เป็นกำลังใจให้เทคด้วยน้าาาา เทคจะได้มีแรงอัพพพพพ >3<

ราตรีที่ 2 มังกรกับหมู

ชื่อตอน : ราตรีที่ 2 มังกรกับหมู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.4k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2560 01:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 2 มังกรกับหมู
แบบอักษร

ตอนที่****2 มังกรกับหมู

ผ่านไปอีกค่ำคืนหนึ่ง เป็นคืนที่สองที่หย่งชางได้ออกมานอกวังหลวง ในกระโจมนอกจากชายหนุ่มแล้วยังมีอีกหนึ่งหญิงและหนึ่งบุรุษ

หย่งชางชอบความสุขนี้นัก ได้ร่วมหรรษากับเหล่าหญิงงามและชายงามมันย่อมดีกว่าไปทำศึกสงครามเป็นไหนๆ เรื่องบัลลังก์ไม่เคยคิดแก่งแย่งเหมือนองค์ชายรองและองค์ชายสามให้เปล่าประโยชน์ ในเมื่อพวกนั้นกระหายในอำนาจกันนักก็จะให้ปล่อยให้ฆ่ากันตายไปข้าง

ที่เขาเป็นเช่นนี้ จะโทษใครได้นอกจากชะตาที่ต้องให้เกิดมามีอำนาจ ตั้งแต่จำความได้หย่งชางไม่เคยได้ยินคำว่าสงบสุข ฮองเฮาผู้เป็นมารดาพร่ำสอนในเรื่องลาภยศ อำนาจ ในตระกูลก็เสี้ยมสอนให้แข็งแกร่งจนเอือมระอา

ตอนอายุสามขวบสิ่งที่เขาจำได้มีแค่การท่องจำอ่านตำรา หากวันไหนท่องตำราผิดหรือจำไม่ได้สิ่งที่จะได้รับคือการลงโทษ

เขาถูกคาดหวังให้ขึ้นครองราชย์ต่อจากเสด็จพ่อ ความหวังทั้งหมดตกมาอยู่ที่เขา อาจเรียกได้ว่าตั้งแต่แรกเกิด จึงได้รับการสั่งสอนที่เข้มงวดกว่าใคร มันช่างน่าขันยามที่หวนคิดถึงอดีตที่น่าชัง

“องค์ชายเพคะ” หญิงงามลูบไล้เรือนกายแข็งแกร่ง นางใช้แววตาเว้าวอนเต็มไปด้วยความต้องการ ไม่ผิดแผกไปจากอีกหนึ่งบุรุษที่อยู่ด้านหลัง

หย่งชางกระตุกยิ้มด้วยความพึงใจ เห็นว่าคืนนี้คงอีกยาวไกลเสียแล้ว

ดวงตาราวกับงูพิษตวัดมองด้านข้าง บุรุษงามแอบหยิบมีดเล็กออกมาจากอาภรณ์ที่ยังถอดออกไม่หมด หน้าที่ของเขาคือนักฆ่า ผู้ที่ต้องถูกสังหารก็คือองค์ชายใหญ่ ในเมื่อได้รับมอบหมายมาแล้วก็จำเป็นที่จะต้องทำให้มันสำเร็จลุล่วง เขาง้างมีดขึ้นสูงเหนือหัวพลางสบตากับหญิงงามอีกคน ที่กำลังใช้ปิ่นปักผมเป็นอาวุธ

มือสังหารในครั้งไม่ได้มีเพียงแค่หนึ่ง กลับมีถึงสอง

หย่งชางรู้อยู่ก่อนแล้ว เขาเอียงตัวหลบไปอีกด้านทันทีเมื่อรับรู้ว่ามีอันตราย ปลายมีดแฉลบไปโดนเส้นผมสีดำที่ยาวเหยียดตรงจนขาดไปราวสิบเส้น เขามองเส้นผมที่ปลิวลงพื้นด้วยแววตาเย็นเฉียบ

ภายในกระโจมที่ดูเหมือนว่าจะเป็นสวรรค์เมื่อครู่ กลายเป็นนรกโลกันณ์ในพริบตา

มือสังหารทั้งสองคนพลาดแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องลงมือให้เร็วที่สุด ชายหนุ่มที่เป็นนักฆ่าเริ่มลงมือก่อน เขาร้องย๊าครั้งหนึ่งก่อนจะใช้วรยุทธพุ่งตรงเข้าหาผู้เป็นเป้าหมาย

หย่งชางทำเพียงแค่เอียงตัวหลบเหมือนครั้งแรก เขาใช้สันมือตบลงไปที่ด้านหลัง นักฆ่าที่ถูกฝึกปรือฝีมือเป็นอย่างดีย่อมต้องหลบทันอย่างเฉียดฉิว แค่เพียงแผ่นหลังขาวนวลปะทะกับลมก็ยังรับรู้ว่า ถ้าหากโดนไปเต็มๆ คงมีหวังได้กระอักเลือดในคราวเดียวแน่

นักฆ่าหญิงเริ่มลงมือบ้าง วรยุทธนางเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าชายชาติทหาร นางดีปลายเท้าก่อนหมุนตัวเป็นวงกลมกลางอากาศ นางมีปิ่นปักผมอาบยาพิษเป็นอาวุธ ถึงจะขนาดเล็กแต่ก็มีพิษสงไม่แพ้กระบี่ ยาพิษของนางนั้นเป็นยาพิษที่ไม่มีใครรักษาได้ หากโดนไปแล้วครั้งหนึ่งเพียงแค่รอยขีดข่วนก็ถึงฆาตได้ทันที

หย่งชางตวัดเท้าก้าวถอยหลัง แต่ครั้งนี้เขาหยิบกระบี่ด้ามยาวที่ถูกซ่อนเอาไว้ใต้เตียงขึ้นมาด้วย ในกระโจมสั่นสะท้านเพราะการต่อสู้จากบุคคลทั้งสาม แต่กลับไม่มีทหารเข้ามาสักคน ดูจากสถานการณ์แล้วคิดว่าผู้ร้ายทั้งสองคงมีฝีมืออยู่พอตัว แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ซุ่มเสียงต่อชีวิต ทว่าหย่งชางกลับนึกสนุกอยากเห็นฝีมือทั้งสองยิ่งนัก เขาจึงเป็นฝ่ายออมมือให้ อาศัยแค่เพียงหนึ่งกระบวนท่ารับให้ดูเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

นับตั้งแต่อายุเพียงแค่สามขวบ ชีวิตของเขาก็ถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย ถูกลอบสังหารมานับครั้งไม่ถ้วน มีคราหนึ่งในตอนอายุเพียงแค่เจ็ดขวบกลับถูกลอบวางยาพิษจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ตอนายุได้สิบสามก็เกือบถูกมือสังหารลอบฆ่าเช่นวันนี้

สิ่งเหล่านั้นมันช่างน่าเบื่อหน่ายจนอยากสำรอก

เขาถูกฝึกปรือวรยุทธ์ ถูกสั่งสอนให้ยึดมั่นในอำนาจ ทีแรกนั้นก็เพื่อผู้อื่น ในภายหลังหย่งชางก็ตระหนักได้ว่าเขาควรทำเพื่อตัวเอง หาความสุขใส่ตัวเองมากกว่า

ผ่านไปครู่หนึ่งก็เริ่มเบื่อหน่าย หย่งชางหาววอดๆ บ่งบอกถึงความอยากนอนเต็มที่ คนร้ายมีอาวุธในมือ เขาเองก็มีเช่นกัน  ผ่านไปเพียงแค่หนึ่งลมหายใจ หย่งชางจึงจัดการผู้ร้ายทั้งสองภายในสามกระบวนท่า กระโจมที่เป็นสีขาวถูกเปลี่ยนเป็นสีเลือดภายในพริบตา

เหตุการณ์เริ่มเงียบสงบ หย่งชางก้าวเดินออกไปนอกกระโจมที่ในตอนนี้ไม่ได้ต่างจากด้านในเท่าใดนัก เหล่าทหารอารักขาของเขาเปื้อนไปด้วยเลือดนักฆ่าอีกสามสี่คน

“องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ” ทหารองค์รักษ์คุกเข่าลงกับพื้น

“เป็นคนของใคร” น้ำเสียงนิ่งเรียบเอ่ยถาม

“เป็นคนขององค์ชายสามพ่ะย่ะค่ะ”

จากการตรวจสอบของผู้ร้าย ทหารองค์รักษ์ได้พบว่าคนพวกนี้เป็นขององค์ชายสามส่งมาเพื่อลอบสังหารองค์ชายใหญ่ เดิมทีองค์ชายใหญ่เตรียมการที่จะเที่ยวชมป่าล่าสัตว์ตามวิสัยที่ชอบ หญิงงามกับบรุษงามก็ถูกสับเปลี่ยนก่อนหน้า คิดว่าตัวจริงคงไปพบยมบาลไปแล้ว

หย่งชางร้องอ้อคำหนึ่งในลำคอ เขาคิดไม่ผิดจริงๆ จึงได้เตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า การล่าสัตว์ครั้งนี้คงไม่ได้สงบสุข ไม่องค์ชายรองก็องค์ชายสามคงคิดหาทางกำจัดเสี้ยนหนามที่ยังมีสิทธิ์ในบัลลังก์

“จัดการให้เรียบร้อย วันพรุ่งเราจะกลับวังหลวง”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

เหล่าทหารที่ได้รับคำสั่งจึงลุกขึ้น เพื่อทำตามคำสั่ง

ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล อีกหลายชั่วยามกว่าจะถึงรุ่งสาม หย่งชางทอดมองซากศพเบื้องหน้าด้วยแววตาเย็นเฉียบ เมื่อผู้ร้ายกลุ่มหนึ่งได้ถูกกำจัด ก็ยังมีผู้ร้ายอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังรออยู่ หย่งชางจึงได้กลายเป็นเป้านิ่ง

ในเดือนเมษายน ช่วงกลางวันอากาศร้อนอบอ้าวก็จริงอยู่ แต่ในช่วงกลางคืนกลับหนาวเย็นสบาย หากเป็นผู้อื่นอาจนอนหลับฝันจนถึงเช้า ยกเว้นก็แต่ฉิงเฟิ่งที่ไม่อาจข่มตาหลับได้ ในคืนนี้เขาหนาวเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายมันเลยทำให้อุณหภูมิไม่เหมือนคนอื่น

ร่างอ้วนพีลุกขึ้นมาท่ามกลางความมืด ฉิงเฟิ่งมองไปด้านนอกหน้าต่างที่ยังคงมืดสนิทอยู่เหมือนเดิม เขาล้มตัวนอนอีกครั้งก่อนจะบังคับตัวเองให้นอนหลับต่ออีกสักตื่น เพราะรุ่งสางยังคงต้องทำงานให้เสร็จก่อนไปบ้านของหวางเยี่ยนฉวี่

มันช่างยากเย็นนัก ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจข่มตาหลับได้ลง จึงได้แต่ลืมตาปริบๆ มองเหม่อไปบนเพดาน อาจเป็นเพราะคืนนี้เขาตื่นเร็วนัก จึงทำให้คิดถึงเรื่องเก่าๆ

ฉิงเฟิ่งคิดถึงมารดา

คิดถึงอ้อมกอดของนาง นึกถึงเมื่อตอนเด็ก เขาถูกล้อว่าอ้วนอัปลักษณ์ ถูกคนอื่นถูกดูในรูปลักษณ์ที่แตกต่าง ถูกเอาไปเปรียบกับพี่น้องคนอื่นในบ้าน แม้มารดาจะค่อยพร่ำสอนไม่ให้คิดมาก แต่บางครั้งเขาก็ยังอดน้อยใจไม่ได้

ฉิงเฟิ่งเลือกเกิดไม่ได้ สวรรค์ให้เขาเกิดมาได้เพียงเท่านี้ แล้วจะให้เขาทำเช่นไรเล่า

โครม***!***

“เฮ้ย!”

เสียงดังโครมใหญ่ที่ดังมาจากทางด้านนอก ฉิงเฟิ่งสะดุ้งตัวโหยงลุกขึ้นจากเตียง เขาเผลออุทานเสียงดังออกมา ก่อนจะรีบลุกมองไปด้านนอกหน้าต่างเพื่อดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น ฉิงเฟิ่งได้แต่หวังว่าคงไม่มีโจรผู้ร้ายเข้ามาปล้นบ้านเขาหรอกนะ ถึงจะมีฐานะเป็นเพื่อนเล่นของคุณชายตระกูลหวางแต่ก็ใช่ว่าจะร่ำรวย สิ่งที่เขามีคงมีแต่เพียงป้ายหยกเก่าๆ ที่ดูราคาถูกติดตัวเท่านั้น

เมื่อมองออกไปด้านนอก ก็เห็นกายหนึ่งอยู่ในเงามืด ฉิงเฟิ่งมองเห็นเพียงแค่ด้านหลัง มันดูเป็นเงาเลือนรางเหมือนมากกว่า อาภรณ์สีเข้มปลิวไสวไปกับสายลมแผ่วรับกับเส้นผมสีดำยาวเหยียดตรงสวย

ฉิงเฟิ่งเหมือนตกอยู่ในภวังค์

ร่างนั้นหายไปกับความมืดมิด จนคนมองถึงกับขนลุกซู่ เรื่องเล่าของวิญญาณหรือภูตผีปีศาจได้ถูกเล่าขานปากต่อปาก แน่นอนว่าฉิงเฟิ่งนั้นไม่เคยเห็น ได้ยินว่าพวกมันจะออกมาตอนกลางคืนเพื่อหล่อล่อให้พบเห็นก่อนเอาดวงวิญญาณไปกิน

ความกลัวจึงทำให้ฉิงเฟิงรีบปิดหน้าต่างแล้วคลุมโปงตัวเองจนถึงเช้า

ทั้งคืนนั้นเขาแทบข่มตาไม่หลับ เช้าตื่นขึ้นมาจึงมีขอบตาดำคล้ำอย่างคนอดนอน ความง่วงทำให้เขาอ้าปากหาวกว้างอยู่หลายครั้ง

“ท่านพี่...ท่านพี่จะไปผ่าฝืนหรือขอรับ”

เหวินอี้...ซือเหวินอี้...น้องชายสายเลือดเดียวกันที่ห่างกันสองปีถามขึ้น ดวงหน้าที่ได้มารดามาเต็มๆ ทำให้เหวินอี้ดูเหมือนเด็กผู้หญิงมากกว่า ผิวที่ขาวผุดผ่องเพราะไม่เคยจับต้องแสงแดด มีครั้งหนึ่งที่ฉิงเฟิ่งเคยถามบิดาด้วยเฉ่นกัน เหตุใดเหวินอี้ที่เป็นบุรุษถึงไม่ได้จับต้องงานสักอย่าง แต่เป็นเขาที่ต้องทำแต่เพียงผู้เดียว หากเป็นพี่สาวทั้งสามยังพอเข้าใจอยู่บ้าง แต่กับเหวินอี้มันไม่ใช่

เหวินอี้เป็นบุรุษ และบุรุษก็ต้องมีความเท่าเทียม

แต่คำตอบนั้นกลับไม่ได้แตกต่างจากพี่สาวทั้งสามเท่าใดนัก

บิดารักน้องห้าที่สุด เป็นแก้วแหวนดวงใจเลยก็ว่าได้ เหวินอี้นอกจากไม่ได้ทำงานแล้วยังได้อ่านเขียนเรียนหนังสือกับหลวงจีนที่วัดเพราะการฝากฝังจากบิดาที่ลงทุนไปร้องขอให้ช่วยสอนหนังสือให้

ปีนี้เหวินอี้อายุสิบสามแล้ว อีกสองปีก็จะอายุสิบห้า เมื่อถึงคราวนั้นเมื่อไหร่คงได้มีหญิงมากมายอยากได้เขาเป็นคู่ครอง หรือไม่ก็อาจไปสอบเป็นบัณฑิตเพื่อเข้ารับราชกาล

“ท่านพี่ ท่านโกรธข้า”

เหวินอี้มักเป็นเช่นนี้เสมอ ยามที่ฉิงเฟิ่งทำเพียงแค่ผินมองหน้ามิได้พูดกล่าวก็จะมักจะทำหน้าเหมือนกับว่าจะร้องไห้

อันที่จริงฉิงเฟิ่งก็ไม่เคยโกรธเหวินอี้ เขาย่อมแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนที่ควรทำหรือไม่ควรทำ เหวินอี้ยังเป็นเพียงแค่เด็กอายุสิบสาม เขายังเด็กนักไม่สมควรที่จะโกรธในเรื่องไม่เป็นเรื่อง

“เหวินอี้ เจ้าอยู่บ้านดูแลท่านพ่อดีๆ นะ ข้าจะไปเก็บฝืนสักประเดี๋ยว เหวินอี้คนเก่งทำได้รึไม่”

“ขอรับ” เหวินอี้พยักหน้ารับพลางยิ้มแป้น

ฉิงเฟิ่งมองน้องชายคนงามของตนอีกคราก่อนจะเดินเข้าไปในป่าเพื่อเก็บฝืนมาไว้ใช้ในตอนเย็นและวันพรุ่ง

ลับหลังฉินเฟิ่งไปแล้ว เหวินอี้ที่โบกมือลาปอยๆ ด้วยรอยยิ้มพลันเปลี่ยนเป็นสีหน้านิ่งเฉย เขารู้ว่าต้องทำเช่นไรกับพี่สี่

ในบรรดาพี่น้อง ฉิงเฟิ่งหน้าตาไม่ดีสุด เขาได้เรียนรู้จากบิดา จากหลวงจีน จากชาวบ้านละแวกนั้น ถูกสั่งสอนตั้งแต่ยังเป็นเด็กถึงความไม่เท่าเทียมจนมันซึมซับเข้าไปอยู่ในร่างกาย ต่อหน้าฉินเฟิ่งและบิดาเขาเป็นเพียงเด็กน้อยไร้เดียงสา ทำตัวให้ดูน่าสงสารเพื่อที่ตนเองจะได้ไม่ต้องทำงานหนัก

ฉิงเฟิ่งที่น่าสงสาร มันช่วยไม่ได้ ต้องโทษโชคชะตาเองก็แล้วกัน...ไอ้หมูอ้วนอัปลักษณ์*!*

บนภูเขาที่มีแต่ทางลาดชัน ฉิงเฟิ่งเดินเก็บไม้แห้ง ทีแรกมีแค่ตะกร้าเปล่าที่ถูกมัดอยู่กลางหลัง แต่ตอนนี้มันกลับมีไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่เต็มตะกร้า

มืออวบยกขึ้นมาปาดเหงื่อที่ไหลชื้นครั้งแล้วครั้งเล่าจนเปียก ฉิงเฟิ่งใช้เวลาเกือบสองชั่วยามก็ยังไม่เสร็จ นอกจากฝืนแล้วเขายังต้องหาของป่ากลับบ้านเพื่อนำไปขาย ความเหนื่อยกับความหิวมันมีพอประมาณ ฉิงเฟิ่งเลือกผลไม้ลูกหนึ่งจากตะกร้าสานที่อยู่ด้านหลัง เขามองอยู่นานก่อนจะหยิบขึ้นมาลูกหนึ่ง เป็นลูกที่สวยน้อยที่สุด มันดูช้ำจนไม่น่าอร่อยเท่าไหร่นัก

เมื่อกัดเข้าไปคำหนึ่งจึงรับรู้ถึงรสชาติที่หวานกลมกล่อม พอกัดได้ไม่กี่คำก็รู้สึกเย็นวาบจากทางด้านหลัง อาจเป็นเพราะเมื่อคืนเจอกับเหตุการณ์ประหลาดฉิงเฟิ่งจึงรับรู้ถึงความผิดปกติ ต่อให้อยากกินผลไม้มากเท่าไหร่ก็ต้องหยุด เขาลุกขึ้นแล้วรีบสาวขาอวบจ้ำอ้าวเดินไปยังเส้นทางเดิม

“ขยับขาอีกก้าว เจ้าได้กลายเป็นศพเฝ้าป่าแน่”

ฉิงเฟิ่งเป็นคนโง่งม ถึงจะอ่านหนังสือออกแต่ก็ไม่แตกฉาน เขาไม่ได้ฉลาดเหมือนหวางเยี่ยนฉวี่ ความปรารถนามีเพียงแค่ไม่กี่ข้อคือหนึ่งได้กินจนอิ่มท้อง และสองได้มีชีวิตที่สงบสุข

ตลอดเวลาร่วมสิบกว่าปีมานี้มันก็เป็นอย่างนั้นมาโดยตลอด แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้มันจะไม่เป็นเช่นนั้นเสียแล้ว เมื่อเขารับรู้ถึงคมกระบี่ยาวที่มาพาดคอ มันเหมือนกับว่าความตายได้เข้ามาเยือนเต็มที่ ฉิงเฟิ่งหลับตาปี๋ไม่กล้าที่จะลืมตาขึ้นมาดูด้วยซ้ำ กระทั่งหายใจก็ยังไม่กล้า

สวรรค์ ข้ายังไม่ได้มีเมีย ตัวข้ายังบริสุทธิ์ ท่านจะใจร้ายให้ข้าตายก่อนวัยอันควรงั้นรึ*!*

ฉิงเฟิ่งไม่เคยเคียดแค้นสวรรค์เท่าวันนี้

“เจ้าเป็นใคร”

คนที่ฉิงเฟิ่งคิดว่าเป็นผู้ร้ายเอ่ยถาม แค่ฟังจากน้ำเสียงก็พอเดาออกว่าดูน่าเกรงขามขนาดไหน กระนั้นก็ไม่อาจดูน่าใส่ใจเท่ากับคมกระบี่ตรงหน้า

“ขะ ข้า...”

คนตอบกลืนน้ำลายลงคอ เขาทำใจกล้าแหงนหน้ามองผู้ร้ายเพื่อที่จะร้องขอ

สองสายตาประสานเป็นหนึ่ง บรุษที่อยู่ด้านหลังช่างดูงดงามและหล่อเหลายิ่งนัก คิ้วหนาคมเข้มรับกับดวงตาที่ดูประกายแข็งกร้าว จมูกสันเป็นโด่งคมสวย

ถ้าให้เปรียบเทียบก็คงเหมือนกับมังกร ส่วนเขาก็เป็นเพียงแค่หมู



------------

TAKE

เป็นกำลังใจให้เทคด้วยนะจ๊ะ จะได้มีกำลังใจแต่งรัวๆ อิอิ

ความคิดเห็น