยากจะทำงาน ฮื่อ ทำไมเมียผมน่ารักแบบนี้!!

“พู่อยากทำอะไรล่ะ” ผมถามกลั้นรอยยิ้มดีใจไม่มิดจริงๆ

“อยากทำที่มันตรงกับที่เรียนมา...” พู่กันช้อนตามองผมอย่างเกรงใจ แต่ให้ตายเถอะใจผมเต้นแรง

“พู่ขอมากเกินไปหรือเปล่า” น่ารักอีกแล้ว!!

“ไม่ครับ เราจะไปทำที่โรงแรมก็ได้นะแต่พี่เป็นห่วงอ่ะ งั้นเรามาช่วยพี่ที่ออฟฟิตได้ไหม”

“คนที่ออฟฟิตจะไม่ว่าเหรอคะ ที่จู่ๆก็เข้าไป” พู่กันถามอย่างกังวล

“ไม่หรอก เราเป็นเมียพี่นะที่จริงเราไม่ต้องทำงานก็ได้นะอยู่เป็นแม่บ้านอ่ะ” ผมมองพู่กันอ้อนๆ เพราะกลัวเธอจะเหนื่อยอีกอย่างเพิ่งจบมานะไม่อยากไปเที่ยวหรือพักผ่อนหรือไงก็ไม่รู้

“ไม่เอาหรอก ไม่ได้อยากขึ้นชื่อว่าเกาะใครกิน ถ้างั้นพู่จะไปสมัครงานในเมือง”

“ฝันอยู่หรือเปล่าครับคนสวย” ผมแย้งไปเสียงเข้ม บ่งบอกได้ชัดเจนที่สุดว่าไม่พอใจที่เธอจะเข้าไปทำงานที่อื่น 

 “พี่อินอ่ะ”



==============------------==============

#ลุงอินคนหลงเมีย2017

น้องทำอะไรก็เขินก็ใจเต้นแรงเบื่อความหลงเมียของลุงแกจริงๆ ง่ายๆก็อิจฉาน้องพู่นั่นแหละลุงแกหลงขนาดนี้



ความคิดเห็น