facebook-icon

E-BOOK พร้อมโหลดแล้ว รายละเอียดอยู่ด้านล่าง หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ FB Fanpage ค่ะ

ตอนที่ 1 : ความสุขของผม (rewrite)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 : ความสุขของผม (rewrite)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.5k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2561 23:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 : ความสุขของผม (rewrite)
แบบอักษร

ตอนที่ 1

ความสุขของผม


2อาทิตย์ก่อนหน้านี้...

“ เจ..มึงพอมีตังค์ให้กูยืมสักสามหมื่นป่ะวะ ”

“ หือ? ” ไอ้เจที่กำลังนั่งทำงานอยู่หันขวับกลับมามองผม “ มึงว่าอะไรนะ สามหมื่น กูได้ยินไม่ผิดใช่ไหม? ”

มันถามย้ำ หน้าตาประหลาดใจและก็อึ้งไม่น้อย

“ มึงโดนไรมา แทงบอลเหรอ ”

เจหมุนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานหันมาทั้งตัว ใบหน้ามันเข้าโหมดซีเรียสจริงจัง

“ หึ ” ผมส่ายหน้า “ ...ค่าเทอม ”

เพื่อนสนิทและรูมเมทผมเลิกคิ้วสูง ท่าทางมันตกใจที่คำตอบผมเป็นสิ่งที่มันคิดไม่ถึงมาก่อน

“ ค่าเทอมของเทอมนี้อ่ะนะ มึงยังไม่จ่ายอีกเหรอวะ? ”

ปกติเงินจะต้องจ่ายภายในสองสัปดาห์แรกที่เปิดเรียน แต่ถ้าจ่ายหลังจากนั้นก็จะมีค่าปรับ สามารถจ่ายได้ก่อนสอบไฟนอล 1 อาทิตย์ แต่ถ้ายังไม่จ่ายอีกก็จะหมดสิทธิ์สอบ

“ ประมาณนั้น ” ผมยักไหล่ ไม่อยากเล่าอะไรให้มันฟังมาก ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจมัน แต่ผมไม่อยากให้มันมาเป็นห่วงผม

“ มีอ่ะกูมี แต่มึงบอกกูได้ไหมว่าค่าเทอมมึงหายไปไหน ”

มันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังที่ผมได้ยินแล้วรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก ผมไม่กล้าสบตาเพื่อน ผมอายในสิ่งที่ผมกำลังจะเล่า

ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด ครอบครัวผมพ่อทำงานคนเดียว เขาเป็นข้าราชการครูอยู่โรงเรียนประจำอำเภอในจังหวัดตราด ส่วนแม่ผมเป็นแม่บ้าน ดูแลพ่อและผม พ่อผมหาเลี้ยงครอบครัวให้เราอยู่อย่างพอกินพอใช้ได้ตลอดจนกระทั่งไม่นานมานี้

แม่โทรมาบอกผมว่าพ่อเป็นมะเร็ง

พ่อกับแม่ปิดเรื่องนี้กับผมมาเกือบปี ตั้งแต่ผมไม่ได้กลับบ้านเลยเพราะมัวแต่วุ่นวายกับการเรียนตลอดปี 3 จนถึงช่วงฝึกงาน ลามมาจนถึงปี 4 เทอม 1 เกือบจะท้ายเทอมอย่างนี้

ปกติที่บ้านผมจะส่งค่าเทอมกับค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนมาให้ปลายเดือน แต่ช่วงหลังมาเลทตลอด และบางเดือนก็ไม่ได้ส่งมาด้วยซ้ำ ผมสงสัยก็เลยโทรไปถามแม่ น้ำเสียงของแม่ไม่ดีเลย ผมรู้ว่ามันจะต้องมีข่าวร้ายแน่ๆ และมันก็จริงเสียด้วย

ที่บ้านผมเจอเหตุการณ์หลายอย่างพร้อมกันจึงหมุนเงินไม่ทัน ที่บ้านผมเพิ่งลงทุนซื้อตึกแถวไปไว้สำหรับพ่อเปิดติวหลังเลิกเรียน วางดาวน์และผ่อนไปแล้วได้ 3 เดือนพ่อก็ป่วย ต้องผ่าตัดและทำคีโมอย่างต่อเนื่อง เงินเก็บที่บ้านจึงร่อยหลอลงไปเรื่อยๆจนมันหมดลงในที่สุด ตอนนี้แม่กำลังจะเอาบ้านเข้าธนาคาร…

ผมเองก็ไม่ได้มีวินัยเรื่องการเงินมากนัก มีเงินเก็บทั้งหมดทุกบัญชีประมาณสองหมื่นต้นๆ ถ้ารวมกับเงินที่ขอยืมเพื่อน ผมน่าจะจัดการเรื่องค่าเทอมได้อยู่

“ บ้านกูมีปัญหา พ่อกูต้องใช้เงิน ”

ผมพูดกว้างๆแทน ไม่ลงรายละเอียด เคาะนิ้วกับเข่าตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง สบตาเพื่อนและตัดสินใจขอร้องมันตรงๆ

“ มึงช่วยกูได้ไหม ”

เจไม่พูดอะไรมาก มันชวนผมลงไปเซเว่นฯข้างล่างและก็กดเงินสดจากตู้ ATM ออกมาให้ผมทันที

“ ขอบใจว่ะ ” ผมไม่รู้จะพูดอะไรได้นอกจากคำนี้ เอาเงินใส่กระเป๋าเงินจนมันบาน พับเก็บใส่ในกางเกงไม่ได้อีก “ กูจะหามาคืนมึงให้เร็วที่สุด ”

พูดไปทั้งที่ก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า ตอนนี้เพิ่งเทอม 1 ผมยังเหลือเทอม 2 และค่าใช้จ่ายสำหรับวิทยานิพนธ์อีก บอกตรงๆว่าสถานการณ์การเงินในบ้านตอนนี้พลิกผันจากหน้าเป็นหลังเลยทีเดียว

“ ไม่เป็นไร มึงมีแล้วค่อยคืน กูไม่รีบ ”

“ ขอบใจจริงๆว่ะ ”

ไอ้เจ หรือเสี่ยเจแม่งรวยที่สุดในกลุ่มผม มันบอกว่าบ้านมันทำธุรกิจ แต่พวกผมไม่เคยรู้ว่ามันทำธุรกิจอะไรจนกระทั่งไม่นานมานี้ตอนพวกเราพรีเซนท์หัวข้อธีสิสหนังสั้น โปรเจ็คจบต่อหน้าเพื่อนร่วมรุ่นและอาจารย์ มันพรีเซ้นท์ออกมาเป็นหนังสารคดีหัวข้อ ‘เด็กอ่าง’

มันบอกมันได้คนแล้ว ปัญหาคือเรื่องเทคนิคการถ่ายทำ และมันจะเข้าไปถ่ายยังไง ซึ่งอาจารย์ไม่ติดเลย แกชอบด้วยซ้ำ แกว่าโปรเจกต์นี้น่าสนใจ พวกผมมาเค้นถามไอ้เจทีหลังว่ามันไปหาคนมาจากไหน คำตอบมันทำพวกผมช็อกไปพอควร

บ้านมันทำอาบอบนวด…

ทำมาแล้วเป็นสิบปี ผมล่ะอย่างทึ่ง ไม่ได้มีแค่อ่างอย่างเดียว มันยังเปิดเล้าจน์อีก มันว่าล่าสุดพี่ชายมันขอเงินที่บ้านไปทำผับกับร้านเหล้า ขายเบียร์นอกดีๆโดยเฉพาะ

“ แล้วมึงจะทำไงต่อ วอร์ม”

ผมยักไหล่ ตอบมันไม่ถูกเหมือนกัน “ กูยังไม่รู้เลยว่ะ รับงานนอกมั้ง ”

“ เอางี้ ค่าหอส่วนของมึงยังไม่ต้องจ่ายแล้วกัน กูออกให้ก่อนจนกว่าบ้านมึงจะแก้ปัญหาได้ ”

“ จะดีเหรอวะ?”

ผมเช่าหอกับไอ้เจ ห้องค่อนข้างใหญ่และไม่อึดอัด ค่าเช่าเดือนละหมื่นนิดๆ รวมค่าน้ำค่าไฟ เราหารกันคนละครึ่ง ถ้าผมไม่จ่ายก็เท่ากับว่ามันต้องจ่ายทั้งหมดนั่นคนเดียว

“ ไม่เป็นไรหรอก มึงเอาเรื่องของตัวเองให้รอดก่อน..” มันว่าอย่างมีน้ำใจ กอดคอผมแล้วตบไหล่ปั้กๆ “ ป่ะ แดกเหล้า กูเลี้ยงเอง ”

ผมรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย แค่นเสียงหัวเราะแกนๆ มันก็ยังเครียดอยู่แต่ก็โอเคขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว

“ ขอบใจว่ะ.. ”

“ คิดมาก มึงโทรตามไอ้มินดิ ไม่รู้ตอนนี้แม่งอยู่กับเมียหรือเปล่า ”

กลุ่มผมที่มหาลัยมีทั้งหมดห้าหกคน แต่ที่ผมสนิทด้วยไปไหนมาไหนด้วยบ่อยสุดคือไอ้คามินกับไอ้เจ แต่ช่วงหลังมาผมไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนกับคามินเท่าไหร่ มันมีแฟน และใครๆก็รู้ว่าคนอย่างแม่งตัวติดกับแฟนชิบหาย ไม่รู้ว่าใครติดใคร แต่ทุกครั้งที่ผมชอบแซวว่ามันติดหี คามินจะแจกควยกลับมาให้ผมเสมอ ตลกชิบเป๋ง

หลังจากมันเลิกกับรุ่นน้องปี3ในคณะคนนึงพวกผมเป็นห่วงมันชิบหาย มันจริงจังและก็รักน้องคนนี้มาก แต่ก็เสือกโดนบอกเลิก มันไปไม่เป็นเลย แฟนเก่ามันมีแฟนใหม่ไปแล้วก็ยังเสือกไปวอแวกับเขา ขนาดมันมีแฟนใหม่แล้วเหมือนกันมันก็ยังไม่เลิกตามตื๊อแฟนเก่า.. ผมล่ะเชื่อเลย

ถ้าไอ้คามินเป็นคนที่คนในคณะส่วนใหญ่กลัว เพราะความดุ, ห้าวเป้ง,หัวร้อนง่ายและความเป็นคนจริงของแม่ง ไอ้เจก็คงเป็นคู่ตรงข้าม เพราะมันเป็นขวัญใจแม่ยก ด้วยหน้าตาหล่อใสแบบพระเอกเกาหลีบวกกับความสุภาพ, ขี้เล่น,เป็นกันเองและก็อบอุ่นทำให้รุ่นน้อง-รุ่นพี่ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือตุ๊ดเกย์เก้งกรี๊ดแล้วกรี๊ดอีก สถาปนาให้มันเป็น #ผัวสาธารณะแห่งคณะฯ ตั้งแต่ปี2 จนปัจจุบันก็ยังไม่มีใครโค่นแชมป์ชิงตำแหน่งนี้ของมันมาได้

ส่วนผมอยู่ตรงกลางระหว่างพวกมัน ว่ากันตามตรงผมชวนคามินทำดีและหลอกเจทำชั่ว เวลามีเรื่องอะไรแล้วไอ้มินบวกก่อนผมบวกตามมันเสมอ ก็มันเป็นเพื่อนผม… แต่คนที่มาห้ามมวยพวกเราจะเป็นไอ้เจ และคนที่คอยเคลียร์เช็ดขี้เช็ดเยี่ยวส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่เจก็จะเป็นน้ำตาล ยอดหญิงห้าวที่อยู่คนละกลุ่ม เธอเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมของคามิน

“ กูว่าแม่งอยู่ ” ผมตอบไอ้เจ หยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรหาไอ้มินอยู่ดี

สรุปว่ามันไม่ได้อยู่กับแฟนเก่าหรือแฟนใหม่ มันอยู่กับเพื่อนมันอีกคน ผมกับเจเคยเจอสองสามครั้งผ่านๆ จำชื่อไม่ได้แล้ว คามินมันเลยบอกว่ามันจะไปส่งเพื่อนแล้วตามผมกับไอ้เจไปที่ร้านทีหลัง

.

.

.


คืนนั้นเป็นจุดเริ่มต้นความเหี้ยทั้งปวงที่ทำให้ผมมาถึงจุดนี้...

ผมกำโทรศัพท์มือถือแน่น มองรูปตัวเองที่เพิ่งส่งไปให้เขา ผมครอบเอาแค่หุ่น ไม่ให้ติดหน้า ผมไม่รู้ว่าเขาจะเอาไปให้ใครดูหรือเปล่า ผมไม่อยากเสี่ยง

‘ เปลี่ยนใจแล้วเหรอครับ ’

พี่เขากวนตีนผมอยู่หรือเปล่าวะ… ผมสงสัยจริงๆ คำตอบของเขาอ่านเผินๆก็ดูสุภาพ เขาลงท้ายครับแทบทุกประโยค แต่ไม่รู้สิ ผมสัมผัสได้ว่ามันมีอะไรมากกว่าแค่ความสุภาพ

‘ เปล่าสักหน่อย ’

‘ เมื่อกี้เพื่อนอยู่เยอะ ’

ผมพิมพ์ตอบข้อความพี่เขากลับไป และก่อนที่จะได้อ่านข้อความที่เขาตอบกลับมาเสียงเคาะประตูห้องน้ำรัวๆก็ดังขึ้น

“ เชี่ยวอร์มม นานจังวะ มึงขี้อยู่เหรอ! ”

ผมสะดุ้งตกใจ หันไปทางประตูแล้วรีบหยิบเสื้อขึ้นมาสวม “ เออๆ กูจะเสร็จแล้ว... ” ผมกดชักโครกให้มันเนียนๆ แล้วก็ล้างมือ ก่อนจะหยิบมือถือแล้วเปิดประตูออกมา

เพื่อนผมมันยืนอยู่หน้าประตู มันเลิกเล่นเกม PS4 แล้ว และก็คงอยากมาฉี่

“ หลบๆๆ ” มันผลักผมออกไปและรีบก้าวเข้าห้องน้ำ ไม่ปิดประตูเอาฝารองนั่งขึ้นแล้วก็ปลดซิบกางเกงฉี่แม่งเลย ไอ้ห่า... ผมส่ายหน้า ปิดประตูตามหลังให้มัน…

คามินถือจอยอยู่ในมือ มันมานั่งหน้าทีวีและเล่นเกมต่อ ท่าทางมันทำงานเสร็จแล้ว ผมถอนหายใจและกลับไปนั่งพื้นหน้าคอมพิวเตอร์ของตัวเอง เรียกหน้าจองานกลับมาอีกครั้ง

ระหว่างทำงานอยู่มือถือผมสั่นอีกสองสามครั้งแต่ผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่เพราะอยากรีบทำงานให้เสร็จผมจะได้ไปเล่นเกมกับพวกแม่งสักที

อีกราวๆสี่สิบนาทีผมก็ทำงานเสร็จ ผมกดเรนเดอร์แล้วปล่อยคอมฯทิ้งไว้อย่างนั้น ลุกขึ้นยืนเดินไปที่ระเบียงเพื่อสูบบุหรี่จริงๆแล้ว

“ ไปไหนวะ ” เสียงไอ้คามินทำให้ผมหันกลับไป

“ ดูดบุหรี่ไง ” ผมตอบ

“ ดูดบ่อยจังวะ เมื่อกี้มึงก็เพิ่งดูดไป ”

ชิบหาย…

“ ก็นะ.. ” ผมตีมึน ยักไหล่ตอบมัน “ ช่วงนี้กูเครียด ”

ไอ้มินดูจะไม่ติดใจกับคำตอบผม นอกจากเจก็มันนี่แหละที่รู้เรื่องสถานการณ์ทางบ้านของผม มันไม่ซักไซร้ผมต่อ ซึ่งดีแล้ว ผมก้าวเข้ามานอกระเบียงที่ไอ้มินเลี้ยงต้นกระบองเพชรไว้อีกครั้ง คราวนี้ผมหยิบบุหรี่ออกมาคาบ และจุดไฟแช็คมือด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนอีกมือผมมัวแต่ง่วนกับการล้วงไปหยิบมือถือออกมาเปิดดูข้อความ

เฮ้ย!

ผมตกใจ เกือบสำลักควัน

มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีผมอีกห้าร้อย! ผมรีบเปิดโปรแกรมแชทสีเขียว เรียกหน้าต่างของพี่เขาออกมาเพื่อถามให้รู้เรื่อง

‘ ครับ เฮียเชื่อ ’

‘ เราเอนจอยกับเพื่อนก่อนก็ได้ เสร็จแล้วค่อยทักเฮียมา ’

ข้อความของพี่เขาส่งมาแค่นั้นตอนสี่ทุ่มกว่าๆ นี่จะห้าทุ่มแล้ว… ผมชั่งใจ จะถามดีหรือไม่ถามดี แต่สุดท้ายผมก็เลือกถาม

‘ มาแล้วครับ ’

‘ พี่โอนเงินมาอีก 500 เหรอ ค่าอะไรครับ ’

เขาไม่ได้อ่านข้อความผมทันทีเหมือนตอนแรก โทรศัพท์เขาคงห่างตัวแล้ว ผมพ่นลมหายใจ เอาบุหรี่ขึ้นมาดูดต่อ ผมอมควันเอาไว้ในปากสักพักแล้วก็พ่นมันออกมาอย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่ง มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นไม่น้อย บุหรี่นอกซองนี้ที่คามินให้มาหมดผมคงต้องกลับไปดูดLMเหมือนเดิม

ผมเลื่อนหน้าจอโปรแกรมแชทขึ้นลง มองบทสนทนาแต่ละอันที่ผมปล่อยค้างยังไม่อ่านเอาไว้

หนึ่งในนั้นเป็นของเพื่อนต่างคณะที่ผมคุยๆอยู่...

เธอเรียนมนุษย์ศาสตร์ หน้าตากลางๆ ไม่สวยจัด แต่น่ารัก มองได้เพลินๆ เธอเป็นคนคุยเก่ง มีเรื่องมาเล่าได้ทุกวัน แต่หลังจากผมเจอปัญหาครอบครัวเข้าไป มันทำเอาผมหมดอารมณ์ ไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้นรวมถึงเธอคนนี้ด้วย ครั้งล่าสุดที่ผมตอบข้อความเธอคือ 2 อาทิตย์ก่อน แต่เธอก็ยังส่งข้อความ ส่งสติ๊กเกอร์มาทักอรุณสวัสด์และบอกฝันดีทุกวัน…

ผมตัดสินใจปล่อยแชทเธอไว้อย่างนั้น เอาตรงๆก็เทเธอนั่นแหละ ที่จริงผมรู้สึกมาได้สักพักแล้วว่าตัวเองไม่รู้สึกหวั่นไหวอะไรกับผู้หญิงคนนี้ เพราะงั้นคุยต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ ผมกดชื่อไอ้เจแทน

‘ มึง ’ ผมพิมพ์ไป ‘ ทำอะไรอยู่วะ ’

พร้อมกับส่งสติ๊กเกอร์ไอ้เจมส์หัวทองกลิ้งไปกลิ้งมาให้มัน

‘ ไม่มาจริงดิ ’

กวนตีนไอ้เจสัด อยู่ด้วยกันมันคงด่าผมไปแล้ว แต่ไม่หนักเท่าไอ้มิน ไอ้นั่นถ้าผมพิมพ์อะไรแบบนี้ไปมันจะลุกมาตบหัวหรือถีบผมทันที

ผมดูดบุหรี่ต่อจนหมดมวน ทั้งพี่เขาหรือไอ้เจก็ไม่มีใครตอบข้อความผมสักคน ผมขยี้บุหรี่กับพื้น ดีดมันลงถังขยะ(ที่มีแต่ขี้บุหรี่) และก็ลุกขึ้นกลับเข้าไปในห้อง

“ ถอยดิ๊ กูเล่นมั่ง ”

“ เออ มึงสลับบ้างดิ ” ไอ้คามินพูดบ้าง มันยันเก้าอี้เพื่อนอีกคนจนเก้าอี้ล้อเลื่อนพามันไถไปทั้งตัว

“ กวนตีน กูหมายถึงมึงแหละไอ้มิน ” ผมกลอกตาใส่แม่งเลย


กว่าผมจะได้ข้อความตอบจากเจหรือไอดี Unknown ก็ตอนเช้า ข้อความเพื่อนผมส่งมาตอนตี3 ส่วนข้อความพี่เขาส่งมาราวๆ 7 โมงเช้า

‘ โทษทีนะ เฮียเผลอหลับไป ’

‘ จริงๆ เฮียตั้งใจให้เราพันนึง แต่เฮียยังไม่ชัวร์ว่าเราจะส่งรูปกลับมาให้เฮียไหม ’

‘ คราวหลังถ่ายรูปเห็นหน้ามาก็ได้นะ เฮียไม่เอาให้ใครดูหรอก ’

‘ ผมเพิ่งตื่นครับ ’

‘ อรุณสวัสดิ์เหมือนกันครับ ’

ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมตอบข้อความของเขาก่อน

‘ ไม่รู้นี่ว่าพี่อยากเห็นหน้าผมด้วย ผมนึกว่าอยากดูหุ่นอย่างเดียว ’

‘ แล้วรูปที่ผมส่งไปโอเคไหมครับ? ’

ผมนอนคว่ำเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง ตอนนี้เวลาเก้าโมงนิดๆ ปกติหลังตื่นผมจะนอนกลิ้งไปมาสักพักก่อนค่อยลุกจากที่นอน (แต่ถ้าตื่นสายก็อีกเรื่อง) ผมมีเรียนสิบโมงเช้าวิชาวิจารณ์ภาพยนตร์ เจมันน่าจะกลับเข้าห้องก่อนออกไปคณะพร้อมกัน

ผมเปลี่ยนไปแชทกับเพื่อนตัวเองบ้าง

‘ กูยังอยู่ข้างนอกอยู่เลย ’

‘ เดี๋ยวกูเข้าไป 9:30 ถ้าตื่นก่อนฝากทำข้าวเผื่อด้วยดิ ’

ทำอะไรของมัน ตีสามยังอยู่ข้างนอก ผมสงสัยและกำลังจะพิมพ์ถามมัน แต่ข้อความใหม่จากไอ้เจเด้งขึ้นมาเสียก่อน

‘ ตื่นแล้วเหรอ ’

‘ กูใกล้ถึงหอละนะ อีกประมาณ 15 นาที ’

อ้าวเวร...

‘ เออ งั้นเดี๋ยวกูทำแซนด์วิชแปป ’

ผมรีบพิมพ์บอกมันและลุกขึ้นไปทำแซนด์วิช ไม่อยากจะอวดว่าผมก็มีสกิลพ่อบ้านกับเขาเหมือนกัน ผมเองก็เพิ่งค้นพบสกิลนี้ตอนที่มาอยู่หอนี่ล่ะครับว่าผมสามารถทำอาหารได้รสชาติเพื่อนแดกได้ หมาแดกดี แปลง่ายๆคือมันอร่อยนั่นเอง

พอทำแซนด์วิชเสร็จผมก็วางมันไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน ระหว่างผมอาบน้ำและฮัมเพลงไปด้วยผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามาในห้อง ไอ้เจคงมาถึงแล้ว

“ ถึงแล้วเหรอวะ แดกก่อนได้เลยนะมึง กูทำแซนด์วิชวางไว้บนโต๊ะ ”

ผมตะโกนบอกมัน แซนด์วิชที่ผมทำเป็นแซนด์วิชที่ผมขโมยสูตรมาจากสตาร์บั๊ค… เปล่าหรอก ล้อเล่น ผมกินๆแล้วก็เดาเอาว่าส่วนผสมไส้มันน่าจะมาจากอะไรบ้างแล้วก็ลองทำดู ปรากฎว่ามันก็ใช้ได้อยู่เหมือนกัน

“ เหรอ ได้ งั้นกูแดกก่อนเลยนะ ”

เสียงไอ้เจตอบกลับมา มันทำอะไรกุกกักอีกหน่อยแล้วผมก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก

ผมรีบอาบน้ำให้เสร็จแล้วก็ปิดน้ำ พันผ้าเช็ดตัวรอบเอวและเอาผ้าเช็ดตัวผืนเล็กอีกผืนมาเช็ดผมเปียกๆของตัวเอง เปิดประตูก้าวเท้าออกมา

ไอ้เจนั่งกินแซนด์วิชอยู่ตรงโซฟาหันหลังให้ ผมเลยแกล้งเดินเข้าไปเงียบๆกะจะขโมยแซนด์วิชที่มันถืออยู่ในมือกิน แต่...

แปะ!

“ อะไรมึง จะกินก็บอกดีๆ ”

มันเอามือมาตบหน้าผากผมขณะที่ผมกำลังจะยื่นหน้าเกยไหล่มัน

“ รู้ได้ไงวะ.. ”

“ กลิ่นแชมพูลอรีอัลกับสบู่อาบน้ำจอห์นสัน ไม่รู้เลยมั้ง... ”

มันว่า ทำเอาผมหัวเราะในลำคอ ผมยื่นหน้าไปกัดแซนด์วิชที่มันยื่นมาให้ เคี้ยวและกลืนลงคออย่างมีความสุข ก่อนเพิ่งรู้สึกว่าเหมือนไอ้เจมันกำลังป้อนอาหารอูฐอยู่ที่สวนสัตว์ เลยเดินไปเปลียนเสื้อผ้า หาชุดนักศึกษาใส่ สวมกางเกงแล้วผมถึงเพิ่งรู้ว่าเสื้อเชิ้ตผมกองเน่ารวมกันอยู่ในตะกร้าผ้า

“ เจ กูยืมเสื้อมึงนะ ”

ผมตะโกนถามมันพอมันบอกอนุญาตก็หยิบเชิ้ตนักศึกษาสีขาวของมันมาสวม ติดกระดุมทีละเม็ด จริงๆผมชอบสวมเสื้อเพื่อนนะ เสื้อผ้ามันหอมและก็นิ่ม ใส่สบายมาก มันบอกผมว่าส่งซักร้านปกติ แต่พอผมลองส่งซักร้านเดียวกับมันก็ไม่เห็นมีกลิ่นหอมแบบเสื้อไอ้เจสักที

ติ๊ง!

โทรศัพท์ผมส่งเสียงมีข้อความเข้าสองสามครั้ง แต่ผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่ จนกระทั่ง…

“ วอร์ม มีคนทักไลน์มึมาอ่ะ ชื่ออะไรวะ… Unknown…? ”

เท่านั้นล่ะ ผมแทบจะวิ่งสี่คูณร้อยกลับไปที่โซฟา คว้าหมับเอาโทรศัพท์ผมจากมือไอ้เจอย่างแรงจนมันตกใจ

“ มึงได้อ่านข้อความหรือเปล่า! ”

ผมกระชากเสียงถาม ใจเต้นแรงจนมันแทบจะหลุดออกมาจากอก คนสุดท้ายที่ผมอยากให้รู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ก็เพื่อนผมคนนี้นี่แหละ

“ เฮ้ย… ใจเย็น กูไม่ได้อ่านข้อความมึง มันแค่ขึ้นว่ามีไลน์นั้นส่งข้อความมา ”

ผมถอนใจโล่งอก ค่อยกลับมาหายใจได้ปกติ

“ มีอะไรหรือเปล่าวอร์ม ”

“ เปล่า ” ผมปฏิเสธ เอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงและบอกกับตัวเองเลยว่าจะไม่เอามันออกมาอีกตลอดทั้งวันถ้าไม่ได้อยู่คนเดียว พูดเปลี่ยนเรื่องให้เราออกไปจากห้องกันสักที “ กี่โมงแล้ว ไปเรียนกันเหอะ เดี๋ยวโดนเช็คขาดแล้วจะซวยอีก... ”

ความคิดเห็น