ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 : ลำนำแห่งการเริ่มต้น รีไรท์

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 : ลำนำแห่งการเริ่มต้น รีไรท์

คำค้น : นิยายย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.7k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2561 14:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 : ลำนำแห่งการเริ่มต้น รีไรท์
แบบอักษร

แคว้นต้าถังเป็นแคว้นที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล โดยทิศเป่ยเปียน北边  (ทิศเหนือ) ของแคว้นมีทรัพยากรป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชผล ทิศตงเปียน 东边(ทิศตะวันออก) มีแหล่งเหมืองแร่ทองคำ แร่พลอย และแร่เพชรขนาดใหญ่ ทิศซีเปียน 西边(ทิศตะวันตก)ผืนดินอุดมสมบูรณ์สามารถปลูกข้าวและทำพืชไร่ ทิศซีเปียนมีหลายเมืองติดกับทิศหนานเปียน 南边 (ทิศใต้)ติดทะเล ทำให้สามารถทำการค้าขาย และแลกเปลี่ยนสินค้ากับพ่อค้าจากต่างแคว้นโดยทางเรือ อีกทั้งทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากมาย

ทำให้เป็นที่อิจฉาของแคว้นข้างเคียงอย่างแคว้นซีเหลียนที่ตั้งอยู่ทางทิศตงเปียน (ทิศตะวันออก)ของแคว้นต้าถัง ซึ่งมีความต้องการที่จะแย่งชิงพื้นที่แหล่งเหมืองแร่ และแคว้นชิงเยี่ยที่อยู่ททางทิศซีเปียน(ทิศตะวันตก)ของต้าถัง มีความต้องการจะแย่งชิงผืนดินที่อุดมสมบูรณ์และแหล่งทรัพยากรทางทะเล ทำให้ทั้งสองแคว้นแอบร่วมมือกันก่อสงครามกับแคว้นต้าถัง เพราะคิดว่าแคว้นต้าถังไม่อาจรับมือกับศึกครั้งใหญ่ทั้งสองด้านภายในเวลาเดียวได้ ทั้งสองแคว้นที่ต้องการแย่งชิงอาณาเขตจึงปลุกปั่นให้แคว้นเมืองขึ้นทั้งหลายก่อกบฎ

เมื่อศึกเข้ามาประชิดทั้งสองด้าน เพื่อป้องกันความเสียหายของแคว้นและความเดือดร้อนของราษฏร องค์หวงตี้จึงมีพระบัญชาเรียกตัวเหล่าองค์ชาย เสนาบดี แม่ทัพ ทั้งหลายเข้ามาประชุมและปรึกษาหารือเพื่อหาทางแก้ปัญหาทางชายแดน

ท้องพระโรง

วันนี้ในท้องพระโรงทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด นี่เป็นศึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบร้อยปีก็ว่าได้ เพราะนับตั้งแต่ก่อตั้งแคว้นต้าถังมา นี่เป็นครั้งแรกที่มีศึกขนาบซ้าย ขวา องค์หวงตี้ทรงมีพระบัญชา

"อิงหย่ง(กล้าหาญ)ต้าเจียงจวิน ตอนนี้ทหารที่อยู่ในสังกัดกองทัพของเจ้ามีจำนวนเท่าใด"

"ทูลหวงช่าง ตอนนี้ทหารในกองทัพของเฉินมีจำนวนห้าแสนนายพ่ะย่ะค่ะ"

"ถ้าเช่นนั้นเจ้าจงนำกองทัพห้าแสนนายไปที่ชายแดนทิศตงเปียน(ทิศตะวันออก) เพื่อปราบกบฎและตีแคว้นซีเหลียนให้ราบคาบ"

"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ"

"แล้วพวกเจ้าทั้งหมดคิดว่าผู้ใดเหมาะสมที่จะนำทัพไปรบกับแคว้นชิงเยี่ย"

เมื่อทุกคนในท้องพระโรงได้ยินคำถามจากองค์หวงตี้ บรรดาขุนนางในท้องพระโรงต่างพากันพูดคุยปรึกษาหารือเพื่อที่จะเลือกคนของฝ่ายตนให้อาสานำทัพออกไปรบ และแล้วเสียงพูดคุยในท้องพระโรงพลันเงียบลงเมื่อ องค์ชายสี่หยางเฟยหลงก็ก้าวออกมายืนกลางท้องพระโรง

"ทูลฟู่หวง เอ้อเฉินขออาสานำทัพออกไปรบกับแคว้นชิงเยี่ยพ่ะย่ะค่ะ"

องค์ชายสามหยางเฟยเซียนได้แต่กำมือแน่น องค์ชายหนุ่มไม่เก่งทางด้านการรบ เขาจึงให้ท่านราชครูหลิวซึ่งเป็นท่านลุงของเขา ออกหน้าเพื่อเสนอชื่อของฟู่เจียงจวินที่เป็นคนของเขานำทัพออกรบ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก หยางเฟยหลงก็ดันเสนอตัวเข้ามาแทนที่ เขาจึงหันไปส่งสายตาให้คนของฝ่ายตนเอ่ยปากคัดค้าน                

ท่านราชครูหลิวโหวได้เห็นสายตาขององค์ชายสามที่ส่งสัญญาณมาให้ จึงก้าวออกมาหน้าพระที่นั่งแล้วคุกเข่าลง

"เฉิน หลิวซื่อชาง ถวายบังคมหวงช่าง"

"ราชครูหลิวลุกขึ้นเถิด  เจ้ามีสิ่งใดจะบอกกับเจิ้นอย่างนั้นหรือ"

"ทูลหวงช่าง องค์ชายสี่ถึงแม้จะเก่งกาจแต่ก็ยังขาดประสบการณ์ เฉินจึงเห็นว่าควรให้ท่านฟู่เจียงจวินนำทัพและให้องค์ชายสี่ร่วมรบในครั้งนี้เพื่อหาประสบการณ์ไปก่อนพ่ะย่ะค่ะ"

เมื่อราชครูหลิวทูลจบขุนนางฝ่ายองค์ชายสามก็คุกเข่าลงพร้อมกัน

"ขอให้หวงช่างทรงพิจาราณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ"

หยางเหยียนติ้งหวงตี้ได้ฟังคำคัดค้านสีพระพักตร์ก็ทรงดำคล้ำไม่น่ามอง พระองค์ทรงหันไปทอดพระเนตรไปที่หยางเฟยหลงก่อนตรัสถาม

"เฟยหลง เจ้ามั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถนำทัพออกรบได้"

"เอ้อเฉินมั่นใจพ่ะย่ะค่ะ"

"เจิ้นขอแต่งตั้งให้องค์ชายสี่หยางเฟยหลงเป็นเจียงจวินนำทัพไปรบกับแคว้นชิงเยี่ย  ส่วนทหารเจิ้นจะให้หูเป่ยเจียงจวินส่งทหารมาหนึ่งแสนห้าหมื่นนายโยกย้ายทหารจากทางเป่ยเปียน (ทิศเหนือ) และให้หนานเจียงจวินนำทหารหนึ่งแสนห้าหมื่นโยกย้ายจากทางหนานเปียน (ทิศใต้)  โดยให้องค์ชายสี่เป็นผู้นำทัพ"

เมื่อราชครูหลิวได้ยินองค์หวงตี้ประกาศราชโองการแต่งตั้งองค์ชายสี่ จึงรู้ว่าไม่สามารถแย่งชิงตำแหน่งเจียงจวินในการศึกครั้งสำคัญครั้งนี้ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะปล่อยให้องค์ชายสี่นำทัพไปสู้รบอย่างราบรื่น และอีกประการหนึ่งในศึกครั้งนี้อาจจะสามารถลดทอนอำนาจและความไว้วางพระทัยขององค์หวงตี้ที่มีต่อมู่หรงเจี้ยนลงได้

"ทูลหวงช่าง เฉินมีเรื่องอยากจะเสนอแนะพ่ะย่ะค่ะ"

"ราชครูหลิว เจ้ามีอะไรจะเสนอแนะเช่นนั้นหรือ"

“ทูลหวงช่าง การที่จะให้หูเป่ยเจียงจวินส่งทหารมาหนึ่งแสนห้าหมื่นนาย และให้หนานซื่อเจียงจวินนำทหารหนึ่งแสนห้าหมื่นมาเพื่อเป็นกำลังรบให้กับองค์ชายสี่นั้น ไม่สามารถทำได้นะพ่ะย่ะค่ะ”

“ราชครูหลิว ทำไมเจ้าถึงพูดเช่นนั้น”

“ทูลหวงช่าง เพราะดูจากสถานการตอนนี้ของแคว้นต้าถังเรา ที่ต้องรับศึกทั้งสองทางเช่นนี้ หากทำการเคลื่อนโยกย้ายจำนวนทหารที่ประจำการเดิมในแต่ละส่วนจะทำให้แคว้นฉินที่อยู่ทางเป่ยเปียน (ทิศเหนือ) และแคว้นเว่ยที่อยู่ทางหนานเปียน (ทิศใต้) ผิดสังเกตได้ อาจทำให้ทั้งสองแคว้นฉวยโอกาสก่อสงครามขึ้นมาได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นเท่ากับว่าทางแคว้นต้าถังต้องเจอศึกทั้งสี่ด้าน ที่สำคัญทางหนานเปียน (ทิศใต้) ของแคว้นต้าถังนั้น ต้องเผชิญกับพวกโจรสลัดที่คอยมาดักปล้นอยู่เป็นระยะ จำต้องมีทหารไว้ประจำการอย่างเพียงพอ อีกทั้งทหารทางใต้จะชำนาญด้านการต่อสู้ทางทะเลมากกว่าทางบก คงไม่ดีแน่ถ้านำทหารที่ชำนาญการทางทะเล มาสู้รบในสมรภูมิที่เต็มไปด้วยป่าเขา ที่ราบ พะยะค่ะ  ดังนั้นจึงไม่สมควรโยกย้ายหรือแบ่งกำลังทหารเพื่อส่งมอบให้กับองค์ชายสี่ได้พะยะค่ะ”

เมื่อราชครูหลิวเสนอแนะความคิดเห็นจบ ก็คุกเข่าอ้อนวอนให้องค์หวงตี้ คล้อยตามในคำพูดของตน เมื่อมีราชครูหลิวเป็นผู้นำ บรรดาขุนนางที่อยู่ข้างองค์ชายสามและราชครูหลิวก็ต่างพากันคุกเข่าเพื่อยืนยันความคิดของราชครูหลิว

“ถ้าอย่างนั้นราชครูหลิว เจ้าคิดว่าควรจะนำกำลังทหารจากส่วนไหน มอบให้กับองค์ชายสี่ เพื่อนำไปรบกับแคว้นชิงเยี่ย"

“ทูลหวงช่าง เฉินมีความคิดว่าอิงหย่งต้าเจียงจวิน นั้นชำนาญการศึกนำทัพสู้รบมาเป็นเวลานาน อีกทั้งทหารในกองทัพทุกนายล้วนแล้วมีความสามารถยิ่งกว่าทหารในสังกัดของแม่ทัพคนอื่นๆ การไปสู้รบครั้งนี้ หม่อมฉันมีความคิดเห็นว่า ท่านอิงหย่งต้าเจียงจวินน่าจะสามารถแบ่งกองกำลังทหารสามแสนนายมอบให้กับองค์ชายสี่เพื่อไปรบกับแคว้นชิงเยี่ยได้เพราะศึกนี้เป็นศึกแรกขององค์ชายสี่ ให้พระองค์นำกำลังทหารที่ชาญศึกไปสามแสนนายดูเหมาะสมยิ่งกับการที่ต้องไปสู้รบกับแคว้นใหญ่อย่างแคว้นชิงเยี่ย สำหรับทหารสองแสนนายที่เหลือในกองทัพของท่านอิงหย่งต้าเจียงจวิน นั้น เฉินมีความเห็นว่าด้วยความสามารถของท่านอิงหย่งต้าเจียงจวิน ทหารสองแสนนายก็น่าจะเพียงพอแล้ว พะยะค่ะ”

ทั้งองค์หวงตี้ และ อิงหย่งต้าเจียงจวินสกุลมู่หรง ต่างได้ยินคำพูดเหล่านี้ ก็อดที่จะคิดตามไม่ได้ จึงเผลอแสดงสีหน้าลำบากใจ ซึ่งต่างจากองค์ชายสี่ที่ยังมีสีหน้าสงบนิ่ง ไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมาให้ได้เห็น

องค์หวงตี้ทรงหันไปทางมู่หรงเจี้ยนแล้วจึงตรัสถามขึ้นมา

"อิงหย่งต้าเจียงจวิน เจ้ามีความเห็นเยี่ยงไรกับข้อเสนอของราชครูหลิว"

มู่หรงเจี้ยนรู้ดีว่าจิ้งจอกเฒ่าหลิวซื่อชางตั้งใจจะหาเรื่องตน แต่สิ่งที่จิ้งจอกเฒ่าพูดมาก็เป็นเรื่องจริง เมื่อเป็นเช่นนั้น   เขาจะทำอันใดได้  ถึงแม้กองกำลังจะเหลือเพียงสองแสนนาย แต่มู่หรงเจี้ยนก็มั่นใจศักยภาพของทหารของตนเอง วันที่เขารบชนะกลับมาจะเป็นวันที่จิ้งจอกเฒ่าต้องแค้นจนกระอักโลหิต

"ทูลหวงช่าง เฉินเห็นด้วยกับราชครูหลิวพ่ะย่ะค่ะ ทหารของทัพอิงหย่งแต่ละนายถูกฝึกฝนมาอย่างดี ทุกนายล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ในการรบ หวงช่างทรงมิต้องกังวลพระทัย เฉินจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถ้าไม่ชนะก็ไม่กลับมาพ่ะย่ะค่ะ"

"ดีมาก ถ้าเช่นนั้นอิงหย่ง เจ้าจัดการเตรียมแบ่งทหารให้หยางเฟยหลงเจียงจวิน พร้อมเมื่อใด ออกรบได้เลย"

“รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ”

หนึ่งเดือนต่อมาหลังจากที่ต้าเจียงจวินสกุลมู่หรง ได้นำทัพออกไปรบ จวนอิงหย่งกั๋วกงก็ได้จัดพิธีปักปิ่นให้กับคุณหนูรองมู่หรงเย่วเฟิ่ง โดยงานพิธีในครั้งนี้ หวงไท่โฮ่ว (皇太后)ได้ส่งกูกู(姑姑)คนสนิทมาเป็นประธานในพิธีปิ่นปักให้กับมู่หรงเย่วเฟิ่ง เพราะหวงไท่โฮ่ว ให้ความสำคัญกับคุณหนูรองมาก ดังนั้นจึงเป็นที่ดึงดูดความสนใจของคนในเมืองหลวงเป็นอย่างยิ่ง ทำให้องค์ชายสามและองค์ชายหกต่างก็มาร่วมในพิธีครั้งนี้ด้วย นอกจากนั้นยังมีคนจากจวนสกุลต่างๆมากมายมาเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีทั้งยังมอบของขวัญของกำนัลมีค่าให้กับจวนอิงหย่งกั๋วกง และหาโอกาสทาบทามดรุณีน้อยนางนี้ให้กับบุตรชายของตน

หลังจากพิธีปักปิ่นได้เสร็จสิ้นลง องค์ชายหกหยางเฟยหมิงก็มักจะหาโอกาสมาดักรอคุณหนูรองที่อุทยานข้างตำหนักฉือหนิง ทำให้ทั้งสองคนเกิดความสนิทสนมจนกลายเป็นความรัก ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะไม่แพร่ออกไป แต่คนวังส่วนใหญ่ก็รู้ว่าองค์ชายหกกับคุณหนูรองจวนอิงหย่งกั๋วกงนั้นมีใจให้กัน อีกทั้งองค์ชายหกก็มักจะแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนคุณหนูรองที่จวนอยู่บ่อยครั้ง แต่ทั้งสองคนก็ยังมีสถานะเป็นเพียงคู่รักเนื่องจากอิงหย่งต้าเจียงจวินยังทำศีกอยู่ชายแดน เรื่องการสู่ขอและหมั้นหมายจึงต้องพักไว้ก่อน

ท้องพระโรง วังหลวง

ข่าวการรบชนะขององค์ชายสี่หยางเฟยหลงที่ใช้เวลาเพียงสองปีครึ่งก็สามารถปราบแคว้นใหญ่อย่างแคว้นชิงเซี่ยให้กลายเป็นแคว้นเมืองขึ้น ส่วนบรรดาแคว้นต่างๆที่ร่วมก่อกบฏต่างก็ยอมศิโรราบแต่โดยดี

หยางเหยียนจิ้งหวงตี้ทรงดีพระทัยและทรงภูมิใจที่องค์ชายสี่หยางเฟยหลงก็ไม่ทำให้พระองค์ผิดหวัง

ขณะที่บรรยากาศในท้องพระโรงนั้นเต็มไปด้วยความยินดี ทหารจากหน่วยอิงหย่งก็ขอเข้าเฝ้า เพื่อนำสาส์นถวายแด่องค์หวงตี้

หยางเหยียนติ้งหวงตี้ได้ทอดพระเนตรสาส์นฉบับนั้น สีพระพักตร์ของพระองค์ก็มีร่องรอยของความกังวลพระทัย พระองค์ทรงรู้ดีว่า ถ้ามู่หรงเจี้ยนไม่เก่งจริงป่านนี้คงรบแพ้ไปนานแล้ว

"อิงหย่งเจียงจวินได้ส่งสาส์นมาขอกำลังทหารเพิ่ม เพราะทางแคว้นซีเหลียนได้ส่งกำลังทหารมาเพิ่มอีกหนึ่งสองแสนนาย ส่วนแคว้นเมืองขึ้นก็ได้จับมือกันรบแบบกองโจร ทำให้สถานการณ์ทางนั้นตึงเครียดเป็นอย่างมาก พวกเจ้ามีความเห็นเยี่ยงไร"

"เฉินเจียงหย่ง ถวายบังคมองค์หวงช่าง"

"อำมาตย์เจียง ลุกขึ้นเถิด เจ้ามีอะไรจะเสนอแนะหรือ"

"เฉิน ขอเสนอให้องค์ชายสี่นำทัพไปช่วยอิงหย่งเจียงจวิน เนื่องจากทหารขององค์ชายสี่เป็นทหารในสังกัดของท่านอิงหย่งมาก่อน ดังนั้นเฉินเห็นว่าถ้าได้ทหารที่ท่านอิงหย่งฝึกมากับมือน่าจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ อีกอย่างองค์ชายสี่นั้นถือว่าเป็นเจียงจวินที่เก่งกาจ ถ้าให้พระองค์ไปช่วยรบโอกาสชนะมีสูง เฉินจึงของให้องค์หวงช่างรับไว้พิจารณาพ่ะย่ะค่ะ"

หยางเหยียนจิ้นหวงตี้ได้ยินเช่นนั้นก็คล้อยตาม

"ถ้าเช่นนั้นก็ให้ทหารนำราชโองการไปให้องค์ชายสี่ เจิ้นต้องการให้หยางเฟยหลงเจียงจวินนำทัพไปสมทบกับอิงหย่งเจียงจวินเป็นการด่วน"

อำมาตย์เจียงและขุนนางทั้งหลายคุกเข่าลง "องค์หวงช่างทรงพระปรีชา"

เมื่อองค์ชายสามและราชครูหลิวเห็นโอกาสที่จะได้รับความดีความชอบในศึกครั้งนี้ หยางเฟยเซียนจึงก้าวออกมากลางท้องพระโรง

"ทูลฟู่หวง เอ้อเฉินขออาสานำทหารส่วนกลางจำนวนหนึ่งแสนนายไปช่วยกองทัพของมู่หรงเจี้ยนก่อน เพราะกว่าองค์ชายสี่จะเคลื่อนพลมาถึง การศึกทางแคว้นซีเหลียนอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายกว่านี้ก็เป็นได้"

เมื่อองค์หวงตี้ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ก็เห็นด้วยจึงได้สั่งการให้ฟู่เจียงจวินและองค์ชายสาม นำทัพหลวงหนึ่งแสนนายไปสมทบกับมู่หรงเจี้ยน

เมื่อราชโองการมาถึงหยางเฟยหลงได้ทำการศึกษาแผนที่และสมรภูมิรบจุดสำคัญต่างๆของแต่ละแคว้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน องค์ชายสี่ได้ตัดสินใจที่จะนำทัพอ้อมไปปิดล้อมแคว้นซีเหลียนอีกด้านโดยการเดินทางไปแคว้นซีเหลียนนั้นหากเดินทางโดยทางบกนั้นจะเสียเวลานานเกินไปและจำเป็นต้องผ่านเมืองหลวงของต้าถัง การทำเช่นนี้นอกจากข้าศึกจะไหวตัวทันแล้ว ราษฎรของแคว้นก็จะยิ่งมีความหวาดกลัวมากขึ้น

หยางเฟยหลงสั่งการให้อ๋องโจวนำทหารจำนวนหนึ่งแสนนายเดินทางโดยทางน้ำ ซึ่งมีแม่น้ำสายใหญ่ที่เชื่อมต่อระหว่างแคว้นต้าถังกับแคว้นซีเหลียน อีกทั้งแม่น้ำสายนี้มักจะมีเรือโดยสารระหว่างแคว้นอยู่จำนวนมาก การที่จะเคลื่อนพลทางนี้จึงไม่เป็นที่สะดุดตา อีกทั้งแม่น้ำสายนี้เป็นแหล่งเสบียงอาหารสำคัญอีกทางหนึ่งของแคว้นซีเหลียน หากยึดครองน่านน้ำได้ก็เท่ากับเป็นการตัดแขนตัดขาแหล่งเสบียงอาหารของแคว้นซีเหลียน

องค์ชายสี่ได้นำทหารม้าที่ยังสามารถเดินทางอย่างเร่งด่วนได้ ให้เร่งเดินทางโดยลัดเลาะไปตามแนวภูเขาที่ขั้นระหว่างแคว้นฉินและแคว้นซีเหลียน ซึ่งดูจากสถานการณ์ในขณะนี้ แคว้นฉินไม่กล้ากระทำการบุ่มบ่ามใดๆอย่างแน่นอน เพราะชื่อเสียงขององค์ชายสี่และกองทัพที่สามารถรบชนะแคว้นใหญ่อย่างแคว้นชิงเซี่ยเป็นใบเบิกทางชั้นยอดที่จะทำให้แคว้นฉินไม่กล้าทำการเคลื่อนไหวใดๆทั้งนั้น  การเดินทัพในเส้นทางสายนี้ยากลำบากยิ่งนักแต่สามารถทำการโจมตีเหล่าแคว้นกบฏเล็กตลอดทางจนทัพขององค์ชายสี่เดินทางไปรวมสมทบกับมู่หรงเจี้ยน  กลยุทธ์ครั้งนี้ขององค์ชายสี่เรียกว่า กลยุทธ์ลูกโซ่(1) หรือ เหลียนหวน  เป็นกลยุทธ์ที่มีความหมายถึงเมื่อกองกำลังศัตรูมีพละกำลังที่เข้มแข็งกว่าหลายเท่า จักปะทะด้วยกำลังมิได้โดยเด็ดขาด พึงใช้กลอุบายนานาให้ศัตรูต่างถ่วงรั้งซึ่งกันและกัน ทำลายความแข็งแกร่งของศัตรูหรือร่วมมือกับพลังต่าง ๆ ร่วมโจมตีเพื่อขจัดความฮึกเหิมของศัตรูให้หมดสิ้นไป

ทางด้านองค์ชายสามและราชครูหลิได้วางแผนในการขออาสานำทัพเสริมมาสมทบกับมู่หรงเจี้ยนไว้แล้ว ทั้งสองคนจะให้ฟู่เจียงจวินและองค์ชายสามเร่งเดินทางนำทัพให้พ้นเขตเมืองหลวง ห่างไกลจากสายพระเนตรองค์หวงตี้ แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นให้เดินทัพอย่างล่าช้าแทน การทำเช่นนี้เพราะองค์ชายสามต้องการประวิงเวลาให้ทัพของมู่หรงเจี้ยนตกอยู่ในสถานการณ์ที่เพลี้ยงพร้ำ และเมื่อทัพขององค์ชายสามมาถึง พระองค์ก็จะได้ใช้สถานการณ์นี้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจสั่งการกองทัพทั้งหมดของมู่หรงเจี้ยนมาไว้ที่พระองค์

เพราะความประมาทของหยางเฟยเซียนที่คิดว่ากองทัพของหยางเฟยหลงไม่มีทางตามมาทัน แต่ราชครูหลิวรอบคอบกว่าองค์ชายสาม ดังนั้นจิ้งจอกเฒ่าจึงสั่งให้คนของเขาเฝ้าจับตามอง ถ้ากองทัพขององค์ชายสี่ผ่านเมืองหลวงเมื่อใด คนของราชครูหลิวจะหาทางถ่วงเวลา จากนั้นก็รีบส่งข่าวด่วนไปแจ้งให้องค์ชายสามทราบ

กองทัพขององค์ชายสามยังมาไม่ถึงค่ายอิงหย่ง องค์ชายหนุ่มถึงได้รู้ว่ากองทัพขององค์ชายสี่มาถึงแล้ว ที่สำคัญแคว้นซีเหลียนให้ราชทูตถือสาส์นขอสวามิภักดิ์ต่อแคว้นต้าถัง ส่วนแคว้นเมืองขึ้นที่ก่อกบฎ กองทัพอิงหย่งและกองทัพขององค์ชายสี่ร่วมกันปราบปราม ทำให้สองในสามของแคว้นเมืองขึ้น ส่งสาส์นขอยอมจำนน เหลือเพียงแคว้นหานที่ยังไม่ยอมแพ้

หยางเฟยหลงจึงแต่งตั้งอ๋องโจวหลินชิงนำทหารหนึ่งแสนนายอยู่ช่วยอิงหย่งต้าเจียงจวินปราบกบฎที่เหลือ สายสืบขององค์ชายสี่ได้ส่งสาส์นเล่าถึงแผนการขององค์ชายสาม หยางเฟยหลงจึงตลบหลังโดยให้ทหารขี่ม้าเร็วนำเรื่องนี้ไปทูลให้องค์หวงตี้ทรงทราบ

หยางเหยียนติ้งหวงตี้เมื่อทรงทราบเรื่องก็ทรงกริ้วเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงให้ทหารนำราชโองการเรียกตัวองค์ชายสามและฟู่เจียงจวินกลับเมืองหลวงเป็นการด่วน

ข่าวการชนะศึกในครั้งนี้นำพาซึ่งความปิติยินดีให้แก่แคว้นต้าถังเป็นอย่างยิ่ง ชาว เมืองต่างยกย่องสรรเสริญในความปรีชาสามารถการทำศึกขององค์ชายสี่หยางเฟยหลง วันนี้บรรยากาศในเมืองหลวงจึงคึกคักเป็นพิเศษ เพราะชาวบ้านต่างแห่ออกมาต้อนรับ เหล่านักรบผู้ชาญศึกกลับมาโดยมีองค์ชายสี่หยางเฟยหลงเป็นผู้นำทัพ

ขอโทษรีดทุกคนนะคะที่หายไปนาน ไรท์ปั่นต้นฉบับหัวฟูมาก แถมยังป่วยอีกต่างหาก ไรท์มาอ่านทวนและอ่านคอมเม้นท์ของรีดทุกเม้น เลยเห็นถึงข้อบกพร่องจึงทำการรีไรท์ส่วนที่หายไป เพื่อให้รีดเข้าใจความเป็นไปของเนื้อเรื่องมากขึ้น ถ้าอ่านแล้วชอบไม่ชอบเม้นท์บอกด้วยนะคะ

คิดถึงรีดจ้า

Phoenix_C


 อยากอ่านคอมเม้นท์จากรีด เพื่อเป็นกำลังใจ ส่งมาหน่อยนะคะ

special thanks

ขอบคุณรีดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ ถ้าไม่มีพวกคุณคอยให้กำลังใจ ช่วยคิด ช่วยแก้ไขงาน เรื่องนี้คงไม่ออกมาดีแบบนี้ ไรท์ขอบคุณจากใจค่ะ

 รีดที่น่ารักคะ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเขียนทุกคน ถ้าชอบ กด Like Share และ Favoriteให้ด้วย จะได้รู้ว่ามีคนอยากอ่านเรื่องของเราอยู่

กราบขอบพระคุณค่า

ไรท์

ตอนนี้เล่ห์หงส์ได้กลับมาเปิดกลุ่มอีกครั้ง ใครสนใจเข้ากลุ่มทิ้ง ID Line ไว้ใต้คอมเม้นเลยค่ะ 

ประกาศเปิดกลุ่มเล่ห์หงส์ใครสนใจScan QR Code เลยค่ะ  กลุ่มอาจเด้งบ่อยนะคะ ถ้าใครมีสองเครื่องกรุณาแอดในเครื่องที่ไม่ใช้ทำงาน


ความคิดเห็น