นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายหื่นฮา เป็นแนวใหม่ที่ไม่เคยเขียนเหมือนกัน หวังว่าคนอ่านคงจะชอบนะคะ อัพไม่เป็นเวลาค่ะ สุดแต่ว่าจะว่างตอนไหนและปั่นทันรึเปล่า แรกๆ คงอัพได้ทุกวัน แต่หลังจากหมดสต็อกแล้วอาจต้องรอกันบ้างนะคะ อย่าด่ากันล่ะถ้าอัพช้าหรือหยุดอัพไปบ้าง ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า ^ ^

น้ำตาลูกผู้ชาย (ต้น) T T พี่บอสขาาาาา

ชื่อตอน : น้ำตาลูกผู้ชาย (ต้น) T T พี่บอสขาาาาา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 73.8k

ความคิดเห็น : 70

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2560 18:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 600
× 0
× 0
แชร์ :
น้ำตาลูกผู้ชาย (ต้น) T T พี่บอสขาาาาา
แบบอักษร

21.น้ำตาลูกผู้ชาย

พอป้าเจียมเดินเร็วๆ ไปทำตามคำสั่งของเธอแล้ว สัตตบงกชก็เดินเข้ามาหาบุญฤทธิ์ที่นั่งมองออกไปทางทะเล เธอบีบบ่าเขาและถามเสียงเบา

"คิดถึงคุณปู่เหรอคะ"

"บ้านหลังนี้มีความทรงจำมากเกินไป ตั้งแต่คุณปู่เสีย...พี่ไม่กล้ามาที่นี่อีกเลย" พูดจบชายหนุ่มก็หันหน้ากลับมามองสัตตบงกชแล้วยิ้มเศร้าๆ ให้ "ขอโทษที่เศร้า ไม่ต้องสนใจพี่หรอก อย่าให้อารมณ์หม่นหมองของพี่ทำให้บัวพลอยเศร้าไปด้วย บัวมาเที่ยวควรที่จะสนุก"

"ถ้าเรากลับไปกรุงเทพ เราไปไหว้คุณปู่กันนะคะ"

คำชวนของเธอทำให้บุญฤทธิ์งงเล็กน้อย ไม่เคยมีใครชวนเขาแบบนี้เลย และตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา เขามัวแต่ลุยงาน ขนาดไปไหว้คนที่ตนเองรักก็ยังไม่เคยไป

"ไปกันเลยไหมล่ะ บัวอิ่มรึยัง"

"จะกลับกรุงเทพเดี๋ยวนี้เลยเหรอคะ" สัตตบงกชเลิกคิ้วอย่างตกใจ เธอมาทะเลแต่เท้ายังไม่ได้เหยียบน้ำทะเลสักหยดเลยนะ ออกจะเสียดายไม่ได้

บุญฤทธิ์ส่ายหน้า "อัฐิของคุณปู่บรรจุเอาไว้ที่นี่ อยู่รวมกับคุณย่า"

- - - - - - - - - -


ตกลงใจกันปุบปับเรียบร้อยบุญฤทธิ์ก็พาสัตตบงกชมาขึ้นรถ ไม่สนใจป้าเจียมที่กระโดดโลดเต้นพร้อมแก้วนมปั่นในมือเลย

ชายหนุ่มที่สัตตบงกชเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเขาใจร้อนขับรถไม่นานก็พาเธอเข้ามาในวันแห่งหนึ่งแล้วก็พาเดินดุ่มๆ เข้ามาด้านข้างวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของเจดีย์บรรจุอัฐิจำนวนมาก

แม้ว่าเขาจะเคยมาที่นี่เพียงครั้งเดียวในวันบรรจุอัฐิของปู่ แต่บุญฤทธิ์กลับก้าวอย่างมั่นใจตรงไปยังเจดีย์ของปู่กับย่าที่ตั้งอยู่ติดรั้ว

เจดีย์สีขาวเรียบๆ นั้นไม่ได้ประดับตกแต่งด้วยสีทอง กระจกสี หรือหินสีเพิ่มความสวยงาม ขนาดรูปถ่ายที่บางคนนิยมติดเอาไว้ให้ลูกหลานได้ระลึกถึง เจดีย์นี้ยังไม่มี

เจดีย์เรียบๆ นี้ถูกทาสีขาวและสลักชื่อปู่ลงไปเพิ่มในวันที่ท่านไม่อยู่แล้วเท่านั้น

บุญฤทธิ์ทรุดตัวลงไปคุกเข่ากับพื้นปูนที่ดูไม่สะอาดนักทันที เขากราบลงที่เจดีย์ แล้วแนบหน้าผากอยู่กับฐานเจดีย์แบบนั้นจนสัตตบงกชเห็นว่าไหล่เขาสั่นสะท้าน

นั่นเขาร้องไห้หรือ

เห็นคนที่ตนรักอ่อนแอแบบนั้นแล้วสัตตบงกชก็ทำอะไรไม่ถูก

คนแบบเธอ หากให้ไปด่า ไปหาเรื่องกับใครเหมาะกว่าให้ไปปลอบใคร

ในเมื่อจะเดินหนีก็ไม่ดี ปลอบใครเขาก็ไม่เป็น หญิงสาวก็ตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณของตนเอง ทำในสิ่งที่ตนอยากทำ

บุญฤทธิ์รู้สึกถึงความอบอุ่นที่โอบล้อมเขาจากทางด้านหลัง รับรู้ว่าสัตตบงกชกำลังกอดเขาแน่น เธอถ่ายทอดความรัก ความปรารถนาดี ความเป็นห่วงผ่านกิริยาอ่อนโยนจนเขาสะอื้นแรงขึ้น แรงขึ้น เขาร้องไห้เหมือนเด็กๆ ร้องโดยไม่อาจหักห้ามตนเองได้ และไม่อายใครหน้าไหนทั้งนั้น

ตอนเรือล่ม และคุณปู่ช็อกจนเสียชีวิต เขามีเรื่องที่ต้องแบกเอาไว้บนบ่ามากมายจึงไม่มีเวลาแม้แต่จะเศร้าเสียใจ

ขนาดในวันงานของคนที่เขารักสุดหัวใจ เขายังต้องวิ่งวุ่นไปหาผู้หลักผู้ใหญ่ในงานเพื่อขอกู้เงินและประนอมหนี้

เขาไม่เคยเสียน้ำตาให้คนที่เขารักสักหยดเดียว แต่วันนี้ ได้เวลาที่น้ำตาทุกหยดที่คั่งค้างอยู่ภายในใจจะไหลหลั่งออกมา น้ำตาแห่งความทุกข์จากความพรากจาก น้ำตาแห่งความหวาดกลัวกับอนาคต น้ำตาแห่งความยินดีในความสำเร็จ และน้ำตาแห่งความสุขที่เขากำลังจะมีลูก เหลนที่คุณปู่เคยอยากได้หนักหนาแต่ไม่มีโอกาสได้อุ้ม

เมื่อร้องไห้เอาความรู้สึกต่างๆ ที่ทับถมอยู่ในใจออกมาทั้งหมดแล้วชายหนุ่มก็ยืดตัวตรงได้อีกครั้ง เขาใช้หลังมือปาดน้ำตาออกไปจากใบหน้าแล้วพูดกับคุณปู่

"ขอโทษครับที่ผมมาไหว้คุณปู่ช้า แต่คุณปู่คงไม่โกรธเพราะคุณปู่คงเฝ้าดูผมอยู่เสมอ รับรู้ว่าผมกำลังทำอะไร ลำบากแค่ไหน ต้องทุ่มเทแค่ไหน และวันนี้ประสบความสำเร็จแค่ไหน" บุญฤทธิ์ยิ้มให้เจดีย์สีขาวตรงหน้า เจดีย์ที่เป็นปูนทาสีไร้ชีวิต แต่เขากลับคุยกับมันเหมือนมีชีวิต "วันนี้ผมมีอีกเรื่องที่ต้องเรียนให้คุณปู่ทราบ ผมมีเมีย มีลูกแล้วนะ"

นาทีนั้นเองที่บุญฤทธิ์หันไปหาสัตตบงกชที่คุกเข่ากอดเขานิ่ง เขากระซิบให้เธอขยับเข้ามานั่งคู่กับเขาแล้วจึงพูดต่อ "นี่เมียผม...บัว"

หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้เจดีย์ตรงหน้าแล้วหันมองบุญฤทธิ์ที่ยังคงมองเจดีย์นิ่ง ดูเหมือนเขากำลังอยู่ในภวังค์ และเธอก็ไม่กล้ารบกวน ได้แต่คุกเข่านิ่งๆ อยู่ข้างเขาแบบนั้น

"เรากำลังจะมีลูกคนแรก ปีหน้า...ผมจะอุ้มเหลนมาให้คุณปู่ดู" ปลายเสียงเขากลั้วสะอื้น ทว่าบุญฤทธิ์ยังแข็งใจไม่ร้องไห้ออกมาจนอีกได้ เขายิ้มด้วยปากที่สั่นเทาแล้วเอื้อมมือไปแตะเจดีย์ "ผมมีความสุขดีครับคุณปู่ ถึงงานจะยุ่งไปหน่อยแต่ก็มีความสุขดี คุณปู่อยู่ทางนั้นก็คงสบายดี ไว้ผม...จะแวะมาเยี่ยมอีกนะครับ"

พูดจบแล้วเขาก็ยังไม่ลุก ยังนั่งอยู่แบบนั้นอีกครู่ใหญ่กว่าจะถอนหายใจและลุกขึ้นจากพื้นมาได้

"โอ๋ย" สัตตบงกชร้องเบาๆ เพราะนั่งคุกเข่าอยู่นาน พอยืน ขาก็ตึงไปหมด

"ไหวไหม"

หญิงสาวยิ้มให้คนที่รีบโอบแขนประคองเธอเอาไว้ "ไหวสิ แค่ต้องขอเวลายืดแข้งยืดขานิดนึง ไม่ได้คุกเข่ามานานเลยไม่ชินน่ะ"

"ต่อไปพับเพียบก็ได้ ไม่ต้องคุกเข่า เจ็บไหม" เขาถามแล้วก้มลงดูหัวเข่าที่มีรอยฝุ่นเล็กน้อย

"ไม่เป็นไรจริงๆ บัวไหวน่า บัวแข็งแรง"

"ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ"

สาวผมสั้นที่ยังสวมเสื้อยืดกางเกงยีนตัวโคร่งยกมือไหว้เจดีย์อีกครั้งก่อนเอื้อมมือมาจับมือบุญฤทธิ์ แล้วปล่อยให้เขาเดินพาเธอกลับไปที่รถ

- - - - - - - - - -

**ฉันติดที่แข็งแกร่งมาก **

กอดพี่บอส จูบซับน้ำตาให้ด้วย อย่าได้แคร์บัวที่เหล่มองอยู่ 55555

​อร๊ายยยยย วันนี้พี่บอสกะหนูบัวจูงมือขึ้นแท่นอันดับสามแล้วนะจ๊ะ ได้เหรียญทองแดงแล้ว 55555

ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่เข้ามา่อ่าน ทำให้นักเขียนตัวเล็กๆ (แกก็กล้าพูดเนอะ) แบบเรามั่นใจในงานของตัวเอง ทางของตัวเอง ขอบพระคุณค่ะ ^ ^

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว