ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ทำไปเพื่ออะไร 100%

ชื่อตอน : ทำไปเพื่ออะไร 100%

คำค้น : กลรักวีมาร์ค กลรักรุ่นพี่ วีมาร์ค ดราม่า วายมหาลัย love Mechanics

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 345.6k

ความคิดเห็น : 654

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2560 01:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทำไปเพื่ออะไร 100%
แบบอักษร

-****25-

ทำไปเพื่ออะไร

[Vee Vivis]



          ผมยังยืนโง่ๆ อยู่ที่เดิม ท่ามกลางผู้คนและเสียงซุบซิบที่ผมไม่สนใจจะจับใจความ ตายังมองไปที่แผ่นหลังกว้างที่กำลังห่างออกไปเรื่อยๆ เหมือนตัวผมชา เหมือนปากผมสั่น นี่เป็นครั้งที่สองที่มาร์คหันหลังให้ผม และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มันหันหลังให้กับความรู้สึกของผม

          “ไปกันมึง” ยี่หวาเดินเข้ามาเขย่าแขนผม ผมหันไปทำหน้าโง่ๆ ใส่เพื่อน

          ตอนนี้ไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร เหมือนมันไม่มีแรงทำอะไรสักอย่าง เพื่อนลากให้เดินก็เดินตามเพื่อนไป คนรอบข้างเขาพูดอะไรผมก็ไม่รู้เรื่อง สายตาแปลกๆ นั่นเหมือนจะตำหนิผมแต่ผมก็ไม่ได้สนใจ

          “มึง…” ผมหยุดเดินแล้วหันไปหายี่หวา มันทำหน้างงๆ ใส่ผมแล้วหยุดตาม

          “อะไร เดินต่อสิมึงจะให้แฟนคลับมาแหกหัวมึงหรือไง” คนสวยข้างผมพูดดุๆ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมกลัว

          “มาร์ค…เดินหนีกูอีกแล้ว” ผมบอกกับยี่หวาเบาๆ เท่าที่แรงผมมี ขยับปากแต่ละทีนี่เหมือนจะตายเอาให้ได้ มันไม่มีแม้แต่แรงจะขยับริมฝีปาก ไม่ใช่เพราะเหนื่อยที่บอกรักมาร์ค ไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรจะพูด แต่เพราะผมสนใจก้อนเนื้อที่บีบตัวอยู่ตรงหน้าอกมากกว่าร่างกาย

          แค่เห็นมันเดินหนีหลังจากบอกรักใจผมมันก็เหมือนจะขาด

          “นั่นพี่วีมึง”

          “เออ…คบกับมาร์คเหรอวะ”

          “มาร์คเป็นใครวะ  ทำไมกล้าเดินหนีพี่วี”

          “พี่วีเป็นเกย์เหรอวะ”

          “แม่ง…เลิกกับพลอยมาเอาผู้ชายนี่นะ”

          “มึง…ไปจากตรงนี้ก่อน” ยี่หวาเหมือนจะไม่สนใจสิ่งที่ผมพูด แต่หลังจากที่คนตัวเล็กมองไปด้านหลังมันก็ลากผมไปขึ้นรถ คนข้างหลังจะพูดอะไรกันผมไม่ได้สนใจ กล้าหรือเพื่อนคนอื่นอยู่ที่ไหนผมก็ไม่ได้ถาม ได้แต่ยกขาหนักๆ ขึ้นรถ

          รถของยี่หวาที่ผมชอบนั่งเพราะผมเคยนั่งกับมาร์ค ที่ข้างคนขับเมื่อก่อนมาร์คมันเคยนั่งและนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมบอกสถานะของเราให้คนอื่นรู้จัก ตอนนั้นมันเขินผม…มันบอกเองกับปากว่าเขินที่ผมบอกยี่หวาว่าเราเป็นอะไรกัน แต่ทำไมครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งนั้น ทำไมมันเดินไปจากผมทั้งๆ ที่ผมบอกรักมันต่อหน้าคนมากมาย

          คำถามของผมเหมือนกับถูกตั้งขึ้นมาด้วยความโง่ และผมจะไม่ปฏิเสธว่าตัวเองโง่งมเท่าไหร่ที่ปล่อยคนดีๆ อย่างมันหลุดมือไป ผมไม่แม้แต่จะเดินตามมัน ไม่แม้แต่จะฉุดมือมันไว้ ผมไม่กล้า…เพราะสายตาของมันที่มองมาแสดงออกถึงความรู้สึกหลายอย่างเหลือเกิน ทั้งเจ็บปวด ทั้งดีใจ ทั้งตกใจ เป็นกังวลและอีกมากมาย แต่มีเพียงความรู้สึกเดียวที่ตอนนั้นผมหาจากมันไม่ได้ ความรู้สึกที่มันเคยมอบให้ผมมาตลอด ความรู้สึกของคนที่รักกันเหมือนว่ามันจะไม่มีอีกแล้ว มันอาจจะซ่อนไว้ได้ดีหรืออาจจะไม่รู้สึกแล้วจริงๆ

          “ยี่หวา…” ผมเรียกคนข้างๆ ที่กำลังมองถนนอยู่ มันตีไฟเลี้ยวเข้าซอยบ้านผมก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

          “มึงเป็นยังไงบ้าง” มันถามขณะที่กำลังจอดรถ

          “เจ็บ…”

          “แล้วมึงจะเอายังไงต่อ” มันหันมาถามต่อ หน้าสวยหวานที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหันมาทางผม ตาคมสวยมองมาที่ผมเพื่อขอคำตอบที่ผมอยากตอบจริงๆ

          “เอาคืน” ผมเบือนหน้าจากยี่หวา ทอดสายตาไปข้างหน้า ซอยหมู่บ้านผมเป็นอะไรที่ผมคุ้นเคย ทางที่คุ้นเคยแม้ว่ามันมืดสนิทผมก็เดินต่อได้

          “วี…เอาคืนบ้าอะไร!” เสียงเรียกเหมือนตกใจดังขึ้นแต่ผมไม่ได้สนใจ ยังมองไปข้างหน้าและคิดถึงใบหน้าของคนที่คุ้นเคย

          “กูจะเอามันคืนมา”

          ผมไม่อยากเสียเวลาไปกับการคิด ผมไม่อยากจะคิดแล้วว่าควรจะเอาอย่างไร ตอนนี้ความรู้สึกของผมคือสิ่งที่บอกผมได้ดีที่สุด ผมอยากได้มันกลับคืนมา เด็กนั่นที่ผมเคยทำร้าย เด็กนั่นที่ผมเคยต่อว่า เด็กนั่นที่เคยปลอบผม เด็กนั่นที่เคยหยอกล้อและอยู่กับผมตอนที่ผมไม่มีใคร เด็กคนนั้นที่ผมรัก…

          ผมลงจากรถหลังจากที่ตอบยี่หวาแบบนั้น เพื่อนคนสวยมันบอกให้ผมนอนแล้ววนรถกลับไป ทุกก้าวที่เดินเข้าบ้านมันช่างลำบาก บันไดที่ผมเดินขึ้นห้องมันดูเหมือนจะยาวกว่าเดิม ขนาดบ้านผมยังมีแต่หน้ามัน…

          ผมยังจำวันแรกที่เราเจอกันได้ วันแรกที่ผมทำร้ายมาร์คบนห้องนี้ ผมทำมันลงไปเพราะอยากสั่งสอนแต่สุดท้ายก็เลยเถิด ทั้งการกระทำและความรู้สึกมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเราสองคนเริ่มผูกพัน อาจจะจริงที่มาร์คมันเริ่มรู้สึกก่อน มันเจ็บ มันทรมานที่รอผม ผมก็รู้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าคนที่รู้สึกทีหลังอย่างผมจะไม่รู้สึก

          คำว่ารักที่มันแสดงออก ความเจ็บปวดที่มันพบเจอ ความทรมานที่มันได้รับ วันนี้ผมเข้าใจแล้ว ทุกสิ่งที่อย่างที่ผมทำให้มันมันย้อนกลับมาหาผมแล้ว

          หนึ่งคืนของผมมันผ่านไปด้วยความทรมาน หลับตาลงทีไรผมก็คิดถึงแต่เรื่องราวของผมกับมาร์ค ลืมตาขึ้นมองเพดานห้องก็คิดถึงหน้ามัน คิดถึงครั้งที่เคยอยู่ห้องนี้ด้วยกัน คิดถึงคำพูดที่มันเคยพูดกับผม คำพูดที่บอกว่าจะรอ

          “ไม่ไปเรียนเหรอ?” ยูเปิดประตูเข้ามาถาม

          “ไป” ผมตอบช้าพลางลุกขึ้นนั่ง

          “ไปทำไมวะ” มันเดินเข้ามาหาแล้วนั่งลงข้างผม

          “อะไรของมึงยู” จากที่ไม่ได้นอนเมื่อคืนที่ไม่ได้นอน จากเรื่องราวที่สะสมมาทั้งวันมันทำให้ผมต้องหงุดหงิดใส่พี่ชายแต่เช้า

          “มึงไม่ได้เล่นโทรศัพท์เลย?” มันเลิกคิ้วถามผม ผมก็มองมันกลับงงๆ “เอาไป” มันยื่นโทรศัพท์ที่ยังค้างอยู่ที่หน้าหนึ่งมาให้ผม

          Dew dely

          3 hrs

          ข่าวดึกมาก! หลังจากได้ข่าวเจ้ก็เรียบเรียงแล้วเอามาบอกต่อเลยค่ะ ประเด็นที่มันร้อนตอนตีห้านี้ก็คือพี่วีกับรักครั้งใหม่ที่เป็นผู้ชายค่า~ จับใจเจ้ดู เต้นแรงตึกตักมาก หลังจากดูเรื่องราวทั้งหมดแล้วคือมันใช่ คนนี้แหละใช่แน่ๆ แต่อีกประเด็นคือพี่วีของเราไปบอกรักเขาแล้วเขาเดินหนีค่า~ ทั้งประเด็นรักผู้ชาย ทั้งประเด็นคบซ้อน ทั้งประเด็นโดนหักหน้า อยากรู้ว่าพี่วีจะออกมาตอบยังไง จริงไม่จริงวอนออกมาตอบด้วยค่ะ

          10,933 likes 8,735 comments 847 sheared

          Iuy piwY**:**กูก็นึกว่าพลอยผิด แม่งชอบผู้ชาย

          กะ ปุก**:**ชอบผู้ชายเหรอ

          Orachon OP**:**แย่ว่ะ นอกใจผู้หญิงไปหาผู้ชายนี่นะ

          Oneal real**:**พี่วีทำไมทำแบบนี้อ่ะ

          วันคืนของเรา**:**คนนั้นคิดว่าตัวเองดีมากเหรอ ทิ้งพี่วีอ่ะ

          ดารา ริน**:**สมควรโดนอ่ะ ถึงจะหล่อแต่ถ้าแบบนี้ก็ไม่เอานะคะ

          U HFG**:**พี่วีคู่กับพี่พลอยอ่ะดีแล้ว

          Lill Ly**:**เราอยู่แถวนั้น หน้าชาทนเลยจ้า~

          สวีต มาราวาร่า**:**สมน้ำหน้าพี่วีเถอะ ทิ้งพี่พลอยแล้วก็ถูกทิ้ง

          ลอลาร์ อีฟ**:**ฉันเคยตามข่าวพี่วี ตอนแรกก็เหมือนจะไม่มีอะไรแต่ช่วงหลังมานี้ผู้ชายคนนี้ตลอด นึกว่าพี่น้องกันแต่สุดท้ายก็โอ๊ะ! กินกันเอง

          หมู ไม่หวานแต่ทานอร่อย**:**ไม่โอเคอ่ะ พี่วีคืออะไรที่ไม่โอเคจริง

          ผมถอนหายใจหลังจากอ่านจบ ยื่นโทรศัพท์คืนพี่ชายแล้วก้มลงมองพื้น ผมกำลังคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เพิ่งเข้าใจคำว่าคนของสาธารณะก็ตอนนี้ ไม่สนใจอะไรสักอย่าง เห็นแค่นั้นแต่โยงได้เป็นเรื่องเป็นราว ตัวผมเองมันไม่เท่าไหร่หรอก เพราะอย่างไรผมก็ไม่ค่อยแคร์ใครอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ผมคิดถึงคนคนหนึ่งที่ผมแคร์

“กูอยากคุยกับมาร์คว่ะ” ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย

          “กูบอกเลยว่ายาก…” มันตอบกลับมา

          “ยู…ทำยังไงดีวะ”

          “มึงทำกับเขาไว้เยอะไง” ผมรู้…ความทรมานที่ผมได้รับอยู่ตอนนี้มันไม่เท่ากับที่มาร์คต้องทรมานเพราะผม แต่ถ้าเรายังรักกัน ถ้าเรายังมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน เราจะทรมานกันและกันไปเพื่ออะไร

          “กูจะมีโอกาสได้มันคืนไหมวะยู” ถ้ามาร์คยังรักผม มันจะยังให้โอกาสผมหรือเปล่า ถ้าเรายังมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน เราจะรักกันดีๆ ได้ไหม

          “โอกาสไม่ได้มีเยอะเหมือนอากาศนะวี ที่ผ่านมามึงทำเหมือนน้องมันเป็นอากาศ หาที่ไหนก็ได้และที่สำคัญ…มองไม่เห็น” ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายอีกครั้ง คิดตามที่มันพูดแล้วยกมือขึ้นเสยผม

          “แต่ที่กูอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะอากาศ”

          “แต่ที่ผ่านมามึงทำเหมือนมันไม่มีค่าเลย”

          ผมยืนอยู่ที่หน้าห้องของมาร์ค มือถือข้าวมันไก่หนึ่งจากร้านที่มันเคยชอบหนึ่งกล่อง หันหลังพิงกับประตูเพื่อรอคนข้างในเปิดออกมา ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นตอนไหน

          ปกติมาร์คไม่กินข้าวเช้าที่ห้อง มันจะออกไปกินที่มหา’ลัยเสมอ มันบอกผมว่ามันทำกับข้าวไม่อร่อย ถึงจะพอกินได้แต่ก็ขี้เกียจเกินกว่าจะซื้อของสดมาทำ ในห้องมันส่วนใหญ่จะเป็นอาหารแห้งและอาหารแช่แข็งมากกว่า ผมเองเป็นคนที่ได้กินข้าวฝีมือแม่ทุกวันเลยบอกให้มันเลิกกินอาหารพวกนั้น และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้มันไปกินข้าวเช้าที่คณะ

          “เดี๋ยวมาร์คไปเรียนแล้วค่อยไปส่ง…” เสียงสดใสนั้นเงียบหายไปเมื่อเจ้าตัวมองสบตากับผม คนพูดคือคนที่ชื่อแพ็ค คนเดียวกับที่ดึงแขนมาร์คไปต่อหน้าต่อตาผม นี่ก็ผ่านมาสามสี่วันแล้วทำไมไม่รู้จักกลับบ้านกลับช่องตัวเอง

          “ผมว่าผมจะไปส่ง…” ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรคนข้างในก็เดินตามออกมา มันใส่ชุดนักศึกษาเรียบร้อยพร้อมกับสะพายกระเป๋าใบเดิมที่มันเคยใช้ มันหยุดพูดเมื่อมองเห็นผม ตาเรียวมองสบกับผมนิ่งๆ ก่อนจะมองลงไปที่มือผม

          “กู…”

          “ไปส่งพี่ตอนนี้ได้ไหม” คนชื่อแพ็คพูดขึ้นก่อนที่ผมจะพูดจบประโยค หน้าสวยมองไปที่มาร์คพร้อมกับขยับไปเกาะแขนคนตัวสูง

          “ผมจะบอกย่างนั้นแหละ พี่ไปตอนนี้จะได้ไม่ดึกตอนถึงไง” มาร์คก้มลงพูดกับแพ็ค มุมปากนั่นระบายยิ้มน้อยๆ แบบที่เคยยิ้มให้ผม ยิ้ม…ที่ผมไม่เคยได้เห็นมานาน

          “แต่เหมือนว่ามาร์คจะมีแขก” แพ็คว่าแล้วหันมามองผม

          “วันนี้ผมไม่ได้นัดใครไว้นะครับ” มาร์คพูดแบบนั้นพร้อมกับมองหน้าผม สายตาที่มองมาทำให้ลมหายใจผมชะงักไปชั่ววินาที

          “แค่…แค่เอาข้าวมาให้” ผมกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอแล้วเค้นเสียงแหบๆ ออกมาแทน มาร์คก้มลงมองมือของผมที่กำลังยื่นข้าวกล่องให้

          “ผมซื้อกินเองได้ครับ” คนอายุน้อยกว่าพูดแค่นั้นแล้ว มันหันกลับไปปิดห้องแล้วเดินเบียดผมออกไปพร้อมกับคนที่มันเคยบอกไว้ว่าสำคัญ

          ผมมองตามหลังสองคนนั้นก่อนจะค่อยๆ เดินตามไป ไม่รู้ว่าทำไมขาผมมันถึงก้าวตามทั้งๆ ที่ใจผมบอกว่าไม่อยากเห็น ปากผมอยากตะโกนเรียกและห้ามมาร์คแต่ลึกๆ แล้วผมก็รู้ว่าไม่มีสิทธิ์ แค่ได้เดินตามมันตอนนี้ก็ดีแล้ว

          “จะมาหาอีก ให้มาป่ะ” ผมได้ยินเสียงคนตัวเล็กข้างมันพูดขึ้น รอยยิ้มด้านข้างที่แสนจะสดใสของแพ็คมันน่าจะทำให้หลายคนยิ้มตาม แบบนี้ใช่ไหมที่มาร์คชอบ

          “โทรมาสิ ผมจะไปรับ” คำตอบรับของเด็กนั่นทำให้คนข้างๆ มันยิ้มร่า

          ผมหยุดอยู่กับที่เมื่อเห็นมันเปิดประตูรถแล้วสอดตัวเข้าไปในนั้น รถคันหรูนั่นเคลื่อนผ่านหน้าผมไปแบบด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ฟิล์มสีดำที่ติดไว้ทำให้ผมมองไม่เห็นว่าคนข้างในเขาทำอะไรกันและผมคงไม่มีปัญญาขี่จักรยานยนต์ตามไปดู

          ผมหมุนกลับไปทิศทางเดิม กดลิฟต์แล้วเดินไปที่ห้องที่ผมเพิ่งเดินจากมา ห้อยข้าวกล่องที่ตั้งใจซื้อมาให้เจ้าของห้องที่ลูกบิดประตู มันอาจจะกลับมาตอนเที่ยงหรือตอนเย็น โชคดีหน่อยก็คงจะกลับมาตอนเช้า มันจะเอาทิ้งหรือมันจะกินก็แล้วแต่มัน ขอแค่ผมได้ให้ ขอแค่ผมได้ทำในสิ่งที่ผมไม่เคยได้ทำ

          ผมหยิบโพสต์อิทขึ้นมาก่อนจะเขียนคำหนึ่งคำลงไป แปะโพสต์อิทไว้ที่หน้าประตูก่อนจะยิ้มให้กับมัน ถ้าผมเคยทำเหมือนมันไม่มีตัวตน ตอนนี้มันจะมีตัวตนที่สุดสำหรับผม ถ้าผมเคยทำเหมือนมันไม่มีค่า ตอนนี้ผมจะทำให้มันรู้ว่ามันมีค่าที่สุดสำหรับผม

          ผมมามหา’ลัยหลังจากออกจากหอมาร์ค แทนที่จะเดินไปทางห้องเรียนของตัวเองแต่ผมกลับก้าวไปยังอาคารเรียนรวมของเด็กปีหนึ่ง ผมรู้ว่ามาร์คมันเรียนที่ไหนและเวลาอะไร เพราะเมื่อก่อนผมก็เคยเรียนแบบเดียวกับมัน

          “มาทำอะไรอ่ะพี่วี” โชคดีอีกอย่างของผมคือเพื่อนของมาร์คมันไม่เกลียดผม ผมเคยถามพวกมันว่าทำไมไม่โกรธแทนเพื่อน คำตอบที่ได้กลับมากคือ มันรู้ว่าเพื่อนของมันไม่ได้แค่โกรธผม จะให้รู้สึกเหมือนที่มาร์ครู้สึกทุกอย่างผมที่เป็นรุ่นพี่พวกมันก็คงแย่ ผมแค่นยิ้มตอนที่ฟิวส์พูดแบบนั้น มันคือความจริง…มาร์คไม่ได้แค่โกรธผมหรอก มันอาจจะเกลียดผมแล้วก็ได้

          “มา…หาแพม” ผมตอบออกไปว่ามาหาหลานรหัส แต่ผมรู้ดีว่าสายตาผมมองหาใคร เด็กที่นั่งอยู่เกือบหลังสุดเงยหน้ามามองที่ผมนิดหน่อยก่อนจะก้มลงไปเล่นโทรศัพท์เหมือนเดิม

          “มาหาแพมก็มองแพมสิคะพี่วี” เด็กสาวที่เป็นหนึ่งในสายรหัสผมเอ่ยเรียก รอยยิ้มที่เคลือบบนหน้าหวานๆ นั่นไม่ต่างอะไรจากตอนที่ยี่หวายิ้มเวลาเห็นทศกัณฐ์อยู่กับบาร์

          “พี่เอาขนมมาให้เนี่ย” ผมยื่นขนมในมือให้แพม

          “ให้แพม?”

          “อือ…”

          “เนียนไปอีก” ผมหันไปหาคำผานที่ยืนอยู่ข้างๆ

          “รู้สึกว่าเหมือนมันเคยเกิดขึ้นเลยว่ะเพื่อน” ฟิวส์พูด

          “เหมือนตอนนั้นที่หาเรื่องมาเจอใครสักคน” คำผานพูดต่อแล้วกรีดยิ้มชั่วร้าย

          “กู…”

          “พี่จะเดินขึ้นไปเลยไหมล่ะ มาๆ ไปกับผมมันไม่กล้าทำอะไรพี่แน่นอน” คำผานว่าแล้วเดินนำไป แต่ผมก็ทำแค่มองตาม ผมไม่รู้ว่าตอนนี้มาร์ครู้สึกอย่างไร สายตานิ่งๆ กับการกระทำที่เหมือนไม่รู้สึกอะไรนั่นมันจริงแค่ไหนผมก็ไม่รู้ ถึงมันจะมีบางขณะที่มาร์คมองผมด้วยสายตาแบบอื่นแต่ผมก็รู้ดีว่าผมไม่ควรเข้าใกล้จนมาร์คอึดอัด

          ผมส่งยิ้มบางๆ ให้คนที่อยู่ข้างบน เด็กปีหนึ่งหลายคนส่งเสียงกรี๊ดเบาๆ ผู้ชายบางคนโห่ให้ผม และมีบ้างที่ผมได้ยินเสียงสบถด่า แต่ช่างมันเถอะ…แค่เด็กนั่นไม่ด่าผมก็พอ

          “พี่ต้องการอะไรจากเพื่อนผมอ่ะ” ผมหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองเมื่อได้ยินเสียงของฟิวส์ คำถามเหมือนจะหาเรื่องแต่สายตาที่มันมองมานั่นแสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยชัดเจนจริงๆ

          “ทำไมวะ”

          “การที่ผมไม่โกรธพี่ไม่ได้แปลว่าผมไม่ห่วงมันนะ แล้วอีกอย่างถ้าจะทำให้ทุกอย่างมันแย่ลง ผมว่าพี่ไม่ควรทำว่ะ” ฟิวส์ตอบ

          “กูอยากได้มันคืน…” ผมสบตากับรุ่นน้องแล้วตอบออกไป

          “อะไรทำให้พี่คิดว่ามันจะยอมคืนดีกับพี่วะพี่วี ทำมันขนาดนั้นแล้ว” ฟิวส์มองผมเหมือนกับว่าผมพูดอะไรที่น่าเหลือเชื่อ ผมกระตุกยิ้มน้อยๆ แล้วตบไหล่เดือนคณะคนปัจจุบัน

          “กูไม่ได้มีอะไรมามั่นใจหรอกเว้ย แต่ที่กูทำ…กูทำเพราะความรู้สึก กูอยากได้คืนกูก็จะเอามันคืนมาให้ได้” ผมตอบรุ่นน้องไปแบบนั้น มันถอนหายใจก่อนจะค่อยๆ บิดตัวออกจากมือผม

          “บอกเลยว่าไม่ง่ายว่ะพี่”

          “กูรู้…ก็กูทำให้มันยากตั้งแต่ต้นเอง” ผมยักไหล่ตอบ

          “ถึงมันจะยากแค่ไหนผมก็แอบอยู่ข้างพี่หน่อยๆ อ่ะ” ฟิวส์ทำหน้ายู่แล้วตอบผม “นี่เรียกทรยศเพื่อนป่ะวะ”

          “กูสัญญา…ว่าถ้ากูได้คืนมา เพื่อนมึงจะมีความสุข”

          ผมยังคอยหาเรื่องมาหามาร์คทุกคน อย่างน้อยๆ ขอให้ได้มองหน้าสักครั้งก่อนก็ยังดี มีบ้างที่มันมองมาที่ผม แต่ไม่มีครั้งไหนที่เราคุยกัน ผมแค่อยากเห็นหน้ามัน เอาข้าวไปให้หรือหยิบขนมติดมือไปฝากแค่นั้น แต่ก็แค่นั้นแหละเพราะของเหล่านั้นมันอยู่ที่ไอ้ฟิวส์ไม่ก็คำผาน เจ้าตัวคนที่ผมอยากให้มันไม่สนใจ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้น มันไม่สนใจผมแต่ผมสนใจมัน แค่นั้นก็พอแล้ว

          “แม่คิดว่าผมควรใส่น้ำปลาเพิ่มอีกไหม?” ผมหันไปถามแม่ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องครัว คนสวยของผมเดินมาชิมผัดไทยในมือแล้วพยักหน้าขึ้นลง

          “มันยังไม่กลมกล่อมเท่าไหร่เลย” แม่ว่าแล้วเบียดตัวเองเข้ามา จับเครื่องปรุงนั่นนี่เทลงแล้วคนใหม่อีกรอบ

          “ทำไม่เป็นเสือกอยากทำอะไรที่ยุ่งยาก” ยูมันมันว่าเบาๆ แต่ผมกลับได้ยิน หันไปแยกเขี้ยวใส่มันหนึ่งทีแล้วสนใจแม่ต่อ

          “น้องมึงก็เป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรกแล้วไหม?”

          “พ่อ!” แค่ยูพูดมันยังพอทำใจได้ แต่พอพ่อพูดเท่านั้นแหละ อาการเคืองนิดๆ ก็กำเริบ ชอบจริงนะซ้ำเติมเนี่ย เหมือนผมไม่มีผิดเลย

          “อย่าว่าลูกสิคะ เดี๋ยวตาวีไม่แบ่งให้กินด้วยทำไง”

          “พ่อไม่อะไรหรอกแม่ ไม่คิดไม่ฝันจะได้กินกับข้าวฝีมือมันอยู่แล้ว ปล่อยให้มันทำไปง้อเมียเถอะ” หูผมร้อนขึ้นเมื่อพ่อพูดประโยคสุดท้าย ยูมันกลอกตาให้ผมส่วนแม่ก็ยิ้มล้อ 

          “มันได้หรือยังอ่ะแม่ เดี๋ยวก็ไหม้หรอก” ผมหันกลับมาสนใจกระทะอีกครั้ง เลิกพูดเรื่องง้อเมียเถอะ คงต้องรออีกนานกว่าจะพูดได้เต็มปากว่าเขาเป็นเมีย

          ผมเดินถือกล่องผัดไทยขึ้นไปยังหอมาร์ค ผมรู้ว่านี่เป็นเมนูที่มันชอบที่สุดเพราะทุกทีที่ให้มันเลือกอาหารมันจะเลือกกินผัดไทยตลอด วันนี้วันเสาร์และเป็นเสาร์ที่ผมว่างมาก การจะตื่นแต่เช้ามาทำอะไรสักอย่างให้กับคนสำคัญมันจึงเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าดี

          ผมเดินออกจากลิฟต์พลางระบายยิ้มน้อยๆ ก็ไม่คิดว่ามาร์คจะรับไปหรอก ทุกทีมันก็ไม่เคยเอาของที่ผมให้กลับไปสักครั้ง ครั้งนี้ผมก็ไม่ได้หวังมากเช่นกัน แค่ได้ทำมาให้มันเห็นผมก็ดีใจแล้ว แค่ผมได้ทำให้มันรู้สึกว่าตอนนี้ผมยังวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวมันแค่นั้นผมก็พอ

          ผมหมุนตัวเข้าหาห้องห้องเดิมที่ผมเคยมาบ่อยๆ นานมาแล้วแหละที่เคยเข้าไปอยู่ในห้อนั้น ทุกวันนี้ทำได้แค่ยืนอยู่หน้าประตูอย่างนี้ อยากจะก้าวข้ามไปแต่ก็ทำได้แค่มอง

          “โอ๊ะ!” ยังไม่ทันที่ผมจะได้กดออดหรือเคาะห้อง คนข้างในก็เปิดประตูออกมา แต่คนคนนั้นไม่ใช่คนที่ผมจะมาหา กลับเป็นผู้ชายตัวเล็กหน้าตาน่ารักที่ผมไม่คุ้นหน้า

          “มีอะไรหรือเปล่าครับพี่นุ๊ก” เสียงแหบทุ้มจากด้านในเรียกให้ผมหันไปสนใจเจ้าของเสียง มาร์คในสภาพเปลือยท่อนบนและท่อนล่างพันด้วยผ้าเช็ดตัวเดินออกมาหา คนตัวเล็กที่ชื่อนุ๊กหันกลับไปแล้วยิ้มแหยๆ ให้มาร์คก่อนจะมองมาที่ผม

          “คือ…พี่วีเขา…” ผมไม่ได้แปลกใจที่คนไม่รู้จักเรียกชื่อผมถูก แต่ที่ผมแปลกใจคือทำไมพวกมันอยู่ด้วยกัน

          “ไม่มีอะไรหรอกครับ เขาไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรน่ะ” มาร์คมันหันไปบอกนุ๊ก คนตัวสูงนั่นไม่ได้สนใจผมแม้แต่นิด

          “กู…”

          “พี่นุ๊กจะให้ผมไปส่งข้างล่างไหม แต่รอนิดหนึ่งนะ ผมไปใส่เสื้อก่อน” มาร์คพูดขึ้นก่อนที่ผมจะพูดจบ มันไม่ได้สนใจผมและทำเหมือนว่าสิ่งที่ผมทำอยู่นี่มันไม่มีความหมายอะไร คำพูดของมันเหมือนกับจะบอกว่าต่อใหผมทำแบบนี้ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์

          “ไม่เป็นไรหรอก เมื่อคืนมาร์คก็เหนื่อยมากแล้ว” เด็กตัวเล็กพูดพลางเอียงหน้าหลบสายตามาร์ค แก้มใสนั่นขึ้นสีอย่างชวนให้คิดตามคำพูดของมัน

          “พี่ก็เหนื่อยไม่แพ้ผมหรอก จริงไหม?” ผมเผลอกำถุงใส่กล่องผัดไทยจนเกิดเสียง แค่คำพูดมันไม่เท่าไหร่หรอกแต่ท่าทางที่มาร์คแสดงออกมันทำให้ลมหายใจผมกระตุก มือเรียวที่ผมชอบจับวางอยู่บนหัวของคนตัวเล็กกว่า หน้าหล่อเอียงเข้าไปหาเด็กคนนั้นเล็กน้อย เรียวปากแย้มยิ้มและกระตุกมุมปากขึ้นหลังพูดจบ

          ท่าทางแบบนี้มันไม่ใช่มาร์คที่ผมรู้จัก

          “กูมีเรื่องจะคุยกับมึง” สองคนนั้นหันกลับมาสนใจผม มาร์คเลิกคิ้วขึ้นส่วนเด็กที่ชื่อนุ๊กยิ้มแหยให้ผม

          “พี่ไปก่อนนะ” นุ๊กหันกลับไปบอกมาร์ค คนตัวสูงพยักหน้าก่อนจะยิ้มให้บางๆ

          “แล้วเจอกันอีกนะครับ” มาร์คบอกแบบนั้นแล้วนุ๊กก็เดินออกไป ก่อนจะเดินผ่านผมไปผู้ชายตัวเล็กคนนั้นช้อนตาขึ้นมามองและยิ้มเยาะผม

          “มีอะไรครับ?” ผมได้สติเมื่อมาร์คเอ่ยขึ้น หันกลับมาให้ความสนใจกับคนที่อยู่ตรงหน้าแทนรอยยิ้มบ้าๆ ของเด็กนั่น

          มาร์คยืนอยู่หน้าประตู มันยังไม่ได้ใส่เสื้อและดูเหมือนว่ามันไม่สนใจจะใส่ นั่นเป็นสาเหตุทำให้ผมมองเห็นรอยข่วนที่แผงอกของมัน ความโกรธ ความโมโหหรืออะไรสักอย่างที่ใช้เรียกความรู้สึกร้อนๆ ในใจผมตอนนี้มันมารวมกันที่หน้า ผมตวัดสายตาขึ้นมองมาร์ค แต่มันก็ยังมองกลับมานิ่งๆ ติดจะรำคาญเหมือนเดิม

          “มึงทำอะไรลงไป” ผมพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น ไม่ตอกหรือดุดันแต่สายตาของผมมันคงห้ามไม่ได้

          “ผมทำอะไร?”

          “มึง…กับมัน…” ผมพูดช้าๆ มาร์คก็เลิกคิ้วขึ้นก่อนจะขยับตัวเล็กน้อย

          “อ๋อ…เมื่อคืนเรานอนด้วยกันน่ะ”

          ปึก!

          กล่องผัดไทยที่ถูกบรรจุและห่อหุ้มด้วยถุงอย่างดีตกลงข้างตัว ผมไม่ได้สนใจจะมองหรือก้มลงไปเก็บ จะขยับแขนหรือขยับขาตอนนี้ก็ยังทำไม่ได้ ตัวมันชา หน้ามันสั่นเหมือนถูกตบมาแล้วสิบที ผมขยับถอยหลังได้ครึ่งก้าวแล้วมองสบตาคนที่ยังยืนนิ่งมองผมอยู่ที่เดิม

          “มึง…”

          “พี่มีอะไรอีกหรือเปล่า ถ้าไม่มีผมจะเข้าไปนอน พอดีว่าเมื่อคืนไม่ค่อยได้นอน” ต้องใจแข็งแค่ไหน ต้องโกรธหรือเกลียดผมเท่าไหร่ถึงจะพูดออกมาอย่างนั้นได้ อยากเอาคืนหรือต้องการอะไรทำไมถึงมองผมได้นิ่งขนาดนั้น มันจำไม่ได้เลยเหรอว่าครั้งหนึ่งเราก็เคยรักกัน

          “มาร์ค…”

          “หืม?” เสียงในลำคอที่ตอบกลับมา ทำเอาเสียงที่อ่อนแรงอยู่แล้วหายเข้าไปในลำคอ ผมค่อยๆ มองคนตรงหน้า แม้ว่าจะลำบากแต่ผมก็ขยับยิ้ม แม้ว่าจะหนักหน่วงแต่ผมก็ขยับเท้า

          “มึงไม่ต้องยกโทษให้กูก็ได้ แต่อย่าทรมานกูมากไปกว่านี้ได้ไหมมาร์ค…”





#กลรักวีมาร์ค

อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ความคิดเห็น