ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนครับ 😘😘

ตอนที่ 4 ช่วยเหลือสาวงาม(2) เกือบNC 18+

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ช่วยเหลือสาวงาม(2) เกือบNC 18+

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2560 17:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ช่วยเหลือสาวงาม(2) เกือบNC 18+
แบบอักษร

ตอนที่ 4 ช่วยเหลือสาวงาม(2)


 “ข้าชอบทำตอนที่นางขัดขืนมากกว่าแต่  ข้าคงไม่มีทางเลือก ” หมอปีศาจกล่าวพร้อมนำบางสิ่งออกมาจากแหวนมิติระดับเงิน เป็แหวนมิติที่ราแพงมหาศาลในเมืองหมอกม่วง ยาหยินราคะ เป็นยาที่สกัดจากสมุนไพรธาตุหยินและสมุรไพรนับสิบที่ช่วยเพิ่มความใคร่เพิ่มความต้องการความใคร่ของสตรีมากพอที่จะทำให้สตรีหลงให้ในกามเลยก็ว่าได้ อเล็กซ์ที่เฝ้าดูอยู่นั้นเหมือนใจคอไม่ดีไม่รู้ว่ามันจะเอาอะไรให้นางกิน โดยไม่รอช้าอเล็กซ์พุ่งไปหาหมอปีศาจด้วยความเร็วสูงสุดหวังจะขัดหวางและช่วยเหลือเด็กสาว   


 ทางด้าน หมอปีศาจเกาเจิงอู่ก็พุ่งเข้าหาหม่าอิ๋งอิ๋งอย่างรวดขณะเข้าใกล้นางเรื่อยๆ หม่าอิ๋งอิ๋งยิ่งมาหน้าของนางยิ่งซีดราวกับคนตาย ยาที่หมอปีศาจนำออกมาจะให้ตนกินนั้นไม่ใช่ยาที่รักษาตนแน่นอน  นางยิ่งตัดสินใจอย่างแน่วแนพร้อมฆ่าตัวตาย นางหลับตาลงพร้อมฆ่าตัวตายแต่นางช้าไปก้าวหนึ่งเท่านั้น เพาระหมอปีศาจนั้นนำยาเข้าปากนาง มันยังใช้แรงกดนั้นชนชั้นลมปราณที่สูงกว่า


แม้ห่างกันแค่ลมปราณหลอมรวมขั้นที่ 8 กับลมปราณแก่นแท้ขั้นที่ 1 ถึงจะห่างกัน 2ขั้นแต่ขั้น

ลมปราณหลอมรวมกับลมปราณแก่นแท้ก็ห่างกันมากนางนั้นยังถูกมัดด้วยเถาวัลย์ดูดลมปราณแล้วแต่ไม่สามารถขยับอันใดได้เลย หลังจากยาเข้าปากใหลลงสู่ท้องความร้อนกับความเย็นก็สูงขึ้นในร่างกายเป็นความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


“โถ่เว้ยไม่ทันหรอเนี่ย"


ทางด้านอเล็กซ์สบถออกมาด้วยอารมณ์หงุดหงิดแม้จะใช้ความเร็วสูงสุดของตนเองแต่ก็ไม่ทันเวลาโดนไม่รอช้าอเล็กซ์พุ่งเข้าหาหมอปีศาจเกาเจิงอู่ด้วยความรวดเร็วสูงสุด พลันออร่าแวมไพร์สีแดงโลหิตเพิ่มขึ้นมหาศาลหมุนวนที่หมัดของอเล็กซ์เพื่องสังหารเจ้าหมอปีศาจเกาเจิงอู่ผู้นี้ให้ตายคามีเพราะมันบังอาจมาขืนใจสาวงามซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเกลียดมากที่สุด ขณะอเล็กซ์พุ่งด้วยความเร็วสูงสุดพร้อมออร่าที่หน้าหวาดกลัวสีแดงฉานเข้าใกล้หมอปีศาจ 30 ก้าว


หมอปีศาจพลันสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลแผ่พุ่งมาจากด้านหลังของมัน มันรีบนำอาวุธออกมาจากแหวนมิติทันทีพร้อมหันหลังโจมตีสวนกลับ มันพบเห็นออร่าสีแดงฉานที่ครอบคลุมหมัดของอเล็กซ์มันก็หมาดกลัวขึ้นมาทันทีพลังที่แดงที่มันเห็นช่างแตกต่างจากพลังลมปราณที่มันรู้จัก มันรีบตั้งสติก่อนจะสำรวจอเล็กซ์ทันทีทันใดนั้นมันก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง


“ฮ่าๆๆๆๆ มีพลังแค่ระดับกำเนิดขั้น ริคิดอาจโจมตีข้างั้นรึ”

มันหัวเราะและกล่าวอย่างดูถูกจะอย่างไรมันมันก็เป็นตัวนขั้นแก่นแท้ระดับกำเนิดจะสามารถทำอันใดได้   มันคิดได้เช่นนั้นมันจับกระบี่แน่นกระบี่ที่มันนำออกมาคือกระบี่โลหิตตัดสรรวค์เล่มกระบี่สีแดงฉานมีรวดลายมังกรที่ด้ามจับดูน่าเกรงขาม   เป็นอาวุธระดับแก่นแท้ขั้นต่ำ ถึงจะขั้นต่ำมันก็เป็นอาวุธระดับแก่นแท้แถมผู้ใช้มันเป็นตัวตนขั้นแก่นแท้มันจึงสามรถใช้ออกมาได้อย่างเต็มกำลังมันตวัดกระบี่อย่างรวดพร้อมกะโตน   “โลหิตผ่าวิญญาณ”คลื่นปราณกระบี่สีแดงอ่อนแต่แฝงด้วยพลัง มันใช้พลังแค่ห้าในสิบส่วน ส่งปราณกระบี่พุ่งเข้าหาอเล็กซ์อย่างรวดเร็วอเล็กซ์ปะทะเข้ากับหมัดของอเล็กซ็อย่างรุนแนง


“ปัง ปัง ปัง”

ปราณกระบี่มะลายหายไปทันทีที่เข้าปะทะกับหมัดของอเล็กซ์ “อะไรกัน!!”  หมอปีศาจกล่าวด้วยเสียงตะกุกตะกักมันมิคาดคิดมาก่อนว่าแค่ระดับลมปราณกำเนิด จะสามารถทำลายการโจมตีของมันได้จนหมดสิ้นหากมันเอาไปเล่าให้ใครฟังพวกมันคงไม่มีทางเชื่อเป็นแน่ว่าลมปราณกำเนิดขั้นที่2 จะสามารถทำลายการโจมตีระดับลมปราณแก่นแท้อย่างง่ายดายถึงแม้มันจะโจมตีแค่ห้าในสิบส่วนก็ตามที


ยังไม่หายตกใจหมัดของอเล็กซ์ก็พุ่งเข้าหาหมอปีศาจถึงพลังจะลดลงไปครึ่งหนึ่งของออร่าเดิม    หมอปีศาจเกาเจิงอู่รีบตั้งสติทันที เมื่อนเห็นอ่อร่าสีแดงแห่งความตายใกล้เข้ามาเรื่อยๆ โดยไม่รอช้ามันยกกระบี่โลหิตตัดสวรรค์ ในท่าป้องกันพร้อมกับเร่งปราณทั้งหมดทั่วร่างปราณสีแดงอ่อนก็ครอบคลุมกระบี่ไว้มันใช้พลังปราณทั้งหมดทั่วร่างของมัน มันก็ยกยิ้มที่มุมปากอย่างชั่วร้ายพร้อมกับคิดในใจว่า”เจ้าหนูน้อยถึงคราวแรกข้าจะประมาทแต่คราวนี้ละก็ เจ้าไม้รอดแน่” มันคิดในใจว่าการโจมตีของเอล็กซ์คือพลังทั้งหมดของอเล็กซ์แล้วแต่มันคิดผิดนี่แค่พลังน้อยนิดจากพลังของเขาเท่านั้น


หลังจากพุ่งมาห่างจากเจ้าหมอปีศาจราว10ก้าวอเล็กซ์เพิ่มออร่าสีแดงอย่างกระทันหันแถมพลังนี้ยังมากกว่าหมัดที่เข้าโจมตีคราแรกหลายเท่านัก ออร่ามหาศาลหมุนวนรอบหมัดของเขาแต่จู่ๆเขากลับเปลี่ยนหมัดขวาให้กลายเป็นกรงเล็บที่แหลมคม ราวกลับกรงเล็กปีศาจเขาสร้างกรงเล็กขนาดใหญ่ขึ้น ออร่ากรงเล็บนั้นมองดูราวกับเคียวยมทูตแห่งความตายที่พร้อมจะพรากชีวิตของหมอปีศาจเกาเจิงอู่ได้ทุกเมื่อ


“ปัง ฉึก ฉึก”

“อ๊ากกกกกกกกกก”

เสียงปะทะแตกหักของพลังอย่างรุนแรง ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนของหมอปีศาจเกาเจิงอู่ หลังจากเวลาผ่านเสียงเงียบเข้าปกคลุม  สภาพของอเล็กซ์นั้นมือขวานั้นฉีกขาดแผลลึกนั้นเห็นถึงกระดูกรูปแขนที่บิดเบี้ยวร่างที่โชกเลือด ทางหมอปีศาจเกาเจิงอู่นั้นแย่กว่าอเล็กซ์มากนักท้องมันกลวงโบ๋แขนข้างขวาที่ใช้จับกระบี่ขาด การหายใจโรยรินแทบสิ้นใจ ดาบโลหิตตัดสวรรค์ถูกคลื่นพลังจาการปะทะกระเด็นไปไกลกว่าร้อยก้าว 


อเล็กซ์มองดูมือตนเองก็พบว่าบาดแผลสมานตัวอย่างรวดเร็วร่างแขนที่บิดเบี้ยวไร้รูปลักษณ์เดิม จนกลับมาเป็นปกติ ร่างเขานั้นโชกเลือดเหมือนเดิม  หลังจากสำรวจตนเองว่าไม่มีบาดแผลแล้ว เขาพลันก้าวเดินไปหาหมอปีศาจเกาเจิงอู่อย่างช้าๆราวกับการก้าวย่างของยมทูต หมอปีศาจเกาเจิงอู่นั้นมันไม่ทราบเลยว่ามันสร้างความแค้นอะไรให้เจ้าหนุ่มผู้นี้มันถึงได้โจมตีมันแต่พอมันคิดนั้นมันก็พึ่งรู้ว่าศัตรูมันหาน้อยไม่ มันได้แต่จ้องมองเขาอย่างเครียดแค้นพร้อมสาปแช่งในใจ


อเล็กซ์เหลือบมองไปที่ แม่สาวน้อยหม่าอิ๋งอิ๋งที่ตอนนี้กำโดนไฟราคะสุมอยู่ร่างกายที่บิดไปมา กับเสียงครางที่ส่งมา มือที่ลูบคลำร่องสวรรค์ “อ้าา อ้าา ช่วย ข้าด้วยข้ารู้สึกแปลกๆ อ้าา อ้าา” เนื่องจากโดนยาที่หมอปีศาจเกาเจิงอู่ให้นางกิน  เขาอดไม่ได้จะจ้องไม่วางสายตาจากนางเพราะความงามนับว่างดงามยิ่งนัก สาวงามจากโลกเดิมของเขาก็ไม่สามารถนำมาเทียบกับนางได้  เขาพลันได้สติจากความงามกับร่างที่บิดส่ายไปมาช่างเย้ายวนชวนให้ลิ้มลอง สิ่งที่เกิดขึ้นพอจะคาดเดาได้ว่ามันเอายาอะไรให้นางกิน เมื่อคิดเช่นนั้นได้แล้วเขาหยุดเขาตรงหน้าร่างที่กำลังตายของหมอปีศาจเกาเจิงอู่และมองมันอย่างเฉยชา


“จ เจ้าจจะทำไร ถอย  ไป อย่าเข้า มา อั๊ก ? ”

มันกล่าวด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง มันคิดได้ว่าชีวิตนี้มันต้องจบสิ้นแล้ว และต้องเป็นดั่งที่มันเช่นนั้น เขาจับคอมันและพุ่งไปข้างอย่างรวดเร็วให้ห่างจากหม่าอิ๋งอิ๋ง ไปได้ไม่ถึง ลี้ เขาพลันหยุดร่างลง


เขามองหมอปีศาจด้วยหน้าตาที่เฉยชา เขายกร่างมันขึ้น ออกแรงบีบมือเขาเล็กน้อย  “แก็กก” เสียงกระดูกคอ ที่แตกหัก  “ถึงจะไม่อยากฆ่าคน แต่เราไม่มีทางเลือก เราจะไม่ยอมให้ใครมารังแกเราได้อีกต่อไป ทางเดียวที่จะมีชีวิตรอด เราจะต้องแข็งแกร่งเท่านั้น” เขากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง เหมือนกำลังตัดสินใจบางอย่างที่สำคัญ “ฉึก” เสียงเหมือนกับเสือที่ขย้ำเหยื่อ ใช่แล้วอเล็กซ์กัดคอมันดื่มเลือดจากร่างกายมัน เลือดที่ไหลสู่ปากสำหรับเขานั้นมันอร่อยหอมหวานราวกับขนมหวานราคาแพงที่นานนับปีจะได้กินครั้งหนึ่ง ขณะเขาดื่มเลือดมันนั้นภาพความทรงจำต่างๆความรู้ด้านการปรุงยาด้านการแพทย์ ภาพที่หญึงสาวถูกขีนใจมากมายจากหมอปีศาจเกาเจิงอู่ วิชาโลหิตต่างๆจากสำนักอสูรโลหิต คัมภีร์ลับวิถีหยินหยาง


“นี่มันความสามารถดูความทรงจำขณะดูดเลือด แล้วไหนจะโลกที่มีแต่ผู้ใช้พลังลมปราณ และพลังที่เรารู้สึกได้จากการดื่มเลือดเจ้าสิงโตยักษ์นั่นอีก”เขาตกใจล็กน้อยที่แวมไพร์มีความสารถแบบนี้ กับเรื่องที่เขาคาดเดาว่ามาโผล่ที่โลกอื่น ผมสีดำเขาจู่ๆเปลี่ยนเป็นสีขาวมันวาวงดงามปานเซียนสวรรค์ คิ้วที่คมแข้ม ดวงตาสีน้ำตาลกลับกลายเป็นสีแดงฉานดูล้ำลึกเวลาจ้องมองกับ ใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นเล็กน้อยแต่ไม่สามรถมาบดบังความหล่อเหลาของเขาได้เลย


ใบหน้าที่เรียวเข้าทรงจมูกที่คมสัน ช่วงปลายใบหูที่ดูแหลมเล็กน้อยร่างกายที่สมส่วนมีมัดกล้ามที่สมชายชาตรีแม้สภาพของเขาที่ดูเหมือนผ่านการต่อสู้มาจากสงครามร่างกายที่โชกเลือดนั้นเอง พลังสายเลือดบริสุทธิ์ของราชันแวมไพร์ของเขานั้นตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว   กับร่างกายที่เปลี่ยนแปลงราวกับเป็นคนละคนเลยก็ว่าได้  “ข้ารู้สึกได้เลยว่าพลังแวมไพร์ข้าตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว”เขาคิดในใจกับพลังที่เพิ่มขึ้นมหาศาล  แต่ยังไม่ลืมที่จะพูดภาษาจีนให้เข้ากับคนในโลกนี้ หลังจากดื่มเลือดเจ้าหมอปีศาจจนหมดตัวมันแล้วร่างกายที่หลือแต่หนังหุ้มกระดูกราวกับถูกสัตว์ปีศาจสูบเลือดจนหมดตัว เขาโยนร่างมันลงแล้วหลับตาลง 


 เขาพลันสงบสติอารมณ์อีกครั้ง และทบทวนจากที่ได้มาจากความทรงจำของมัน อเล็กซ์ยกยิ้มมุมอย่างตื่นเต้น จนลืมเลยว่าตนเองฆ่าคนครั้งแรกในชีวิต แต่เขากลับไม่รู้สึกอะไรเลยกับฆ่าคนครั้งแรกและดื่มเลือดมนุษย์ครั้งแรก เขากับยินดียิ่งกับสิ่งที่ได้พบราวกับสวรรค์หล่นทับเพราะวิชาแพทย์ที่รักษาได้ทุกโรคเลยก็ว่าได้การกลั่นโอสรธต่างๆนับว่าไม่ได้ยากสำหรับเขาหากที่จะทำมันเลย หากทำความเข้าใจทำมันและไหนจะวิชาฝึกยุทธคนที่ฝึกวิชานี้ที่หลับนอนกับหญึงสาวสามารถเพิ่มพลังปราณได้อย่างก้าวกระโดด ถ้าเป็นสาวบริสุทธิ์แล้วยิ่งเพิ่มขึ้นหลายเท่า  



 คัมภีร์ลับวิถีหยินหยาง นั้นอาจจะเรียกได้ว่าอาจจะเรียกได้ว่าเป็นวิชาที่ผู้ฝึกยุทธต้องการมากที่สุดหากสำนัก หรือพรรคใหญ่ๆในทวีปนี้รู้ว่าวิชานี้อยู่กับหมอปีศาจเกาเจิงอู่  มันจะต้องถูกตามล่าทั้งทวีปเป็นแน่ในการเป็นผู้ฝึกยุทธเลยก็ว่าได้ ผู้ฝึกวิชานี้นั้นจะได้รับการปรับแต่งร่างกายใหม่ให้ร่างกายสมดุลกับพลังที่เพิ่มขึ้นการปรับแต่งกระดูกเส้นเลือดต่างๆในร่างกาย แต่สำหรับอเล็กการปรับแต่งร่างกายนั้นไม่สำคัญเลยเพราะมีร่างกายที่อมตะอยู่แล้ว หมอปีศาจเกาเจิงอู่นั้นมันแค่ฝึกวิชานี้ครึ่งปีแต่ระดับลมปราณมันนั้นก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจาก แต่มันต้องแลกมาด้วยการฉุดหญิงสาวมาร่วมหลับนอนจำนวนมาก


“ลองใช้วิชาที่ได้มาดีกว่า !!ก้าวย่างไร้วิญญาณ”

 เขากล่าวพร้อมพุ่งไปหาสาวงามที่ถูกวางยาอยู่โดยใช้ทักษะการเคลื่อนไหวที่ได้มาจากหมอปีศาจเกาเจิงอู่  แต่มันไม่ง่ายเช่นนั้นด้วยลมปราณที่อ่อนด้อยกับทั้งยังไม่คุ้นชินกับวิชาเหล่านี้จึงดูไม่เหมือนการใช้ทักษะสักเท่าไหร่  ก้าวย่างไร้วิญญาณ   นั้นเป็นทักษะการเร่งลมปราณใต้เท้าส่งเสริมการเคลื่อนไหวให้รวดเร็วยิ่งขึ้นสามารถสร้างภาพติดตาได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ฝึกและระดับพลังลมปราณของผู้ฝึก “ไม่ไหวข้ายังคงไม่คุ้นชินกับทักษะพวกนี้  คงต้องกลับไปใช้พลังเดิมก่อน”ไม่รอช้าเขาใช้พลังจากออร่าห่อหุ้มขาทั้งสองข้างพุ่งไปอย่างรวดเร็วไม่นานก็มาถึงสถานที่ๆเขาต่อสู้เพื่อช่วยเหลือสาวงาม

“อ้าาาาา   อ้าาาาา  ซื้ดดดด”

เสียงคราญครางอันแสนเย้ายวนของสาวงามที่นอนอยู่ห่างจากอเล็กซ์ไม่ถึงสิบก้าวร่างเปลือยเปล่า หน้าตาที่แต่งเติมด้วยราคะ มือที่ลูบคลำร่องสวรรค์ กับน้ำทิพย์สวาทที่เจิ่งนองตรงร่องสวรรคค์ไหลอย่างไม่ขาดสาย ยอดเขาขนาดพอดีไม่ใหญ่จนเกินไปถ้าเทียบกับเด็กสาวอายุ 16 ปีถือว่าใหญ่กว่าเลยที่เดียว ร่างที่บิดไปมาด้วยความเสียวซ่านจากฤทธิ์ยา 


......


ความคิดเห็น