ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 2 First Kiss (Rewrite)

ชื่อตอน : "ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 2 First Kiss (Rewrite)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 63k

ความคิดเห็น : 75

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2561 00:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 2 First Kiss (Rewrite)
แบบอักษร

First Kiss


ไร่ "ปลายตะวัน" อันกว้างใหญ่ไพศาลที่บังเอิญเหลือเกินว่าทำไมมีชื่อเดียวกันกับเลขาใหม่พอดี เป็นหนึ่งในงานอดิเรกที่ 'พจน์ พงษ์สกุลธร' ชอบเป็นพิเศษ

ใช่ อ่านไม่ผิดหรอก ที่มากินนอนทำแบบเป็นล่ำเป็นสันเนี่ย แค่งานอดิเรก

แต่บังเอิญว่ามันเป็นงานอดิเรกที่พจน์รักมาก ลงทั้งทุนทุ่มทั้งใจจนมันยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งอย่างทุกวันนี้

ทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา พ่อม้าพันธุ์ดีหลายร้อยตัวกับวัวอีกเป็นพัน พจน์คลุกคลีอยู่ที่นี่แทนที่จะเข้าไปนั่งบริหารงานอยู่กับโต๊ะ ในห้องแอร์เย็นๆ หรือแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบลนดัง นั่งรถหรู ปล่อยให้น้องชายคนเดียวจัดการแทน ให้สำนักงานใหญ่ยุ่งกันเอง

ไม่เพียงเท่านั้น พงษ์สกุลธรคอร์ปอเรชั่นยังเป็นยักษ์ใหญ่ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บ้านจัดสรร อัญมณี ที่ดิน โรงแรม สนามกอล์ฟ เรือและอีกหลายต่อหลายอย่างที่เป็นสาเหตุทำให้พจน์เบื่อหนัก ชนิดที่ต้องระเห็จตัวเองออกมาจากสังคมในเมือง หมกตัวอยู่แต่ในทุ่งเลี้ยงวัวเลี้ยงม้าเป็นคนป่าแบบนี้

เฮ้อ!

ตะวันไม่คิดว่าการคิดเปลี่ยนงานใหม่ครั้งนี้จะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตด้วย

วันแรกพวกพี่ๆคนงานพากันทำกับข้าวกับปลาเลี้ยงต้อนรับอย่างใจดี ส่วนวันต่อมาตะวันก็ไม่ได้ออกไปไหน อยู่แต่ในบ้านแถมไม่ได้เห็นหน้าเจ้านายตัวเองจนล่วงเลยมาอาทิตย์กว่า

จริงๆมันดีมากเลยละ ไม่ต้องคอยแปลสายตาแปลกๆของพจน์แถมมีเวลาสำรวจที่อยู่ใหม่ทุกซอกทุกมุมอีกต่างหาก อยากทำอะไรก็ได้ทำ ทั้งขนมทั้งกับข้าวที่อยากกิน แถมไม่ต้องเข้าเมืองให้วุ่นวายเพราะเสบียงทั้งหลายที่ตุนอยู่ในตู้เย็นก็มีรถมาส่งถึงที่ สบายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

ตะวันหวังว่าวันนี้ก็จะเหมือนกับอีกหลายวันที่ผ่านมา ห้องว่างเปล่าบอกให้รู้ว่าพจน์กินนอนทำงานหนักอยู่ในไร่ ทุกวันจะมีเสื้อผ้าที่ใส่แล้วในตะกร้าบอกให้รู้ว่าร่างสูงกลับมาอาบน้ำและออกไปอีก แต่ก็ช่างเถอะ อยากมาก็มา อยากไปก็ไป ทำหน้าที่ใครหน้าที่มัน

ตะวันไม่เดือดร้อน ดีซะอีกเพราะวันนี้ก็ไม่ต้องทำกับข้าวไง

ประสบการณ์เกือบสองอาทิตย์บอกให้รู้ว่าถ้าไม่เห็นหน้าเจ้านายอย่าทำกับข้าวเด็ดขาด เพราะสุดท้ายมันจะกลายเป็นหมัน

งั้นตอนนี้เอ้อระเหยซักหน่อยคงไม่เป็นไรมั้งนะ?

ถามเองและตอบเองเสร็จสรรพคนบิดขี้เกียจก็หลับตา เหยียดแขนเหยียดขาแล้วหายใจเข้าปอดอย่างมีความสุข แต่เล็กจนโตก็อยู่แต่ในเมือง ทุกวันเห็นแต่รถติด สะพานลอย กับทางม้าลาย น้อยครั้งนักที่ได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์แบบไร้มลพิษแบบนี้ เพราะฉะนั้นต้องสูดเข้าปอดให้คุ้ม

ร่างบางนอนกลิ้งเกลือกกับพื้นหญ้านุ่มๆ รู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีก เป็นเด็กไม่ต้องเข้าใจอะไรลึกซึ้งนักก็ได้ “คิดแล้วอยากกลับไปเป็นเด็กอีกจังน้า” เสียงหวานพึมพำ นอนมองเมฆที่ลอยเอื่อยอยู่บนฟ้าอย่างน่าอิจฉานั่น

แดดกำลังร่มลมกำลังตก อากาศช่างเป็นใจที่จะล่อลวงให้คนนอนกลิ้งอยู่กับพื้นหญ้าเกือบหลับไปจริงๆเพราะความสบาย แต่พอนึกขึ้นได้ว่าต้องทำอะไรบ้างก็ลืมตาพรึ่บ

แต่นั่นก็ทำเอาตะวันเกือบสำลักอากาศที่กำลังหายใจเหตุเพราะตาคมกริบที่มองนิ่งมาพอดิบพอดี ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ร่างสูงใหญ่นั่งอยู่บนหลังม้าและอาปาเช่ก็นิ่งเหลือเกิน ไม่ส่งซิกส่งเสียงให้รู้ตัวก่อนบ้างเลย

แล้วจู่ๆเลือดฝาดทั้งหมดก็วิ่งมาออรวมกันบนแก้มเนียนจนแดงก่ำ เพราะทันทีที่เห็นคนตัวสูงสมองพลันนึกไปถึงเหตุการณ์อันไม่ตั้งใจเมื่อหลายวันก่อนเข้า หากแต่คนที่กำลังถูกนึกถึงไม่ทันได้เห็นเพราะร่างบางจ้ำอ้าวเข้าครัวไปซะก่อน

ปากอิ่มขมุบขมิบบ่นว่าใครบางคน ข้าวที่อุ่นไว้ก็กำลังร้อนและส่งกลิ่นหอบตลบไปทั่วห้อง ตะวันเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบโน่นจับนี่ออกมาวางอย่างคล่องแคล่ว ชอบใจมากๆกับความพร้อมที่มีอยู่ ไกลปืนเที่ยงขนาดนี้ยังอุตส่ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน

แม้แต่งานเอกสารที่ต้องเอาไว้ติดต่อกับสำนักงานใหญ่ สัญญาณอินเตอร์เน็ต แฟกซ์ คอมพิวเตอร์

อุปกรณ์สำนักงานที่เห็นแล้วอึ้ง เพราะมันมาอยู่ที่ที่ไกลจากตัวเมืองศิวิไลซ์อย่างนี้ได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อเจ้าพระคุณเป็นคนขี้เกียจจนไม่อยากจับต้องอะไรเองเลยต้องหาเลขามารองมือรองเท้า

คราวนี้เรื่องยุ่งมันจึงเกิดเมื่อตะวันเดินไปเห็นป้ายรับสมัครเลขา "เงินเดือนดี" เข้า จนความโลภเข้าครอบงำจิตใจ ไม่ศึกษาว่าที่เจ้านายให้ดีก่อน

งานน่ะดีนะ แต่กับผู้บังคับบัญชานี่สิ ยังไงๆก็ไม่ชินอยู่ดี

"เฮ้อ!"

อยู่ไม่ได้ค่อยลาออกทีหลังแล้วกัน

คนวางแผนไว้ในใจไม่ทันมองเลยว่ามีใครบางคนเดินตามหลังเข้ามากอดอกอิงประตูมองเงียบๆอยู่สักพักแล้ว และก็ทันได้ยินเสียงบ่นอุบอิบจับใจความไม่ได้นั่นด้วย

พจน์มองนิ่งไปที่จุกผมที่ถูกยางเส้นเล็กมัดไว้ง่ายๆเผยให้เห็นต้นคอขาวนวลพาลให้ความคิดด้านมืดแว๊บเข้ามาในหัวจนอยากทำอะไรซักอย่าง

แผ่นหลังบางกับเอวคอดเล็กที่ได้พิสูจน์แล้วว่าทั้งเล็กทั้งบางจริงๆตอนที่เผลอรวบไว้หลายครั้ง มองเลยลงไปที่บั้นท้ายกลมๆและลำขาเรียวที่ซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อผ้า ผิวตรงนั้นคงขาวเพราะถูกปิดซ่อนไว้ตลอดเวลา

นี่ถ้าคนที่ยืนหันหลังให้ล่วงรู้ความคิดของคนแอบมองคงเผ่นป่าราบไปแล้วแน่ๆ

ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมาพจน์รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง อะไรสักอย่างที่ตนเองก็บอกไม่ถูก มันอึมครึมในใจคล้ายกับจะหาทางออก ถึงได้ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังจนคนงานพากันโอดครวญ สุดท้ายก็โดนลุงสังข์ไล่แล้วต่อด้วยประโยคกระแทกใจ

“ผมว่านายกำลังทำตัวเหมือนเมียไม่ให้เข้าบ้าน”

ราวกับมีใครเอาน้ำเย็นๆมาสาดใส่หน้า คำตอบที่ได้คล้ายกับละลายเมฆหมอกที่อึมครึมในใจมาหลายวันให้มันชัดขึ้น และตอนนี้มันก็สว่าง กระจ่างจนตาพร่าทันทีที่เห็นร่างบางๆที่กำลังหันหลังให้อยู่นั่น

พจน์ยังไม่แน่ใจตัวเอง แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันเกิดขึ้นตั้งแต่เห็นคนหน้าขาวครั้งแรกนั่นแล้ว

สีหน้าแปลกใจกับตากลมโตที่เบิกโพลงภายใต้ปีกหมวกบังหน้าผากไว้ช่างดึงดูดสายตา ปากอวบอิ่มก็แดงใสซะจนอยากรู้ว่ามันแดงธรรมชาติ มันจะนุ่มอย่างที่ตาเห็นไหม ยิ่งเมื่อได้เข้าใกล้เพราะความเอาแต่ใจของตัวเองล้วนๆก็ยิ่งพบว่ากลิ่นแชมพูและกลิ่นเนื้อจางๆนั้นช่างหอมแปลกและดึงดูดซะจนอยากซบหน้าลงไปดอมดมนานๆ

แล้วร่างสูงที่ยืนกอดอกอิงกรอบประตูก็ต้องหยุดความคิดตัวเองลงแค่นั้น เพราะพจน์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกย่างอยู่บนถ่านแดงๆ

แต่แทนที่จะเดินหนีเข้าห้องตัวเองไปอาบน้ำอาบท่าเพราะกลับมาเหนื่อยๆขายาวกลับขยับก้าวเข้าหาร่างบางที่ยืนหันหลังให้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ซะอย่างงั้น

ต้องโทษท้ายทอยขาวๆนั่นละที่ดึงดูดสายตานัก ทำให้คนแอบมองเดินตัวลอยเข้าไปใกล้ราวกับเห็นอาหารอร่อยมาวางล่ออยู่ตรงหน้า

เสียงกลืนน้ำลายเอื๊อกมันคงไม่ดังพอที่จะทำให้คนที่กำลังจมอยู่กับความคิดตัวเองหันมามอง

ตะวันคงลืมไปว่าตอนนี้ตนไม่ได้ยืนอยู่ในบ้านหลังใหญ่แต่เพียงลำพัง มือก็ถือแก้วน้ำที่จะล้างค้างไว้คล้ายสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คิ้วเรียวขมวดมุ่นเพราะเพิ่งสังเกตพบว่า ตัวเองจะมีอาการหัวใจเต้นรัวเฉพาะเวลาที่อยู่ต่อหน้าพจน์เท่านั้น

นั่นสิ?...ทำไมเป็นแบบนั้น บ้าแล้วตะวัน นายต้องบ้าแน่ๆ เลิกคิดฟุ้งซ่านเถอะ 'ชีวิตจริงไม่ใช่นิยาย แล้วนายก็ไม่ใช่นางเอก'

"ท่านไม่ชอบผู้หญิงที่แต่งหน้ากับทาปากแดงๆ ยิ่งผู้หญิงที่ใส่น้ำหอมฉุนจัดนี่รีบไปให้ห่างๆเลยค่ะ” เสียงของคุณสายใจดังก้องอยู่ในหู

ตะวันเอ้ย! 'เขาไม่ชอบผู้หญิงปากแดงแล้วยังไง เราก็ไม่ใช่ผู้หญิง ซ้ำยัง' มือบางยกขึ้นแตะปากตัวเอง 'มันแดงของมันเองจริงๆนะ ไม่ได้หาอะไรมาทาเลยสาบานได้'

แล้วเรื่องกลิ่น...

คนคิดฟุ้งซ่านยกแขนตัวเองขึ้นดมฟุตฟิต ก็ไม่ได้เหม็นนี่หว่า หรือเราเข้าข้างตัวเอง? ตั้งแต่จำความได้จนโตมาป่านนี้ก็ใช้แต่แป้งเด็กมาตลอด ตอนนี้ก็ยังใช่อยู่และมันคงกลายเป็นกลิ่นประจำตัวไปแล้วละมั้ง

คงนี่ละที่ทำให้รู้สึกกังวล กับพจน์ที่ยังแปลกหน้าและยังไม่ได้สนิทกันมากนักเลยทำให้คิดนั่นคิดนี่เรื่อยเปื่อย....

ถ้าตัดปัญหาเรื่องคนออกไปจากหัวได้ อยู่ที่นี่ก็ดีมากๆ เพราะมันเป็นที่ที่ตะวันฝันอยากจะมาใช้ชีวิตสักครั้งนานแล้ว ไม่ต้องดิ้นรนตื่นเช้าเพื่อจะขึ้นรถไปให้ทันเวลาเข้างาน อากาศไม่เป็นพิษ รถก็ไม่ติด ดีจะตาย

คนที่พยายามมองหาแต่ข้อดีพยักหน้าเห็นด้วยกับตัวเอง มือที่ถือแก้วค้างไว้ก็หมายจะล้างให้เสร็จเพราะจะได้เริ่มทำกับข้าวเผื่อใครอีกคนที่เพิ่งกลับมาอาจจะกำลังหิว

"เย็นนี้มีอะไรกิน?....”

"เฮือก!!!...."

เพล้งงงงง!!!!

แก้วน้ำลื่นหลุดจากมือกระทบอ่างล้างแตกกระจายยังไม่ตกใจเท่ากับเสียงทุ้มที่ดังอยู่ข้างหู

หน้าหวานหันไปมองตามสัญชาติญาณ และก็เกือบลืมหายใจไปจริงๆเมื่อใบหน้าของคนที่กำลังอยู่ให้ห้วงนึกจ่ออยู่ใกล้ขนาดนี้

น้ำในคอแห้งผาก และน้ำลายที่กลืนลงไปไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด สติที่วิ่งกลับเข้าร่างหลังจากนั้นทำให้ตะวันรีบเบี่ยงตัวเองออกจากจุดที่ยืนอยู่ แต่กลับต้องยืนแข็งทื่อเมื่อฝ่ามือหนาของคนที่เพิ่งเดินเข้ามาจู่ๆก็ยื่นมายันซิงค์น้ำดักทางออกเอาไว้

"นายทำแก้วแตกไปกี่ใบแล้วตั้งแต่มาอยู่ที่นี่?" ลมหายใจผะผ่าวปะทะบางเบาตรงท้ายทอยเล่นเอาคนถูกถามทำตัวไม่ถูก

"แต่มันไม่ใช่ความผิดผม คุณทำผมตกใจ"

“ตกใจเรื่องอะไร?”

"ขยับออกไปก่อนได้มั้ย...ผมยืนไม่ถนัด"

นอกจากจะทำเหมือนไม่ได้ยินแล้วพจน์ยังแสดงออกอย่างตรงกันข้ามกับคำขอ และในวินาทีนั้นตะวันเลยตัดสินใจสไลตัวเองไปข้างๆแทนเพื่อจะได้หลุดจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้

“ยังไม่ได้บอกเลยว่าเย็นนี้มีอะไรกิน?”

ไอตัวร้อนจัดที่แนบมากับแผ่นหลังบอกให้รู้ว่าร่างสูงอยู่ใกล้มากแค่ไหน ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยแทบกระเด็นกระดอนออกมาเต้นในอ่างล้าง เสียงหวานรีบบอกเมนูเร็วรัวจนลิ้นพันกัน นึกอยากเขกหัวตัวเองที่มัวแต่คิดช้าอยู่นั่น ถ้าบอกออกไปตั้งแต่แรกคงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้

แต่มันช่างเป็นความคิดที่ต่างกันสุดขั้วเสียนี่กระไร

ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งพยายามเบี่ยงตัวหนีหาทางเอาตัวรอด อีกคนกลับคิดตรงกันข้ามอยู่ตลอดเวลา แขนหนาที่ยันซิ้งน้ำไว้จึงเปลี่ยนมาล็อคเอวบางไว้แล้วแนบปากกับจมูกร้อนผ่าวเข้าสัมผัสต้นคอขาวๆด้านหลังอย่างที่ใจสั่งไปเป็นที่เรียบร้อย

“เฮือก!”

ตะวันคอหด ขนอ่อนพากันลุกพรึ่บไปทั้งตัว แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นก็ดิ้นขลุกขลักพร้อมกับเปล่งเสียงที่คิดว่าดังที่สุด แต่มันก็ดังผ่านลำคอออกมาแค่เสียงกระชิบ

หน้าหวานเอนหนีเคลาแข็งๆสุดฤทธิ์ ในหูได้ยินเสียงคุณสายใจดังกึกก้องซ้ำไปซ้ำมา

“ท่านไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้าค่ะ น้ำหอมฉุนๆยิ่งไม่ชอบ กับพวกที่ชอบแต่งตัวโป๊นะคะเตรียมตัวกระเด็นออกจากเส้นทางชีวิตของท่านได้เลย แต่คุณตะวันไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงจะเปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่นแต่ท่านก็เป็นคนดีและที่มีเสน่ห์มากๆเลยด้วย”

ตรงไหน?

'อยากให้คุณสายใจแว๊บมาเห็นตอนนี้จริงๆพับผ่า'

ความคิดล่องลอยพลันกลับเข้าร่างเพราะมือหนาทำท่าจะเลยลงหาขอบกางเกง

ไรฟันขาวกัดปากอิ่มไว้แน่น แก้มเนียนร้อนฉ่าเมื่อเสียงน่าอายหลุดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ แต่กลับทำให้อีกฝ่ายที่กำลังกดจมูกลงดมต้นคอขาวเพื่อพิสูจน์กลิ่นชอบใจหนัก

"หยุด...นะ!"

“กลิ่นนายหอมดี”

หา?

ในจังหวะที่กำลังตาค้างกับคำที่ได้ยิน ร่างบางก็ถูกหมุนให้หันกลับมา พจน์เลยใช้จังหวะนั้นสอดมือเข้ากระชับต้นคอขาวไว้แน่น นั่นก็ว่าตกใจสุดๆแล้วนะ แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาทีทำเอาตะวันยืนแข็งค้างอย่างไปไม่เป็น

ปากหยักได้รูปของพจน์ประทับจูบลงที่ปากอิ่มบางสีระเรื่ออย่างแนบแน่น เพราะอยากพิสูจน์ว่าสิ่งที่พจน์กำลังสงสัยมันใช่หรือแค่คิดไปเอง

ขณะที่กลีบปากสีสดที่อ้าออกหมายจะเปล่งเสียงประท้วงก็เป็นจังหวะงามๆให้ปลายลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปในโพลงปากนุ่มทันทีอย่างง่ายดาย

ตะวันถึงกับลมหายใจสะดุด มือบางทั้งสองข้างยังคงจิกค้างอยู่ที่ข้อมือหนาและลืมไปว่าเมื่อกี้คนตั้งใจจะทำอะไร

ทุกสิ่งอย่างที่คิดไว้ในหัวหายวับไปกับปลายลิ้นร้อนชื้นที่แทรกเข้าเกี่ยวกระหวัดรัดรึงพลิกลิ้นนุ่มหวานราวกับจะดูดวิญญาณให้ออกจากร่าง

มาถึงวินาทีนี้ตะวันก็เข่าอ่อนยวบ สติสัมปชัญญะทั้งหมดไม่เหลืออยู่ในสมอง

เสี้ยววินาทีหลังจากนั้นพจน์ก็ผละตัวเองออก แล้วมองหน้าหวานที่กำลังแหงนหงายตรงหน้า ตาคมพราวระยับเมื่อเห็นว่าปากอิ่มบวมเจ่อและเห่อแดงเป็นเท่าตัวเพราะแรงบดเบียดเมื่อครู่ และก็ได้รู้ว่ามันแดงของมันเองจริงๆโดยไม่ต้องพึ่งพาลิปสติกยี่ห้อได

ความหอมหวานอันแสนเย้ายวนใจตรงหน้าก็ทำให้พจน์อยากพิสูจน์ความนุ่มนิ่มอีกซักทีสองที

"จะ........อื้ออ!"

นิ้วเรียวขาวขยุมอกเสื้อพจน์จนยับย่น ตาหลับปี๋เมื่อริมฝีปากได้รูปประกบจูบลงมาอีกแนบแน่น หากแต่พิษสงในครั้งนี้กลับยิ่งทำให้ตะวันไม่เป็นตัวของตัวเองหนักเข้าไปใหญ่

"อ่อยยย"

เสียงประท้วงดังออกมาได้แค่นั้นจริงๆ อีกทั้งฝ่ามือใหญ่ที่ช้อนท้ายทอยขาวไว้และกระชับแน่นเป็นเท่าตัวเพื่อให้จูบที่จู่โจมถนัดถนี่ยิ่งขึ้น คราวนี้เรียกได้ว่าถอดวิญญาณให้ออกจากร่างไปจริงๆ

ปลายลิ้นร้อนชื้นกวาดต้อนไปทั่วไรฟันขาว กระพุ้งแก้ม แล้วทำการดูดดึงปลายลิ้นนุ่มๆที่สั่นระริกอย่างกระหาย ซ้ำยังเชิญชวนให้คนที่กำลังลืมตัวเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุกตนบ้าง คราวนี้ตะวันถึงกับตาเบิกโพลง มือที่จิกอกเสื้อไว้เปลี่ยนเป็นทั้งผลักทั้งดัน และเมื่อเห็นว่าไม่ได้ผลมือบางจึงเปลี่ยนเป็นทุบปั๊กๆไปทั่วไหล่หนาตรงหน้าแทน

"อื้อออ"

นอกจากพจน์จะไม่สะเทือนแล้ว คนเสียเปรียบกลับต้องสะท้านขึ้นทั้งตัวเมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวสอดเข้าลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังบอบบางราวกับว่า อยากสัมผัสให้ทั่วว่ามันจะนุ่มทั้งตัวอย่างที่เคยคิดไหม

แล้วก็ไม่ผิดหวัง

เพราะทุกตารางนิ้วของเนื้อที่ปลายนิ้วปัดผ่านมันทั้งนุ่มและเนียนมือจนฝ่ามือร้อนๆลูบไล้ไม่หยุด

เคลาแข็งๆไถลเข้าหาแก้มนุ่มแล้วสูดความหอมเข้าไปเต็มปอด จากนั้นใบหน้าคมก็ซบนิ่งที่ไหล่ขาวทิ้งความร้อนผ่าวไว้เป็นทางจนคนไม่ทันเกมส์เบิกตาโพลง พริบตาเดียวตะวันก็รู้สึกว่าก้นนุ่มของตนถูกฝ่ามือหนาอุ้มยกขึ้นแล้วให้นั่งบนซิ้งค์ล้างจานราคาแพง

เฮือกกก!!

เสื้อยืดสีอ่อนถูกถลกชายขึ้นจนรั้งไว้ไม่ทัน จากนั้นปลายลิ้นชื้นก็แนบลงปาดชิมไปทั่วไหปลาร้าได้รูปแล้วลากเลียลงต่ำจนพบกับความชูชันสีชมพูสด

“อ๊าา!”

ตัวขาวๆงองุ้มลง แต่กลับไม่มีแรงพอที่จะขยับหนีไปจากตรงนี้ เพราะริมฝีปากอุ่นๆที่คลอบดูดยอดสีสวย ทั้งเม้ม และดูดดึงชิ้นเนื้อนุ่มราวกับจะให้มันขาดปากติดลิ้นออกมาอย่างพอใจ

จากนั้นคนร้ายกาจก็วกกลับขึ้นไปจูบที่ปากอิ่มเต็มอีกครั้งอย่างดูดดื่มและหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม บวกกับร่างสูงที่แทรกตัวเข้าตรงกลางระหว่างขาเรียวและไม่ยอมย้ายตัวเองไปไหน ซ้ำยังบดเบียดบางอย่างให้เสียดสีจนตะวันรู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกกำลังหกคะเมนตีลังกาพาให้สมองมึนงง ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าแขนเรียวสองข้างไต่ขึ้นไปคล้องต้นคอหนาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ปากสีฉ่ำเผลอไปจูบตอบคนตัวสูงได้ยังไง แล้วก็มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อพจน์ถอนริมฝีปากร้อนผ่าวออกไปแล้วมองหน้าเนียนนิ่งๆ

นั่นแหละ เลือดในกายจึงได้ฉีดซ่านจนแดงก่ำและลามไปทั้งตัว

ยิ่งเห็นสภาพตัวเองตอนนี้ยิ่งพูดไม่ออก

ชายเสื้อยืดหลุดออกจากขอบกางเกง แถมมันยังถูกถลกให้ค้างเติ่งอวดยอดบวมเป่งที่ยังเปียกน้ำวาวใส เน้นให้เห็นสีชมพูเข้มเด่นชัดทำให้คนที่เพิ่งดูดดึงมันไปถูกใจหนัก แต่คนถูกกระทำถึงกับเบิกตาค้างนิ่งเหมือนถูกสาปไปแล้วเรียบร้อย

ตะวันไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังทำหน้ายังไงออกไป แต่นั่นกลับทำให้พจน์หมั่นเขี้ยว บีบกรามเล็กจนกลีบปากอิ่มแบะออกจากกันมองเห็นไรฟันขาวข้างใน จากนั้นก็แนบปากร้อนผ่าวที่รกไปด้วยเคลาเขียวคลึ้มประกบจูบไปอีกหลายทีย้ำๆ

แต่คราวนี้คนตัวสูงทำเหมือนหยอกล้อมากกว่า เพราะริมฝีปากร้อนผ่าวไม่ได้รุกราน หรือแทรกปลายลิ้นเข้าไปในโพลงปากบางเหมือนอย่างที่ทำเมื่อครู่ แค่ดูดดุนขบกัดริมฝีปากอวบอิ่มทั้งบนทั้งล่างสลับกันเบาๆหลายๆครั้ง ทำเหมือนกับจะช่วยเรียกสติที่หลุดลอยไปของตะวันให้กลับเข้าร่าง

นั่นเองที่ทำให้ร่างบางสะดุ้งโหยง ผลักแผงอกหนาดังพลั่ก! แต่พจน์ก็ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับแรงอันน้อยนิดนี่เลยแม้แต่น้อย แถมยังใจเย็นพอที่จะคว้ามือนุ่มนิ่มเข้ามากดจูบดังจ๊วบแล้วอุ้มคนตัวบางให้กลับมายืนข้างล่างเหมือนเดิม

จากนั้นพจน์ก็ยกมือขึ้นเสมอไหล่คล้ายจะบอกว่ายอมแพ้และถอยหลังเดินออกไปจากห้องครัวแต่โดยดี ปล่อยให้ร่างบางดึงเสื้อยืดตัวเองลงมือไม้สั่น ไม่รู้จะหาคำพูดไหนมาสรรเสริญดีหรืออีกทีก็คือพูดไม่ออกนั่นแหละ ทำได้แค่เหวี่ยงสายตาตามหลังร่างสูงที่เดินหายตัวไปหลังเสร็จเรื่อง(?) อย่างเคืองจัด

นี่ยังไม่ถึงเดือนยังโดนรุกรานพื้นที่ส่วนตัวขนาดนี้........

กว่าจะผ่านงานก็อีกตั้งสองเดือน!

โอยยย!….คุณพระ ลูกจะอยู่รอดปลอดภัยจนถึงวันนั้นใช่ไหม

ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ



ความคิดเห็น