email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4. ไม่จำเป็นต้องอธิบาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 4. ไม่จำเป็นต้องอธิบาย

คำค้น : รัก, โรแมนติก, คอมมาดี้, หมึกสีนิล

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.6k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2560 21:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4. ไม่จำเป็นต้องอธิบาย
แบบอักษร

ตอนที่ 4. ไม่จำเป็นต้องอธิบาย

ปาริดางัวเงียตื่นขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงโครมครามเหมือนคนกำลังลากอะไรซักอย่างอยู่ในห้อง ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกพรวดตาโตเมื่อเหตุการณ์เมื่อคืนฉายเข้ามาในสมองอีกครั้ง และเมื่อมองไปยังหน้าประตูเสื้อผ้าเธอก็เห็นว่าบานประตูกำลังเผยอออกมาพร้อมกับเสียงที่คุ้นหู

“ยัยปาริดา!!” ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใด ก็พอรู้แล้วว่าเรนอสจดจำเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้


หลังจากการทะเลาะเล็กๆ ผ่านพ้นไปเพียงไม่กี่วัน (พร้อมกับที่เรนอสที่บ่นเป็นหมีกินผึ้งเรื่องที่ปาริดาทำหน้าเขาเป็นแผล) หม่อมหลวงปาริดาที่ตอนนี้กลายมาเป็นชีคคารัชทยาทลำดับสามแห่งอัลจามาลก็ต้องเดินทางไปยังประเทศของพระสวามีเพื่อทำการแต่งงานอีกครั้งตามประเพณีบ้านเกิดของชีคหนุ่ม และทันทีที่มาถึงชีคหนุ่มก็ถูกสั่งให้แยกจากชีคคาของตนตามธรรมเนียมการแต่งงานของอัลจามาที่ต้องแยกคู่บ่าวสาวมิให้เจอหน้ากันตลอดเจ็ดวันก่อนเข้าพิธี ดังนั้นเรนอสจึงถูกแยกให้ไปพักอยู่นอกวังจนกว่าจะถึงเวลาเข้าพิธีแต่งงาน ปาริดาถึงกับมองบนเมื่อเห็นท่าทางระริกระรี้ของเรนอสตอนที่ถูกเชิญให้ไปพักนอกวัง เธอรู้ว่าเรนอสรู้เรื่องธรรมเนียมนี้ดี ไม่อย่างนั้นผู้ชายคนนี้คงไม่ทำตัวอารมณ์ดีเกินเหตุตั้งแต่อยู่ที่โรงแรมในเมืองไทย เฮอะ! ใช่ว่าหมอนี่จะแฮปปี้คนเดียวเสียเมื่อไหร่ เธอก็ดีใจเหมือนกันที่ไม่ต้องเจอหน้าให้ปวดหัว แค่ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันก็ทะเลาะกันนับครั้งไม่ถ้วน เรื่องเล็กน้อยเท่าขี้มดยังเอามาจิกกัดกันได้เลย

“ปลา” ราชินีไลลาเอ่ยกับลูกสะใภ้ป้ายแดงของนางขณะเห็นหญิงสาวเดินมาที่แปลงดอกกุหลาบ

“อ้าว คุณป้า” ปาริดาเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้ม แต่ราชินีไลลาแสร้งทำหน้าดุก่อนเอ่ย

“บอกหลายรอบแล้วนะ ว่าให้เรียกแม่ได้แล้ว” ปาริดาถึงกับยิ้มแห้ง เธอก็อยากจะเรียกอยู่หรอกถ้าไม่ติดที่ว่าเธอจะมาเป็นลูกสะใภ้แค่สามเดือน แล้วจากนั้นจะทำการหย่าขาด และเมื่อถึงตอนนั้นคุณป้าไลลาของเธอยังจะอยากให้เธอเรียกว่าแม่อีกมั้ย

“อ่า… ค่ะ คุณแม่” แต่จำใจต้องเรียกอย่างเสียไม่ได้ เพราะสายตานั่นเอาเรื่องไม่น้อยทีเดียว เธอรู้แล้วล่ะว่าเรนอสติดนิสัยเอาแต่ใจมาจากใคร …ราชินีไลลาเองจ้า

“น่ารักมากจ้ะ” ราชินีไลลาเอ่ยชมลูกสะใภ้ “ปลาปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้บ้างหรือยังลูก” เพราะเห็นว่าหญิงสาวมาอยู่ที่นี่ได้ห้าวันแล้ว และตลอดห้าวันนางเห็นหญิงสาวไม่ค่อยพูดกับใครถึงแม้ว่าจะเป็นลูกสะใภ้คนโตและลูกสะใภ้คนรองจะมาหาก็ตาม

“ก็นิดหน่อยน่ะค่ะ” ปาริดาว่าพลางยิ้มบาง “ปลายังไม่ค่อยชินกับเวลากับสภาพอากาศเท่าไหร่”

“อีกหน่อยก็ปรับตัวได้ แม่จะบอกเรย์ให้ช่วยดูแลเราในเรื่องนี้”

“ไม่เป็นไรค่ะ ปลาอยู่แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว” ปาริดาตอบทันควันก่อนจะอ้าปากค้างเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าตัวเองพลั้งปากพูดอะไรออกมา เธอถึงยิ้มน้อยๆ ขัดตาทัพไว้ก่อนแล้วเอ่ยใหม่ “คือ... ปลาไม่อยากให้พี่เค้าต้องเหนื่อยมาดูแลปลาน่ะค่ะ แค่นี้งานพี่เค้าก็เยอะอยู่แล้ว”

“ไม่มากหรอกจ้ะ อีกอย่างการดูแลภรรยาก็เป็นหน้าที่หนึ่งของสามีนะ” ราชินีไลลาเอ่ยพลางมองหน้าเธอด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์วิบวับ ปาริดายิ้มหวานไว้ก่อน เธอรู้ว่าคุณป้าไลลาคิดอะไรอยู่ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วทั้งเธอและเรนอสไม่เคยใช้ฐานะสามีภรรยาอยู่ด้วยกันเลย ทุกวันนี้อยู่กันด้วยฐานะของศัตรู เข้าห่ำหันด้วยวาจาทุกครั้งที่ต่างคนต่างมีช่องโจมตี “…ปลา แม่ขอฝากเรย์ด้วยนะ ถึงพี่เค้าจะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ก็เป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง …เป็นที่พักให้พี่เค้าได้พักผ่อนยามเหนื่อยล้านะลูก แม่เชื่อว่าปลาจะดูแลเรย์ได้ดีไม่ต่างจากแม่”

“คุณแม่คะ…”

“แม่เชื่อใจปลาจ้ะ”


