ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนครับ 😘😘

ตอนที่ 6 ข้าชื่อซุนเย่

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 ข้าชื่อซุนเย่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2560 21:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 ข้าชื่อซุนเย่
แบบอักษร

ตอนที่ 6 ข้าชื่อซุนเย่


1ชั่วยามผ่านไป ร่างชายหนุ่มหญิงสาวที่นอนกอดกันอยู่ในป่า หลังจากเสร็จกิจแล้วอเล็กซ์นอนกอดนางไม่ไปไหนเขานั้นอยากจะพูดคุยกับนางคนสักเล็กน้อยจะอย่างไรเขานั้นก็ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นสามีนางแล้วถึงจะแค่ในนาม


“อืมม”เสียงอันไพเราะดังมากับขนแพรตาที่เริ่มขยับ


หม่าอิ๋งอิ๋งนั้นตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองร่างเปลือยเปล่ากอดกันอย่างเหนียวแน่นกับบุรุษหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลา ผมสีขาวมันวาว ดวงตาสีแดงที่ดูลึกล้ำยามจ้องมอง หม่าอิ๋งอิ๋งไม่รู้ว่าทำไมเวลาอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มผู้ที่ไม่รู้จักนามของเขาเลย แต่กลับรู้สึกอบอุ่นในใจ และยังมีกลิ่นหอมที่ชวนให้ผู้สูดดมหลงไหลไม่อยากให้แยกจากเขา ทั้งที่จริงนางต้องจัดการทุบตีหรือแม้กระทั่งสังหารผู้กระทำกับนางเช่นนี้ หม่าอิ๋งอิ๋งพลันนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าก่อนจะถูกหมอปีศาจขืนใจมันเอายาให้กินแล้วก็มีคนมาช่วย แต่นางพอจำได้ลางๆว่าขอให้บุรุษหนุ่มผู้มีผมสีขาวช่วย ระบายอาการที่ถูกฤทธิ์ยาของหมอปีศาจเกาเจิงอู่


พอคิดสักหน้างหม่าอิ๋งอิ๋งแดงขึ้นนางละสายตาจากชายหนุ่มทันที อเล็กซ์มองหน้านางและถามว่า “อาการเจ้าเป็นเช่นใดบ้าง?” พอชายหนุ่มรู้ว่าเด็กสาวตื่นเขาถามด้วยเสียงกังวลเล็กน้อยเพราะเขารู้ดีว่าเมื่อครู่เขารุนแรงมากเลยทีเดียวและยังเป็นครั้งแรกของนางอีก


“ม-มไม่เป็นไร ข-ข้าสบายดี”หญึงสาวตอบด้วยเสียงตะกุกตะกักหน้าแดงเขินอายจะอย่างไรนางก็เป็นของเขาแล้ว ตอนที่ร่วมรักกันนางนั้นก็ไม่รู้เลยว่าตนกล่าวสิ่งใดที่น่าอายออกมาบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่นางต้องแปลกใจส่วนลับของนางที่พึ่งผ่านการร่วมรักมาเมื่อครู่กับไม่ค่อยรู้สึกเจ็บปวดเท่าใดนัก นางเคยได้ยินเรื่องพวกนี้มาบ้างว่าครั้งแรกของการร่วมรักกับชายหนุ่มนั้นเจ็บปวดยิ่งนัก แต่อาการของนางกับผิดแปลงจากที่ได้ยินมา


“เรายังไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันเลย ข้าชื่อซุนเย่”

อเล็กว์นั้นคิดชื่อไว้แล้วตั้งแต่เขารู้แล้วว่าตนเองไม่ได้อยู่โลกเดิมต้องใช้ชื่อแซ่ใหม่พอนึกขึ้นได้เขากล่าวพรางลุกขึ้นเดินไปหยิมชุดมาสวมชุดถึงจะพูดว่าชุดแต่ก็เป็นกางเกงขายาวอย่างเดียวส่วนเสื้อนั้นไม่ใส่ซะยังดีกว่าเขาหันหลังให้หม่าอิ๋งอิ๋งเพื่อสวมใส่เสื้อผ้าเช่นกัน หม่าอิ๋งอิ๋งพอเห็นชายหนุ่มผู้มีนามว่าซุนเย่ลุกขึ้นไปสวนใส่เสื้อผ้า


”ขะ…ข้าชื่อหม่าอิ๋งอิ๋ง “

หน้านางนั้นยังไม่หายหน้าแดงจากอาการเขินอายในขณะกล่าวนางรีบลุกขึ้นเดินไปห่างจากชายหนุ่มเล็กน้อยจากนั้นนางนำเสื้อผ้าออกมาจากแหวนมิติระดับม่วงถึงจะเป็นแหวนมิติระดับต่ำสุดแต่ก็บ่งบอกได้ว่าสถานะของนางนั้นไม่ธรรมดาเลย แหวนมิติระดับม่วงนั้นคนที่อยู่ตระกูลที่ร่ำรวยหรือศิษย์แท้จริงจากพรรคหรือสำนักใหญ่ถึงจะสามารถครอบครองได้

ระดับแหวนมิติ

ม่วง

เงิน

ทอง

เพชร

สีรุ้ง


สวมชุดนางเสร็จนางหันกลับมามองสายหนุ่มก็ต้องเกิดความสงสัยและมีอาการเขินอายเล็กน้อยเพราะชายหนุ่มซุนเย่ผู้นี้สวมใสกางเกงที่ดูแปลกประหลาดกับท่อนบนที่เปลือยกายเหตุใดยังมิใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ส่วนซุนเย่ผู้ตลึงกับความงดงามของนางยังไม่หาย หน้าขาวราวหิมะมีสีแดงจากอาการเขินอายเล็กน้อย ดวงตาที่ดูสดใส เสื้อผ้านางนั้นใส่ชุดจอมยุทธหญิงสีฟ้าเหมือนเดิม เสื้อผ้ารัดรูปเผยให้เห็นสัดส่วนของสาวน้อยวัย 16 ปี


ซุนเย่ได้สติจากสายตาสงสัยของหม่าอิ๋งอิ๋งก็เพิ่งคิดขึ้นได้ว่าตนเองไม่มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยนจะอย่างไรเขาก็ไม่ได้อยู่โลกเดิมแล้วเสื้อผ้าก็ไม่มีอีก “ลืมไปได้ยังไงแหวนวิติของเจ้าปีศาจเกาเจิงอู่นั่นที่เป็นถึงแหวนมิติระดับเงิน และในแหวนนั้นยังมีของมีค่ามากมายโอสถสมุนไพรเงินเสื้อผ้าเกือบทุกอย่างที่อยู่ในนั้นที่ได้มาจากความทรงจำตอนดูดเลือดมัน “เขาคิดในใจกับเคาะหัวตนเองเบาๆกับความโง่ของตนเอง


“แม่นางหม่าอิ๋งอิ๋ง รอข้าก่อนนะเดี๋ยวข้ากลับมา”เขากล่าวโดยไม่รอให้นางตอบกลับเลยด้วยพลังออร่าสีแดงของแวมไพร์ห่อหุ้มขาทั้งสองข้างของเขา เขาพุ่งไปด้วยความเร็วสูงสุดพื้นดินที่เขายืนอยู่ต้องแตกเป็นรอยแมงมุมด้วพลังอันมากมายที่เขาปลดปล่อยมา จะไม่ให้เขารีบร้อนได้อย่างไร พวกพ้องนางนั้นยังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีนัก เขาเลยต้องใช้ความเร็วสูงสุดไปยังสถานที่หมอปีศาจเกาเจิงอู่ตาย


“ช.ช้าก่อน”ยังไม่ทันที่หม่าอิ๋งอิ๋งจะกล่าวจบร่างเขาพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย นางอดตกตะลึกมิได้จะอย่างไรนางนั้นตรวจสอบลมปราณเขาบ้างแล้ว เข้านั้นอยู่ลมปราณกำเนิดขั้น4 กับมีทักษะการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเช่นนี้นางไม่เคยเห็นมาก่อน จะเป็นไปได้ไหมว่าเขาอยู่ระดับสูงกว่านางหรือแม้กระทั่งสูงกว่าหมอปีศาจเกาเจิงอู่นางคิดเช่นนั้นก็ได้คำตอบว่าเขาจะต้องปกปิดพลังที่แท้จริงแน่เพราะถ้ามีระดับไม่สูงกว่านางแล้วจะสามารสังหารหมอปีศาจเกาเจิ่งอู่ได้เช่นไร


โดยที่นางนั้นคิดไปเองทั้งสิ้นพลังที่เขาใช้นั้นแตกต่างจากพลังลมปราณแต่เป็นพลังราชาแวมไพร์ หรือถ้าจะเรียกในโลกปราณว่าพลังราชันย์อมตะก็ไม่เกินเลยแต่อย่างใด แม้กระทั่งซุนเย่ก็ไม่รู้ว่าลมปราณเขานั้นเพิ่มขึ้นมา2ขั้นแล้ว หลังจากดื่มเลือดหมอปีศาจเกาเจิงอู่ผู้ใช้ลมปราณแก่นแท้ระดับ1 ที่ทำให้พลังแวมไพร์ตื่นขึ้นมาโดยสมบูรณ์แล้วมันเพิ่มพลังลมปราณให้เขาเช่นนี้ มิคาดคิดว่าเลือดของผู้ฝึกปราณจะทำให้พลังปราณของเขาเพิ่มขึ้นเช่น ทำให้ซุนเย่อยู่ในลมปราณกำเนิดขั้น3 ส่วนการเลื่อนขึ้นสู่ลมปราณกำเนิดขั้น4 นั้นไม่ใช่อื่นใดนอกจากการร่มรักกับแม่สาวน้อยหม่าอิ๋งอิ๋งผู้นี้ เกิดจาการที่เขาฝึกคัมภีร์ลับวิถีหยินหยางก่อนจะร่วมรักกับนางเมื่อไม่นานมานี้


หม่าอิ๋งอิ๋งผู้มีสีหน้ากังวลนั้นเดินวนไปวนมา”จะทำอย่างไรดี ข้าจะรอเขาดีไหมนะ หวังว่าพวกถิงเป่ยจะไม่เป็นอะไรนะ”นางกล่าวด้วยสีหน้ากังวล อู๋ถิงเป่ยหรือนางเรียกถิงเป่ยหนึ่งในสหายนางที่สนิทกันนั้นยังอยู่กับพวกศิษย์พรรคอสูรโลหิต ถึงจะรู้ว่าพวกมันจะไม่ทำอะไรสหายของนางจากคำสั่งหมอปีศาจเกาเจิงอู่ แต่นางอดเป็นห่วงสหายตนมิได้นางลังเลว่าจะรอเขาหรือจะช่วยสหายดี


ทางด้านซุนเย่หลังจากหลังจากแยกจากหม่าอิ๋งอิ๋ง ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงซากศพของหมอปีศาจเกาเจิงอู่ที่สภาพน่าอนาจนักเขารีบมองไปที่มือของมันที่ตอนี้เหลือแต่แขนซ้ายถ้าเช่นนั้นก็อยู่แขนข้างขวาแต่แขนขวามันขาดจากการต่อสู้ กระบี่กับแขนของมันก็ไม่รู้ไปตกอยู่ที่ใด เขาสูดหายใจเข้าลึกแล้วพุ่งไปตำแหน่งเดิมแต่ลดความเร็วลงเพราะต้องหา กระบี่กับแขนมัน หลังจากผ่านไปไม่ถึง 2 เค้อซุนเย่เจอดาบกับแขนมันที่อยู่คนละทิศละทางกันเขาเก็บกระบี่โลหิตตัดสวรรค์เข้าไปในแหวนิติการใช้แหวนมิตินั้นไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาเลย ซุนเย่ตรวจสอบดูในแหวนก็ตื่นเต้นทันทีในแหวนมิตินั้นมีแทบทุกสิ่งที่จำเป็นเขาทำหน้าราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่ซุนเย่เลือกชุดที่หมอปีศาจืี่ยังไม่เคยใส่และเอาชุดที่มันเคยใส่ทิ้งทั้งหมดเพื่อตัดปัญหา”ความประมาทเป็นหนทางสู่ความตายได้ถึงข้าจะฆ่าไม่ตายก็เถอะ ฮ่าๆ“ เขากล่าวพลางหัวเราะจะอย่างไรเขาก็รวยแล้วจะไม่ให้อารมณ์ดีได้อย่างไร


ซุนเย่ตอนนี้ใส่ชุดสีขาว คราบเลือดบนใบหน้าถูกทำความสะอาดหมดแล้ว หลังจากนั้นเขารีบไปหาหม่าอิ๋งอิ๋งทันที


“ แม่นางหม่าอิ๋งอิ๋งข้ามาแล้ว “

จู่ๆมีเสียงเรียกหม่าอิ๋งอิ๋งตอนที่นางกำลังกังวลเรื่องสหายนางดังขึ้นนางรีบหันกลับจะกล่าวขอบคุณที่ช่วยนางไว้จากเจ้าหมอปีศาจเกาเจิงอู่แต่การกระทำของเขากับมันนั้นก็ไม่ต่างกันแต่เหตุใดนางกลับไม่โกรธเขาเลยกลับรู้สึกอบอุ่นภายในใจยามได้ฟังเสียงเขาหม่าอิ๋งหันกลับมาตะลึงกับความหล่อเหล่าของชายหนุ่มนับว่าหลอที่สุดเท่าที่นางเคยเห็น ชุดที่ขาวที่ดูสง่างาม ผมสีขาวมันวาว ดวงตาสีแดง ไหนจะผิวที่ขาวแม้แต่นางยังอายผิวที่ขาวราวหิมะจนแทบจะเป็นสีขาวซีด หม่าอิ๋งอิ๋งที่ตกตะลึงอยู่นั้นจู่ก็รู้สึกเหมือนบางสิ่งมาสัมผัสปากเล็กๆของนางนางเบิกตากว้างทันทีมิคาดคิดผู้มีหน้าตาหล่อเหลาเช่นนี้แต่กลับคิดฉวยโอกาส หมาอิ๋งอิ๋งขัดขืนเล็กน้อยแต่ถูกมือที่ซุกซนของซุนเย่สวมกอดนางเลื่อนแม้ไปมาเรี่ยวแรงนางหายไปตัวอ่อนเกือบจะล้มลงจากรสจูบบุรุษหนุ่ม


ซุนเย่คลายจูบออกจากปากน้อยๆของนางแต่ยังสวมกอดนาง “ข้าทำในสิ่งทีเจ้าไม่เต็มใจนัก เพราะตอนนั้นเจ้าถูกฤทธิ์ยา ข้าได้ทำไปแล้วข้าจะรับชอบทั้งหมดเอง”ซุนเย่กล่าวออ่นโยนกับนางทำให้หัวใจนางอบอุ่นขึ้นมาแต่


“ข้ายังไม่ได้ให้พูดเลยว่าให้ท่านรับผิดชอบข้า”หม่าอิ๋งอิ๋งกล่าวทำแก้มพองปิดบังความเขินอายความความน่ารัก


“ปากแข็งจริงนะแม่สาวน้อย”ซุนเย่กล่าวแล้วเค้นคลึกสะโพกนางทั้นสองข้าง


“อ่ะ อื้มมมม”หม่าอิ๋งอิ๋งที่ตกใจจากการถูกเค้นคลึกส่วนสะโพกนางครางออกมาเล็กน้อย


“เห็นไหมเจ้าปากแข็งอย่างที่ข้าพูดเลย ฮี่ฮี่”ซุนเย่กล่าวหยอกล้อหม่าอิ๋งอิ๋งเล็กน้อย


“ข้าว่าเรารีบไปช่วยพวกพ้อกเจ้าดีก่อนดีกว่า”ซุนเย่กล่าวแล้วลูบหัวนาง


“หึ ก็ท่านมัวแต่แกล้งข้า อ๊ะ นี่ท่านรู้อยู่แล้วหรอว่าพวกเราถูกพวกมันจับมา”หม่าอิ๋งอิ๋งกล่าวกล่าวขึ้นมาตกใจเล็กน้อยที่เขารู้ว่านางถูกจับมาแต่ทำไม่ต้องช่วยยามนางกำลังแย่


ซุนเย่พอจะรู้ความคิดนางเขาจึงอธิายให้นางฟังพร้อมโกหกแต่งเรื่องราวใส่เพิ่ม”ข้าเก็บตัวฝึกอยู่ในป่าหุบเขาสายหมอกอยู่แถวนี้ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของสหายเจ้าก็เลยแอบดูอยู่เงียบๆและพอเจ้าถูกพาตัวไปข้าก็พอจะเดาได้ว่ามันจะทำสิ่งใดแต่ยามเจ้าถูกมันนำยาให้กินข้าช่วยเจ้าไม่ทัน”ซุนเย่ร่ายจะโกหกนางก็เก็บตัวฝึกในป่าหุบเขาสายหมอกที่เป็นชื่อป่าแห่ง จะให้บอกว่าตัวเองมาจากโลกอื่นก็ยากจะมีใครเชื่อ


“มันเป็นเช่นนี้” นางกล่าวพยักหน้าหนึ่งครั้งหลังจากพุดคุยกันเสร็จแล้วซุนเย่กับหม่าอิ๋งอิ๋งรีบไปสถานที่สหายพวกนางอยู่กับศิษย์พรรคอสูรโลหิตทันที

ความคิดเห็น