email-icon facebook-icon Line-icon

เริ่ม รีไรท์ 25/12/63

บทที่ 2 : บุตรสาวคนรองที่ท่านพ่อไม่รัก (รีไรท์ 24/12/63)

ชื่อตอน : บทที่ 2 : บุตรสาวคนรองที่ท่านพ่อไม่รัก (รีไรท์ 24/12/63)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 23k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2563 16:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 : บุตรสาวคนรองที่ท่านพ่อไม่รัก (รีไรท์ 24/12/63)
แบบอักษร

 

เ​ฮ้อออออ!!! จะแย่งชิงกันไปเพื่อสิ่งใด สู้เอาเวลาไปสรรค์หาอะไรใหม่ๆทำไม่ดีกว่าหรืิอ 

 

เป็นครั้งแรกในรอบสองปี หลังจากที่มารดาได้เสียไป สาเหตุคงเพราะตรอมใจที่ท่านพ่อมีอนุภรรยามากเสียจนไม่สนใจความรู้สึกของท่านแม่ และเมื่อสูญเสียมารดาที่รักยิ่งไป นางพยายามทำทุกอย่าง ทั้งเล่นหมาก พิณ วาดรูป และพยายามเป็นบุตรสาวคนรองที่ดีงาม ทั้งกิริยา และมารยาท เพื่อให้ท่านพ่อหันมาสนใจนาง แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งรู้สึกเหินห่าง ไม่มีใครสนใจใยดี ถูกอนุภรรยาทั้งหลาย คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งและใส่ร้ายนางตลอดเวลา แต่นางก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก นางพยายามสร้างเกาะกำบังให้ตัวเอง ทั้งร้าย เอาแต่ใจ แม้กระทั่งสั่งโบย น้องสาวต่างมารดาที่ดูถูกนาง นางก็ทำมาแล้ว จึงไม่แปลกอะไรนัก ที่คนพวกนั้นจะกล้าปล่อยข่าวลือเสียๆหายๆที่เกี่ยวกับนางออกไป แม้กระทั่งคู่หมั้นคู่หมายยังปันใจไปให้สตรีนางอื่น ซึ่งเป็นน้องสาวต่างมารดาของนางเอง และเพราะสาเหตุนี้ละมั้ง นางจึงกลายเป็นนางร้ายไปโดยปริยาย

 

ใครจะไปรู้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นกับปกปิดความชอกช้ำใจไว้มากมายเพียงใด ทั้งน้อยเนื้อต่ำใจที่บิดาไม่รัก คนที่รักและหวังพึ่งพากับมีใจรักกับน้องสาวของนาง และพยายามที่จะขอถอนหมั้นนางอยู่ตลอดเวลา และการที่นางได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ก็คงมิใช่ความบังเอิญ แต่มันคือโชคชะตาที่ได้ถูกลิขิตไว้เรียบร้อยแล้ว บทสรุปของเรื่องได้กล่าวไว้ว่า ผิงเจียวเหม่ยจะต้องตายด้วยน้ำมือของคนที่นางรัก แต่ในเวลานี้นางมิใช่ผิงเจียวเหม่ยคนเก่าแล้ว และนางจะต้องมีชีวิตที่ดี นางจะเลือกทางเดินชีวิตของนางเอง ส่วนบุรุษผู้นั้นในเมื่อเขาไม่เห็นคุณค่าในตัวของนาง นางก็ไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเป็นรักอีกต่อไป ทุกอย่างจะต้องจบลง พระเอกต้องคู่กับนางเอก ส่วนนางร้ายเช่นนางก็จะขอพลิกบทบาทบ้างเสียแล้ว เพื่อให้ตัวเองได้มีชีวิตรอดอยู่ในยุคนี้ต่อไป

 

        ++++++++++++++

 

"คาราวะท่านพ่อเจ้าคะ" ร่างระหงย่อกายลงอ่อนช้อยและงดงาม กิริยาอ่อนหวาน ทว่าแฝงด้วยความสง่างามและเยือกเย็น 

 

" วันนี้นึกยังไงเจ้าถึงมาหาข้าได้" ท่านแม่ทัพผิงอี้หลงเอ่ยกับบุตรสาวคนรองด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ทำให้ผิงเจียวเหม่ยรู้สึกเจ็บปวดใจอยู่ลึกๆ ทั้งๆที่คิดว่าเป็นถึงบุตรสาวคนรองของฮูหยินใหญ่ จะถูกรักและเอาใจมากกว่าบุตรคนอื่นๆ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เลยซินะ ความรักของบิดามีต่อ บุตรคนอื่นๆเกือบเท่าเทียมกัน ยกเว้นผิงเจียวเหม่ยที่ถูกห่างเหินอยู่คนเดียว

 

"ท่านพ่อหลังจากที่ท่านแม่เสียไปข้าก็อยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอด มีเพียงบ่าวไพร่เท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนกับลูกมาตลอดสองปีที่ผ่านมา แต่ครานี้ที่ลูกเดินมาหาท่านพ่อด้วยตัวเอง เพื่อจะขอร้อง เรื่องบางอย่างจากท่านพ่อได้รึไม่เจ้าค่ะ" ผิงเจียวเหม่ยเอ่ยพลางจ้องมองเข้าไปในดวงตาของผู้เป็นบิดาอย่างนิ่งๆ

 

"เจ้าจะขออะไร?" แม่ทัพผิงจ้องมองใบหน้าบุตรสาวคนรองอย่างพินิจ นี้เจ้าเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เชียวรึ จากที่บ่าวไพร่รายงานเกี่ยวกับบุตรสาวคนรองของตนนั้นมีแต่เรื่องไม่ดี อารมณ์ร้าย สั่งโบยบ่าวไพร่ไม่เว้นแม้แต่ละวัน หรือแม้แต่ยามที่ตนแอบไปดูบุตรีในยามซวี (19:00-20:59) ก็ยังเห็นนางไล่ทุบตีบ่าวไพร่ไม่เลิกลา หรือจะถูกท่านฉินอ๋องขอถอนหมั้นจนผิดเพี้ยนไปแล้ว

 

แม่ทัพผิง เป็นแม่ทัพที่ชนะรบไม่เคยพ่ายแพ้ต่อแคว้นใด ไปทำศึกคราใด ก็ชนะกับมาทุกครา และเขายังเป็นถึงพระสหายขององค์ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันอีกด้วย เพราะหลังจากชนะรบเขาก็ได้สมรสพระราชทานเป็นรางวัล ซึ่งเขาไม่อาจปฏิเสธ สตรีที่เพียบพร้อมและสง่างามอย่าง จูเซียวเหม่ยได้ แต่แม่ทัพผิงก็รู้ตัวดีว่าเขามิเคยมีใจรักนาง แต่ก็ไม่อาจขัดราชโองการได้ อันที่จริงเขามีใจรักอยู่กับ ผิงอี้เหว๋อ ผู้มีตำแหน่งเป็นฮูหยินรองคนปัจจุบัน แม้ว่าเขาจะทำหน้าที่สามีที่ดี มีบุตรชายและบุตรสาวให้กับผิงเซียวเหม่ย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มิอาจห้ามหัวใจตัวเองให้สิ้นรักสตรีอีกนางหนึ่งไม่ เขาจึงลอบได้เสียกับสตรีที่เขารักแล้วแต่งเข้าจวนเป็นฮูหยินรอง แม้จะสร้างความเจ็บช้ำใจให้กับผิงเซียวเหม่ยแค่ไหน แต่เขาก็ทำได้แค่เย็นชาดุจ เพื่อให้นางขอหย่าร้างกับตน แต่กับกลายเป็นว่าเขาเป็นสาเหตุให้นางตรอมใจตาย และนั้นก็เป็นสาเหตุ ที่ให้บุตรสาวคนรองไม่เคยย่างกายเข้ามาในจวนนี้อีกเลย เขารู้มาตลอดว่าบุตรสาวคนรองต้องเจออะไรมาบ้าง แต่เมื่อมองหน้าบุตรสาวที่เหมือนกับผิงเซียวเหม่ย เขากับทำเย็นชาใส่อย่างไม่รู้ตัว

 

"ลูกจะขอกลับไปอยู่ที่จวนท่านตากับท่านยายเจ้าค่ะ ในเมื่อสิ้นบุญของท่านแม่แล้ว ลูกก็คงไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ที่นี้ต่อ" นางปรายตามองหน้าบิดาอย่างเย็นชาทำให้แม่ทัพผิงถึงกับนิ่งงัน

 

 "ลูกรู้ว่าท่านพ่อมิเคยรักลูกเลย ท่านรักลูกทุกคนโดยเท่าเทียมกันยกเว้นข้าที่เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านแม่ ภรรยาเอกที่ท่านพ่อไม่เคยรักไม่เคยโปรดปราน"น้ำเสียงสั่นคลอ แต่พยายามที่จะเข้มแข็งเอ่ยออกมาอย่างตัดพ้อ

 

"....." แม่ทัพผิงนิ่งอึ้งกับน้ำเสียงตัดพ้อของบุตรสาว ซึ่งมันเป็นความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เขายอมรับว่าเป็นจริงส่วนหนึ่ง แต่ไม่คิดว่าบุตรสาวคนรองจะเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้

 

"ในเมื่อไม่มีใครรักและต้องการข้า ข้าก็คงกราบลาท่านพ่อ นะที่นี้ด้วย" นางเอ่ยก่อนจะนั่งลงคุกเข่าต่อหน้าบิดา สร้างความตกใจให้กับจวนแม่ทัพผิงอี้หลงไม่ใช่น้อย มือแหบกร้านอยากจะเอื้อมมือไปลูบหัวบุตรสาวแต่ก็ทำได้แต่นิ่งและผินหน้าไปทางอื่นแทน ผิงเจียวเหม่ยเงยหน้ามองบิดาอย่างเจ็บปวด ขนาดนี้แล้วท่านพ่อยังไม่มองหน้านางเลยแม้แต่น้อย

 

ส่วนเรื่องหมั้นลูกจะถอนหมั้นให้ตามที่ทุกคนต้องการ ลูกจะทำให้ผิงเจียวเฟ่ยสมหวังในรักกับท่านอ๋อง เพราะงั้นท่านพ่อสบายใจได้เจ้าค่ะ" ผิงเจียวเหม่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจไม่มีหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย 

 

"ถ้างั้นลูกขอลา" พูดจบก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อย่างสง่างามแม้กระทั่งตอนนี้ท่านพ่อก็ยังไม่ชายตามองนางเลยแม้แต่นิดเดียวซินะ การเป็นลูกที่ท่านพ่อไม่รักนี้มันช่างปวดใจเสียจริง

 

"เจ้าจะไปไหนมิได้ ถ้าข้าไม่อนุญาตให้เจ้าไป"

 

น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้นเมื่อนางหันหลังเดินกับจวนเพื่อเตรียมตัวเก็บของลงหีบ

 

"ท่านพ่อ ทำไมท่านถึง...."

 

"กลับไปอยู่ที่จวน อีกสองวันจะมีงานเลี้ยงน้ำชาของฮองเฮา จงเตรียมตัวให้พร้อม ออกไปได้แล้วข้าจะพักผ่อน" เอ่ยจบก็เดินหนีหายไปปล่อยให้ผิงเจียวเหม่ยยืนค้างอยู่อย่างนั้นอยู่นานสองนาน "นี้ข้าไม่เข้าใจท่านจริงๆ"

 

เรือนเหม่ยเอ๋อร์ 

 

 

นางกับมาที่เรือนตัวเองด้วยใบหน้าที่งอง้ำเมื่อสิ่งที่คิดไว้มันเกิดผิดพลาดอย่างแรง นางแค่ต้องการที่จะฝึกวรยุทธที่สำนักตะกูลจู ตะกูลเก่าของท่านแม่ และนางก็เป็นลูกหลานตะกูลจู จึงมิแปลกอันใดที่นางจะขอกลับไปอยู่ที่นั้น ตอนนี้นางได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่ทำไมท่านพ่อถึงมิเข้าใจ

 

ปึง!!

 

"ข้าไม่เข้าใจท่านพ่อจริงๆในเมื่อข้าอยากกลับไปอยู่ก้บท่านตาท่านยาย เหตุใดท่านพ่อถึงไม่อนุญาตให้ข้าไป หรือกลัวจะเสียหน้าที่ลูกนิสัยไม่ดีอย่างข้าสร้างเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน" นางระบายออกมาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจที่แม้แต่ในยามนี้ ท่านพ่อก็ยังไม่สนใจใยดีนางเลย

 

"โถ คุณหนูท่านแม่ทัพคงมีเหตุผลบางอย่างก็ได้นะเจ้าคะ"

 

เสี่ยวอี้ที่ได้ฟังที่คุณหนูที่รักระบายออกมาก็รู้สึกสงสารจำใจ ถึงในอดีตคุณหนูของนางจะร้ายสักเพียงใด แต่ในยามนี้คุณหนูของนางเปลี่ยนไปแล้ว คุณหนูเจียวเหม่ย อารมณ์เย็นขึ้นและดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้ว แค่คิดนางก็น้ำตาคลอด้วยความดีใจ

 

หึ!!! ท่านพ่อไม่เคยรักข้า ต่อให้พยายามแค่ไหน ท่านพ่อก็มิเคยเห็นข้าอยู่ในสายตา" ดวงตาสีมนดูเศร้าแต่เพียงแค่วูบเดียวก็กับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม

 

วันเลี้ยงน้ำชาของฮองเฮา 

 

 

ผิงเจียวเหม่ยถูกปลุกตั้งแต่ยามเฉิน (07:00-08:59) นางอิดออดอยู่นานกว่าจะยอมลุกขึ้นมาอาบน้ำที่เสี่ยวอี้ได้จัดเตรียมไว้ให้ หลังจากอาบน้ำเสร็จนางก็ถูกจับมานั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ให้เสี่ยวอี้จัดการต่อไปส่วนนางก็เอาแต่นั่งสับผงกด้วยความง่วงงุน กว่าจะแล้วเสร็จก็เล่นเอานางต้องอดทนจะรู้สึกปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนางมิได้อยากไปงานเลี้ยงที่มีแต่ความอิจฉาริษยา ชิงดีชิงเด่น และต้องคอยสวมใส่หน้ากากเข้าหากัน เห็นแล้วนางก็รู้สึกสะอิดสะเอียน แต่เพราะเป็นจดหมายเทียบเชิญจากฮองเฮาโดยตรง ทำให้นางไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยจริงๆ

 

'เฮ้อ!! ทำไมข้าต้องไปด้วย ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ' นางบ่นพึมพำอยู่ในลำคอ พร้อมกับบิดตัวไปมาเล็กน้อย หลังจากที่ต้องทนนั่งฟังเสียงเจ้ากี้เจ้าการของเหล่าบ่าวไพร่ ที่พากันดูจะสนุกสนานสำหรับการจับนางแต่งตัว

 

"อ่า คุณหนูของเสี่ยวอี้ช่างงดงามยิ่งนัก" เสี่ยวอี้เอ่ยปากชมคุณหนูของตัวเองอย่างเคลิบเคลิ้ม

 

เจ้านี้ก็ยอข้าเกินไปแล้ว" นางมองดูตัวเองผ่านกระจก การแต่งหน้าครานี้ดูงดงามยิ่งนัก ผมสีดำสนิทเหมือนแพรไหมแวววาว แสกกลางแล้วก้าวขึ้นศีรษะ ปักปิ่นแพรหยกสีเขียวมรกต เข้ากับชุดผ้าพริ้วสีฟ้าอ่อนพาดไหล่ด้วยผ้าแพรสีทอง

 

ยามอู่(11:00-12:59) 

 

เจียวเหม่ยก้าวขึ้นรถม้าด้วยท่าทางที่สง่างามดุจนางพญา แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเย็นชาดุจเจ้าหญิงน้ำแข็ง บ่าวไพร่ทั้งชายและหญิงต่างรู้สึกหวาดหวั่นไม่กล้าแม้แต่สบตา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงแอบลอบมองคุณหนูของตนอย่างหลงใหล

 

ภายในงานเลี้ยงน้ำชา 

 

ผิงเจียวเหม่ยก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่สงางามดุจนางพญาเรียกความสนใจให้กับบุรุษภายในงานได้เป็นอย่างดี แต่นางกับรู้สึกเบื่อหน่ายกับงานจอมลวงโลกนี้เสียเหลือเกิน จริงๆนางอยากมากับท่านพ่อ แต่ท่านพ่อเลือกที่จะมาพร้อมกับฮูหยินรองและเหล่าบรรดาลูกๆของนาง ปล่อยให้นางมาคนเดียว จะไม่มาก็ไม่ได้ แต่จะทำอันใดได้ ในเมื่อเป็นคำเชิญของฮองเฮา และเน้นให้นางมาให้ได้ ซึ่งนางจำต้องรับปากเพราะมิอาจปฏิเสธได้ นางมองไปยังบรรดาสาวๆที่ดูจะแต่งตัวมาอวดความงดงามอย่างไม่มีใครยอมใคร

 

'เฮ้ออออ!! จะแย่งชิงกันไปเพื่อสิ่งใด สู้เอาเวลาไปสรรค์หาอะไรใหม่ๆทำไม่ดีกว่าหรือ'

 

และถ้านางจำไม่ผิด นางจะต้องถูกขอถอนหมั้นกลางงานเลี้ยงต่อหน้าผู้คนที่อยู่ภายในงานด้วย เหมือนกับว่าตั้งใจจะฉีกหน้านางพร้อมๆกับบังคับกลายๆให้นางยอมจำนน และนางก็จะกลายเป็นตัวตลกของทุกคน ส่วนพระเอกของเรื่องก็จะขอประกาศงานหมั้นระหว่างเขากับผิงเจียวเฟ่ยทันที ทำให้ผิงเจียวเหม่ยเกิดความอับอายและเผลอแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมออกมาให้ทุกคนได้เห็น

 

โดยการเข้าไปตบตีผิงเจียวเฟ่ยน้องสาวของตนอย่างคับแค้นใจ

 

และมันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ทุกคนรังเกียจนาง รวมไปถึงทั่งสองพระองค์ที่สั่งลงโทษนางด้วยเช่นกัน

 

ทำให้ชีวิตของผิงเจียวเหม่ยต้องดับสิ้นลง และต้องตายอย่างโดดเดี่ยว ส่วนพระเอกกับนางเอกก็จะครองรักกันอย่างมีความสุข หลังจากที่ผ่านอุปสรรคกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่ นางเองเป็นฝ่ายที่ถูกกลั่นแกล้งและถูกปล่อยข่าวลือเสียหายต่างๆนาๆ ทำให้นางต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่ใครจะรู้นอกจากตัวนางเอง

 

 และนับจากนี้ไป นางจะปฏิวัติตัวเองขึ้นมาใหม่ และนางก็จะไม่ทำให้ชีวิตตัวเองต้องตายตามเนื้อเรื่องโดยเด็ดขาด เพราะนางมั่นใจว่า ผิงเจียวเหม่ยอีกคนก็แค่พยายามจะปกป้องตัวเอง ในความทรงจำของร่างเก่า บ่งบอกได้ว่า นางยังไร้เดียงสานัก แค่นางต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองเท่านั้น ถึงแม้การกระทำจะดูร้ายแรงมากเพียงใดก็ตาม เพราะนางไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนอื่นต่างหากล่ะ

 

'ชักอยากเห็นน้องสาวต่างมารดาของนางแล้วซิ ว่าจะแสนดีอย่างที่คนอื่นเขาเล่ารือกันจริงหรือเปล่า'

 

'หึ!! แค่นึกถึงก็มาพอดี'

 

รถม้ามาหยุดอยู่ที่น่าประตูวังพร้อมกับสตรงดงาม อ่อนหวาน เดินคู่มากับมารดาหรือฮูหยินรองของจวนแม่ทัพผิงอี้หลง ท่วงท่าที่สง่างาม ดูโดดเด่นยิ่งนัก ดูได้จากบรรดาสตรีนางอื่นๆที่มองผิงเจียวเฟ่ย อย่างริษยา บ้างก็เบะปากใส่ บ้างก็มองด้วยหางตาส่อแววอิจฉาอย่างชัดเจน

 

นางงดงามจริงๆ มิน่าเล่า ถึงได้ครอบครองหัวใจ ฉินอ๋อง บุรุษที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง แค่นึกชื่อนั้น นางก็รู้สึกเจ็บแปลบๆที่อกด้านซ้ายอย่างแรง

 

อีกไม่นานท่านฉินอ๋องคู่หมั้นของนางก็คงปรากฎตัว และจะเดินตรงเข้าไปหานางเอก โดนเดินผ่านนางไปคล้ายกับมองไม่เห็นนาง 

 

และมันก็เป็นจริง ท่านฉินอ๋องเดินตรงเข้าไปหาน้องสาวต่างมารดาโดยไม่แม้แต่ชายตามองคู่หมั้นเช่นนาง รู้จักนางน้อยเกินไป ท่านฉินอ๋องหยางหมิงจื้อ

 

หักหน้านางชัดๆ นางกำหมัดแน่นอย่างเจ็บแค้นใจ ถ้าเป็นผิงเจียวเหม่ยคนเก่าคงเจ็บปวดใจไม่ใช่น้อย ที่เห็นคนที่นางรักปันใจไปให้คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องสาวนาง แต่คนอย่างนางโนสนโนแคร์กับเรื่องพวกนี้ นางไม่จำเป็นต้องวิ่งตามความรัก และนางก็มีจุดมุ่งหมายใหม่แล้ว นางคิดก่อนที่จะเดินแยกไปอีกทางอย่างเงียบๆ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองนางอยู่

 

 

....... .................

 

*แก้ไขเมื่อ 24/12/63

 

เพิ่มเนื้อหาบางส่วนเข้าไป เพื่อให้นิยายอ่านได้ไหลลื่นขึ้น....

ความคิดเห็น