email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Look Like 08

คำค้น : Look Like รักเราใกล้กัน nana nanaกะหอยทาก ลุงอิน อินทร น้องพู่ พู่กัน เบาสมอง น่ารัก หวานมุ้งมิ้ง อบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ ไร่ส้มไร่องุ่น ใส่ใจ ดูแล ดราม่านิดหน่อย ฟิน หวานละมุน นิยาย ไม่ติดเหรียญ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2560 14:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Look Like 08
แบบอักษร

Look Like 08​​




“พอเลยสัด!!”

“ฮ่าๆๆ เขินแล้วหยาบคายเหรอวะ”

“ไอ้คิม!”

“ฮ่าๆๆๆๆ”

ยิ่งพี่อินเสียงดังเพื่อนๆของเขาก็สนุกยิ่งขึ้นเป็นนานกว่าที่พวกเขาจะยอมหยุดล้อและทานอาหารตรงหน้าอย่างปกติ แต่ก็จะมีแอบแซะแอบแซวบ้าง

“ว่าที่บ่าวสาวขึ้นไปนอนได้แล้วไปดึกแล้ว พรุ่งนี้ตื่นเช้า”

พี่คิมโบกมือไล่ฉันกับพี่อินตอนนี้สี่ทุ่มครึ่งได้ละมั้งจากที่เห็นลางๆที่นาฬิกาข้อมือของพี่อินน่ะ พี่อินดื่มนิดหน่อย ดูแล้วก็ไม่ได้เมาหรอกแต่ฉันนี่สิเมากุ้งไปแล้วตอนนี้ทานเยอะมาก

“งั้นพวกกูไปละ ตื่นให้ทันนะพวกมึงน่ะ”

“ไม่ต้องห่วงครับเพื่อน นี่ใครพวกกูซะอย่าง”

“เพราะเป็นพวกมึงนี่แหละกูเลยต้องคิดมากเนี่ย กูไปละ พู่กันไปนอนได้แล้วป่ะ” พี่อินหันมาบอกท้ายประโยคเสียงนุ่มเรียกเสียงโห่จากเพื่อนเขาได้อย่างดี แต่พี่อินก็ไม่ได้สนใจจับมือฉันแล้วพาเดินเข้าบ้านอย่างไม่เร่งรีบ

“พรุ่งนี้ช่างจะเข้ามาแต่งหน้าให้ตอนตีสามนะ วันนี้ก็นอนเลย” พี่อินบอกระหว่างเดินจับมือฉันเข้าไปในบ้านเดินเลยขึ้นไปข้างบน

“เดี๋ยวพี่ปลุกน่าไม่ต้องกังวลอีกอย่างแม่น่าจะปลุกเราก่อนอยู่แล้ว เพราะตอนนี้เราจะใส่บาตรกันถ้าจำไม่ผิดส่วนตอนสายก็เข้าพิธีหมั้น ตอนเย็นเลี้ยงที่โรงแรมในเมือง ช่วงเที่ยงก็ค่อยพักกันเนอะ”

“ค่ะ”

“เป็นอะไรหรือเปล่า ยังโกรธพี่อยู่เหรอ” พี่อินมองหน้าฉันอย่างพิจารณาก่อนจะรั้งฉันเข้าไปกอดพรางดันให้ล้มลงบนเตียง ใบหน้าคมซบลงบนซอกคอฉันนิ่งลมหายใจสม่ำเสมอที่ได้ยินทำให้ฉันแอบร้อนนิดหน่อย

“จะอาบน้ำไหมคะ”

“ถ้าไม่อาบจะให้นอนด้วยไหม” คนตัวสูงถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“นอนพื้นค่ะ”

“พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ”

ร่างสูงกระโดดลงจากเตียงวิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันทีฉันได้แต่มองถามอย่างขำๆ พอพี่อินออกมาฉันก็เป็นฝ่ายเข้าไปอาบน้ำ

“พู่ มานอนได้แล้ว” พี่อินที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงเอ่ยเรียกเสียงนุ่มเมื่อเห็นฉันเดินออกจากห้องน้ำ

ฉันเดินเข้าไปใกล้เขาโดยที่ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมาทั้งที่พี่อินยังชวนคุยชวนพูดอยู่ตลอด  พอเดินเข้าไปใกล้ๆเขาก็รั้งให้ฉันนอนบนเตียงส่วนเขาก็เข้ามานอนกอดซ้อนด้านหลัง

“นอนได้แล้วนะ พรุ่งนี้ตื่นเช้า”

“ค่ะ”

ฉันรับคำสั้นๆพรางตะแคงตัวเข้าหาพี่อินก่อนจะยกแขนกอดเขาไว้หลวมๆแล้วหลับไปเช่นกัน อ้อมกอดอุ่นๆที่ฉันซุกซบอยู่มันทำให้ฉันเผลอยิ้มออกมาบางๆ แอบหลงดีใจกับความอบอุ่นที่เขามอบให้...

“พู่ พู่กัน พู่กัน”

“อื้อ!” บ้าจริง ใครกันที่เรียกฉันตอนนี้เนี่ย ฉันง่วงนะยังอยากจะนอนต่ออยู่อ่ะฮื่อ!

“พู่กัน ตื่นก่อนเร็ว” เสียงทุ้มนุ่มยังเอ่ยเรียกไม่ลดละ

“พู่กัน ช่วงแต่งหน้ารออยู่นะ ตื่นก่อนเร็ว”

“ไม่เอาจะนอน” ฉันตะแคงตัวหนีแต่ก็มิวายโดนรั้งให้กลับไปทางเดิม ฉันลืมตาขึ้นมองอย่างยากลำบากเพราะตอนนี้ฉันง่วงมากจริงๆ

“ไปอาบน้ำได้แล้ว ช่างแต่งหน้ามารอนานแล้วนะ”

“ก็เค้าง่วง” ฉันบอกอย่างงอแงแต่คนตัวสูงที่ตื่นก่อนก็ไม่ได้สนใจเขาดึงมือฉันให้ลุกนั่งแล้วยังหัวเราะเมื่อฉันทำท่าโอนเอนจะล้มลงนอนบนเตียงต่อ

“ไปอาบน้ำ ถ้าแม่เข้ามาปลุกเองพี่ไม่ช่วยนะ”

“ไปแล้วๆ ไม่ต้องมาขู่เลยนะ”

“ฮ่าๆๆ ก็เรางอแงนี่ เราอาบน้ำเลยนะเดี๋ยวพี่จะลงไปบอกช่างแต่งหน้าให้ขึ้นมา”

“ค่าๆๆ”

รับปากไปอย่างนั้นแหละพอเอาเข้าจริงๆฉันก็แอบหลับไปงีบหนึ่งอยู่ในห้องน้ำก่อนถึงยอมอาบน้ำตามที่เขาบอก ไม่รู้ว่าใช้เวลาอาบน้ำนานแค่ไหนเพราะกว่าจะสั่งตัวเองไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันได้ก็นานมากแล้วไหนจะแอบหลับอีกไม่รู้ว่าพี่อินจะหัวเสียแค่ไหนที่ฉันขลุกอยู่ในห้องน้ำนานแบบนี้

“ไง กว่าจะออกมาได้นะ” เสียงแซวดังขึ้นมาทันทีเมื่อฉันเปิดประตูออกจากห้องน้ำ พี่อินนั่นแหละเขานั่นอยู่ขอบเตียงพรางมองฉันอย่างขำๆ

“อย่าดุสิคะ”

“ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นเลย ช่างแต่งหน้าเขารอแต่งหน้าอยู่นะ” พี่อินบอกเสียงเข้ม ฉันเลยพยักหน้ารับเงียบๆไม่ได้ตอบหรืออ้อนให้เขาหยุดดุ ฉันสวมชุดชั้นในตั้งแต่อยู่ในห้องน้ำแล้วตอนนี้เลยเดินออกจากห้องเพื่อที่จะไปแต่งหน้า

“ป้าใจคะ ช่างแต่งหน้าอยู่ห้องไหนเหรอคะ” ฉันที่เปิดประตูแล้วเดินออกจากห้องนอน ก็เจอกับป้าใจเลยถามท่านไปทันที

“ห้องนั้นค่ะคุณพู่ ติดกับห้องคุณพู่เลยค่ะ”

“ขอบคุณค่ะป้า”

ฉันเดินไปตามที่ป้าบอก พอเปิดประตูเข้ามาก็เห็นพี่ๆทีมงานกำลังเตรียมอุปกรณ์แต่งหน้าอยู่ พอเปิดประตูเข้าไปทุกคนที่อยู่ในห้องก็หันมามองฉันเป็นตาเดียวเช่นกัน

“เอ่อ ขอโทษที่มาช้านะคะ” ฉันบอกพี่ๆพร้อมกับยกมือไหว้ไปด้วย ทุกคนรับไหว้อย่างตกใจก่อนจะละล่ำละลักบอกว่าไม่เป็นไร พี่ผู้ชายที่ดูตุ้งติ้งหน่อยเดินเข้ามาจูงมือฉันให้ไปนั่งบนเก้าอี้จากนั้นพี่ๆก็เข้ามารุมฉันทั้งทำผมแต่งหน้า ฉันได้แต่มองพี่ๆที่กำลังทำงานผ่านกระจกที่สะท้อนอยู่ตรงหน้า พี่ๆชวนคุยสลับกับทำงานอย่างสนุกและเป็นกันเองจนฉันเองก็เริ่มหายกลัวและเกร็งแล้วเหมือนกัน

“พู่ หิวไหม” เสียงทุ้มนุ่มดังจากด้านหลัง จะหันกลับไปมองก็ไม่ได้เพราะพี่ๆกำลังทำผมให้อยู่

“พู่ พี่ถามว่าหิวไหม” กระทั่งร่างสูงๆของพี่อินเดินเข้ามายืนข้างๆพร้อมกับแซนวิชในจาน พอเห็นแบบนี้ก็หิวนะ แต่กลัวเลอะนี่สิ

“กลัวเลอะอ่ะ”

“เดี๋ยวพี่ป้อน”

“ถ้างั้นให้น้องพู่พักทานข้าวก่อนดีกว่าค่ะ พวกพี่ๆก็หิวแล้วขอทานข้าวก่อนนะคะน้องพู่” พี่คนหนึ่งพดขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

“ค่ะพี่ ถ้าขาดเหลืออะไรบอกได้เลยนะคะ” ฉันบอกพี่ๆไปอย่างเกรงใจ เพราะยังรู้สึกผิดที่ให้พี่เขารอนาน

“แหม แค่ที่อยู่บนโต๊ะพวกพี่ก็ทานไม่หมดแล้วค่ะ” ของที่อยู่บนโต๊ะที่พี่ๆพูดถึงคือขนมและอาการเบาๆค่ะรวมถึงผลไม้ด้วย

“ถ้าต้องการอะไรบอกได้เลยนะครับ” พี่อินบอกทุกคน ก่อนจะก้มมองฉันอีกครั้ง ฉันยืนมือไปรับแซนวิชจากพี่อินมาและทานเงียบๆ พอมองผ่านกระจกก็เห็นว่าพี่ๆช่างแต่งหน้ากำลังมองฉันกับพี่อินยิ้มๆ

“ง่วงไหม”

“ง่วง”

“ฮ่าๆๆๆ เดี๋ยวเสร็จช่วงเช้าตอนเข้าเมืองค่อยพักแล้วกันนะทนก่อนนะครับคนเก่ง” พี่อินบอกเสียงหวานมือก็ลูบผมเบาๆ จนฉันอดที่จะใจเต้นแรงไม่ได้ แบบนี้มันก็เขินอยู่นะถึงแม้จะยังเคืองเรื่องเขาอยู่ก็ตามที

“โกรธอะไรพี่อยู่หรือเปล่า” พี่อินนั่งลงข้างๆมือก็เอื้อมมาจับมือฉันไว้แล้วบีบเบาๆ สายตาที่เขาใช้มองมันช่างออดอ้อนจนฉันกลัวว่าจะใจอ่อนหายโกรธเขา แม้เรื่องที่เข้าใจก่อนหน้านี้จะผิดเพี้ยนไปบ้างแต่เรื่องที่เขาจะหย่านั้นคุณฟ้าก็บอกเองว่าเขาเป็นคนพูด

“พู่กัน...”

“...”

“เอาไว้งานเสร็จแล้วเรามาคุยกัน คุยทุกอย่างพี่จะบอกทุกอย่างเอง ตอนนี้ยิ้มก่อนนะ” มือร้อนยกประคองใบหน้าฉันไว้ข้างหนึ่งก่อนจะใช้นิ้วเกลี่ยที่แก้มไปมาเบาๆ

“เอ่อ ขออนุญาตแต่งหน้าเจ้าสาวต่อนะคะ” เสียงพี่ช่างแต่งหน้าดังขึ้น พี่อินพยักหน้ารับก่อนจะมองฉันแวบหนึ่งแล้วลุกเดินออกจากห้องไป

“แหม น่าอิจฉานะคะคุณอินทรคอยดูแล คอยเอาใจแบบนี้ตลอดเลย” พี่ช่างแต่งหน้าเอ่ยแซวมา ฉันได้แต่ยิ้มเขินๆให้พี่เขาเพราะไม่อยากจะพูดอะไรเกี่ยวกับคนที่ถูกกล่าว

ช่วงหกโมงเช้าพี่อินเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับชุดไทยแบบประยุกต์สีครีม พี่อินเอาชุดไปวางพาดไว้บนเตียงก่อนจะเดินวกกลับมาดูฉัน พอเห็นฉันเงียบเขาถึงกับถอดถอนหายใจ จังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับฉันจึงตัดสินใจยกมือเอื้อมไปจับมือเขาไว้ ทำให้คนที่กำลังจะเดินหนีหันกลับมามองแววตาระริก

“ร้อนอ่ะ ปรับแอร์ให้หน่อยได้ไหมคะ”

“ได้ ได้ครับ” พอได้ยินเขารับคำฉันก็ปล่อยมือออกจากมือของเขา พี่อินเดินหารีโมทแอร์จากนั้นก็ได้ยินเสียงติ๊ดๆเมื่อเขากดปุ่มบนรีโมท หลังจากปรับอุณหภูมิเสร็จเขาก็ยืนมองฉันอย่างชั่งใจ ใบหน้ากังวลแผ่ออกมาจากใบหน้าหล่ออย่างเห็นได้ชัด

“พี่อิน”

“ครับ!” ร่างสูงรับเสียงดังเมื่อได้ยินเสียงเรียก ท่าทางของเขาทำให้พี่ๆช่างแต่งหน้าที่อยู่ในห้องยิ้มออกมาทันทีเมื่อเขาดูตกใจที่ฉันเรียกแล้วยังออกอาการร้อนรนอีก

“อันนั้นชุดใส่ตอนไหนคะ” ฉันถามเขาโดยมองเขาผ่านกระจกที่ส่องสะท้อนเงาคนด้านหลัง เราสองคนสบตากันผ่านกระจกใบใหญ่นี้พร้อมทั้งยังคุยกันด้วย

“ใส่ตอนหมั้นครับ ส่วนชุดที่ต้องใส่ตอนเย็นพี่ให้คนเอาไปไว้ที่รถแล้ว” พี่อินบอก ก่อนที่เขาจะนั่งลงที่ปลายเตียงแล้วจ้องฉันผ่านกระจก อ่า แบบนี้มันเขินๆเหมือนกันนะ

“แล้วชุดพี่ล่ะ”

“ให้คนเอาขึ้นมาให้อยู่”

“ช่วงเช้าเราต้องทำอะไรบ้างคะ” ฉันยังชวนเขาคุย ยิ่งฉันถามเขาก็ยิ่งยิ้มกว้าง

“ก็มีพิธีหมั้น อืม แล้วก็รดน้ำสังข์ ช่วงเช้าเสร็จแค่นี้แล้วตอนเย็นก็เป็นงานเลี้ยงที่โรงแรม”

“เสร็จแล้วค่ะ ต่อไปถึงคิวเจ้าบ่าวสุดหล่อของเราแล้วค่ะ เชิญค่ะคุณอิน”

“ครับ พู่เปลี่ยนชุดเลยนะ” พี่อินบอกเมื่อฉันลุกจากเก้าอี้ไปนั่งที่ปลายเตียงส่วนเขาก็ลุกยืนเพื่อที่จะไปแต่งหน้า ร่างสูงก้มมองหน้าฉันก่อนจะยกยิ้มอย่างพอใจ

“สวย สวยที่สุด” ร่างสูงบอกเสียงหวานพรางกดจูบที่หน้าผากฉันเบาๆก่อนจะผละออกห่าง ฉันนั่งนิ่งตกใจกับสิ่งที่เขาทำเป็นอย่างมาก คนอยู่ในห้องเยอะแยะแล้วเขามาทำแบบนี้คิดว่าฉันอายบ้างหรือเปล่าเนี่ย!

“โอ๊ย อิจฉาจังเลยอยากมีสามีดีๆแบบนี้บ้าง”

“อยากได้สามีแบบคุณอินทรพี่ต้องไปหาที่ไหนคะเนี่ย”

“พู่ไม่ได้หาหรอกครับ ผมหาเขาเอง” ยัง! ยังจะล้อฉันอีกนะ!


-------------------------====================------------------------


เอามาให้ฟินยาวๆ ละลายกับลุงอินแกจริงๆ มีแฟนเด็กต้องหยอดเก่งใช่ไหม??

ความคิดเห็น