ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2560 17:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 2
แบบอักษร

- 2 -



“ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะครับ” เสียงใสพร้อมรอยยิ้มหวานส่งลูกค้าประจำอยู่หน้าร้าน เมื่อรถยนต์หรูขับออกไป มือขาวถึงล้วงโทรศัพท์ตัวเองออกมาดู เสียงข้อความดังรัวๆ มาตั้งแต่ช่วงเช้า อันที่จริงก็ดังมาตลอดแต่ปูนก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะส่วนมากเป็นคำถามธรรมดาและซ้ำๆ 


ข้อความล่าสุดคือคำถามเรื่องของวันพรุ่งนี้ ที่ปูนต้องเข้าไปดูดอกไม้ที่จะใช้ในงานถ่ายแบบในช่วงเช้าวันถัดไป ใช่ว่าปูนจะดูไม่ออกว่ากรพัฒน์คิดอะไรอยู่ นี่คงคิดว่าเขาเป็นหมูในอวย แค่หยอดคำหวานไม่กี่คำก็ลุ่มหลง 


คนแบบนั้นมีแน่นอน แต่ไม่ใช่ปูนคนนี้


ชีวิตของปูนผ่านมายี่สิบปีนิดๆ ใช่ว่าคนที่คิดแบบกรพัฒน์จะไม่ผ่านเข้ามา แต่ทุกครั้งที่คนพวกนั้นพยายามเข้ามาใกล้ชิดและรุกล้ำจนดูน่ากลัว จนปูนต้องรีบพูดตัดขาดทันที แม้จะยอมรับกับตัวเองมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่ก็ไม่อยากจะคบกับผู้ชายคนไหน


ไม่ปฏิเสธเลยที่ว่า กรพัฒน์คือผู้ชายที่ดีกว่าทุกคนที่ผ่านเข้ามา เขามีพร้อมทุกอย่าง ทั้งหน้าตา การงาน รวมถึงฐานะทางสังคม แต่ก็นั่นแหละ ความที่แตกต่างกันขนาดนั้น แค่คิดจะสนิทก็ไม่สมควรแล้ว 


“ปูนจ๋า เย็นนี้พี่ไปเช็คดอกไม้ด้วยไม่ได้แล้ว คุณนายแม่แกโทรมากะทันหันจะให้พาไปทำธุระ ปูนไปดูคนเดียวได้ไหม” โรสนั่งเท้าแขนสองข้างส่งสายตาอ้อนวอนเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ เพราะตอนแรกตกลงกันว่าจะไปด้วยกัน


“ถ้าไปคนเดียว เขาจะให้ปูนเข้าไปเหรอครับ” 


“ทำไมถึงไม่ให้เข้าล่ะ มันก็เหมือนกับบริษัทอื่นๆ นั่นแหละ แลกบัตรก็เข้าได้ แต่เพื่อความชัวร์ พี่จะบอกกรให้ก่อน โอเคนะ” หญิงสาวยิ้มแป้น พร้อมยื่นมือไปบีบแก้มป่องคนน่ารักตรงหน้า “น่ารักที่สุด ขอบใจน้า”             


 ปูนมองตามหลังเจ้านายคนสวย เห็นโรสกดโทรศัพท์หาใครสักคนก่อนจะหายไปด้านหลังร้าน เด็กหนุ่มขบเม้มริมฝีปากแดงแน่น เมื่อรู้สึกลังเลนิดๆ ไม่ใช่ไปคนเดียวไม่ได้ แต่เพราะตึกนั้นต้องมีแต่นายแบบ นางแบบแต่งตัวสวยๆ หล่อๆ กัน พอก้มมองดูสภาพตัวเองวันนี้ที่แต่งตัวปอนๆ ก็ได้แต่ถอนหายใจ เข้าไปปุ๊บ คงกลายเป็นแกะดำแน่นอน วันนี้ปูนสวมเสื้อยืดลายลูกกวางสีน้ำตาลอ่อนกับกางเกงขาสามส่วนลายสก็อตอีก ไม่พร้อมเลยให้ตาย แต่รับปากไปแล้วนี่คงได้แต่ทำใจ




ตลอดทั้งวัน มีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนจนมือแทบไม่ได้หยุด ส่วนมากก็มักจะเป็นลูกค้าประจำที่น่าจะมาคุยกับพนักงานมากกว่าต้องการซื้อดอกไม้ ปูนต้อนรับลูกค้า ยิ้มจนเหงือกแห้ง น้ำลายแทบหมดเมื่อต้องตอบคำถามมากมายจากบรรดาลูกค้าทั้งชายและหญิง 


“พี่จองดอกกุหลาบช่อหนึ่งนะครับ พรุ่งนี้จะมารับเอง ปูนจัดให้สวยๆ เลยนะ” ลูกค้าคนสุดท้ายของวันสั่งพร้อมรอยยิ้มหวาน


“ได้ครับ เดี๋ยวปูนจะจัดให้สวยๆ ไม่สวย ไม่ถูกใจเดี๋ยวแก้ให้จนถูกใจเลยครับ” เพราะเจอกันมานานเลยทำให้พูดคุยกันได้อย่างสนิทสนม 


“แค่ปูนเป็นคนจัด พี่ก็ถูกใจหมดนั่นแหละ” 


“นี่หยอดจนปูนจะไหม้คากระทะอยู่แล้วนะครับเนี่ย” 


“ก็จะหยอดจนกว่าปูนจะใจอ่อนนั่นแหละ”


ปูนเลือกจะหัวเราะแทนคำตอบ ชายหนุ่มเจ้าของร้านทองในย่านคนจีนขยิบตาส่งท้ายก่อนออกจากร้าน คนถูกหยอดถึงกับถอนหายใจออกมาเสียงดัง บางทีการถูกจีบก็ไม่ได้น่าอิจฉาอย่างที่ใครหลายคนว่า กลับกัน มันน่าปวดหัวซะมากกว่าในการคิดหาวิธีเอาตัวรอด...



“โหย นี่หกโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย” ปูนเงยหน้ามองนาฬิกาติดผนังถึงรู้ว่าเย็นมากขนาดนี้ ร่างผอมรีบเก็บข้าวของปิดร้านเพื่อจะไปเช็คความเรียบร้อยของดอกไม้ที่จัดส่งไปสำหรับถ่ายแบบที่บริษัทของกรพัฒน์ นี่เลยเวลาที่โรสบอกแล้วด้วย ไม่รู้จะเข้าบริษัทได้อยู่หรือเปล่า 


ปูนรีบเดินออกมาเรียกแท็กซี่ที่หน้าหมู่บ้านตามที่โรสบอก เจ้าของร้านคนสวยให้เงินไว้สำหรับการเดินทาง คงห่วงเพราะทางมันไกล ขืนขี่มอเตอร์ไซค์ไปอาจจะเกิดอุบัติเหตุ...


ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึงตึกขนาดใหญ่ที่โรสว่า ปูนเดินไปที่หน้าป้อมยาม เจอลุงแก่ๆ นั่งสัปหงกอยู่ในป้อม 


“เอ่อ ขอโทษนะครับ” เสียงใสเอ่ยอย่างเกรงใจ “คุณลุงครับ”


“ครับ? หือ อ่าว มาทำอะไรครับ” คนนั่งหลับสะดุ้งแล้วรีบขยี้ตาถาม 


“พอดีผมมาเช็คของที่จะใช้ถ่ายงานหนังสือพรุ่งนี้...”


“อ๋อ คุณกรบอกลุงไว้แล้ว ลุงก็รออยู่นาน” ปูนยิ้มแหยๆ เมื่อลุงแกลากนอหนูซะยาว “ต้องแลกบัตรก่อนนะครับ”


“อ่าครับ” ปูนรีบหยิบบัตรประชาชนให้เพื่อแลกกับบัตรเข้าตึก


จากป้อมยามต้องเดินมาอีกหลายเมตรเพื่อจะถึงตึกใหญ่ ยิ่งเข้ามาใกล้ ยิ่งตื่นตาเมื่อตัวตึกเปิดไฟหลายสีสลับกันไปมาในยามค่ำคืนแบบนี้ 


ปี๊นๆ เสียงบีบแตรดังมาจากทางด้านหลัง คนที่มัวแต่ตกตะลึงแสงไฟของตึกถึงกับสะดุ้งโหยง ปูนหรี่ตาเมื่อถูกแสงไฟหน้ารถสาดส่อง รถยนต์คันคุ้นตาเลื่อนมาจอดด้านข้างก่อนเลื่อนกระจกลงให้เห็นคนขับ 


“ทำไมเพิ่งมาถึงล่ะ ไหนโรสบอกปูนจะมาตอนเย็นไง” เสียงทุ้มถาม แต่ดวงตาคมกลับสำรวจคนที่ยืนยิ้มแหยๆ อยู่ด้านนอก วันนี้ปูนแต่งตัวเหมือนเด็ก ดูน่ารักไปอีกแบบ “ขึ้นมาสิ” 


“ไม่เป็นไรครับ เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว” ปูนรีบปฏิเสธ ก็จะให้ขึ้นรถทำไมในเมื่ออีกไม่กี่เมตรก็ถึงหน้าตึกอยู่แล้ว 


“งั้นก็ตามใจ” กรพัฒน์พยักหน้าก่อนขับรถผ่านหน้าไป ถึงจะขับเลยมา แต่ดวงตายังคงจับจ้องร่างผอมๆ ที่เดินตรงไปหน้าตึก...เป็นคนแรกที่อยากได้จริงๆ 


ชายหนุ่มเจ้าของบริษัทเอเจนซี่จอดรถในที่จอดประจำ ขายาวก้าวเดินฉับๆ อย่างเร่งรีบเพื่อให้ทันคนที่คาดว่าเข้าตึกไปแล้ว และก็จริง กรพัฒน์เห็นลูกกวางของเขายืนหันรีหันขวางอยู่ตรงกลาง มุมปากเริ่มยกยิ้มพร้อมก้าวขาเข้าไปหา หากไม่ติดว่ามีนางแบบคนสวยเดินโฉบเข้ามาทักทายซะก่อน พอหันไปมองอีกที ร่างเล็กนั่นก็หายไปซะแล้ว 


“ไว้คุยกันนะ” กรพัฒน์รีบตัดบทคำชวนดินเนอร์ด้วยการเดินหนี ชายหนุ่มเข้าไปถามประชาสัมพันธ์ถึงรู้ว่าปูนขึ้นไปที่ห้องสตูดิโอแล้ว 


ลิฟต์สำหรับผู้บริหารเลื่อนขึ้นไปชั้นบนอย่างเชื่องช้าในความรู้สึก ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ดวงตาคมก็เห็นหลังลูกกวางเดินเอื่อยๆ มองซ้ายมองขวาอย่างสนใจ นี่ขนาดมีพนักงานของตึกเดินไปมา แต่ปูนก็ยังดูโดดเด่นออกมาอย่างน่าประหลาดใจ 


นี่แหละ คนที่กรพัฒน์ชอบ ทุกอย่างต้องดูโดดเด่นด้วยตัวเองไม่ใช่เพราะปรุงแต่ง


“ปูน...” เสียงทุ้มร้องเรียกพร้อมกับอีกเสียงที่ดังออกมาจากประตูสตูดิโอข้างๆ และดูเหมือนลูกกวางจะสนใจเสียงนั้นมากกว่าเขาซะอีก ว่าแล้วขายาวก็รีบก้าวไปหาด้วยความอยากรู้ 


“คุณกร สวัสดีค่ะ” กรพัฒน์ยกยิ้มบางๆ ให้คนที่เลิกสนใจเขาเพื่อไปสนใจลูกกวางแทน “ปูน แกมาได้ไงเนี่ย ไม่เจอกันนาน ผอมลงหรือเปล่า แต่น่ารักขึ้น โหย คิดถึง” 


“ใครกันที่หายไปนานน่ะ ไม่ใช่เราสักหน่อย” ปูนยู่ปากงอนเพื่อนสนิทที่งานยุ่งตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ รู้อยู่ว่าเพื่อนเป็นนางแบบแต่ไม่รู้ว่าอยู่ในสังกัดของกรพัฒน์ “แล้วมิ้งค์ถ่ายแบบเสร็จแล้วเหรอ” เสื้อผ้าหน้าผมของเพื่อนดูโดดเด่นและทันสมัยสุดๆ 


“เสร็จแล้ว ว่าแต่ปูนมาทำอะไรที่นี่เหรอ” 


“พอดีเจ้าของร้านที่เราทำงานจะมาถ่ายแบบ เราเลยต้องมาเช็คของก่อน”


“งั้นเดี๋ยวเรารอ เช็คของเสร็จพวกเราไปหาอะไรกินกันต่อ...”


“แต่ผมว่าอาจจะนานนะ พรุ่งนี้คุณมีงานต่อไม่ใช่หรือ” 


เสียงที่แทรกขึ้นมาทำให้หนุ่มสาวหันมามอง เกือบลืมไปแล้วว่าเจ้าของบริษัทยืนอยู่ด้วย มิ้งค์ นางแบบในสังกัดรีบหันไปมองเพื่อนอีกรอบแล้วสลับกับหน้าของกรพัฒน์ 


“อีกนานเหรอปูน” เธอเลือกจะถามเพื่อนสนิท ซึ่งปูนก็ส่ายหน้าด้วยความไม่รู้เวลา ก็ตอนนี้ยังไม่เห็นของเลย คงไม่รู้ว่าอะไรขาดเหลือบ้าง 


“ผมว่า คุณกลับไปก่อนเถอะ ส่วนเพื่อนของคุณผมจะดูแลให้” แม้เป็นคำพูดเพื่อให้คลายความห่วง แต่นางแบบสาวกลับรู้สึกเหมือนมีดาวที่หางตา ยิ่งเห็นดวงตาคมจ้องหน้าเธอแบบกดดันแบบนั้น ทำให้เหลือเพียงแค่คำตอบเดียวที่จะมอบให้เพื่อนสนิทตัวผอม


“งั้น เอาไว้เราค่อยนัดเจอกันก็ได้...มิ้งค์ฝากเพื่อนด้วยนะคะคุณกร” 


“ครับ” 


บอกลากันเสร็จสรรพ ปูนก็ถูกมือใหญ่ดันหลังให้เดิน แต่หากมองจากด้านหลัง ท่าทางแบบนั้นคือการโอบเอวชัดๆ กับปูนที่สนิทกันมานานและรู้อยู่แล้วถึงความชอบก็ไม่ค่อยแปลกใจอะไร แต่สำหรับกรพัฒน์ ชายหนุ่มที่ถูกสาวๆ รุมล้อมนั้นช่างน่าตกใจ  


หนุ่มในฝันของใครหลายคนถูกเพื่อนเธอจับจองหัวใจไปซะแล้ว



***********************


“รู้จักกันนานแล้วหรือ” คำถามที่มาพร้อมน้ำเสียงนิ่ง ปูนหันไปมองหน้าคนข้างๆ เพื่อดูสีหน้าว่ามาอารมณ์ประมาณไหน “ปูน พี่ถามอยู่” 


“สนิทตั้งแต่มัธยม” ตอบพร้อมกับมองสบตาคม 


“สนิทกันมากถึงกับต้องหอมแก้มกันเชียวหรือ” 


“ครับ?” มือที่แตะเอวเปลี่ยนเป็นจับพร้อมดึงร่างผอมเข้ามาชิด ปูนเบิกตาโตตกใจร้องเสียงหลง “อะไรครับเนี่ย” 


“พี่ขอโทษ” คนหึงออกนอกหน้ารีบเอ่ยอย่างรู้สึกผิด กรพัฒน์ปล่อยมือจากเอวบางก่อนลูบหน้าลูบตาตัวเองเพื่อรวบรวมสติ นี่เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นคนขี้หึง ปกติไม่เคยหวงของอะไรเลย “ไปดูของเถอะ ห้องนั้น” 


ปูนไม่ตอบรับใดๆ ขาเรียวก้าวเดินเข้าไปยังห้องที่ว่าทันที จะว่าเป็นคนหวงตัวก็ใช่ ทุกครั้งที่มีคนเข้าหาและรุกล้ำมากทีไร ปูนก็มักจะรีบถอยตัวเองออกมา ไม่ใช่เล่นตัว แต่ไม่ชอบ


ร่างผอมเข้าห้องไปแล้ว คนลืมตัวตบกำแพงสีดำอยู่หลายรอบ กรพัฒน์รู้สึกได้ว่าปูนไม่ชอบใจที่เขาทำ และคงจะถอยห่างไปแน่ พอยิ่งคิดก็ยิ่งอยากตบหัวตัวเองแรงๆ


มึงทำบ้าอะไรวะ 


ด้านปูนขบเม้มริมฝีปากอยู่ตลอดเวลาในการเช็คดอกไม้สดที่ต้องใช้ เมื่อกี้รู้สึกตกใจจริงๆ ไม่ใช่แค่การกระทำ ยังมีน้ำเสียง สีหน้าที่กรพัฒน์แสดงออกมา มันดูน่ากลัว และไม่น่าเข้าใกล้ 


“ดอกไม้สดมากเลยนะคะ” เสียงชวนคุยจากพนักงานของที่นี่เรียกสติให้ปูนกลับมา “หอมด้วย” 


“ดอกไม้ส่งมาจากไร่ เลยดูสดน่ะครับ” คนตัวผอมฉีกยิ้มอย่างทุกที 


“มิน่า ถึงสวยขนาดนี้” พนักงานสาวมองเหม่อโดยไม่รู้ตัวว่าเผลอยิ้มตามคนตรงหน้า นี่ผู้ชายจริงๆ น่ะเหรอ “เอ่อ ขอถามแบบเสียมารยาทได้ไหมคะ”


“ครับ?” 


“คุณเป็นผู้ชายจริงๆ หรือคะ” 


“เอ่อ...” แม้จะชินกับคำถามแบบนี้ แต่ก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ ว่าเขาไม่เหมือนผู้ชายตรงไหน “ผู้ชายจริงๆ ครับ” ปูนตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างไม่ถือโกรธอะไร พนักงานสาวแทบปรี่เข้ามาใกล้ หน้ายาวยื่นแทบจะติดกับหน้าของปูนด้วยความอยากรู้ “เอ่อ...”


“หน้าใสมาก ไม่มีรูขุมขน ขนตาก็งอน ตาก็สวย แล้วก็...” ยังพูดไม่ทันจบดี คนถูกประชิดก็ถูกมือใหญ่ดึงให้ออกห่าง เจ้าของมือยืนหน้าหงิกจ้องพนักงานของตัวเอง “เอ่อ คุณกร สวัสดีค่ะ” 


“ไม่รีบทำงานล่ะ เดี๋ยวเสร็จดึกนะ” ไม่ใช่คำสั่ง แต่น้ำเสียงนิ่งจนต้องรีบทำตาม พนักงานสาวโค้งศีรษะให้นิดๆ แล้วรีบเดินหนีไปทำงานทันที 


“ปล่อยก่อนก็ได้ครับ” แรงบิดเล็กๆ ทำให้กรพัฒน์หันมามอง มือใหญ่รีบปล่อยเพราะกลัวคนตัวผอมจะทำท่ากลัวอีก 


“ของครบไหม” กรพัฒน์กระแอมเล็กๆ ก่อนถามออกมา ต่อไปนี้คงต้องรักษาระยะห่าง ขืนใกล้หรือรุกคืบมากไป ลูกกวางอาจจะตื่นจนหนีหายไป แบบนั้นคงรู้สึกแย่น่าดู 


“ยังครับ แต่อีกเดี๋ยวคงครบ” เสียงใสตอบ แต่ดวงตากลับจ้องมองแต่ดอกไม้ 


“เหรอ” กรพัฒน์มองคนที่เอาแต่สนใจดอกไม้ รู้หรอกว่าพยายามหลบ “แล้วนี่กินข้าวเย็นมาหรือยัง” 


“ผมหรือครับ” ปูนเผลอเงยหน้าขึ้นมอง พอสบตาคมปุ๊บก็รีบก้มหน้าตามเดิม 


“ก็ยืนอยู่สองคน จะให้พี่ถามใครล่ะ” คำตอบยอกย้อนจนคนฟังต้องขมวดคิ้ว “ตกลงว่าไง กินข้าวเย็นมาหรือยัง”


“ยังครับ ไว้ค่อยไปกินแถวหอ” ท่าทางห่างเหินยังไม่พอ น้ำเสียงก็พาลแข็งกระด้างไปด้วย แต่คำตอบที่ได้ก็พอเป็นที่ต้องการ 


“งั้นเดี๋ยวเช็คของเสร็จแล้วพี่จะพาไปกิน...”


“คุณกรไม่มีงานทำแล้วหรือครับ” ยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ถูกสวนกลับมา เล่นเอาเจ้าของบริษัทเอเจนซี่หน้าชาเพราะเพิ่งเคยถูกยอกย้อนแบบนี้ และดูเหมือนคนพูดจะเริ่มรู้ตัวว่าพูดแรง เจ้าตัวรีบโค้งศีรษะขอโทษด้วยใบหน้ารู้สึกผิด “ขอโทษครับ ผมพูดแรงเกินไป”


“ไม่เป็นไร พี่คงยุ่งเกินไปจริงๆ นั่นแหละ ตามสบายนะ” ใช่ว่าผู้ชายอย่างกรพัฒน์จะน้อยใจไม่เป็น คนตัวใหญ่กลับหลังหันเดินคอตกออกประตูไป แค่คิดจะเริ่มกับใครก็เหลวไม่เป็นท่าขนาดนี้ 


กรพัฒน์เดินทอดน่องกลับไปยังห้องทำงาน ความเหม่อลอยทำให้เกือบชนกับนางแบบคนสวยที่เพิ่งเปลี่ยนชุดเสร็จ ชายหนุ่มยิ้มบางๆ ให้แล้วจะเดินหนี แต่นางแบบสาวกลับรั้งไว้ 


“ครับ?” 


“คุณกรรู้จักกับปูนมานานแล้วหรือคะ” 


กรพัฒน์เลิกคิ้วมองคนตรงหน้าอย่างสงสัย ไม่รู้ว่าเธอต้องการจะถามอะไรกันแน่


“ทำไมหรือ มีอะไรหรือเปล่า”

“มิ้งค์ไม่ได้อะไรนะคะ แค่เห็นว่า คุณกรดูสนิทกับปูนก็แค่นั้น” นางแบบสาวยิ้มแย้มดวงตาคู่สวยเป็นประกายยามพูดถึงลูกกวางของเขา 


“ก็ไม่ได้สนิทมากหรอก เพื่อนของคุณคงไม่ค่อยอยากสนิทกับผมเท่าไหร่” เสียงทุ้มว่าอย่างเซ็งๆ ยามนึกถึงใบหน้าเมินเฉยที่เจอเมื่อกี้ 


“คือว่า...” นางแบบสาวมองซ้าย มองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครผ่านมา เธอเลยยื่นหน้าไปกระซิบกระซาบเบาๆ “อย่าถือสาปูนเลยนะคะ พอดีปูนเขาเคยมีเรื่องฝังใจมาก่อน” 


“เรื่องฝังใจ?” สิ่งที่ได้ยินทำเอาหูผึ่ง “คุณไม่มีธุระอะไรต่อใช่ไหม ผมขอคุยด้วยหน่อย”



*******************


ห้องสตูดิโอที่จะใช้ในการถ่ายหนังสือวันพรุ่งนี้มีถังดอกไม้วางอยู่เต็มไปหมด ปูนเช็คดอกไม้จนครบตามจำนวนและใช้เวลาอยู่นานในการคัดแยกเพื่อตอนจัดฉากจะได้ง่ายและสะดวก 


“โอ๊ะ” มือขาวรีบชักกลับเมื่อนิ้วถูกหนามแหลมของกุหลาบตำ และก็พอดีที่คนที่หายไปนานสองนานจะเข้ามาเห็น 


“เป็นอะไร” กรพัฒน์รีบถาม แม้ในใจอยากจะดึงมือขาวนั่นมาดูซะให้รู้แล้วรู้รอด 


“หนามตำครับ” บอกไปตรงๆ ปูนมองปลายนิ้วที่มีเลือดเกาะอยู่ ตอนนี้มีผ้าเช็ดหน้าสีน้ำตาลซับไว้ เจ้าของผ้าทำหน้าจริงจังหลังจากยื่นให้เจ้าตัวเช็ดเอง “ขอบคุณครับ” 


“ต่อไปต้องระวังด้วยล่ะ” เสียงทุ้มบอกก่อนขยับถอยหลังไปสองก้าว ทำเอาปูนมองด้วยความสงสัย ก็ในเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังมีท่าทีรุกคืบเขาอย่างจริงจัง “เสร็จหรือยัง เดี๋ยวพี่ไปส่ง” 


“อ่า ครับ แต่เดี๋ยวผมกลับเอง”


“แทนตัวเองว่าผมมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ พี่บอกว่ายังไง”


“...เดี๋ยวปูนกลับเองก็ได้ครับ”


“พี่ไปส่งนี่แหละ เดี๋ยวโรสก็โวยวายที่พี่ปล่อยให้พนักงานเขากลับเอง” 


แม้จะอ้ำอึ้ง แต่สุดท้ายปูนก็เดินตามกรพัฒน์ไปที่รถ อย่างน้อยก็ประหยัดค่ารถไปได้ไม่น้อย 


บนรถที่แสนเงียบสงบ ปูนนั่งขยับตัวไปมาด้วยความอึดอัดจากความเงียบ คนที่เคยพูดมากตอนนี้กลับขับรถไปโดยไม่ยอมปริปากพูดสักคำ จนสุดท้าย ปูนเลยพูดออกมา 


“คือ จอดส่งปูนที่ป้ายรถเมล์ก็ได้นะครับ เดี๋ยวปูนนั่งรถต่อกลับเอง” 


“ทำไม ไม่อยากให้พี่ไปส่งเหรอ” น้ำเสียงที่ถามกลับติดงอนเล็กๆ จนปูนต้องส่ายหน้าตอบ “แล้วทำไม” คราวนี้กรพัฒน์เลี้ยวเข้าจอดเทียบข้างทาง หน้าคมหันมาจ้องคนข้างๆ ก่อนถามคำถามออกไปตรงๆ “ปูนกลัวพี่เหรอ” 


“กลัว? ปูนกลัวพี่เหรอ?” ถามกลับไปตาใสแป๋ว หากในใจของปูนกลับเริ่มสั่นนิดๆ 


“ปูน ฟังพี่นะ” กรพัฒน์จดจ้องร่างผอมที่ดูไม่กลัวเหมือนพูด แต่มือสองข้างกลับกำกางเกงขาสั้นตัวเองแน่น “ปูน พี่ไม่เคยคิดจะทำร้ายปูนเลยนะ ไม่ต้องกลัวพี่”


“ปูนก็ไม่ได้กลัวนี่ครับ” ปากว่าแต่ท่าทางไม่ใช่ 


“พี่ไม่ขอให้ปูนไว้ใจ แต่ปูนไม่ต้องกลัวพี่ เพราะพี่ไม่เคยคิดจะทำร้ายปูนเลยจริงๆ”


“ก็ปูนบอกว่าไม่ได้กลัวไง!” เสียงใสแหวขึ้นมาจนกรพัฒน์สะดุ้ง “ปูนบอกแล้วว่าไม่ได้กลัวไง จะย้ำอะไรนักหนา!” คล้ายกับลูกโป่งที่ถูกเข็มจิ้มซ้ำๆ จนมันระเบิด ร่างผอมสั่นระริก สองมือกำแน่นบนตัก “บอกว่าไม่ได้...กลัว” 


“ปูน” เสียงทุ้มอ่อนลง ยิ่งเห็นน้ำใสๆ ไหลอาบแก้มเนียนก็ยิ่งใจอ่อนยวบ “ไม่เอา ไม่ร้องครับ” ใจอ่อนจนต้องดึงร่างที่สั่นเข้ามากอดแน่น ปูนร้องลั่นพร้อมดิ้นขัดขืนตอนแรก แต่แรงรัดก็มัดแน่นจนดิ้นไม่หลุด จนคนในอ้อมกอดหยุดดิ้นด้วยความเหนื่อย มือใหญ่ก็ยกลูบศีรษะเบาๆ เพื่อปลอบคนร้องไห้ 


“ไม่ได้ ฮึก กลัว” 


“ครับๆ ไม่กลัว พี่รู้แล้วนะ ไม่ร้องนะคนดี” 


ฝ่ามือใหญ่ลูบศีรษะทุยอย่างแผ่วเบา กรพัฒน์ขมวดคิ้วนิดๆ เมื่อคิดว่าแผลในใจของปูนคงจะใหญ่มากเหมือนที่ได้ยินมา 


นานกว่าร่างที่กอดจะหยุดสะอื้น กรพัฒน์ค่อยๆ ดันปูนออกจากอก ใบหน้าขาวแดงกล่ำ ดวงตากลมโตยังมีน้ำใสๆ คลออยู่ตลอด พอกระพริบตาหยดน้ำก็ร่วงอาบแก้ม


...อยากฟัดฉิบหาย 


“ร้องไห้ขี้มูกโป่ง จมูกแดงไปหมดดูสิ” คนเอ่ยฉีกยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู และไม่ลืมเช็ดน้ำตาให้ 


“มิ้งค์บอกอะไรพี่กรใช่ไหมครับ” เสียงอู้อี้ถาม ยิ่งได้รับการพยักหน้าเป็นคำตอบ ปากแดงก็ถูกขบเม้ม 


“อย่าว่าเพื่อนเราเลย พี่ขอร้องให้บอกเอง พี่แค่อยากรู้เรื่องของปูนให้มากกว่านี้เท่านั้น” คำอธิบายง่ายๆ แต่ได้สายตาค้อนมองกลับ “พี่แค่อยากรู้ ว่าจะทำตัวยังไง ถึงจะได้โอกาสจากปูน”


“ปูนไม่มีโอกาสให้ใคร” 


“ก็ให้พี่ไง ให้พี่ได้รู้จักปูน รู้จักตัวตนของปูน แล้วปูนก็จะได้รู้จักพี่และตัวตนของพี่”


“ปูนไม่อยากรู้จัก” 


ช่างเป็นคำปฏิเสธที่ตัดขาดไม่เหลือเยื้อใยซะเหลือเกิน กรพัฒน์มองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความแปลกใจ จากตอนแรกที่เจอคิดว่าจะเป็นคนหัวอ่อน ที่ไหนได้ ดื้อรั้นแถมหัวแข็งชะมัด

“แต่พี่อยากรู้จักปูนนะ”


“ก็ปูนไม่อยากรู้จักไง ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ” 


“เดี๋ยวๆ นั่นจะไปไหน” อยู่ๆ เด็กหนุ่มก็เปิดประตูจะลงรถ ดีที่กรพัฒน์คว้าแขนไว้ได้ทัน 


“จะกลับเอง” น้ำเสียงกระด้างดูต่างจากเดิมจนเหมือนคนละคน 


“โอเค ไม่อยากรู้จักก็ได้” สุดท้ายก็ต้องยกมือยอมแพ้ “แต่เดี๋ยวพี่ไปส่ง”   สรุปแล้ว กรพัฒน์ก็ขับรถไปส่งปูนที่หอพัก เด็กหนุ่มยกมือไหว้แบบแข็งๆ และไม่เหลียวมองอีกหลังจากลงรถ นี่ฝาแฝดของลูกกวางตัวน้อยของเขาหรือเปล่าเนี่ย ทำไมเหมือนคนละคนขนาดนี้ เล่นเอาเพลย์บอยอย่างกรพัฒน์ไปไม่เป็นทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว แถมข้าวมื้อเย็นที่วางแผนไว้ซะดิบดีพังพินาศไปหมด 


ว่าแต่...นี่ใช่ลูกกวางหรือลูกแมวดุกันแน่ แยกเขี้ยวใส่ไม่พอ ยังพร้อมจะงับอยู่ตลอดเวลา แต่พอเจอแบบนี้แล้ว ก็เหมือนกับเจอท้าทาย อย่างที่เขาว่ากัน อะไรที่ได้มาง่ายๆ ไม่นานอาจจะเบื่อ แบบนี้แหละดีที่สุด ยากๆ ยิ่งดี ยิ่งเขาเป็นพวกที่ชอบความท้าทายอยู่แล้วด้วย 



ไม่อยากรู้จักเหรอ...ได้สิ  เดี๋ยวพี่จะทำให้รู้จักมากขึ้นกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า 


รออีกหน่อยนะ ลูกกวางของพี่ 



...TBC

หายไปนาน ยอมรับผิดมากค่าาาา ภารกิจเร่งรีบจบแล้ว จะพยายามมาบ่อยๆ กว่านี้ค่าาา  ขออภัยเป็นอย่างสูงเด้อค่าเด้อ (ตบหัวตัวเอง)

ปล. ปูนช่วงแรกๆ อาจดูอ้อยๆ ไปหน่อย กว่าจะร้อนแรงแบบที่อยู่ในพาร์ทเกนป่านคงต้องรอหน่อยค่า กว่าป๋าจะได้ปูนมามันก็ลำบากมากทีเดียว และดราม่ามีแค่ช่วงแรกค่า ช่วงหลังมันจะได้หวานต่อเนื่อง 

ขอพระคุณมากค่าาา อย่าเพิ่งลืมกันเด้อจ้า  


ปล2 เว็บธัญวลัยจัดตัวหนังสือยากมาค่าาา (ปาดน้ำตาแป๊บ)

ความคิดเห็น