facebook-icon Twitter-icon

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจกันบ้างน้าาา

ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 11 [100%] *แก้ไข

ชื่อตอน : ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 11 [100%] *แก้ไข

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2562 22:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 11 [100%] *แก้ไข
แบบอักษร

​ติวรัก Love Tutor ตอนที่ 11 

 

“พวกแกไปไหนกันต่อวะ” ผมที่กำลังเก็บของเงยหน้าขึ้นมองไอ้ปุ้ยที่เดินเข้ามาถามหลังเลิกเรียนช่วงเช้า และเพราะช่วงบ่ายอาจารย์ยกเลิกคลาสกะทันหัน ทำให้ผมกลายเป็นคนมีเวลาว่างไปซะฉิบ 

“นัดสาวไว้ ทำไมวะ” ไอ้ปั้นเป็นคนตอบกลับไป แต่คนแปลกใจคือผมครับ มันไปนัดใครไว้ตอนไหนวะ ไม่เห็นบอกกันบ้างเลย แล้วงี้ตอนบ่ายผมก็โดนทิ้งสิ 

“แหม่ พ่อคนหล่อ เออๆ แล้วแกล่ะอชิ ไปไหนต่อ” 

“ยังไม่รู้ อาจจะกลับไปนอนที่หอมั้ง” 

“โหย แค่ฟังก็เน่าตายแล้ว ไปกินไอติมกันดีกว่า อยากว่ะ” 

คำพูดคำจาแม่งไม่เหมือนผู้หญิงแม้แต่น้อย มายงมาอยากอะไรกลางวันแสกๆ หน้าไม่อาย แต่นี่ยังเรียกว่ามีอารยะนะ เพราะปกติสรรพนามไม่ใช่แบบนี้ แสดงว่ามีเรื่องให้อารมณ์ดี 

“กูว่าจะไปส่องเด็กเสิร์ฟที่ร้านเปิดใหม่หน้ามอมากกว่ามั้ง” และแล้วไอ้ปั้นก็ไขข้อข้องใจให้ผม 

“นั่นไง ถึงได้อารมณ์ดีชวนกูไปใช่ไหม” 

“เออน่า ไปกับกูหน่อย” นั่นไงครับ พอหางโผล่ความมีอารยะเมื่อครู่ก็หายไปทันควัน ผมได้แต่ส่ายหน้าให้กับความไร้สาระของไอ้ปุ้ย 

“ทำไมกูต้องไป ไม่ได้อยากกิน” 

“กูเลี้ยง” 

“ไปเก็บของเลย ให้ไว” เรื่องแบบนี้อ่อนไหวง่ายครับ ของฟรีไม่ได้มีบ่อยๆ เพราะงั้นอย่าเล่นตัวนาน ไอ้ปุ้ยกลอกตามองบนอยู่สามตลบเศษก่อนจะเดินกลับไปเก็บของ และออกมาจากคณะพร้อมกัน 

“เออ แล้วไอ้ตาลไม่ไปด้วยกันเหรอ” ผมถามถึงเพื่อนในสาขาอีกคน 

“มันจะไปซื้อให้น้อง เลยไปไม่ได้” 

“งั้นเดี๋ยวกูไปส่งพวกมึงที่ร้านก่อนแล้วกัน” 

“ก็ต้องงั้นแหละเพื่อนปั้น กูอยากเดินเข้าร้านแบบสวยๆ ไม่ใช่เหงื่อท่วมกระเซอะกระเซิงเข้าร้านเพราะนั่งวิน” 

“สวยไปทำไม ใครเขาจะมองมึง” 

“ตบปาก! คอยดูนะ วันนี้กูจะสอยให้ได้เลย” 

“มะม่วง?” 

“ผู้ชาย!!!” 

