email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (Help me ! Aetan !!)

ชื่อตอน : กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (Help me ! Aetan !!)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 49k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2557 13:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (Help me ! Aetan !!)
แบบอักษร

 
 
 

 

ชายหนุ่มที่ค่อยๆวางหญิงสาวร่างเล็กที่หลับสนิทลงบนเตียงนอนก่อนที่จะเดินออกจากห้องนั้นไปอย่างไม่แยแสกับสิ่งที่ตนทำ ร่างสูงที่รีบเดินลงมายังด้านล่างของตัวคฤหาสน์โดยมีบอดีการ์ดที่ยื่นมาตรงหน้า เมื่อเอเธนส์เห็นดังนั้นก็ถอดเสื้อสูทธออกอย่างเคยชินก่อนที่ชุดดำนั้นจะรับและเดินไปอีกทาง มือใหญ่ที่ค่อยๆพับแขนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าจนมาถึงข้อศอกและปลดกระดุมสามเม็ดบนนั้นอย่างรู้สึกร้อนๆ ใบหน้าเรียวนั้นที่มีเม็ดเหงื่อเกาะจนต้องใช้มือปัดออกอย่างไม่ค่อยใส่ใจสักเท่าไหร่แต่นั่นมันกลับทำให้เขาดูหล่อขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ ความเซ็กซี่เมื่อยามที่เม็ดเหงื่อนั้นไหลลงมาที่แผงอกโดยมีไรขนอ่อนๆอยู่ จนเขานั้นต้องปล่อยให้มันไหลเมื่อไม่รู้จะเช็ดยังไง เพราะตอนนี้ร่างสูงนั้นก็เดินออกมาจากคฤหาสน์ตามหลังของชายชุดดำสองคนแต่ก็มีอีกหลายคนที่เดินประกบเจ้านายมาอย่างไม่คลายสายตา

บ้านใหญ่อีกหลังที่อยู่ทางขวาของคฤหาสน์หลังใหญ่โดยบ้านนี้นั้นเป็นของบอดีการ์ดที่มีจำนวนนับไม่ถ้วนทางด้านในที่มีขนาดใหญ่รองลงมา เอเธนส์ที่เดินเข้ามาเรื่อยๆจนต้องหยุดลงเมื่อตรงหน้าของเขานั้นเป็นผู้ชายร่างใหญ่ที่เคยบุกเข้าไปในบ้านของเขาเมื่อสี่ชั่วโมงที่แล้วโดยที่ตอนนี้นั้นอยู่ในสภาพที่กึ่งหลับกึ่งตื่นใบหน้าที่บอบช้ำจากการโดนเอเธนส์นั้นต่อยๆพร้อมกับ ศีรษะด้านซ้ายที่มีน้ำสีแดงนั้นไหลลงมาจนเปื้อนเสื้อไปหมดซึ่งนั่นก็เป็นฝีมือของเอเธนส์อีกเช่นกัน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่มองไปรอบๆก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าและเอ่ยถาม

“มาสะสางเรื่องกันเลยดีกว่า” น้ำเสียงทุ้มที่ฟังดูจริงจังของเอเธนส์ที่เอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะเอนหลังพิงไปกับพนักเก้าอี้และยกขาขึ้นไขว่ห้างก่อนจะมองไปที่ใบหน้าชายหนุ่มตรงหน้าที่ค่อยๆเงยขึ้นมามองน้ำเสียงนั้น

“ฉันไม่กลัวตายหรอกนะ” เสียงใหญ่ที่เอ่ยขึ้นเมื่อรู้ตัวว่ากำลังนั่งจ้องหน้ากับใครอยู่แม้จะมีอาการกลัวอยู่เล็กน้อยแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขานั้นต้องเอ่ยออกไปอย่างขี้ขลาด

“ก็ดี ฉันชอบสไตล์การถูกทรมาน ไม่นิยมฆ่าสักเท่าไหร่” เอเธนส์ที่เอ่ยสวนเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ซึ่งทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าต้องมองอย่างรังเกียจราวกับไม่อยากจะเสวนาคุยด้วย

“แฮ็คเกอร์ ส่งแกมาหรือไง” หนุ่มนัยน์ตาสวยที่พูดขึ้นพรางจ้องไปยังดวงตาสีดำที่มีรอยช้ำเป็นวงรอบดวงตา

“และเรื่องอะไรฉันต้องบอก” น้ำเสียงหยิ่งยโสที่ออกมาจากริมฝีปากนั้น ทำให้เอเธนส์ต้องส่งยิ้มกลับไปก่อนจะพูดอย่างไม่สนใจกับคำพูดนั้นเท่าไหร่นัก

“คิดก่อนพูดมั่งก็ดีนะ อย่างน้อยก็นึกถึงคนที่แกรักบ้าง”

“แกหมายความว่าไง” น้ำเสียงที่เริ่มออกอาการหวั่นๆเมื่อประโยคนั้นถูกเอ่ยออกมา มันทำให้เขานึกถึงภรรยาของตนที่ไม่รู้เรื่องอะไร แต่จะให้คิดว่าเขาพูดเพื่อให้เจ้าตัวนั้นกลัวคงจะไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรที่ ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเอเธนส์นั้นจะทำไม่ได้ทั้งนั้น

“ปล่องเธอไว้คนเดียวไม่กลัวบ้างเหรอ” เอเธนส์ไม่พูดเปล่ายังล้วงไอโฟนสีขาวก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะหันหน้าจอมาทางร่างใหญ่ตรงหน้าที่มีอาการตกใจเมื่อเห็นภาพภรรยาของตนนั้นถูกจับให้นั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับเชือกที่มัดไว้ติดกับพนักเก้าอี้ ผ้าผืนสีขาวที่มัดปิดปากไว้เพื่อไม่ให้เธอต้องเอ่ยอะไรให้คนของเอเธนส์ต้องรำคาญและฆ่าเธอตายไปซะก่อน แต่ร่างใหญ่นั้นก็ยังคงควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดีและเอ่ยกลับไปอย่างใจกล้า

“คิดว่าฉันจะกลัวเหรอ”

“และคิดว่าฉันไม่กล้าเหรอ” เอเธนส์ที่เอียงหน้าตอบกลับไปนั้นทำให้ร่างใหญ่ตรงหน้าที่มีอาการหนักใจต้องหันหน้าไปทางอื่นและถอนหายใจออกอย่างลำบาก

“ฉันจะไม่แตะแฟนแกเลยถ้าแกยอมพูดความจริงมา พอดีว่าวันนี้ฉันอารมณ์ดีน่ะนะ”

“ห้ามบอกคุณหนูเด็ดขาดนะ ฉันขอร้อง” ร่างใหญ่ที่เอ่ยขึ้นอย่างจนตรอกเพราะไม่รู้ว่าตัวเองนั้นจะเลือกปกป้องใครดีระหว่างครอบครัวกับงานแต่อย่างน้อยสำหรับเขานั้นภรรยาก็สำคัญกว่าสิ่งใด เอเธนส์ที่ได้ยินก็เอ่ยขึ้นมาเพื่อทำลายความแปลกใจ

“คุณหนู ? ฮาเวียร์ ?”

“ใช่ ! แฮ็คเกอร์สั่งให้ฉันมาฆ่าเธอแต่นายดันมาขวาง” คำพูดนั้นทำเอาเอเธนส์ถึงกับงงทันที พร้อมกับคำถามมากมายที่เกิดขึ้นในหัว ว่าทำไมแฮ็คเกอร์ต้องสั่งให้ชายตรงหน้านั้นฆ่าลูกของตัวเองด้วย

“ทำไม”

“เธอไม่ใช่ลูกของเขา”

เอเธนส์ที่ถึงกับตกใจก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างคิดไม่ถึงว่าเธอนั้นจะไม่ใช่ลูกของแฮ็คเกอร์จริงๆ เป็นไปไม่ได้ในเมื่อเขายังเห็นว่า ฮาเวียร์กับแฮ็คเกอร์นั้นยังคงช่วยเหลือกันราวกับพ่อลูกจริงๆและทำไมตอนนี้เรื่องราวมันถึงได้ซับซ้อนจนน่าปวดหัวแบบนี้

“พูดจริงหรือเปล่า”

“ถ้ามันไม่ใช่เรื่องจริง ฉันคงไม่มาถึงนี่หรอก” น้ำเสียงจริงจังที่บ่งบอกว่าเรื่องที่เขาพูดมานั้น ไม่ได้มโนเรื่องขึ้นมา ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าถึงกับมีอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันเลยทีเดียว

“และทำไมต้องฆ่าเธอ”

“คนที่เคยล้มธุรกิจแฮ็คเกอร์อย่างนายมาครั้งหนึ่งแล้วและไหนจะยิ่งมารู้ว่าเธอถูกแกจับตัวมาอีก มันก็ทำให้เจ้าตัวคิดจะกำจัดให้เร็วยิ่งขึ้น”

“และเธอรู้เรื่องนี้หรือยัง” เอเธนส์ที่เอ่ยก่อนจะทำสีหน้าลำบากใจกับประโยคสนทนาในครั้งนี้ บรรยากาศที่เงียบลงพร้อมกับคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเลือดเย็น

“ยัง ไม่มีใครกล้าที่จะพูดออกไปเพราะคนที่จะพูดเรื่องนี้ออกไปได้คือแฮ็คเกอร์คนเดียว” สิ้นสุดคำนั้นชายหนุ่มก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปใกล้และดึงเชือกที่มัดร่างใหญ่นั้นออกก่อนจะพูดโดยที่ยังคงหันหลังอยู่

“ถึงแกจะเป็นคนของแฮ็คเกอร์ที่คิดจะทำลายเธอ แต่ฉันขอเตือนอะไรไว้อย่าง ตราบใดที่เธอยังอยู่กับฉัน ฉันจะถือว่าเธอเป็นคนของฉันและคนของฉันใครก็ห้ามแตะ ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้ฉันก็จะไม่ปล่อยให้เธอกลับไปโดยไม่มีฉันแน่นอน”

“ฝากเธอด้วยละกัน” ร่างใหญ่ที่เดินออกจากบ้านหลังใหญ่ไปโดยไม่หันกลับมามองอีกซึ่งนั่นก็ทำให้เอเธนส์ต้องถอนหายใจออกมาอย่างลำบากใจเมื่อนึกถึงหญิงสาวที่ยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักอย่าง แต่เขานั้นกลับรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอทั้งๆที่ก็ไม่อยากจะรู้เลยสักนิดแต่ตอนนี้….

เขาจะต้องปกป้องเธอจากแผนการกำจัดลูกตัวเองของแฮ็คเกอร์ซะแล้ว

รุ่งเช้า

07:30 AM

เอเธนส์ที่สวมเสื้อยืดสีขาวพร้อมกับกางเกงนอนตัวยาวที่ค่อยๆก้าวลงมาจากบันไดโดยอาการครึ่งหลับครึ่งตื่นเนื่องจากเมื่อคืนกว่าเขานั้นจะข่มตาหลับได้ก็ล่อไปตีสี่เพราะมัวแต่คิดและลำบากใจในเรื่องราวต่างๆที่จะเกิดขึ้นเมื่อแผนของแฮ็คเกอร์ที่ส่งคนมากำจัดเธอนั้นล้มเหลวก่อนจะใช้มือใหญ่นั้นเสยผมสีดำนั้นขึ้นอย่างเซ็งๆแต่ยังไม่ทันที่จะได้เงยหน้าก็ต้องตกใจเมื่อมีเสียงเรียกมาจากด้านล่าง

“ตื่นแล้วหรือไง” เสียงของคริสโตเฟอร์ที่เอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวนั้นนั่งจิบกาแฟพร้อมกับมองไปที่ลูกชายของตนที่มีอาการงัวเงีย

“ผมคงไม่เดินหลับลงบันไดหรอกน่า” เอเธนส์ที่เดินมานั่งโต๊ะตรงข้ามก่อนจะมีสาวใช้ถือแก้วกาแฟมาให้ โดยที่เขานั้นก็หันไปรับมาพร้อมกับเอ่ยขอบใจ

“วันนี้ฉันจะไปหาเคลียร์ปัญหาเจ้าอาร์โตกับหนูผิงสักหน่อย”

“.....”

“คงต้องให้หมั้นกันไว้ก่อน แต่ไม่รู้ว่าเจ้านั่นจะยอมหรือเปล่า”

“.....”

“แต่ก็นะ ฉันคิดว่า.. เฮ้ !! ไอ้เจ้าลูกคนนี้ฟังอยู่หรือเปล่า” คริสที่เรียกลูกชายของตนที่มีท่าทีเหม่อๆเหมือนกับจะหลับ ทำให้เอเธนส์นั้นต้องเงยหน้าขึ้นมามองและเอ่ย

“ฟังอยู่ แต่พ่อช่วยฟังเรื่องลำบากใจของผมก่อน” คริสที่ทำสีหน้างงๆกับคำพูดของเอเธนส์ก่อนจะพยักหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจเพราะที่ผ่านมา เขานั้นไม่เคยจะเห็นลูกตัวเองลำบากใจหรือหนักใจอะไรเลยสักอย่างแต่คราวนี้ทำไมมันกลับมีกันล่ะ

“พ่อรู้แฮ็คเกอร์ใช่ไหม”

“รู้จัก ก็แกไปจับลูกของเขามาไม่ใช่หรือไง” เอเธนส์ที่ได้ยินดังนั้นจึงเอามือวางเท้ากับโต๊ะทั้งสองข้างก่อนจะเอ่ยออกไปอย่างเบาๆแต่นั้นกลับทำให้คริสถึงกับอ้าปากค้าง
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนี่สิพ่อ ฮาเวียร์ไม่ใช่ลูกของแฮ็คเกอร์”

“แกเอาอะไรมาพูดเนี่ย”

“มันเรื่องจริง ยัยนั่นยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าแฮ็คเกอร์ส่งคนมาจะฆ่าเมื่อวานนี้ เนื่องจากผมเคยไปล้มธุรกิจมันมาแล้วและยิ่งมารู้ว่าเธออยู่กับผมมันยิ่งทำให้เขาอยากจะกำจัดเธอเร็วยิ่งขึ้น”

“ไม่ใช่ลูกตัวเองนี่ถึงกับจะฆ่าจะแกงกันเลยเหรอ” หนุ่มสูงวัยที่มีอาการตกใจเมื่อได้ยินประโยคที่ทำให้เจ้าตัวนั้นแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ ใบหน้าที่มีอาการสงสัยอยู่ไม่น้อยและเอ่ยถามลูกชายของตนกลับไปเพื่อคลายปม

“และทำไมไม่ส่งเธอกลับไปล่ะ”

“ส่งไปตายง่ายๆน่ะสิ” เอเธนส์ที่ตอบก่อนจะหยิบแก้วกาแฟขึ้นกระดกพรวดเดียวและวางลงบนโต๊ะ

“ที่แกมาพูดกับฉัน เพราะว่าเธอยังไม่รู้เรื่องนี้ใช่ไหม”

“ใช่” เอเธนส์ที่พยักหน้าเมื่อคำพูดที่คริสพูดมานั้นมันตรงกับประเด็นที่เขาเอ่ยไปเมื่อกี้ ซึ่งพ่อคนนี้ก็เข้าใจอะไรง่ายอยู่แล้วด้วย

“และแกจะทำยังไงต่อล่ะคราวนี้”

“ผมก็คิดอยู่ว่าจะให้เธออยู่ที่นี่ก่อน จนกว่าจะเรียนรู้อะไรได้มากกว่านี้ถึงตอนนั้นผมอาจจะให้เธอกลับไปรับความจริงกับครอบครัวตัวเองก็ได้” เอเธนส์ที่เลิกคิ้วเหมือนขอความเห็นจากคริสโตเฟอร์ซึ่งนั่นก็ทำให้ผู้เป็นพ่อต้องพยักหน้า

“เป็นความคิดที่ดี แต่อย่างน้อยถ้ามีอะไรเกิดขึ้นลูกน้องที่รอแกออกคำสั่งก็พร้อมจะช่วยแกเสมอ อย่าลืมล่ะ”

“ครับ”

หญิงสาวที่ค่อยๆลืมตาตื่นเมื่อรู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามาในห้องนัยน์ตาสีดำที่กระพริบตาถี่เนื่องจากยังปรับแสงที่ส่งผ่านเข้ามาในตายังไม่เต็มที่ ก่อนจะยันตัวขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของเจ้าของที่เปิดประตูมา

“ตื่นสายชะมัด เธอเนี่ย”

หมับ !!
“ว้าย !!

มือใหญ่ที่ดึงหญิงสาวให้ลุกขึ้นจากที่นอนซึ่งนั่นก็ทำให้ร่างเล็กที่มีอาการเง้อะๆง้ะๆถึงกับเซถลาไปตามแรงก่อนชนเข้ากับแผงอกใหญ่นั้นอย่างจัง ฮาเวียร์ที่แทบจะไม่มีแรงต่อกรกับเขาได้เลยแต่เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนทีไรมันกลับทำให้เธอนั้นรู้สึกอย่างจะทำให้แก้มเนียนสีขาวตรงหน้าเป็นรอยขึ้นมาทันที

เพียะ !!!!

“นี่สำหรับเมื่อคืนที่ฉวยโอกาสฉัน” ใบหน้าหล่อที่หันไปตามแรงของฝ่ามือเล็กก่อนจะค่อยๆหันมามองพร้อมกับรอยช้ำที่มุมปาก

“พอใจแล้วใช่ไหม” น้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้น ทำให้หญิงสาวต้องผละออกมาจากอ้อมแขนของชายหนุ่มก่อนจะยืนกอดอกและยิ้มอย่างสะใจ

“แน่นอน”

หมับ

ริมฝีปากของเอเธนส์ที่นาบไปกับกลีบปากอ่อนนุ่มของฮาเวียร์ก่อนจะใช้มือใหญ่นั้นโอบเอวเล็กจนเธอถึงกับดิ้นไม่ออก หญิงสาวที่กรี๊ดอย่างกับคนบ้าเมื่อถูกชายหนุ่มตรงหน้าที่เธอไปเมื่อกี้นี้กำลังรุกล้ำเข้ามาด้านริมฝีปากอย่างจาบจ้วง ลิ้นร้อนๆที่สอดแทรกเข้ามาโพรงปากหวานก่อนจะส่งความอ่อนหวานจนเธอนั้นแทบจะหมดลมหายใจที่จะต่อกรลงทันทีมือที่เคยทุบอยู่นั้นกลับกลายเป็นรั้งท้ายทอยของร่างสูงไว้อย่างลืมตัว มือที่โอบเอวเธอนั้นก็ค่อยๆเลื่อนเข้ามาใต้เสื้อผ้าของหญิงสาวเมื่อสัมผัสถึงผิวเนื้อเนียนนั้นก็ทำให้ฮาเวียร์ได้สติก่อนจะผลักชายหนุ่มออกไปอย่างเร็วและแรงทันที

“นี่สำหรับที่เธอชอบทำอะไรตามใจตัวเอง” เอเธนส์ที่เอ่ยขึ้นก่อนจะใช้มือใหญ่ไล้ริมฝีปากของตนอย่างยั่วอารมณ์นั่นทำให้หญิงสาวต้องขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์และเดินชนไหล่ชายหนุ่มออกไปแต่ยังไม่ทันทีจะได้เดินผ่านก็ถูกมือใหญ่นั้นดึงแขนไว้

หมับ !

“เดี๋ยว !

“อะไรอีก พูดก็ได้ไม่ต้องจับ” ฮาเวียร์ที่รีบสะบัดมือออกก่อนจะหันมาแว๊ดใส่ ซึ่งชายหนุ่มก็หันมามองพฤติกรรมของหญิงสาวและยิ้มจนเธอต้องถามกลับไป

“มีอะไรก็รีบๆพูด”

“รีบๆไปอาบน้ำซะ และมาหาฉันด้วย” เอเธนส์ที่เอ่ยขึ้นก่อนจะมองหน้าหญิงสาวที่มีความโกรธแสดงอยู่เต็มใบหน้า

“ทำไมฉันต้องมาหาด้วยไม่ทราบ” ฮาเวียร์ที่ยืนกอดอกและจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัวเลยสักนิด ทำให้ชายหนุ่มต้องตัดสินใจเดินเข้ามาใกล้หญิงสาวที่ไม่มีแม้แต่จะเดินถอยหลังนั่นยิ่งทำให้เขาถึงกับตกใจอยู่ไม่น้อยที่หญิงสาวตรงหน้าไม่กลัวเขาเหมือนแต่ก่อนเลยสักนิด

“เย็นนี้ฉันต้องไปงานที่โรงแรมเมื่อวาน และมันสำคัญตรงที่ว่าฉันดันเป็นสิบคนที่ต้องเต้นรำ เลยตัดสินใจว่าจะชวนเธอไปเป็นคู่คืนนี้” เอเธนส์ที่พูดออกมาก่อนจะมองไปทางอื่นอย่างอายๆที่ต้องมาขอเธอเป็นคู่เต้นรำซึ่งเธอนั้นก็เล่นตัวเกินกว่าที่เขาจะคิดไว้

“ไม่มีทาง”

“ถ้าเธอปฏิเสธ งั้นฉันจะไปชวนโมริน่านะ อย่างน้อยเธอก็ทำตัวน่ารักกว่าเธอตั้งเยอะ” ฮาเวียร์ที่ได้ยินชื่อนั้นก็ถึงกับกำมือแน่นและพูดออกมาก่อนจะหันหลังและก้าวเท้าเดินออกจากประตูไปเหมือนจะไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

“เชิญ”

ติ้ด ติ้ด ติ้ด

จู่ๆเสียงโทรศัพท์ของเอเธนส์ก็ดังขึ้นโดยที่ชายหนุ่มนั้นก็หยิบขึ้นมาดูก่อนจะเอะใจเมื่อเบอร์ที่โชว์อยู่นั่นเขาไม่รู้จักเลยสักนิดเดียว แต่เมื่อปลายสายยังคงไม่ถอดใจและเลิกโทร ทำให้ชายหนุ่มต้องตัดสินใจกดรับอย่างแปลกอยู่ไม่น้อย

“....”

(สวัสดี ใช่เอเธนส์หรือเปล่า) เสียงที่แหลมจากปลายสายนั้นทำให้ชายหนุ่มต้องเอา

โฟนห่างจากหู ฮาเวียร์ที่กำลังจะเดินออกไปก็ต้องชะงักเท้าเพราะเธอนั้นจำเสียงนี้ได้เป็นอย่างดี

“ครับ”

(โมริน่านะ ที่เจอกันเมื่อคืน)

“อาห้ะ ว่าไงครับ”

(ได้ข่าวว่าถูกเลือกให้เต้นรำเปิดงานคืนนี้นี่)

“ใช่ครับ ดีเลยผมกะว่า...”

หมับ

“ขอโทษนะคะเขาคู่กับฉันแล้ว ถ้าจะมาเสนอตัวหาคู่ก็คงต้องไปหาคนอื่นแล้วค่ะ”

ติ้ด !!

ฮาเวียร์ที่เหวี่ยงใส่โทรศัพท์ก่อนจะกดตัดสายทันทีเมื่อพูดจบโดยไม่รอฟังคำตอบ ทำให้เอเธนส์ที่ยืนมองอยู่ถึงขำออกมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่หญิงสาวจะยื่นไอโฟนคืนเจ้าของไป

“ฉันจะไปอาบน้ำ แต่จะบอกว่าฉันเต้นไม่เป็นหรอกนะ”

“หึ ! ฉันจะสอนให้ เร็วๆล่ะกัน”

ณ.ห้องซ้อม

ห้องซ้อมเต้นรำที่มีกระจกบานใหญ่อยู่สี่มุมโดยสถานที่นี้อยู่ทางด้านหลังของคฤหาสน์ซึ่งถัดไปนั้นเป็นสนามยิงปืนของที่นี่โดยเฉพาะชายหนุ่มที่พาหญิงสาวเดินเข้ามาด้านในโดยที่เธอนั้นไม่เคยเห็นมาก่อน

“นายมีห้องซ้อมด้วยเหรอ” น้ำเสียงตกใจของหญิงสาวก่อนจะมองไปรอบๆ ชายหนุ่มที่เดินตามหญิงสาวมาจนถึงใจกลางของห้องก่อนจะเรียก

“เฮ้ ! มันไม่มีอะไรน่าดูหรอกน่า” ชายหนุ่มที่เอ่ยขึ้นก่อนจะดึงแขนหญิงสาวให้หันกลับมาโดยที่เธอเองนั้นก็จะชักมือของตัวเองกลับแต่เอเธนส์นั้นก็กระชากมาจนแนบชิดแผงอก

“รีบๆซ้อมจะได้รีบๆเข้าใจและได้รีบๆจบๆ ไม่งั้นฉันจะแสดงเซ็กส์สดที่นี่นะ” ร่างสูงที่เอ่ยขึ้นมาก่อนจะเอียงคออย่างน่ารักทำให้หญิงสาวที่ได้ยินดังนั้นก็แทบอยากจะกระโดดกัดหูแต่ก็ถูกชายหนุ่มจับเอวไว้และเหวี่ยงออกโดยที่ฮาเวียร์นั้นก็ใช้มืออีกข้างจับมือของชายหนุ่มที่ยื่นไว้อย่างแน่น ก่อนจะหมุนตัวเข้ามาและเอนตัวไปด้านหลังโดยมีชายหนุ่มก้มตามลงมา

“ก็เต้นเป็นนี่”

“ฉันไม่ชอบเต้นรำ” ชายหนุ่มที่ผละตัวออกและเดินไปเปิดดนตรีคลอหูเบาๆและรีบเดินมาหาหญิงสาวที่มองการกระทำของเขาอยู่

“เอาล่ะนะ” เอเธนส์ที่พูดก่อนจะใช้มือขวาโอบหลังของหญิงสาวไว้ส่วนอีกมือนั้นยื่นไปด้านข้างขนานกับไหล่โดยที่มือเธอนั้นก็วางไปบนบ่าของชายหนุ่มและมือด้านขวาก็ค่อยๆวางลงไปบนฝ่ามือใหญ่นั้น

“ไม่มีใครเขาเต้นหลบตากันหรอกนะ มองหน้าสิ” หญิงสาวที่ถอนหายใจก่อนจะเงยหน้ามองโดยที่เท้าของชายหนุ่มก็ค่อยๆเคลื่อนที่ไปทางด้านซ้ายอย่างช้าๆ ซึ่งเธอเองนั้นก็ไหลตามไปเรื่อยๆ ทุกท่วงท่าที่เขานั้นยื่นให้เธอก็รับและทำต่อได้ทุกท่า ชายหนุ่มที่ลอบยิ้มน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวหมุนตัวเข้ามาหาลักยิ้มที่เผยอย่างน่ารักนั้นทำให้หญิงสาวต้องเอ่ยถาม

“ยิ้มอะไร”

“ทำไมคนอย่างฉันมันยิ้มไม่ได้หรือไง” เอเธนส์ที่เลิกคิ้วขึ้นเมื่อค่อยก้าวเท้าไปเรื่อยโดยที่หญิงสาวที่เขาโอบอยู่นั้นก็เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

“ทำหน้าเฉยๆอ่ะดีแล้ว เวลายิ้มมันรู้สึกขนลุก” ฮาเวียร์ที่ทำท่าทำทาง เพื่อให้ชายหนุ่มเข้าใจว่าตอนนี้เธออยากจะหยุดการเต้นนี้แล้ว

“แต่ฉันชอบนะ” เอเธนส์ที่จ้องตาหญิงสาวก่อนจะพูดซึ่งนั่นก็ทำให้เธอนั้นต้องเอ่ยสวนออกมาอย่างไม่ต้องคิดเลย

“แต่ฉันไม่ชอบเข้าใจนะ”

“หึ !

 

19:00 PM

ชายหนุ่มที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวเน็คไทสีแดงโดยมีเสื้อสูทธนั้นพาดบ่าอยู่ใบหน้าที่หล่ออยู่แล้ว เมื่อถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจากเม็คอัพอาร์ทติสหรือช่างแต่งหน้าชื่อดังก็ทำให้เขานั้นดูหล่อขึ้นมาราวกับรูปปั้นแกะสลัก แม้จะไม่แต่งแต้มอะไรมากมายแต่มันก็สามารถขับให้เขาแลดูมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก ส่วนหญิงสาวนั้นก็ค่อยๆเดินออกมาจากห้องแต่งหน้าอีกห้องหนึ่ง จากที่เธอมีลักษณะสวยเปรี้ยวอยู่แล้ว การแต่งหน้าที่ลงตัวพร้อมกับไล้โครงหน้าเรียวนั้นอย่างเพอร์เฟ็คส่งผลให้หญิงสาวนั้นมีความหวานในตัวเพิ่มมากขึ้น ริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่น่าสัมผัสนั้นไม่ใช่แค่บอดีการ์ดที่ถึงกับมองตาไม่กระพริบ แม้กระทั่งชายหนุ่มที่ยืนรอเธออยู่เมื่อเห็นหญิงสาวที่อยู่ในชุดเต้นรำสีฟ้านั้นก็ทำให้เขาแทบลืมหายใจไปเลยทันที

“นี่ ! ช่วยหน่อยสิ ฉันไม่เคยใส่รองเท้าส้นสูงขนาดนี้นะ” ฮาเวียร์ที่ใช้มือทั้งสองข้างยกชายกระโปรงเพื่อไม่ให้ละพื้นก่อนจะตะโกนเรียกชายหนุ่มที่มองมาทางเธอราวกับต้องมนต์สะกด

“ฮ่าๆๆๆ ก็เตี้ยเองทำไม มานี่มา” เอเธนส์ที่ยิ้มอย่างน่ารักก่อนจะเดินไปหาและยื่นมือไปด้านหน้าของหญิงสาวซึ่งเธอเองนั้นก็ต้องวางมือลงไปเพื่อหวังว่าเขาจะช่วยพยุงเธอไม่ให้ล้มลง

หมับ

หวืด ~~~

 “อุ้มละกัน จะได้ไม่ต้องเดิน” หญิงสาวที่ถูกเอเธนส์ดึงก่อนจะใช้มืออีกข้างช้อนตัวเธอขึ้นและเดินไปยังรถ Audi R8 Spyder สีขาวก่อนจะวางตัวเธอลงและเปิดประตูให้

“ว้าย !!

“ระวัง !” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ยืนก็ต้องลื่นล้มแต่ดีตรงที่ว่าชายหนุ่มนั้นเอื้อมมือรับตัวเธอไว้ก่อนและดึงเข้าหา ซึ่งเธอเองนั้นก็แทบจะเซถลาเข้ามาทันที นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่จ้องมองไปยังนัยน์ตาสีฟ้าเนื่องจากใส่คอนแท็คเลนส์ก่อนจะพูด

“ดูไปดูมาก็สวยดีนะ เธอเนี่ยคิดไม่ผิดจริงๆ” เอเธนส์ที่เอ่ยขึ้นอย่างขำๆ ซึ่งนั่นทำให้หญิงสาวต้องเบือนหน้าหนีก่อนจะพูด

“ขอบใจ” หญิงสาวที่รีบดันชายหนุ่มและเปิดประตูรถเองก่อนจะทิ้งตัวลงเข้าไปนั่งก่อนจะปิดประตูใส่หน้าชายหนุ่มที่ยังคงมองหญิงสาวไม่วางตา เอเธนส์ที่เดินไปอีกข้างและเปิดประตูทิ้งตัวเข้าไปด้านใน โดยไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาทั้งสอง

ชายหนุ่มที่ขับไปตามถนนด้วยความเร็วเนื่องจากงานใกล้จะเริ่มแล้ว แต่เมื่อถึงทางโค้งที่เจ้าตัวนั้นต้องชะลอรถแต่ไหนกลับเป็นว่ามันไม่ชะลออย่างที่คิดนี่สิ

เอี๊ยดดดดดดด !!

รถคันสวยที่เหวี่ยงตัวเองเพื่อเลี้ยงโค้งอย่างหวาดเสียวซึ่งนั่นก็ทำให้เอเธนส์ต้องเหยียบเบรกอีกครั้ง

กึก กึก กึก

“มีอะไร เอเธนส์ !

“โอ้ว ! เบรกแตก !” เอเธนส์ที่หันมามองหญิงสาวที่มีอาการตื่นตกใจไม่แพ้กัน

เอี๊ยดดดดดด !!

ตัวรถที่เหวี่ยงอีกครั้งจนหญิงสาวต้องจับคอนโซลรถไว้อย่างตกใจ เมื่อทางข้างหน้านั้นถ้าเจ้าตัวเลี้ยวไม่ทันคือแม่น้ำที่มีความลึกประมาณแปดสิบเมตร ซึ่งหญิงสาวนั้นก็ถึงกับหน้าซีด

“อะ..เอเธนส์ เลี้ยวได้ไหม”

“เธอว่ายน้ำเป็นไหม” เอเธนส์ที่ปล่อยพวงมาลัยทันทีก่อนจะหันมาถามหญิงสาวที่แทบจะพูดไม่ออก

“ไม่นะ !

“เปิดประตู ฮาเวียร์ !

“เอเธนส์ นายทำอะไรเนี่ย !” หญิงสาวที่หันมาพูดก่อนจะดึงสายนิรภัยออกซึ่งนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มต้องย้ำคำพูดเดิมอีกครั้ง

“เปิดประตูรถ ! เดี๋ยวนี้ !” รถคันสวยที่เริ่มวิ่งตรงดิ่งด้วยความเร็วไปยังด้านหน้าที่มีต้นไม้สองสามต้นที่ขวางทางอยู่ ชายหนุ่มที่เหยียบคันเร่งอีกครั้งก่อนจะหันไปเปิดประตูให้หญิงสาว ที่แทบจะทำอะไรไม่ถูก

“ฉันยังไม่อยากตายนะ เอเธนส์ !

“ไม่ตายหรอกน่า”

“กรี๊ดดดดดดดด !!!

พลั่วะ !!!!

รถคันสวยที่ชนต้นไม้ก่อนจะพุ่งไปยังแม่น้ำด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มที่ตั้งสติได้ก็กระโดดไปทางประตูหญิงสาวโดยที่แขนใหญ่นั้นโอบเอวเธอไว้ก่อนจะพูด

“กระโดด !

“เอเธนส์ !!!

ตู้มมมมมมมมมมม !!!!!

ตู้มมมมมมมมมมม !!!!!

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว