email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Look Like 11

คำค้น : Look Like รักเราใกล้กัน nana nanaกะหอยทาก ลุงอิน อินทร น้องพู่ พู่กัน เบาสมอง น่ารัก หวานมุ้งมิ้ง อบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ ไร่ส้มไร่องุ่น ใส่ใจ ดูแล ดราม่านิดหน่อย ฟิน หวานละมุน นิยาย ไม่ติดเหรียญ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.7k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2560 18:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Look Like 11
แบบอักษร

Look Like 11



09.41 น.

“พู่ พู่กัน”

“...” ฉันกระชับผ้าห่มตะแคงตัวหลบเจ้าของเสียงที่เรียก

“ตื่นก่อนเร็วเดี๋ยวพี่พาไปหาอะไรทาน” เสียงนุ่มยังกระซิบบอก ตอนนี้ฉันอยู่ในอ้อมกอดแข็งแรงของพี่อินและดูจากท่าทีแล้วเขาคงไม่ยอมปล่อยฉันแน่ๆเลย เพราะปากเอ่ยบอกว่าให้ตื่นแต่เขายังกอดฉันไว้แน่นแบบนี้น่ะ

“ขอนอนก่อนไม่ได้เหรอคะ”

“จะนอนต่อน่ะพี่ไม่ว่า แต่พี่กลัวพู่หิว”

“พู่ยังไม่หิวค่ะ พู่ขอนอนก่อนได้ไหม”

“ก็ได้ สิบเอ็ดโมงพี่จะปลุกนะอย่างอแงล่ะ”

“ไม่งอแง” ปากรับแต่การรับรู้ก็ลดน้อยลงกระทั่งฉันหลับสนิทไปอีกรอบ ตื่นอีกทีก็สิบเอ็ดโมงนิดๆพี่อินไม่ได้ปลุกหรอกแต่ฉันตื่นเพราะได้ยินเสียงคนคุยโทรศัพท์น่ะ

“ตื่นแล้วเหรอ?” พี่อินหันกลับมามองฉันที่ขยับตัวนั่งบนเตียง ฉันไม่ตอบแต่พี่อินก็เดินยิ้มเขามาใกล้ก่อนจะโน้มหน้าลงมาจูบที่ริมฝีปากฉันอย่างนุ่มนวล

“มอร์นิ่งครับ”

“มอร์นิ่งค่ะ” ฉันตอบรับคำของเขาพรางกระชับผ้าห่มแน่นขึ้น

แสงแดดที่ส่องประกายจากด้านหลังเขาทำให้คนตรงหน้าดูสว่างไสวจนฉันตาพร่ามัวไปหมด ไหนจะรอยยิ้มของเขาที่ชวนใจเต้นแรงนี่อีก

“หึหึ ทำไมมองพี่แบบนั้นล่ะ” พี่อินถามเสียงสดใส แต่ฉันส่ายหน้าก่อนจะหันซ้ายหันขวาหาเสื้อผ้าเพราะตั้งแต่เมื่อคืน เอ่อ นั่นแหละฉันก็หาชุดนอนไม่เจอเลยคนเอาแต่ใจก็ดื้อจะกอดไปๆมาๆเลยไม่ได้สวมเสื้อผ้าทั้งคู่ แต่ตอนนี้ร่างสูงมีผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่างอยู่อย่างหมิ่นเหม่ เฮ้อ หัวใจจะวายเพราะกลัวผ้าเช็ดตัวจะหลุดออกจากเอวสอบเสียจริง

“จะเอาเสื้อเหรอ?” พี่อินถามยิ้มๆ แต่เขาจะรู้ไหมว่าฉันอายแค่ไหนกับเรื่องเมื่อคืนน่ะ!!

“พี่อินอย่าแกล้ง” ฉันบอกเขาเสียงสั่น กัดปากแน่นกั้นเสียงสะอื้นไว้ มันน่าอายจริงๆนะเมื่อคืนน่ะ

“โอ๋ๆ ไม่เอาไม่ร้องสิ” พอเห็นว่าฉันกำลังจะร้องไห้เขาก็พุ่งเข้ามากอดปลอบทันที

“ไม่แกล้งแล้ว ป่ะ ไปอาบน้ำกันเดี๋ยวจะพาไปหาอะไรทานแล้วค่อยกลับบ้านกัน ไม่ร้องไห้นะ” พี่อินยังง้อเสียงนุ่ม ฉันไม่ตอบอะไรเขา พอเห็นว่าฉันเงียบเขาก็อุ้มฉันแนบอกเข้าไปยังห้องน้ำทันทีโดยไม่ได้สนใจเลยว่าฉันโป๊อยู่น่ะ!!

“พู่อยากไปฮันนีมูนไหนบอกพี่เลยนะ” ระหว่างที่เราเดินจับมือออกจากโรงแรมพี่อินก็เอ่ยบอก

“ยังนึกไม่ออกเลยค่ะ”

“งั้นก็ค่อยๆคิดแล้วกันนะ” พี่อินบอกอีกครั้ง

เราทานข้าวกันเสร็จพี่อินก็พาแวะห้างสรรพสินค้าซื้อของต่อเรากลับเข้าบ้านอีกทีตอนค่ำ ฉันที่เหนื่อยและปวดเมื่อยตัวตั้งแต่เมื่อเช้าก็ขอตัวขึ้นไปพักก่อน พอเข้ามาได้ห้องฉันก็ทิ้งตัวนอนบนเตียงอย่างอ่อนแรงในหัวเต้นตุบๆ พอหลับตาได้สักพักก็ต้องลืมตาตื่นเมื่อมีคนมาสัมผัสตัวเบาๆ

“เดี๋ยวพี่ลงไปทำข้าวต้มให้นอนพักก่อนเถอะ” พี่อินลูบผมเบาๆรอกระทั่งฉันหลับตาเขาถึงได้ผละออกไป

In-Torn Talk

“ตาอินน้องเป็นยังไงบ้าง” เสียงแหบห้าวถามขึ้นเมื่อผมก้าวลงมาถึงห้องกลัว

“ไม่สบายครับ มีไข้เดี๋ยวผมไปทำอะไรให้น้องทานก่อนนะครับ” ผมบอกสั้นๆก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อที่จะทำอาหารให้คนที่นอนป่วยอยู่บนห้อง

“มีอะไรให้ป้าช่วยไหมคะ” เสียงป้าแม่บ้านถามขึ้น

“ไม่เป็นไรครับป้าไปพักเถอะ” ผมบอกเสียงเรียบก่อนจะเริ่มเปิดตู้เย็นหาสิ่งที่ต้องการ

ตอนนี้ภรรยาที่น่ารักของผมนอนซมเพราะพิษไข้อยู่บนห้องนอน แล้วสามีที่ดีแสนดีแบบผมก็ต้องทำข้าวต้มไปเอาใจหน่อย ง้อเรื่องเมื่อคืนไปในตัว เพราะสาเหตุที่พู่กันต้องป่วยก็มาจากผมนี่แหละผมรู้ดี แต่พอนึกถึงเรื่องเมื่อคืนผมก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อคืนพู่กันน่ารักมากจริงๆ น่ารักซะจน...

“เพิ่งรู้ว่ามีลูกชายเป็นบ้า ยืนยิ้มอยู่คนเดียว”

“พ่ออ่ะ” ผมหันไปมองผู้เป็นพ่อที่ยืนกอดอกมองผมจากประตูห้องครัว ท่านส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะก้าวเข้ามาในห้องครัว ผมก็เตรียมอุปกรณ์ต่อ

“พรุ่งนี้พ่อกับแม่จะขึ้นกรุงเทพพร้อมกับพ่อแม่น้องเลยนะ”

“ครับ? ทำไมครับ” ผมละมือละสายตาจากสิ่งที่ทำอยู่ก่อนจะเงยหน้ามองผู้เป็นพ่ออย่างสงสัย

“แม่เขาอยากไปช็อปปิ้งกะว่าจะไปสักสามสี่วัน ยังไงก็ดูแลน้องดีๆล่ะ” พ่อกำชับมาอย่างเป็นห่วง

“พ่อครับนั่นเมียผมนะ ผมต้องดูแลดีอยู่แล้วน่า” ผมรู้ว่าพ่อกับแม่รักและเอ็นดูพู่กันมากแค่ไหน จนบางทีผมก็น้อยใจบ้างบางเวลาที่พวกท่านโอ๋เอาใจพู่กัน

“ก็บอกไว้ พ่อมาบอกแค่นี้แหละ ถ้าน้องไม่ไหวก็ให้พักเลยไม่ต้องลงมาฉลองกับคนงานก็ได้เดี๋ยวทางนี้พ่อดูให้ อีกอย่างไอ้พวกลูกเสือพวกนั้นเอาอยู่” พวกลูกเสือพ่อคงหมายถึงกลุ่มเพื่อนสนิทผมน่ะ พวกมันมาตั้งแต่วันก่อนงานจนถึงตอนนี้พวกมันก็ยังไม่มีวี่แววจะกลับ กะเอาคุ้มกับที่ผมเคยลากพวกมันไปเฝ้าพู่กันจริงๆ

“ครับ”

“พ่อไปละ อ้อ...” พ่อที่ทำท่าจะเดินออกไปก็ชะงักก่อนจะหันมามองผมเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก

“พ่ออยากอุ้มหลานแล้วนะ”

“...”

อุ้มหลานอย่างนั้นเหรอ อุ้มตอนนี้ไม่ได้หรอกพู่กันยังไม่พร้อม คงต้องรอกันอีกนาน ผมก้มหน้าทำข้าวต้มจนเสร็จจากนั้นก็หาน้ำหายาเตรียมขึ้นไปให้ศรีภรรยาที่อยู่บนห้องนอน ผมไม่อายสายตาที่ผู้ใหญ่มองมาเลยสักนิด ผมห่วงพู่กันเกินกว่าที่จะต้องมาเขินอายกับการดูแลหรือใส่ใจพู่กัน

“พู่ พู่กัน” ผมเอ่ยเรียกพร้อมกับเขย่าไหล่คนที่หลับอยู่เบาๆ คนตัวเล็กปรือตามองอย่างน่ารัก เฮ้อ ไม่รู้ว่าผมจะอดใจไม่รังแกคนป่วยได้นานแค่ไหนนะ

“ทานข้าวก่อน จะได้ทานยา” ผมประคองคนตัวเล็กให้นั่งพิงหัวเตียงอย่างรวดเร็ว เพราะขืนรอให้นั่งเองคงเหนื่อยกันไปข้าง ผมจัดการป้อนข้าวป้อนยาพู่กันจากนั้นก็หาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้แต่ติดตรงที่คนป่วยเริ่มจะงอแงนี่สิ

“ไม่เอา” พู่กันกระชับผ้าห่มไว้แน่นไม่ยอมให้เช็ดตัว

“เดี๋ยวไข้ไม่ลดนะ อย่าเพิ่งงอแงปล่อยผ้าห่มก่อน” ผมพยายามรั้งผ้าห่มออกจากร่างบางเบาๆแต่พู่กันก็ยังยึดผ้าไว้ ถ้าจะใช้กำลังกระชากออกมาเลยก็ย่อมได้แต่ผมกลัวเธอจะเจ็บนี่สิ ผมปล่อยให้พู่กันชะล่าใจโดยการเอาชามออกไปวางไว้ด้านนอกรอแม่บ้านมาเก็บไปล้าง พอกลับเข้ามาก็เห็นพู่กันนอนอยู่บนเตียงเรียบร้อย

“อื้อ!” เสียงหวานครางออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อผมดึงผ้าห่มออกเบาๆ ดวงตาเรียวเล็กปรือมองอย่างขัดใจ

“ชู่ว นอนเถอะเดี๋ยวพี่เช็ดตัวให้ตัวเราร้อนมากเลยนะ” ผมกระซิบบอกพู่กันเสียงนุ่ม ผมก็ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมอ่อนโยนกับเธอมากขนาดนี้ทั้งที่ถ้าเป็นคนอื่นผมอาจจะแค่มองแล้วผ่านไป แต่ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพู่กันผมทำใจละเลยไม่ได้จริงๆ

“พู่หนาว”

“เดี๋ยวพี่ปิดแอร์ก่อน พู่หลับเลยก็ได้พี่เช็ดตัวให้แปบเดียวครับ”

“อือ” พู่กันพยักหน้ารับก่อนที่ดวงตาเรียวเล็กจะปิดเปลือกตาลง ผมรีบปิดแอร์แล้วเช็ดตัวให้คนป่วยทันทีจากนั้นก็เปลี่ยนชุดชั้นในเปลี่ยนชุดนอนให้ รอยสีแดงจ้ำตามร่างบางทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาอีกครั้งอย่างกับคนบ้า

“เรากำลังจะทำให้พี่เป็นบ้ารู้ไหมยัยแม่มด” ผมพูดกับคนที่หลับอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะก้มจูบลงบนหน้าผากเนียนด้วยความนุ่มนวล อืม ผมว่าผมควรโกนหนวดอีกแล้วล่ะกลัวเวลาจูบแล้วคนตัวเล็กจะเจ็บดูสิแค่จูบแค่นี้ก็เป็นรอยแดงแล้วอ่ะ

ไวเท่าความคิดผมกระโดดลงจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำรวมถึงโกนหนวดพอออกจากห้องน้ำก็ผมก็ต้องหลุดยิ้มออกมาเมื่อคนที่ผมคิดว่าหลับแล้วนั่งมองมายังห้องน้ำด้วยสายตาตัดพ้อ คนตัวเล็กทำแก้มป่องมองมา

“เป็นอะไรฮึ? ทำไมยังไม่นอน” ผมโยนผ้าเช็ดตัวลงในตะกร้าเสื้อผ้าพรางเดินเข้าไปหาคนที่ยังนั่งจ้องผมอยู่บนเตียง พู่กันไม่ตอบแต่ส่ายหน้าไปมาแทนถ้าเป็นคนอื่นทำแบบนี้ใส่ผมคงจะด่ากลับไปแล้วล่ะหรือไม่ก็เมินกลับแต่นี่คือพู่กันพู่กันเมียผมอ่ะ

“นอนได้แล้วมา” ผมก้าวขึ้นเตียงนอนหนานุ่มพร้อมกับรั้งพู่กันเข้ามากอดแนบอกก่อนจะล้มตัวนอนบนเตียง

“ปวดหัวไหม” ผมถามขึ้นอีกครั้งเมื่อพู่กันเงียบแต่ผมรู้ว่าเธอยังไม่หลับจริงๆ

“พู่กัน...”

“...”

“งอนอะไรพี่หรือเปล่า” ผมถามอย่างไม่สบายใจ ไม่อยากให้คนตัวเล็กงอนหรือโกรธเลยสักวินาที

“เปล่าค่ะ ลุงอิน...” เรียกลุงอีกละ

“หือ? ว่าไงพี่ว่าเรางอนพี่แน่ๆเลย มีอะไรบอกพี่สิ” ผมถามอย่างรู้ทัน จากการที่แอบตามพู่กันมานานเกือบปีผมก็พอจะดูออกว่าเธออยู่ในช่วงอารมณ์ไหน

“พี่เคยตามพู่เหรอ” 

ความคิดเห็น