ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Intro (Rewrite)

คำค้น : นิยาย Y

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 62.4k

ความคิดเห็น : 55

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2561 12:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Intro (Rewrite)
แบบอักษร


ณ.ยามเช้าตรู่ที่เคยเกิดขึ้นเหมือนอย่างเช่นทุกๆวัน

ขณะที่แสงอาทิตย์ใกล้แตะขอบฟ้าเพื่อมาทำหน้าที่ละลายสีอึมครึมของฟ้ายามราตรีให้หายไป เสียงนาฬิกาปลุกจากบ้านไม้เล็กๆหลังไดหลังหนึ่งระแวกนั้นก็ดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหวและก็พลันเงียบลงไปในเวลาอันรวดเร็ว

ผ้าห้มเนื้อนุ่มถูกสลัดออก จากนั้นเจ้าของห้องร่างเพรียวบางก็ลุกจากที่นอนยืนขึ้นกระฉับกระเฉง บิดตัวซ้ายทีขวาทีอย่างเคยชินแล้วตบหมอนให้ฟูพับผ้าห่มเสร็จก็คว้าผ้าขนหนูเดินรี่เข้าห้องน้ำราวกับไม่ให้เวลาที่เสียไปเปล่าดายสักวินาทีเดียว

ทั้งๆที่ก่อนนอนก็มัวแต่คิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อยจนทำให้ฝันแปลกๆทั้งคืนเพราะหลับไม่สนิท แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เจ้าของห้องรู้สึกเพลียแต่อย่างได หรืออาจเป็นเพราะเพิ่งจะโละความรู้สึกเก่าๆทิ้งไปละมั้งจึงทำให้คนที่กำลังอาบน้ำรู้สึกดีขึ้นกว่าวันเก่าๆโข จากนั้นก็แต่งตัวและหาอาหารเช้าง่ายๆให้กับตัวเอง พลิกข้อมือขึ้นดูเวลาแล้วส่งของกินชิ้นสุดท้ายเข้าปากตามด้วยนมอีกแก้วใหญ่

'ได้เวลาแล้ว'

ออฟฟิศขนาดใหญ่ภายในตึกสำนักงานในเครือ P.T. Corporationเปิดแอร์ไว้เย็นฉ่ำ ในห้องตอนนี้จุคนแปลกหน้าไว้หลายคน ต่างก็ไม่ได้พูดคุยหรือทำความรู้จักอะไรกันนักเพราะดูแล้วเหมือนจะให้ความสนใจกับโทรศัพท์ในมือของตัวเองซะมากกว่า เสียงที่ได้ยินตอนนี้น่าจะมีแค่เเสียงเครื่องปลิ้นหรือเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นระยะเท่านั้น ดูเหมือนว่าการสัมภาษณ์งานในวันนี้กำลังไล่ระดับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนในที่สุดเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกก็เงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่ตั้งใจว่าจะอ่านก่อนเข้าสัมภาษณ์ในมือ

"เชิญคุณตะวันค่ะ"

“ครับ”

คุณเลขาเปิดประตูให้อย่างใจดีจนทำให้ตะวันลืมความสงสัยแรกไปซะสนิท

"เชิญค่ะ คุณสุวิทย์รออยู่ด้านใน"

"ขอบคุณครับ"

ชายร่างท้วมอายุประมาณห้าสิบกว่าๆใส่แว่นตาหนาเตอะท่าทางใจดีนั่งเอามือประสานไว้บนโต๊ะมองนิ่งมาทหให้หนุ่มน้อยนามตะวันรีบยกมือไหว้แล้วทรุดตัวลงนั่งเมื่อแกผายมือบอกตำแหน่ง แต่ผู้มาใหม่ก็อดที่จะแอบวิจารย์ในใจไม่ได้ว่าท่าทางแกเหมือนแป๊ะยิ้มเลยแฮะ ยิ้มให้ตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาแล้วและตอนนี้ก็ยังนั่งอมยิ้มเหมือนดีอกดีใจอะไรสักอย่างจนอยากถาม

"มีอะไรหรือเปล่าครับ" ถามแล้วก็ยกมือขึ้นลูบแก้มลูบคางตัวเองเพราะไม่แน่ใจว่ามีอะไรติดอยู่ไหม ก่อนออกจากบ้านก็เช็กความเรียบร้อยแล้วนี่นา เห็นแกจ้องเอาก็เริ่มรู้สึกประหม่า ส่วนคนแก่หรือเมื่อได้ยินคำถามเข้าก็ยกกำปั้นป้องปากกระแอมกระไอกลบเกลื่อนแล้วขยับแว่นตาทำสีหน้าจริงจังขึ้น

"ค่อยยังชั่ว" แกพึมพำพลางหลุบตามองเอกสารการสมัครงานที่เคยกรอกเอาไว้เมื่อหลายวันก่อน

"คุณตะวัน ภาสกร เพราะทั้งชื่อทั้งนามสกุลเลยนะ" คนฟังยิ้มขอบคุณเพราะไม่รู้จะตอบกลับว่ายังไงดี

"เราพบว่าคุณสมบัติที่คุณเขียนไว้ในใบสมัครตรงกับความสามารถที่ทางเราต้องการคนแบบนี้อยู่พอดิบพอดีจนผมดีใจ …...เราพิจารณาแล้วและเห็นพ้องต้องกันว่า คุณเหมาะที่จะรับตำแหน่งนี้ ส่วนเรื่องเงินเดือนทางเราก็ตกลงอนุมัติให้ได้ตามที่คุณระบุจำนวนเงินเดือนมา ไม่เพียงเท่านั้นนะครับ เมื่อคุณผ่านการทดลองงานในระยะเวลาสามเดือนทางเราก็จะเพิ่มให้อีกตามความสามารถ ส่วนทางคุณตะวันเอง คุณพร้อมที่จะเริ่มงานกับเราได้เร็วที่สุดเมื่อไหร่ครับ"

คนนั่งฟังได้แต่กระพริบตาปริบๆ มองซ้ายมองขวาเพื่อความแน่ใจเพราะตั้งแต่เดินเข้ามานั่งยังไม่มีคำถามไหนที่จะเป็นประโยคสนทนาเกี่ยวกับการสัมภาษณ์เลยแม้แต่ซักประโยคเดียว ก็เล่นบอกว่าพิจารณาแล้วจะให้ทำงานได้เลยใครที่ไหนมันจะไม่งง

"ตกลง..ผมได้งานเหรอครับ?"

"ใช่ครับ" ผู้สูงวัยยืนยันพร้อมกับยกมือขยับแว่น "ผมเห็นคุณวินาทีแรกก็บอกเลยว่าใช่ คุณต้องเหมาะกับตำแหน่งนี้แน่ๆ"

พร้อมกันนั้นแกขยับตัวดึงลิ้นชักด้านขวามือ หยิบแผ่นกระดาษที่ทั้งยับและยู่ยี่ประหนึ่งว่ามันได้ถูกขยำทิ้งแล้วเก็บขึ้นมาใหม่ แต่เมื่อเห็นลายมือที่เขียนข้อความสั้นๆบนกระดาษยับๆนั้นกลับสวยและหนักแน่นจนต้องหยิบขึ้นมาอ่าน

"หาคนที่ไม่ห่วงสวย ไม่ต้องแต่งหน้า ไม่ต้องหาคนนมใหญ่ ที่ชอบแต่งตัวโป๊ๆก็ไม่เอา หาคนที่ทำกับข้าวกินเองเป็น ทำงานบ้านได้ ลุยได้ทุกที่"

หา!?

กระดาษยับๆแผ่นนั้นถูกยื่นกลับคืน "ขอโทษครับ....ที่นี่รับสมัครเลขาแน่เหรอครับ"

"ก็ใช่นะสิครับ แหม เมื่อกี้ผมยังนั่งหนักใจอยู่เลยว่าเมื่อไหร่สวรรค์จะส่งคนแบบนั้นมาให้ผมสัมภาษณ์ซักที เพราะเจ้านายกดดันมาจนผมนอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว"

คนพูดหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ไม่มีท่าทีขุ่นเคืองเลยสักนิดที่โดนย้อนถามกลับแบบนั้น พลางชี้นิ้วไล่เรียงไปตามตัวอักษรที่ตะวันได้กรอกไว้

"นี่ไงสิ่งที่ผมกำลังตามหา คุณสมบัติพิเศษที่คุณบอกมา คุณทำอาหารได้ ทำงานบ้านเป็น แถมยังขับรถได้มีใบขับขี่พร้อมแบบนี้ยิ่งดีเข้าไปใหญ่เลย"

แต่คนฟังกลับรู้สึกหนาวๆร้อนๆอย่างบอกไม่ถูกซะอย่างนั้นเมื่อสายตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานมองนิ่งมาราวกับเครื่องเอกซเรย์

"คุณก็ไม่ต้องแต่งหน้า หน้าอกก็ไม่ใหญ่ ตรงตามที่ท่านระบุมาแบบเป๊ะๆเลย เพราะก่อนหน้านั้นผมส่งเลขาไปให้กี่คนต่อกี่คนก็โดนพ่อเจ้าพระคุณไล่ตะเพิดกลับมาหมด"

แล้วมันงานเลขาประเภทไหนถึงกับต้องไล่กลับ!?

"คราวนี้ผมจะส่งเลขาผู้ชายไปดูซิ หวังว่าคงจะลุยได้ถูกใจและไม่ถูกไล่กลับมาเร็วนัก"

อ่า....ไหงพูดงั้นล่ะครับลุง?

"ผมไม่ได้ทำงานที่นี่เหรอครับ ไม่ใช่ที่บริษัทนี้เหรอครับ?"

"ของบริษัทนี้แหละครับ แต่ว่าไม่ได้ทำที่นี่"

หา!?

"ผมได้รับคำสั่งให้หาคนไปทำงานนี้อีกทีน่ะครับ" แกว่าแล้วกดปุ่มอินเตอร์คอมใกล้มือ "คุณสายใจ เชิญข้างในสักครู่"

"ประเดี๋ยวเลขาผมจะอธิบายรายละเอียดและระเบียบการทั้งหมดให้คุณทราบว่าต้องทำอย่างไรบ้างเมื่อไปอยู่ที่นั่น" เสียงเคาะประตูดังขึ้นทันทีที่คุณสุวิทย์จบประโยค ตะวันเห็นเลขาทรงประสิทธิภาพที่ยืนมั่นคงบนแคทชูสี่นิ้วเข้ามาพร้อมกับแท็ปเลทในมือ

"ค่ะเจ้านาย"

"รบกวนอีกครั้งนะคุณสายใจ คราวนี้ผมคิดว่าใช่" จบคำพูดคุณสุวิทย์เลขาสาวถึงกับตาพราวระยับอย่างตื่นเต้น หันขวับมามองหน้าตะวันแล้วร่ายยาวละเอียดยิบชนิดไม่มีโอกาสอ้าปากถาม

"งานง่ายๆค่ะคุณตะวัน คือหลังจากนี้คุณต้องเดินทางออกต่างจังหวัดเพื่อไปเป็นเลขาส่วนตัวให้เจ้านายใหญ่ที่ไร่ค่ะ และหน้าที่ของคุณคือคุณจะต้องเป็นคนทำกับข้าวและดูแลเรื่องอาหารให้เจ้านายทุกมื้อ อีกทั้งซักผ้า ทำความสะอาดบ้านทุกอย่าง ซึ่งก็ไม่มีอะไรมากค่ะเพราะมีเจ้านายแค่คนเดียว

ส่วนเรื่องงานเอกสารนั้น คงต้องคอยรับเอกสารสำคัญที่ทางสำนักงานใหญ่แฟกซ์ไปให้ท่านพิจารณาเป็นกรณีพิเศษเพื่อที่จะขอเซ็นอนุมัติ มีธุรกิจสำคัญบางตัวที่เจ้านายต้องทำเอง คอยเป็นหูเป็นตาให้ และต้องรายงานทุกเรื่องที่เจ้านายสมควรจะรู้แต่เรื่องไหนที่เจ้านายไม่สมควรจะรู้ก็ไม่ต้องรายงานนะคะ เพราะเจ้านายเป็นพวกไม่ค่อยชอบสังคมและเป็นคนที่ค่อนข้างเจ้าอารมณ์อยู่พอสมควร ท่านชอบอยู่ของท่านเงียบๆค่ะ ไม่ชอบให้ใครไปวุ่นวาย และที่สำคัญนะคะ"

เสียงแจ๋นๆที่กำลังเจื้อยแจ้วเงียบลงและในฉับพลันนั่นเองตะวันถึงกับสะดุ้งเมื่อคุณเลขาก้มหน้าลงมาชิด

"คุณตะวันส๊วยสวย"

หา?

"อย่าเพิ่งนอกเรื่อง" คุณสุวิทย์มองมาเหมือนขอโทษอยู่ในที พลางกระแอมเบาๆเหมือนมีอะไรติดคอ

"ขอโทษค่ะ....แต่ว่า......" หน้าของคุณเลขาขยับเข้ามาใกล้อีกจนตะวันต้องค่อยๆเอนหน้าตัวเองออกอย่างไม่แน่ใจในเจตนา

"คุณตะวันหน้าหวานมากเลยค่ะ แก้มก็เนี๊ยนเนียน ปากก็อิ่ม สวยกว่าสายใจที่เป็นผู้หญิงแท้ๆซะอีก" ชมขนาดนี้กะจะให้ผมทำหน้ายังไงเหรอครับ

"แล้วผมจะต้อง....."

"ถ้าคุณตะวันตกลงรับงานนี้คงต้องรบกวนออกเดินทางวันอาทิตย์นี้ค่ะ เจ้านายท่านจะเอารถเข้ามารับคุณด้วยตัวเอง ทดลองงาน 3 เดือนค่ะ เงินเดือนจะอัพอัตโนมัติทันทีที่คุณตะวันผ่านงานแล้ว คุณตะวันมีคำถามหรือข้อข้องใจอื่นมั้ยคะ"

ละเอียดและเคลียร์ซะขนาดนี้ผมคงไม่ต้องถามแล้วละครับ

“ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้นั่งรถแทนการขึ้นเครื่อง”

ถึงไม่บอกผมก็ไม่ขึ้นหรอกครับเครื่องบินน่ะ ผมกลัว ว่าแต่ว่า....วันอาทิตย์ที่คุณสายใจบอกมันก็หมายถึงวันมะรืนนี้ไม่ใช่หรือไง?



ความคิดเห็น