email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Look Like 07

คำค้น : Look Like รักเราใกล้กัน nana nanaกะหอยทาก ลุงอิน อินทร น้องพู่ พู่กัน เบาสมอง น่ารัก หวานมุ้งมิ้ง อบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ ไร่ส้มไร่องุ่น ใส่ใจ ดูแล ดราม่านิดหน่อย ฟิน หวานละมุน นิยาย ไม่ติดเหรียญ l

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2560 18:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Look Like 07
แบบอักษร

​Look Like 07​





“ไปคุยกับพี่เขาซะพู่ ฉันจะรอฟังคำตอบ”

พูดจบมันก็วางฉันลงหน้าประตูบ้านแล้วเดินเข้าไปด้านในก่อน ส่วนคนที่เพิ่งเดินตามมาถึงก็มองฉันอย่างสงสัยเขาไม่ถามอะไรแต่อุ้มฉันแล้วพาเดินขึ้นชั้นสองมุ่งตรงไปยังห้องนอนทันที

“พู่ พี่ไม่ชอบจริงๆนะเว้ยที่เงียบใส่กันแบบนี้น่ะที่พี่บอกมันคือความจริงทุกอย่าง”

“รู้แล้ว” ฉันบอกเขาเสียงเบาก่อนจะก้มมองมือตัวเองที่บีบกันแน่น

“รู้แล้วทำไมยังเป็นแบบนี้” เขาขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ซึ่งฉันก็ถอยออกห่างแต่มันก็ดันไปสะดุดล้มลงที่เตียงแทนซะงั้น ตอนนี้ฉันเลยนั่งนิ่งโดยมีเขายืนเบียดอยู่ตรงหน้า

“ก็มันกลัว ไม่อยากถลำไปกว่านี้อีกหน่อยก็ต้องหย่า...”

“อื้อ!”

ฉันยกมือตีคนตัวโตถี่ๆเมื่อเขาโน้มหน้าลงมาจูบฉันทันทีที่ได้ยินคำว่าหย่า มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวานหรืออบอุ่นแต่มันคล้ายกับการจูบเพื่อลงโทษเพราะเขาจูบสลับกับกัดริมฝีปากฉัน เป็นนานกว่าที่เขาจะยอมถอยออกห่างมือใหญ่ยกขึ้นประคองใบหน้าฉันให้แหงนมองเขา แววตาสีดำขลับกำลังสื่ออะไรบางอย่างแต่ฉันไม่รู้จริงๆว่าเขาต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

“พี่บอกแล้วไงที่เคยบอกว่าจะหย่าตอนนั้นพี่ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร แต่พอรู้ว่าเป็นเราพี่ก็ไม่เคยคิดจะหย่าเลย”

“...” เขาบอกน้ำเสียงเข้มจนฉันอดที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเขาพูดจริง

“พู่ถ้ายังไม่เชื่อ...เปิดโอกาสให้พี่ได้ทำให้เราเห็นได้ไหม ว่าสิ่งที่พี่พูดมันคือความจริง...”

“...”

“...”

“พู่กัน”

“อือ ค่ะ”

“ครับ ขอบคุณนะ”

ร่างสูงรั้งฉันเข้าไปกอดไว้แน่นจนฉันเริ่มจะหายใจไม่ออก เขาดูดีใจและตื่นเต้นที่ฉันพูดแบบนั้นแต่ฉันแค่ให้โอกาสเขาเท่านั้น ฉันยังไม่มั่นใจเท่าไหร่นักเพราะฉันเองก็เพิ่งเจอกับเขา

“ลงไปข้างล่างกัน เพื่อนน่าจะรออยู่เห็นบอกว่าจะปาร์ตี้อะไรสักอย่างนี่แหละ” คุณอินทรบอกเสียงนุ่มหลังจากที่เขาจ้องหน้าฉันอยู่นาน

“ค่ะ”

จากนั้นเราก็เดินลงไปยังชั้นล่างกฉันยกมือไหว้เพื่อนๆของคุณอินทรพวกเขารับไหว้ก่อนจะชวนฉันไปปาร์ตี้ปิ้งย่างที่สวนหลังบ้านเพราะตรงสนามหน้าบ้านพวกเขาเตรียมงานสำหรับวันพรุ่งนี้แล้ว ในบ้านก็เคลียห้องนั่งเล่นให้เป็นที่หมั้นในพรุ่งนี้เช้าส่วนตอนเย็นจะมีงานเลี้ยงที่โรงแรม

“อยากได้หมึกกับกุ้งอีกว่ะ ไม่อิ่มแน่เลย” เพื่อนคุณอินทรบอก

“เออๆเดี๋ยวให้คนซื้อให้” คนข้างๆบอกก่อนจะผละออกห่างเพื่อไปสั่งคนงานให้ไปซื้อของสดมาให้ ฉันเดินไปหาอาร์ตและยืนย่างเนื้อช่วย

“พู่จำพี่ได้ใช่ไหม” พี่คิมเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับชะโงกหน้ามาให้ฉันดูใกล้ๆ

“จำได้ค่ะ”

“โล่งอกไปทีนึกว่าจำชื่อพี่ไม่ได้ อ้อ นั่นไอ้หมือง ต้น ทิว เนส พวกเราเป็นเพื่อนกับสามีเรานะ สนิทกันมากด้วย”

“สวัสดีค่ะพี่ๆ” ฉันยกมือไหว้พี่ๆอีกรอบพวกเขารับไหว้และชวนคุยอย่างเป็นกันเองรวมถึงชวนอาร์ตกับแฟนของอาร์ตคุยด้วย เกือบยี่สิบนาทีคุณอินทรถึงได้เดินกลับมา

“ย่างพวกนี้ไปก่อนแล้วกัน ให้คนไปซื้อให้อยู่” คุณอินทร...

“พู่เลิกเรียกพี่ว่าคุณในใจได้แล้ว บอกให้เรียกพี่ๆๆนี่ไม่เคยเรียกเลย” เขารู้ได้ไง??

“ขี้บ่นว่ะมึงไอ้อิน กูล่ะสงสารพู่เลยที่ต้องทนฟังมึงบ่น” พี่ที่ชื่อทิวตะโกนมาจากโต๊ะที่เราตั้งไว้

“กูเหรอขี้บ่น? กูไม่ได้บ่นเว้ย” คนขี้บ่นยังค่ะ ยังไม่รู้ตัว

“ลุงนั่นแหละขี้บ่น บ่นเช้าบ่นเย็นเลย”

“พู่กัน!”

“ฮ่าๆๆๆ น้องเรียกมันว่าลุงว่ะ”

“โอ๊ย มึงกูปวดท้องเลยอ่ะฮ่าๆๆๆ”

“พอเลยพวกมึง!!”

จะเป็นอะไรไหมถ้าฉันจะเรียกเขาว่าพี่อินเหมือนก่อนหน้านี้...

“ไอ้อินเข้าไปเอาเครื่องดื่มหน่อยสิวะ กูขี้เกียจเดินแล้ว”

“เออๆ เดี๋ยวไปเอาให้ พู่ไปด้วยกันไหม”

“ค่ะ” ฉันตอบรับโดยที่ไม่ทันได้ฟังด้วยซ้ำว่าเขาชวนไปไหนแต่ก็ยอมเดินตามแรงรั้งของเขาจนมาถึงห้องครัวที่มีป้าใจเตรียมอาหารว่างให้อยู่ ส่วนพ่อกับแม่และคุณลุงคุณป้าคงทานข้าวกันอยู่ที่ห้องอาหารนั่นแหละ

“อันนี้ด้วย เอาอันนี้ด้วย” ฉันเดินเข้าไปยืนใกล้ๆพี่อินก่อนจะโผล่หน้าลอดใต้วงแขนพี่อินที่เปิดตู้เย็นอยู่เพื่อที่จะหยิบผักกาดหอม

“เอาอะไรอีกไหม” พี่อินถามต่อพรางวางคางบนไหล่ฉัน

“แค่นี้ก่อนก็ได้ค่ะ ว่าแต่มาอึมอยู่ไหน??”

ฉันหันมองซ้ายขวาก็ไม่เจอมาอึมเลย

“พี่เจอมาอึมไหม”ฉันถามไปอย่างกังวล

“ไม่นะ ไปวิ่งเล่นหรือเปล่า” เขาตอบกลับมาฉันรีบลุกแล้วเดินเอาของไปวางที่โต๊ะหลังบ้านจากนั้นก็เดินวนหามาอึมไม่รู้ว่าไปซนที่ไหนเมื่อเช้าตอนทานข้าวก็ยังเห็นอยู่แต่ตั้งแต่กลับมายังไม่เห็นเลย

“มาอึม! มาอึม!อยู่ไหนลูก เหมียวๆ”

“มาอึม!” ฉันยังเรียกชื่อมาอึมสลับกับร้องเหมียวๆ ฉันทำแบบนี้วนไปมาขาก็เดินไปเรื่อยๆ

“พู่! มาอึมอยู่กับแม่” พี่อินวิ่งมายังฉันพร้อมกับบอกเสียงปนหอบ ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่โล่งอกที่มาอึมไม่ได้หายไปไหน

“ไม่ได้หลอกใช่ไหม?”

“ครับ ไปดูได้ตอนนี้กำลังอ้อนแม่ใหญ่เลยล่ะ”

พี่อินเดินมาจับมือฉันแล้วพาเข้าไปในบ้าน เขาลอบมองฉันบ่อยครั้งก่อนจะเอื้อมมือมาลูบผมอย่างปลอบโยน ฉันแค่กลัวว่ามันจะทิ้งฉันไป

“โอ๊ะนั่นไงมาพอดี มาอึมขี้อ้อนมากเลยลูกดูสิ” แม่ฉันบอกมือก็ยกลูบมาอึมพรางมองฉันอย่างเอ็นดู

“มาหาแม่มา” แม่ฉันยกมือขึ้นรอรับฉันข้างหนึ่ง ฉันเดินเข้าไปใกล้แม่เรื่อยๆก่อนจะทรุดนั่งที่พื้นแล้วซบใบหน้าลงกับตักนุ่มของแม่ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเงียบๆ แม่ยกมือวางบนศีรษะฉันแล้วลูบเบาๆไปมา

“มาอึมไม่ได้หายไปไหนนะลูก” แม่บอกเสียงนุ่ม

“หนูกลัวมันจะหายไปอีก”

“อึมอยู่นี่ไง ไม่ร้องนะจะแต่งงานแล้วยังขี้แยอยู่เลยเห็นแบบนี้แม่ล่ะสงสารเจ้าบ่าวเรา” แม่ล้อน้ำเสียงอบอุ่น พ่อที่นั่งอยู่ข้างๆก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“แม่อ่ะ”

“ฮ่าๆๆๆ ไปปาร์ตี้กับพี่กับเพื่อนข้างนอกเถอะเดี๋ยวแม่ดูมาอึมให้”

“แต่ว่า...”

“ไปกับพี่เขาเถอะลูก เดี๋ยวแม่ๆจะดูมาอึมให้” เสียงคุณป้าเอ่ยบอกอย่างเอ็นดู ฉันเงยหน้ามองแม่พอเห็นแม่ยิ้มให้ฉันก็ยิ้มแล้วพยักหน้าตอบ

“ตาอินดูน้องด้วยนะ ไม่ใช่ดื่มจนเมาพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าอีก” คุณลุงหันไปดุพี่อินที่นั่งบนโซฟาถัดออกไป

“พ่อครับ ผมไม่เมาหรอกน่า ป่ะพู่พวกนั้นคงจะรอนานแล้ว”

“ค่ะ เดี๋ยวพู่มานะคะ” ฉันบอกแม่ก่อนจะจุ๊บลงบนแก้มท่านเบาๆ

“ไม่ต้องรีบหรอกลูกเดี๋ยวพ่อกับแม่ก็จะขึ้นนอนแล้ว ส่วนมาอึมเดี๋ยวแม่พาไปนอนด้วย”

“ค่ะแม่”

“ผมขอพาน้องออกไปข้างนอกก่อนนะครับ”

“ไปๆ เดี๋ยวจะลงแดงซะก่อน” เสียงคุณลุงเอ่ยแซวพี่อินตามด้วยน้ำเสียงงอนๆของพี่อินที่ดังขึ้น เราเดินจับมือฉันเดินออกไปสนามหญ้าหลังบ้านทั้งเพื่อนฉันและเพื่อนพี่อินกำลังย่างอาหารบางส่วนก็ไปนั่งดื่มที่บนโต๊ะแล้วคนที่ย่างอาหารอยู่เห็นจะเป็นอาร์ตกับแฟนของมัน

“กว่าจะมาได้ รออยู่นะเนี่ย” อาร์ตเอ่ยขึ้น มือก็ยื่นจานกุ้งเผามาให้

“ก็มาแล้วนี่ไง” ฉันตอบน้ำเสียงอุบอิบ

“ทำไมตาแดง”

“ร้องไห้มาไง” ฉันบอกเพื่อนงอนๆ ส่วนพี่อินกระซิบข้างหูบอกว่าจะไปรอที่โต๊ะ ฉันเลยกล้าพูดกับเพื่อนตรงๆแบบนี้ไม่ได้อายแฟนของเพื่อนแต่อย่างใด

“พู่! พาเพื่อนมานั่งได้แล้ว” เสียงพี่คิมตะโกนมา พอหันไปมองชัดๆก็พบว่าพวกเขายังไม่ได้ทานอะไรเลยนอกจากกระดกเหล้าที่อยู่ในแก้ว

“ไปเถอะ หิวแล้ว” ฉันคล้องแขนเพื่อนก่อนจะเดินไปยังโต๊ะ พี่อินดึงมือให้ฉันนั่งลงข้างๆส่วนอาร์ตกับแฟนนั่งลงฝั่งตรงข้ามฉันพี่คิมนั่งหัวโต๊ะติดกับฉัน เขาดูอารมณ์ดีมากเลยนะพี่คิมน่ะเพราะเขาชวนทั้งเพื่อนฉันและเพื่อนตัวเองคุยอย่างสนุก

“นี่เรารู้ไหมพู่ พอไอ้อินมันรู้ว่าจะต้องแต่งงานนะมันก็หาข้ออ้างจะไปเรียนต่อ แต่พอรู้ว่าคนที่จะต้องแต่งด้วยเป็นเรานะหาฤกษ์แทบไม่ทัน” พี่อินที่เริ่มเมาเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับเสียงโห่แซวจากพี่ๆคนอื่นๆ

“หือ? ทำไมล่ะ” ฉันหันมาถามคนที่นั่งอยู่ข้างๆตัวเองทันทีด้วยความสงสัย

“ไม่มีอะไรหรอกน่า” แต่เขาก็ยังปฏิเสธ

“แหมๆ ทีแบบนี้ล่ะทำอายแอบตามน้องเขาไม่ยักเห็นอาย”

“ไอ้คิม! หยุดเลยนะมึงน่ะเมาแล้วเลื้อยสัด”

“พูดไม่เพราะเลย” ฉันพึมพำเบาๆไม่ได้จริงจังเท่าไหร่เพราะเข้าใจว่าผู้ชายคุยกันก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแต่ปากมันก็แอบพึมพำไปแล้วอ่ะ

“ขอโทษ” คนข้างๆบอกเสียงอุบอิบ ฉันเงยหน้ามองเขาอย่างชั่งใจก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อเขาทำหน้าหงอยอย่างรู้สึกผิด

“อะไร ไม่ได้ว่าสักหน่อย” ฉันยิ้มให้เขาบางๆโดยที่เจ้าตัวยังก้มหน้ามองมือที่กำลังบีบมือฉันอยู่

“ก็รู้ว่าไม่ชอบ” เขากลายเป็นเด็กไปแล้วตอนนี้

“เมาหรือเปล่าเนี่ย”

“ก็เปล่าเหอะ แค่นี่ไม่เมาหรอก” เขาเงยหน้าบอก

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ก็เข้าใจว่าคุยกับเพื่อนไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยบางทีพู่ก็คุยกับอาร์ตแบบนี้”

“แต่ถ้าไม่ชอบอะไรบอกพี่นะ ขอแค่บอกพี่” คนตัวโตบอกเสียงหนักแน่นมือที่จับกันอยู่ก็ถูกเขาบีบแน่น พอพยักหน้านั่นแหละเขาถึงได้คลายมือลงแต่ก็ไม่ได้ปล่อย

“แล้วพรุ่งนี้กำหนดการยังไงวะ”เพื่อนพี่อินคนหนึ่งถามขึ้น ฉันเลยเงียบและตั้งใจฟังคำตอบเช่นกันเพราะเอาจริงๆฉันไม่รู้กำหนอดการอะไรเลยด้วยซ้ำ

“ก็พรุ่งนี้ช่วงเช้าหมั้นที่บ้านนี่แหละ แล้วตอนเย็นก็มีงานเลี้ยงที่โรงแรมมะรืนเราก็เลี้ยงคนงานกันที่ไร่อีกที”

“แม่มึงบอกงานเล็กๆ แต่ดูสิ นี่คือเล็กใช่ไหม” เพื่อนพี่อินหัวเราะออกมาก่อนที่คนอื่นๆจะหัวเราะตาม ก็จริงนั่นแหละคุณป้าบอกว่างานเล็กๆแต่เท่าที่ฟังพี่อินเล่านี่ไม่เล็กเลยนะ หมั้นเช้า ฉลองตอนเย็น วันถัดไปก็เลี้ยงคนงานอีก

“เอาน่าเขาอยากอวดลูกสะใภ้ ก็ปล่อยไปเถอะกูยังไงก็ได้”

“แหมๆๆ กูเกลียดความเป็นผัวที่แสนดีของมึงจริงๆ” พี่คิมว่ามือก็หยิบอะไรสักอย่างปาใส่พี่อิน

“อะไรล่ะ”

“มึงอย่าลืมนะไอ้คิม ว่าน้องพู่คือเด็กน้อยที่รักของมัน ได้แต่งแบบนี้ไม่ปิดจังหวัดเลี้ยงก็ถือว่าดีมากแล้วล่ะ” พี่อีกคนพูด ฉันเลยได้แต่มองคนนั้นทีคนนี้ทีสลับกันไปมาอย่างสงสัย แค่เพื่อนพูดแบบนั้นทำไมคนข้างๆถึงต้องหูแดงหน้าแดงด้วยล่ะ

“พอเลยสัด!!”

“ฮ่าๆๆ เขินแล้วหยาบคายเหรอวะ”

“ไอ้คิม!” “ฮ่าๆๆๆๆ”'



-------------------------=====================------------------------

มาแล้วนะคะ ถ้าอ่านตอนนนี้แล้วลืมไม่ต่อเนื่อง แนะนำให้ย้อนกลับไปอายนสักตอนสองตอนก่อนหน้านี้นะคะ กันงงเนอะ

ความคิดเห็น