ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนครับ 😘😘

ตอนที่ 7 หนึ่งในห้าสาวงามแห่งอาณาจักร

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 หนึ่งในห้าสาวงามแห่งอาณาจักร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2560 23:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 หนึ่งในห้าสาวงามแห่งอาณาจักร
แบบอักษร

ตอนที่ 7หนึ่งในห้าสาวงามแห่งอาณาจักร​

ณ ป่าหุบเขาสายหมอก  ซุนเย่กับหม่าอิ๋งอิ๋งที่กำลังไปช่วยสหายของนางทั้งสองต่างเร่งรีบแต่ดูเหมือนหม่าอิ๋งอิ๋งนั้นเร่งรีบมากกว่าซุนเย่ทำให้นางใช้ลมปราณในการเคลื่อนไหวไปพอสมควร เมื่อซุนเย่เห็นนางที่มีความกังวลเกี่ยวกับสหายมากเกินไปเขาทำหน้าครุ่นคิดบางอย่างก่อนที่จะกล่าว    


 “อิ๋งอิ๋ง เจ้าใช่ศิษย์สำนักฉินหยุนรึไม่ ? ” ซุนเย่ค้นหาความทรงจำที่ได้มาจากหมอปีศาจเกาเจิงอู่ที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับหม่าอิ๋งอิ๋งเขาตกตะลึงไม่น้อย   เพราะเกี่ยวกับหม่าอิ๋งอิ๋งผู้นี้ฐานะของนางนั้นไม่ธรรมดาเลย นางเป็นถึงหนึ่งในห้าสาวงามที่งดงามที่สุดในอาณาจักรและเป็นศิษย์สำนักฉินหยุนเป็นหนึ่งในสำนักที่อำนาจมากที่สุดในอาณาจักร  แต่สำนักฉินหยุนที่นางอยู่นั้นจะอยู่ในเมืองหมอกม่วงเป็นสาขาของสำนักฉินหยุน แม้เมืองหมอกม่วงจะเทียบไม่ได้กับอีกสองเมืองแต่สถานะของนางภายในเมืองหมอกม่วงนั้นไม่ธรรมดาเลย​


“  ใช่แล้วข้าเป็นศิษย์สำนักฉินหยุนในเมืองหมอกม่วง  ว….ว่าแต่ท่านเรียกข้าว่าอิ๋งอิ๋งรึ ”หม่าอิ๋งอิ๋งกล่าวตอบตามตรงแต่ต้องกล่าวว่าซุนเย่ผู้กล่าวนามของนางราวกับว่าเป็นสหายสนิทกันมานาน หรือคนในครอบครัวนางที่กล่าวเช่นนี้


“ฮี่ฮี่ๆทำไมข้าจะกล่าวไม่ได้หล่ะ ในเมื่อเจ้าเป็นถึงว่าที่ภรรยาข้า จะไม่ให้กล่าวเรียกเจ้าว่าอิ๋งอิ๋งได้อย่างไร”ซุนเย่กล่าวทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ผิดกับรูปลักษณ์ที่ดูสง่างามของเขาทำให้แก้มหม่าอิ๋งอิ๋งนั้นแดงก่ำจากคำกล่าวคำว่า ว่าที่ภรรยา ทำให้นางกล่าวปฏิเสธเขาไม่ได้เลยที่เขาเป็นคนแรกของนางแล้วนางจะสามารถมีสามีได้งั้นรึถ้าไม่ตกเป็นของเขา


หม่าอิ๋งอิ๋งรู้สึกว่าหัวใจของนางค่อยๆถูกบุรุษหนุ่มนามซุนเย่ช่วงชิงหัวใจนางทำให้นางไม่เป็นตัวของตัวเองยามอยู่ใกล้เขา หม่าอิ๋งอิ๋งทำแก้มป่องเพื่อบดบังความเขินอายนางกล่าว” หึ จะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ท่านเถอะท่านซุนเย่!!!!”นางกล่าวด้วยเสียงประชดชันด้วยความโกรธแต่ซุนเย่เห็นเพียงความน่ารักของนางเท่านั้น ที่นางแสดงท่าทีเช่นนี้


“อิ๋งอิ๋งใกล้ถึงแล้ว ข้าว่าเราแยกกันช่วยสหายเจ้าน่าจะรวดเร็วกว่า เจ้าคิดเช่นไร? “ซุนเย่กล่าวถามนางเพราะอยากให้การช่วยสหายนางนั้นผ่านไปด้วยดี


“ข้าว่าก็ดีเหมือน “หม่าอิ๋งอิ๋งกล่าวตอบเห็นด้วยให้กับความคิดรอบคอบของเขา


“เดี๋ยวข้าจะจัดการกับพวกที่จับตัวสหายของเจ้าเอง พอข้าให้สัญญาณเจ้ารีบไปช่วยสหายเจ้าทันที”   ซุนเย่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังจะอย่างไรเขาอยากลองต่อสู้และล้างแค้นให้สาวงามของเขาเพราะดูจากศิษย์พรรคอสูรโลหิตคงไม่เกินความสามารถเขา


“ข้าเข้าใจแล้ว แต่ข้าขอถามท่านได้รึไม่ ว่าท่านอยู่ลมปราณขั้นไหน ? ท่านสามารถจัดการเจ้าหมอชั่วนั่นท่านจะต้องแข็งแกร่งกว่ามันมากเลย“ หม่าอิ๋งอิ๋งกล่าวยอมให้เขาสู้กับศิษย์พรรคอสูรโหลิตพร้อมกล่าวชมชายหนุ่มผู้นี้ที่สามารถเอาชนะผู้อยู่ระดับลมปราณขั้นแก่นแท้ได้ เพราะอายุเขานั้นน่าจะ 16 17 ปีเท่านั้น แต่กับสามารถจัดการหมอปีศาจเกาเจิงอู่ได้กับแค่ศิษย์พรรคอสูรโหลิตที่อยู่ลมปราณหลอมรวมจำนวน 10 คน ไม่น่าจะยากเกินกำลังเขา นางอยากทราบว่าชายหนุ่มที่ครอบครองหัวใจของนางทั้งหมดไปแล้วนั้นจะแข็งแกร่งเพียงใด หม่าอิ๋งอิ๋งรู้สึกหลงรักเขาไปแล้วยิ่งรู้ว่าเขาอยากจะจัดการศัตรูของนาง หม่าอิ๋งอิ๋งยิ้มออกมากับความสุขที่นางได้รับจากเขามันเป็นร้อยยิ้มที่งดงามราวกับเป็นรอยยิ้มของเทพธิดาที่อยู่บนสรวงสวรรค์


เมื่อซุนเย่พบกับคำถามเช่นทำให้เขาต้องเร่งสรวจสอบลมปราณตนเองก่อน หลังจากที่ได้ดูดเลือดมนุษย์ครั้งแรกได้พลังราชาแวมไพร์ที่ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ เขานั้นรู้สึกว่าพลังเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่ได้ตรวจสอบและยังมีคัมภีร์ลับวิถีหยิหยางที่ช่วยเพิ่มพลังลมปราณยามหลอมรวมหยินหยางชายหนุ่มกับหญิงสาวหรือการร่วมรักกัน ที่ซุนเย่ฝึกก่อนร่วมรักกับหม่าอิ๋งอิ๋งที่นางนั้นเป็นถึงหนึ่งในห้าสาวงามของอาณาจักร


ขณะพวกเขามุ่งไปเพื่อช่วยสหายของหม่าอิ๋งอิ๋งซุนเย่หลับตาลงตรวจสอบลมปราณของตน “ ลมปราณดำเนิดขั้นที่ 5 เป็นไปได้อย่างไรการร่วมรักกับหม่าอิ๋งอิ๋งเพิ่มขึ้นถึงสองขั้นงั้นรึ ไม่ใช่ตอนข้าดื่มเลือดของหมอปีศาจเกาเจิงอู่นั่นทำให้พลังราชาแวมไพร์ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์และมันยังสามารถเพิ่มลมปราณข้าได้ หนึ่งขั้น “ ซุนเย่ครุ่นคิดเกี่ยวกับพลังทั้งสองที่แตกต่างกัน เขาหันหน้ามามองหม่าอิ๋งอิ๋งพร้อมกล่าวตอบคำถามนางว่า


” ถ้าเจ้าอยากรู้จริงๆละก็ จูบข้าก่อนสิแล้วข้าจะบอก”ซุนเย่กล่าวแกล้งสักเล็กน้อยเพราะยังไงจะให้บอกนางว่ามีพลังแค่ลมปราณกำเนิดแต่จัดการผู้ใช้ลมปราณแก่นแท้ได้นางคงจะไม่เชื่อเขาอย่างแน่นอน หรือถ้าจะบอกว่าเขามาจากโลกอื่นนางคงไม่ยอมเชื่อเป็นแน่


“ใครจะไปจูบท่านกัน  มัวแต่แกล้งข้า ข้าไม่อยากรู้เรื่องของท่านแล้ว”  หม่าอิ๋งอิ๋งกล่าวทำแก้มป่องจ้องถลึงตาใส่ซุนเย่กับการกระทำของชายหนุ่มที่ชอบแกล้งนางบ่อยครั้ง


“ข้าว่าช่วยสหายเจ้าก่อนดีกว่า  เพราะเราจะถึงที่พวกมันจับตัวสหายเจ้าไว้แล้ว ส่วนเรื่องพลังลมปราณข้า หากช่วยสหายเจ้าแล้วข้าสัญญาว่าจะบอกเจ้าเลย เจ้าคิดเช่นไร “ซุนเย่กล่าวพร้อมยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวที่ดูเหมือนเขาจะพูดออกมาด้วยความจริงใจทำให้หม่าอิ๋งอิ๋งผู้ทำแก้มป่องอารมณ์ดีขึ้นมาทันที  หลังจากเดินทางมาไม่นานโดยที่ซุนเย่ชายหนุ่มผมสีขาวผู้นี้กล่าวแกล้งหม่าอิ๋งอิ๋งตลอดทางบางครั้งก็ทำให้นางหัวเราะ บางครั้งก็ทำให้นางโกรธทำให้นางยิ่งรู้สึกว่านางหลงไหลบุรุษซุนเย่ผู้นี้มากขึ้นไปอีก


ทางด้านสหายของหม่าอิ๋งอิ๋งกับพรรคอศูรโลหิต   “ศิษย์พี่ถิงเป่ยข้าเป็นห่วงศิษย์พี่อิ๋งอิ๋งพวกเราจะทำอย่างไรดี?”  เสียงใสดังมาจากเด็กสาวอายุประมาณ14ปี สวมชุดจอมยุทธหญิงสีฟ้าเหมือนกับหม่าอิ๋งอิ๋งด้วยหน้าที่ขาวใสดวงตากลมโตสว่างสดใส ร่างกายเล็กบอบบางของนางทำให้นางดูน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก นามของนางคือ’เซี่ยซินอี้’ นางคือผู้ที่ร้องไห้เสียงดังทำให้ซุนเย่ได้ 


 ”ไม่ต้องห่วงไปถ้ามันทำอะไรกับอิ๋งอิ๋ง!!  ข้าเชื่อว่านางจักต้องฆ่าตัวตายก่อนที่จะถูกมันทำอะไรซะอีก” ผู้ที่กล่าวนั้นคือ’อู๋ถิงเป่ย’นางคือผู้ที่สนิทกับหม่าอิ๋งอิ๋งมากที่สุดนางย่อมรู้ความคิดสหายนางหากต้องตกเป็นของเจ้าหมอปีศาจเกาเจิงอู่สหายนางย่อมยอมฆ่าตัวตายดีกว่าต้องตกเป็นของมัน


อู๋ถิงเป่ยนางนั้นมีความงดงามยิ่งนักด้วยนางสวมชุดจอมยุทธสีฟ้าเหมือนกับหม่าอิ๋งอิ๋งและเซี่ยซินอี้ ด้วยหน้าตาขาวราวกับหิมะ จมูกที่นางนั้นคมสัน ชุดจอมยุทธที่นางใส่ดูเรียบร้อยเล็กน้อย นั้นกับมองแล้วชวนให้หลงไหลด้วยท่าทีที่ดูฉลาดกับรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์เล็กกน้อยแต่ยามนี้หน้านางนั้นมีแต่ความกังวลกับสหายตน หน้าตาอู๋ถิงเป่ยนั้นจัดได้ว่างดงามยิ่งนักแต่ยังไม่อาจเปรียบเทียบกับหม่าอิ๋งอิ๋งได้


“อย่างที่ศิษย์น้องถิงเป่ยกล่าวละซินเอ๋อจะอย่างไร หากศิษย์น้องอิ๋งอิ๋งฆ่าตัวตายพวกเราคงต้องทำอย่างเช่นเดียวกับนาง  ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาขืนใจข้า ข้ายอมตายซะยังดีกว่าตกเป็นของเจ้าสารเลวนั่น”เสียงกล่าวด้วยความโกรธดังมาจากหญิงสาวผู้ร่างกายที่เร่าร้อนนางนั้นมีนามว่า’เซี่ยจิงลี่’


ผู้เป็นพี่สาวของเซี่ยซินอี้นางนั้นถือได้ว่าอายุมากสุดในกลุ่ม ด้วยหน้าตานางนั้นมีความงดงามกับความเร่าร้อน  ร่างกายที่สมวัยอายุ 17 ปี นางนั้นสวมชุดจอมยุทธหญิงสีฟ้าเหมือนกับสหายตนบ่งบอกได้ทันทีว่าพวกนางนั้นมาจากสำนักเดียวกัน ด้วยชุดที่แนบเนื้อนั้นเผยสเหน่ห์เย้ายวนชวนให้หลงไหลเสื้อผ้าบางส่วนที่เผยให้เห็นถึงผิที่ขาวนวลของนาง


บริเวณใกล้กับอู๋ถิงเป๋ย เซี่ยจิงลี่ เซี่ยซินอี้ ฝั่งศิษย์พรรคอสูรโลหิตที่คอยเฝ้าพวกนาง”  ศิษย์พี่ไห่หยามันจะดีรึ  ที่พวกเราจับตัวพวกศิษย์สำนักฉินหยุนมาแบบนี้ แถมหนึ่งในพวกนางยังเป็นหนึ่งในห้าสาวงามของอาณาจักรดาราสวรรค์อีก”  หนึ่งในศิษย์พรรคอสูรโลหิตที่กำลังเฝ้าตัวพวกอู๋ถิงเป่ย มันผู้สวมใส่ชุดศิษย์พรรคอสูรโลหิตที่มีดำตามแถบตัวเสื้อผ้ามีสีแดงดูน่ากลัวสมกับชื่อพรรคของมัน ทำให้ผู้สวมใส่ดูน่าเกรงขามแล้วยิ่งเป็นศิษย์ของพรรคอสูรโลหิตที่ผู้คนกล่าวว่าพวกมันมีความยโสโอหังแต่ยามนี้มันมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก


“หึ เจ้าคิดว่าข้าโง่รึไง ที่ไม่รู้ว่านางคือผู้ใด จะอย่างไรเราก็ต้องทำตามเจ้าหมอปีศาจนั่นอยู่ดี พวกเราจะขัดคำสั่งมัน ได้อย่างไร แต่อย่างน้อยมันน่าจะแบ่งพวกนางมาให้เราบ้าง ”ศิษย์พรรคอสูรโลหิตนามไห่หยากล่าวด้วยท่าทีเฉยชาพร้อมเหลือบมองมาทางกลุ่มอู๋ถิงเป่ยมันทำหน้าตาหื่นกระหาย


“มองอะไรของเจ้า อย่าให้พวกข้ารอดไปได้นะ ข้าจะสับพวกเจ้าให้เป็นหมื่นๆชิ้นเลยคอยดู”


เสียงกล่าวหญิงสาวเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดนางคือ เซี่ยจิงลี่นางขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ร้อนแม้อายุนางจะมากกว่าคนในกลุ่มแต่นางเป็นผู้อารมณ์แปรปรวนเป็นที่สุด นางรู้สึกขยะแขยงกับสายตาที่มันมองมารากับว่าสตรีเป็นแค่สิ่งระบายความใคร่สำหรับบุรุษเท่านั้น จะอย่างไรครั้งแรกของหญิงสาวนั้นสำคัญยิ่งเซี่ยจิงลี่


ฮ่าๆๆๆ”ไห่หยาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งมันไม่สนใจคำกล่าวหาของเซี่ยจิงลี่แม้แต่น้อยมันนั้นแทบอดใจรอไม่ไหวเพราะมันเชื่ออย่างสุดใจว่าหากหมอปีศาจเกาเจิ่งอู่ กระทำกับพวกนางแล้วมันจะให้พวกกมันเสพสุขกับสาวงามที่พวกมันอุตส่าหายอดยุทธฝีมือร้ายกาจมาช่วยจับพวกนาง ให้กับหมอปีศาจเกาเจิงอู่


“ศิษย์พี่จิงลี่ ท่านใจเย็นก่อนอย่าไปยั่วโทสะมันเลย ถ้ามันเกิดทำสิ่งใดกับเราแล้วซินอี้หละ นางจะเป็นอย่างไง”  อู๋ถิงเป่ยกล่าวเตื่อนสติสาวงามผู้เลือดร้อนให้นางเลิกยั่วโทสะพวกมันจะอย่างไรยังมีสาวน้อยเซี่ยซินอี้นางนั้นอายุเพียง 14 ปี ให้นางพบเจอเรื่องเหล่านี้นั้นนับว่าเลยร้ายสำหรับนาง


เซี่ยจิงลี่เงียบเสียงลงทันทีแต่ยังสามารถได้ยินเสียงขบกรามแน่นที่แสดงให้เห็นถึงโทสะของนางที่ยากจะข่มลงได้หากไม่ได้มีน้องสาวนางอยู่ทันใดนั้นเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งก็ดังขึ้น


“ฮ่าๆๆ  เจ้าพวกพรรคอสูรโหิตอันต่ำต้อย  แน่จริงก็มาสู้กับข้าสิ   ฮ่าๆๆ”

เสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งที่น่าจะเป็นเสียงบุรุษวัยเยาช์ตามมากับคำดูถูกเหยียดหยามชื่อพรรคอสูรโลหิต  


“แกเป็นใครไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้  “


ไห่หยากล่าวด้วยเสียงอันเกี้ยวกราดใครกันมันกล้ากล่าวดูถูกพรรคอันยิ่งใหญ่ของมันเช่นนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะไม่อยากสังหารผู้ที่กล่าวออกมา ตามมาด้วยเสียงเกรี้ยวกราดของศิษย์อีก เก้าคนที่ไม่สามารถสกดข่มโทสะของพวกมันได้


“พี่จิงลี่เสียงกันใครกัน !!! หรือว่าจะมีคนมาช่วยพวกเราแล้ว? “ เซี่ยซินอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นหน้าตาของเด็กสาวที่ดูมีความหวังขึ้นมาหวังที่ไปให้พ้นคนชั่วเหล่านี้


“พวกเจ้าบังอาจ จับตัวศิษย์สำนักฉินหยุนมา  อย่าหวังว่าพวกเจ้าจะรอดไปได้!! "

ความคิดเห็น