สำนักแพทย์อันดับหนึ่ง
ตอน ๑ หมิงอ๋อง ผู้ถูกฆาตกรรมก่อนเข้าห้องหอ
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ตอน ๑ หมิงอ๋อง ผู้ถูกฆาตกรรมก่อนเข้าห้องหอ

ค่ำคืน

หมู่ดาวระยิบ รายล้อมพระจันทร์เสี้ยวบนฟากฟ้า

แสงจันทร์นวลผ่องสาดต้องผิวน้ำในบ่อ เห็นเป็นแสงสว่างละมุน ในความมืดสลัว กลับสะท้อนสีสันของไม้ดอกและไม้ใบ

นี่คือบ้านหลังเล็กที่มีรูปทรงโดดเด่นเป็นสง่า ระเบียง ศาลา สวนหย่อม หินจำลอง ถูกออกแบบให้เสริมส่งซึ่งกันและกันอย่างลงตัว

วันนี้ที่นี่ควรมีงานมงคล เพราะเมื่อแหงนหน้ามอง ก็เห็นผ้าสีแดงสดผูกเข้าไว้ด้วยกันเป็นรูปหัวใจแขวนอยู่กลางบานประตูด้านบน ปลิวพลิ้วไสวสวยงามตามลมของฤดูใบไม้ร่วง

ครั้นเมื่อก้มลงมอง ก็เห็นพรมแดงปูยาวสุดลูกหูลูกตา

นอกจากนี้ยังมีโต๊ะเก้าอี้สีแดงอีกหลายตัว ยังคงเรียงรายอยู่ภายในบ้าน เนื่องจากเก็บไม่ทัน

กระทั่งทั่วทั้งบ้านยังอบอวลด้วยกลิ่นหอมของสุราที่แขกเหรื่อดื่มฉลองกันในตอนกลางวัน

ทุกมุมของบ้านล้วนเต็มไปด้วยบรรยากาศของงานมงคล

เชื่อว่าใครก็ตามที่เห็น มองปราดเดียวก็รู้ว่า วันนี้บ้านหลังนี้ได้จัดงานฉลองสมรสให้กับคู่บ่าวสาว

อย่างไรก็ตาม หากมองอย่างละเอียด กลับพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ!

คืนวันแต่งงาน ภายในบ้านไม่มีการร้องรำทำเพลงแสดงความยินดี แต่กลับมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

ทหารไม่ทราบจำนวนพกอาวุธติดตัว ยืนเคร่งขรึมภายใต้แสงจันทร์ เฝ้าระวังทุกทิศทุกทาง

รังสีฆ่าฟันเริ่มก่อตัวขึ้น.....

เห็นได้ชัดว่า งานฉลองมงคลสมรสในวันนี้มีปัญหา

ตรงจุดศูนย์กลางที่ทหารรักษาการณ์แน่นหนา ห้องๆ หนึ่งทั้งเสาและเพดานล้วนประดับตกแต่งด้วยกระดาษตัดคำว่า ‘มงคล’ เหมือนห้องๆ อื่น แต่หน้าต่างห้องกลับมีแสงสีเหลืองนวลจากโคมไฟส่องออกมา ทั้งๆ ที่ห้องปิดล็อค

ภายในห้อง

ก่อนอื่น เราเห็นโคมไฟระย้าแบบโบราณแขวนอยู่กลางห้อง มีสายไฟสีดำต่อออกจากตัวโคม

ชายวัยกลางคนดูภูมิฐานงามสง่าในชุดจงซาน (คล้ายชุดราชปะแตนไทย เรียกตามชื่อของดร.ซุนยัดเซน-ซุนจงซาน) ยืนอยู่ใต้โคมไฟ หน้านิ่วคิ้วขมวด นัยน์ตาบ่งบอกความซับซ้อนของอารมณ์

ที่เห็นได้ชัดคือ จิตใจเขาไม่สงบ

สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่เตียงหลังหนึ่ง

ข้างเตียงมีผู้สูงวัยสวมเสื้อคลุมยาวสีขาวท่านหนึ่ง ลักษณะเหมือนเซียนชราผู้ปราดเปรื่อง กำลังหลับตาทำสมาธิ ตรวจชีพจรให้ผู้ป่วยบนเตียง

ผู้ป่วยสวมชุดแต่งงานสีแดง ใบหน้าหล่อเหลาเอาการ เป็นหนุ่มน้อยอายุราว 16-17 ปี

จากชุดมงคลที่สวมใส่ เห็นได้ชัดว่า เขาคือเจ้าบ่าวของงานแต่งในวันนี้

แต่ที่น่าตกใจคือ เจ้าบ่าวในขณะนี้มีใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ ลมหายใจรวยริน เปลือกตาทั้งสองข้างปิดลง นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียง

เหมือนไม่มีชีวิตอย่างไรอย่างนั้น!

ในความเงียบงัน ชายชราค่อยๆ วางมือของเจ้าบ่าวลง ชายวัยกลางคนที่คอยอยู่รีบรุดเข้าไปถามอย่างร้อนรน “ท่านหมอจาง เป็นอย่างไรบ้าง”

ชายชราเงยหน้าขึ้นมอง แววตานิ่ง ครุ่นคิดเล็กน้อย ส่ายหน้าช้าๆ ขมวดคิ้วเข้าหากัน ตอบด้วยความหนักใจ

“อาการไม่ดี”

ชายวัยกลางคนหัวใจหล่นวูบ หรี่ตาลง แต่แล้วก็รีบถาม “ยังพอมีทางรอดไหม”

ชายชราไม่ตอบ มองดูอาการของชายหนุ่มหน้าซีดอีกครั้ง ก่อนโน้มตัวเข้าปลดกระดุมเสื้อของเขา

ทันใดนั้นก็พบว่าบนหน้าอกชายหนุ่มมีรอยฝ่ามือสีดำปรากฏเด่นชัด สร้างความตกตะลึงพรึงเพริดเป็นอย่างมาก

ชายวัยกลางคนจ้องมองรอยฝ่ามือสีดำ สีหน้าแสดงอาการหดหู่ พูดขึ้นอย่างช้าๆ

“หมิงอ๋องตายไม่ได้!”

ชายชราได้แต่มองเขาแล้วส่ายหน้าไปมา ก่อนตอบเสียงเบา “ชีพจรตีกลับ พลังชีพเบาบาง”

ชายวัยกลางคนหายใจเข้าลึกๆ แววตาคล้ายคลุกเคล้าไปด้วยอารมณ์นานัปการ คล้ายกำลังคำนวณอะไรบางอย่าง ผ่านไปเนิ่นนาน จึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “อย่างน้อย...ตายตอนนี้ไม่ได้!”

“งั้นหมอขอพยายามดูอีกสักตั้งก็แล้วกัน” ชายชราว่าแล้วก็ถอนหายใจ หยิบเข็มสีเงินออกจากอกเสื้อ เริ่มทำการฝังเข็มลงบนทรวงอกของชายหนุ่ม

สีหน้าของชายวัยกลางคนเคร่งเครียด หันกายเดินออกมาข้างหน้าต่าง มองขึ้นไปบนท้องฟ้า นัยน์ตาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ภายในห้องกลับเข้าสู่บรรยากาศตึงเครียดอีกครั้ง

“เอ๊ะ ไม่ดีละ!” ชายชราซึ่งกำลังฝังเข็มอุทานขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน

ชายวัยกลางคนใจหายวาบ หันกลับฉับพลัน ก้าวท้าวยาวๆ เข้าหาชายชราอย่างรวดเร็ว “มีอะไร”

พูดพลางมองไปยังหน้าอกของชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง

ชายวัยกลางคนหน้าซีดเผือด แววตาปวดร้าว เมื่อเห็นมุมปากของชายหนุ่มมีโลหิตไหลออก ทรวงอกไม่ขยับขึ้นลง

ชายชราไม่ตอบ สีหน้าเคร่งเครียด ยื่นมือขวาออก กดทับลงบนรอยฝ่ามือที่หน้าอกชายหนุ่ม

ภาพที่น่าหวาดเสียวปรากฎขึ้น นอกจากฝ่ามือที่กดทับ ยังมีควันสีขาวค่อยๆ ลอยขึ้นมาเป็นสาย

ควันแม้เบาบาง แต่ปรากฏให้เห็นจริง ภาพจริงเฉกเช่นปาฏิหาริย์

ทว่าชายวัยกลางคนกลับไม่แปลกใจแม้แต่น้อย เขากำมือแน่น ดวงตาจ้องมองแต่ชายหนุ่ม ปากพึมพำ 

“หมิงอ๋องตายไม่ได้เด็ดขาด”

ขณะชายชราพยายามเคลื่อนพลังเป็นครั้งสุดท้าย ในใจประจักษ์ว่า ยารักษาเพียงคนเป็น หมิงอ๋องพลังชีพขาดสะบั้น วิญญาณหลุดจากร่าง ใครเล่าจักสามารถดึงเขาให้พ้นจากมือยมบาล

นาทีนี้เพียงทำให้ถึงที่สุด ต่อไปจากนี้ ก็แล้วแต่ฟ้าลิขิต

ทันใดนั้น

ม่อไป๋พลันรู้สึกเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง จากนั้นจึงลามไปทั่วร่างกาย หัวใจเหมือนถูกมดหมื่นตัวกัดแทะจนทนไม่ไหว

สติสัมปชัญญะเริ่มรางเลือน ยามเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ความคิดแวบแรกคือ 

‘หรือแม้กระทั่งตายก็ยังต้องดิ้นรน’

ไม่มีใครให้คำตอบเขาได้ ความเจ็บปวดยิ่งทวีความรุนแรง สติกลับยิ่งแจ่มชัด

ม่อไป๋รู้สึกทนไม่ไหว อยากส่งเสียงร้องปลดปล่อยความเจ็บปวด

แต่จิตใต้สำนึกบอกให้เขากัดฟันทน เฉกเช่นเดียวกับความเจ็บปวดหลายครั้งที่ผ่านมา เก็บไว้เงียบๆ คนเดียวจะดีกว่า

ทว่าครั้งนี้เหมือนแตกต่าง ยังไม่ทันที่เขาจะดึงสติต้านทานความเจ็บปวด พลันรู้สึกว่าหน้าอกมีเลือดลมระลอกหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างพลุ่งพล่าน

ไม่สามารถบังคับให้เคลื่อนออกทางลำคอได้

“อึก!” ม่อไป๋ร้องเสียงดังก่อนลืมตาขึ้น เหมือนเห็นเงาร่างสองเงาอยู่ตรงหน้า แต่เขาไม่มีแรงมองดูให้ถี่ถ้วน โลหิตสดๆ พ่นออกจากปาก

โลหิตสาดกระจาย ผู้คนตื่นตกใจ

ม่อไป๋เพิ่งลืมตาขึ้น แต่แล้วก็ปิดตาลง คล้ายถูกความอ่อนแอจู่โจมเข้าอย่างไม่หยุดยั้ง…..

แต่กำลังใจที่เข้มแข็งกลับทำให้รู้สึกตัวโดยไม่สูญเสียสติ!

ข้างหูคล้ายมีเสียงดังเข้ามา แต่ม่อไป๋กลับไม่มีแรงลืมตาดูว่าใครกำลังพูดคุยกัน

“นี่....”

“ไม่ตาย ”

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ชายชรากับชายวัยกลางคนต่างรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก

ที่สุดแล้วยังมีชีวิตอยู่จริงหรือ

ชายชราค่อยๆ ชักมือขวากลับ จ้องมองทรวงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงของม่อไป๋ นัยน์ตาฉายแววแปลกประหลาด 

“เมื่อครู่ หรือว่า....เราดูผิด”

ส่วนชายวัยกลางคน เกิดปฏิกิริยาตอบสนองทันที ใบหน้าเขาทอประกายแห่งความปีติยินดี ถามอย่างตื่นเต้น

“หมอจาง รีบดูอาการเร็ว!”

ไม่ต้องรอเขาเรียก ชายชราได้จับข้อมือม่อไป๋แล้ว และกำลังตรวจดูชีพจรอย่างละเอียด

ทันใดนั้น สีหน้าของชายชราค่อยๆ สงบนิ่ง ถอนหายใจเบาๆ วางมือม่อไป๋ลงก่อนส่ายหน้า พูดเสียงเคร่งขรึม 

“แม้ยังมีลมหายใจ แต่คนของเขาซ่างชิงหมายเอาชีวิต ฝ่ามือนี้มุ่งทำลายหัวใจและปอด ทำให้บอบช้ำหนัก เกรงว่า....”

ชายวัยกลางคนได้ยินดังนั้น สีหน้าที่เพิ่งผ่อนคลายกลับเขม็งเกลียวขึ้นอีก พูดช้าๆ 

“หากเป็นเมื่อร้อยปีก่อน คนของสำนักเขาซ่างชิงไหนเลยจะกล้าบุ่มบ่ามสังหารเชื้อพระวงศ์อย่างเปิดเผยเช่นนี้.....”

สีหน้าของเขาเศร้าสร้อยลงอีกครา เสียงพูดทุ้มต่ำ 

“ตอนนี้ประเทศเรามีทั้งศึกนอกศึกใน แม้องค์จักรพรรดิทรงทุ่มเทให้กับงานบริหารราชการแผ่นดิน ฟื้นฟูบ้านเมือง แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ จึงทำได้เพียงระมัดระวังป้องกัน จัดการศึกภายในให้สงบลงก่อนค่อยรบกับต่างชาติ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการสนับสนุนให้พระองค์จัดการปัญหาภายใน ซึ่งต้องการความช่วยเหลือของทั้งเขาซ่างชิงและสำนักอื่นๆ จึงไม่ควรแตกหักกับเขาซ่างชิง เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ท่านหมอจาง หมิงอ๋องจึงเสียชีวิตภายใต้น้ำมือของเขาซ่างชิงไม่ได้เด็ดขาด หากต้องการปกปักษ์ราชสำนัก จะเป็นศัตรูกับเขาซ่างชิงไม่ได้ ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรท่านหมอจางต้องช่วยชีวิตของหมิงอ๋องให้ได้!”

ชายชราได้ฟังก็รู้สึกสลดหดหู่ แม้เขาไม่ได้เป็นฝ่ายบริหารประเทศ แต่สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้เป็นอย่างไรใช่ว่าเขาไม่รู้

ชายชราได้แต่ถอนหายใจอยู่ภายใน ระบอบการปกครองที่มีมาห้าร้อยกว่าปี ผู้คนทั่วทุกสารทิศให้ความจงรักภักดีต่อบูรพมหากษัตริย์และราชสำนักที่ยิ่งใหญ่ ไฉนบัดนี้กลับกลายเป็นเช่นนี้ได้

เขาซ่างชิงมีอิทธิพลแข็งแกร่งก็จริง ถ้าเป็นสมัยก่อน หากกล้ากบฏ กองทัพนับแสนของราชสำนักเพียงยกมือโบก ก็สามารถกำราบให้ราบคาบได้

แต่ตอนนี้ ราชสำนักอ่อนแอ ศัตรูภายนอกเข้าประชิดชายแดน มีแนวโน้มรุกล้ำอาณาเขตบ่อยครั้ง ส่วนภายในอิทธิพลของผู้ยิ่งใหญ่แผ่ขยาย คนรุ่นก่อนบางคนมักใหญ่ใฝ่สูง วาดฝันว่าจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน เหล่าเชื้อพระวงศ์ก็ฟังแต่เรื่องปรุงแต่ง ไม่ฟังเสียงประชาชน ทำให้หลายฝ่ายเข้าร่วมกับเขาซ่างชิง รวมทั้งสำนักมวยที่ราชพัสดุสนับสนุนงบประมาณให้ปรับปรุงซ่อมแซม ที่สุดแล้วยังหาญกล้าท้าทายอำนาจราชสำนัก

เมื่อกล้าก่อการอุกอาจในงานแต่งหมิงอ๋อง ลงมืออย่างเหี้ยมโหดหมายชีวิต

หากราชสำนักยังวางเฉย ไม่ตอบโต้ ก็น่าเศร้าใจยิ่งนัก

ชายชราถอนหายใจเบาๆ ในใจรู้ดีว่าการที่เลขาจางพูดเรื่องราวเหล่านี้กับตน เพราะกังวลว่าตนจะไม่เต็มที่กับการรักษา

ชายชราหันมองชายวัยกลางคน แล้วพูดอย่างจริงจัง 

“ท่านจางวางใจได้ ตระกูลจางของเราอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารมาแต่ไหนแต่ไร แม้หมอไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองแล้ว แต่ราชสำนักยังดำรงอยู่ แม้หมอไม่มีโอกาสได้ตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ แต่หมิงอ๋องที่มีชีพจรเบาบาง ตอนนี้ได้รับพลังส่วนหนึ่งจากหมอ รักษาชีวิตได้แต่ก็เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่ใช่การแก้ปัญหาถาวร!”

เลขาจางหรือชายวัยกลางคนได้ฟังดังนั้นก็เงียบเสียงลง แต่ยังคงส่ายหน้า กล่าวอย่างเคร่งขรึม

“ท่านหมอจาง ชีวิตของหมิงอ๋องคือเดิมพันอันยิ่งใหญ่ ท่านต้องจัดให้เขามีชีวิตอยู่สักระยะ ตอนนี้ดูๆ ไปแล้วเกรงว่าตระกูลหลินคิดไม่ซื่อกับราชสำนักมานานแล้ว มีแผนส่งลูกสาวไปดองกับสำนักเขาซ่างชิง แม้คราวนี้เขาซ่างชิงส่งคนมาทำลายงานแต่ง แต่คุณหนูหลินก็ได้ไหว้ฟ้าดินกับหมิงอ๋องแล้ว ถือว่าเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นขอเพียงหมิงอ๋องมีชีวิตอยู่ ถึงตระกูลหลินเข้าร่วมกับเขาซ่างชิง ก็ไม่สามารถลบล้างความจริงข้อนี้ได้ เขาซ่างชิงก็คงไม่กล้าดองกับตระกูลหลินอีก มิเช่นนั้นพวกเขาจะรับผิดชอบความผิดในครั้งนี้อย่างไร ดังนั้นไม่ว่าจะยังไง หมิงอ๋องต้องมีชีวิตรอดต่อไป! ขอท่านหมอหาวิธีช่วยด้วยเถิด เพียงสามารถรักษาชีวิตเขาได้ ฝ่าบาทต้องตบรางวัลให้กับท่านอย่างแน่นอน”

ชายชรายิ้มมุมปาก เขารู้ว่าที่เลขาจางพูดนั้นเป็นความจริง ซึ่งที่จริงแล้ว เมื่อชีวิตของหมิงอ๋องมีความสำคัญขนาดนี้ หากรักษาไว้ได้ แน่นอนว่าเป็นความดีความชอบอันยิ่งใหญ่ องค์ฮ่องเต้ต้องตบรางวัลให้ไม่น้อยทีเดียว สูญเสียกำลังภายในไปบ้างก็ถือว่าคุ้ม แต่เขากลับส่ายหน้าอย่างหมดหวัง 

“เลขาจาง ยามีไว้รักษาคนเป็น ตอนนี้หมิงอ๋องไม่มีพลังชีพ กำลังใจแม้สามารถทำให้กำลังภายในคงอยู่ แต่ใช่ว่าจะสามารถรักษาชีวิตเขาไว้ได้ แม้หมอทุ่มเทกำลังภายในที่มีรักษาเขา ก็ต้องรอให้ร่างกายเขารับได้ก่อนจึงจะเป็นผล”

 

 

 

 

 

 

 

โปรเจกต์ "หอหมื่นอักษร" เป็นโปรเจกต์ที่ซื้อลิขสิทธิ์นิยายออนไลน์มาอย่างถูกต้อง  

เผยแพร่อย่างเป็นทางการโดย OokbeeU และ China Literature 

 

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ China Literature 

 

 

จากใจเก๋อเก๋อ 

 

นิยายทุกเรื่องที่อยู่ในโปรเจกต์หอหมื่นอักษรเราเป็นนิยายที่เก๋อเก๋อพยายามพิถีพิถันคัดเลือกมาอย่างเต็มความสามารถโดยผ่านการเรียบเรียงและกลั่นกรองด้วยความตั้งใจของเหล่านักแปล เพื่อให้นายท่านได้รับความเพลิดเพลินอย่างถึงที่สุด 

เก๋อเก๋อหวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายของเราจะเติมเต็มความปรารถนาของนายท่านทุกๆ คนได้อย่างพึงพอใจ และเชื่อมั่นว่านายท่านจะสนับสนุนนิยายของเราอย่างถูกลิขสิทธิ์ เพื่อเป็นกำลังใจในการคัดสรรนิยายเรื่องอื่นๆ ของเราต่อไปในอนาคต 

ถ้าหากนายท่านพบเห็นนิยายของหอหมื่นอักษรถูกนำไปเผยแพร่อย่างผิดลิขสิทธิ์ที่ใด สามารถเข้ามาแจ้งกับเราได้ในทุกช่องทางการติดต่อ 

 

ท้ายที่สุดนี้เก๋อเก๋อขอขอบพระคุณแรงสนับสนุนของนายท่านทุกคนจากนี้และต่อไปในอนาคตด้วยเจ้าค่ะ 

 

เก๋อเก๋อ แห่งหอหมื่นอักษร 

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น