และแล้วก็ถึงวันงานแต่งงานของรัชทายาทลำดับที่สามแห่งอัลจามาล หม่อมราชวงศ์ทั้งสองก็เดินทางมาร่วมงานแต่งงานอีกครั้งของลูกสาวคนเล็กด้วย งานถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่ตามราชประเพณีพร้อมกับการแต่งตั้งปาริดาเป็นชีคคารัชทายาทลำดับที่สามแห่งราชวงศ์อัลจามาลอย่างสมบูรณ์ หลังจากเสร็จพิธีและงานเลี้ยงที่จัดขึ้นทั้งสองก็ถูกส่งมายังพระราชวังสำหรับเจ้าชายรัชทายาทอันเป็นที่พำนักของชีคหนุ่ม เมื่อทั้งสองถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพังแล้วต่างคนก็ต่างทิ้งตัวลงกับที่นอนทันทีด้วยความเหนื่อยอ่อน เรนอสถอดชุดประจำชาติของอัลบาฮาออกพร้อมกับปลดกระดุมออกสามสี่เม็ดเผื่อที่จะหายใจสะดวก ส่วนปาริดาก็ถอดเครื่องดับต่างๆ ออก โดยเฉพาะร้องเท้าส้นสูงที่หญิงสาวถอดเป็นอย่างแรกที่มาถึง ก่อนจะก้มลงนวดเบาๆ ที่ข้อเท้าของตน ไม่ว่ายังไงรองเท้าส้นสูงก็ไม่เหมาะกับเธอจริงๆ นั่นแหละ

“นายไปอาบน้ำก่อนเลยนะ” ปาริดาบอกชายหนุ่มที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวยาวหน้าเตียงขณะที่นวดข้อเท้าตัวเองไปด้วย เรนอสเหลือบมองหญิงสาวเล็กน้อยก่อนจะพ่นลมออกมาแล้วลุกขึ้นมานั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าปาริดา แล้วถือวิสาสะจับที่ข้อเท้าเล็ก ปาริดาถึงกับตกใจ “ทำอะไรของนายน่ะ!”

“ข้อเท้าเธอบวมนะ รู้ตัวมั้ย” เขาเอ่ยพลางจับข้อเท้าปาริดาพลิกดูไปมาเบาๆ รู้สึกสงสารร่างเล็กขึ้นมานิดๆ จากการที่อยู่ด้วยกันมาหลายวัน เขาก็พอรู้นิสัยของปาริดาบ้างว่าเจ้าหล่อนนอกจากจะขี้โวยวายแล้วยังเป็นคนชอบอะไรเรียบง่าย ไม่เรื่องมาก อยู่แบบสบายๆ ไม่แต่งตัวจัด ดังนั้นการที่เธอต้องอยู่กับเจ้าส้นสูงนี่ทั้งวันเลยเกิดเหตุการณ์แบบนี้

“เพิ่งเห็นตอนที่นายบอกเนี่ยแหละ” ปาริดาชะโงกหน้าลงมาดู สีหน้าออกหวาดเสียวเมื่อเห็นสภาพเท้าตัวเองชัดๆ มันบวมขึ้นนิดๆ อย่างที่เรนอสพูดจริงๆ

“เธอไปอาบก่อนเลย” ปาริดาถึงกับถอยหน้าหนีเกือบไม่ทันตอนที่เรนอสเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเธอ “เดี๋ยวฉันจะไปเอายาคลายกล้ามเนื้อมาให้” หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ เรนอสยันตัวลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ปาริดาจึงค่อยๆ เดินไปยังห้องน้ำจัดการกับคราบเหงื่อไคลที่เผชิญมาทั้งวัน หลังจากใช้เวลาพอสมควรเธอก็ออกมาพร้อมกับแต่งตัวเสร็จสรรพ ปกติแล้วเธอจะออกไปแต่งตัวในห้องเสื้อผ้า แต่เพราะเธอยังไม่ชินที่ต้องอยู่ร่วมชายคาบ้านเดียวกับศัตรูเลยไม่อยากทำแบบนั้น “ยานวดอยู่ในกล่อง คนแพ้ก็ดูแลตัวเองไปนะ ฮ่าๆ” ให้ตาย! เธอกำลังคิดนิดหน่อยอยู่แล้วเชียวว่าอย่างน้อยเรนอสก็ยังมีความดี แต่พอพูดแดกดันเธอเท่านั้นแหละ ความคิดในด้านดีหายหมด

“จ้า พ่อคนแข็งแรง” แล้วเธอก็แยกเขี้ยวขวับให้คนที่กำลังเดินสวนเธอไปเข้าห้องน้ำ เรนอสผิวปากอย่างอารมณ์ดี ปาริดากรนว่าด้วยความหงุดหงิดในใจก่อนจะค่อยๆ เดินไปยังเตียงแล้วนั่งลงหยิบเอาหลอดยาที่ชีคหนุ่มเอามาให้ พอนวดเสร็จแล้วรู้สึกดีขึ้นเธอก็ล้มตัวลงนอนบวกด้วยความง่วงและด้วยความเหนื่อยล้าที่เผชิญมาทั้งวันทำให้เธอหลับลงอย่างง่ายดาย คล้อยหลังที่ปาริดาหลับไม่นานเรนอสก็เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี เขาเดินเช็ดผมแล้วมาหยุดอยู่ที่ข้างเตียงพลางถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพการนอนของเจ้าสาวป้ายแดงของเขา

“ยัยปลากระป๋องเอ๊ย! แทนที่จะเป่าผมให้แห้งก่อน ถ้าเป็นหวัดขึ้นมาคนที่โดนด่าคือฉันนะเว้ย ข้อหาดูแลเธอไม่ดี” เขาบ่นด้วยความหงุดหงิด เพราะปาริดานอนทั้งสภาพที่ศีรษะยังพันด้วยผ้าขนหนู ชีคหนุ่มจึงเดินไปแล้วดึงผ้าขนหนูออกด้วยความรุนแรงหมายจะแกล้งหญิงสาว แต่ทว่าปาริดาดันไม่ตื่นขึ้นมาโวยวายเหมือนทุกครั้ง เจ้าหล่อนยังคงหลับสนิทเหมือนเดิม เรนอสถอนหายใจด้วยอารมณ์เซ็งๆ ที่เขาไม่ได้ยินเสียงแว้ดๆ ของปาริดาก่อนนอน แล้วก็ต้องมาชะงัก งงงวยกับตัวเองว่าคิดประหลาดแบบนั้นเข้าไปได้ยังไง เขาสะบัดไล่ความคิดบ้าๆ ออกไปจากหัวแล้ววางผ้าเช็ดผมไว้บนโต๊ะลิ้นชักข้างเตียงก่อนจะล้มตัวลงนอนตามไปอีกคน และด้วยความง่วงและความเหนื่อยที่ไม่ต่างกันทำให้เขาหลับลงอย่างง่ายดาย

แต่ยิ่งตกดึกมากเท่าไหร่อากาศของที่นี่ก็เริ่มหนาวเย็นตามธรรมชาติ และสัญชาตญาณของมนุษย์ที่เพรียกหาความอบอุ่นให้กับตนเองอยู่เสมอนั้น ไม่แปลกที่ร่างกายจะขยับเข้าหาความอบอุ่นที่อยู่ใกล้ตัว ร่างทั้งสองของหนุ่มสาวค่อยๆ เขยิบเข้าใกล้กันจนในที่สุดคนที่ตัวเล็กกว่าก็อยู่ในอ้อมกอดของคนที่ตัวใหญ่กว่า ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปยังร่างทั้งสอง ต่างคนจึงต่างกระชับอ้อมกอดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว…

“อีกแล้ว!” ปาริดาข่มอารมณ์ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้เมื่อเธอตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเธออยู่ในอ้อมกอดของชีคหนุ่มชายผู้ติดอันดับถุงยางอนามัย! ที่เธอพูดว่าอีกแล้วนั้นเป็นเพราะช่วงที่อยู่ด้วยกันก่อนหน้านี้ทุกเช้าที่เธอตื่นขึ้นมาก็มักจะพบว่าตัวเธอโดนกายหนากอดหนึบทุกวัน ช่วงแรกๆ ก็โวยวาย แต่พอมาพักหลังๆ เริ่มชินเสียอย่างนั้น ปาริดาเลยถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะจับแขนแกร่งออกจากตัวแล้วลุกขึ้น สำรวจดูที่ข้อเท้าตัวเองก็พบว่ามันหายเป็นปกติดีแล้ว และตอนแรกเธอก็กะจะเดินเข้าห้องน้ำก่อนแต่ก็เปลี่ยนใจเดินไปยังประตูกระจกบานใหญ่แล้วเปิดผ้าม่านออกแค่ให้เห็นทิวทัศน์ยามเช้าเบื้องหน้า ถึงแม้นี่จะเป็นวันที่แปดที่เธอมาอาศัยอยู่ในอัลจามาล แต่มันเป็นวันแรกของการที่เธอต้องอยู่ในบ้านของคนที่ชื่อว่าเป็นสามี “เอาวะ อีกไม่กี่เดือนก็จะเป็นไทแล้ว” เธอพูดให้กำลังใจตัวเองเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว ทำตัวเป็นเจ้าหญิงรัชทายาทลำดับสามแห่งอัลจามาลเพราะไม่รู้จะเริ่มทำงานอะไรตรงไหนก่อนดี และแน่นอนว่าเธอไม่คิดจะหายใจทิ้งไปวันๆ แบบนี้แน่ เธอต้องหางานทำ!

“เล่นเอ็มวีคิดถึงบ้านเสร็จแล้วเรอะ” หันกลับมาปุ๊บก็เจอคำทักทายที่รื่นหูปั๊บ (ประชด) เรนอสยืนกอดอกมองเธออยู่ฝั่งที่เขานอน

“อืม” สั้นๆ ง่ายๆ เพราะเธอขี้เกียจต่อความ เดี๋ยวมันจะยาว มันจะไม่จบ และถ้ามันจบก็คงมีเลือดใครสักคนสังเวยการทะเลาะกันในครั้งนี้ และแน่นอนว่ามันต้องไม่ใช่เลือดเธอ “แล้ววันนี้นายออกไปไหนหรือเปล่า” เพราะเธอไม่รู้ว่าโดยปกติแล้วเวลาเรนอสอยู่ที่นี่เขาทำอะไรบ้าง เผื่อว่าเธอจะหาช่องทำงานที่ตัวเองถนัดได้

“ไป วันนี้ฉันต้องเข้าไปช่วยท่านพี่ทำโปรเจคงานหนึ่ง” เป็นโปรเจคที่ท่านพ่อของเขามัดมือชกให้ทำร่วมกับท่านพี่ทั้งสอง “ถามทำไม” เรนอสเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย ไม่ใช่ว่าที่ถามเขาเพราะจะติดไปด้วยหรอกนะ ชาวบ้านชาวช่องจะมองเขาด้วยสายตายังไงเนี่ย? ติดเมีย? หรือรักกันมากขนาดห่างกันไม่ได้? บรื๋อ ไม่ว่าจะความคิดไหนก็สยองสำหรับเขาทั้งนั้น

“ฉันไปด้วยสิ ไม่อยากอยู่บ้าน ฉันนั่งๆ นอนๆ อยู่ที่บ้านพ่อแม่นายมาหลายวันแล้ว อีกอย่างฉันก็อยากจะลองหางานทำด้วย” ปาริดาตอบตามความคิดของเธอ

“หางานทำ?” เรนอสไม่ยากจะเชื่อหูตัวเองที่ได้ยินปาริดาพูดแบบนี้ออกมา เขานึกว่ายัยไม้เสียบผีจะตีปีกบินที่จะได้อยู่สบายๆ ไม่ต้องทำงาน เพราะไหนๆ ก็ได้มาเป็นสะใภ้เล็กแห่งอัลจามาล (ถึงแม้จะแค่สามเดือนก็ตาม)

“มันแปลกเหรอที่ฉันไม่อยากจะอยู่เฉยๆ” เธอว่ากลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ชอบใจที่ชายหนุ่มพูดคล้ายดูถูกเธอ “นะ นายพาฉันไปด้วย เผื่อว่าฉันอาจจะช่วยงานนายกับพี่โรพี่โรมได้ เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี” เธออ้อนเขานิดๆ เพราะอยากออกไปหาอะไรทำด้วยจริงๆ เรนอสถึงกับคิดดูอยู่พักใหญ่ก่อนเอ่ย

“ฉันออกไปนานนะ แล้วก็อาจจะไปหลายที่ด้วย”

“ไปหมดแหละ ขี้เกียจอยู่บ้าน” เรนอสพยักหน้ารับ

“งั้นก็ตามใจ แต่ห้ามมาบ่นนู่นนี่นั่น เข้าใจชัดมั้ย” ปาริดาแอบเบ้ปาก

“รับทราบค่ะบอส” พูดจบเธอก็จะเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัว แต่ทว่าเรนอสเองก็หมายตาห้องน้ำไว้เหมือนกัน ดังนั้นศึกแย่งห้องน้ำจึงเกิดขึ้นเมื่อต่างคนต่างไม่ชอบให้พื้นห้องน้ำเปียกก่อน

“หยุดเดี๋ยวนี้นะยัยปลาเน่า!” เรนอสร้องลั่นเมื่อปาริดาใช้แรงทั้งหมดที่มีดึงแขนเขาจนล้มแล้ววิ่งไปที่ห้องน้ำ

“ไม่หยุดว้อย!”

“ถ้าเธอไม่หยุดก็นั่งเป็นยายแก่เฝ้าบ้านได้เลย!” คำขู่ของเรนอสได้ผลชะงัก ปาริดารีบเบรคตัวโก่งก่อนจะหันมาค้อนควับสีหน้าเอาเรื่อง เรนอสถึงกับยิ้มกริ่มกับชัยชนะที่ได้มา (หน้าด้านๆ) เขาเดินทอดน่องอย่างสบายใจพลางหันมายักคิ้วให้หญิงสาวสองครั้ง ปาริดาถึงกับขบกรามกรอด นี่ถ้าไม่เห็นว่าไอ้ตุ๊ดเป็นทางรอดทางเดียวที่เธอไม่ต้องมานั่งเฉาตัวอยู่ในบ้านแล้วล่ะก็ อย่าหวังเลยว่าเธอจะยอมก้มหัวให้ง่ายๆ

“ข้าน้อยผิดไปแล้ว เชิญนายท่านก่อนเลยเจ้าค่ะ” ปาริดาจีบปากจีบคอพูดพลางผายมือไปทางห้องน้ำอย่างสุภาพ เรนอสยิ้มอย่างพอใจก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป ตามมาด้วยเสียงปิดประตูที่แหย่ประสาทคนฟังอย่างปาริดาสุดๆ

“ไอ้!!”

“ด่ามา ทุกอย่างจบนะครับ ฮ่าๆ” เรนอสพูดสวนกลับมาพร้อมกับเสียงหัวเราะลั่นโลก ปาริดาขบกรามกรอด มองผ่านบานประตูเขาไปสาปแช่งไอ้คนที่อยู่ด้านในก่อนจะเดินปึงๆ ไปนั่งหน้าหงิกอยู่บนที่นอน

“วันนี้นายไม่ต้องตามฉันไปที่บริษัทท่านพี่นะ ไปรอฉันที่นั่นได้เลย” เรนอสเอ่ยบอกฮาริชบอดี้การ์ดคนสนิทที่ยืนรออยู่ที่รถ บอดี้การ์ดหนุ่มค้อมศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงรับคำสั่ง ก่อนจะออกอาการแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นว่าเจ้านายหนุ่มไม่ได้ไปคนเดียว เพราะชีคคาป้ายแดงก็ตามออกมาด้วย แต่เขาไม่ได้ถามกลับมาค้อมศีรษะเป็นการทำความเคารพหญิงสาวแทน

“สวัสดีครับชีคคา” ปาริดาแทบเดินสะดุดขาตัวเองเมื่อฮาริชเรียกเธอด้วยตำแหน่งนั้น

“เรียกชื่อปลาอย่างเดิมดีกว่าค่ะ” เธอว่าด้วยสีหน้าปุเลี่ยน ฮาริชอมยิ้มน้อยๆ ด้วยความเข้าใจ ก่อนจะหันไปหาเจ้านายหนุ่มเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้

“แล้วจะให้ผมเตรียมที่ไว้สำหรับคุณปลาหรือเปล่าครับชีค” ปาริดาหันมองด้วยสีหน้าสงสัยเพราะฮาริชเอ่ยชื่อเธอด้วย เรนอสปรายตามองหญิงสาวเล็กน้อยแล้วเอ่ย

“ไม่ต้อง ยัยไม้กระดานนี่ไม่ได้ไป”

“ไปไหนกันเหรอ?” ปาริดาถามด้วยความอยากรู้สุดๆ เพราะถ้ามันทำให้เธอหายเบื่อจากวังหลังโตได้เธอไปหมดจนกว่าเธอจะมีงานหลักทำ

“ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอ” เรนอสว่าเสียงเรียบ ปาริดาแยกเขี้ยวควับแล้วทำหน้าหักไม่พอใจ “ขึ้นรถซักทีคุณนาย หรืออยากจะอยู่นี่ก็ได้นะ”

“ไปแล้วๆ เร่งจัง” หญิงสาวบ่นแล้วเดินไปเปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างคนขับ

“จะไม่ให้ฉันเร่งได้ยังไง นี่มันสายมากแล้วยัยปลาร้าเน่า!” เรนอสว่าไล่หลังแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งฝั่งคนขับก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไป

“จะมีเวลาไหนที่เจ้านายเราสองคนเขาไม่ทะเลาะกันบ้างมั้ยครับเนี่ย?” ซาคัสบอดี้การ์ดหนุ่มรุ่นน้องของฮาริชเอ่ยถาม ใบหน้าคมเข้มนั้นเต็มไปด้วยอาการของคนคิดไม่ตก ฮาริชระบายรอยยิ้มน้อยๆ แล้วเอ่ย

“ไม่มีหรอก ถึงจะมีนายน้อยให้พวกเราก็ไม่หยุดทะเลาะกันอยู่ดี” เพราะการทะเลาะแบบนี้ก็เป็นสีสันหนึ่งของชีวิต เจ้านายทั้งสองของเขานั้นยังไม่รู้ตัวหรอกว่าตอนนี้คนทั้งคู่ได้ซึบซับสิ่งเหล่านี้ไปมากขนาดไหนแล้ว

บริษัทอัลจามาลออยส์ เป็นบริษัทเดียวที่ผูกขาดการค้าน้ำมัน ตึกระฟ้าสูงกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบชั้นที่ตั้งตระหง่านท้าแดดและเม็ดทรายคือที่ทำงานของรัชทายาทแห่งอัลจามาล โดยส่วนมากแล้วเรื่องงานบริหารบริษัทชีคโรเนสและชีคโรมานอฟจะเป็นคนบริหารมากกว่า เพราะน้องชายคนเล็กชอบออกไปในทะเลทรายมากกว่านั่งห้องแอร์ ซึ่งปัญหานี้ไม่เคยทำให้สามพี่น้องต้องมาทะเลาะกัน เพราะสองรัชทายาทรู้ดีว่าน้องชายของตนนั้นชอบหายไปอยู่ในทะเลทรายเพราะอะไร

หลังจากที่ทั้งคู่มาถึงนั้นเกิดเสียงซุบซิบพูดคุยรายรอบจากพนักงานของบริษัท เพราะคาดไม่ถึงว่าจะเจอคู่บ่าวสาวข้าวใหม่ปลามันที่กำลังโด่งดังข้ามทวีปอยู่ที่นี่แทนการฮันนีมูนในต่างประเทศอย่างที่ควรจะเป็น แต่ไม่ได้ทำให้เรนอสและปาริดาสนใจคล้ายกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว เขาพาเธอขึ้นลิฟต์มาที่ชั้นหนึ่งร้อยสี่สิบเจ็ดอันเป็นที่ทำงานของสองพี่ใหญ่ เลขาที่อยู่หน้าห้องของชีคโรเนสลุกขึ้นทำความเคารพผู้มาใหม่ทันที

“สวัสดีค่ะชีคเรนอสและชีคคาปาริดา ชีคโรเนสและชีคโรมานอฟรอทั้งสองท่านอยู่ในห้องแล้วค่ะ” เลขามาดนิ่งกล่าวพลางเดินนำหน้าทั้งสองไปเปิดประตูให้ เรนอสเดินเข้าห้องไปก่อนแล้วเอ่ยทักทายกับพี่ชายทั้งสองของเขา ในขณะที่ปาริดาถึงกับเลี้ยวหลังมองดูเลขาหน้าห้องด้วยความทึ้ง โดยส่วนตัวแล้วเธอชอบผู้หญิงแบบนี้ ดูมีพลัง และแข็งแกร่ง

“เลี้ยวหลังขนาดนั้นไปขอหมั้นเลยมั้ย” เรนอสเอ่ยแหย่เมื่อเห็นปาริดามองเลขาหน้าห้องพี่ชายตาไม่กระพริบ รู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้

“ขอได้ก็ดี” ปาริดาตอบไปอย่างใจคิด ก่อนจะหันมายิ้มให้สองชีคใหญ่ที่นั่งอยู่และเอ่ยทักจึงไม่เห็นหน้าหงิกๆ ของเรนอสที่มองเธอด้วยความไม่พอใจ “สวัสดีค่ะพี่โรพี่โรม”

“ไงเรา สบายดีมั้ย?” โรเนสเอ่ยทักน้องสะใภ้

“สบายดีค่ะ จะดีกว่านี้ถ้าพี่โรมีงานให้ปลาทำบ้าง อยู่เฉยๆ แล้วเบื่อ”

“เบื่อนักก็ไปนั่งคุยกับยัยเลขาหน้าห้องท่านพี่สิ” เรนอสสวนขึ้นทันควัน ปาริดาพ่นลมแล้วหันไปมองด้วยใบหน้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดเรนอสถึงพูดด้วยน้ำเสียงคล้ายไม่ชอบใจ นี่เธอเผลอไปเหยียบหางหมอนี่เข้าเรอะ!

“เป็นอะไรของนายอีกเนี่ย หงุดหงิดอะไรถึงได้พาลชาวบ้านเขาไปทั่วแบบนี้”

“เม้นส์มามั้ง” เรนอสตอบกลับอย่างกวนประสาท ปาริดาถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ท่าทางเม้นส์จะมาจริงๆ ถึงได้อารมณ์แปรปรวน” แล้วเธอก็เลิกสนใจชายหนุ่มหันมาสนใจสองหนุ่มที่ดูเป็นผู้เป็นมากกว่าแทนแล้วยิ้มหวาน เรนอสที่มองอยู่ถึงกับอารมณ์บูดยิ่งกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเอานิ้วมือไปป้ายหน้าปาริดาเหมือนเด็ก “ไอ้ตุ๊ด! นายเล่นบ้าอะไรเนี่ย!” ปาริดาลุกขึ้นโวยวายที่จู่ๆ เรนอสก็เอานิ้วมือมาป้ายปากเธอ ไม่รู้ว่าแอบทาอะไรไว้ที่มือด้วยหรือเปล่าเพราะตอนนี้เธอรับรู้ได้ถึงรสชาติประแล่มๆ ที่ริมฝีปาก “แหวะ! เค็มขี้มือ!”

“โฮะๆ” เรนอสอารมณ์ดีขึ้นมาทันควันไม่สนใจหญิงสาวที่ยืนโวยวายข้างกายเขาสักนิด ปาริดาชี้นิ้วอย่างอาฆาตก่อนจะขอตัวสองชีคหนุ่มไปเข้าห้องน้ำ

“ขำดีไปเถอะ! ฉันกลับมาจัดการนายแน่ ไอ้ตุ๊ด!!” ปาริดาเดินออกจากห้องไปแล้ว ชีคโรเนสและชีคโรมานอฟหันมามองน้องชายเป็นตาเดียว ก่อนที่ชีคโรมานอฟจะเป็นคนพูดขึ้นยิ้มๆ

“ไม่ชอบให้เค้ายิ้มให้คนอื่น ทำไมไม่พูดดีๆ เล่นอะไรเป็นเด็กไปได้” เรนอสที่กำลังเคาะปากกาเล่นเพลินๆ ถึงกับชะงัก คิ้วหนาข้างหนึ่งเลิกขึ้นด้วยความสงสัย

“ผมเนี่ยนะ!” เขาว่าเสียงสูง ทำหน้าตาคล้ายไม่เชื่อกับสิ่งที่พี่คนรองพูด ก่อนจะไหวไหล่ “เฮอะๆ บอกเลยว่าผมไม่เคยมีความคิดแบบนั้น ยัยนั่นจะไปยิ้มให้ใคร หรือหว่านเสน่ห์ใครยังไง ผมก็ไม่สนหรอก” แค่คิดก็สยองแล้ว บรื๋อ!~

“อ้อ งั้นพวกพี่คงคิดไปเอง โทษทีๆ” โรมานอฟว่าแต่ไม่วายยิ้มด้วยแปลกๆ เรนอสที่เห็นเข้าพอดีเลยแยกเขี้ยวใส่กับความคิดแสนซุกซนของพี่ชายตัวเอง

“ผมขอบอกไว้เลย ว่ายัยนั่นไม่ได้สำคัญอะไรกับผม ดังนั้นเรื่องหยุมหยิมพวกนี้ผมไม่เคยแคร์”

“แหวะ! เค็มปี๋เลย!” ปาริดาเอามือเปียกน้ำเช็ดริมฝีปากตัวเองด้วยความหงุดหงิดปนแขยง ไม่รู้ว่าไอ้ตุ๊ดนั่นคิดอะไรอยู่จู่ๆ ถึงได้แกล้งเธอแแบบนั้น คิดจะสงบศึกสักวันไม่ได้เลยหรือไง (ว่ะ!)

“ฮัลโหล ใช่! ฉันอยู่ที่ตึกแล้ว เพิ่งมาถึงแล้วมาเสริมสวย” น้ำเสียงที่ฟังดูแล้วมีจริตจะกร้านดังออกมาจากในห้องน้ำห้องหนึ่ง หม่อมหลวงสาวไม่คิดจะสนใจพวกที่ชอบทำเสียงดังให้เป็นจุดเด่นแต่ทว่าผู้หญิงคนนั้นดันพูดชื่อเรนอสออกมา เธอเลยเงี่ยหูฟังด้วยความตั้งใจเพราะคิดว่าน่าจะได้เห็นอะไรสนุกๆ ก่อนจะรีบเข้าไปในห้องน้ำห้องหนึ่งเมื่อผู้หญิงที่อยู่ในห้องน้ำกำลังจะเปิดประตูออกมา “ใช่! ฉันจะมาคุยกับเรย์ให้รู้เรื่อง คนที่ควรเป็นเจ้าสาวของเขา เป็นชีคคาแห่งอัลจามาลควรจะเป็นฉันไม่ใช่นังปลาหน้ากรอบนั่น!” นัสรีนา นางแบบสาวสวยที่ดังไกลระดับโลกพูดด้วยความแค้นใจ เธอกับเรนอสคบกันมาตั้งนานถึงแม้เขาจะไม่เคยบอกว่าเธอเป็นแฟน แต่เขาก็ควงเธอนานมากที่สุด แล้วนี่อะไร! แค่เธอไปทำงานต่างประเทศไม่กี่อาทิตย์ก็เห็นข่าวงานแต่งของเขา!! ถ้าวันนั้นเธอไม่ติดว่าเป็นงานด่วนและเป็นคนสำคัญระดับประเทศล่ะก็งานแต่งงานของผู้ชายของเธอและนังผู้หญิงหน้าด้านจะไม่มีวันได้เกิดขึ้น!!

“ตัวแม่เลยนี่หว่า” ปาริดาพูดพลางลูบคางอย่างใช้ความคิด ถึงขนาดกล้าเรียกชื่อเธอเสียๆ หายๆ แม้ยังไม่เคยเจอหน้ากันแสดงว่าไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา แต่แหม… แค่ฟังเสียงก็น่าจะรู้นิสัยแล้วล่ะนะ ท่าทางงานนี้เธอมีอะไรสนุกๆ แก้เบื่อแล้วล่ะ

“แค่นี้นะ” ปาริดาได้ยินเสียงคนเปิดประตูออกไปเธอจึงเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ รอยยิ้มกริ่มราวกับได้ของเล่นใหม่ปรากฎที่มุมปากสวย

ปาริดาเดินออกมาจากห้องน้ำ เธอเห็นสายตาของความหนักใจแวบหนึ่งมาจากคุณเลขาหน้าห้องคนสวยที่เธอถูกใจ ซึ่งมันแปลได้ว่าตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นคงเข้าไปอยู่ในห้องเรียบร้อยแล้ว

“เอ่อคือ…”

“ปลารู้แล้วล่ะค่ะ” ปาริดายิ้มกว้าง เลขาหน้าห้องชีคโรเนสถึงกับคิ้วขมวดเล็กน้อย ไม่เข้าใจหญิงสาวตรงหน้าว่าคิดอะไรอยู่ทั้งๆ ที่มีผู้หญิงอีกคนมาหาสามีตัวเอง ถึงแม้ว่าที่นี่จะอนุญาติให้สามีมีภรรยาได้ถึงสี่คนก็ตาม แต่จากการที่เธอท่าทางของปาริดาแล้ว เธอคิดว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ยอมกับการที่สามีมีภรรยาได้หลายคนแน่นอน “แล้วผู้หญิงคนนั้นเค้าเป็นใครเหรอคะพี่” ปาริดาถามเพราะต้องการเก็บข้อมูล

“เธอชื่อนัสรีนาเป็นลูกสาวของรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมน่ะค่ะ แล้วก็ยังเป็นนางแบบชื่อดังด้วย”

“ไม่แปลกใจ” เธอนึกอยู่แล้วว่าหนึ่งในลิตส์สเปคของชีคหนุ่มต้องมีนางแบบอยู่ด้วย “ขอบคุณนะคะที่บอก แล้วพี่ชื่ออะไรคะ ฉันชื่อปลานะคะ” ปาริดาเริ่มผูกมิตร อีกอย่างเธอก็ชอบผู้หญิงสไตล์นี้อยู่แล้ว

“ดิฉันชื่อโมนาค่ะ” สีหน้าของเลขาสาวมีความแปลกใจไม่น้อยที่คนอย่างชีคคาแห่งรัชทายาทลำดับสามอยากรู้จักเธอ

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะพี่โมนา ถ้าพี่เบื่ออัลจามาลแล้วบอกปลานะ ปลาอยากได้พี่ไปทำงานด้วย” ปาริดายิ้มให้โมนาเล็กน้อย เลขาสาวถึงกับกระพริบตาปริบๆ กับสิ่งที่ได้ยิน หม่อมหลวงสาวหัวเราะก่อนจะเอ่ยขอตัวเข้าไปในห้อง

ก๊อกๆๆ ปาริดาเคาะประตูตามมารยาทก่อนจะเปิดประตูเข้าไป และคิดไม่ผิดจริงๆ ว่าถ้าเธอเข้ามาแล้วจะเจออะไร

“แกคงเป็นนังปลาสินะ!!” นัสรีนาชี้นิ้วมาทางเธอด้วยความเกรี้ยวกราด เรนอสกลอกตาด้วยความเอือมระอาแล้วลุกขึ้นปัดมือแม่นางแบบสาวไปที่อื่น กล้าดียังไงมาชี้นิ้วด่าๆ ในห้องทำงานพี่ชายเขา ไร้มารยาทที่สุด

“พอได้แล้วรีนา กลับหลุมเธอไปได้แล้ว อย่ามาทำตัวแบบนี้ฉันไม่ชอบ อีกอย่างฉันกับเธอไม่ได้เป็นอะไรกันอย่ามาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ” เรนอสพูดเสียงเย็น นัสรีนาถึงกับปรี๊ดแตกเต้นเร่าๆ ด้วยความโกรธคิดว่าผู้ชายของเธอเข้าข้างผู้หญิงคนอื่น

“กรี๊ด!!!” ปาริดาถึงกับเอามือปิดหูทันทีที่เสียงกัมปนาทนั้นดังขึ้น แม้แต่ชีคใหญ่ทั้งสองถึงกับรักษาสีหน้านิ่งๆ ของตนไว้ไม่ได้ เสียงแหกปากของนัสรีนากำลังทำลายประสาทการได้ยินของพวกเขา “เรย์! นี่เรย์เข้าข้างอีนังนั่นงั้นเหรอ!!”

“ฉันไม่ได้เข้าข้างใคร ออกไปได้แล้ว อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ออกไป!!” เรนอสไล่นัสรีนาอย่างไม่ไว้หน้า ปาริดาถึงกับแอบสะดุ้งกับท่าทางของชายหนุ่ม เพราะเธอเองไม่เคยเห็นเรนอสเป็นแบบนี้มาก่อน

“เรย์!”

“ออกไป!” นัสรีนาน้ำตาคลอ ขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะหยิบกระเป๋าแล้วเดินสะบัดมาที่ประตู เดินมาหยุดตรงหน้าหม่อมหลวงสาวแล้วมองด้วยสายตาเอาเรื่อง ปาริดามองกลับด้วยสีหน้าเฉยๆ ถ้าให้พูดกันตรงๆ เรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธออยู่แล้ว และไอ้ตอนแรกคิดว่าจะเล่นอะไรสนุกๆ ซักหน่อยกลับทำแบบนั้นไม่ได้เพราะไอ้ตุ๊ดเธอดันไล่ผู้หญิงคนนี้เสียก่อน

“เพราะแก! นังผู้หญิงหน้าด้าน!!”

เพี้ยะ!! และไม่มีใครได้ทันตั้งตัว ฝ่ามือเล็กๆ ของนัสรีนาก็ตวัดเข้ากระทบกับใบหน้าของปาริดาเข้าเต็มแรง สามหนุ่มถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่คนถูกตบแค่เอาลิ้นดุนกระพุงแก้ม ก่อนจะที่ความเจ็บจี๊ดจะแปรเปลี่ยนเป็นชาสนิท

“นัสรีนา!!”

เพี้ยะ!! เรนอสที่กำลังจะพุ่งตัวเข้ามาเพื่อจัดการกับแม่นางแบบสาวที่สร้างปัญหาให้เขาถึงที่ต้องหยุดลงอยู่กับที่ เพราะตอนนี้ปาริดาได้ทำการสำเร็จโทษคนที่ทำเธอด้วยตัวเองไปแล้ว นัสรีนาถึงกับหน้าหันพร้อมกับชิมรสเลือดของตัวเองที่มุมปาก แม่นางแบบสาวตัวสั่นเทิ้มเมื่อเห็นว่ามีเลือดติดออกมาจริงๆ ตอนที่เอามือไปแตะที่ริมฝีปาก

“กะ… แก!!!”

เพี้ยะ!!

“อุ๊ย! มือลั่น” เสียงฝ่ามือปะทะแก้มดังขึ้นอีกครั้ง  ใบหน้านัสรีนหันไปตามแรงตบ แต่ทว่าคราวนี้มันมีความรู้สึกมากกว่ารสเลือดที่ได้รับ แม่นางแบบสาวถึงกับต้องคายสิ่งที่อยู่ในปากออกมาแล้วถึงกับนัยน์ตาเบิกกว้าง ร้องกรี๊ดเสียงหลง

“กะ... กรี๊ด!!! ฟันฉัน!!” สิ่งที่นัสรีนาอุทานออกมากอรปกับเสียงร้องอันโหยหวนสร้างความตะลึงระคนหวาดผวาให้กับสามหนุ่มไม่น้อยโดยเฉพาะกับเรนอสที่มองปาริดาด้วยความตื่นตะลึง ...ยัยปลาลิ้นหมานั่นตบนัสรีนาถึงกับฟันหลุด!!

“ขอโทษทีนะ พอดีออกแรงเยอะไปหน่อย นึกว่าเป็นลูกวอลเล่ย์” ปาริดาแสร้งทำหน้าสำนึกผิดพลางกระพริบตาปริบๆ รู้สึกสงสารหน่อยๆ ที่เธอทำถึงขนาดนี้ แต่ก็ช่วยไม่ได้นะ ดันมาหาเรื่องเธอก่อนนี่ ร่างกายอยากปะทะดีนักเธอเลยจัดให้เสียเลย ขณะที่เลือดมากมายจึงไหลออกมาเปรอะรอบปากแม่นางแบบสาว

“กรี๊ด!! ฝากไว้ก่อนเถอะ!!” นัสรีนาพูดด้วยความเจ็บใจปนกับความอายที่เกิดขึ้น ก่อนจะเปิดประตูออกไปจากห้องด้วยความรวดเร็ว ปาริดากระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะมานิ่วหน้าเล็กๆ เพราะความเจ็บบริเวณแก้มยังไม่จางหาย

“มือยัยนั่นก็หนักเหมือนกันนะเนี่ย” เธอบ่นเล็กน้อยขณะเดินมานั่งที่เก้าอี้ นัยน์ตาสวยกวาดมองสามหนุ่มไปมา เธอเห็นว่าท่าทางของพวกหนุ่มๆ ยังคงเหมือนอึ้งอะไรสักอย่างไม่หาย “เป็นอะไรกันน่ะ”

“เธอนี่มันแรงควายชัดๆ เลย!” เรนอสพูดด้วยอาการขนลุกขนพอง ขยับตัวหนีทันทีป้องกันโดนฝ่ามือพิฆาตถ้าเขาเผลอไปกวนประสาทเจ้าหล่อนเข้า ปาริดาหน้ายู่ไม่ชอบใจที่เรนอสเรียกพละกำลังมหาศาลราวช้างสารของเธอแบบนั้น

“พูดให้มันดีๆ แรงควายอะไรกัน!” ปาริดาแยกเขี้ยว ก่อนจะกอดอกทำสีหน้าภาคภูมิใจแล้วเอ่ย “ไม่เสียชื่ออดีตนักวอลเล่ย์ทีมชาติ แหม! แต่อย่างว่า ห่างหายจากวงการไปนาน ตอนตบเลยเจ็บข้อมือนิดหน่อย” ว่าแล้วเจ้าตัวก็นวดข้อมือที่เพิ่งถวายไปให้นางแบบสาวเบาๆ จึงไม่เห็นว่าเรนอสนั้นลอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ชีคโรเนสและชีคโรมานอฟเห็นอาการน้องชายเข้าพอดีเลยยิ้มพลางเอ่ยกระเซ้า

“ถ้าไม่ยากฟันหลุดก็อย่าไปหือกับน้องสาวพี่ล่ะ” เรนอสแยกเขี้ยวให้พี่ชายคนโต ปรับสีหน้าท่าทางให้องอาจเหมือนเดิม นี่ถ้าเขาปล่อยไก่ว่ากลัวฝ่ามือพิฆาตยัยปิรันย่าย่างสดนี่มีหวังคงถูกแซวจนแก่ ก่อนที่สายตาคมกริบจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างเข้า ชีคหนุ่มกลอกตาพลางพ่นลมหายใจเบา

“ท่านพี่เดี๋ยวผมมานะ” เรนอสเอ่ยบอกท่านพี่ทั้งสองของเขาก่อนจะจับมือปาริดาให้ออกมาด้วยกัน หญิงสาวกระพริบตาปริบๆ

“จะไปไหนน่ะ ไม่คุยงานแล้วเหรอ” เธอเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ พอหันไปหาสองชีคพวกเขาก็ได้ส่งยิ้มบางๆ มาให้เท่านั้น คิ้วสวยของปาริดาขมวดเป็นปม “ไอ้ตุ๊ด! จะพาฉันไปไหน”

“ตามมาเงียบๆ เถอะครับคุณนาย” เรนอสพาหญิงสาวออกมาแล้วเดินลิ่วๆ ไปขึ้นลิฟต์ เขากดลิฟต์เกือบชั้นบนสุด ปาริดามองการกระทำของชีคหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ จนกระทั่งลิฟต์เปิดออกเผยให้เห็นห้องพักกว้างสุดหรู ด้านนอกสุดคือสระว่ายน้ำขนาดใหญ่กลางแจ้ง “จะนั่งตรงไหนก็เชิญตามสบาย” เขาว่าแล้วเดินหายไปอีกทาง ปาริดาไม่ทันได้เอ่ยอะไรก็เลิกถามแล้วเดินไปนั่งที่ปลายเตียงเพราะใกล้ที่สุด ไม่นานนักเรนอสก็เดินมาหาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลในมือ เขาเดินมานั่งข้างๆ เธอ

“กล่องปฐมพยาบาล?”

“นึกว่ากล่องข้าวหรือไงยัยตระกละ”

“ทิ้งช่องให้ไม่ได้เลยต้องหันมาจิกกัดตลอด ชาติที่แล้วเกิดเป็นไก่หรือไง” เรนอสแยกเขี้ยวขวับแล้วผลักหัวปาริดาเบาๆ เป็นการเอาคืน

“เธอก็พอกันนั่นแหละ” เรนอสว่ากลับแล้วจับมือปาริดาเอาไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่หญิงสาวจะแจกฝ่าพระหัตถ์ให้กับเขา ถ้าขืนไม่จับไว้ก่อนหัวเขาอาจจะแตกเลือดท่วมเหมือนที่ยัยปลาร้านี่ตบนัสรีนาจนฟันหลุดเลือดกลบปากก็ได้

“ไม่ตบแล้ว ปล่อยมือได้แล้ว” ปาริดาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบพลางพยักเพยิดไปให้ชีคหนุ่มดูว่าเขาจับมือเธอไม่ยอมปล่อย

“ไม่เอา เธอน่ะมันไว้ใจไม่ได้” เรนอสตอบกลับหน้าตาย ปาริดาอ้าปากสวนทันทีแต่ทว่าถูกเบรคจากคำถามของชายหนุ่มก่อน “เจ็บมากมั้ย?”

“หือ?” ปาริดาครางในลำคอด้วยสายตาสงสัย ก่อนจะร้องอ๋อแล้วเอามืออีกข้างที่ไม่ถูกจับมาแตะที่แก้มเบาๆ รสเลือดจางๆ ยังติดอยู่ที่มุมปาก “ไม่หรอก แค่ชาๆ”

“ฉันขอโทษทะ…”

“ไม่ต้องขอโทษแทนหรอก ฉันเข้าใจยัยนั่นนะ” ปาริดาพูดสวนขึ้นมาก่อนแล้วอธิบายด้วยใบหน้าและท่าทางของคนที่ไม่ติดใจ แล้วนั่งขัดสมาธิทั้งๆ ที่เรนอสยังจับมือเธอไม่ยอมปล่อยนั่นแหละ “นางคงรักนายมากถึงได้วีนแตกแบบนี้ ถ้ายังไงตอนที่หย่ากับฉันแล้วก็ไปง้อเธอหน่อยนะ” เรนอสแบะปากทันที ปล่อยมือหญิงสาวออกเมื่อเห็นว่าปลอดภัยจากการโดนผ่ามืออรหันต์ พลางไปหยิบหลอดยาแล้วบีบหลอดยามาใส่นิ้วตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะเบาๆ ตรงมุมปากเล็กขณะที่ปากก็พล่ามไปด้วย ปาริดาสะดุ้งเล็กน้อยตามสัญชาตญาณแต่ก็ปล่อยให้ชายหนุ่มทายาให้อย่างนั้น

“ถึงฉันจะหย่ากับเธอ ฉันก็ไม่ไปคบกับยัยนกหวีดนั่นหรอก”

“อ้าว แล้วตอนแรกคบกันไปได้ยังไง?”

“ไม่ได้คบ ไม่เคยคบ แค่ควงเล่นเฉยๆ”

“แบบนั้นเค้าเรียกว่าคบย่ะ” ปาริดาแยกเขี้ยวใส่ เรนอสก็ยังคงทำหน้าข้าไม่รู้ข้าไม่สนต่อไป แล้วเธอก็ขี้เกียจมาเถียงเรื่องไร้สาระแบบนี้จึงได้หยุดทุกอย่างปล่อยให้คุณหมอจำเป็นทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ใช้เวลาเพียงไม่นานเรนอสก็เก็บของทุกอย่างลงกล่องพยาบาล หม่อมหลวงคนสวยเอ่ยขอบคุณเล็กน้อยก่อนที่สายตาคมกริบจะไปเห็นอะไรบางอย่างในกล่อง “เดี๋ยวนะ! เดี๋ยวๆๆ นี่นายเก็บถุงยางอนามัยไว้ในกล่องปฐมพยาบาลเหรอ!” ปาริดาถามด้วยความตกใจสุดๆ เรนอสก้มลงมองแล้วว่าน้ำเสียงเอื่อยๆ ออกจะรำคาญนิดๆ ด้วยที่หญิงสาวทำท่าทางตกใจโอเวอร์

“แล้วมันแปลกตรงไหน ใครๆ เขาก็เก็บไว้ในนี้กันทั้งนั้น”

“ใครเขาบ้าเก็บไว้ที่นี่กัน! โลกนี้คงมีแต่นายคนเดียวเท่านั้นแหละ ไอ้ตุ๊ดประสาทกลับ!” ปาริดาถึงกับกุมขมับด้วยความเครียด ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ไอ้ตุ๊ดเครีเบียนนี่เอาสมองส่วนไหนคิดว่าชาวโลกเอาถุงยางอนามัยมาเก็บไว้ในกล่องปฐมพยาบาล เธอเกิดมาจนจะสามสิบอยู่แล้วเพิ่งเคยเจอ

“ที่ไหนมันก็เก็บได้ทั้งนั้นแหละ อย่ามาเยอะครับ”

“แล้วถ้ามีเด็กน้อยหยิบเอาไปกิน เพราะนึกว่าเป็นหมากฝรั่งล่ะ!”

“ก็อร่อยไปสิ มีตั้งหลายรส” เขาว่าก่อนจะลุกขึ้น ปาริดาก็ลุกตามแต่สายตาคงมองเรนอสด้วยสายตาของคนมองของแปลกปนแขยง นี่เขาพูดออกมาแบบไม่สะทกสะท้านสักนิด! พูดเหมือนว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว! “ไม่ต้องลงไปหรอก เธอนอนรออยู่นี่แหละ เสร็จแล้วจะขึ้นมารับ” เรนอสเอ่ยบอกเมื่อเห็นว่าปาริดาทำท่าจะออกจากห้อง

“จะบ้าเหรอ ถ้าฉันจะมานั่งหงอยอยู่ที่นี่สู้นอนเล่นอยู่ที่บ้านไม่ดีกว่าหรือไง” ปาริดาสวนขวับแล้วเดินไปเปิดประตูนำออกไปก่อน “เร็วๆ เข้าสิไอ้ตุ๊ด ช้าอยู่ได้ พี่นายเขารออยู่นะ” เรนอสถึงกับทำหน้าเมื่อยพลางก้มมองดูของในมือที่ยังไม่ทันจะเอาไปเก็บที่

“เร่งจัง ควายหายเหรอครับ”

“ใช่ ยืนที่เดียวกับนายเลย” พอด่าระยะเผาขนปุ๊บก็วิ่งออกจากห้องด้วยความเร็วแสงปั๊บ เรนอสกรนด่าไล่หลัง แต่หม่อมหลวงสาวไม่สนใจกลับหัวเราะลั่นพสุธา

“ผู้หญิงคนนี้น่ะเหรอ?” เสียงทุ่มนุ่มเอ่ยแล้วมองหน้าคู่สนทนาหลังจากมองดูภาพถ่ายในมือ

“ใช่! ฆ่านังนั่นซะ” นัสรีนาพูดด้วยความคับแค้นใจ หลังจากที่เธอโดนปาริดาเล่นงานไม่นานเธอก็ให้ คู่ขา คนสนิทมาจัดการมารความรักและทวงตำแหน่งชีคคารัชทายาทลำดับสามของเธอ

“ได้ ผมจะทำตามที่คุณต้องการ และแน่นอนว่ารางวัลผมไม่ใช่แค่เงิน” ชายหนุ่มพูดด้วยนัยน์ตาพราวระยับพลางดันร่างหนาเข้าเบียดชิดร่างเล็กให้ติดกับโต๊ะทำงาน แล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้ นัสรีนายิ้มกริ่มก่อนจะเผยอปากขึ้นเล็กน้อยแล้วรับจูบดุดันจากคนร่างสูง จากนั้นเกมสวาทก็เริ่มต้นขึ้น

นังปาริดา งานนี้แกได้เหลือแต่ชื่อแน่*!!*

​.................................โปรดติดตามตอนต่อไป (อย่าสงบ กร๊ากกกกกก)................................

กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่หายไปนานมาก >< ยังไงก็แสดงความคิดเห็นกันหน่อยเน้อ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะจ๊ะ จะบอกต่ออีกว่า เรื่องนี้เขียนเสร็จแล้ว กำลังรีไรต์เรียบเรียง (โดยให้เพื่อนๆ ช่วยดูให้) เพื่อลองส่งสำนักพิมพ์อยู่ค่ะ ยังไงก็แสดงความคิดเห็นเข้ามาได้นะคะ ^^ และสำหรับคนที่เพิ่งหลงเข้ามา ถ้าตัวรักตัวชอบเค้าล่ะก็...กดไลค์เพจได้นะจ๊ะ จุ๊บๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว