email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (I so bad same you think)

ชื่อตอน : กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (I so bad same you think)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.7k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2557 23:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (I so bad same you think)
แบบอักษร

 

 

น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นก่อนจะกระโดดขึ้นคร่อมร่างเปลื่อยอีกครั้งจนหญิงสาวในตอนนี้เริ่มไม่มีอารมณ์ในการเดินเครื่องต่อแล้ว เอเธนส์ที่ย่นคิ้วเข้าหากันเป็นปมอย่างจริงจังในคำพูด ก็เขาแทบไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเธอไม่เคยผ่านมือใครมาก่อนเห็นว่าเธอมีผู้ชายควงไม่ซ้ำหน้าขนาดนั้นไม่น่าจะเก็บความบริสุทธิ์มาให้เขาทำลายแบบนี้

“ทำไมต้องอารมณ์เสีย” ใบหน้าสวยที่จ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจพร้อมกับเอ่ยออกไป ทำให้เอเธนส์นั้นต้องใช้มือทั้งสองข้างจับไหล่สวยของเธอไว้ก่อนจะเม้มปากและหันมาพูด

“แล้วอยากให้ฉันทำต่อหรือไง”

“พอเถอะ ฉันมันไม่ดีเองฉันสู้เคทไม่ได้เลย” ฮาเวียร์ที่พูดจบก็ดันไหล่ชายหนุ่มให้ออกห่างจากตัวซึ่งเขานั้นก็ยอมที่จะหลบ จนเธอลุกไปยังปลายเตียงก่อนจะหยิบชุดราตรีนั้นขึ้นมา แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวขาเดินออกไปทางห้องเชื่อมก็ถูกเสียงทุ้มด้านหลังเอ่ยขึ้นเสียก่อน

“ชอบประเมิณตัวเองต่ำหรือไง” น้ำเสียงไม่พอใจของชายหนุ่มที่เอ่ยขึ้นทำให้หญิงสาวที่กำลังจะก้าวต้องหยุดและยืนนิ่ง พรางกำชุดในมือแน่นเหมือนเจ็บใจกับประโยคนั้นเป็นอย่างมาก

“ก็จริงอยู่ที่ฉันเคยคิดจะทำลายเธอ แต่มันไม่ใช่วิธีนี้” เอเธนส์ที่เอ่ยพร้อมกับเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวสีขาวคลุมช่วงร่างที่เปิดเปลื่อยก่อนจะหยิบเสื้อคลุมตัวใหญ่ที่อยู่ใกล้กันพรางเดินไปหาร่างเล็กที่ยังคงไม่เดินไปไหน

“ใช่ฉันมันเลว แต่ฉันก็ไม่เคยเปรียบเทียบตัวเองกับใคร” มือใหญ่ที่เดินไปอยู่ด้านหลังของหญิงสาวก่อนจะวางเสื้อคลุมไปบนไหล่แม้ร่างกายเปล่าเปลื่อยของเธอนั้นมันจะสวยและยั่วอารมณ์เขามากแค่ไหน แต่เขาก็ต้องอดใจและคิดไว้ว่ามันไม่ควร

“ทำไมถึงเอาแต่คิดว่า เธอสู้เคทไม่ได้”

“ใครๆก็รักยัยนั่น ปกป้อง ดูแล ทั้งๆที่ทุกอย่างที่เธอได้ ฉันไม่เคยสัมผัสถึงเลย” น้ำเสียงที่เหมือนกับประชดประชันแต่มันก็เบามากจนทำให้เอเธนส์ที่ยืนฟังอยู่นั้นถึงกับต้องหันไปมองทางอื่น ไม่บอกก็รู้ว่าเขารู้สึกผิดกับประโยคที่เธอพูดมา

“แม้แต่นายก็เถอะ ถ้าฉันถามนายกลับว่า ถ้ามีคนหนึ่งต้องตายระหว่างฉัน กับเคทนายจะเลือกช่วยใคร” ร่างสูงที่ถึงกับพูดไม่ออกและเงียบกับประโยคนั้นเป็นเวลานาน จนหญิงสาวถึงกับเงยหน้ามองเพดานห้องอย่างเก็บความรู้สึกของตัวเองไว้ไม่ได้ พรางขำแต่เสียงขำนั้นกลับกลายเป็นเสียงสะอื้น

“ที่ไม่พูดเพราะฉันต้องเป็นคนที่ตายใช่ไหม ผู้ชายโง่ๆอย่างนายก็มีอยู่บนโลกนี้ด้วย” หญิงสาวที่หันหน้ามาพูดใส่ใบหน้าหล่ออย่างหมดความอดทนก่อนจะใช้มือปัดน้ำตาตัวเองออก ซึ่งชายหนุ่มนั้นก็ไม่ได้เดินเข้ามาหรือถามไถ่อะไรเธอ

“กี่ปีแล้วล่ะที่รักยัยนั่นหลงยัยนั่นมาตลอด แต่ก็ไม่ใช่นายที่ได้เธอไป” ร่างเล็กที่ตวาดใส่ชายหนุ่มที่ยังคงมองไปทางอื่นราวกับไม่อยากรับรู้ความจริงที่เธอกำลังเอ่ย เธอก็พูดถูกทั้งหมดเขามันโง่ โง่ที่ยังรักแฟนพี่ชายของตัวเองอยู่

“คนที่ควรจะถูกสมน้ำหน้า มันคือนายต่างหาก !

“ตราบใดที่ยังมัวแต่ยึดติดกับสิ่งเดิมๆ นายจะไม่มีวันเจอคนที่รักนายจริง” สิ้นคำนั้นฮาเวียร์จึงหันกลับไปที่ประตูพร้อมกับก้าวขาเดิน ทิ้งให้ชายหนุ่มที่กำลังคิดในสิ่งที่เธอพูดเมื่อกี้ ตอนนี้เอเธนส์ที่ถึงกับหัวสมองว่างเปล่าเนื่องจากพูดอะไรไม่ออก และคำถามที่เธอถามมา ซึ่งมันก็ถูกเขาก็ยังเลือกที่จะช่วยเคทอยู่โดยไม่สนใจว่าคนที่จะตายนั้นเป็นหญิงสาวตรงหน้า

เวลาที่ปาเข้าไปเกือบตีสี่ แต่ชายหนุ่มนั้นยังคงออกมายืนอยู่หน้าระเบียงห้องพร้อมกับชุดสบายๆ แต่แววตาคู่สวยนั้นก็ยังอดคิดไม่ถึงคำพูดของเธอที่แทงใจดำเข้าอย่างจังไม่ได้ ใบหน้าหล่อที่แทบไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาแต่ด้านในกลับเจ็บปวดอย่างอธิบายไม่ถูก มือใหญ่ที่กำแก้ววอดการ์ทรงสูงไว้ก่อนจะยกดื่มรวดเดียว

[Aetan talk special]

ผมนี่คงจะบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ทำกับเธอไปแบบนั้นจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะทำลายความบริสุทธิ์ของเธอก็ไม่ใช่ในเมื่อผมไม่เคยรู้มาก่อนว่า ผู้หญิงอย่างเธอนั้นยังไม่เคยผ่านมือใครมาสักคน ตอนที่รู้สึกว่ากำลังทำลายบางสิ่งบางอย่างในตัวเธอนั้นก็ทำให้ผมแทบจะตั้งสติไม่ทัน และอีกอย่างไม่ใช่ผมไม่กล้าเถียงเธอแต่สิ่งที่เธอพูดมาทั้งหมดมันทำให้ผมเถียงไม่ออก ก็มันคือเรื่องจริง กี่ปีแล้วล่ะที่ผมชอบเคทมา สิบปีเชียวนะตั้งสิบปีแล้วผมจะตัดใจได้ยังไง ในเมื่อยังเจอเธออยู่ทุกวันๆ มีเธอมันก็เจ็บเพราะผมทำได้แค่มองเธอกับแอชเท่านั้น ดูแลได้แค่สายตาไม่มีทางที่จะเอื้อมมือเข้าไปช่วยผมจะมีสิทธิ์อะไรล่ะ

เหตุผลทำไมผมถึงยังรักเธออยู่ เพราะผมไม่เคยคิดจะตัดใจไงล่ะและก็ยังคิดว่าอาจจะมีสักครั้งที่พระเจ้าเข้าข้างผม

เพล้ง !

เลือดที่ไหลอยู่ในมือมันก็เจ็บไม่เท่ากับความรู้สึกของผมในตอนนี้ คำถามที่ฮาเวียร์ถามมาผมจะโง่มากไหม ถ้าตอบไปว่าผมยังเลือกที่จะช่วยเคทอยู่เหตุผลเดียวคือผมรักเธอไม่ว่าเธอจะเป็นของใครก็ตาม แต่มีประโยคที่ทำให้คนฟังอย่างผมถึงกับพูดไม่ออก

ถ้าฉันมาก่อนเคท นายจะเลือกฉันไหม

ผมจะตอบคำถามนี้ไปได้ยังไงในเมื่อผมไม่เคยรู้สึกอะไรกับเธอเลยสักครั้ง มีบางครั้งที่รู้สึกสงสารเธอจากเรื่องครอบครัวซึ่งผมเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน แต่ฮาเวียร์ก็ใจเด็ดกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ และอาจจะมีบางครั้งที่เผลอไผลแต่มันก็เป็นความต้องการเบื้องลึกที่อยากจะระบายให้ใครสักคนรับรู้

เคทนั้นเป็นคนที่ผมรักมากที่สุด และอยากจะปกป้องเธอ ผิดกันกับฮาเวียร์ที่ผมแค่อยากปกป้องแต่ไม่รู้สึกรัก

มันแตกต่างกันแค่นี้จริงๆ

[Aetan talk end]

หญิงสาวที่นั่งรถออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่โดยที่ไม่บอกใครสักคำเพราะช่วงนี้เป็นเวลาที่ทุกคนนั้นกำลังหลับอยู่ แม้แต่บอดีการ์ดที่เห็นเธอก็ไม่มีแม้แต่คำพูดจะเอ่ยถึงราวกับว่าเธอนั้นไม่เป็นที่ต้อนรับของที่นี่ ซึ่งเธอเองก็แทบจะชินชาแล้ว ใบหน้าสวยที่นิ่งงันราวกับกำลังครุ่นคิดเรื่องที่ผ่านมา ไม่นานรถก็จอดลงที่หน้าคอนโดที่เธออาศัยอยู่ก่อนที่จะเปิดประตูและเดินลงไปนี่ก็ตีห้ากว่าๆ โดยที่เธอนั้นยังไม่ได้นอนเลยสักงีบร่างเล็กที่เดินเข้าไปด้านในก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่บันไดอย่างหมดเรี่ยวแรงที่จะก้าวขึ้นพรางเอามือทั้งสองข้างปิดใบหน้าของตัวเองแต่ก็มีน้ำสายเล็กๆที่ไหลแทรกนิ้วออกมา

เธอร้องไห้ ???

“ฮาเวียร์ !!” จู่ๆก็มีเสียงที่เอ่ยขึ้นด้านหน้าอย่างตกใจทำให้หญิงสาวที่กำลังสะอื้นไห้อยู่นั้นต้องเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมกับเอ่ยชื่อชายตรงหน้าราวกับที่พึ่งพิง

“มาติน !!!!

หมับ !!!

หญิงสาวร่างเล็กที่วิ่งเข้าหาพร้อมกับกระโดดกอดชายหนุ่มตรงหน้าที่แทบตั้งตัวไม่ทันแต่ก็ยังคว้าร่างที่ไม่แรงของเธอไว้แม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นก็ตาม

“ร้องไห้ทำไม เธอไปไหนมา ??”

“กอดฉัน กอดฉันทีบอกฉันว่านายคือคนสุดท้ายที่อยู่ข้างๆฉันแล้วจะไม่ทิ้งฉันไปไหน”

“......”

“ช่วยฉันที ปกป้องฉันหน่อย บอกกับฉันว่านายจะไม่มีวันทำร้ายฉันเหมือนที่คนๆอื่นเขาทำกัน ฉันอยากสัมผัสถึงความรู้สึกนั้นฉันอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง” ฮาเวียร์ที่กอดมาติโน่หรือมาตินไว้แน่นพร้อมกับระบายความรู้สึกที่อัดอั้นในใจของเธอในตอนนี้ จนร่างสูงที่ค่อยๆเลื่อนมือกอดตอบเธอไว้ราวกับว่าตอนนี้เขาเป็นที่พึ่งพิงที่สุดท้ายสำหรับเธอ

“ฉันสัญญา” สิ้นคำพูดนั้นทำให้ฮาเวียร์ยิ่งกระชับอ้อมแขนที่กอดมาตินไว้แน่นและพยักหน้าพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอย่างไม่รู้จักหยุดจักหย่อน

“ขอบคุณ ขอบคุณมาก ขอบคุณจริงๆ”

“เธอยังไม่ได้นอนใช่ไหม”

“......”

หญิงสาวที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปทำให้ชายหนุ่มต้องอุ้มหญิงสาวขึ้นมาและก้าวเข้าไปยังด้านในของคอนโดซึ่งเขานั้นเป็นคนซื้อห้องที่มีราคาเหยียบสองล้านให้เธอเอง หนุ่มหล่อที่อุ้มหญิงสาวและตรงไปที่ลิฟต์พรางก้มหน้ามองเธอเป็นพักๆ เสียงสะอื้นที่ออกมาจากปากของหญิงสาวอย่างเงียบๆนั้นก็ทำให้คนเป็นพี่ชายอย่างเขาอยากรู้ว่าใครกันที่เป็นคนทำเธอ

“ขอโทษที่ปล่อยให้เธอเจอกับปัญหามากมายเพียงตัวคนเดียว” น้ำเสียงสำนึกผิดและสงสารร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดเป็นอย่างมาก่อนที่จะเดินออกมาจากลิฟต์และตรงไปยังห้องของเธอที่อยู่ริมสุดด้านขวา ก่อนจะหยิบคีย์การ์ดที่เขานั้นก็มีและเปิดประตูก้าวเข้าไปในห้อง ก่อนจะวางร่างเล็กนั้นลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาก่อนจะเลื่อนผ้าห่นผืนใหญ่ที่ถูกพับไว้วางอยู่ปลายเตียงขึ้นมาห่มร่างเล็กของเธอที่กำลังหลับสนิท พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งด้านข้างของเธอ

มือใหญ่ที่ค่อยๆลูบไปที่ศีรษะเล็กก่อนจะก้มลงจูบไปที่หน้าผากราวกับอยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอในวันนี้กลายเป็นความฝัน

“ราตรีสวัสดิ์”

 

รุ่งเช้า

หญิงสาวที่ตื่นขึ้นพร้อมกันกับน้ำหนักที่ถ่วงมายังดวงตาทั้งสองข้างทำให้ฮาเวียร์นั้นต้องครางออกมาอย่างรู้สึกเจ็บจนชายหนุ่มที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ต้องรีบปิดก่อนจะสาวเท้ามาหา

“เธอไม่สบาย” มาติโน่ที่อยู่ในชุดเสื้อยืดแขนยาวคอวีสีเทาพร้อมกับผมสีดำที่ยาวละต้นคอจนเขานั้นต้องรวบมัดจุกไว้อย่างน่ารักพร้อมกับใบหน้าหล่อ และไหนจะรอยสักที่ทำให้เขาดูมีลุคเท่ห์หล่อร้ายกาจอย่างน่าเหลือเชื่ออีก ร่างสูงที่ยื่นน้ำให้ก่อนที่เธอนั้นจะรับไว้และยกขึ้นดื่ม

“ฉันไม่สบายเหรอ ไม่รู้เรื่องเลย” ฮาเวียร์ที่กระเถิบตัวขึ้นชิดหัวเตียงก่อนจะยื่นน้ำอุ่นแก้วเล็กนั้นส่งคืนให้เขามาติโน่ที่ยืนมองเธออยู่

“หิวอะไรไหม” ร่างสูงที่ทิ้งตัวลงนั่งด้านข้างหญิงสาวที่ยกแขนขึ้นบังแสงแดดที่กระทบดวงตา ทำให้ร่างสูงต้องลุกขึ้นไปดึงผ้าม่านสีฟ้ามาจนชิดกันจนหญิงสาวต้องถอนหายใจออกมา

“ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่แต่อะไรก็ได้ จะได้กินยาและหายไวๆ” ฮาเวียร์ที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่ซีเรียสทำให้มาติโน่ที่ยืนกอดอกอยู่นั้นต้องเลิกคิ้วขึ้นและพยักหน้ากับความคิดของเธออย่างทึ่งๆ

“กินยาแล้วต้องนอนนะ”

“งั้นกินอะไรเสร็จ ไปเดินช้อปปิ้งก่อนดีกว่าแล้วค่อยกลับมากินยานอน” ฮาเวียร์ที่เอ่ยขึ้นก่อนจะขำชายหนุ่มตรงหน้าก่อนที่จะเลิกผ้าห่มขึ้นและก้าวขาลงพร้อมกับบิดขี้เกียจไปมา แม้แต่คนที่ยืนมองอยู่นั้นยังสงสัยว่าสรุปเธอยังโอเคดีหรือไม่สบายกันแน่ ทำไมวันนี้ดูท่าทางจะคึกคักเป็นพิเศษ

“คิดไว้แล้วเชียว คนอย่างเธอนี่อยู่บ้านเฉยๆไม่เป็น” มาติโน่ที่เอ่ยขึ้นก่อนจะเอามือเกาศีรษะของตัวเองเมื่อไม่รู้จะทำอะไร ซึ่งหญิงสาวนั้นก็เดินร้องเพลงเข้าห้องราวกับว่าลืมเรื่องราวที่ผ่านมาไปหมดแล้ว

[Havia talk special]

ฉันที่เดินเข้ามาในห้องน้ำด้วยสภาพที่แฮปปีเวรี่มัชมาก แต่ทันทีท่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องน้ำก็กลายสภาพเป็นอโลนทันที ฉันไม่อยากทำให้เขาต้องมานั่งคิดเรื่องอะไรไร้สาระในชีวิตฉัน ขนาดเรื่องของตัวเองยังรู้สึกน่าเบื่อเลย ก็ดีแล้วแหละอีกอย่างฉันคงทนอยู่ไม่ได้หรอกถ้าต้องเห็น เคท ที่แย่งทุกสิ่งทุกอย่างจากฉันไปหรือเอาง่ายๆฉันทำตัวเองเอง

เฮ้อ ~~~~

ฉันนี่เหมาะกับบทร้ายจริงๆ เพราะที่ทำไปทั้งหมดฉันไม่เคยรู้สึกผิดกับตัวเองเลยสักครั้ง เรารักเขาเราก็ต้องไขว่คว้าเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดถูกไหมล่ะในเมื่อเขานั้นก็ไม่ได้เป็นของใคร เพราะฉะนั้นใครๆก็มีสิทธิ์ที่จะแย่ง ที่จะครอบครอง ฉันหมายถึงแอชในตอนแรกน่ะนะเพราะตอนนั้นฉันบอกเลยว่ารักเขามากๆ แต่พอยิ่งมาเจอเคทหญิงสาวที่ฉันเกลียดขี้หน้าตั้งแต่แรกเห็นมันทำให้ฉันกับอาเชอร์นั้นอยู่ใกล้กันน้อยลง มีใครบ้างที่อยากให้คนรักไปให้ความสนใจกับใครคนอื่น ฉันหนึ่งแหละที่ไม่ชอบ ไหนจะเอเธนส์ที่ดูท่าว่าจะหลงรักยัยนั่นเหมือนกัน คำถามแรกที่เข้ามาในหัวฉันคือ ยัยนั่นเป็นอะไรทำไมทุกคนต่างให้ความรักยังกับไข่ในหินด้วย ไม่เว้นแม้แต่อาร์โตที่แทบจะฆ่าฉันตาย ทุกคนก็ต่างพากันเทความรักให้กับยัยนั่นหมด ตัวเล็กมีดีแค่สวย แต่อ่อนแอเนี่ยนะ ! โลกนี้มันไม่ได้ไร้เดียวสาอย่างที่คิดไว้หรอกนะ มันมีแต่ความจอมปลอม งมงาย สวมหน้ากากถ้าไม่รู้จักปกป้องตัวเองก็ถือว่ากำลังย่างกายเข้ามาอยู่ในดงแห่งความอันตรายล้วนๆ แต่คนแบบเธอกลับมีคนต้องการเยอะแยะ จะฟังฉันพูดอย่างเดียวก็ไม่ถูกแหละบางทียัยนั่นอาจจะมีดีที่คนอื่นไม่รู้ก็ได้ แต่สิ่งที่ฉันรู้คือฉันไม่เคยคิดที่จะหันหลังให้กับปัญญาถ้าเกิดว่าในช่วงเวลานั้นฉันไม่เหลือใครแล้วจริงๆ ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอที่จะมัวแต่มานั่งร้องห่มร้องไห้กับเรื่องราวเลวร้าย ฉันไม่ได้นิสัยดีราวกับนางฟ้าแค่ใครดีมา ฉันก็ดีตอบอินกับความจริงแล้วก็มีแต่คนหันปืนหาฉันทั้งนั้นแหละและตอนนี้ฉันก็ต้องเอาตัวรอดจากมรสุมอันตรายนี้ให้ได้ก่อนไม่มีใครที่จะปกป้องฉันอีกแล้ว ฉันก็ต้องปกป้องตัวเองสิจะมัวแต่หวังพึ่งคนอื่นได้ยังไง และจากนี้ต่อไปฉันจะไม่เชื่อใครอีกแล้ว

เพราะฉันไม่ใช่ตัวเลือกของใครและไม่ต้องการให้ใครมาเป็นตัวเลือกของฉัน !

[Havia talk end]

ณ.ห้างสรรพสินค้ายอดนิยม

หญิงสาวที่สวมเสื้อกล้ามสีเทาพร้อมกับกางเกงยีนส์ขายาวตัวสวยทำให้ร่างเล็กที่นั้นดูสูงเพรียวขึ้นมาทันที่ด้วยรองเท้าหนังส้นสูงห้านิ้วหุ้มข้อก่อนจะเดินเข้าไปด้านในที่มีคนมากมายเดินสวนกันไปมาราวกับมด !

ผมสีน้ำตาลอมแดงที่ถูกมัดรวบสูงอย่างมั่นใจในตัวเอง พร้อมกับเดินเคียงข้างหนุ่มหล่ออย่างมาติโน่เพียงแค่ก้าวขาเข้ามาอยู่ด้านในก็สามารถสะกดจิตคนที่กำลังเลือกดูของแถวนี้ได้อย่างกับมีเวทย์มนต์

“ช่วยเดินให้มันไม่ต้องเป็นจุดศูนย์รวมสายตาคนอื่นเขาจะได้ไหม” มาติโน่ที่เอ่ยขึ้นหลังจากที่ฮาเวียร์นั้นเดินแวะเข้าไปที่เสื้อผ้าผู้หญิง แม้แต่ชายหนุ่มเองก็ถึงกับถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินตามเธอเข้าไปด้านในราวกับองค์รักษ์และมาหยุดลงที่ล็อคเสื้อใน ฮาเวียร์ที่หยิบขึ้นมาดูทั้งๆที่รู้ว่าด้านหลังนั้นมีใครยืนอยู่

“ความจริงฉันไม่ต้องเข้ามาก็ได้มั้ง” ร่างสูงที่ทำสีหน้าเหนื่อยก่อนจะตัดสินใจก้าวออกแต่ยังไม่ทันที่จะได้เดินออกไป ฮาเวียร์นั้นก็หยิบบราเซียร์ลูกไม้สีดำขึ้นและเอ่ยถาม

“โอเคไหมตัวนี้ มันเล็กหรือใหญ่ไป” ร่างบางที่เอาทาบกับตัวทำให้หนุ่มหล่ออย่างมาติโน่ถึงกับไปไม่ถูกก่อนจะเอามือเสยผมด้านหน้าที่ลงมาปรกนัยน์ตาสีเทาขึ้นและเอ่ยตอบ

“มันตัวเธอนี่ แล้วฉันจะรู้ไหม ยัยบ๊อง”

หมับ !

มือใหญ่ปริศนาที่เอื้อมมาจากด้านหลังพร้อมกับคว้าบราเซียลูกไม้สีดำที่ฮาเวียร์กำลังทาบตัวอยู่ไปพร้อมกับหยิบอีกแบบที่อยู่ใกล้ๆกันและส่งมาให้เธอ หญิงสาวที่มีอาการตกใจก่อนจะรีบวาดสายตาไปมอง ชายหนุ่มหล่อนัยน์ตาสีน้ำตาลที่ไม่รู้สึกอะไรก่อนจะพูด

“ฉันว่าไซส์เธอเหมาะกับอันนี้ แบบนั้นมันเล็กเกินไป”

..................................................................

“สวัสดี เจอกันอีกแล้ว”

 

“เอเธนส์ !

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว