facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -Chapter 6.-Rewrite 05/12/2018

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 110.1k

ความคิดเห็น : 132

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2561 12:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-Chapter 6.-Rewrite 05/12/2018
แบบอักษร

BUT THE GUILT IN YOUR VOICE GIVES YOU AWAY

(Chapter6.)

พระอาทิตย์ตกใจตื่นขึ้นมากลางดึกหลังจากที่เขาได้เอาแต่ใจกับเชนจนร่างบางแทบสลบคาอก และเพราะหวังดีอุ้มอีกฝ่ายเพื่อไปล้างตัวในห้องน้ำแต่กลับได้แผลเพิ่มเป็นรอยข่วนเข้าที่ข้างแก้ม จนเขาแทบอยากจะจับใบหน้าสวยกดน้ำให้ตายคาอ่างโทษฐานไม่เจียมตัว จะตายอยู่แล้วยังพยศไม่เลิก

“แฮ่กๆ” เสียงหายใจของเชนดังขึ้นติดๆ ขัดๆ มือบางควานวาดไปทั่วหัวเตียงของตัวเองทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท 

“อึก ยะ…ยา แฮ่ก” เชนร้องขอออกมาเสียงขาดห้วง พระอาทิตย์ดีดตัวลุกจากหมอนใบโต

“เชน!!!” พระอาทิตย์เรียกเสียงตื่นตระหนก

“อึก ยา หะ…หาย…ใจ…มะ…ไม่ออก แฮ่กๆ อึก”

เชนพยายามพูดบอกอย่างยากเย็น มือบางขยุ้มอกเสื้อนอนของตัวเองและงอตัวแสดงสีหน้าเจ็บปวด พระอาทิตย์รีบลุกจากเตียงและเอื้อมมือเปิดไฟบริเวณหัวเตียงแล้วหันมาดูอาการเชน มือหนาจับไหล่บางเพื่อให้หันมาหาตนเอง 

“เชนมึงเป็นอะไร” พระอาทิตย์ขมวดคิ้วถามอย่างตื่นตระหนก เพราะจากอาการแล้วเจ้าตัวคงไม่ตื่นมาแสดงละครต่อหน้าเขาตอนตีสามตีสี่แบบนี้ 

“อื้อ อึก แฮ่กๆๆๆ” มือบางควานหายาไปทั่วหัวเตียง สิ่งของร่วงหล่นลงพื้นกระจัดกระจาย พระอาทิตย์กัดฟันกรอดกระชากเรียวของเชนให้ลุกจากเตียงแล้วตะคอกถามเสียงดัง

“หยุด!!! กูถามว่าเป็นอะไร” 

“พะ…พระอาทิตย์ กะ…อึก เจ็บหน้าอก กูหายใจไม่…ออ… ออก แฮ่กๆ” ใบหน้าเชนขาวซีด สีหน้าเหยเกเพราะความเจ็บพูดบอก

“ยาอยู่ไหน” พระอาทิตย์ถามขึ้นและจับหมอนอีกใบซ้อนให้เชนนอนสบายขึ้น

“อึก อื้อ…” เชนไม่ได้ตอบออกมา มือบางได้แต่ควานหายาที่หัวเตียง

“กูถามว่ายาอยู่ไหน เชน!!! อย่ามาดื้อใส่กูตอนนี้ หัดเจียมกะลาหัวบ้างเถอะ จะตายแล้วยังมาดื้อใส่กูอีกนะมึง” พระอาทิตย์ยืนหงุดหงิดพูดต่อว่าออกมาเสียงดัง เขามองตามมือของเชนและค้นหายาบริเวณหัวเตียง

“แม่ง จะมาตายห่าอะไรตอนนี้วะ” มือหนาหยิบกระปุกยาขึ้นมาสองสามกระปุก

“ยานี่ใช่ไหมเชน Shit!!!” พระอาทิตย์หยิบกระปุกยาส่งให้แต่ก็ต้องสบถออกมาเพราะเชนเหมือนจะหลับหรือสลบไปกันแน่ เขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ          พระอาทิตย์ค่อยๆ ยกฝ่ามือทาบแนบที่อกบางของเชน หัวใจของอีกฝ่ายเต้นเร็วผิดจังหวะจนน่ากลัว

“เชน!!! เชน…ไอ้เชนตื่น แม่ง!!! แจ็ค ไอ้แจ็คเข้าหามากูด่วน”          พระอาทิตย์ทั้งปลุกเชน ทั้งตะโกนเรียกลูกน้องคนสนิท

“ว่าไงครับนาย” แจ็ครีบวิ่งเข้ามาภายในห้องอย่างรวดเร็วเพราะเขาคอยเฝ้าอยู่หน้าห้องอยู่ตลอด

“ไปเอาน้ำมาให้กู” พระอาทิตย์สั่งเสียงเข้ม

“ครับ” แจ็คมองอาการของเชนและรีบวิ่งไปเอาน้ำมาให้ผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว

“อ้าปาก กินยา” เสียงทุ้มพูดบอกข้างหู

“ค่อยๆ กลืน” พระอาทิตย์สั่งออกมาเสียงอ่อนลงกว่าทุกครั้ง

เชนทำตามอย่างว่าง่าย เวลาผ่านไปสักระยะพระอาทิตย์เห็นว่าเชนอาการเริ่มกลับมาเป็นปกติ มือหนาใช้นิ้วเกลี่ยเช็ดน้ำตาที่หางตาให้อย่างเบามือก่อนทำท่าจะลุกจากข้างเตียง แต่ถูกมือบางของเชนคว้าจับมือหนาไว้และปรือตาขึ้นมอง

“อื้อ อย่าทิ้งกู แฮ่ก…ฮึก…อย่าทิ้ง…อึก…กู ฮือๆ” เชนพูดสะอื้นออกมาเสียงเบาราวกับละเมอ

“…” พระอาทิตย์ตกใจไม่น้อยที่เห็นเชนร้องไห้เหมือนเด็ก

“ชู่ว เงียบ!!! มึงจะร้องไห้ทำไม กูแค่จะโทรเรียกรถพยาบาล”            พระอาทิตย์รีบนั่งลงข้างเตียงและดึงเชนเข้ามากอดไว้

“มะ…ไม่!!! อึก ฮือๆๆๆ มึงจะทิ้งกู แฮ่กๆ”

พระอาทิตย์ถอนหายใจออกมาหนักๆ มือบางของเชนจับมือและใช้เล็บจิกแขนหนาของเขาอย่างแรง

“กูไม่ได้ไปไหน ค่อยๆ หายใจ” พระอาทิตย์รีบพูดออกมา เขาก็กลัวว่าคนในอ้อมกอดจะเป็นอะไรมากกว่านี้

“แฮ่กๆ อึก อื้อ ฮึกๆ” เสียงครางร้องไห้ในลำคออย่างทรมานจนคนได้ยินเองยังรู้สึกเจ็บแทน

“เงียบซะ กูไม่ได้ไปไหนอย่าร้อง” พระอาทิตย์ใช้น้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้พูดปลอบ

“ฮึกๆ กูเจ็บ” เชนพูดอ้อนขึ้นสลับกับเสียงสะอื้นไห้ไม่หยุด

“อืม กูรู้” พระอาทิตย์สีหน้าเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด เขาเอาแต่จ้องมองคนในอกนิ่งๆ อยู่แบบนั้นกระทั่งเชนนอนหลับลงไปอีก 

   “ไอ้หมอ กูจะให้มึงช่วยมาดูอาการคนหน่อย ว่างไหมวะ” เสียงทุ้มพูดใส่มือถือเครื่องหรูของตัวเอง

“ที่คอนโด xxxx เออๆ ถึงแล้วโทรขึ้นมาละ” พระอาทิตย์พูดจบก็วางสายแล้วกลับมาสนใจคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงต่อ…

หลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หมอกฤตก็มาถึงคอนโดของเชนพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์

“ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้มีสภาพแบบนี้” หมอกฤตถามขึ้นพลางยกมืออังหน้าผากของเชนอย่างเบามือ

“ก็นิดหน่อย แค่เด็กขาย” พระอาทิตย์พูดจบก็ถูกหมอกฤตตวัดสายตาคาดโทษทันที 

“เด็กขายหรือไม่ขาย นายก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้” หมอกฤตพูดขึ้นอย่างไม่พอใจที่เห็นเพื่อนตัวเองทำรุนแรงแบบนี้อีก

“กูให้มาดูไอ้เด็กนี่ ไม่ใช่ให้มาบ่นกูนะหมอ” พระอาทิตย์ใช้มือเสยผมลวกๆ แล้วยืนเท้าเอวพูดขึ้น

“…” หมอกฤตทำท่าจะเดินออกจากห้อง

“เออๆ กูผิดๆ ขอโทษ” พระอาทิตย์รีบง้อขอโทษเพื่อนตนเองทันที สายตาดุดันมองพระอาทิตย์และถอนหายใจออกมา

“ออกไปก่อน เราขอตรวจเด็กคนนี้ก่อน” หมอกฤตพูดออกมาอย่างหนักใจ

“ก็ตรวจไปดิ กูจะอยู่ตรงนี้ไม่รบกวนมึงหรอกน่า” หมอกฤตถอนหายใจออกมาหนักๆ ในความดื้อรั้นของเพื่อนตัวเอง

“ขอดูยาที่นายเอาให้เด็กคนนี้กินหน่อย”

หมอกฤตหันไปถามหลังจากที่ตรวจทั้งชีพจรและฟังเสียงการเต้นของหัวใจเชนเรียบร้อย พระอาทิตย์เดินไปที่หัวเตียงและหยิบกระปุกยาสองสามกระปุกยื่นให้

หมอกฤตรับมาและอ่านฉลากก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันและมองไปยังเชนที่ตอนนี้กำลังหลับสนิท หายใจเข้าออกสม่ำเสมอขึ้นแต่บางครั้งก็มีติดขัดบ้างแต่อาการไม่น่าห่วงอะไร

“มีอะไรหรือเปล่าวะหมอ” พระอาทิตย์ถามขึ้นเสียงขรึม

“ยานี่เป็นยานำเข้า” หมอกฤตพูดขึ้นพลางมองคนบนเตียงนิ่ง

“แล้วเป็นยารักษาอะไร” พระอาทิตย์ถามด้วยความอยากรู้ว่าเชนเป็นโรคอะไร

“หัวใจ…รักษาโรคหัวใจ แต่มันมียาตัวอื่นด้วยเราไม่แน่ใจแต่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจ คงต้องเอาไปตรวจเพิ่มหรือไม่นายก็พาเด็กนี่ไปโรงพยาบาล” หมอกฤตพูดขึ้น

พระอาทิตย์นิ่งไปนิดและมีสีหน้าเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

“ช่างเถอะ มึงก็ทำเท่าที่มึงทำได้แล้วกัน” พระอาทิตย์พูดขึ้นหลังเงียบไปอยู่นาน

“พระอาทิตย์ เด็กคนนี้อาจถึงตายได้ถ้านายยังทำแบบนี้” หมอกฤตพูดขณะกดเข็มเข้าที่หลังมือของเชนเพื่อเจาะใส่สายน้ำเกลือ

“กูไม่ได้ทำอะไรมัน” พระอาทิตย์ปากแข็งปฏิเสธเสียงเรียบ

“ตามใจ เราก็แค่เตือนนายเท่านั้น” หมอกฤตถอดถุงมือยางและเปิดผ้าปิดปากของตัวเองวางไว้ข้างๆ ตัว

หมอกฤตตรวจดูร่างกายของเชนขณะนอนหลับใหล ทั้งอาการป่วยบวกกับพิษไข้ที่ยังไม่หายดี รวมถึงความรุนแรงจากการกระทำของคนตัวโตที่ยืนอยู่ข้างเตียง ทำให้เขาไม่แปลกใจเลยที่เด็กหนุ่มจะมีอาการทรุด

“แค่กๆ อึก อื้อ” เชนไอออกมาเสียงดังแต่ก็ไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้น

“เราฉีดยาให้แล้วเพราะเขามีไข้ อ้อ…แล้วช่วงนี้อย่าเพิ่งให้เขาทำอะไรแรงๆ หรือหนักๆ ล่ะ เดี๋ยวอาการจะกำเริบขึ้นมาอีก” หมอกฤตพูดขึ้นมาพร้อมมองตัวต้นเหตุที่ยืนเฉยอยู่ข้างเตียง

“รวมถึงเซกซ์ด้วยไหมวะ” พระอาทิตย์ถามขึ้นเสียงจริงจัง

“พระอาทิตย์!!!” หมอกฤตเผลอตะคอกเพื่อนตัวเองเสียงดัง

“กูถาม กูจะได้ไม่ทำมันไงเล่า!!!” เขาพูดแก้ตัวอย่างหน้าตาย

“นี่นายโตแล้วนะ คิดเองไม่เป็นหรือยังไง” เสียงของคนทั้งสองทำให้เชนขยับตัวเล็กน้อยและลืมตาขึ้นมอง หมอกฤตกับพระอาทิตย์หันไปมองพร้อมกัน

“ตื่นแล้วเหรอครับ สวัสดีครับผมหมอกฤตยะครับ” หมอกฤตแนะนำตัวเอง 

“ครับ…ขอน้ำ” เชนตื่นขึ้นมาเพราะเสียงของคนทั้งคู่ เขารู้สึกกระหายน้ำ พระอาทิตย์ที่ได้ยินก็รีบรินน้ำแล้วยื่นแก้วส่งให้ เชนดื่มมันอย่างรวดเร็ว

“ผมขอถามหน่อยสิครับทำไม คุณถึงต้องกินยาพวกนี้” หมอ กฤตถามขึ้นอย่างสงสัย

“…” เชนเอาแต่เงียบ สายตาเหลือบมองคนข้างเตียงอย่างไม่ใส่ใจ

“ไอ้เชน” พระอาทิตย์เรียกเชนเสียงลอดไรฟัน

“พวกคุณออกไปเถอะ ขอบคุณมากนะครับหมอ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่เดี๋ยวผมจัดการให้นะครับ รบกวนทิ้งนามบัตรไว้ด้วย”

เชนพูดขึ้นแค่นั้น ทำให้พระอาทิตย์หมดความอดทนขึ้นมามือหนากระชากแขนเชนอย่างแรง

“มึงนี่มันวอนโดนกูกระทืบจริงๆ” พระอาทิตย์ตะคอกใส่เชนเสียงดัง

“อ๊ะ ปล่อยกู” เชนร้องออกมาเสียงหลงด้วยความเจ็บ

“ทำไม เกิดสำออยขึ้นมาเหรอ หึ” พระอาทิตย์ยิ้มเย็นมองเชนอย่างนึกสะใจ

หมอกฤตเดินเข้ามาดึงตัวเชนออกห่างจากเพื่อนตัวเอง

“พอ หยุด!!! พระอาทิตย์เดี๋ยวเราคุยเอง นายออกไปก่อนไป” หมอกฤตพูดออกมาเสียงแข็งและส่งสายตาดุให้พระอาทิตย์

“ฮึ่ย มึงนี่มัน!!!” พระอาทิตย์เดินออกจากห้องนอนไปอย่างหงุดหงิด…

“…” ภายในห้องเงียบลงไปสักพักใหญ่

“กลับไปเถอะ ผมไม่ได้เป็นอะไร” เชนพูดขึ้นเสียงเหนื่อยๆ

“คุณสามารถทานยาแพงๆ ได้ ทำไมไม่คิดจะรักษามันให้หายดีล่ะ”   หมอกฤตพูดถามขึ้นพร้อมเตรียมยาเพื่อฉีดเข้าเส้นเลือดของเชนอีกครั้งก่อนจะกลับ

“ไม่จำเป็น” เชนพูดออกมาเสียงเรียบ หมอกฤตชะงักไปนิด เมื่อรู้สึกได้ว่าเชนไม่พอใจเขาเท่าไหร่

“ครับ ถ้างั้นคุณควรทานยาให้ตรงเวลานะครับ แล้วก็ควรพักผ่อนมากๆ ผมฉีดยาให้แล้ว ส่วนน้ำเกลือนี่พรุ่งนี้เช้าผมจะเข้ามาถอดให้” หมอกฤตพูดจบก็ถือกล่องเครื่องมือเดินไปที่ประตูห้อง

“ขอบคุณมากนะครับหมอ” เชนพูดเสียงนิ่ง

“ครับ…”

“เป็นไงบ้างวะหมอ” พระอาทิตย์รีบเดินเข้ามาถามกฤตยะ

“ใครเป็นอะไร ก็ไม่มีอะไรนี่” หมอกฤตพูดตบพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

“ไอ้หมอ มึงอย่าเพิ่งกวนประสาทกูสิวะ” พระอาทิตย์บ่นโอดครวญ

“หึ เด็กคนนี้ไม่ใช่เด็กขายแบบที่นายว่าใช่ไหม”

หมอกฤตหรี่ตามองจับผิดพระอาทิตย์และถามขึ้นอย่างสงสัย

“มันบอกอะไรมึง หมอ” พระอาทิตย์ถามขึ้นเสียงเรียบ

“บอกอะไรล่ะ นายคิดว่าเด็กคนนั่นจะบอกอะไรเราอย่างนั้นเหรอ        พระอาทิตย์”

หมอกฤตพูดถามออกมาเสียงหงุดหงิด พระอาทิตย์ชะงักไปนิดเพราะหมอกฤตรู้ทันเขาตลอด ให้ตาย หมอบ้าอะไรฉลาดเป็นกรด

“เออน่า กูไม่เอามันไปต้มยำทำแกงหรอก เชื่อกูเถอะ กูไม่ทำแบบนั้นแล้ว” พระอาทิตย์พูดยืนยัน

ทุกครั้งเวลาหมอกฤตมาเจอบรรดาคู่นอนของพระอาทิตย์ก็ล้วนแต่เป็นเด็กขายบริการทั้งสิ้น แม้ว่าเด็กเหล่านั้นจะมาหาเพื่อนเขาด้วยความเต็มใจก็ตาม บางครั้งเขาเองยังแอบยัดเงินแล้วช่วยพาเด็กพวกนั้นออกมาด้วยซ้ำ แต่เด็กทุกคนมักมีรอยฟกซ้ำจากบทรักรุนแรงของพระอาทิตย์เสมอจนเขาเบื่อที่จะปราม

แต่กับเชนเด็กหนุ่มที่เขาได้พบล่าสุด เพื่อนเขาทำรุนแรงจนร่างกายบางบอบช้ำไปเสียทุกส่วน โดยเฉพาะช่องทางด้านหลังที่อักเสบบวมช้ำจนน่ากลัว แค่คิดว่าเพื่อนตัวเองทำอะไรกับเด็กคนนั้นกันแน่น เขาก็แทบอยากจะบ้าตาย

หมอกฤตจ่ายยาให้เชนโดยมีแจ็คคอยฟังรายละเอียดเรื่องยาแทนเจ้านายที่ไม่ได้สนใจใยดีอะไรสักเท่าไรนัก

เชนหลับๆ ตื่นๆ เพราะถูกพระอาทิตย์ปลุกขึ้นมากินยาตลอด          พระอาทิตย์เผลอหลับไปทั้งๆ ที่ในมือยังกำผ้าขนหนูที่ไว้เช็ดตัวเชน

เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้นมองไปรอบๆ เห็นว่าพระอาทิตย์นั่งหลับอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงนอนตน พระอาทิตย์ขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าคมก้มลงแนบไปกับอกตัวเอง เสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอดังให้ได้ยิน

ก๊อกๆๆ

“ใคร” เสียงเชนถามขึ้น

“ผมแจ็คครับ คุณเชน” เสียงลูกน้องของพระอาทิตย์ดังขึ้นจากหลังประตู 

เชนทำท่าจะลุกจากเตียงทำให้พระอาทิตย์รู้สึกตัว ทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมามือหนาก็จับรั้งแขนของเชนให้นอนลงที่เดิม

“เดี๋ยวกูไปดูเอง” พระอาทิตย์พูดเสียงนิ่ง

“อืม” เชนตอบรับในลำคอ พระอาทิตย์ลุกจากเตียงอย่างรวดเร็วจนเซไปชนกับเก้าอี้ข้างเตียงอย่างแรง 

“Shit!!! ห้องแม่งจะเล็กคับแคบไปไหนวะ ย้ายไปอยู่กับกูเลยนะมึง”     พระอาทิตย์พูดขึ้นอย่างหงุดหงิด ทั้งเจ็บทั้งโมโหที่เดินไม่ระวัง

“แล้วมันเกี่ยวอะไร กูซื้อคอนโดเพื่ออยู่คนเดียวไม่ได้คิดให้ใครมาอยู่ด้วย ใครให้มึงมาอยู่ห้องกูล่ะ” เชนพูดขึ้นตามความจริงอย่างนึกฉุนเฉียไม่ต่างกัน

“อย่ามาทำเป็นปากดี เดี๋ยวมึงจะโดน” พระอาทิตย์ชี้นิ้วคาดโทษและเดินไปเปิดประตูห้องนอนหัวฟัดหัวเหวี่ยง

“ไอ้คนประสาท” เชนว่าพึมพำออกมา

“มีอะไร” พระอาทิตย์เดินมาเปิดประตูให้ลูกน้องตัวเอง

“จะให้พาคุณเชนไปโรงพยาบาลเลยไหมครับ”

“ไม่ต้อง พามันกลับบ้าน” พระอาทิตย์พูดเสียงเรียบ

“บ้านใครครับนาย” แจ็คถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เผื่อเจ้านายเขาอาจเปลี่ยนใจพาเชนไปส่งที่บ้าน

“บ้านกู” พระอาทิตย์ยกยิ้มมุมปาก

“ครับนาย” แจ็ครับคำพร้อมก้มหัวเล็กน้อย

“ไปไหน” พระอาทิตย์เดินกลับเข้ามาในห้องและเห็นเชนกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำอย่างเก้ๆ กังๆ มือบางยกขวดน้ำเกลือขึ้นเหนือหัว

“อาบน้ำ” เชนบอก

“ไม่ต้อง เดี๋ยวกูออกมาเช็ดตัวให้” พระอาทิตย์พูดขึ้น มือหนาเลิกชายเสื้อกล้ามของตัวเองแล้วถอดออก ก่อนจะเดินเข้ามาอุ้มเชนกลับไปที่เตียง

“อะ…มึงว่าอะไรนะ” เชนถามขึ้นอย่างแปลกใจ 

“เดี๋ยวออกมาเช็ดตัวให้ นอนไปก่อน กูอาบน้ำเดี๋ยวเดียว”  พระอาทิตย์พูดบอกแล้ววางเชนลงบนเตียงกว้าง

“ไม่ต้องกูหายแล้ว” เชนปฏิเสธออกมาเสียงนิ่ง

“กูบอกให้นอนรอ อย่าให้กูต้องพูดหลายรอบ” พระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงเหนื่อยๆ ไม่ได้ตะคอกแต่อย่างใด

“แล้วทำไม่มึงต้องมาเสือกรับผิดชอบในสิ่งที่มึงทำเลวๆ กับกูไว้นักล่ะ”  จู่ๆ เชนก็คิดถึงเรื่องที่ผู้ชายตรงหน้าทำกับเขาอย่างโหดร้าย

พระอาทิตย์เลิกคิ้วมองเชนนิ่งๆ ทำไมถึงได้ดื้อด้านแบบนี้ ตัวจะตายยังทำเก่ง 

“หึ อยากรู้เหรอ” เขายิ้มเหยียดให้เชนอย่างร้ายกาจ 

“ก็กูรู้สึกสมเพชมึงน่ะสิ มานอนเป็นอีตัวให้กูล่อแบบนี้จะปล่อยทิ้งไว้ให้นอนตายก็ใช่เรื่อง ในเมื่อกูยังไม่เบื่อ กูก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้มึงตาย แต่ถ้าวันไหนกูเบื่อแม้แต่เสียงลมหายใจของมึงกูก็ไม่อยากได้ยิน จำไว้!!!”          พระอาทิตย์พูดเสียงเย็น

“สารเลว คนแบบมึงคงไม่ได้ตายดี” เชนเข่นเขี้ยวพูดใส่หน้าพระอาทิตย์อย่างนึกโมโห

“ฮะๆๆ เรื่องนั้นกูรู้นานแล้ว” เสียงพระอาทิตย์พูดกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

เชนเหนื่อยที่จะพูดต่อล้อต่อเถียงกับคนแบบพระอาทิตย์ เขาได้แต่เมินหน้าหนีหันออกไปอีกทาง 

“ถึงมึงจะรังเกียจกูแทบขาดใจตาย ยังไงมึงก็หนีกูไม่พ้น รีบๆทำใจให้ชินซะนะ” พระอาทิตย์กระซิบพูดเสียงเย้ยหยันข้างหูของเชน

“ถ้าถึงวันนั้นกูคงคิดหาวิธีฆ่ามึงสำเร็จ” เชนหันหน้ามอง แววตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมอย่างเคียดแค้นชิงชัง

“หึ กูแทบจะอดใจรอให้ถึงวันนั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ”

พระอาทิตย์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง หลายครั้งที่เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นนิ่งแบบนี้มักจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดตามมาเสมอ 

“อย่าโอหังให้มันมากนัก กูเหนื่อยกับมึงมาทั้งคืนแล้วให้มันรู้สำนึกซะบ้าง” พระอาทิตย์ผลักเชนให้นั่งลงบนเตียงกว้าง

“แล้วใครเสือกให้มึงมาดูแลกู” เชนต่อล้อต่อเถียงออกมาอย่างไม่ยอมคนตรงหน้าเลยสักนิด

“อย่าปากดีให้มันมากนัก ดีแค่ไหนที่กูไม่ปล่อยให้มึงนอนตายห่าในห้องเล็กๆ เท่าแมวดิ้นตายแบบนี้” พระอาทิตย์เค้นเสียงออกมาดังกร้าว มือหนาบีบที่ปลายคางของเชนอย่างแรง

“ถ้ากูออกมาไม่เจอมึง กูเอามึงตายแน่ไอ้เชน” ร่างแกร่งพูดขู่เสียงต่ำและเดินเข้าห้องน้ำไป ปล่อยให้เชนนั่งนิ่งอยู่บนเตียงแบบนั้น

เชนลุกจากเตียงพร้อมกับถอดสายน้ำเกลือออกเองโดยไม่รู้สึกเจ็บ เขาเดินออกจากห้องนอนก็พบว่าภายนอกดูเรียบร้อยแตกต่างจากเมื่อคืน และเจอกับแจ็คที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง 

“คุณเชนต้องการอะไรหรือเปล่าครับ” แจ็คถามขึ้นอย่างสุภาพ

// ลูกน้องกับเจ้านายทำไมมันถึงได้ต่างกันราวฟ้ากับเหวแบบนี้นะ //    เชนคิดในใจ

“ไม่…” เสียงเชนแหบพร่าและแผ่วเบา เขาเดินผ่านกายสูงใหญ่ของแจ็คไป อย่างช้าๆ

“จะให้ช่วยอะไรก็บอกนะครับ” แจ็คที่เห็นสีหน้าของเชนไม่ค่อยดีจึงพูดขึ้นอีกเพื่อให้ร่างบางได้สบายใจขึ้นเท่านั้น เขารู้ดีว่าเชนพบเจออะไรมา

“นายช่วยฉันได้เหรอ นายช่วยเอาไอ้นรกนั่นไปให้ห่าง…เอามันออกไปจากชีวิตฉัน นายทำได้ไหนล่ะ ฮึก” เชนหยุดยืนตัวสั่นเทาพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ 

“ขอโทษนะครับ ผมคงช่วยคุณเรื่องนั้นไม่ได้” แจ็คได้แต่พูดออกมาเสียงนิ่งและก้มหัวให้เชนอย่างสุภาพ

“ช่างเถอะ นายออกไปได้แล้ว” เชนถอนหายใจออกมาหนักๆและเดินออกไปยังระเบียงห้องของตัวเอง

“ครับผม” แจ็ครับคำและได้แต่มองตามแผ่นหลังบางอย่างนึกสงสาร

ร่างกายอันบอบช้ำพาตัวเองเดินมาที่ระเบียง ลมในตอนเช้าพัดกระทบผิวใสที่ตอนนี้สวมเพียงเสื้อยืดบางๆ เขาจะทนผู้ชายคนนี้ได้อีกนานแค่ไหนกัน ทำไม่ถึงไม่ยอมเลิกราไปสักที

มือบางจับกระจกที่กั้นระเบียงช้าๆ เชนถอนหายใจออกมายาวเหยียด หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นไม่ค่อยเป็นจังหวะทำให้เขาต้องยกมือขึ้นทาบไว้กลางอก

เขาเหนื่อยมากตั้งแต่เจอผู้ชายคนนี้ ร่างกายเขาทำงานหนักเกินไปเสียจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ทุกครั้งที่ถูกอีกฝ่ายกระทำอย่างป่าเถื่อน ไร้ซึ่งความปรานี

“บ้าจริง แล้วกูจะมายืนดราม่าทำส้นตีนอะไรวะ” เชนได้แต่สบถอย่างหัวเสียกับตัวเอง

“อย่าเพิ่งใกล้ตายก่อนจะได้ฆ่ากูละ”

เสียงนิ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง มือหนาสวมกอดเอวคอดของเชนหลวมๆ

“ฝันรึไงว่ากูจะตายก่อนมึง ไม่มีทาง” เสียงนิ่งของเชนพูดขึ้น

“หึๆ เก่งจริงๆ ไปเช็ดตัว ออกมายืนตากลมทำไม”

พระอาทิตย์ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จกลิ่นกายยังมีกลิ่นสบู่อ่อนๆ ของเชนติดมา ทำให้ร่างบางหัวใจเต้นรัวขึ้นมาเสียอย่างนั้น 

// บ้าจริง //  เชนคิดต่อว่าตัวเองในใจ

“ไม่ต้อง” เชนพูดออกมาเสียงเรียบ 

“กูบอกว่ายังไง” เสียงเข้มพูดขึ้นเน้นย้ำ

“ก็ไม่อาบ ไม่เช็ด ไปมันแบบนี้แหละ” เชนพูดเสียงติดจะรำคาญและพยายามเบี่ยงตัวออกจากอ้อมกอดของพระอาทิตย์

“อย่าทำตัวสกปรก กูไม่ยอมนั่งรถไปกับคนตัวเหม็นหรอกนะ”            พระอาทิตย์พูดเสียงเรียบ

“หึ กูตัวเหม็นแต่มึงก็กอดกูไม่ยอมปล่อย” เชนเผลอพูดออกไปโดยไม่ได้คิดอะไร แต่กลับทำเอาพวกเขาชะงักไปทั้งคู่ พระอาทิตย์คลายมือออกอย่างรวดเร็วและเดินเข้าห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก 

“เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกล่ะ” เชนกระซิบบ่นอุบคนเดียวเบาๆ

“โอ้ย ไอ้เชน มึงนี่ประสาทเข้าขั้นรึไง ยืนคุยคนเดียวได้ทั้งวัน” เชนเอามือยีหัวตัวเองจนผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด ก่อนจะเดินตึงๆ กลับเข้ามาในห้องนอน

บนเตียงมีพระอาทิตย์นั่งถอดเสื้ออวดร่างกายขาว อกแกร่งและมัดกล้ามที่เรียงตัวสวยเป็นลูกสลับซ้ายขวา นี่สินะที่เขาเรียกว่าหุ่นสมชายชาตรี ต่างกับตัวเชนลิบลับ ที่ทั้งเอวบาง ไม่มีกล้ามเนื้อเท่าไหร่ อีกทั้งผิวที่ละเอียดจนใครๆ ต่างก็คิดว่าเขาเป็นเด็กผู้หญิงเสียอีก เชนคิดแล้วก็ได้แต่กรอกตามองบนตำหนิว่า   พระเจ้าไม่ยุติธรรมจริงๆ

“ถอดเสื้อผ้าเร็วๆ กูไม่ได้มีเวลามานั่งเฝ้ามึงทั้งวันนะไอ้เชน”

พระอาทิตย์พูดด้วยท่าทีสบายๆ ขึ้นมาเล็กน้อย เชนได้แต่ยืนชิดประตูห้องน้ำและไม่รอช้า มือบางคว้าจับประตูห้องน้ำเปิดออกก่อนจะรีบเข้าไปภายในและล็อกประตูอย่างรวดเร็ว พระอาทิตย์ได้แต่นั่งกัดฟันกรอดอยู่บนเตียง กายหนาลุกขึ้นมายืนทำหน้าถมึงทึงอยู่หน้าห้องน้ำ มือหนาเคาะประตูห้องน้ำรัวเสียงดังลั่น

“ออกมานะ ไอ้เชน!!!” พระอาทิตย์ตะโกนและใช้มือทุบประตูห้องน้ำดังกร้าว

“…” ไม่มีเสียงตอบรับเล็ดลอดออกมาจากภายใน

“มึงอยากตายใช่ไหม” พระอาทิตย์ยังไม่หยุด เขากระหน่ำฝ่ามือตบเข้าไปที่ประตูห้องน้ำบานหรูของเชน 

ปังๆๆๆ

“ถ้าไม่ออกกูจะพังเข้าไป” พระอาทิตย์ใช้ไม้ตายพูดขู่เสียงเข้ม

“…” แต่ก็ยังไร้เสียงตอบรับจากเชน

เสียงน้ำไหลลงกระทบพื้นทำให้พระอาทิตย์ต้องชะงักหยุดกึก เขากัดฟันกรอดจนขึ้นเป็นสันนูนข้างแก้ม 

ปัง!!!

เสียงตบประตูดังลั่นจนคนในห้องน้ำถึงกับสะดุ้งเฮือก 

“ไอ้ประสาท”

เชนได้แต่บ่นอุบอยู่ภายใต้สายน้ำที่ไหลรินจากฝักบัว เวลาผ่านไปสักพักใหญ่กายขาวก้าวออกมาจากห้องน้ำหรูภายในห้องพักของตัวเอง         พระอาทิตย์นั่งกอดอกหลังพิงกับหัวเตียงจ้องเขม็งมองร่างบางอย่างไม่วางตา

“พูดไม่เคยจะฟัง ดื้อด้าน” เสียงพระอาทิตย์บ่นออกมาอย่างหงุดหงิด

“…” เชนเดินเช็ดผมไปเรื่อย กายขาวพันผ้าขนหนูไว้รอบเอวเพียงเท่านั้น เขาเองไม่คิดอยากจะเสวนากับผู้ชายคนนี้สักเท่าไรเลยเลือกที่จะอยู่เงียบๆ แทน

“ถ้ามึงไข้กลับสภาพใกล้ตายขึ้นมาอีกรอบ กูจะกระทืบซ้ำ”          

พระอาทิตย์ยังไม่หยุดบ่นออกมา สายตามองไปยังร่างบางที่ทำเป็นไม่สนใจตนเอง เขารีบลุกขึ้นยืนข้างๆ เตียง

“…” เชนไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเลยสักนิด

“มึงจะกวนประสาทกูไปถึงไหน ห๊ะ” มือหนาคว้าแขนเรียวของเชนให้หันมาสนใจตัวเอง เสียงถอนหายใจออกมาหนักๆ ของเชนดังขึ้น

“พอใจรึยัง ถ้าหายบ้าแล้วก็ช่วยปล่อย กูจะใส่เสื้อผ้า”

เชนหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวแบรนด์ดังขึ้นมาสวม มือบางค่อยๆ ติดกระดุมไปเรื่อยๆ สายตาของพระอาทิตย์จ้องเขม็งอย่างหงุดหงิดกับท่าทางของเชน

“ฮึ่ย!!! กูให้เวลาสิบนาทีถ้ายังอ้อยอิ่งกูจะเข้ามาจัดการมึง”

พระอาทิตย์พูดจบก็เดินออกไปนอกห้องนอนทันที โดยที่เชนไม่ได้พูดอะไร จนกระทั่งเขาแต่งตัวในชุดนักศึกษาเรียบร้อยแล้ว

“จะไปไหน” พระอาทิตย์ถามออกมาเสียงเรียบ

“ไปเรียน” เชนตอบแค่นั้นและเดินไปที่ตู้รองเท้า 

“ใครบอกให้มึงไปเรียน” พระอาทิตย์ถามเสียงเข้ม

“ไม่ต้องมีใครมาบอกกูหรอกนะ เรื่องไปเรียนเนี่ย” 

“มึงนี่มัน ไม่เข็ดใช่ไหมถึงได้ขัดคำสั่งกูจัง”

“แล้วทำไมกูต้องฟังคำสั่งมึง” เชนเชิดหน้าเถียงออกมา ทำไมเขาต้องยอมฟังคำสั่งของคนคนนี้ด้วยล่ะ ไม่มีทาง

พระอาทิตย์เดินมาหาเชนช้าๆ มือหนาจับที่ท้ายทอยของเชนและบีบเน้นหนักมือ ร่างแกร่งยืนซ้อนด้านหลังเชนไว้ ขณะที่มือหนาอีกข้างเอื้อมรวบเอวเชนเข้าชิดตัวเองจนกายแนบกัน

“อยากรู้ไหมทำไม” เสียงเย็นของพระอาทิตย์กระซิบข้างหู ลิ้นร้อนไล้เลียติ่งหูเล็กช้าๆ

“นี่…มึง…จะทำอะไร” เชนเอียงศีรษะหลบลิ้นที่ฉกไล้ตามซอกใบหูเล็กของเขา

“ก็ทำให้มึงสำนึกได้ไงว่าทำไมมึงถึงต้องเชื่อฟังคำสั่งกู” คนตัวโตพูดขึ้นและกัดเข้าที่ซอกคอขาว

“อ๊ะ…อย่า!!!” เชนร้องห้ามออกมาเสียงหลง

“มือมึงหยุดผลักกูสักที” เชนพยายามผลักและดันศีรษะของพระอาทิตย์ออกจากซอกคอตัวเอง

“มึงจะกลับบ้านมึงไม่ใช่รึไง!!!” เชนพูดขึ้นเผื่อคนตัวโตจะได้สติกับเขาบ้าง

“พระอาทิตย์ กูต้องไปเรียน” เชนพูดขึ้นเสียงอ่อนลง

“ไม่!!! มึงคิดว่ากูจะใจดีปล่อยให้มึงไปไหนมาไหนตามอำเภอใจรึไง”   พระอาทิตย์หยุดการกระทำของตัวเองลงและพูดขึ้นเสียงเรียบ

“กูไม่ใช่นักโทษของมึงนะ” เชนกระชากเสียงใส่

“อยากไปก็ไป แต่ต้องให้ไอ้แจ็คไปเฝ้า”

พระอาทิตย์ปล่อยมือจากเอวคอดของเชนและเดินไปหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ

“กูโตแล้วนะ มึงจะเกินไปหน่อยแล้วมั้งพระอาทิตย์” เชนพูดออกมาเสียงดัง เขารู้สึกจริงๆ ว่าพระอาทิตย์เข้ามาก้าวก่ายชีวิตของเขามากเกินไปแล้ว

“ไม่เกินไปหรอก เฝ้าคนอย่างมึงไม่งั้นเดี๋ยวก็เที่ยวไปแรดอ้าขาให้คนอื่นล่อทำไง กูไม่ชอบใช้รูร่วมกับใครว่ะ ฟู่ว” พระอาทิตย์พูดจบก็พ่นควันสีเทาเข้าเต็มใบหน้าของเชน

“แค่กๆ ไป…แค่กๆ ตายซะ” เชนสำลักควันจนไอคลุ้งออกมาเสียงดัง

“อย่าปากดี รีบตามกูออกไปก่อนที่มึงจะไม่ได้ออกจากห้องนะไอ้เชน” พระอาทิตย์พูดเสียงนิ่งและเดินออกจากห้องไปพร้อมเสียงปิดประตูห้องดังลั่น

เวลาผ่านไปได้สักพักใหญ่ เชนเปิดประตูออกมาจากห้องก็ต้องชะงักไปนิดเพราะพระอาทิตย์กับแจ็คยืนจังก้ารออยู่หน้าประตู

“กว่าจะเสด็จออกมาได้” เสียงว่ากระแหนะกระแหนไม่หยุด

“แล้วใครเสือกให้รอ” เชนเองก็ไม่มีทีท่าจะลดราวาศอกให้

“มึงนี่มัน…มีเรียนไม่ใช่รึไงยังจะมาอ้อยอิ่ง ไป!!!”

มือหนากระชากแขนเชนให้เดินนำเขาไป เชนไม่ได้พูดอะไรได้แต่เดินนำมายืนกดลิฟต์ โดยมีพระอาทิตย์เดินมายืนอยู่ข้างๆ และแจ็คที่เดินตามมาด้วยอีกคน

“ไปยืนห่างๆ กูหน่อยได้ไหม” เชนมองพระอาทิตย์ตาขวางแล้วพูดขึ้น

“ทำไม” พระอาทิตย์เลิกคิ้วถามออกมา

“กูรังเกียจ” เชนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไอ้…”

ติ๊ง!!!

เหมือนเสียงระฆังหมดยกเพราะลิฟต์ขึ้นมาจอดที่ชั้นของเชนพอดี แจ็คได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะถ้าลิฟต์ไม่มาเสียก่อนมีหวังเจ้านายเขาคงทำกับร่างบางเหมือนทุกครั้ง

“รอด้วยครับ” เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งรีบวิ่งตามมาหน้าลิฟต์ มือหนาเอื้อมกั้นประตูลิฟต์ไว้ เชนรีบกดเปิดลิฟต์เปิดออกทันทีเพราะกลัวว่าจะหนีบมือของอีกคนที่อยู่ด้านนอก

“ขอบคุณมากครับ” ร่างสูงใหญ่ของผู้มาใหม่เดินเข้ามาในลิฟต์แล้วหันหลังให้โดยไม่ได้มองว่ามีใครอยู่ในลิฟต์บ้าง

“คุณไททัน” เสียงแจ็คดังออกมาจากด้านหลัง ร่างสูงของผู้เข้ามาใหม่เหลียวมองอย่างแปลกใจ

“มาทำอะไรที่นี่…แล้วนี่อะไรกันวะ” เด็กหนุ่มสบถดังขึ้นอย่างหัวเสีย

“คำถามนั้นกูควรถามมึงนะไททัน มึงมาทำอะไรที่นี่” คราวนี้เป็น        พระอาทิตย์ที่ถามขึ้น

“คอนโดเพื่อน” ไททันตอบเสียงห้วนนิ่ง จนเชนที่ได้ยินถึงกับขมวดคิ้ว

“เพื่อนเหรอ” พระอาทิตย์ถามขึ้นเสียงเย็นเยียบเล่นเอาทั้งเชนและแจ็คนิ่งไป

“จะเพื่อนหรือใครมึงก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกูไม่ใช่เหรอวะ” ไททันพูดขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันมองคู่สนทนาสักนิด

“กลับบ้านซะ ป๋าอยากเจอมึง” พระอาทิตย์พูดบอก 

“หึ เขายังอยากเจอกูอีกเหรอวะ กูนึกว่ามีมึงเป็นลูกคนเดียว” ไททันพูดออกมาพร้อมหัวเราะเยาะในลำคอ

“ไททัน!!! มึงอย่ามาพูดจาลามปามเป็นเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าหน่อยเลย อย่าให้กูหมดความอดทนกับน้องเลวๆ อย่างมึงนะ ไม่งั้นกูคงได้กระทืบมึงตายเอาง่ายๆ” พระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงเย็นโดยมีเชนยืนกั้นกลางระหว่างคนทั้งคู่

“หึ ถ้ากูกลัวมึงกระทืบนะ กูก็คงไม่อยู่มาได้จนทุกวันนี้หรอก” ไททันกระแทกเสียงพร้อมหันมองหน้าพระอาทิตย์อย่างกวนๆ 

ติ๊ง!!!!

เสียงลิฟต์มาถึงชั้น G ทั้งสี่คนทยอยเดินออกนอกลิฟต์ ไททันเดินเข้าหาพระอาทิตย์ช้าๆ

“อ้อ…แล้วอย่าเอาอำนาจลูกเมียน้อยมาใช้กับกู เพราะกูเห็นแล้วชวนสมเพชว่ะ” ไททันกระซิบข้างหูของพระอาทิตย์

 “ไททัน!!! มึงมันไอ้เด็กเหลือขอ” พระอาทิตย์พูดเสียงลอดไรฟันก่อนจะกระชากคอเสื้อของไททันและซัดหมัดเข้าข้างแก้มของเด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่าเต็มแรง

ผลัก! ผลัวะ! ผลัวะ! ทั้งคู่แลกหมัดกันอยู่หน้าลิฟต์

   “เฮ้ยอย่า!!!” เชนร้องห้ามอย่างตกใจ แจ็ครีบเข้าแยกคนทั้งคู่ออกจากกัน

   “พอเถอะครับ คุณไททัน!!!” แจ็คพูดขึ้น

   “พระอาทิตย์กูบอกให้พอ หยุดบ้ากันสักที คนเยอะแยะมึงไม่อายเขารึไง โตเป็นควายละทะเลาะกันเหมือนเด็กๆ” เชนหันไปตะคอกคนทั้งคู่

   “กูไม่อาย / กูไม่อายโว้ย” เสียงพูดประสานออกมาพร้อมกัน

   “ใครหน้าไหนกล้าเข้ามาเสือก ไหนใครว่ามา ใครกล้าเสือก!!!” ไททันพูดออกมาเสียงดังลั่นจนบรรดาไทยมุงรีบหันกลับไปทันที

   “เออ อยากบ้าก็บ้ากันไปเลยทั้งมึงและมัน มึงไม่อายแต่กูอาย” เชนพูดจบก็ปล่อยแขนพระอาทิตย์ทำท่าจะเดินหนีไป

   “มึงจะไปไหนไอ้เชน” พระอาทิตย์รั้งแขนเชนไว้หลวมๆ และถามขึ้น

   “กูจะไปเรียน!!!” เชนกระชากเสียงเขียวใส่พระอาทิตย์ดังลั่น

   “ใครบอกให้มึงไปห๊ะ กูบอกว่าจะไปส่งไง หัดฟังกูบ้างไหม”          พระอาทิตย์พูดเสียงเรียบ

   “ฮะๆๆ รุ่นพี่รับจ๊อบด้วยเหรอวะ ไม่บอกกูละว่าอยากได้เงินใช้ มันให้มึงเท่าไหร่กูให้มากกว่าสองเท่า” ไททันลากเชนเข้ามาไว้ในอ้อมกอดตัวเอง

   “ไอ้เหี้ย กูไม่ใช่เด็กขาย พวกมึงนี่บ้าไปกันใหญ่แล้ว ปล่อยกู!!!” เชนก่นด่าออกมาเสียงเขียว เขาพยายามดิ้นหนีอ้อมกอดแกร่งของไททัน

   “หรือว่ามึงอยากได้มากกว่านั้น” ไททันมองเชนอย่างโลมเลีย 

   “ไปรอกูที่รถ ไอ้แจ็คพามันไปรอกูที่รถ ไป!!!” พระอาทิตย์ลากเชนออกจากอ้อมกอดของน้องชายตัวเอง

   “พวกมึงสองคนมันก็เหี้ยพอกัน ปล่อย!!! กูเดินเองได้”

   เชนก่นด่าทั้งคู่ออกมาเสียงดัง แขนเรียวสะบัดออกจากมือ           พระอาทิตย์อย่างหงุดหงิดจากการที่ผู้ชายหน้าตาดี รูปร่างใหญ่สองคนมายืนเถียงกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้วยังลามมาถึงเขาอีก เชนรีบเดินออกจากบริเวณหน้าลิฟต์ โดยมีแจ็ควิ่งตามมาอย่างรวดเร็ว

   “ของของมึงนี่น่ากินทุกชิ้นเลยว่ะ” ไททันพูดเสียงเหยียด

   “เย็นนี้กลับบ้านซะ” พระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงเย็น

   “กูไม่คิดเลยว่ารุ่นพี่กูมันจะน่าเอาได้ขนาดนี้ ตัวก็โคตรจะหอมแถมผิวนี่ลื่นชะมัด คนนี้กูขอแล้วกัน”

   ไททันไม่ได้สนใจที่พระอาทิตย์พูดเลยสักนิด แถมยังคงสะกิดจุดบันดาลโทสะของพี่ชายต่างแม่อย่างสนุกปาก

   “ทำไมถึงได้ทำตัวสวะแบบนี้วะไททันห๊ะ มึงต้องการอะไร!!!”           พระอาทิตย์กระชากคอเสื้อของไททันอย่างแรง

   “ฮะๆๆ ถามกูว่าต้องการอะไรเหรอ พ่อ แม่ ถ้ากูบอกว่ากูต้องการครอบครัวของกูคืนละ ครอบครัวที่ไม่มีแม่มึงและมึง”

   ไททันกระซิบข้างหูของพระอาทิตย์ เป็นคำพูดที่ฟังกี่ครั้งก็เจ็บปวด เขารู้ดี แต่ทุกครั้งที่ไททันพูดแบบนี้เขาเองรู้ว่าเป็นเพราะอะไร 

   “หึ ถ้ามึงอยากได้คืนนะ ก็มาแย่งเอาไป กูจะรอวันที่มึงมาเอาทุกอย่างคืนไปจากกู กูจะรอ”

   พระอาทิตย์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะเขาไม่เคยหวังอะไรจาก “ธนพัฒน์ธาดา” อยู่แล้ว สิ่งที่เขาหวังอย่างเดียวคือ ให้ไททันคิดได้ว่า อะไรที่เคยเป็นของไททันไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหน ทุกอย่างก็ยังเป็นของเจ้าตัวอยู่วันยังค่ำ…


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว