ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 3 First Time ( Rewrite)

ชื่อตอน : "ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 3 First Time ( Rewrite)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 76.1k

ความคิดเห็น : 82

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2561 21:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 3 First Time ( Rewrite)
แบบอักษร


จากวันเป็นเดือน และตอนนี้ก็ย่างเข้าสู่เดือนใหม่

หลังจากเหตุการณ์ที่เกือบทำเอาหัวใจหยุดเต้น สถานการณ์ก็เข้าสู่โหมดปกติ 

หากแต่เป็นความปกติที่ไม่ค่อยเหมือนเดิมเท่าไหร่นัก

ตะวันก็ทำหน้าที่ของตัวเอง คือตื่นเพื่อจะเข้าไปปลุกพจน์ตอนตีห้าพร้อมกับกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลหนึ่งแก้วใหญ่ จากนั้นก็กลับมาเอาหัวซุกหมอนหลับต่อโดยไม่สนว่าเสียงฝีเท้าม้าจะออกไปตอนไหน จะว่าไปก็เป็นลูกจ้างที่สบายพอสมควร

ตอนนี้ก็เหมือนกัน

ตาดำขลับกลมโตเหลือบไปมองนาฬิกาที่ตั้งบนหลังตู้เย็น

ทุกวันตอนเจ็ดโมงเกือบตรงเป๊ะไม่ขาดไม่เกิน จะได้ยินเสียงฝีเท้าอาปาเช่ดังเข้ามาใกล้ นั่นไง ยังคิดไม่ทันจะจบดีเลย รอสักพักร่างสูงใหญ่ที่ตะวันจำได้แม้กระทั่งเงา จนตะวันคิดว่าตัวเองเริ่มเพี้ยนก็เดินเลี้ยวหัวมุมบ้านตรงดิ่งเข้าห้องครัวและล้างไม้ล้างมือ จังหวะนั้นคนจ้องทางหนีทีไล่ไว้เรียบร้อยก็จะรีบเดินเลี่ยงออกไปโดยไม่สนว่าพจน์จะมองมาหรือไม่

อย่างนี้แหละ

เริ่มเป็นอย่างนี้ตั้งแต่วันนั้น วันที่เกือบช็อก และตะวันก็ไม่กล้าพอที่จะมองหน้ากันตรงๆ

คนที่เอาผ้าขึ้นราวคิดไม่ตก หูก็คอยเงี่ยฟังเสียงฝีเท้าม้าอีกครั้งเพราะเมื่อเสร็จจากมื้อเช้าสักพักพจน์ก็จะออกไปอีก และตะวันก็เริ่มจำเสียงฝีเท้าของอาปาเช่ได้อย่างแม่นยำจนตัวเองยังนึกแปลกใจ

แต่ทำไมวันนี้อยู่นานจัง

เฮ้ยยย!

มือที่กำลังสะบัดผ้าขึ้นตากค้างในทันที

วันนี้วัน.....อาทิตย์!

ง งั้นก็หมายความว่า......ว่า......

หน้าหวานหันไปมองบ้านหลังใหญ่ แม้ไม่เห็นตัวแต่ก็พอรู้ว่าหลังจากมื้อเช้าถ้าไม่ไปไหนคนตัวสูงจะเข้าไปขลุกอยู่ในห้องทำงาน

นั่นมันไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าหลังจากนี้พจน์จะอยู่บ้านทั้งวัน!

คิ้วเรียวขมวดมุ่นจนแทบผูกโบว์ มองซ้ายแลขวาขณะที่สมองก็พยายามคิด เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องตะวันก็ยอมรับเลยว่าไม่กล้าสู้หน้าพจน์ แม้มันจะผ่านไปแล้วก็เถอะ

อยู่ใกล้ทีไรใจมันก็พาลเต้นโครมครามกระหน่ำรัวทำเอาแทบหน้ามืดเพราะมันสูบฉีดเลือดเร็วเกินไป แถมยังทำนั่นทำนี่หลุดมืออย่างน่าอาย แล้วถ้าวันนี้อยู่บ้าน....

“ตะวัน”

เฮือกกก!!

ร เรียก เรียกทำม๊ายยยยย

“ค ครับ”

“เอกสารที่คุณธิดาแฟกส์มาให้อยู่ที่ไหน?”

เอ๋?

“ก็วางอยู่บนโต๊ะนี่ครับ”

“ไม่มี หาให้ที”

สีหน้าจริงจังของพจน์ทำให้ตะวันรีบวิ่งเอาตะกร้าผ้าไปเก็บ ลืมไปทันทีว่าเมื่อกี้คิดอะไรอยู่ แล้วเดินเร็วๆตามร่างสูงที่หายลับเข้าห้องทำงานไปก่อนแล้ว

โต๊ะทำงานไม้สักวาววับที่วางแฟมส์งานและเอกสารต่างๆที่พจน์ต้องอ่านเพื่ออนุมัติ แต่เวลานี้กลับไม่มีกระดาษแฟกส์ที่เพิ่งได้มาจริงๆ ทำให้ตะวันมองซ้ายมองขวา ความสงสัยแรกที่คิดว่าใครบางคนอาจแกล้งเปลี่ยนที่ของมันเป็นอันพับใส่กระเป๋าเพราะคนตัวสูงก็ช่วยมองหาด้วยอีกแรง

มันหายไปได้ยังไง?

ตะวันมุ่ยปากอย่างลืมตัว ลืมไปว่าตัวเองไม่ได้ยืนอยู่คนเดียวในห้อง และก็ไม่ทันเห็นว่าคนที่มองหาช่วยก็ทันกิริยานั้นด้วยแววตาวาววับ

ไม่นานหลังจากพลิกดูแฟมส์ที่เรียงตรงหน้า ความสงสัยจึงทำให้ร่างบางก้มหน้ามองใต้โต๊ะ

“เจอแล้ว!”

นึกอยากเขกหัวตัวเองที่ไม่เอาอะไรทับไว้ให้ดี เพราะลมที่เพิ่งพัดผ่านหน้าต่างเข้ามาอีกวูบใหญ่นั้นทำให้กระดาษที่จะก้มลงหยิบม้วนตัวเองกลิ้งหนีทันทีอย่างกับแกล้งจนเจ้าของมือขาวๆต้องรีบคลานตาม พอรวบรวมมาได้หมดก็รีบลุกขึ้นยืนทันทีโดยไม่ทันระวังตัว

“โอ๊ยย!”

หน้าขาวซีดเผือด แขนขาอ่อนแรงจนกระดาษที่ถืออยู่หลุดออกจากมืออย่างไม่ตั้งใจ นึกโมโหตัวเองที่อยู่ดีๆก็เอาแก้มก้นไปชนกับมุมโต๊ะ เป็นไงล่ะ น้ำตาคลอไหม คนตัวบางสมน้ำหน้าตัวเองเพราะความเจ็บที่ร้าวลงไปทั้งลำขา

แต่ก่อนที่จะทรุดลงไปนั่งกับพื้นเพราะยืนไม่ไหว คนที่ได้ยินเสียงโอ๊ยคนแรกก็รีบปราดเข้ามาจนถึงตัวแล้ว

“เจ็บมากไหม ไหนดูซิ”

“ไม่ครับ....อูยย” มือบางรีบคลึงตรงจุดที่มีปัญหา แต่กลับต้องตาเหลือกอ้าปากค้างเมื่อฝ่ามือหนาของผู้หวังดีขยับเข้ามาช่วยคลึงด้วย

“ตรงนี้เหรอ?”

“ไม่ใช่ ไม่ ไม่เป็นไร ผม.....”

“อยู่นิ่งๆ”

บอกให้นิ่งไม่พอร่างบางยังถูกยกให้นั่งลงบนตักกว้างเพราะจะได้ช่วยคลึงได้สะดวกขึ้น แต่พ่อคุณเอ้ย! ช่วยกรุณามองหน้าลูกน้องหน่อยเถอะพ่อ ว่ามันแดงก่ำจนแทบหาสีเดิมไม่เจอแค่ไหน มือขาวบางรีบปัดฝ่ามืออุ่นหนาออกจากก้นตัวเองพัลวัน ก่อนที่จะ......

หวา!!!

“ผมไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้อ....”

“ถ้ายังไม่นิ่ง ฉันจะจับนายถอดกางเกงแล้วทายาให้”

คนฟังถึงกับค้างเมื่อได้ยินคำ

ปากอิ่มเม้มอย่างเขินจัด แก้มก็พาลร้อนวูบวาบเพราะใบหน้าที่พยายามหลบมาหลายวันจู่ๆก็ต้องมาจ่อใกล้กันอีกขนาดนี้

ใครก็ได้ช่วยเอานายตะวันไปฝังทีเถอะ

“ค่อยยังชั่วหรือยัง?”

“ค ครับ ไม่เป็นไรแล้ว พอ อูยย!”

“ยังจะเก่ง”

“ผมทำเองได้ ขอบคุณ”

ผู้หวังดีอ้อยอิ่งอยู่อีกอึดใจแต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยมือแต่โดยดี แต่ในจังหวะที่ตะวันกำลังจะเดินหนีต้นแขนนุ่มกลับถูกยึดไว้แน่น แถมด้วยการยิงคำถามที่ทำให้ตะวันยืนนิ่งอย่างคิดไม่ถึง

“นายเคยมีแฟนไหม?”

หา?

“จะเคยมีไหมมันก็ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับงานนี่ครับ” ตะวันบอกแล้วสะบัดแขนให้หลุด

บ้า! ถามอะไรบ้าๆ จะเคยหรือไม่เคยมันก็ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับตัว

ร่างบางเดินหนีออกจากห้อง ตามด้วยเสียงปิดประตูดังปั๊งใหญ่รดหัวใครบางคนโดยไม่สนว่าจะโดนใบขาวในวันพรุ่งนี้หรือไม่



"พี่ตะวันคะ....ก้อยว่าเราเลิกกันเถอะค่ะ!"

"…...?"

"ก้อยทนเห็นสภาพนี้ไม่ไหวอีกแล้ว พี่ตะวันสวยกว่าดูดีกว่า เดินไปไหนด้วยกันแล้วก้อยอึดอัด"

" กับผู้หญิงก้อยก็หนักใจพออยู่แล้วนะ ไหนจะผู้ชายวิ่งเข้าหาพี่อีก ก้อยเบื่อ"

“เดี๋ยวสิก้อย”

"ไม่เอาแล้วก้อยเบื่อ เบื่อ เบื่อแล้ว......"

“เบื่อแล้วววววว”

เหวอออออ!

ตะวันลุกพรวดขึ้นนั่ง เหงื่อกาฬแตกพลั่ก เสื้อที่ใส่อยู่ชุ่มจนรู้สึกได้ หน้าหวานหันไปมองรอบตัวแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

ฝัน?

เป็นความฝันที่ไม่เข้าท่าเอาซะเลย ต้องเป็นเพราะคำถามนั้นแน่ๆ พอได้ยินเลยทำให้ฝันไร้สาระ แล้วก็ดันฝันถึงตอนที่โดนบอกเลิกซะได้ แถมมันเป็นเหตุผลขอเลิกที่ตะวันอยากจะเอาหัวโหม่งหมอนตาย

'พี่ตะวันสวยกว่า'

ถ้าเลือกเกิดได้ผู้ชายที่ไหนจะอยากเกิดมาหน้าตาแบบนี้

แล้วตรงไหนที่ว่าสวย?

กะอีแค่ขาวนิดหน่อยนี่นะเหรอที่เรียกว่าสวย จริงๆก็รำคาญความขาวของตัวเองอยู่หรอกนะเพราะตากแดดยังไงมันก็ไม่เคยดำซักที กับไอ้ปากนิดจมูกหน่อยนี่ก็ด้วย มันทำให้ใครหลายคนเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ

ร่างบางตลบผ้าออกจากตัวแล้วลุกจากที่นอนเพราะรู้สึกว่าคอกำลังแห้งผาก นึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอหลับไปทั้งๆที่ยังไม่ได้กินมื้อเย็น

มือบางบิดลูกบิดประตูแล้วค่อยๆโผล่หน้าออกมามองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าทางสะดวกก็วิ่งจู๊ดเข้าห้องครัวทั้งๆที่ไม่มีอะไรน่ากลัวสักนิด อาศัยคืนนี้แสงจันทร์สว่างเลยไม่ต้องเปิดไฟให้ยุ่งยาก

มือบางเอื้อมไปหยิบแก้วมารินน้ำดื่มอักๆอย่างกระหาย จากนั้นก็รินใส่อีกจนเกือบเต็มแล้วถือแก้วแนบกลับเข้าห้อง

ทั้งๆที่ไม่มีอะไรน่ากลัวแต่ทำไมรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ

แก้วน้ำถูกข้างไว้บนโต๊ะใกล้เตียง รู้สึกว่าตาสว่างขึ้นทันทีหลังจากที่ได้งีบหลับไปหลายชั่วโมง หรืออาจจะเพราะนอนไม่ค่อยหลับมาหลายวันความเพลียสะสมเลยทำให้วันนี้หัวถึงหมอนเลยหลับเป็นตาย ตื่นขึ้นมาก็ตาแข็งเลยทีนี้ และพอว่างสมองก็พลันคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

'ลาออกไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา'

นั่นสินะ ลาออกไปตอนนี้ก็ต้องรีบหางานใหม่อยู่ดี งานเดี๋ยวนี้หาง่ายที่ไหน ไม่ถูกใจก็ลาออกหางานใหม่อยู่เรื่อย

เฮ้อออ!

ใจจริงไม่อยากเลือกงานเลยสักนิด แต่ถ้ายังอยู่ที่นี่คงต้องคิดหนักมากกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราะทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมแล้ว

เจ้านายท่านเป็นพวกรักสันโดดครับ คุณตะวันแค่ทำหน้าที่เลขาเท่านั้นไม่ต้องกลัว

ตรงไหน? จำได้ว่าที่คุณสุวิทย์บอกไว้มันไม่ใช่อย่างนี้นี่นา

ใช่ค่ะ อู๊ย คราวก่อนนะคะ เลขาที่ส่งไปอยู่ได้ไม่ถึงสองวันวิ่งแนบกลับมา บอกว่าอยู่ไม่ได้ กลัวผีค่ะ

ผีเหรอ? ถ้าผีตัวใหญ่ๆหน้าดุๆละก็ใช่

มาถึงตอนนี้ก็ขำไม่ออก หรือจะทำแผนวิ่งแนบกลับไปเพราะกลัวผี เออ แผนนี้น่าจะได้ผล

คนยืนเหม่อมองพระจันทร์ทอดถอนใจ สมองที่คิดกลับไปกลับมาว่าจะทำยังไงกับตัวเองดีค่อยๆตื่นจากพวังค์

เพราะอะไรบางอย่างที่ถึงแม้จะแผ่วเบา แต่ก็พอรู้สึกได้ว่าเวลานี้ในห้องนอนมืดๆแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ตนอยู่เพียงลำพังอีกแล้ว

หัวใจดองน้อยเกือบหยุดเต้น เมื่อหันกลับไปเห็นเงาที่ยืนกอดอกอิงผนังเงียบๆไม่ให้ซุ่มให้เสียงนั่น

เสี้ยวหน้าหล่อร้ายไม่บอกอารมณ์ไดๆสะท้อนกับแสงจันทร์ แต่เมื่อลำแขนแกร่งที่กอดอกไว้นิ่งๆลดระดับลงพร้อมกับร่างสูงเคลื่อนตัวเข้ามา คนมองก็ไม่คิดถามให้เสียเวลาแต่รีบหันหลังใส่เกียร์หมาออกวิ่งทันที

แต่ก็นั่นแหละ

บังเอิญว่าคนวิ่งนำมีช่วงขาที่สั้นกว่า ผลที่ได้อีกสามวิต่อมาคือตามหลังทันได้คล้องเอวบางไว้แน่นจนร่างเล็กลอยละลิ่วขึ้นเหนือพื้น แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือเมื่อร่างบางถูกหมุนให้หันกลับมา ปากหยักได้รูปก็ซบวูบลงมาปิดกั้นเสียงประท้วงทั้งหมดอย่างแนบแน่น

"อื๊ออออ!?....."

ตะวันไม่ได้โง่ถึงขนาดที่จะมองไม่ออกว่าสิ่งที่พจน์กำลังทำมันหมายความว่ายังไง

แต่ใครจะยอม!

มือบางจึงระดมทุบไปทุกที่ที่ทุบได้ เสียงกำปั้นเล็กกระทบเนื้อหนาดังปั๊กๆจนตอนนี้ตะวันรู้สึกว่าข้อนิ้วตัวเองกำลังจะหัก จึงเปลี่ยนเป็นจิกเล็บสั้นๆที่ไม่ค่อยจะมีลงไปบนผิวเนื้อสีแทน แต่ผลที่ได้กลับมาก็เหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือเรี่ยวแรงที่มีกำลังจะหมดลงเพราะเริ่มเหนื่อย เท้าเรียวที่ลอยอยู่เหนือพื้นดิ้นปัดๆพยายามที่จะถีบขายาวๆของอีกคน

แต่ก็ไร้ผล

ที่ทำมาทั้งหมดนอกจากจะไม่ระคายเคืองผิวเนื้อหนาๆของพจน์แล้ว ฝ่ามือใหญ่ยังช้อนเข้ากระชับท้ายทอยแล้วล็อคศรีษะเล็กให้อยู่นิ่ง จากนั้นก็ก้มลงบดคลึงกลีบปากนุ่มหนักๆกับปากหยักได้รูปก่อนจะแทรกปลายลิ้นชื้นเข้าปราการนุ่มนิ่มเพื่อพันเกลียวรัดรึงลิ้นเล็กบางที่กำลังหดหนี

ตะวันไปไม่เป็น ไหล่บางห่อสะท้านเมื่อจู่ๆก็ได้รับสัมผัสที่เกินจะคาดเดา ทำให้ตาหวานค่อยๆปรือลงเพราะความวาบหวิวบางอย่างเริ่มเข้าจู่โจมจนสติที่มีเริ่มลางเลือน

พจน์ถอนจูบดื่มด่ำอย่างอ้อยอิ่ง วางคนในอ้อมแขนลงบนเตียงแล้วถลกเสื้อยืดที่ใส่อยู่ออกจากกายหนา แต่ช่วงเวลาอันน้อยนิดนั้นเป็นจังหวะให้ตะวันได้มีโอกาสได้พลิกตัวหนี

“เหวอออ!”

ร่างบางที่กำลังลนลานกระดืบคลานไปยังอีกฝั่งถูกมือหนาคว้าข้อเท้าเรียวไว้แน่น แล้วถูกลากพรื๊ดเดียวกลับมานอนหงายหายใจหอบเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน

"หยุดนะ!"

เสียงหวานตวาดลั่น เมื่อฝ่ามืออุ่นล็อคข้อมือบางแล้วตรึงแน่นกับที่นอนอย่างใจเย็น ขาเรียวทั้งสองข้างเองก็หมดสิทธิ์คิดถีบหรือยันเพราะถูกลำขาแข็งๆของอีกฝ่ายขัดไว้แน่นจนกระดิกไม่ได้

ตาสองตาสบกันใกล้

แล้วก็ใกล้เข้าอีกเพียงเส้นแบ่งลมหายใจ

แล้วเสี้ยววินาทีหลังจากนั้นตะวันก็เอียงหน้าหนีจนคอแทบเคล็ดตามมาด้วยเสียงบางอย่างที่เล่นเอาขนลุกซู่

ฟอดดดด!

“อื๊ออ!”

คนหลับตาปี๋จังงังถึงกับลืมดิ้น เลยเป็นโอกาสงามๆให้ปากอุ่นไถลเข้าหาซอกคอนุ่มหอมแล้วคลอเคลียใบหูที่พจน์ก็ไม่คิดว่าจะมีใบหูใครน่ารักได้ขนาดนี้มาก่อน แต่ตอนนี้ปากหยักร้อนผ่าวกลับเลื่อนเข้าดูดเม้มติ่งเล็กๆนั้นทำให้เสียงหวานโวยวายลั่น

"เจ้าน๊ายยยยย!...เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยวก๊อนนนนนน!"

"ว่าไง?"

"ยังจะมาว่าไงอีก เจ้านายคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่?"

“ฉันก็กำลังจูบนาย”

ห๊ะ?

คำตอบที่ไม่อ้อมค้อมเล่นเอาคนฟังอึ้ง ตาหวานเพ่งพินิจใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่งโกนหนวดโกนเคลาจนเกลี้ยงเกลาขยับเข้ามาใกล้อีก แต่ทำไมถึงดูร้ายกาจนัก ข้อมือเล็กพยายามจะบิดให้หลุดเพื่ออย่างน้อยจะได้ดันอีกฝ่ายออกไปได้บ้าง แต่ไอ้ที่คิดไว้มันไม่ง่ายเลยสักอย่าง

"ต แต่ผมมาทำงานนะ หน้าที่ผมเป็นเลขาให้เจ้านายนะ เข้าใจไหม!"

"เข้าใจ”

“เข้าใจแล้วทำไปทำแบบนี้เล่า?”

“เป็นไรไปเล่า ลองดูกันหน่อยถ้าไม่ชอบเราค่อยเลิก"

หา!?

คนฟังเย็นยะเยือกไปทั้งกาย มือบางพยายามดึงให้หลุดจากพันธนาการที่แน่นหนาอย่างไม่ยอมแพ้ แต่แรงสะเทือนที่กระหน่ำรัวตรงอกด้านซ้ายมันก็ดังซะจนต่างฝ่ายต่างรู้สึกกันและกันอย่างน่าโมโห

ตากลมโตเบิกมองจมูกโด่งเป็นสันและปากหยักได้รูปที่โน้มอยู่ใกล้ และการที่หน้าหวานเอียงหนีทำให้ริมฝีปากร้อนผ่าวพลาดเป้าไปโดนแก้มนุ่มเต็มๆครั้งแล้วครั้งเล่า

“อื๊ออ!”

แต่ในเมื่อพลาดแล้วก็พลาดเลย ปลายคางมนจึงถูกฟันคมไล่งับไว้อย่างหมั่นเขี้ยว แถมด้วยเสียงดูดจ๊วบราวกับจะกลืนกินเข้าไป ทำให้คนไม่ได้ตั้งตัวหลับตาปี๋ขยับดิ้นหนักกว่าเดิมแม้มันจะไม่ได้ผล และตอนนี้แรงที่มีก็เริ่มหมด

“ปล่อยเถอะครับ อย่าทำอย่างนี้!”

อาวุธสุดท้ายที่มีคือเสียง และดูเหมือนว่ามันจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่ได้เปร่งออกมา

ปากหยักได้รูปตามประกบจูบอย่างหนักหน่วง ทั้งบดทั้งคลึงจนปราการนุ่มเผยอออกให้ปลายลิ้นชื้นแทรกเข้าในโพลงปากอมหวานอย่างง่ายดาย

ตะวันผวาขึ้นทั้งตัว แต่ใช่ว่านั่นจะทำให้ยอมแพ้แม้แรงที่ต่อต้านกำลังจะหมดลง

ลิ้นนุ่มนิ่มที่สั่นระริกพยายามดันปลายลิ้นสากที่กำลังพลิกพริ้วเข้ามาในโพลงปากของตนออกไป แต่ตะวันหารู้ไม่ว่านอกจากมันจะไม่ได้ผล การทำแบบนั้นกลับสร้างความซาบซ่านจนสะท้านไปทั้งตัวแทน

พายุจูบของอีกฝ่ายจึงโถมเข้าหาอย่างหิวกระหาย ทำให้ลิ้นสองลิ้นพันกันยุ่งจนน้ำใสเริ่มไหลล้นมุมปาก

ใจดวงน้อยเต้นโครมครามกระหน่ำรัว นอกจากมันจะระทึกกับประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อนในชีวิต ยังมีความกลัวสอดแทรกอยู่ทุกอณูความรู้สึก เพราะตำแหน่งเจ้านายติดตรงหน้าผากอีกฝ่ายตัวเบ่อเร่อ

ต้องรีบทำอะไรสักอย่าง ตะวันคิดขณะที่หลับตาปี๋ พจน์แสดงเจตนาโจ่งแจ้งขนาดนี้จะยอมเลิกกลางคันคงเป็นไปไม่ได้

นอกจาก......

นอกจาก.......

สติสัมปชัญญะที่มีของตะวันเริ่มปลิดปลิว

กลีบปากอิ่มถูกดูดดึงทั้งบนและล่าง ลิ้นเล็กบางถูกพันเกรียวครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับพจน์ติดใจจนเลิกไม่ได้ ปลายคางมนที่เชิดแหงนเปิดทางให้ริมฝีปากร้อนผ่าวและเล็มเข้าหาเนื้อนุ่มแสนหวาน ข้อมือเรียวทั้งสองถูกจับทบกันไว้เหนือศรีษะ เปิดทางโล่งโจ้งให้ฝ่ามือหนาอีกข้างสอดแทรกเข้าลูบไล้เอวคอดเล็กภายใต้เสื้อยืดเนื้อบางอย่างสบาย

"อ๊า!"

ตาหวานเบิกโพลงเพราะตกใจที่ไม่อาจควบคุมเสียงตัวเองไว้ได้ เมื่อปลายยอดสีสดถูกสัมผัสเคล้นคลึงจากความร้อนผ่าวชื้นๆจนมันเริ่มแข็งเป็นไต

ปลายเท้าเรียวจิกเกร็งงองุ้ม เมื่อลิ้นชื้นปาดชิมแล้วดูดยอดอ่อนจนลำตัวขาวแอ่นตาม วาบหวามไปกับสัมผัสที่ไม่เคยต้องประสพมาก่อนในชีวิต

ความรู้สึกทั้งมวลพุ่งปลาบไปรวมกันที่จุดเดียว เสื้อตัวบางถูกถลกขึ้นง่ายดายซะจนคนได้เปรียบใช้มันแทนเชือก จากนั้นพจน์จึงยืดตัวขึ้นนั่งเพื่ออีกคนจะได้มีเวลาหายใจ แต่แทนที่จะเป็นอย่างนั้นใจดวงน้อยกลับรัวปานกลองเพลเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

ตาหวานเบิกโตเป็นไข่ห่านกับแผงอกกว้างสีแทน แล้วก็กลืนน้ำลายเอืีอกเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจ้องซิกแพ็กหลายลูกที่เรียงตัวลงมาจนมันหายลับเข้าขอบกางเกงตาไม่กระพริบ

ร่างสูงนั่งให้แสงเรืองรองของพระจันทร์สาดกระทบอย่างไม่หวงตัว เงาสะท้อนยิ่งทำให้เห็นกลุ่มก้อนกล้ามเนื้อแกร่งยิ่งขึ้นทำให้คนนอนมองเกิดความริษยาในใจ

รูปร่างแบบนี้ใช่ไหมที่ตะวันเคยไฝ่ฝันว่าอยากจะมี

มือบางที่ถูกเสื้อตัวเองมัดค้างเผลอยกขึ้นแตะแผงอกหนาอย่างนึกอิจฉา ไล้เบาๆราวกับอยากพิสูจน์ว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ของปลอม เรียกเสียงครางต่ำในลำคอกับท่าทางไร้เดียงสาไม่มีทีท่าว่าจะสนใจอย่างอื่นนอกจากกล้ามแข็งๆที่กำลังไล้เบาๆ

เหมือนเอาน้ำมันราดไปบนกองไฟ

พจน์สูดหายใจเข้าปอด...กรามแกร่งบดเข้าหากันจนเป็นสัน มือหนายกเข้าซ้อนทับกับหลังมือบาง เพื่อให้ฝ่ามือนุ่มนิ่มสัมผัสกับแผงอกหนาของตนถนัดถนี่แทนการไล้เบาๆเล่นๆจนใจจะขาดแบบนี้

จากซิกแพคแข็งๆมือนุ่มถูกชักจูงลงช้าๆ

ช้าเสียจนเสียงครางต่ำกลายเป็นเสียงสบถ เพราะ......

ท่อนลำกลางกายกำลังมีปฏิกิริยาดันกางเกงออกมาเหมือนอยากหาทางออก

“ฮืมม!!”

ลำเนื้ออุ่นที่กำลังเต้นตุบภายใต้อุ้งมือบางปลุกให้คนที่กำลังเบลอไปกับซิกแพคสะดุ้งสุดตัวรีบหดมือหนี แต่ถูกฝ่ามือแข็งกระด้างกดค้างไว้อย่างนั้นทำให้นิ้วเรียวที่กำลังดิ้นดุ๊กดิ๊กสร้างความเสียวเสียดให้พจน์ทะท้านเยือกแทบถะถั่ง

“อ๊ะ!”

ปลายนิ้วเรียวถูกพจน์ยึดไว้แล้วดึงขึ้นจรดปากหยัก จูบเลียตั้งแต่ปลายเล็บบอบบางแล้วไล้จมูกโด่งคลอเคลียลงไปตามแขนเรียวขาวช้าๆ และต่ำลงอีกโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจนถึงไหล่บางกลมกลึง ใบหน้าหล่อเหลากดนิ่งอยู่ที่ซอกคอหอม ครูดฟันขบเม้มอย่างเมาในอารมณ์โดยที่เจ้าของแขนขาวๆได้แต่นอนอย่างอ่อนแรง ไม่มีกำลังพอที่จะหลีกหนีไปให้ไกลจากความรู้สึกนี้

เสียวกระสัน!

ซาบซ่าน!

กลัว!

ร่างบางสะท้านเยือกเมื่อลมหายใจอุ่นพาดผ่านแผ่นอกบอบบาง จากนั้นเลยลงหาแผ่นท้องแบนราบขาวเนียนและเนื้อที่บริเวณนั้นก็ถูกจู่โจมไชชอนไม่ต่างจากส่วนอื่นของร่างกาย

“อ๊าาาาา!”

ตะวันร้องลั่นเมื่อลำเนื้ออ่อนกลางกายถูกปากหยักงับเบาๆผ่านผ้าเนื้อบาง ทำให้นิ้วเรียวขยุ้มผมดกหนาที่กำลังซบซุกตรงหน้าขาจนเต็มกำ

แต่ดูเหมือนคนโดนถลกหนังหัวจะไม่ได้รู้สึกรู้สาสักนิด

นิ้วแข็วเกี่ยวขอบกางเกงตัวบาง ดึงลงทีเดียวมันก็พ้นสะโพกเพรียวและจากนั้นก็กระเด็นไปไกลอย่างไร้ทิศทาง ทำให้ลำเนื้อนุ่มปลายแดงก่ำที่กำลังตื่นตัวได้สัมผัสกับอากาศข้างนอก

"แฮ่ก!... อึ๊ก... อื้อ!...... อย่า!"

เสียงห้ามสั่นพอๆกับลำขาเรียวที่กำลังดิ้นพล่านปล่อยให้คนมองแลบลิ้นเลียขอบปากอย่างหมายมาด

พจน์มองสบตาฉ่ำน้ำที่กำลังหรี่ปรือ มองปากอิ่มบางก็กำลังเผยออ้าอย่างโหยหาออกซิเจน และมันก็อิ่มเต็มแดงฉ่ำจนอดไม่ได้ที่จะก้มลงกัดอย่างมันเขี้ยว

ตะวันหอบแฮ่ก ฝ่ามือร้อนทั้งหยอกล้อทั้งเคล้นคลึงขยับขึ้นลงบนลำกายสีสดจนมันตื่นตัวเต็มที่ รับปลายนิ้วที่กำลังบี้คลึงอ้อยอิ่งอยู่บนปลายแดงกล่ำ

ความช่ำชองของพจน์สร้างความปั่นป่วนให้ร่างบางจนแทบรับไม่ไหว

ริมฝีปากร้อนผ่าวบวกกับลิ้นร้อนชื้นเลื่อนขึ้นลงไปสัมผัสปลายยอดของมันแล้วดูดจนร่างบางหลังแอ่น ลมหายใจหอบกระเส่าดังก้องห้องนอนกว้าง

เวลานี้สะโพกเพรียวบางเปลี่ยนมาเป็นบดเบียดเข้าหามือหนาคล้ายอยากขอความช่วยเหลือแทน

"เจ้านาย.... อ๊า!"

ปลายลิ้นเล็กๆไล้เลียขอบปากอย่างควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เผลอแอ่นสะโพกตามจังหวะกระทบอย่างลืมตัว

"อ๊าาาาา!”

เสียงหวานครางลั่น หน้าขาวแหงนหงายจนอกแอ่น ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ถูกปลุกจนพุ่งสูงและถึงจุดปลดปล่อยกับการขยับมือเร็วๆไปบนความนุ่มดุจกำมะหยี่นั้น ทำให้ของเหลวสีขาวขุ่นพุ่งจากส่วนปลายที่แดงก่ำออกมาเลอะฝ่ามือหนาที่ยังขยับสาวขึ้นลงให้ไม่หยุด

"แฮ่ก!..แฮ่กก!...แฮ่ก!....ซี๊ดดด! …....อื๊ออออ!!!"

พจน์มองภาพตรงหน้าตาเป็นมัน ร่างที่กำลังเหนื่อยหอบสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ สองขาที่กำลังถ่างออกกว้างสั่นระริกทิ้งพาดไปกับต้นขาแกร่งของตน เปิดเปลือยบางอย่างให้ได้ยลก่อนที่ร่างสูงจะโน้มตัวลงไปกัดปากแดงๆที่เผยออ้าหอบหายใจของคนตรงหน้าเพราะติดใจ

“อย่างเพิ่งหลับไปก่อนล่ะ ของจริงกำลังจะเริ่มจากนี้” 

คนบอกยิ้มร้ายกาจ ในใจก็นึกหมายมาดอย่างฮึกเหิม

แต่ในจังหวะที่มือหนากำลังปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงยีนส์ลงหวังจะปลดปล่อยความปวดหนึบของตนออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้าง เสียงสัญญาณที่ติดตั้งไว้ทั่วไร่เพื่อเอาไว้เตือนภัยกลับหวีดลั่นจนมือหนาชะงัก

"ปี๊ดดด!........ปี๊ดดด!........ปี๊ดดดดดดดดดดด!"

"ไฟไหม้!"

เปลวเพลิงสีแดงฉานพวยพุ่งให้เห็นชัดแม้จะอยู่ในระยะไกลจนพจน์สบถเสียงดัง กำปั้นแข็งทุบที่นอนเต็มแรงเพื่อสกัดกั้นอารมณ์บางอย่างของตัวเองไว้จนสุดกำลัง

"แต่งตัว!"

ร่างบางสะดุ้งเฮือก เสียงบอกบวกกับกิริยารีบร้อนแกะเสื้อที่มัดข้อมือออกทำให้ตะวันเองก็ตกใจไม่แพ้กัน รีบเดินไปเปิดตู้คว้าเสื้อผ้าที่รัดกุมกว่านี้มาใส่อย่างรวดเร็ว

ร่างบางถูกคนตัวสูงดึงเข้าไปกอดไว้แน่นก่อนจะทันได้เดินออกจากห้อง

ตะวันหน้าแดงก่ำ ไม่รู้จะเอามือไว้ตรงไหนเมื่อใบหน้าหล่อร้ายของพจน์ซบลงไซ้ต้นคอขาวของตน แล้วก็พูดไม่ออกเป็นรอบที่ล้านแปดเมื่อรู้สึกถึงอะไรแข็งๆที่บดเบียดตามมาด้วย

ก่อนจะทันได้เอ่ยคำไดออกไป ปากอิ่มจะถูกกดดจูบหนักๆ แล้วปล่อย

"ไว้ค่อยมาต่อ!"

คนฟังแทบวิ่งป่าราบ ถ้าไม่ถูกมือหนาล็อกไว้แน่นแล้วจูงออกจากห้องซะก่อน จากนั้นก็ถูกดันให้ขึ้นขี่อาปาเช่แล้วคนตัวโตก็โหนตามขึ้นมานั่งซ้อนหลังนั่นแหละถึงได้รู้สึกตัวและนั่งกระพริบตาปริบๆ

ตกลงนี่เรากำลังรู้สึกยังไงกันแน่

ตะวันแปลกใจตัวเองเหลือกำลัง แทนที่จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่ถูกบังคับเอาแบบนั้นกลับเขินอายหน้าแทบไหม้กับความใกล้ชิดที่ไม่ควรจะเป็นแบบนี้



ไฟที่ลุกไหม้แต่แรกถูกทำให้ดับไปแล้วกว่าครึ่งเมื่อพจน์ไปถึง แต่กว่าจะเสร็จเรื่องและหาสาเหตุเจอก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน

ร่างสูงยืนกอดอกด้วยสายตาที่ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดเข้าไปใกล้ แม้แต่เหล่าตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องก็ไม่มีใครเงยหน้าขึ้นมอง

"พวกมึงเล่นอะไรกัน?"

เงียบกริบ! แม้แต่ลุงสังข์ยังไม่กล้าขยับตัว

"กูถามว่าพวกมึงเล่นอะไรกัน"

เสียงตวาดเสียงดังลั่น ทำให้คนก่อเหตุสะดุ้งเฮือก ขนาดคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ยืนอยู่ห่างๆยังพากันสยองแทน

“อึก อึก ฮื้ออออออออ!”

เสียงของหนึ่งในตัวก่อเรื่องยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วร้องให้โฮออกมาท่ามกลางคนงานที่มาช่วยกันดับไฟ

พจน์เสยผมอย่างหงุดหงิด แล้วถอนหายใจเฮือก มองสภาพของไอ้สามคนที่นั่งอยู่กับพื้นแล้วส่ายหน้า คนทางขวาคือไอ้โทนลูกน้องคนสนิทที่มีนิสัยมุทะลุดุดันไม่ยอมใคร ส่วนทางซ้ายก็ไอ้ชิตลูกน้องอีกคนที่นิสัยนี่บอกได้เลยว่าพอๆกัน จนต้องจับแยกพวกมันให้ไปทำงานกันคนละทาง ไม่งั้นคนรอบข้างคงไม่ได้ทำงานทำการและจะรำคาญมากเวลาที่พวกมันเกิดนึกอยากวางมวยไม่เลือกเวล่ำเวลา

แล้วดูตอนนี้

ไอ้โทนปากแตก ไอ้ชิดคิ้วแตก หัวหูยุ่งเหยิง เสื้อผ้าไม่ต้องพูดถึง ควายมันยังดูออกว่าพวกมันอัดกันหนักแค่ไหน

"กัดกันอย่างกับหมา แล้วมึงจะร้องอีกนานไหมไอ้รินทร์!"

เจ้าของชื่อเงียบกริบลงในทันที

พจน์พอจะรู้มาบ้างว่า ที่ไอ้สองคนมันกัดกันบ่อยๆเหตุเพราะไอ้เจ้ารินทร์นี่แหละคือต้นเหตุ และพอถามถึงสาเหตุของไฟไหม้ก็ได้ความว่า ไอ้โทนเดินมาเห็นไอ้ชิตกำลังอยู่กับนรินทร์เลยมีปากเสียงกัน เถียงกันไปเถียงกันมายังไงไม่รู้เลยชกกันตุบตับ ทำให้ตะเกียงเจ้าพายุที่ถือมาด้วยถูกชนแตกโดนเชื้อเพลิงอย่างดีที่ล้วนแล้วแต่เป็นฟางแห้งๆ

ที่ก็มีตั้งเยอะตั้งแยะดันไม่ไปทะเลาะเสือกมาทะเลาะกันที่คอกม้า

แล้วพวกมันมาทำอะไรกันที่คอกม้าดึกๆดื่นๆวะ?

"เอาละไอ้รินทร์ มาถึงขั้นนี้แล้วมึงบอกออกมาต่อหน้าทุกคนเลยว่าระหว่างไอ้ชิตกับไอ้โทนมึงจะเลือกใคร มึงเลือกเอาซักคนสิวะแล้วก็บอกอีกคนไปเลย เรื่องจะได้จบๆไปซักที"

"น๊าย! // น๊ายยย!"

คนที่ถูกแนะนำให้ต้องเลือกถึงกับตาเหลือก ทำหน้าไม่เชื่อว่าต้องทำอย่างนั้นจริงๆ ส่วนไอ้สองคนที่กำลังจะถูกเลือกกลับตะลึงมองหน้าพจน์เหมือนไม่เชื่อ ทำไมพวกมันจะไม่รู้ถึงความเด็ดขาดนั้น

แต่แล้วคนที่ยังนิ่งอยู่ตรงกลางกลับหน้าแดงก่ำพูดไม่ออก และไม่ยอมพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ได้แต่เอามือปิดหน้าแล้วร้องให้โฮวิ่งหนีไปเลย

"มึงสองคนหยุดอยู่แค่นั้น” พจน์หันไปทางลุงสังข์ “พรุ่งนี้ลุงช่วยคุมมันสองคนให้ซ่อมโรงม้าให้เสร็จ จากนั้นตัดเงินเดือนพวกมันโทษฐานที่ทำให้ข้าวของเสียหาย"

“ห๊า! // ห๊า!”

“ครับนาย”

ลุงสังข์พยักหน้ารับทราบ แต่กับคนที่ตาเหลือกก็พากันเปลี่ยนเป็นโอดครวญถลาเข้าไปกอดขายาวๆของพจน์กันคนละข้าง

"นายครับนาย! ให้พวกผมซ่อมโรงม้าอย่างเดียวก็พอนะนายนะ // ใช่ครับนาย อย่าเพิ่งตัดเงินเดือนพวกผมเลย"

ลุงสังข์ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ทีอย่างนี้ละสามัคคีกันดีนัก!

"หุบปากพวกมึงก่อนที่เงินที่หักจะเพิ่มเป็นสามเดือน!"

เท่านั้นแหละตัวก่อเรื่องจึงได้พากกันเงียบกริบ ส่วนคนงานคนอื่นที่มาช่วยกันดับไฟก็พากันกลับไปทำหน้าที่ของใครของมัน บางคนพอเสร็จเรื่องแล้วก็หาวหวอดทันทีเพราะรีบลุกจากที่นอนทั้งๆที่นุ่งผ้าขาวม้าออกมาผืนเดียว

ผ่านไปพักใหญ่หลังจากย้ายม้าไปไว้ส่วนอื่นที่ไม่เสียหาย บริเวณนั้นก็เหลือคนงานเพียงไม่กี่คน

ตะวันมองตามแผ่นหลังกว้างของคนตัวสูงที่คอยชี้กำกับบอกว่าควรจะเริ่มซ่อมจากตรงไหนก่อน เสื้อและมือหนาเต็มไปด้วยฝุ่นและคราบเขม่าดำๆ แผ่นหลังที่ชุ่มเหงื่อเป็นวงกว้างบอกให้รู้ว่าต้องร้อนมากแน่ๆ

ในขณะที่กำลังแอบมองเพลินๆ จู่ๆร่างสูงก็หันขวับมามองข้างหลังจนคนแอบมองเสตาหลบเกือบไม่ทัน แต่ที่แน่ๆสมองดันสั่งให้นึกไปถึงเหตุการณ์ที่ไม่ตั้งใจก่อนหน้านี้อีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้

'ไว้ค่อยมาต่อ'

ตะวันภาวนาขอให้พจน์แค่พูดหยอกเล่น ขออย่าให้พจน์จริงจังถึงขนาดนั้นเลย

"กลับ"

"เสร็จแล้วเหรอครับ" ร่างบางถูกดันให้ขึ้นหลังอาปาเช่แทนคำตอบ จากนั้นร่างสูงก็โหนตามขึ้นมานั่งซ้อนหลังแล้วกระตุกบังเหียนให้อาปาเช่ออกเดิน

“เหนื่อย”

บ่นเฉยๆก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่ใบหน้าคมซบลงกับบ่าบอบบางแล้วนิ่งอยู่อย่างนั้นคืออะไร

ตะวันกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ อยากจะสะบัดไหล่ตัวเองหนีแต่ทำไมถึงไม่ทำ กลับนั่งนิ่งปล่อยให้พจน์ซบอยู่อย่างนั้นอย่างไม่เข้าใจตัวเอง

หน่วยตากลมโตไหวไปกับความรู้สึกที่สับสน ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเองจึงไร้ซึ่งเสียงสนทนาไดๆท่ามกลางหมู่ดาวที่อยู่เหนือหัวขึ้นไปได้ยินเพียงเสียงกุ๊บกั๊บของเกือกม้าประสานกับเสียงจิ้งหรีดเรไรในความมืดแทรกเข้ามาในทุกจังหวะการเคลื่อนไหว

เอ๊ะ?

แต่พอมาสังเกตุดีๆแสงนวลตาของพระจันทร์ที่สาดแสงลงมาก็พอจะทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่เส้นทางที่คุ้นเคย และความสงสัยที่มีมากพอทำให้เสียงหวานเอ่ยทำลายความเงียบ

“เจ้านายครับ เรากำลังจะไป....อ๊ะ!?" ”

นิ้วเรียวตะครุบหมับเข้าที่ข้อมือหนาข้างที่มันทำท่าจะสอดเข้าชายเสื้อยืดตัวบางจนคำถามถูกลืมในทันที ใบหน้าหวานเอียงหนีลมหายใจอุ่นสุดฤทธิ์ ลืมคิดไปว่าการทำแบบนั้นก็เท่ากับเปิดทางให้อีกฝ่ายจู่โจมได้ง่ายขึ้น

กลิ่นหอมอ่อนๆที่จ่ออยู่ใกล้จมูกทำให้พจน์ลืมตัว ปากได้รูปจึงกดจูบตรงนั้นทีตรงนี้ที แม้กระทั่งติ่งหูนิ่มๆก็โดนเม็มเอาอย่างเอาแต่ใจจนเจ้าของมันสะท้านเยือก

การขยับตัวของคนในอ้อมแขนทำให้พจน์ไม่อยากคิดอะไรอื่น เนื้อตัวนุ่มนิ่มทำให้คนที่ไม่เคยหวั่นไหวกับอะไรทั้งนั้นเริ่มใจสั่นกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่เข้าจู่โจม แต่ถ้าถามคนที่กำลังดิ้นอยู่นี่ว่ารู้ตัวไหม พจน์ตอบให้ก็ได้ว่าไม่รู้เรื่องอะไรหรอก ไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวขาวๆเอวบางๆของตัวเองนั้นกำลังทำให้บางอย่างเปลี่ยนไปตลอดกาล

“อยู่นิ่งๆ”

ตะวันส่ายหน้าดิก นอกจากจะทำไม่ได้แล้วมือบางยังคอยตะครุบฝ่ามืออุ่นให้วุ่น จับตรงนั้นย้ายมาตรงนี้ พอจับมือนี้ไว้แน่นอีกมือก็เริ่มขยับ ทั้งเอวทั้งแผ่นหลังบางที่บดเบียดกับแผงอกกว้างทำเอาคนหน้าหวานเริ่มไปไม่เป็น

หนักเข้าปากกับลมหายใจร้อนผ่าวก็กดซบต้นคอนุ่มแล้วสูดความหอมเข้าเต็มปอด แขนแข็งๆก็ไม่ได้ละจากเอวกลมๆเลยซักวินาทีแถมพจน์ยังโถมร่างสูงใหญ่ของตัวเองเข้ากกกอดคนข้างหน้าไว้แนบแน่น

ตาหวานเบิกโพลงเป็นไข่ห่าน หยุดดิ้นทันทีอย่างตกใจเมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างเบียดตามมาจนรู้สึกได้

พจน์สบถในใจ

ให้ตายเถอะ! ตั้งแต่รับพนักงานคนนี้เข้ามารู้สึกว่าจะควบคุมตัวเองลำบากเหลือเกิน เห็นหน้าแล้วอยากดึงเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยง ซุกซบดอมดมตรงนั้นตรงนี้ให้หายอยาก นึกไปถึงยามอารมณ์ร้อนที่พุ่งทะยานขึ้นจนถึงขีดสุด อยากจะซบหน้าลงกัดคอขาวเบาๆให้สะท้านสะเทือนทุกรูขุมขน

นึกไปถึงตอนนั้นก็ต้องสะบัดหน้าเรียกสติ กระตุกบังเหียนเป็นสัญญาณให้เจ้าม้ารับรู้ว่ามันควรจะทำยังไง


ตะวันทำหน้างง ยืนมองเคบินริมน้ำที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก แม้ไม่มีแสงไฟแต่ก็ได้แสงจันทร์กับดาวดวงเล็กๆที่สะท้อนลงมากระทบผิวน้ำจนเห็นเป็นแสงแพรวพราวระยิบระยับงามจับตา

พจน์ผูกอาปาเช่ไว้กับต้นไม้แล้วเดินตรงดิ่งไปยืนข้างแอ่งน้ำก่อนจะไคว้แขนถอดเสื้อโยนไว้ข้างตัว จากนั้นก็ปลดเข็มขัดและถอดกางเกง

แต่ก่อนที่นิ้วโป้งจะเกี่ยวผ้าผืนเล็กที่เหลือติดกายออก คนตัวสูงหันขวับมามองข้างหลัง

ร่างบางที่รีบหันหลังให้แบบเส้นยาแดงผ่าแปดถึงกับแก้มร้อนวาบ ถึงจะเห็นไม่ชัดแต่ก็เป็นครั้งแรกที่มีคนมาถอดเสื้อให้ดูใกล้ๆแบบนี้ และก็ยืนหันหลังอยู่อย่างนั้นจนได้ยินเสียงน้ำกระจายตู๊มใหญ่ นั่นแหละจึงใจชื้นค่อยๆหันหน้ากลับมามองช้าๆเพราะไม่แน่ใจว่าจะได้เห็นคนโป๊อีกหรือไม่

"ลงมาอาบด้วยกัน"

จึ๊ย!

"ผมอาบแล้ว!"

"เมื่อกี้ช่วยกันดับไฟทั้งเหนื่อยทั้งร้อน ลงมาเลย น้ำเย็นกำลังดี "

"ไม่ครับ ผมไม่เป็นไรเจ้านายอาบไปเถอะ”

แต่ร่างสูงก็มุดลงน้ำหายไปก่อนที่จะได้ยินคำตอบพอโผล่ขึ้นมาอีกทีก็ถามย้ำ

"ไม่อาบแน่นะ!?"

ตะวันพยักหน้าจนคอแทบหลุด รู้สึกขอบคุณความมืดเหลือเกินที่ทำให้เห็นรายระเอียดไม่ชัด เพราะแค่คิดเล่นๆว่าถ้าลงไปอาบด้วยจริงๆจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แก้มบางๆก็ร้อนวาบขึ้นทันทีอย่างรุนแรงและมันคงแดงไปทั้งหน้าแล้วตอนนี้

"งั้นเข้าไปหยิบผ้ามา ตรงเข้าไปแล้วเลี้ยวซ้าย"

คนบอกมุดน้ำหายไปอีกแล้ว ปล่อยให้ตะวันงมทางเดินเข้าไปหาเคบินหลังกะทัดรัด และทันทีที่จับลูกบิดไฟก็สว่างขึ้นอัตโนมัติ ตอบข้อสงสัยที่มีมาแต่แรกทันที

ร่างบางเดินเข้าไปด้านใน ไม่ได้ตรงเข้าไปหาผ้าขนหนูอย่างที่ใครบางคนบอก แต่กำลังยืนมองห้องที่มีเตียงขนาดใหญ่ ห้องนั่งเล่นเล็กๆที่ขอบอกเลยว่าสวย สวยมาก สวยจนไม่อยากเชื่อว่ามันจะถูกสร้างเอาไว้ในป่าแบบนี้

นานหลายนาทีกว่าจะกลับออกมา แต่ตอนนี้ชักเริ่มปัญหา

"เจ้านาย"

ทุกอย่างรอบตัวเงียบเชียบไร้สิ่งมีชีวิต ทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างสงสัย แม้แต่ผืนน้ำเบื้องหน้าก็นิ่งสงบราวกับไม่เคยมีใครลงไปแหวกว่ายมันมาก่อนหน้านั้น

เงียบ เงียบเกินไปแล้ว หรือว่า........

ผ้าขนหนูในมือถูกทิ้งกองรวมกันกับเสื้อผ้าที่พจน์ถอดทิ้งไว้ ตะวันย่ำจ๋อมๆลงน้ำจนมันลึกถึงข้อเข่า แล้วป้องปากตะโกนเรียกเสียงดังลั่น

"เจ้านาย เจ้านายครับ จ้าวนายยยยยย!!!!!"

ความเงียบที่สะท้อนกลับมาทำให้คนหน้าซีดเริ่มเหงื่อตก

ซวยแล้วไง! …..หรือจะเป็นตะคริวจมน้ำไปแล้ว …....แล้ว จมไปตรงไหนล่ะ?

ปากบางพึมพำถามตัวเอง ตากลมโตกวาดมองไปทั่วแอ่งน้ำอย่างกังวล ไม่รู้ด้วยว่าร่างสูงจมหายไปตั้งแต่ตอนไหน ถ้าเกิดจมลงไปตั้งแต่ตะวันเดินเข้าไปในเคบินล่ะ

ป่านนี้คง......

"เจ้านาย!"

ทุกอย่างรอบตัวไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ แม้แต่เสียงแมลงกลางคืนก็พลอยเงียบไปด้วย

"คุณพจน์ คุณพจน์ครับ ตอบหน่อยสิครับ อย่าเล่นอย่างนี้นะ คุณพจน์....”

คนตัวบางสูดลมหายใจเฮือก แล้วเปล่งเสียงออกมาให้ดังกว่าเดิม “จ้าววววว....นายยยยยยย!”

“ว่าไง?”

"เหวออ!"

ตะวันสะดุ้งโหยง หัวใจหล่นไปอยู่ใต้ตาตุ่ม ไม่ใช่เพราะเสียงตอบที่ดังอยู่ใกล้ แต่เป็นลำแขนที่จู่ๆก็สอดเข้ามากอดจากด้านหลังนี่ต่างหาก

และตามมาด้วยคำพูดที่น่ากลัวยิ่งกว่า

"ไปอาบน้ำกัน!"

"อ๊ากกกกก! ….....ผมอาบแล้ววววววววว!"

ขาสองข้างดิ้นปัดๆ เสียงปฏิเสธดังลั่นไม่ได้ทำให้พจน์หยุดเดิน แต่ตะวันต้องตาเหลือกกับระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนเท้าสองข้างเริ่มเปียก

"ไม่อาบนะ ผมอาบแล้ว!"

“อาบตอนไหน เมื่อกี้ช่วยกันดับไฟไม่ร้อนหรือไง?”

“จะร้อนได้ยังไงเล่า จะเข้าไปช่วยก็ถูกกันออกมา อ๊ากกกก! ผมไม่โล๊ง!!”

เท่านั้นแหละคนไม่อยากลงน้ำก็วาดแขนกลับมาเหนี่ยวต้นคอหนาไว้แน่นพร้อมกับคู้ขาสองข้างขึ้นเป็นการยืนยันว่าหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ลงเด็ดๆ

ตะวันคิดอยู่แค่ ถ้าลงก็ต้องเปียก เปียกแล้วก็ต้องแก้ผ้า ซึ่งมันเป็นอะไรที่ไม่อยากทำอย่างแรง

แต่กับพจน์กลับต่างออกไป ตอนแรกก็แค่อยากแกล้ง แต่พอถึงตอนนี้ก็เปลี่ยนใจไม่อยากลงน้ำเพราะลำตัวนุ่มนิ่มที่กำลังดิ้นปั๊ดๆอยู่นี่ทำให้บางอย่างตื่นขึ้นมาอีกจนได้

ให้ตายเถอะ!

พจน์สูดหายใจเข้าปอด งัดเอาความอดทนทั้งหมดที่มีออกมาห้ามตัวเองเพื่อไม่ให้ซุกหน้าลงไปดมดอมความหอมนี้ใกล้ๆ

“ไม่อาบนะครับเจ้านาย ไม่เหนื่อยไม่ร้อนไม่เป็นอะไรเลยจริงๆ ปล่อยผมลงเถอะนะ”

ตะวันคงไม่รู้หรอกว่าเสียงออดอ้อนกับหน้าขาวที่แหงนขึ้นบอกของตนไปทำให้เส้นด้ายที่รั้งความอดทนของพจน์ขาดผึง

ใบหน้าคมซบวูบลงหาแก้มนุ่มที่อยู่ใกล้ที่สุดทันทีทำให้ตะวันตาเหลือกอย่างคิดไม่ถึง ความร้อนผ่าวที่ประทับลงบนแก้มขาวจนได้ยินเสียงฟอดดังยังไม่เท่าไหร่ แต่แขนแกร่งที่รัดเอวบางไว้แน่นไม่ยอมคลายแต่แรกยังเปลี่ยนมาเป็นยกร่างบางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิง จากนั้นร่างสูงก็หันหลังเดินไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับน้ำ นี่ต่างหากที่บอกตะวันว่ามาคิดได้ตอนนี้ดูเหมือนจะสายไปซะแล้ว

ทันทีที่หลังบางสัมผัสกับที่นอนนุ่มร่างบางถึงกับผวาเฮือก แต่เป็นเพราะร่างสูงกำยำที่ตามมาคุกเข่าตระหง่านอยู่เบื้องหน้าทำให้คนที่ต้องดิ้นหนีลืมดิ้นเอาง่ายๆ

ผิวสีแทนคร้ามแดดที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งมีแนวขนอ่อนขึ้นประปรายให้เห็นบนอกเปลือยและเรื่อยลงมาจรดหน้าท้องแกร่งทำให้ตะวันกลืนน้ำลาย อยากเอานิ้วจิ้มตาตัวเองที่ไม่รักดีดันโฟกัสต่ำกว่านั้นตาไม่กระพริบ ก็มันเล่นผงกหัวชี้มาทางนี้ใครเห็นจะไม่ตาค้างถามหน่อยเถอะ เพราะความที่เคยเห็นแต่หนอนชาเขียวของตัวเองพอมาเจอ อนาคอนด้าที่ตัวใหญ่กว่าก็เกิดการเปรียบเทียบอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ

แต่มันใช่เวลาไหมเนี่ย

ตะวันกระพริบตา นึกด่าตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ เวลาแบบนี้มันต้องรีบหนีสิวะ ขืนช้ากว่านี้มีหวังถูกจับ......

"อื๊อ!"

ยังไม่ทันจะได้ขยับอย่างที่สมองสั่งใบหน้าคมก็โน้มลงมาจนปากประกบปากแนบสนิท ไซ้ซอนเรียวปากอิ่มที่พยายามส่ายหนีจนศรีษะเล็กจมที่นอนนุ่ม ปลายนิ้วแข็งเลื่อนขึ้นล็อคคางมนให้อยู่นิ่งแล้วใช้จังหวะที่ปากสีสดกำลังจะเอ่ยประท้วงแทรกปลายลิ้นร้อนชื้นเข้ารัดรึงลิ้นเล็กบางที่พยายามหดหนีนั้นอย่างดูดดื่มและหนักหน่วง

ตะวันดันแผงอกหนาไว้จนสุดแรง แต่ไม่นานก็เปลี่ยนมาใช้กำปั้นชกและทุบไปทั่วบ่าหนาและลำแขนแกร่งที่โอบล้อมร่างของตนไว้ แต่ไม่ว่าจะทำยังไงเจ้าของกายหนาก็ไม่มีทีท่าว่าจะสะดุ้งสะเทือนกับแรงมดอันน้อยนิดนี้

"เดี๋ยว......อื๊ออ!...."

ปากที่ตามติดประกบจูบกำลังสูบวิญญาณให้ออกจากร่าง ดึงสติสัมปชัญญะของคนด้อยประสบการณ์จนกระเจิง ทำให้แรงที่มีอยู่น้อยนิดค่อยๆหายไปพร้อมกับสติที่เริ่มจะเลือนราง

มือหนาสอดเข้าลูบไล้ไปทั่วสีข้าง ผ่านแผ่นหลังนวลเนียน บั้นเอวนุ่ม จากนั้นตะวันก็หนาววูบเมื่อชายเสื้อที่ใส่อยู่ถูกถลกขึ้นทีเดียวก็พ้นจากตัวไปอย่างง่ายดาย

ปากอิ่มที่กำลังจะเปล่งเสียงถูกปิดลงอีกครั้งคล้ายกับพจน์ไม่อยากได้ยินอะไรตอนนี้

มือหนาคลำหาตะขอกางเกงแล้วปลดมันออกพร้อมกับรูดซิปพรื๊ดปลุกให้คนมึนจูบสะบัดหน้าหนีเต็มแรง

“อย่าครับ”

เสียงห้ามดังลอดผ่านริมฝีปากออกมาเพียงแผ่วเบา อาจจะเบาจนพจน์ไม่ได้ยิน เลยไม่อาจห้ามมือที่กำลังกระตุกกางเกงขาวยาวที่ขวางทางก็พ้นเนินสะโพกเพรียว มันถูกดันลงจนไปกองอยู่ที่ข้อเท้าเรียวทั้งสองข้าง และไม่ถึงอึดใจก็ปลิวหวือไปกองรวมกับเสื้อตัวก่อนหน้า

ปลายจมูกโด่งกดหอมแก้มเนียนครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับหยุดตัวเองไม่ได้ ลมหายใจร้อนผ่าวไถลลงหาซอกคอขาวแล้วดูดดุนเนื้อนวลจนมันเริ่มกลายเป็นสีกุหลาบไปทั่วบริเวณ

ลิ้นร้อนชื้นทำหน้าที่อย่างดีจนร่างบางห่อไหล่สะท้านเยือกเมื่อรู้สึกถึงความเปียกลื่นตรงปลายยอดอก ปลายลิ้นร้ายกาจที่กำลังปาดชิม ดูดเลียและเม้มดึง แถมยังดูดเอาส่วนที่กำลังแข็งเป็นไตเข้าปากราวกับเป็นทารกที่กระหายนมจากอกมารดา

"อ๊าา!.."

แผ่นหลังบางแอ่นโค้งอย่างไปไม่เป็นเพราะความเสียวที่วิ่งวาบไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าที่กำลังหงิกงอ

ปลายนิ้วเรียวที่ขยุ้มผมดกหนาพยายามรั้งไว้แน่นเพื่อไม่ให้ใบหน้าหล่อร้ายเลื่อนต่ำลงไปกว่านั้น แต่แทนที่มันจะได้ผลร่างบางกลับสั่นสะท้านไปทั้งตัวเมื่อหน้าท้องแบนราบถูกใบหน้าหล่อคมซบซุกจนจมแผ่นท้องนุ่มๆ

คนหน้าหวานฮุบเอาออกซิเจนเข้าปอดจนหอบแฮ่ก หัวใจดวงเล็กก็พาลเต้นผิดจังหวะกับกิริยาที่คนตัวสูงทำ ตาหวานฉ่ำที่มีน้ำใสหล่อเลี้ยงกระพริบปรือมองข้างหน้าไม่ชัด ความรู้สึกเสียวเสียดมันลามไปทั้งทั้งตัวจนมือไม้พาลอ่อนแรง ลำขาเรียวสองข้างก็ไม่รู้จะวางตรงไหนขยับงอถูไถสีข้างของคนตัวสูงที่กำลังคล่อมตัวเองไว้ ทำให้กางเกงที่คาอยู่ปลายเท้าถูกดึงเหวี่ยงหวือตกไปตรงไหนไม่มีใครสนใจมอง

ตะวันสะดุ้งเฮือก มองสบตาจริงจังของคนที่โน้มอยู่ใกล้ยิ่งกว่าใกล้ หน้าหวานส่ายไปมา อยากจะบอกเหลือเกินว่าอย่าให้มันเลยเถิดไปกว่านี้เลย

ยังไม่ทันได้ขยับปากคนหน้าหวานก็ถูกมือหนาจับพลิกให้นอนคว่ำแล้วร่างสูงเปลือยเปล่าก็ตามลงมาทาบทับด้านหลังจนคนที่กำลังตาเหลือกกระดิกตัวแทบไม่ได้

ต้นคอขาวที่อยู่ใกล้ไม่ทำให้พจน์ได้คิดนาน ทาบปากอุ่นลงดูดดุนอย่างที่คิดจะทำมาตั้งแต่เห็นหน้าแล้วไชชอนเอาความนุ่มหอมนั้นเข้าปอดจนร่างบางหลับตาปี๋ แต่นั่นมันยังไม่เท่ากับที่ฝ่ามืออุ่นกำลังสอดเข้าลูบไล้แผ่นอกบอบบางแล้วเลยลงหาแท่งเนื้อน้อยที่กำลังชูชันตื่นตัว

“อ๊า...”

ลำพังแค่เฉียดไปมาก็แทบขาดใจตายอยู่แล้ว แต่นี่พจน์กลับกำมันเอาไว้ด้วยฝ่ามือสากหนาแล้วขยับเขยื้อนขึ้นลงจนสันมือตีกระทบเนื้อนูนๆทำให้ร่างบางดิ้นพล่านแทบขาดใจ

มือบางดึงทึ้งผ้าปูจนมันแทบขาดคามือกับความเสียดเสียวไปทั้งเนื้อทั้งตัวชนิดที่ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเลยในชีวิต

แต่ดูเหมือนการปรนเปรอจะไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น

พจน์ถูไถหน้าขาที่อัดแน่นไปด้วยความต้องการของตัวเองเข้าประชิดร่องก้นขาวเพื่อระบายความเสียดเสียวที่ตัวเองก็มีในระดับที่พอกัน แต่แทนที่มันจะบรรเทาไปได้บ้างกลับทำให้ดับความกระหายพุ่งขึ้นสูงจนยากจะดับ

เนื้อก้นนุ่มๆที่ยิ่งเบียดชิดมากเท่าไหร่กลับยิ่งสร้างความทรมานอันแสนหวานมาให้มากขึ้นเท่านั้น ร่างหนาแกร่งกระดกหน้าขาส่งลำเนื้อสีเข้มปลายป้านใหญ่ให้ผลุบเข้าออกซอกขานุ่มรัวเร็วพร้อมๆกับขยับมือปรนเปรอลำเนื้ออีกอันในมือให้เร็วขึ้น

"อ๊าาา!!”

ตะวันตาพร่ามัว มือสองข้างที่กำผ้าปูก็ค้างนิ่งอยู่อย่างนั้นเพราะความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลมันลงไปกองอยู่ที่จุดๆเดียว คือตำแหน่งที่มือของพจน์กำลังกำรัวเร็วปานหัวรถจักร

เพียงไม่ถึงอึดใจร่างบางก็เกร็งค้าง ปล่อยเสียงร้องออกมาดังลั่นอย่างลืมตัวเมื่อของเหลวสีขาวขุ่นพุ่งปรี๊ดจากปลายป้านสีแดงก่ำจนเลอะมือหนาที่ยังขยับให้ไม่ยอมหยุด

"แฮ่ก!..แฮ่ก!"

ร่างบางทรุดฮวบคว่ำหน้า ลมหายใจหอบแฮ่ก ภายในอกข้างซ้ายกระหน่ำรัวจนแทบกระเด็นกระดอนออกมาเต้นบนเตียง เหงื่อเม็ดเล็กซึมไปทั่วขมับ ไรผม และก็คงซึมไปทั่วตัวพอๆกับคนตัวสูงข้างหลัง

แต่ในขณะที่หัวใจกำลังจะกลับมาเต้นในจังหวะปกติก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อถูกจับพลิกให้กลับมานอนหงาย ตาพร่าไปในทันไดเมื่อใบหน้าหล่อร้ายโน้มมาใกล้ไม่บอกกล่าว

จากนั้นปากอิ่มก็ถูกปิดสนิท ปลายลิ้นชื้นแทรกเข้ากวาดต้อนความหวานทุกหยาดหยดในโพลงปากหวานฉ่ำอย่างกระหาย มือสากหนายังคงลูบไล้ไปทั่วลำเนื้ออ่อนบางที่เพิ่งปลดปล่อยอย่างเอาแต่ใจ

แต่ในขณะที่กำลังลืมตัวเพราะจูบตะวันก็ต้องตาเหลือกเมื่อรู้สึกถึงอะไรแข็งๆผลุบหายเข้าช่องทางนุ่มด้านหลัง

"เจ็บ"

เสียงหวานครางประท้วงแล้วหุบขาเข้าหากัน แต่มันม่ได้ทำให้นิ้วที่คาอยู่หลุดออกไปได้อย่างที่คิด ซ้ำร้ายยิ่งดิ้นมันก็ยิ่งคลอนตัวดิ่งลึก บวกกับน้ำสีขุ่นที่เพิ่งปล่อยออกมาไม่กี่นาทีก่อนหน้าเป็นตัวช่วยให้ปลายนิ้วแข็งเพิ่มเป็นสองนิ้วอย่างง่ายดาย

“อ๊ะ!”

หลังจากเปลี่ยนเป็นสามนิ้วตะวันได้แต่หน้าเหยเก รู้สึกไปกับทุกจังหวะที่นิ้วแข็งสอดแทรกช่องทางอ่อนนุ่มที่แสนคับแคบของตัวเอง

ความไม่คุ้นชินต่อสิ่งแปลกปลอมทำให้ช่องทางนุ่มบีบรัดปลายนิ้วของพจน์หนุบหนับ ทำให้กรามแกร่งบดเข้าหากันเพราะกำลังพยายามใจเย็น แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่สมองกลับนึกไปว่าขนาดนิ้วยังดูดขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นอย่างอื่น.....

ไม่ใช่เฉพาะตะวันเท่านั้นที่หอบแฮ่ก พจน์ก็หายใจผิดจังหวะไม่ต่างกัน เหงื่อจึงชุ่มไปหมดทั้งแผ่นหลังและแผงอกแกร่งที่กำลังหดเกร็งจนเห็นกล้ามขึ้นรูปชัด

ความตึงเปรี๊ยะแต่แรกค่อยๆหายไป เหลือไว้แต่ความรู้สึกเสียวเสียดแปลกๆทำให้คนนอนหงายใช้มือปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้เสียงครางน่าอายหลุดออกมาทุกครั้งที่นิ้วแข็งขยับ และเพราะความซ่านสยิวที่ร่างกายได้รับทำให้แท่งเนื้อสีอ่อนที่เพิ่งคอพับคออ่อนไปเมื่อครู่ชูคอขึ้นอีกครั้ง

พจน์จับขาเรียวขาวถ่างออกกว้างแล้วแทรกตัวเข้าประชิด จดจ่อความปวดหนึบที่กำลังดีดดิ้นเกลี่ยปากทาง ลากไล้วนขึ้นลงที่จีบพับสีสด แล้วหน้าขาแกร่งก็กระดกส่งความแข็งขึงร้อนผ่าวเข้าสู่ความคับแน่นอย่างไม่อยากรออีกต่อไป

"โอ๊ยย!"

เสียงหวานดังประท้วงเมื่อลำเนื้อใหญ่โตค่อยๆเบียดแทรกผนังนุ่มเข้ามาทีนิดจนเริ่มหายใจไม่ออก

"เจ็บ! อื้อ...เอา เอาออกไป!"

มือบางดันแผงอกหนาขณะที่พยายามเบี่ยงสะโพกหนี แต่หารู้ไม่ว่าการขยับที่ไม่ตั้งใจนั้นเกือบทำให้พจน์เกือบหักกลางลำ

"อย่าเกร็ง" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่า เสียวแปลบไปทั้งไขสันหลังเมื่อพยายามใจเย็นไม่ผลีผลามกระแทกเข้าไปให้มิดทั้งๆที่อยากทำอย่างนั้นใจจะขาด

"อื๊อ!...เจ็บ ….อ๊ะ......แฮ่ก.... อ๊าาา"

เสียงครางกระท่อนกระแท่นช่างยั่วยวน บอกกับริ้วแดงๆบนแก้มเนียนใสก็ทำให้พจน์อดไม่ได้ที่จะก้มลงดมดอมหอมเอาหอมเอาโดยที่เจ้าของมันไม่มีแรงพอที่จะห้ามปรามหรือผลักใส

ปากอิ่มเต็มแดงระเรื่อที่กำลังเผยออ้าหอบลมหายใจก็ดูเหมือนเชิญชวน อาการเดี๋ยวเม้มเดี๋ยวกัดอย่างไม่รู้ตัวนั้นทำให้คนจ้องจะกินอยู่แล้วก้มลงประกบจูบอย่างดูดดื่ม ปลายลิ้นร้อนกวาดต้อนทุกหยาดหยดความหวานเข้ามาดื่มกินอย่างกระหาย

ริมฝีปากร้อนผ่าวกับปลายจมูกโด่งวกเข้าหาซอกคอขาวอย่างดาลในอารมณ์ ท่อนเนื้อแข็งโป๊กที่สอดคาไว้แค่ครึ่งเดียวที่พอขยับอีกครั้งมันก็คลอนตัวดิ่งลึกเข้าอีกจนเกือบมิดลำ

"อ๊าา!"

ตาหวานเบิกโพลง มือดันลอนท้องแข็งไว้ทันที กล้ามเนื้อสะโพกก็เกร็งค้างทำให้ช่องทางบีบรัดความแข็งขึงที่อัดเข้ามาจนพจน์กัดฟันกรอด

ร่างสูงนิ่งค้างไว้อย่างนั้น กำปั้นที่กำแน่นจนเห็นเส้นเลือดวางแนบไว้ข้างใบหน้าเนียน ขณะที่จมูกกับปากหยักได้รูปฝังนิ่งอยู่กับแก้มขาวของคนใต้ร่าง

แต่พอนานเข้าก็ชักจะไม่ไหว พจน์กัดฟันถอนตัวตนออกมาแล้วสวนกลับเข้าไปใหม่ แม้จะรู้ว่าร่างบางกำลังเจ็บแต่ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะทำให้ช่องทางนุ่มที่กำลังบีบรัดคุ้นเคยกับสิ่งที่กำลังดันเข้าและถอนออกอยู่ขณะนี้

ตาหวานเบิกโพลงสบกับตาคมกริบที่จ่ออยู่ใกล้แค่ลมหายใจกั้น มือบางสองข้างเกาะไหล่หนาชื้นเหงื่อไว้แน่นเพราะไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน

ตะวันทำตัวไม่ถูกจริงๆ ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง แค่หายใจให้เป็นปกตินี่ก็ถือว่าหนักหนาแล้ว แถมยังต้องรู้สึกไปกับทุกอณูเนื้อร้อนผ่าวที่กำลังสอดเข้าแล้วถอดออกครั้งแล้วครั้งเล่าในช่องทางของตัวเองนี่อีก

หลังจากที่อดทนรอจนใจแทบขาด ดูเหมือนว่าปลายป้านใหญ่จะเริ่มคุ้นเคยกับผนังนุ่มที่กำลังบีบรัดทีละนิด

ทีละนิด

ไม่นานหลังจากนั้นทั้งพจน์และตะวันต่างก็พากันสูดปากซี๊ดซาดอย่างลืมตัวราวกับว่าอาหารที่กำลังพากันกินมันมีรสจัดจ้านและเผ็ดลิ้นเหลือเกิน

ความเสียวซ่านใต่ระดับขึ้นจนแทบทนไม่ไหว

“ฮืมมมมม!”

“อ๊าาาา แฮ่ก แฮ่ก อื๊อออ”

เสียงหวานครางสั่น ใบหน้าหวานแหงนเชิดเปิดโอกาสให้ฟันคมงับปลายคางมนที่กำลังแหงนขึ้นนั้นอย่างหมั่นเขี้ยว

ปากอิ่มเต็มถูกบดจูบและขมเม้มทั้งบนทั้งล่างจนมันเริ่มบามเจ่อ ปลายลิ้นชื้นแทรกเข้าเกี่ยวพันดูดดึงลิ้นเล็กบางอย่างกระหาย สะโพกสอบโจนจ้วงส่งท่อนเอ็นร้อนเข้าออกรัวเร็วเมื่อความอึดอัดเริ่มคลายตัวเปลี่ยนเป็นความเสียวแทบขาดใจแทน

เสียงครางหวานที่หลุดออกมาเริ่มควบคุมไม่ได้และน่าอายจนตะวันยกมือขึ้นปิดปาก แต่พจน์กลับไม่ยอมให้ทำอย่างนั้น ฝ่ามืออุ่นยึดมือบางแล้วกดแนบที่นอน สะโพกสอบก็ขมักเขม่นส่งท่อนลำเอ็นที่ทั้งแข็งขึงและร้อนผ่าวราวกับเหล็กอังไฟเข้าใส่ช่องทางที่ทั้งนุ่ม ทั้งตอดทั้งรัดหนุบหนับกับทุกจังหวะการเคลื่อนไหว

ฝ่ามืออุ่นสากรัดสะโพกเพรียวไว้แน่น อีกข้างก็ปรนเปรอลำเนื้ออ่อนบางที่เด้งสู้มือ บวกกับจังหวะโจนจ้วงอันหนักหน่วงทำให้ร่างบางประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น

"อ๊า..อ๊า..อ๊า...เจ้า...นาย เบา อ่า เบา.....ผม"

แทนที่พจน์จะทำตาม กลับโน้มปากลงดูดยอดอกสีชมพูใสที่ท้าทายอยู่ตรงหน้า ลิ้นร้อนชื้นปาดเลียข้างซ้ายแล้วย้ายมาดูดข้างขวาเพื่อไม่ให้น้อยหน้ากันยิ่งทำให้ร่างบางส่งเสียงครางหนัก

ตะวันปรือตามองอกกว้างที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อชื้นเหงื่อ มองหน้าท้องแกร่งที่กำลังเกร็งจนเห็นกล้ามเนื้อเป็นลอนชัด และยังมือใหญ่ที่ขยับลำกายของตนเร็วแรง รวมกับเสียงน้ำเฉาะแฉะที่ดังออกมาอย่างหยาบโลน ทุกอย่างที่เห็นที่รู้สึกยิ่งทำให้หอบหายใจหนัก

หน้าหวานเหยเก เริ่มทนไม่ไหวกับแรงปะทะที่สาดซัดความเสียดเสียวเข้ามาให้ ลำขาเรียวตวัดพันรัดรอบเอวสอบของพจน์ที่กำลังขมักเขม้นกับการห่มสะโพกแกร่งส่งลำเนื้ออุ่นเสียบเสยเข้าช่องทางนุ่มจนร่างบางไหวไปกับทุกแรงกระแทกกระทั้น

คลื่นอารมณ์ที่สาดซัดรุนแรงต่อให้เอาช้างทั้งโขลงมาฉุดไว้ก็คงเอาไม่อยู่

"อ๊า...อ๊า...อ๊า.."

"ตะวัน.... "

เสียงแหบพร่าที่ขานชื่อออกมาทำให้หน้าหวานแหงนเริดจนหลังแอ่น ขาเรียวรัดรอบสะโพกแกร่งเกร็งค้างเพราะช่องทางหนุบหนับกำลังตอดรัดอย่างรุนแรงจนพจน์รอไม่ไหวอีกต่อไป ห่มสะโพกสอบส่งความร้อนผ่าวแข็งโป๊กเข้าสู่ช่องทางนุ่มเร็วรัว

"อ๊าาาา....."

อารมณ์ทะยานขึ้นจนถึงจุดปลดปล่อยพจน์รวบเอวบางไว้แน่นแล้วบดบี้หน้าขาเข้าหาอย่างเมามัน กระแทกกระทั้นตัวตนเข้าหาความอ่อนนุ่มที่รองรับอย่างหนักหน่วงจนเตียงกระแทกผนังดังกึกๆ

“ฮืมมมมมม!!!!!!”

ใบหน้าคมแหงนหงาย เห็นเส้นเอ็นลำคอปูดโปน เหงื่อไคลไหลอาบไปทั้งหน้าและตัวเมื่อปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นฉีดพุ่งเข้าสู่ช่องทางนุ่มที่กำลังรีดเร้นตอดรัดหนุบหนับอย่างไม่เสียดาย

พจน์ฟูบลงกับซอกคอขาวของคนใต้ร่างอย่างเหนื่อยอ่อน ลำแขนแกร่งสีคร้ามแดดยังกอดเอวบางนุ่มนิ่มไว้แน่นไม่ยอมคลาย ส่วนตะวันเองก็เผลอกอดรัดต้นคอหนาไว้แน่น ขาเรียวทั้งสองข้างก็เผลอเกาะเกี่ยวสะโพกแกร่งที่กำลังบดทับทิ้งน้ำหนักลงมาอย่างลืมตัวพอกัน 



ความคิดเห็น