email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

​ ตอนที่ 6. เป็ด...

ชื่อตอน : ​ ตอนที่ 6. เป็ด...

คำค้น : รัก, โรแมนติก, คอมมาดี้, หมึกสีนิล

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2560 19:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ ตอนที่ 6. เป็ด...
แบบอักษร

ตอนที่ 6. เป็ด...

ปาริดาตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยที่ดังอยู่ด้านนอกกระโจม ใบหน้าหญิงสาวหงิกงอเพราะถูกรบกวนให้ตื่นก่อนเวลา เธอรู้ว่าตอนนี้ยังไม่ทันสว่างด้วยซ้ำเพราะยังไม่เห็นแสงอาทิตย์แยงเข้ามา มีแต่แสงของคบเพลิงเท่านั้นที่ปลิวไสวด้วยแรงลมอยู่ด้านนอก และสิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจมากกว่าคือข้างกายเธอไร้ร่างของเรนอส ปกติแล้วเรนอสจะตื่นไล่ๆ เธอเสมอพร้อมทั้งแขนแข็งๆ ที่พาดอยู่ที่เอว

“ตื่นเช้ากับเขาเป็นด้วยเหรอเนี่ย?” ปาริดาพึมพำกับตัวเองด้วยความแปลกใจไม่น้อย และยอมรับเล็กๆ ว่ารู้สึก (ใจหาย) แปลกๆ ยามที่ตื่นมาไม่เห็นคนข้างกายกับลำแขนแข็งๆ ที่ชอบพาดกับพุงเธอ…. เอิ่ม… ท่าทางสมองเธอจะเพี้ยนไปแล้ว ทำไมถึงมีความรู้สึกนึกคิดแบบนั้นไปได้นะ (กรีดร้อง)

“อ้าว? ตื่นแล้วเรอะยัยปลาอกแบน ดีเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลาปลุก” เรนอสเปิดกระโจมเข้ามา การแต่งตัวของเขาบ่งบอกชัดว่าเตรียมพร้อมกับการเดินทางแล้ว “รีบไปอาบน้ำแต่งตัว เราจะออกเดินทางกันก่อนพระอาทิตย์ขึ้น” ปาริดาเกาหัวที่ยุ่งๆ ของตัวเองแกรกๆ พลางอ้าปากหาวแบบไม่รักษาภาพพจน์ สะบัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วลงมาจากที่นอน เรนอสถึงกับถอนหายใจเฮือกหนึ่ง กลอกตามองบน เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนที่ไม่รักษาภาพพจน์ของตัวเองมาก่อนโดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชาย อ้อ! เขาลืมไป ว่าแม่นี่คือปาริดา ยัยปิรันย่าสะท้านนรก

“ทำไมไปเร็วจังล่ะไอ้ตุ๊ด” ปาริดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยานๆ กับตาที่ยังไม่ลืมเต็มที่ และอยากจะล้มตัวลงนอนอีกรอบ

“ที่ที่เราไปมันไกล ถ้าไม่ออกแต่เช้าก็จะไปถึงที่นู้นค่ำมาก”

“อ้อ” ปาริดารับคำอย่างเข้าใจก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้แล้ว

“อยากขี่อูฐไม่ใช่เหรอ ก็อาบน้ำให้มันเร็วๆ หน่อย” เรนอสพูดแค่นั้นก่อนจะเดินออกไป โดยไม่อยู่ดูเลยว่าปาริดาตาโตและนิ่งราวกับถูกสาปขนาดไหน

“ระ… รู้ได้ยังไง!” ปาริดาคิดหัวแทบระเบิดพลางขยี้ผมจนฟู่ยิ่งกว่าเดิมด้วยอาการคิดไม่ตก “หรือว่า… เพราะเรานอนละเมอเมื่อคืน!! อ๊าก!! น่าขายหน้าชะมัด!” ปาริดากัดผ้าขนหนูแทบแหลก ใบหน้าดวงขึ้นสีปรั่งอย่างห้ามไม่อยู่ …ก็เธออายนี่หว่า!!


ปาริดาออกมาด้านนอกกระโจมที่พักของตนก็พบว่าทุกคนที่จะร่วมเดินทางไปชนเผ่าคะเนรีเตรียมพร้อมเสร็จเรียบร้อยและนั่งรออยู่บนหลังอูฐตัวใหญ่เรียบร้อยแล้ว พอพูดถึงอูฐปาริดาก็หน้าแดงขึ้นมานิดๆ เมื่อนึกถึงเรื่องที่เรนอสพูดกับเธอเมื่อเช้า หมอนั่นได้ล้อเธอทั้งวันแน่

“ยัยปลาทะเลทราย” ปาริดาหันไปมองชายหนุ่มที่เรียกเธออยู่บนหลังอูฐตัวใหญ่ที่เขาบังคับให้มันเดินมาทางเธอ “สภาพเหมือนยังไม่ตื่นดีเลยนะ ให้อูฐกระโดดถีบเธอหัวปักทรายซักรอบมั้ย จะได้ตื่นเต็มตา”

“ตลกตายล่ะไอ้ตุ๊ด! อย่ามาแหยมกับคนนอนไม่พอนะ เดี๋ยวมีเจ็บ” ปาริดาพูดหน้าหงิก บอกตามตรงว่าตอนนี้เธอยังง่วงอยู่เลย

“นอนก็นอนก่อนชาวบ้านเค้า”

“แล้วไง จะนอนก่อนนอนหลัง ถ้าตื่นก่อนแปดโมงถือว่ายังนอนไม่พอ!”

“ยัยคุณนายตื่นสาย!” เรนอสสวนควับไปอีกดอกก่อนจะลงจากหลังอูฐแล้วมายืนอยู่ด้านหลังของปาริดา “ขึ้นได้แล้ว เราสายมากแล้ว และไม่ต้องบอกนะว่าเพราะใคร” พูดจบก็คว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่ว ปาริดาโวยวายกำลังจะด่าตามพอดีกับที่เรนอสอุ้มเธอขึ้นมาขี่อูฐเรียบร้อยพร้อมกับที่เขาขึ้นมานั่งซ้อนด้านหลังเธอ

“ทำไมต้องนั่งตัวเดียวกันด้วยมิทราบ” ปาริดาหันไปถามด้วยน้ำเสียงและหน้าตาเอาเรื่อง

“อูฐมันมีไม่พอ” เรนอสว่าก่อนจะกันไปสั่งให้เคลื่อนขบวน “แล้วเธอเองก็ขี่อูฐไม่เป็น ถึงมีอูฐเหลือเธอก็ขี่ไม่ได้อยู่ดี หรือจะเถียง” เรนอสพูดดักคอ ปาริดาส่งเสียงฮึดฮัดอย่างขัดใจก่อนจะกอดอกหันไปมองเบื้องหน้าแทน เรนอสกระตุกยิ้มนิดๆ แล้วบังคับอูฐให้เดินไปหน้าสุดของขบวน โดยมีสององค์รักษ์ฮาริชและอซิสรั้งท้าย

“อูฐไม่พอ?” อซิสที่ได้ยินชีคบอสพูดกับชีคคาบอสก็อดสงสัยไม่ได้ว่าจะบอกแบบนั้นเพื่ออะไร ทั้งที่อูฐมีเป็นฝูงให้รอขี่ แต่ก็ช่างมันเถอะ มันคงเป็นเรื่องภายในครอบครัว แต่ว่านะ… “สองคนนั้นทะเลาะกันแบบนี้ประจำเลยเหรอ?” อซิสเอ่ยถามเพื่อนซี้ด้วยความสงสัย เพราะเขาถูกสั่งให้ทำงานในทะเลทรายเป็นหลัก ไม่ค่อยได้ออกไปท่องโลกกว้างเหมือนอย่างฮาริช

“ใช่ เป็นเรื่องปกติ”

“ปกติ? แล้วถ้าไม่ปกติคือที่ทั้งคู่พูดด้วยกันดีๆ งั้นเหรอ?” อซิสยังไม่เลิกสงสัย

“ไม่รู้สิ เพราะฉันยังไม่เคยเห็นทั้งสองคนพูดด้วยกันดีๆ เลยสักครั้ง” พูดจบก็ชักอูฐให้เดินนำไปเล็กน้อย ทิ้งคนขี้สงสัยไว้เบื้องหลัง

“สองคนนั้นเค้ารักกันแบบไหนเนี่ย?” เป็นคำถามที่ไม่รู้จะได้คำตอบตอนไหน

“ไอ้ตุ๊ดๆ!” ปาริดาเขย่าแขนเรนอสขณะที่ดวงหน้าหวานไม่ได้ละไปจากสิ่งที่มอง ชีคหนุ่มที่กำลังคิดเรื่องงานต้องหยุดชะงัก ชักสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะถูกขัดความคิด และถ้าเรียกเขาให้ไปดูจิ้งจกล่ะก็พ่อจะตบให้หัวปักทรายเลย

“มีอะไร” น้ำเสียงที่ถามออกไปจึงออกห้วนเล็กน้อย แต่คนที่กำลังตื่นตากับสิ่งตรงหน้าไม่ได้ใส่ใจกับน้ำเสียงนั้นเลยไม่แว้ดกลับมา

“พระอาทิตย์ขึ้น” น้ำเสียงที่ดูตื่นเต้นปนโอเวอร์นิดๆ นั่นทำให้อาการของเรนอสที่กำลังหงุดหงิดหายลงทันควัน ชีคหนุ่มเหลืบมองเสี้ยวหน้าที่ฉาบไปด้วยรอยยิ้มตื่นเต้นนั่นก่อนจะเลยมองไปยังดวงอาทิตย์กลมโตที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้า

“แค่พระอาทิตย์ขึ้น ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ฉันน่ะมันเป็นพวกนอนดึกตื่นสาย ของแบบนี้ไม่เคยเห็นหรอก เพิ่งเห็นครั้งแรกเนี่ยแหละ สวยไม่ใช่เล่นเลยน้า” เธอว่า ดวงตายังไม่ละไปจากภาพเบื้องหน้า ก่อนที่แผ่นหลังเล็กนั้นจะเอนมาพิงกับอกกว้างอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว เรนอสเลยกระชับอ้อมแขนขึ้นเล็กน้อยแล้วมองภาพเบื้องหน้านั้นเช่นกัน ทั้งๆ ที่เขาเห็นภาพนี้มาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่ทว่าไม่เคยมองดูว่ามันสวยขนาดนี้มาก่อนเลย… “กอดแน่นไปแล้วนะไอ้ตุ๊ด” ปาริดากันมาแยกเขี้ยวใส่ ถึงเธอจะมองสิ่งที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าเพลินๆ แต่เธอก็รู้สึกได้ถึงแรงกอดของคนตัวโต เรนอสทำเสียงจิ๊จ๊ะ

“กลัวเธอตกลงไปหรอกยัยบ้า อยู่นิ่งๆ ล่ะไม่เป็นเลย” ปาริดาย่นจมูกใส่

“นี่ก็นิ่งสุดๆ ในชีวิตแล้วเนี่ย!” เรนอสร้องเฮอะเหมือนไม่เชื่อในลำคอก่อนจะละไปอย่างไม่ใส่ใจ ปล่อยให้ปาริดาชื่นชมกับทิวทัศน์เบื้องหน้าให้พอ เพราะต่อจากนี้เขาจะต้องได้ยินเสียงเจ้าหล่อนแว้ดขึ้นมาว่าร้อนแน่นอน


หลังจากเดินทางมาได้พักใหญ่เรนอสก็สั่งให้หยุดขบวนเพื่อพักทานอาหารเช้า สถานที่ที่ชีคหนุ่มเลือกหยุดพักนั้นใกล้กับแหล่งน้ำโอเอซิสขนาดกลาง และรายล้อมไปด้วยต้นปาล์มพอให้มีที่ร่ม เพราะชีคหนุ่มไม่ต้องการให้กางกระโจมหรือเต็นท์ เพราะไม่ได้อยู่นาน

“ว้าว! น้ำเย็นดีจัง” ปาริดาตาโตเมื่อมาสัมผัสกับน้ำในโอเอซิสครั้งแรก บริเวณผิวน้ำร้อนเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อลองสัมผัสลึกลงไปกว่านั้นอุณภูมิของน้ำนั้นเย็นมาก จากที่เธอเคลิ้มๆ มาตลอดทางก็ทำให้ตาสว่างได้

“ไม่กินข้าวหรือไงยัยปลาบูด” เรนอสเดินมาหาปาริดาที่นั่งอยู่ริมโอเอซิสพร้อมกับอาหารกระป๋องในมือ ก่อนเดินมาเขายืนดูเจ้าหล่อนมาได้สักพักแล้ว ผู้หญิงอะไรโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงยังทำอะไรเหมือนเด็ก ถ้าบอกว่าเป็นวิศวกรระดับหัวกะทิใครเขาจะเชื่อ

“กินสิ” ปาริดาทำหน้าบู้ใส่ ไม่ชอบใจที่เรนอสชอบเข้ามาจัดบรรยากาศของเธอ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบอาหารที่เรนอสยื่นให้ “มันบดเหรอ?” ปาริดาดูอาหารข้นหนืดในกระป๋องด้วยความสงสัยเล็กน้อยพลางพลิกดูข้างกระป๋องเผื่อว่ามันจะมีภาษาอังกฤษให้เธออ่านได้ แต่ผลิกไปผลิกมาไม่เจอสักตัว มีแต่ภาษาอัลจามาลเต็มไปหมด

“ใช่ มันให้พลังงานดี” เรนอสตอแหลหน้าเรียบ แค่มันบดอย่างเดียวมันจะไปมีพลังงานมหาศาลล้านแปดได้ยังไง ประเด็นมันอยู่ตรงที่เขาแค่อยากแกล้งปาริดาเท่านั้นเอง ได้ยินเสียงแว้ดๆ นั่นแล้วอารมณ์ดี …เอิ่ม กำลังเข้าข่ายโรคจิตแบบรักษาไม่หายแล้วล่ะ

“จริงเหรอ?” ปาริดาไม่อยากจะเชื่อ เลิกคิ้วข้างหนึ่งขณะมองหน้าเรนอส ชีคหนุ่มพยักหน้าแข็งขัน

“กินสิ เดี๋ยวต้องเดินทางต่ออีกนะ” เรนอสขยั้นขยอ ปาริดาทองดูเจ้ามันบดกระป๋องอีกครั้งก่อนจะใช้ช้อนตักมันขึ้นมา แต่ทว่าก่อนจะเอาเข้าปากเธอก็เงยหน้าขึ้นมาเสียก่อน เรนอสที่กำลังทำหน้าเชียร์ให้หญิงสาวกินเต็มที่แทบปรับสีหน้าไม่ทัน “แล้วนายกินแล้วเหรอ?”

“ยัง ฉันเอามาให้เธอก่อน ฉันไม่อยากได้ยินเสียงสัมพเวสี”

“เหอๆ” ปาริดาส่งเสียงประชดกับคำพูดแดกดันนั้นก่อนจะแยกเขี้ยวใส่อีกรอบ หลังจากนั้นก็ลงมือตักมันบดในกระป๋องขึ้นมาทาน เพียงคำแรกเท่านั้นเธอก็ส่งยิ้มหวานให้เรนอสทันที พร้อมกับกลืนมันบดที่รสชาติโคตรเปรี้ยวลงคอเพื่อไม่ให้ผู้ชายคนนี้มาหยามเธอได้ ว่าเธอไม่แน่จริง แล้วที่มันเปรี้ยว มันไม่ได้เปรี้ยวเพราะบูดแต่มันเปรี้ยวเพราะมะนาว เธอคิดว่าเรนอสคงใส่ไปเป็นไร่ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่เปรี้ยวจนต้องแอบหรี่ตาขนาดนี้หรอก! “อร่อยดีนะ” ไม่พูดเปล่ายังตักกินให้ดูเป็นบุญตาอีกด้วย เรนอสถึงกับแอบขนลุกแทน ไม่รู้ว่าปาริดาจะเล่นเขาคืนไม้ไหนถึงได้กินไปแบบไม่อิดออดหรือด่าออกมาสักคำ …นี่เขาจะทำลูกสาวเขาตายมั้ยวะ (ครับ) เนี่ย!?

“พอเถอะ ไม่ต้องกินแล้ว” เรนอสล้มเลิกแผนที่จะแกล้งเมื่อปาริดาไม่เต้นตามอย่างที่เขาหวัง แต่พอเขาจะเข้าไปหยิบมันบดกระป๋องออกปาริดาก็เบี่ยงตัวหลบแล้วลุกไปยืนตรงอื่นพร้อมกับตักกินมันบดไปด้วย เขารู้แล้วล่ะว่านี่เป็นการประชดประชันบวกกับความไม่ยอมของปาริดา “ปลา” เรนอสเริ่มดุ แต่ปาริดาไม่สนใจ เธอกินหมดจนคำสุดท้ายก่อนจะยื่นกระป๋องเปล่าให้เขาแล้วหยิบขวดน้ำมาดื่ม อย่างน้อยมันก็ลดอาการเปรี้ยวที่ติดยันคอหอยของเธอให้จางลงได้น่ะนะ แล้วคืนนี้รับรองได้เลยว่าเธอต้องวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งคืนแน่ กินมันบดผสมมะนาวไปทั้งไร่แบบนี้

“ขอบคุณสำหรับอาหารนะ อร่อยสุดๆ ไปเลย” ปาริดายิ้มกว้างก่อนจะหุบปากฉับแล้วเดินไปหาฮาริชและอซิสที่คุยกันอยู่ไม่ไกลแทน เรนอสมองตามก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ …ยับปลาน้ำกร่อยงอนเขาเสียแล้ว

ตลอดการเดินทางต่อนั้นเรนอสเหลือบมองดูปาริดาอยู่บ่อยครั้ง เพราะเจ้าหล่อนเอาแต่เงียบไม่พูดไม่จา ปกติจะเขย่าตัวเขาให้ดูนั่นดูนี่ที่เจ้าตัวเห็นตลอด แถมยังกลับไปนั่งหลังตรงแน่ว ไม่เอนหลังมาพิงอย่างที่เคยทำด้วย เรนอสถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเสียเซลฟ์นิดๆ ที่ต้องไปง้อ (แน่นอนว่าการปล่อยให้ปาริดางอนเขานานมันจะไม่เกิดผลดีกับเขาสักนิด ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงท่านแม่ เขานี่แหละจะซวย)

“ปลา” เรนอสสงบศึกชั่วคราวเอ่ยเรียกหญิงสาวแบบดีๆ

“มีอะไร จะเอาอะไรผสมให้กินอีกล่ะ” ปาริดาหันมาเหน็บด้วยความอดไม่อยู่ เธอคิดมาตลอดทางเลยว่าจะแก้แค้นเรนอสยังไง เหอะๆ อย่านึกนะว่าเธอจะปล่อยให้เรื่องมันจบง่ายๆ แกล้งเธอได้เธอก็แกล้งกลับได้เหมือนกัน! เรนอสถอนหายใจพลางจัดผ้าคลุมให้เพราะแดดเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ เขารู้แล้วว่าถ้าพูดอะไรจะต้องโดนประชดกลับแน่นอน

“…ขอโทษ” ปาริดานิ่ง หันมามองหน้าผู้ชายตรงหน้าแล้วหรี่ตาลงอย่างไม่เชื่อว่าเขาจะขอโทษเธอจากใจจริงๆ ร้อยวันพันปี ทะเลาะกันมาจนนับไม่ไหว หมอนี่เคยพูดขอโทษกับเธอซะที่ไหน เธอไม่เชื่อหรอก! หลอกให้เธอตายใจแล้วจัดการเล่นงานเธอต่อน่ะสิ! “ขอโทษจริงๆ ยอมรับว่าอยากแกล้งให้เธอปรี๊ดแตก แต่ใครจะไปนึกว่าเธอจะบ้ากินมันจนหมด” ปาริดาเงียบไม่ตอบ เธอยังคงจ้องมองจับผิดเรนอสต่อไป ผู้ชายคนนี้เธอต้องดูนานๆ ดูแปบๆ แล้วไปหลงคารมไม่ได้ “มองแบบนี้ไม่เชื่อว่าฉันสำนึกผิดจริงๆ ชัวร์เลย” ปาริดาไม่พูดอะไร เธอมองหน้าเรนอสนิดหน่อยแล้วกลับไปมองเบื้องหน้าตามเดิม ชีคหนุ่มถึงกับถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วกระชับอ้อมแขนขึ้นไปอีกนิด บ่งบอกเล็กๆ ว่า …เลิกงอนเขาเถอะ เขาสำนึกผิดแล้วจริงๆ


การเดินทางไปชนเผ่าคะเนรีเป็นการเดินทางที่ไกลมากกว่าจะถึงที่หมายก็ช่วงค่ำแล้ว ฮามัส ผู้เฒ่าอาวุโสและเป็นผู้นำของชนเผ่าออกมาทำการต้อนรับผู้มาเยือน ปกติแล้วชนเผ่าคะเนรีเป็นชนเผ่าที่รักสันโดด จะไม่ค่อยต้อนรับบุคคลจากภายนอกเท่าไหร่นัก แต่นี่เป็นกรณีพิเศษที่คนในชนเผ่าจะต้อนรับนักรบทะเลทรายแห่งอัลจามาลเท่านั้น

“ขอต้อนรับสู่ชนเผ่าคะเนรี เหล่านักรบแห่งทะเลทราย” ฮามัสกล่าวต้อนรับผู้ที่มาเยือนด้วยรอยยิ้ม ปาริดาถึงกับหันไปมองคนข้างตัวด้วยใบหน้าสงสัย ว่าคนอย่างเรนอสน่ะเหรอถูกเรียกว่านักรบทะเลทราย กลัวจิ้งจกจนแต๋วแตกเนี่ยนะ เป็นนักรบทะเลทราย? “และชีคคาในองค์เรนอส” ท่านผู้เฒ่าโค้งให้เธอเล็กน้อยเป็นการทักทาย ปาริดาทักทายกลับแทบไม่ทัน

“สวัสดีค่ะ” คำทักทายกลับที่ไม่ถือตัวสักนิดเรียกรอยยิ้มกับผู้สูงอายุได้อย่างไม่ยาก ท่านผู้เฒ่าฮามัสมองพิจารณาใบหน้าหวานเพียงเสี้ยวนาทีก่อนจะหันมาทางเรนอส นัยน์ตาของผู้สูงอายุนั้นวิบวับจนเรนอสแอบขนลุกแปลกๆ

“คู่แท้” ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบและแสนเบาแต่ทว่ามันกลับชัดเจนในหูของเรนอส ชีคหนุ่มตาโตแล้วส่ายหน้าพัลวันปฎิเสธว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผู้เฒ่าบอกแน่นอน ส่วนปาริดาที่กำลังมองรอบๆ ด้วยอารมณ์เพลินถึงกับมองหน้าเรนอสด้วยความสงสัยว่ามีอะไรหรือเปล่า เพราะชีคหนุ่มมองเธอด้วยใบหน้ายุ่งเยิง

“มีอะไรเหรอ?”

“เปล่า” เรนอสตอบทันควัน แอบถลึงตาใส่ผู้เฒ่าฮามัสเป็นเชิงไม่ให้พูดอะไร ถึงแม้จะเป็นการเสียมารยาทแต่อย่าให้ยัยปลาขนุนรู้เรื่องจะดีกว่า เดี๋ยวยาว องครักษ์อย่างฮาริชกับอซิสถึงกับกลั้นยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของชีคหนุ่ม

“ถ้าอย่างนั้นเชิญเหล่านักรบและชีคคาทางนี้ เราได้เตรียมอาหารไว้ต้อนรับมากมายทีเดียว” ผู้เฒ่าฮามัสผายมือไปยังลานกว้างที่ตอนนี้ถูกจัดเป็นที่สำหรับทานอาหารของแขก เรนอสจับมือปาริดาให้เดินไปด้วยกัน หม่อมหลวงสาวก็ยอมให้จับแต่โดยดีเพราะมัวแต่สนใจสิ่งรอบข้างมากกว่าการจับกุมเล็กน้อยที่ฝ่ามือ และเมื่อเดินมาถึงทุกคนก็เดินไปนั่งประจำที่ของตน เรนอสและปาริดานั่งหัวสุดของโต๊ะ ข้างๆ ชีคหนุ่มคือท่านผู้เฒ่าฮามัส ข้างๆ ที่กระจายทั้งซ้ายและขวาคือที่นั่งของเหล่านักรบทะเลทรายคนอื่นๆ ไม่นานการแสดงที่ทางชนเผ่าคะเนรีเตรียมไว้ก็ทำการแสดง ปาริดาทั้งตาโตและตื่นเต้นที่ได้เห็นอาหารมากมายแปลกตาและการแสดงที่สวยสดงดงามตรงหน้า เธอเอ่ยถามนู้นนี่กับเรนอสตลอดด้วยความอยากรู้ เพราะวิถีชีวิตการเป็นอยู่ช่างแตกต่างจากในเมืองที่เห็นมาก จึงทำให้ลืมเลือนในสิ่งที่เรนอสทำกับเธอเมื่อตอนเที่ยงไปเสียสิ้น หลังจากเอร็ดอร่อยกับอาหารไปได้พักใหญ่

“ขอเชิญเป็นเกียรติสักเพลงได้มั้ยเจ้าคะ” หญิงสาวนางรำคนหนึ่งยื่นพวงดอกไม้มาตรงหน้าชีคหนุ่ม เรนอสนิ่งไม่ขยับ ปรายตาไปมองลูกน้องตนเองก็โดนหญิงนางรำเหล่านั้นชักชวนเช่นกัน แต่ยังไม่มีใครกล้าออกไปสักคน

…จะมีใครกล้าไปเต้นรำ ถ้าเจ้านายไม่ไปเปิดก่อน!

“ไปดิ เขาอุตสาห์เชิญนายเลยนะ ไม่ไปก็เสียมารยาทแย่” ปาริดาเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง ทั้งๆ ที่ใบหน้านั้นกลั้นขำจนหน้าแดง แล้วไม่พูดเปล่ายังจับมือชายหนุ่มไปรับพวงดอกไม้นั้นมาอีก เรนอสถึงกับถลึงตาใส่ แต่ก็ยังไม่ลุก ถึงจะเป็นการเสียมารยาทกับคนที่ยื่นดอกไม้มาให้ก็เถอะ ที่ชนเผ่าคะเนรีมีธรรมเนียมว่านางรำคนใดยื่นดอกไม้ไปให้ คนคนนั้นจะต้องออกไปเต้นรำด้วยเป็นการตอบรับคำเชิญ และถ้ามีความรู้สึกดีให้แก่กันก็อาจจะมีการสานสัมพันธ์ต่อในอนาคต

“เธอก็ไปเต้นเองสิ!” เรนอสกัดฟันพูดด้วยท่าทางเอาเรื่อง ปาริดายิ้มกริ่มก่อนจะพูดที่ปักตรงใจชีคหนุ่มเป๊ะ

“เขินอ่ะดิ วู้! ระดับนี้ไม่ต้องเขินแล้ว ถ้านายออกไปเต้นนะรับรองสาวกรี๊ดตรึม”  ปาริดาพยายามหาเหตุผล เพราะเมื่อไหร่ที่เรนอสออกไปเต้นเธอนี่แหละจะงัดโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอเก็บไว้กระจาย (ประจาน) วงกว้างเอง

“งั้นเธอก็ออกไปกับฉัน!” ปาริดาตาโตก่อนจะถูกคนตัวโตจับมือเธอให้เดินไปยังลานกว้างด้วยกัน เสียงปรบมือดังกระจายรอบทิศ ปาริดาถึงกับทำหน้าปุเลี่ยน จะวิ่งหนีกลับก็กลัวเสียหน้าเพราะพูดแขวะชีคหนุ่มไว้เยอะ “หึ” เรนอสหัวเราะในลำคอเมื่อเขาเดาสีหน้าของหญิงสาวตรงหน้าออก ไม่นานหลังจากที่เจ้านายออกไปกลางบานกว้างนักรบที่เหลือที่ถูกนางรำเชิญให้ออกไปเต้นเช่นกันนั้นก็ต่างรับพวงดอกไม้และเดินออกมาเช่นกัน

“จะรออะไรท่านนักรบทั้งหลาย ชีคบอสเปิดฟอร์แล้ว พวกเราก็ไปสิครับ” อซิสพูดด้วยใบหน้าทะเล้นก่อนจะยิ้มหวานให้กับนางระบำที่ยื่นพวงดอกไม้มาให้เขา เขารับแล้วจับมือเจ้าหล่อนไปยังลานด้านหน้า

“ถอดรองเท้าได้มั้ย?” ปาริดาเอ่ยถามเมื่อจังหวะเพลงเริ่มขึ้นและคู่อื่นๆ กำลังออกท่าเต้น มันเป็นการเต้นรำคล้ายๆ การระบำองุ่น ปาริดาไม่รอให้เรนอสบอกว่าถอดรองเท้าได้หรือไม่ได้ หม่อมหลวงสาวก็จัดการถอดเองเรียบร้อย ก่อนจะเงยหน้ามายิ้มแฉ่งให้กับชีคหนุ่มให้รู้ว่าเธอพร้อมแล้ว เรนอสถอนหายใจเล็กๆ

“แล้วจะถามทำไม?” ถามปุ๊บถอดปั๊บ แล้วต้องการคำตอบจากเขาเพื่อ? ปาริดาไม่ตอบ เธอทำตาปริบๆ ใส่แทน เรนอสถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะวางพวงดอกไม้สวยที่เขา (โดนบังคับ) รับมาจากมือนางรำคนนั้นไปวางบนศีรษะเล็ก แล้วเขาก็ไม่รอให้ปาริดาพูดอะไรก็พาสาวเจ้าเต้นตามคู่อื่นๆ ทันที รัชทายาทหนุ่มเต้นอย่างลื่นไหลเพราะคุ้นชินกับธรรมเนียมการเต้นของชนเผ่านี้ต่างจากปาริดาที่เต้นผิดเต้นถูก แต่ก็พอทำได้เมื่อเรนอสเป็นแบบให้เธอตาม และเมื่อจังหวะเพลงสุดท้ายสิ้นสุดลง ปาริดาก็กวาดขาขวาไปด้านหลังแล้วย่อตัวลงหนึ่งทีพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง เสียงปรบมือดังเกรียวกราวด้วยความชื่นชม


“สนุกอ่ะ ขออีกรอบได้มั้ย” ปาริดากันมาถามคนข้างตัวด้วยแววตาพราวระยับพร้อมกับเดินเยาะๆ ไปมาคล้ายกับท่าเต้นเมื่อครู่ที่จบไปด้วย เรนอสถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วจับหมับเข้าที่หัวหญิงสาวเพื่อให้อยู่เฉยๆ ดุ๊กดิ๊กไปมาแบบนี้เขาตาลาย

“ดูปากณัชชานะคะ” เรนอสทำเสียงหวานจ๋อยเลียนแบบพิธีกรเด็กช่องหนึ่งของเมืองไทย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิทยามพูดออกมา “ไม่! รอบเดียวก็เหลือทนแล้วยัยบ้า อีกอย่างให้มันมีกาลเทศะด้วย ที่นี่ชนเผ่าคะเนรีไม่ใช่กระต๊อบหลังบ้านเธอ” ปาริดาย่นหน้าใส่ด้วยความไม่ชอบใจ แต่เรนอสไม่สน ชีคหนุ่มจูงมือหญิงสาวเข้ามานั่งที่เดิม เมื่อเห็นว่าเหล่าลูกน้องนั้นเดินไปยังที่นั่งของตนเกือบหมดแล้ว

“สนุกมั้ยชีคคา” ฮามัสเอ่ยถามด้วยความเอ็นดู ปาริดายิ้มแฉ่งไปให้ผู้อาวุโสหลังจากดื่มน้ำที่เรนอสยื่นให้เธอเสร็จแล้ว

“สนุกค่ะ อยากจะขออีกรอบด้วยซ้ำไป” เธอหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “เรียกปลาเฉยๆ ดีกว่าค่ะ อย่าเรียกชีคคาเลย มันก็แค่ตำแหน่ง ไม่ใช่ตัวปลาซักนิด” เธอพูดยิ้มๆ ให้กับผู้เฒ่าของชนเผ่าเลยไม่เห็นสายตาที่ออกชื่นชมเล็กๆ ของเรนอสที่มองมา

“จะเรียกปลาร้าเน่า ปลาร้าสับ ยัยไม้เสียบผี อะไรก็ได้หมดแหละครับ ยัยนี่เป็นคนง่ายๆ กินง่ายๆ นอนง่าย แต่ตื่นยากไปหน่อย” เรนอสร่วมวงสนทนาทันทีด้วยความคันปาก ปาริดาถึงกับยิ้มเหี้ยมแต่ไม่หันไปหาเพราะตอนนี้คางหนาๆ ของเรนอสมากองอยู่ที่ไหล่ของเธอ ดังนั้นเธอจึงแก้เผ็ดด้วยการเอื้อมมือไปหยิกสีแขนชายหนุ่มแรงๆ แต่เรนอสไม่ร้องออกมาสักแอะเดียว เพราะถ้าเขาร้องเมื่อไหร่ยัยปลากะโห้โตลมนี่ได้หัวเราะเยาะเขาแน่

“ฮ่าๆ พี่เรย์ก็พูดไปนั่น” ปาริดาแสร้งหัวเราะร่วนแล้วเพิ่มแรงหยิกให้มากกว่าเดิม ชีคหนุ่มถึงกับทนไม่ไหวเผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บจี๊ด

“โอ๊ย! ยัยแรงควาย!” เรนอสกัดฟันด่า ทั้งที่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม

“อยากเจอจิ้งจกเหรอไอ้ตุ๊ด!” เธอเหลือบมาถลึงตาใส่เรนอสก่อนจะหยิกทิ้งทวนครั้งสุดท้ายจนหน้าชีคหนุ่มถึงกับบิดเบี้ยว ใจเขาก็อยากจะอ้าปากด่าแต่กลัวว่าปาริดาจะไปสรรหาจิ้งจกมาแกล้งเขาจริงๆ ผู้เฒ่าฮามัสถึงกับหัวเราะน้อยๆ ดวงตาฝ้าฟางนั้นมองคู่นี้ด้วยความเอ็นดู ก่อนจะแสดงแววตาวูบไหวเพียงนิดแล้วจางหายไป เมื่อภาพนิมิตได้ฉายเข้ามาในดวงตา

…หากว่านี่จะเป็นการทดสอบของเพียงบนแล้ว ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไป


“ฉันถามจริงๆ นะไอ้ตุ๊ด นายมาทำอะไรที่นี่ แล้วทำไมถึงต้องเรียกพวกนายว่านักรบทะเลทรายด้วย” ปาริดาเอ่ยถามเรนอสจริงจังหลังจากที่ทั้งคู่กลับมาพักยังกระโจมที่ทางผู้เฒ่าจัดเตรียมไว้ให้ ด้วยความที่เธอเป็นคนบ้างาน (และบ้าผู้ชายเป็นพักๆ) อีกทั้งยังไม่ค่อยสนใจข่าวสารบ้านเมือง จึงไม่ค่อยรู้ว่าเดี๋ยวนี้โลกมันพัฒนาไปถึงไหนแล้ว ชีคหนุ่มที่กำลังถอดเสื้อนอกออกเหลือบมามองปาริดาแวบหนึ่งก่อนจะหันไปจัดการตัวเองต่อ

“จะอยากรู้ไปทำไม”

“ก็อยากรู้ โดยเฉพาะคำว่านักรบทะเลทรายนั่น มันไม่เข้ากับท่าทางแต๋วๆ ตุ๊ดๆ อย่างนายเลยนะ ถามจริง ซื้อตำแหน่งมาป่ะเนี่ย” ปาริดาแสร้งทำตาโต มองชีตหนุ่มราวกับประเมินความสามารถที่ไม่ถึงขั้น เรนอสถึงกับร้องเฮอะในลำคอแล้วสะกดจิตตัวเองว่าอย่าไปสนใจคำพูดของผู้หญิงไร้แก่นสารคนนี้

“ไม่รู้อะไรก็อย่าพูดเลยดีกว่า”

“ก็บอกมาสิ ฉันรู้นะว่ามันไม่ได้เป็นความลับขนาดที่บอกไม่ได้ ไม่อย่างนั้นนายคงไม่หิ้วฉันมาด้วยถ้ามันอันตรายถึงตายจริงๆ”

“เธองับนิ้วฉันเพื่อบังคับให้ฉันพาเธอมาด้วยนะยัยปีศาจ อย่าทำเป็นลืม” เรนอสชูนิ้วที่โดนปาริดากัดจนฮ่อเลือดขึ้นมาย้ำเตือนด้วยใบหน้าเรียบตึง แล้วตอนนี้เขาก็ยังปิดพลาสเตอร์ยาอยู่ ปาริดากระพริบตาปริบๆ ไม่พูดอะไร เรนอสถึงกับถอนหายใจกับอาการหน้ามึนของปาริดา “แต่ถ้าอยากรู้จริงๆ ฉันจะบอกเธอก็ได้” เขายิ้ม ปาริดาตาวาว ด้วยความอยากรู้สุดๆ เธอจึงไม่สังเกตเห็นแววตาพราวระยับของเรนอสที่มองเธออยู่เสี้ยววินาที

“ว่าไงๆ”

“แต่เธอจะต้องทำตามที่ฉันบอกอย่าหนึ่งก่อน แล้วฉันจะเล่าให้ฟัง” เรนอสพูดด้วยใบหน้าราบเรียบ ทั้งๆ ที่กำลังกลั้นขำสุดกำลัง

“เฮ้ย! แบบนั้นไม่เอา ถ้าเกิดฉันทำแล้วนายไม่เล่า ฉันก็เสียแรงฟรีสิ นายต้องเล่าก่อน” ปาริดาโวย

“ก็ได้ แต่เธอก็ห้ามเบี้ยวฉันเหมือนกัน สัญญาในหมู่มาร” เรนอสยื่นมือข้างหนึ่งออกมาเพื่อทำสัญญา (ที่ไม่ค่อยมีสาระนี้) ปาริดามองอย่างชั่งใจแต่ก็ยอมจับมือทำสัญญา เพราะความอยากรู้มีมากกว่าความสงสัย อีกอย่างถึงเธอจะไปถามพวกฮาริชพวกนั้นก็ไม่บอกเธออยู่ดี และเมื่อทั้งสองจับมือทำสัญญากันเรียบร้อยแล้วเรนอสก็บอกตามสัญญา “…ในอัลจามาลที่เต็มไปด้วยทะเลทรายและอุดมไปด้วยแหล่งน้ำมัน มันไม่ได้สวยงามอย่างที่เธอคิด ถึงบ้านเมืองจะเจริญไปตามยุคสมัยแค่ไหน สิ่งไม่ดีที่อยู่หลังฝุ่นทะเลทรายก็ยังคงอยู่ วิถีของนักรบโบราณจึงมีการสืบถอดเพื่อรักษาความสงบสุขจนถึงปัจจุบัน อย่างที่เธอได้ยินคำว่านักรบทะเลทราย เราเข้าถึงทุกพื้นที่ด้วยความรวดเร็ว และจัดการศัตรูด้วยความว่องไว” เขาพูดด้วยความภาคภูมิใจ นี่คือสิ่งหนึ่งที่เขาทำอยู่เบื้องหลัง แม้กระทั่งท่านพ่อและท่านแม่ของเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าเขาใช้ชีวิตเป็นนักรบทะเลทรายมานานแค่ไหนแล้ว นอกจากท่านพี่ทั้งสอง อีกอย่างเป็นเพราะเขาเลือกไม่บอกเองมากกว่า ปล่อยให้ท่านทั้งสองเห็นเขาเป็นผู้ชายลั้นล้าน่ะดีแล้ว

“แล้วทำไมนายไม่เอาความเจริญทางเทคโนโลยีเข้ามาใช้ล่ะ” ปาริดาถามด้วยความอยากรู้และสงสัย รู้สึกทึ่งไม่น้อยที่ชีคหนุ่มมีด้านนี้ด้วย เพราะเธอเห็นแต่ข่าวควงสาวและขึ้นแท่นหนุ่มนักรักอันดับหนึ่งเท่านั้น

“ใช้ แต่ไม่หมด เราพยายามคิดค้นหาทางปรับใช้ตลอด”

“แล้วที่นายมาที่นี่เพราะแบบนี้ด้วยใช่มั้ย?”

“ใช่” เรนอสทำท่าเหมือนจะพูดอะไรต่อแต่เขาก็หยุดไว้เมื่อคิดดีแล้วว่าอย่าให้เจ้าหล่อนรู้มากไปกว่านี้จะดีกว่า

“แสดงว่าที่นี่จะมีพวกศัตรูเข้ามาใช่มั้ย!” ปาริดาทำหน้าตาตื่น ถ้าเรนอสทำหน้าที่นี่จริงแสดงว่าเขาจะต้องมาจัดการพวกมัน แล้วเลือดก็จะหนองเต็มพื้นทรายเหมือนหนังที่เธอเคยดู สู้กันจนเลือดสาดสุดท้ายพระเอกก็ตายกลายเป็นหนังดราม่าเสียอย่างนั้น “แล้วนายจะตายมั้ยอ่ะ” ด้วยความปากไวระคนเป็นห่วงแปลกๆ เลยพลั้งถามออกไป เรนอสหน้าตึงทันทีแล้วผลักศีรษะคนตัวเล็ก

“นั่นปากเธอเรอะ! เป็นศิริมงคลมาก!!”

“เอ้า! เผื่อนายซี้ม่องขึ้นมาฉันจะได้บอกคุณป้าถูก ว่านายตายเยี่ยงวีรบุรุษ” ปาริดายิ้ม เรนอสแยกเขี้ยวหน้ามุ่ยก่อนจะกอดอกและนั่งไขว้ห้าง ใบหน้าพลันมีสีสันขึ้นมาทันทีกับสิ่งต่อไปนี้ที่เขาจะเรียกร้องจากปาริดาตามสัญญาในหมู่มาร

“เอาล่ะถึงเวลาที่เธอต้องทำตามสัญญาบ้างแล้ว”

“นายจะให้ฉันทำอะไรว่ามาเลย” ปาริดาพูดอย่างใจปล้ำ ไม่มีบิดพลิ้ว เรนอสหัวเราะอย่างบ้าคลั่งในใจ

“ฉันอยากเห็นเป็ด” รอยยิ้มภาคภูมิค่อยๆ จางหายไปเหลือไว้แต่เพียงใบหน้าเหวอๆ ตาปริบๆ ของหญิงสาว

“หา?”

“ฉันอยากเห็นเป็ด” เรนอสพูดย้ำอีกครั้ง เขาพยายามอย่างมากที่จะไม่แสดงสีหน้าใดๆ ออกมานอกจากความจริงจัง

“นาย…” ปาริดาแทบพูดไม่ออกรู้ซึ้งถึงตับว่าถูกแกล้งเข้าให้แล้ว

“เป็ดก้าบๆ น่ะ ถ้าจำไม่ผิดที่บ้านเธอเค้ามีเพลงร้องกับท่าเต้นด้วยนี่” เรนอสกล่าวต่อพลางใช้มือลูบคางราวกับใช้ความคิด “เอ้า! เร็วสิ ฉันอยากเห็น หรือเธอเป็นพวกดีแต่ปาก…”

“หยุด!” ปาริดายกมือห้ามก่อนที่จะถูกด่ามากไปกว่านี้ เอาว่ะ กับแค่เต้นท่าเป็ดมันจะไปยากและน่าอายตรงไหน อีกอย่างไอ้คนที่ดูมันก็เรนอสคนเดียว “ฉันทำก็ได้” ปาริดาสูดลมหายใจเข้าแล้วเริ่มทำท่าเป็ดประกอบเพลง

“ไม่ใช่ในนี้ ข้างนอก” ปาริดาตาโต “รอบกระโจมสามรอบ แล้วต้องร้องดังๆ ให้ฉันได้ยินด้วย” คราวนี้เรนอสเผยรอยยิ้มแสนชั่วร้ายออกมาทันทีพร้อมกับซาวน์แทร็กเสียงหัวเราะแบบโคตรสะใจจากในลำคอ

“ไอ้!!” ปาริดามองเรนอสด้วยความแค้นใจ กรนด่าตัวเองในใจว่าไม่น่าตกหลุมที่ขุดไว้ตรงหน้าง่ายๆ

“ไปได้แล้ว” เรนอสชี้นิ้วไปที่หน้ากระโจม มองปาริดาที่ทำหน้าฮึดฮัดและแค้นเคืองเขาด้วยความสุขใจ “เชิญบรรเลงเพลงมาหนึ่งซิงเกิ้ลรอบกระโจมสามรอบพร้อมท่าครับ” ชีคหนุ่มย้ำ ปาริดาแทบคลั่ง

“ไม่ต้องมาย้ำโว๊ย!” ปาริดาหันมาว้ากด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินออกมาหน้ากระโจม รู้สึกหน้าร้อนเห่อขึ้นมาก่อนยามที่เห็นผู้คนยังคงเดินกันไปมา ถึงแม้จะไม่มากแล้วแต่เธอก็อดรู้สึกที่จะอายหน้าม่านไม่ได้อยู่ดี

“อ้าว คุณปลาออกมาทำอะไรครับ?” ลูกน้องคนหนึ่งของเรนอสเอ่ยถามเธอ ปาริดาไม่ตอบเพียงแค่ยิ้มนิดๆ ไปให้ ก่อนจะสูดลมหายเข้าใจปอดลึกๆ สะบัดมือหมุนข้อเท้าทั้งสองข้างราวกับกำลังวอร์มร่างกาย

“ร้องได้แล้ว!” เสียงข้างในเร่งออกมา ปาริดาส่งเสียงสวนกลับทันทีด้วยความอายทะลุปรอทบวกกับความเคือง

“อย่าเร่ง!” พูดจบเธอก็หันกลับมาทำสมาธิให้กับตัวเอง กัดริมฝีปากล่างนิดๆ ด้วยความรู้สึกกดดันแล้วเริ่มงอแขนย่อขาทำท่าเป็ด ชายหนุ่มที่เอ่ยทักเธอก่อนหน้านี้ก็ยังคงมองด้วยความไม่เข้าใจ ปาริดากดความอายแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ อีกครั้งก่อนจะร้องเพลงและเต้นออกมา “…ก้าบๆๆ เป็ดอาบน้ำในคลอง ปลาก็จ้องแลมอง เพราะในคลองมีหอยปูปลา~” ทันทีที่เสียงร้องเพลงดังขึ้น เรนอสก็ขำกลิ้งอยู่บนที่นอนทันที

“ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ย! ปวดท้อง ฮ่าๆๆๆ” เขาไม่คิดว่าปาริดาจะทำลงไปจริงๆ ก่อนจะรีบไปแง้มดูที่หน้ากระโจม ก็พบว่าตอนนี้ชาวมุงทั้งหลายต่างหยุดมองด้วยความแปลกใจระคนสงสัยว่าหญิงสาวทำอะไรอยู่

“คุณปลาทำอะไรน่ะ!?” อซิสเอ่ยถามฮาริชด้วยความไม่เข้าใจ เขาเดินออกมาดูเพราะได้ยินเสียงแจ๋วๆ ดังเข้ามาในกระโจม ถึงแม้เขาจะฟังภาษาไทยออกแต่เขาก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเพลงที่ร้องก้าบๆ นั้นมันมีประโยชน์อะไรมากไปกว่าการเดินเหมือนเป็ด

“ตามที่เห็น ทำท่าเป็ด” ฮาริชพูดขำๆ ก่อนจะเดินกลับไปทำหน้าที่ของตนตามเดิม

“ก้าบๆๆ เป็ดอาบน้ำในคลอง…” ปาริดาหน้าม่านจนรู้สึกชาได้ ตอนนี้มีแต่คนหยุดมองเธอแล้วก็พูดกันไปต่างๆ นาๆ เพราะคนเหล่านี้ฟังภาษาไทยไม่ออก ส่วนเธอถึงกับพีคตรงที่มีชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่าเธอกำลังแสดงอภินิหารการไล่ผี เอาเข้าไป! นี่ถ้าเธอมีข้าวสารเสกด้วยคงครบชุดเลยสินะ! “ก้าบๆๆ เป็ดอาบน้ำในคลอง ปลาก็จ้องแลมองเพราะในคลองมีหอยปูปลา”

“ไม่ได้ยิน” เสียงเข้มสั่งออกมาอีก ปาริดาที่เดินร้องเพลงไปแค่รอบเดียวถึงกับฟันกรอดก่อนจะแหกปากร้องแบบสุดๆ เพราะตอนนี้เธอคงไม่มีอะไรให้ได้อายกันอีกแล้ว …เธอกำลังก้าวผ่านจุดๆ นั้นมาแล้วจ้ะ

“ก้าบ! ก้าบ! ก้าบ! เป็ดอาบน้ำในคลอง! ปลาก็จ้องแลมอง เพราะในคลองมีหอย! ปู! ปลา!” แล้วเธอก็ร้องวนเรื่อยๆ จนกว่าจะเดินรอบกระโจมครบสามรอบ เรนอสก็หัวเราะแบบไม่รักษาภาพพจน์อีกต่อไป

“ฮ่าๆ ก๊ากๆๆ โอ๊ย! ปวดท้อง” เรนอสหัวเราะจนตัวงอ หูก็ยังคงได้ยินเสียงร้องเพลงของปาริดาอยู่ตลอด

“ก้าบๆๆ…” 

.......ติดตามได้ในตอนต่อไป!!! เรื่องราวกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แล้วค่ะ ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยนะคะ!......

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่ะ! และใครที่เพิ่งหลงเข้ามาอ่าน และดันชอบใจนักเขียนอ้วนๆ คนนี้ สามารถเข้าไปกดไลค์ กดแชร์กันได้เน้อ ^^ สำหรับคนที่กำลังรออ่านเฮียเรียวกะหนูแพรว รอไปก่อน เพราะยังเขียนไม่เสร็จค่ะ ต้องขออภัยจริงๆ 


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว