ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2560 22:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 3
แบบอักษร

-3-



เช้าวันใหม่ ปูนออกจากห้องตั้งแต่ฟ้าสางเพื่อมาหาโรสที่ร้าน เจ้าของร้านคนสวยวันนี้ยังสวมเสื้อยืดกางเกงวอร์ม ดูไม่พร้อมที่จะถ่ายแบบเลยสักนิด 


“ง่วงจริงๆ” โรสอ้าปากหาววอดๆ พลางเอนตัวพิงเบาะรถรอปูนเก็บของใช้ใส่ท้ายรถ “ขอบใจจ้าคนสวยของพี่”

“นี่พี่โรสขับรถไหวแน่นะครับ” ปูนถามอย่างกังวล เพราะดวงตาคนขับยังคงปิดอยู่ตลอดเวลา มีเพียงมุมปากเท่านั้นที่ติดรอยยิ้มบางๆ ส่งมาให้ “พี่โรสครับ”


“ไหวสิ ไม่งั้นพี่จะขับมาจากบ้านได้ยังไง จริงไหมจ๊ะ” 


“ครับๆ ปูนเชื่อแล้ว” 


ปูนขำน้อยๆ ให้กับท่าทางของเจ้าของร้านคนสวย อันที่จริงก็อยากขับให้ แต่ติดที่ว่า ตัวเองขับรถไม่เป็น 



การจราจรในช่วงเช้าไม่ติดขัดมากนักทำให้ถึงปลายทางได้ไว ตึกหลังใหญ่ที่คาดว่าคนจะน้อยเพราะยังเช้า แต่กลับมีคนเดินพลุกพล่านอย่างกับไม่มีวันหยุดงาน ปูนเดินหอบข้าวของตามหลังโรสที่ดูจะรู้จักทางไปซะหมด สาวเจ้าเดินลัดเลาะมาจนถึงห้องแต่งตัว พอเปิดประตูเข้าไปก็เจอบรรดาช่างแต่งหน้าทำผมที่อยู่รอกันก่อนหน้าแล้ว 


 ความวุ่นวายน้อยๆ เริ่มขึ้น ปูนมองโรสที่กำลังถูกรุมแปลงโฉมด้วยความตื่นเต้น ปกติโรสก็สวยอยู่แล้ว หากแต่งหน้าทำผมเสร็จ คงจะสวยเพิ่มขึ้นไปอีกหลายสิบเท่า


“คุณน้องเป็นผู้ช่วยของนางแบบหรือคะ” แรงสะกิดที่หัวไหล่ทำให้ปูนละสายตาจากภาพตรงหน้ามาสนใจ คนสะกิดที่เป็นสาวประเภทสองแต่งหน้าจัดยืนส่งยิ้มหวานให้อยู่ 


“อ่า ครับ” ได้แต่กระพริบตาปริบๆ เมื่อถูกมือใหญ่เชยคางจับให้หันซ้ายทีขวาที “มีอะไรหรือเปล่าครับ” 


“ขอโทษจ้ะ พอดีใบหน้าของคุณน้องเนี่ย ดูสวยดีพี่ชอบ” สาวประเภทสองหรี่ตามองครู่หนึ่งก่อนฉีกยิ้มกว้างให้อีกรอบ พร้อมกับมืออีกข้างยื่นบัตรแข็งเล็กๆ มาตรงหน้า “นี่นามบัตรพี่นะ ถ้าน้องสนใจอยากถ่ายแบบละก็ ติดต่อพี่มาได้เลยนะ พี่น่ะ เป็นคนดูแลนางแบบ นายแบบของที่นี่ทั้งหมด” 


“คือ...ผมคงไม่เหมาะมั้งครับ” ปูนยิ้มแหยๆ มองนามบัตรในมือคนตรงหน้า ไม่ยอมยื่นมือออกไปรับจนเจ้าของนามบัตรต้องจับยัดใส่มือซะเอง 


“สายตาของพี่ไม่เคยมองอะไรพลาดอยู่แล้ว” ความมั่นใจที่แสดงออกมาทางสายตาและน้ำเสียงทำให้ปูนได้แต่ยิ้มแห้ง เมื่อกี้รู้สึกได้ว่าถูกสายตาคู่นั้นแสกนไปทั้งร่างจนขนแขนลุกไปหมด “เอางี้ ตามพี่มาก่อน” 


“ครับ?” 


ยังไม่ทันที่จะปฏิเสธหรือตอบรับ ข้อมือขาวก็ถูกฉุดดึงให้เดินตาม ปูนรีบหันไปมองโรสเผื่อจะร้องขอให้ช่วย แต่เจ้านายคนสวยกำลังถูกช่างแต่งหน้าทำผมรุมล้อมจนมองแทบไม่เห็น


ทางเดินปูด้วยหินอ่อนสวย ปูนถูกพามาในห้องๆ หนึ่งที่เปิดประตูเข้ามาแล้วถึงเห็นว่าเป็นสตูดิโอที่ใช้ถ่ายหนังสือของโรสวันนี้ ที่ตอนนี้ทุกคนกำลังเซ็ตพุ่มดอกไม้จากร้านอยู่เต็มฉาก สีสันของดอกไม้แต่ละชนิดตัดกันดูสวยงามจนคนเลือกชนิดถึงกับยิ้มออกมา


“อิน แกเช็คกล้องเสร็จแล้วใช่ไหม” คนพามาเอ่ยถามผู้ชายที่นั่งอยู่หลังกล้องถ่ายรูป ซึ่งคำตอบที่ได้คือการพยักหน้า “งั้นก็ดี ช่วยถ่ายน้องคนนี้ให้หน่อย พี่จะเก็บรูปเข้าแฟ้ม” พอได้ยิน ผู้ชายนั่งหลังกล้องก็เหลือบตามามอง ปูนยืนหันรีหันขวางเพราะทำตัวไม่ถูก


“เอ่อ คือ...” ปูนพยายามจะปฏิเสธแต่ก็ไม่มีใครฟัง 


ปูนถูกดึงให้มายืนด้านหน้าฉากที่รายล้อมไปด้วยดอกไม้ แสงไฟจากสปอร์ตไลท์สาดเข้ามาหลายดวงยิ่งเพิ่มความโดดเด่น คนทำตัวไม่ถูกขยับไปมาไม่อยู่นิ่ง แต่คนที่อยู่หลังกล้องกลับพากันนั่งนิ่ง โดยเฉพาะคนที่พามา 


“ขึ้นกล้องดีจริง ตาถึงอีกแล้วนะพี่ เอ่อ น้องครับ หันมาอีกนิด ใช่ครับ สวยครับ” พอปูนขยับตามคำพูด ช่างภาพหนุ่มก็รีบกดชัตเตอร์รัวๆ จนได้ภาพที่ถูกใจมาเซ็ทใหญ่ ยิ่งบางรูปตากล้องจงใจถ่ายเน้นโครงหน้าแต่ดวงตากลมโต นัยน์ตาเหมือนกวางดูน่าหลงใหลนั่นดึงดูดให้ถ่ายมากกว่า


“พูดได้เลยว่าสวยกว่านางแบบเราบางคนซะอีก” ตากล้องหนุ่มชมออกมาทั้งที่มือยังไม่หยุดเก็บภาพ 


“ใช่ไหมล่ะ” แอมมี่เหยียดยิ้ม เพราะไม่เคยมีครั้งไหนที่เขามองใครแล้วจะพลาด ไม่อย่างนั้น นางแบบนายแบบของที่นี่ คงไม่ต้องตาถูกใจของทุกคนจนงานแทบล้นมือเช่นนี้ “เก็บภาพไว้เยอะๆ นะอิน” 


“ไม่ต้องสั่งก็จัดเต็มไปแล้วครับ”


“ทำดี”


ปูนยืนนิ่งอยู่นานไม่ได้ทำท่าทางอะไร แต่ทุกคนก็ดูจะพอใจ เมื่อใกล้ถึงเวลาที่นางแบบจะออกมา แอมมี่ก็พาปูนออกมายืนด้านข้างพร้อมกับพูดกล่อมให้ปูนรับงานที่เธอวางแผนในหัว ถ้าหากปกหนังสือฉบับหน้าเป็นปูนละก็ คงจะขายดีไม่น้อย 


“ทำอะไรกัน” เสียงทุ้มดังขึ้น คนพูดเดินล้วงกระเป๋ากางเกงสแลคเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ใจจริงอยากมาตั้งแต่เช้าแต่ติดเอกสารกองพะเนินที่ต้องจัดการซะก่อน “พร้อมหมดแล้วหรือ จะเริ่มถ่ายเมื่อไหร่” น้ำเสียงติดห้วนเอ่ยถาม  กรพัฒน์ไม่ได้สนใจลูกน้องที่นั่งอยู่ เพราะดวงตาคมมองเห็นแค่แขนของปูนถูกจับไว้ 


ทำไมทีกับเขาถึงหวงตัวไม่ชอบให้จับนัก ทีแบบนี้ละก็...


“เรียบร้อยแล้วค่ะ รอแค่นางแบบมาแค่นั้น” แอมมี่ยิ้มหวานให้เจ้านายสุดหล่อ คราแรกรู้สึกแปลกใจนิดๆ ที่เห็นกรพัฒน์มา แต่พอนึกดีๆ คงจะมาดูนางแบบคนพิเศษที่เจาะจงมาโดยเฉพาะ “คุณกรคะ แอมมี่มีอะไรให้ดูนิดหนึ่งค่ะ” แอมมี่เดินนำกรพัฒน์ไปที่โต๊ะโดยมีปูนเดินตามหลังมาด้วยความสงสัย บนโต๊ะที่มีแลบท็อปโยงสายไฟมากมาย หน้าจอมีรูปของปูนในท่าทางธรรมดาแต่ดึงดูดอย่างน่าแปลกใจ ขนาดเจ้าตัวยังต้องเลิกคิ้วมอง “คุณกรว่า ถ้าน้องคนนี้มาขึ้นปกหนังสือเล่มหน้าในคอนเซ็ป...”


“เล่มหน้าเป็นนางแบบคนใหม่ไม่ใช่หรือ” แทบจะขัดขึ้นทันทีจนคนเสนอหน้าเสีย “เอาตามแผนเดิมนั่นแหละ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจะวุ่นวาย” พูดจบ กรพัฒน์ก็เดินแยกไปดูฉากต่อ ทิ้งให้ผู้จัดการคนเก่งของบริษัทกับบรรดาทีมงานยืนมองหน้ากันเลิกลัก ส่วนเจ้าของรูปดูจะไม่ได้สนใจคนอื่นสักเท่าไหร่ เพราะยังมองแต่รูปตัวเองอย่างชอบใจ 


เพิ่งรู้ว่าตัวเองก็ถ่ายรูปแล้วดูดีเหมือนกัน 


กรพัฒน์แสร้งชี้นิ้วปรับนั่นปรับนี่ แต่หางตายังมองมาที่ลูกกวางของเขา ไม่ใช่ปูนดูไม่ดีหากได้ขึ้นปก แต่มันจะดีมากต่างหาก ที่สำคัญ เขาไม่ชอบแน่ใจๆ ถ้าหากปูนเป็นที่รู้จักและสนใจของคนอื่น 


หวงก็ยอมรับ หวงมากด้วยแม้จะยังไม่มีสิทธิ์อะไร 


“อรุณสวัสดิ์เพื่อนรัก” โรสโผเข้ามากอดเจ้าของบริษัทอย่างสนิทสนม ท่าทางเช่นนั้นทำให้มีเสียงซุบซิบถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ และปูนที่อยู่ในวงสนทนาก็อดที่จะขมวดคิ้วตามไม่ได้ 


“วันนี้เหนื่อยหน่อยนะ” กรพัฒน์ยิ้มบางๆ บอก ก่อนจะเดินย้อนมานั่งเก้าอี้ผ้าใบข้างตากล้อง “เริ่มงานได้หรือยัง ทำงานสิ ทำงาน”


ช่วงแรกทุกอย่างดูชุลมุน แต่พอผ่านไปไม่นาน การทำงานก็เริ่มลงตัวอย่างมืออาชีพ แม้แต่นางแบบที่ดูจะโพสท่าได้ตามสั่ง ปูนยืนอยู่ด้านหลังกรพัฒน์ เด็กหนุ่มยิ้มแย้มมองเจ้านายคนสวย 


“ดอกไม้ตรงนั้นดูไม่สวย จัดใหม่ด้วย” เสียงดังขัดขึ้น พวกเซ็ทฉากต่างก็รีบวิ่งเข้าไปจัดใหม่ แต่ทำยังไงก็ดูจะไม่เป็นที่ถูกใจ สุดท้ายกรพัฒน์ก็หันมาด้านหลัง “ปูนไปจัดให้พี่หน่อยครับ” ฟังจากน้ำเสียงแล้วดูไม่ใช่ประโยคคำสั่ง ยิ่งคำแทนตัวเองยิ่งแล้วใหญ่ ดูเหมือนจะสนิทกันไม่มากก็น้อย


“ครับ” คนถูกเรียกชื่อรีบวิ่งเข้าไปช่วยพนักงานคนอื่นๆ ท่าทางที่ดูคล่องแคล้วในการหยิบจับดอกไม้กับรอยยิ้มหวานที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวว่าเผลอยิ้มออกมาทำเอาคนรอบๆ ข้างถึงกับมองตาไม่กระพริบ 


“สวยจนผมจะหลงอยู่แล้วนะครับเนี่ย” 


 เสียงชมของช่างภาพฝีมือดีของบริษัทลอยเข้าหู กรพัฒน์รีบหันขวับไปมองแทบจะทันที พอเห็นสายตาของช่างภาพหนุ่มที่จ้องมองลูกกวางของเขาผ่านกล้อง กรพัฒน์ก็ตัดสินใจลุกไปดึงปูนให้กลับมานั่งที่เก้าอี้ผ้าใบ ส่วนตัวเองก็ยืนคุมอยู่ข้างๆ อีกที  


“ถ่ายต่อเลย เอาแบบนั้นนั่นแหละ” แม้ทุกคนจะดูงงๆ แต่ก็ลงมือทำงานต่อ   การถ่ายปกนิยตสารของวันนี้ใช้เวลาอยู่นานหลายชั่วโมงเพื่อให้ตรงตามแบบแผน เสื้อผ้าชุดสวยถูกเปลี่ยนไปแล้วหลายต่อหลายชุด ซึ่งแต่ละชุดก็เหมือนตัดมาเพื่อนางแบบของวันนี้โดยเฉพาะ 


จากเช้าจรดเที่ยงก็ได้หยุดพัก ปูนยกจานข้าวมานั่งข้างๆ เจ้านายคนสวยที่หัวเราะเอิ้กอ้ากไปกับเรื่องตลกของทีมงาน


“วันนี้พี่โอเคไหม” ปูนรีบพยักหน้าให้กับคำถามที่ได้ยิน “น่ารักที่สุด” โรสบีบแก้มป่องสองข้างเมื่อได้รับคำชม

“เล่นกันน่ารักจังเลยนะครับ” เสียงตากล้องหนุ่มดังขึ้น เจ้าของเสียงนั่งลงข้างๆ ปูนที่ยิ้มบางๆ ตอบกลับ


“อิจฉาหรือคะ” โรสขยิบตาล้อเลียนนิดๆ ทำเอาตากล้องหนุ่มหัวเราะร่า “แต่คงไม่ได้หรอก คนนี้มีคนจองแล้ว”

“ครับ?” ปูนหลุดปากออกมาอย่างงงๆ แต่โรสกลับไม่ยอมขยายความต่อ คนสวยลงมือทานข้าวตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม “เอ่อ รูปที่ถ่ายไปวันนี้ของผม ถ้าผมจะขอ...” เมื่อเจ้านายไม่สนใจ ปูนเลยหันไปคุยกับคนอีกฝั่งแทน


“รูป? อ๋อ ที่ถ่ายเซ็ทเมื่อเช้าหรือครับ ได้สิ” คำตอบที่ได้สร้างรอยยิ้มหวานจนคนมองเคลิ้มแทบลืมตักข้าวเข้าปาก

“แล้วรูป...” 


“ครับ?”


“ผมจะเซฟยังไง...”


“อ๋อ ไม่ยากเลย เดี๋ยวผมส่งรูปให้ในไลน์” ว่าแล้วก็หยิบมือถือตัวเองยื่นให้ “ขอไลน์ก่อนเลย” 


“อ๋อ” ปูนเม้มปากยามกดหาชื่อตัวเองในโทรศัพท์เครื่องแพง อยากกลับคำไม่เอารูปแล้ว แต่อีกใจก็อยากจะเอามาเก็บไว้ เพราะไม่บ่อยที่จะได้ถ่ายรูป ยิ่งเป็นเซ็ทแบบนั้นด้วย ไปถ่ายเองคงจะแพงน่าดู “ขอบคุณล่วงหน้านะครับ” 


“ไม่ต้องเกรงใจหรอก เรื่องแค่นี้เอง”


ภาพความสนิทสนมของตากล้องหนุ่มและปูนอยู่ในสายตาของกรพัฒน์อยู่ตลอด แม้ในใจแทบลุกเป็นเพลิงยามลูกกวางของเขายิ้มให้คนอื่น แต่หน้าที่การงานยังค้ำคอเลยได้แต่ทำนิ่งเฉย 


“คุณกรคะ นั่นเอกสารสำคัญ คุณกร” แอมมี่รีบสะกิดเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มขยำกระดาษจนแทบแหลกคามือ 


“โทษที” คล้ายกลับสติหลุด กรพัฒน์รีบปรับสีหน้าแล้วกลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อ สงสัยครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่จะให้ลูกกวางมาเหยียบบริษัท ขืนให้มาบ่อยๆ อย่างที่คิดไว้ตอนแรก การงานของเขาคงไม่ต้องทำกันพอดี คงได้ไปนั่งเฝ้าตลอดเวลาแน่ๆ 


พักเที่ยงจบลงก็เริ่มถ่ายงานเซ็ทสุดท้าย โรสยังคงโพสท่าเหมือนนางแบบมือถืออาชีพ ทำให้งานเสร็จไวและทุกอย่างราบรื่น 


“ปูนจ๋า พอดีแม่พี่โทรมาให้ไปรับ ทำยังไงดีล่ะ” นางแบบของวันนี้เปลี่ยนชุดเสร็จก็เดินหน้ายู่เข้ามาหา 


“เดี๋ยวปูนกลับแท็กซี่เองก็ได้ฮะ พี่โรสไม่ต้องห่วง” เด็กหนุ่มยิ้มอย่างเข้าใจ 


“ไม่เอาสิ เดี๋ยวพี่ให้...กร ว่างไหม ช่วยไปส่งปูนที่หอพักให้หน่อยสิ” ราวกับนัดกันไว้ เมื่อกรพัฒน์เดินเข้ามาหาพอดี “ว่างไหม หรือต้องทำงานต่อ” 


“ว่างอยู่พอดี”


“แต่ปูนจะกลับเอง”


น้ำเสียงแข็งเช่นเมื่อคืนอีกแล้ว กรพัฒน์รีบส่งสายตาให้เพื่อนสนิททันที 


“ทำไมล่ะ หรือปูนไม่ชอบขี้หน้าเพื่อนพี่เหรอ” แม้ไม่ชอบใจในสิ่งที่ถูกกล่าวถึง แต่กรพัฒน์ก็ได้แต่ทำนิ่ง “ถ้าปูนเกลียดขี้หน้า งั้นปูนก็...”


“ก็ได้ฮะ” สีหน้าของโรสดูจะเป็นกังวล ปูนเลยต้องรีบตอบรับ 


 กรพัฒน์ยิ้มกริ่มทันทีที่ได้ยินคำตอบ แม้ลูกกวางจะตอบรับพร้อมใบหน้าง้ำงอก็เถอะ แต่ก็ดูน่ารักอยู่ดี ยิ่งแก้มป่องนั่น ยิ่งน่าฟัด


 “ถ้าปูนรู้สึกไม่ดี ก็ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพี่...”


“ปูนไม่ได้รู้สึกไม่ดี พี่โรสไม่ต้องห่วง ปูนกลับกับ...พี่เขาก็ได้ครับ” 


“งั้น ฝากปูนด้วยนะกร เคยไปส่งที่หอแล้วนี่ คงไม่ต้องบอกทาง ส่งให้ถึงหอด้วยนะ ห้ามพาเถลไถล” โรสบอกย้ำทิ้งท้าย มือเรียวหยิบกระเป๋าถือแล้วเดินออกไปทันที เหลือก็แต่ปูนและกรพัฒน์ที่ยังคงจ้องหน้ากันอยู่ 


“มองหน้าพี่ทำไม” โดนจ้องตาขวางแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถาม


“แม้จะให้พี่โรสช่วย ปูนก็ไม่ให้โอกาสพี่หรอกนะ” น้ำเสียงคำรามเบาๆ แต่ฟังแล้วเหมือนแมวขู่ซะมากกว่า กรพัฒน์พยักหน้าช้าๆ แต่ในใจกลับยิ้มกว้าง 


“รู้แล้วครับๆ” กรพัฒน์รีบแย่งข้าวของในมือขาวมาถือเอง “แต่พี่จะบอกไว้ แม้ปูนไม่ให้โอกาส แต่พี่จะสร้างโอกาสเอง” พูดเสร็จก็เดินจ้ำอ้าวไม่รอฟังคำบ่นด้านหลัง ก็ในเมื่อชอบแล้วก็ต้องเดินหน้าเท่านั้น โอกาสมีไว้สำหรับคนพยายาม นี่คติสำหรับการจีบลูกกวาง


บนรถสปอร์ต แอร์ยังคงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และดูจะมากไปสักหน่อยเมื่อคนสวมเสื้อยืดเริ่มขนลุกด้วยความเย็น ปูนลูบแขนตัวเองไปมา บ่อยครั้งถึงกับต้องไขว้แขนไว้ด้านหลังบรรเทาความหนาวเย็น


“ฮัดเช้ย” เสียงจามดังลั่น เจ้าของรถถึงกับสะดุ้งเฮือกเพราะกำลังคิดอะไรเพลินๆ 


“หนาวเหรอ” คำถามที่ทำเอาคนจามหน้างอ ก็นั่งขนลุกมาตั้งนานเพิ่งจะมารู้ นี่เหรอคนที่จะสร้างโอกาสให้ตัวเอง “เดี๋ยวพี่ลดแอร์ให้” 


“ขอบคุณครับ” ดูไม่ค่อยเต็มใจพูดสักเท่าไหร่ แต่ก็พูดตามมารยาท ปูนเบนหน้าไปมองนอกหน้าต่าง พยายามไม่สนใจคนขับรถที่เริ่มหันมาสนใจเขามากขึ้น 


“พี่ถามเรื่องเก่าๆ ของปูนได้ไหม” อยู่ๆ ก็มีคำถาม ปูนใช้หางตาเหล่มองแต่ไม่ยอมตอบ “ที่จริง เพื่อนปูนก็บอกพี่มาบ้าง แต่พี่อยากรู้จากปูนมากกว่า”


“มันไม่เหมือนกันตรงไหน” 


“ไม่เหมือนตรงที่ปูนเป็นคนพูดไง จริงไหม” 


“แต่ปูนไม่อยากนึกถึง”


“แล้วปูนไม่อยากแก้ไขให้มันดีขึ้นหรือ” 


“เรื่องมันผ่านไปแล้ว จะแก้ไขอะไรได้ อีกอย่าง ปูนไม่ชอบให้คนอื่นมายุ่งเรื่องส่วนตัว” คราวนี้ปูนหันกลับมาจ้องหน้านัยน์ตาแข็งกร้าว  


“พี่ไม่อยากเป็นคนอื่น ปูนก็รู้ดี” กรพัฒน์บอกน้ำเสียงจริงจังไม่สนใจว่าตอนนี้จะถูกมองด้วยสายตาแบบไหน พอไม่สนใจแล้ว คนจ้องตาอีกฝั่งถึงกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะแล้วหลบสายตาไปเอง “ปูน เล่าให้พี่ฟังได้ไหม” 


“ไอ้นั่น” อยู่ๆ ปูนก็พูดออกมา ดวงตากลมโตสั่นระริกยามภาพวันเก่าๆ หวนกลับมาในความทรงจำ “ไอ้นั่น มันตามติดปูนตั้งแต่ปีหนึ่ง มันคอยตามไปทุกที่ ไม่ว่าปูนจะเรียนอยู่หรือไปเที่ยวก็จะต้องเจอมันตลอด มันตีสนิทกับเพื่อนๆ ทุกคนในกลุ่มของปูน จนทุกคนไว้ใจ รวมทั้งปูน...” 


น้ำเสียงสั่นเครือนิดๆ แต่ไม่มีหยดน้ำตา กรพัฒน์รับรู้ได้ว่าลูกกวางของเขา (?) กำลังโกรธมาก โกรธจนตัวสั่น มือสองข้างกำหมัดแน่นอยู่บนตัก


“ถ้าวันนั้นรู้ว่า ความไว้ใจที่ปูนมีให้ จะทำให้มันคิดเหี้ยๆ แบบนั้น ปูนจะไม่มีวันให้มันได้เข้าใกล้อย่างแน่นอน”

“มัน เอ่อ ข่มขืนปูนใช่ไหม” ตรงนี้นางแบบสาวเพื่อนสนิทของลูกกวางไม่ได้บอกเอาไว้ ถ้าให้คิดเองก็อาจจะเป็นไปได้ แต่คนนั่งข้างๆ กลับส่ายศีรษะช้าๆ “อ่าว แล้ว...”


“วันนั้น มันบอกจะพาปูนไปส่งที่หอหลังจากกินข้าวเสร็จ แต่พอเอาเข้าจริง มันกลับขับรถพาปูนไปที่ไหนไม่รู้ พอโวยวายมันก็มัดแขน ปิดตาปูนไว้ ลืมตาอีกทีก็อยู่กลางบ้านหลังหนึ่ง ในบ้านนั้นมืดมาก น่ากลัวด้วย มันก็เห็นก็รู้ว่าปูนกลัว แต่มันก็ขังปูนไว้ มันขังปูนให้อยู่คนเดียวเกือบหนึ่งอาทิตย์...”


“ทำไมปูนไม่โทรหาเพื่อนหรือตำรวจ” คนฟังเริ่มขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด 


“โทรศัพท์ปูนถูกมันเอาไป ปูนพยายามหนีแต่ประตูเปิดไม่ได้ ยิ่งตอนกลางคืน...ตอนกลาง...คืน” 


“ปูน” พอเห็นว่าคนเล่าเริ่มพูดติดขัด กรพัฒน์ก็รีบยื่นมือไปกุมมือขาวไว้แน่นเพื่อปลอบขวัญ “พี่อยู่ตรงนี้” 


“ปูนพยายามคิดหาวิธีที่จะหนี จนกระทั่งไอ้นั่นมันมา หน้าตามันยังยิ้มแย้ม ในขณะที่ปูนร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตา” พอถึงตรงนี้ นัยน์ตาประกายดั่งลูกกวางก็หายไป เหลือแค่สายตาที่ดูโกรธแค้น “มันบอกปูนว่าทำเรื่องลาออกจากมหาลัยให้ปูนแล้ว บอกให้ปูนอยู่ที่นั่นกับมันสองคน มันโคตรบ้าอะ” 


“สัดเอ๊ย...แล้วปูนหนีออกมาได้ยังไง” อย่างจะสบถคำด่าหยาบๆ ออกมามากกว่านี้ แต่ดูจะไม่เหมาะ  


“ช่วงที่ปูนหาทางหนี ปูนเจอไม้ในนั้น ปูนจำไม่ได้ว่าฟาดมันไปกี่ที รู้แค่ว่า เลือดมันไหลเต็มพื้นไปหมด ปูนวิ่งหนีออกมาพร้อมโทรศัพท์ของมัน โชคดีที่มันมีเบอร์มิ้งค์ ปูนโทรหาแล้วรอให้มิ้งค์มารับ...”


“เพราะเรื่องนี้ทำให้ปูนปิดโอกาสทุกคน รวมทั้งพี่...ใช่ไหม” ไม่มีคำพูดมีเพียงการพยักหน้าเป็นคำตอบ “ปูนใจร้าย” 


“ตรงไหน” 


“ก็ตรงที่ตัดสินว่าพี่จะเหมือนไอ้บ้านั่นไง ใจร้ายว่ะ” 


กรพัฒน์แสร้งทำหน้าง้ำงอเพื่อให้ปูนอารมณ์ดีขึ้น รู้ว่าเรื่องนั้นมันโคตรจะแย่ มันแย่มากๆ เชียวล่ะสำหรับชีวิตคนๆ หนึ่ง และถ้าหากเรื่องนั้นเพิ่งเกิดขึ้นละก็ ไอ้นั่นคงนอนตายคาเท้าเขาเป็นแน่


“การป้องกันตัวเองจากคนนิสัยไม่ดี เป็นคนใจร้ายเหรอครับ” 


“นี่ปูนว่าพี่นิสัยไม่ดีเหรอ” พอได้คำตอบเป็นการพยักหน้า กรพัฒน์ก็ร้องเสียงหลง “โห ทำไมปูนเป็นแบบนี้ล่ะ ไปฟังใครพูดมาแล้วก็มาตัดสินพี่”


“ปูนไม่ได้ไปฟังใคร แต่ปูนรู้สึกแบบนั้น”


“รู้สึกยังไง ไหนบอกพี่หน่อย พี่ไม่ดีตรงไหน”


“ไม่ใช่พี่กรไม่ดี แต่ดีมากทุกตรงต่างหาก ทั้งหล่อ รวย เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่โต ปูนเองที่ไม่มีอะไรเหมาะ โอกาสของพี่ควรมีให้คนที่เพียบพร้อมมากกว่า” 


“พี่รวยนี่เป็นเรื่องผิดเหรอเนี่ย รู้งี้จนดีกว่า” หน้าตากับน้ำเสียงสร้างเสียงขำขัน “ปูน”


“ครับ” คนถูกเรียกชื่อเอียงคอมองคนเรียก 


“พี่อาจไม่ใช่คนดี แต่พี่ก็ไม่เคยคิดจะทำร้ายปูน พี่แค่ขอให้ปูนมองพี่ มองตัวตนจริงๆ ของพี่ ถึงวันนั้นที่เรารู้จักกันมากขึ้น พี่จะยอมรับการตัดสินใจของปูน ว่าจะให้โอกาสพี่หรือเปล่า แต่ตอนนี้เวลานี้ ปูนยังไม่รู้จักพี่ดี พี่เลยไม่ยอมรับการตัดสินใจของปูน”


“ทำไมดื้อเหมือนเด็ก” 


“หาว่าพี่แก่เหรอ”


“ปูนไม่ได้พูดนะ พี่พูดเอง” 


กรพัฒน์หัวเราะให้กับคำพูดนั่น ถ้าเทียบกับลูกกวาง เขาก็ต้องแก่อยู่แล้วสิ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่จะต้องสนใจ ในเมื่อคำขอของเขาไม่ถูกปฏิเสธ ไม่มีคำคัดค้านใดๆ หลุดออกมานอกจากเสียงหัวเราะนั่น แค่นี้ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีและปลายทางต้องดีมากขึ้นไปอีก มันต้องเป็นแบบนั้นแน่นอนอยู่แล้ว



...TBC

ความคิดเห็น