ผมได้แต่ส่ายหน้าให้กับบทสนทนาของพวกมัน ปวดหัวจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นไอ้ปั้นก็มาส่งผมกับปุ้ยที่ร้านคาเฟ่น่ารักๆ ที่เพิ่งเปิดใหม่แถวหน้ามหาวิทยาลัย 

“กูไปละ ดูเพื่อนมึงด้วยนะ อย่าให้เอาเขาไปควิดใคร” ก่อนไปไอ้ปั้นก็ยังไม่วายแหย่ไอ้ปุ้ยให้แหวใส่อีกรอบ กูละระอาใจ 

“ไปๆ ไม่ต้องทะเลาะกับมัน ไปหาโต๊ะนั่ง” 

ผมดันไอ้ปุ้ยให้เดินเข้าไปในร้าน เพราะตอนนี้เป็นพักกลางวัน จึงมีนักศึกษามากันเต็มร้านไปหมด ยังดีที่พอมีที่ว่างติดกระจกร้านอยู่หนึ่งโต๊ะ ร้านนี้เป็นคาเฟ่ที่มีทั้งอาหารคาวของหวานและเครื่องดื่ม เรียกได้ว่ากินครบจบในร้านเดียว ผมและปุ้ยจึงสั่งอาหารก่อนแล้วค่อยตามด้วยของหวานที่หลัง 

“สั่งอะไรเกรงใจเศษเงินในกระเป๋ากูด้วย” ไอ้ปุ้ยแย้บขึ้นมาเมื่อผมก้มลงกวาดตามองเมนู ใช้คำว่าเศษเงินจนกูไม่กล้าสั่งแล้วเนี่ย 

“อะไรวะ ใจป๋าหน่อยดิ กูพามึงมาส่องหนุ่มเลยนะ” ประโยคสุดท้ายผมกระซิบกับมันเบาๆ ให้ได้ยินแค่สองคน เพราะมีพนักงานในร้านยืนรอรับออเดอร์อยู่ 

“แต่ตั้งแต่เข้ามากูยังไม่เห็นเขาเลยว่ะ” ไอ้ปุ้ยกระซิบตอบกลับมา 

“ถามดิ รู้ชื่อรึเปล่าล่ะ” 

“กูไม่กล้า! กูเขิน” 

“ชื่อไร” 

“ชื่อบอย” 

“เอ่อ โทษนะครับ พนักงานที่ชื่อบอยวันนี้ไม่มาทำงานเหรอครับ ปกติเห็นบ่อยๆ” เนียนไปอีกกู เพิ่งมาวันนี้วันแรก จะเอาที่ไหนไปบ่อย 

“วันนี้พี่บอยลาครับ” 

จบข่าวเลยอีปุ้ย ผมได้แต่ส่งสายตาเวทนาให้เพื่อนผู้อาภัพ มีเวลามานั่งส่องเขาทั้งทีเขาก็ดันลาหยุดไปซะอีก เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการปลอบใจ สั่งของถูกๆ หน่อยแล้วกันวะ 

“มึงจ่ายเองนะ กูไม่เลี้ยงละ กูเท!!” 

“อ้าว!” 

“ไม่ต้องมาร้อนตอนนี้ กูเซ็ง กูนอยด์ กูเสียใจ!!” 

“มาเต็มว่ะ” 

อยากขำก็อยาก แต่ก็อดสงสารไม่ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการรักษาน้ำใจจึงแกล้งกระแอมไอกลบเกลื่อนไปสองสามที พลางต่างคนต่างสั่งอาหารกันไป 

“เสียเที่ยวเลยกู” ไอ้ปุ้ยทอดถอนใจออกมาเมื่อคนรับออเดอร์เดินกลับไปแล้ว 

“ก็ดูคนอื่นไปน่า” 

“...มึงว่าเด็กปีหนึ่งโต๊ะนั้นเป็นไงวะ” 

เปลี่ยนเป้าหมายเร็วจนกูตามไม่ทัน ผมก็ได้แต่ปล่อยให้มันสอดส่ายสายตาไปเรื่อย จนอาหารมาเสิร์ฟและนั่งกินกันไปพลางคุยกันไปพลางจนหมด และสั่งของหวานมาต่อ แต่สายตาผมดันเหลือบไปเห็นผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังเดินเหมือนจะเป็นลมอยู่หน้าร้าน แถมหน้ายังคุ้นมากๆ เหมือนว่าเคยเจอที่ไหนแต่นึกไม่ออก ท่าทางไม่ค่อยดีเลยว่ะ เหมือนจะล้มอยู่รอมร่อ เห็นคว้าต้นไม้หน้าร้านเพื่อพยุงตัวอยู่ 

“เฮ้ยๆ” หน้าเขาซีดจนผมที่นั่งอยู่ใกล้ประตูพอดีต้องรีบเดินออกไปดู 

พระเอกแค่ไหนล่ะ หล่อกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว 

“คุณน้าครับ! ไหวไหมครับ” ผมตรงเข้าไปประคองเธอเอาไว้ทันก่อนจะหน้ามืดล้มลงไปพอดี เรียกได้ว่าถ้าผมช้ากว่านี้คุณน้าคงได้ลงไปวัดความแข็งของพื้นถนนเสียแล้ว 

“ตายจริง... ขอบคุณจ้ะ” เสียงเหนื่อยๆ เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มอ่อนเพลีย ยิ่งพอได้มองใกล้ๆ ยิ่งรู้ว่าคนหน้าคนนี้ยังสวยอยู่เลย จะว่ายังไงดีล่ะ สวยแบบผู้ดีมีอันจะกินน่ะครับ แบบคนที่ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายตัวเองมาตลอด 

“คุณน้าจะไปไหนครับ” 

“พอดีน้ามาหาลูกน่ะจ้ะ แต่เดินหาคณะเขาไม่เจอ แถมอากาศแถวนี้ร้อนเหลือเกิน พาลจะเป็นลม” เดี๋ยวนะ ถ้ามาหาลูกก็แปลว่าลูกคุณน้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วน่ะสิ บ้าน่า หน้ายังสาวอยู่เลย 

แต่เลิกคิดเรื่องนั้นไปก่อนดีกว่า 

“งั้นเข้าไปนั่งด้านในก่อนนะครับ ตากแอร์เย็นๆ ทนเดินต่อไปแบบนี้วูบไปไม่มีใครเห็นล่ะแย่เลย” 

“หล่อแล้วยังจิตใจอีกนะลูก คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจแย่เลยพ่อคุณ” 

ทำเอาคนหล่อไปต่อไปเป็นเลย โดนชมโต้งๆ ขนาดนี้ ได้แต่ยิ้มแหยๆ รับคำชมและพยุงคุณน้าเข้ามาในร้าน ไอ้ปุ้ยจึงกุลีกุจอขยับเก้าอี้ให้คุณน้านั่ง 

“เป็นอะไรมากรึเปล่าคะ ...แล้วมึงรู้จักเหรอ” ไอ้ปุ้ยถามคุณน้าคนนี้อย่างเป็นห่วงเช่นกัน พลางหันมากระซิบถามผมในตอนท้าย 

“เปล่า...” 

“อ้าว” 

“ก็เขาจะเป็นลม นี่ครับ ทานน้ำก่อน มึงมียาดมไหมปุ้ย ถ้าไม่มีไปขอพนักงานให้หน่อย” 

ได้ยินแบบนั้นไอ้ปุ้ยจึงเดินไปที่เค้าน์เตอร์ร้านเพื่อขอยาดมมาให้ 

“ขอบคุณมากนะจ๊ะตาหนู เลยทำให้ลำบากกันไปหมดเลย น้านี่แย่จริงๆ เดินไม่ดูสังขารตัวเองเลย” 

“แหม่ คุณน้ายังสาวอยู่เลยครับ ไม่ได้แก่สักหน่อย คงเพราะอากาศมันร้อนมากน่ะครับ” 

“ตายแล้ว ปากหวานจริงๆ เลย” คุณน้าเขินยิ้มแก้มปริก่อนจะยกมืออ่อนแรงขึ้นตีผมหนึ่งป้าบ 

แต่เรื่องหน้าคุ้นนี่ยังติดใจไม่หาย เคยเห็นที่ไหนวะ ยิ่งนึกก็ยิ่งเหมือนติดอยู่ที่ปากแต่นึกไม่ออก หรือว่าจะเป็นแม่เพื่อนคนไหนที่เคยผ่านหน้าผ่านตา แต่ก็ไม่น่าใช่ เพราะสวยขนาดนี้ผมจำได้แน่นอน 

ไม่ใช่ว่าผมหลงเสน่ห์คุณน้าเขานะเว้ย ถ้าใช่ก็แย่แล้ว ถึงหน้าจะเด็กแต่อายุคงไม่น้อย ไม่ใช่สเป็กอชิตะครับ เพียงแต่แค่เห็นก็รู้สึกถูกชะตาขึ้นมาเสียเฉยๆ เหมือนเคยเจอกันมาก่อน ...หรือว่าผมจะคิดถึงแม่วะ ไม่ได้กลับไปหาแม่นานแล้วด้วยสิ 

ฟุ้งซ่านแล้วกู 

“นี่ค่ะยาดม” ไอ้ปุ้ยที่เดินไปขอยาดมกลับมาพร้อมพิมเสนในมือ คุณน้าก็รับไปดมพลางขอบอกขอบใจไอ้ปุ้ยยกใหญ่ แถมกระดกช็อกโกแลตปั่นของผมไปซะครึ่งแก้ว 

“ถ้าไม่ได้พวกหนูน้าคงแย่แน่ๆ ขอบใจนะจ๊ะ” 

“ไม่เป็นไรค่ะ แล้วว่าแต่ลูกคุณหน้าอยู่คณะไหนคะ ให้พวกหนูไปส่งไหม ผู้ชายหรือผู้หญิงคะ” 

ผมเตะขาไอ้ปุ้ยใต้โต๊ะเพื่อปรามเบาๆ เพราะดูก็รู้ว่ามันอยากรู้แค่คำตอบสุดท้ายเท่านั้นแหละ ลองนึกดูนะครับว่าถ้าลูกเป็นผู้ชาย แม่สวยขนาดนี้แล้วลูกจะหล่อขนาดไหม แม่งทำดีหวังผมชัดๆ มันจึงแอบส่งหน้ายักษ์กลับมาโดยไม่ให้คุณน้าเห็น 

ไงล่ะ เดาแม่นอย่างกับไปนั่งอยู่ในใจมัน 

“ลูกน้าอยู่คณะวิศวะจ๊ะ” 

ไกลคนละโยชน์เลยครับคุณน้า เพราะร้านที่เรานั่งอยู่มันอยู่หน้ามหาวิทลัยก็จริง แต่มันก็คนละฟากกับที่วิศวะอยู่อย่างสิ้นเชิง หลงมายังไงของเขาวะเนี่ย 

“งี้ต้องเป็นผู้ชายใช่ไหมคะ!?” 

...อีปุ้ย 

อย่าถามว่าทำไมเรียกเพื่อนผู้หญิงแบบนี้ ก็ดูมันทำตัวสิครับ น่าสุภาพด้วยไหมล่ะ 

“จ้ะ ผู้ชาย แต่โทรไปแล้วไม่ยอมรับสาย ไม่รู้ว่ากำลังเรียนอยู่หรือเปล่า” 

“เวลานี้น่าจะเรียนอยู่นะคะ” 

และในตอนนั้นเองที่เสียงเตือนข้อความเข้าของผมดังขึ้น กดเข้าไปอ่านก็พบว่าเป็นข้อความจากไอ้พี่แทน ปล่อยให้สาวๆ เขาคุยกันไปก่อนแล้วกัน 

Tankhun : อยู่ไหน บ่ายไม่มีเรียนใช่ไหม 

 

ผมขมวดคิ้วเข้าหากันยุง พี่มันรู้ได้ยังไงว่าผมไม่มีเรียนบ่าย เพราะที่ตกลงกันไว้คือเดี๋ยวพี่มันมารับผมช่วงเย็น แต่ผมยังไม่ได้บอกว่าอาจารย์ยกเลิกคลาส เพราะกะว่าจะหนีกลับก่อนเสียหน่อย ที่ไหนได้...ใครคาบข่าวไปบอกพี่มันวะ 

aShiTa : รู้ได้ไงว่าไม่มีเรียน 

Tankhun : กูเก่ง 

 

ถุย 

aShiTa : เก่งนักก็เดาเอาดิว่ากูอยู่ไหน เพราะกูไม่บอก!  

Tankhun : คาเฟ่หน้ามอ?  

 

เหี้ย นี่มันริวจิตสัมผัสบวกเจนญาณทิพย์ผสมกันแล้ว พี่มันรู้ได้ไงวะ ผมรีบหันมองไปโดยรอบร้านทันที เผื่อพี่มันอยู่แถวนี้และเห็นผมพอดี แต่อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น ทำเอาใจเต้นระรัวขึ้นมาซะฉิบ มันตื่นเต้นแบบแปลกๆ น่ะครับ เหมือนมีอะไรสักอย่างกำลังจะเกิดขึ้น แล้วก็จริงอย่างที่คิด เพราะไอ้พี่แทนกำลังเดินเข้ามาในร้านแล้ว ไอ้ปุ้ยที่นั่งอยู่ข้างผมตาวาวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าใครกำลังเดินมา 

“เลิกเรียนแล้วไม่โทรหากูวะ” เสียงเข้มดุขึ้นเมื่อเดินมาถึง ไม่ได้สนใจเลยว่ามีใครนั่งอยู่บ้าง ไอ้ปุ้ยก็พอไอ้ปุ้ยแหละครับ เพราะใบ้แดกทุกทีเวลาเห็นคนหล่อใกล้ๆ ส่วนอีกคนก็กำลังง่วนอยู่กับช็อกโกแลตปั่นของผม 

“ก็นึกว่ามึงมีเรียน” ซะที่ไหนล่ะ ตั้งใจจะหนีกลับต่างหาก แต่พี่แม่งเสือกจมูกดีตามกลิ่นมาไวเชียว 

“จะมีหรือไม่มีก็ต้องโทรมาบอกกูก่อน เผื่อกูขับไปส่งมึงที่หอตอนเที่ยงได้ ไม่งั้นมึงจะกลับกับใคร” 

“เพื่อนกูก็มี” 

“แล้วไหนไอ้ปั้น” 

“...ไปแล้ว” 

“เห็นไหม ถ้ากูไม่มาเจอแล้วมึงจะกลับยังไง” 

“เพื่อนคนอื่นกูก็มี! แล้วก็เลิกซักกูได้แล้ว เห็นไหมเนี่ยว่ามีใครนั่งอยู่บ้าง” 

นึกเกรงใจคุณน้าที่มันยืนพ่นน้ำลายข้ามหัวเขาไปมา เพราะคุณน้ากำลังนั่งหันหลังให้ไอ้พี่แทนอยู่ ผมจึงส่งสายตาให้พี่มันมองว่ามีใครอยู่บ้าง ตอนนั้นเองที่คุณน้าหันไปด้านหลังเพื่อมองหน้าผู้มาใหม่ 

.. 

เหมือนเกิดภาพช้าขึ้นกะทันหันเมื่อไอ้พี่แทนสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ไม่ต่างอะไรกับคุณน้าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของผม 

“แม่/แทน!”  

 

 

TBC 

..................................... 

ความแม่ผัวลูกสะใภ้กำลังมาาา 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว