facebook-icon

E-BOOK พร้อมโหลดแล้ว รายละเอียดอยู่ด้านล่าง หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ FB Fanpage ค่ะ

ตอนที่ 2 : เด็กดี (rewrite)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 : เด็กดี (rewrite)

คำค้น : เฮีย/วอร์ม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.2k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2561 20:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 : เด็กดี (rewrite)
แบบอักษร

ตอนที่ 2

เด็กดี

ผมแอบหยิบโทรศัพท์ออกมาขณะที่อาจารย์กำลังเปิดหนังให้ดูในห้อง เพื่อนขี้เสือกคนอื่นในกลุ่มผมก็ไปเข้าห้องน้ำ และไอ้เจที่นั่งอยู่ทางซ้ายของผมก็กำลังใจจดใจจ่อกับจอโปรเจคเตอร์หน้าห้อง หนังเรื่องนี้เป็นของผู้กำกับคนโปรดของมัน

‘ ดีครับ น่ารัก ’

‘ เฮียบอกแล้วว่าชอบเวลาเรายิ้ม ’

น่ารักเหี้ยไรวะ หุ่นผมก็หุ่นผู้ชายปกติทั่วไปชิบหาย ยิ่งชวงบวมเบียร์พุงออกด้วยเถอะ…

‘ วอร์มครับ เฮียขอไรอย่างได้ไหม ’

‘ เวลาเราคุยกัน วอร์มเรียกเฮียว่าเฮีย แล้วแทนตัวเองว่าวอร์มได้ไหม ’

ผมขมวดคิ้ว เม้มริมฝีปากอย่างชั่งใจ ปกติผมไม่แทนตัวเองด้วยชื่อ และอะไรแบบนี้ผมก็ไม่เคยทำมาก่อน ผมสะกิดบอกไอ้เจ

“ กูไปดูดบุหรี่แปปนะ ”

แล้วลุกออกมาทำเหมือนว่าตัวเองจะไปเข้าห้องน้ำ

ทันทีที่ออกมาจากห้อง เดินไปริมหน้าต่างตรงสุดทางเดิน มันเป็นมุมกำแพงพอดี พวกผมสามารถแอบดูดบุหรี่กันตรงนี้ได้ ผมหยิบซองสีขาว-เขียวในกระเป๋ากางเกงออกมาเคาะ คีบบุหรี่เข้าปากแล้วจุดสูบ อัดควันก่อนสองสามครั้งแล้วค่อยขยำซองทิ้งลงถังขยะและหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดโปรแกรมแชทอีกรอบ

‘ เอาจริงเหรอครับ ’

ผมพิมพ์ไปถามเขา คราวนี้ข้อความผมขึ้นว่าอ่านแล้วทันที แปลว่าเขาเล่นมือถืออยู่

‘ ครับ เราล่ะ เอาด้วยหรือเปล่า? ’

เชี่ยเอ๊ย…

ก็ได้วะ! ผมไม่มีอะไรจะเสียนี่หว่า แค่พิมพ์คุยกัน ไม่ได้จะเจอตัวจริงสักหน่อย

‘ ได้ครับ วอร์มเอาตามที่เฮียว่า... ’

ติ๊ง!

‘ บัญชี X-XXX-XXX มีเงินเข้า +1,000.00 บ. ใช้ได้ 2,532.00 บ. ’

เฮ้ย.. อะไรมันจะง่ายขนาดนี้วะ

ผมทึ่ง ไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองหาเงินได้ง่ายและก็เร็วขนาดนี้ แค่ผมคุยและก็ส่งรูปให้เขานิดหน่อยผมก็ได้มาแล้วสองพัน

‘ ตอนนี้เราทำอะไรอยู่ ’

เฮียส่งข้อความถัดมา

‘ เรียนครับ แต่ออกมาข้างนอก ’

ผมพิมพ์ตอบเขา ดูดบุหรี่อีกเฮือก ผมคีบบุหรี่ด้วยนิ้วชี้กับนิ้วกลางและใช้มือทั้งสองข้างถือโทรศัพท์ พิมพ์ต่อด้วยนิ้วโป้ง

‘ ปกติผมตื่นสาย เฮียส่งข้อความมาแต่เช้าผมยังไม่อ่านหรอก ’

อ้าวเวร พิมพ์ผิดเฉย ผมส่งข้อความไปใหม่

‘ โทษครับ วอร์มชินกับผม ’

‘ ไม่เป็นไรครับ เฮียเข้าใจ ’

‘ แล้วปกติวอร์มตื่นกี่โมง ’

‘ โห ’

‘ ถามงี้เลยเหรอ ’

‘ ปกติก็เที่ยงบ่ายนู่น แต่ถ้ามีเรียนเช้าแล้วเช็คชื่อวอร์มก็ตื่นเช้าได้ครับ ’

‘ หรืออีกอย่าง ถ้าวอร์มตอบข้อความเฮียตอนเช้าแปลว่าปั่นงานข้ามคืนอยู่ ยังไม่นอน ’

ผมพิมพ์ติดตลกและส่งสติ๊กเกอร์เจมส์ตัวละครหัวทองนอนตายไปด้วย

งานสายศิลปะอย่างพวกผมนอนดึกตื่นสายกันเป็นเรื่องปกติ ส่วนใหญ่ที่ทำให้เดือดจะเป็นเวลาออกกองที่ควบคุมไม่ได้ ออกกองเสร็จแล้วต้องกลับมาตัดต่อและรอเรนเดอร์ส่งอาจารย์อีก แต่พูดตามตรงบางทีก็ไม่ใช่งานอย่างเดียวทำให้พวกผมใช้ชีวิตตอนกลางคืน ผมมีเกมที่สำคัญกว่าต้องเล่น ยิ่งผมเล่นเซิร์ฟนอก เวลาไม่ตรง ไอ้พวกห่าที่ผมเล่นด้วยประจำดันออนไลน์กันเวลาดึกๆ เช้าๆ ผมล่ะเบื่อ…

‘ วอร์มถามเฮียได้ไหม ’

‘ ครับ?’

‘ เฮียไม่ได้ทักวอร์มมาแค่เป็นเพื่อนคุยใช่ป่ะ ’

ผมไม่ได้รับแอดเขาเพื่อจะเล่นเกมแล้วรับเงินทีละห้าร้อย ทีละพัน ผมอยากแลกเปลี่ยนกับเขา… และถ้าเป็นไปได้ผมอยากเก็บเงินให้ได้ไวๆ จะได้รีบคืนค่าเทอมกับไอ้เจไปก่อน ผมพอรู้มาว่าเงินก้อนนั้นเป็นของพี่ชายไอ้เจมัน…

เฮียอ่านข้อความผม แต่เขาไม่ได้ตอบทันที ผมกะว่าจะรอเขาจนบุหรี่หมดมวนค่อยกลับเข้าห้อง ข้อความจากไอ้เจก็เด้งขึ้นมา

‘ เสร็จยัง หนังใกล้จบแล้วนะ ’

ผมถอนหายใจ เก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง อัดบุหรี่ยาวๆ แล้วก็ขยี้มันกับขอบหน้าต่าง เดินกลับมาที่ห้องด้วยจิตใจห่อเหี่ยว

“ เป็นอะไร? ” ไอ้เจเอ่ยถาม เอาไหล่มันชนกับไหล่ผมและส่งกระดาษกับปากกาให้ “ นี่อาจารย์ให้เขียนวิจารณ์หนังเมื่อกี้ ”

“ มึงเขียนอะไรบ้างยัง ” ผมชะโงกหน้าดูกระดาษเพื่อน ที่ถูกเขียนไปแล้วประมาณหนึ่งย่อหน้า

“ นิดนึง มึงเปลี่ยนด้วยนะ อย่าลอกหมด มึงรู้สไตล์ผู้กำกับคนนี้นี่ ”

ผมมองมันกลับด้วยสายตาประชดประชัน

“ เออ เพราะมึงแหละ อยู่ว่างไม่ได้ ชวนกูดูหนังตลอด… ” ในห้องผมกับไอ้เจมีทีวี 60 นิ้วอยู่ เอาไว้ดูหนังโดยเฉพาะ (แต่มีบ้างเหมือนกันที่ยืม PS4 ไอ้คามินมาเล่นที่ห้องเวลาที่ไม่อยากไปคอนโดฯมันเพราะขี้เกียจ) เจมันชอบดูหนังที่ห้อง เวลามันดูทีมันดูครั้งละหลายเรื่องต่อกัน ลำบากผมที่เป็นรูมเมทมันต้องดูเป็นเพื่อนตลอด ผมเลยรู้เรื่องไปกับมันหมด

ไอ้เจหัวเราะในลำคอ ผมอ่านบทวิจารย์ของมันนิดหน่อยพอเป็นเค้าโครงแล้วก็ทำต่อเอง รีบทำ รีบส่ง และจะได้รีบกลับ

หลังเรียนเสร็จเพื่อนผมชวนกินข้าวที่คณะก่อน มันก็อ้างไปงั้นแหละ ผมรู้ว่าพวกแม่งจะไปส่องหญิง ได้ข่าวมาว่ารองดาวมหาลัยปีนี้เป็นเด็กคณะผมแต่ไม่เคยได้ยินชื่อหรือเคยเห็นหน้าสักที ไอ้บาสว่าผมไม่ใส่ใจเอง ไม่รู้สินะ ก็อาจจะจริงอย่างที่มันว่าล่ะมั้ง… ช่วงนี้ผมรู้สึกว่าอะไรๆแม่งก็ตึงๆไปหมด เหมือนผมมีความสุขไม่สุด… หลักๆเลยก็เครียดเรื่องที่บ้านนี่ล่ะ

“ นั่นไงๆ คนนั้นๆ ” ไอ้บาสสะกินผม บุ้ยไปยังสาวๆ 3-4 คนที่เดินมาด้วยกันเป็นกลุ่ม แต่ละคนน่ารักต่างสไตล์ แต่คนที่โดดเด่นที่สุดดูเหมือนจะเป็นสาวผิวขาวอมชมพูหน้าตาสวย เธอตัดผมหน้าม้ายาวถึงกลางหลัง สวมเสื้อนักศึกษากับกระโปรงพลีทยาวถึงเข่าและเสื้อคลุมลายโบสีชมพูเข้ม ดูน่ารักน่ามอง

“ เออ… แม่งเด็ดว่ะ…” ผมคุยตอบไอ้บาส

รุ่นน้องกลุ่มนั้นหันมาสบตากับพวกกลุ่มปี4อย่างพวกผมเต็มๆ พวกเธอดูตกใจและรีบยกมือไหว้ ซึ่งไม่แปลกอะไรเพราะไอ้มินมันไปทำเรื่องเอาไว้ในค่ายรับน้อง… แต่ช่างเรื่องคามินก่อนเพราะผมว่ารุ่นน้องรองดาวมหาลัยคนนั้นเหลือบมองมาทางไอ้เจ เธอยิ้มเขินๆและรีบเดินตามเพื่อนไป

เหตุการณ์ทั้งหมดนี่เกิดขึ้นไม่เกิน 5 วินาที แต่ผมที่นั่งอยู่ตรงข้ามไอ้เจทันเห็นทั้งหมด ผมมองเพื่อนตัวเองพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย และยิ้มมุมปากล้อเลียนด้วยสายตารู้ทัน

“ ยิ้มอะไร ” ไอ้เจมองผมกลับ

“ เร็วนะมึงอ่ะ ” ผมว่า สงสัยผมได้เริ่มพนันกันในกลุ่มอีกแล้วแน่ๆว่าคนนี้ไอ้เจจะใช้เวลากี่วันในการรวบหัวรวบหางและถูกเธอแปะป้ายว่าเป็นแฟน

“ เร็วอะไร.. มึงอ่ะเพ้อเจ้อ ” มันส่ายหน้าเหมือนผมพูดจาไร้สาระ “ พอเลยๆ มึงก็รู้อยู่ ”

ผมยักไหล่ ไม่แซวมันต่อก็ได้ “ กูไปซื้อข้าวละ ” และพอผมลุกขึ้นปุ๊บ ไอ้มินที่ไปกับผมพูดดักคอเพื่อนเวรพวกนี้ก่อนที่พวกมันจะฝากซื้อของกินทันที

“ เดินเองไอ้สัส กูไม่ซื้อให้โว้ย ”

ผมขำชิบหาย เดินมากับไอมินระหว่างรอต่อแถวซื้อน้ำก็มีข้อความใหม่เข้ามาหลังจากผมถามเขาว่าเขาไม่ได้ทักมาหาเพราะอยากได้เพื่อนคุยใช่ไหม

‘ วอร์มหมายถึงในแง่ไหนล่ะครับ ’

เอาอีกแล้ว…

เขาชอบถามย้อนผมกลับทำให้ผมไปต่อไม่ถูก เหมือนอย่างตอนนี้ก็เหมือนกัน

‘ เฮียก็รู้ว่าผมหมายความว่ายังไง ’

ผมพิมพ์ตอบเขา รู้สึกหงุดหงิดเล็กๆเหมือนถูกเขากวนประสาทหรือไม่ก็ลองใจ หรืออาจจะเป็นทั้งสองอย่างรวมกัน

‘ ไม่ครับ ’

‘ เฮียอ่านใจวอร์มไม่ได้ ’

เป็นครั้งแรกที่เขาส่งอิโมติคอนมา มันเป็นอิโมติคอนหน้ายิ้ม ความหมายทั่วไปคือหัวเราะ หรือทำให้บทสนทนาเป็นมิตรขึ้น แต่พอรวมกับข้อความด้านบนของเฮียแล้วมันดู…

กวนตีนชิบหาย

‘ ... ’

ผมส่งจุดจุดจุดไป และถ้าการที่ผมกลอกตาและเขาสามารถมองเห็นได้มันคงดีไม่น้อย

‘ ล้อเล่นครับ ’

‘ วอร์มรีบเหรอ? ’

ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย จะว่ารีบก็ได้...เพราะผมอยากรีบหาเงินแล้วก็คืนไอ้เจให้เร็วที่สุด ไอ้มินเรียกผมว่าจะเอาน้ำอะไร ผมเลยบอกมันว่าเอาโค้กสองกระป๋องและเดินถอยออกมาจากแถวเพื่อพิมพ์คุยกับเฮียดีๆ

‘ วอร์มอยากเจอเฮีย ’

บอกตรงๆว่าพิมพ์ไปผมก็ขนลุกไป… ผมพยายามนึกถึงบทสนทนาเวลาที่ผมจีบหญิง หรือชวนเธอมากินข้าว-ดูหนังกัน แต่พอเปลี่ยนสรรพนามเป็นแบบนั้นแล้วมันอดรู้สึกจั๊กจี้แปลกๆไม่ได้ และไม่ใช่ในแง่ดีสักเท่าไหร่ด้วยเนี่ยสิ

‘ มาเจอกันหน่อยได้ไหมครับ? ’

ผมพิมพ์ต่อไปอีกประโยคหลังจากเห็นว่าเขาอ่านข้อความผมแล้วแต่ยังไม่ตอบ ผมได้ยินมาว่าถ้าหากได้เจอกันแล้วมันได้เงินค่าขนมเยอะกว่าคุยกันเฉยๆแบบไม่เห็นหน้า

“ เฮ้ย คุยกับใครวะ ” เสียงไอ้มินทำให้ผมสะดุ้ง หันไปเห็นเพื่อนยืนอยู่ข้างๆ ถือน้ำเต็มสองมือ

“ เปล่า ” ผมตอบมัน ปิดหน้าจอและเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง “ ไม่ได้คุย.. ไหน นี่ของกูกับไอ้เจใช่ป่ะ? ” ผมเปลี่ยนเรื่อง เอาโค้กสองกระป๋องมาถือไว้แล้วหยิบเงินออกมาใส่กระเป๋าเสื้อคามิน มือมันอีกข้างไม่ว่าง ถือน้ำของตัวเองอยู่

“ วอร์ม มึงไม่ได้ทำอะไรโง่ๆไปใช่ไหม เรื่องพ่อมึงอ่ะ ” คามินถามออกมา น้ำเสียงมันซีเรียสจริงจัง

“ หมายความว่าไงวะ? ” ผมเลิกคิ้วไม่เข้าใจ ทั้งที่ในใจผมเต้นตุ้มๆต่อมๆ กลัวมันรู้วิธีหาเงินทางลัดของผม ถ้าเป็นไปได้ ผมก็ไม่อยากให้เพื่อนหรือคนรู้จักผมคนไหนรู้เรื่องนี้ทั้งนั้น

“ มึงไม่ได้แทงบอลใช่ไหม ”

อ่อ… โล่งอก

“ เปล่า! เชี่ยไรมึงเนี่ย ” ผมถอนหายใจ พูดปัดปฏิเสธมันไป “ เออ กูไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกน่า กูไม่โง่พอหาเรื่องเพิ่มโอเคไหม ”

ใช่ แต่ผมโง่พอที่จะทำอย่างอื่น…

คามินไม่ได้ทักท้วงหรือพูดอะไรต่อ พวกเราเดินกลับมาถึงโต๊ะ ไอ้บาสกำลังคุยโม้เรื่องรุ่นน้องรองดาวมหาวิทยาลัยคนนั้นอยู่ เห็นว่าไอ้เจไม่อยู่ตรงนี้แล้วผมเลยปล่อยระเบิดลงไปด้วยความหมั่นไส้พวกมัน

“ อ่อ น้องคนนั้นอ่ะนะ? ไอ้เจคุยอยู่ มันว่าใกล้ได้แล้วมั้ง ” ผมว่า เนียนเปิดกระป๋องโค้กและยกมันขึ้นมาดื่ม ไอ้บาสมองผมตาโตก่อนจะโอดครวญออกมายกใหญ่

ผมนั่งลง อาศัยจังหวะนั้นเปิดไลน์อ่าน เฮียส่งข้อความกลับมาแล้ว ราว 3 นาทีก่อน

‘ ตอนนี้วอร์มอยู่ไหนครับ ’

‘ อยู่ที่หอหรือเปล่า ’

‘ เปล่าครับ วอร์มอยู่‘มหาลัย ’

‘ งั้นวอร์มกลับหอแล้วทำอะไรให้เฮียหน่อยได้ไหมครับ ’

‘ เฮียอยากเห็นวอร์มถอดเสื้อกับกางเกงออกหมด ’

ผมหน้าชา บอกไม่ถูกว่าตัวเองควรรู้สึกอย่างไร ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างที่ผมกำลังลังเลก็มีข้อความใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง

‘ บัญชี X-XXX-XXX มีเงินเข้า +1,000.00 บ. ใช้ได้ 3,532.00 บ. ’

เชี่ยเอ๊ย…

‘ ครับ ’

‘ วอร์มทำให้ได้ครับ ’

ผมโคตรเกลียดตัวเองชิบหายเลย

ผมแยกกลับกับเพื่อนตอนบ่ายกว่าๆ เจมันไปคุยกับกลุ่มน้องรหัสมันเรื่องที่ฝึกงาน พอมันกลับมาถึงโต๊ะ ผมก็เอาโค้กที่ซื้อมาอีกกระป๋องให้มันและบอกเพื่อนว่าผมจะกลับหอก่อน ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทีแรกไอ้เจจะตามมา แต่ผมขอมันเอาไว้ ผมบอกมันว่าผมอยากอยู่คนเดียวก่อน สายตามันบอกว่าไม่เห็นด้วยชัดเจน แต่มันก็ยอมทำตามที่ผมขอ มันขับรถมาส่งผมที่หอและก็บอกกับผมว่าจะกลับมาตอนค่ำๆ ถ้าผมโอเคแล้วอยากได้คนอยู่เป็นเพื่อนก็ให้ผมไลน์หามันได้

“ เจ กูขอโทษนะเว้ย ” ผมบอกมันตามตรง แต่คนละความหมายกับที่มันเข้าใจ เพราะเอาจริงแล้วผมไม่ได้ขอโทษที่ต้องให้มันไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว เพราะห้องนี่ก็ห้องมันเหมือนกัน

แต่ผมขอโทษมัน ที่ผมโกหกเพื่อน…

ผมล็อกห้อง โยนกระเป๋าลงบนโต๊ะ และหายใจเข้าลึก ค่อยๆแกะกระดุมเสื้อออกจนหมด มองตัวเองในกระจกหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแบบบิล์ดอิน พยายามหามุมดีๆ และถ่ายรูปตัวเองจากกล้องโทรศัพท์มือถืออยู่หลายรูป ผมนิ่งอยู่สักพักก่อนจะปลดตะขอและถอดกางเกงออกจนเหลือแต่บ็อกเซอร์…

มือที่ผมถือกล้องสั่นอย่างช่วยไม่ได้ นี่กูกำลังทำอะไรอยู่วะ… แบบนี้มันจะดีจริงเหรอ… ไม่ดิ ทำแบบนี้แม่งไม่ดีหรอก แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่หว่า ก็ทางนี้แม่งได้เงินเร็วสุด…

ผมกดถ่ายรูปตัวเอง คัดรูป และแต่งรูป ก่อนจะส่งไปให้เฮีย

คุณได้ส่งไฟล์รูปภาพแล้ว

Unknown อ่านแล้ว

ผมดึงขอบกางเกงบ็อกเซอร์ลายจุดสีน้ำเงินของตัวเองลงมาต่ำจนเห็นเชิงกรานและตัวVตรงนั้น ผมสอดมือเข้าไปในกางเกงตัวเองและถ่ายเอาแค่ช่วงเอวลงไปถึงต้นขา จากภาพมันค่อนข้างชัดเจนทีเดียวว่ามือผมกุมอะไรอยู่ใต้ร่มผ้า…

ผมชั่งใจ… เลือกรูปที่เพิ่งถ่ายเมื่อกี้ไว้แล้ว แต่ยังไม่กดส่ง

สุดท้ายผมก็ยังไม่ส่งรูปล่าสุดไปให้เขา ผมกดปุ่มยกเลิกและพิมพ์ข้อความไปหาเฮียแทน

‘ โอเคไหมครับ ’

สารภาพว่าผมไม่ค่อยออกกำลังกาย นานๆครั้งไปตีแบตกับวิ่งรอบสนามกีฬา‘มหาลัยกับเพื่อนสักครั้ง ดังนั้นอย่าหวังเลยว่าจะเห็นกล้ามเนื้อหรือลอนหน้าท้องชัดเจนได้รูปจากผม

เฮียไม่ได้ตอบอะไร แต่ข้อความจากธนาคารที่บอกว่ามีเงินถูกโอนเข้าบัญชีก็เพียงพอสำหรับผมแล้ว

หลังจากนั้นก็ไม่มีคำขออะไรแปลกๆอีก เฮียชวนผมคุยเรื่องสัพเพเหระอย่างอื่น เช่น ถามว่าผมเรียนอะไร, งานหนักไหม, เหนื่อยหรือเปล่า เหมือนกับคำถามทั่วไปเวลาที่ผมคุยกับผู้หญิง

แต่มันแตกต่างกันตรงที่คนที่ผมคุยด้วยเป็นผู้ชาย และผมไม่แน่ใจว่าสุดปลายทางผมจะเป็นฝ่ายเอาเขา หรือเขาจะเป็นคนเอาผม…

‘ อ่อ ไม่อ่ะครับ วอร์มไม่เคย ’

ผมไม่รู้ว่าบทสทนามาถึงเรื่องประสบการณ์เซ็กส์ของผมได้อย่างไร แต่เมื่อเฮียถามผมมาว่าผมเคยมีอะไรกับผู้ชายไหมผมก็ตอบเขาไปตามตรง

‘ แล้วผู้หญิงล่ะ เรามีแฟนมากี่คนแล้ว ’

‘ มีแฟน 2 คนครับ แต่เคยมีอะไรด้วยแค่คนเดียว ’

บอกตามตรงว่าชีวิตรักผมไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่

‘ ไหงงั้นล่ะ? ’

‘ ก็คนแรกคบตอนม.ปลายอ่ะครับ แล้วผมก็ไม่ค่อยมีโอกาสอยู่กับเขาเท่าไหร่ พอเข้ามหาลัย เรียนคนละที่ เขาก็บอกเลิกแล้วไปคบเด็กมหาลัยเดียวกันแทน ’

แฟนคนแรกผมคบกับเธอได้ 3 ปี แต่พอขึ้นมหาลัยแล้วอยู่คนละจังหวัด ไม่ได้เจอกันบ่อยๆเธอก็บอกเลิกผม กว่าผมจะรู้ได้ว่าเธอมีคนอื่นก็ตอนที่เพื่อนผมที่เรียนมหาลัยเดียวกับเธอคนนั้นมาบอก

‘ แล้วคนที่สองล่ะ ’

‘ เป็นเพื่อนห้องเดียวกันอ่ะครับ ’

‘ เฮิร์ตจากคนแรก เลยลองลุย ประชดแฟนเก่าด้วย แล้วก็คบกันแบบงงๆตอนปี1เทอม2 ’

‘ เพื่อนด่าผมยับเลย หาว่าผมติดเมีย 5555 ’

และความจริงคือติดอย่างอื่นด้วย ผมเช่าห้องอยู่กับแฟนคนนี้ปีกว่า เจอกันทุกวัน นอนเตียงเดียวกันทุกคืนจะเหลืออะไร ผมคิดว่ากับคนนี้ผมจะคบได้นาน แต่เราก็มีปัญหากันตอนปี3 เธองี่เง่าหนักขึ้นเรื่องที่ผมไม่เห็นว่าจะเป็นปัญหา ทะเลาะกันบ่อย ยิ่งอยู่ห้องเดียวกันยิ่งอึดอัด ถึงเธอไปค้างห้องเพื่อนเพื่อจะได้ไม่เจอหน้า เราก็ยังเรียนห้องเดียวกัน คลาสเดียวกันอยู่ดี

‘ แต่ช่วงหลังทะเลาะกันบ่อยอ่ะครับ หนักถึงขั้นทำให้เพื่อนในห้องแบ่งพรรคแบ่งพวกเหมือนกัน มีฝ่ายที่เข้าข้างฝ่ายหญิง หาว่าผมผิด กับพวกเพื่อนวอร์ม ’

จริงๆเหตุการณ์ตอนนั้นทำให้กลุ่มผมไม่ถูกกับกลุ่มของแฟนเก่าทันที ซึ่งโคตรจะซวยเลยตรงที่ไอ้คามิน เพื่อนรักผมกับ ‘ น้ำตาล ’ เพื่อนสนิทของเธอสนิทกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ไอ้คามินเดือดแทนผมหลายรอบที่ผมโดนฝ่ายหญิงใส่ความอยู่ฝ่ายเดียว ได้ไอ้เจนี่แหละคอยช่วยเจรจาสงบศึกกับกลุ่มสาวๆให้ หลังจากเลิกกับเธอผมก็ย้ายออกมาแล้วก็ไปเป็นรูมเมทคามินชั่วคราว แต่ก็ต้องย้ายออกเมื่อเทอมที่แล้วเพราะคามินย้ายเข้าไปอยู่คอนโดฯ ส่วนผมก็กลายมาเป็นรูมเมทเจแทนในที่สุด

แต่เอาจริงๆผมว่ามันไม่ใช่ความผิดผม เพราะผมพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับเธอได้แล้ว แม้แต่เรื่องนี้น้ำตาลที่รู้ความทั้งสองข้างยังยอมรับว่าเพื่อนตัวเองผิด แต่สาวๆคนอื่นไม่ใช่แบบน้ำตาล พวกเธอด่าและพูดจิกกัดผมเรื่อยๆจนถึงทุกวันนี้

‘ ช่างเหอะครับ ผ่านมาแล้ว ’

ผมไม่อยากพูดต่อ เดี๋ยวจะกลายเป็นนินทาผู้หญิงไปเปล่าๆ และเรื่องมันจบไปแล้ว อย่างน้อยก็สำหรับผม มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรื้อฟื้น

‘ เฮียล่ะ เคยเอาหญิงไหม ’

ข้อความขึ้นว่า ‘ อ่านแล้ว ’ แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เฮียไม่ได้ตอบผมทันที

‘ ไม่บอกก็ไม่เป็นไรนะครับ ’

ผมส่งข้อความถัดไป เวลาไล่เลี่ยกับที่เฮียตอบข้อความผมกลับมา

‘ 3 คนครับ ’

‘ แต่ถ้าผู้ชาย เฮียเลิกนับแล้ว :) ’



TBC.

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว