💕💕💕ชอบกดไลค์...ใช่กดแชร์ฝากติดตามเพจด้วย มือใหม่หัดเขียน💕💕💕💕

ชื่อตอน : เริ่มแผนการ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 918

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2560 16:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เริ่มแผนการ
แบบอักษร

​🌹 ​ขอบอกว่าจัดหน้ายากมาก🌹

-16-เริ่มแผนการ      


เพียงหลังจากไม่นาน  ตระกูลโจวถวายป้ายคำสั่งแก่ฮ่องเต้โดยอ้างเหตุว่าตนนั้นชรามากแล้วต้องการความสงบ  และหลานสาวได้เป็นฝั่งเป็นฝาก็อยากจะปลีกกายไปท่องเที่ยว  

ฮ่องเต้พระราชทานความดีความชอบแก่โจวเจียงสงโดยมิได้ทัดทานแม้แต่น้อย       

จากนั้นตระกูลโจวทั้งหมดก็ย้ายออกจากจวนเดิม  เดินทางตามโจวหว่านหรูไปยังชายแดนเจ้อเจียงพำนักอยู่อย่างเงียบสงบปิดประตูจวนไม่สุงสิงกับผู้ใด      


ฮ่องเต้หลี่อี้เหอนั่งมองป้ายคำสั่งพยัคฆ์ที่อดีตแม่ทัพน้อมมอบให้ด้วยความเต็มใจ  แม้ภายในใจจะรู้สึกผิดและโทษที่เป็นเพราะความไม่มั่นคงในบัลลังค์นั้นทำให้พระองค์ต้องลงมือกับขุนนางที่จงรักด้วยพระองค์เอง แต่กำลังทหารของอดีตแม่ทัพก็เป็นสิ่งสำคัญที่พระองค์ต้องการเช่นกัน        

“ข้าทำเกินไปหรือเปล่า ที่เหมือนกับเนรเทศขุนนางที่ซื่อสัตย์ต่อข้าไปในยามที่ไม่มั่นคงนี้”  พระองค์ตรัสกับกงกงคนสนิท      

“ฝ่าบาททรงทำเช่นนี้เป็นการดีแล้วต่อพวกเขานะพะยะค่ะ สายเลือดตระกูลโจวนั้นถือว่าได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่แม่ทัพโจวสิ้นชีพ  อีกทั้งบ้านสายรองก็โง่เขลา  การทำเช่นนี้นับว่ารักษาชีวิตของพวกเขาไว้พะยะค่ะ”  กงกงค้อมตัวเล็กน้อย      

“หากวันนั้นจวิ้นหวังไม่เลือกตระกูลเหยาแล้วหล่ะก็  เราคงไม่ต้องลงมือกับตระกูลโจวเช่นนี้  เป็นข้าที่ทำร้ายพวกเขาโดยแท้”      

ในวันนั้นเมื่อสามปีก่อน  ฮ่องเต้ทรงเล็งเห็นถึงความทะเยอทะยานของเหยากัวเถียนและบุตรสาว  พระองค์ก็ทรงคิดมาตลอดว่าเวลานี้จะต้องมาถึงในสักวัน  

หากบุตรชายของเขาเลือกโจวหว่านหรูมากกว่าเหยาจือซินก็จะไม่มีใครต้องเจ็บตัวแล้วแท้ๆ        


เมืองเจ้อเจียง      


โจวหว่านหรูไม่แสดงความประหลาดใจแม้แต่น้อย  เมื่อสายส่งข่าวของเค่อเจี่ยเยี่ยนรายงานว่าท่านปู่ของนางออกเดินทางทันทีหลังจากเสร็จสิ้นเรื่องราวในเมืองหลวง      

“ดูเหมือนเจ้าจะไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย”  เค่อเจี่ยเยี่ยนจับสังเกตก็ไม่พบความวิตกกังวลแม้แต่น้อยบนใบหน้าของนาง      

“ฝ่าบาทไม่มีทางที่จะรั้งโจวเจียงสงให้อยู่ต่อในเมืองหลวงแน่นอน  เพราะอีกไม่นานตระกูลเหยาก็คงจะเริ่มลงมือกับพวกขุนนางฝ่ายตรงข้ามแล้ว” 

นางไม่เรียกโจวเจียงสงว่าท่านปู่ต่อหน้าเค่อเจี่ยเยี่ยน เพราะเขารู้ว่านางกับอดีตแม่ทัพความจริงไม่มีความสัมพันธ์ใดใดเกี่ยวข้องกัน      

“ตระกูลโจวถือได้ว่าเป็นผู้ที่รับใช้อย่างซื่อสัตย์มาตลอด  อีกทั้งน้ำหนักในใจของฮ่องเต้ต่อแม่ทัพโจวสี่นั้นถือว่ามีน้ำหนักอยู่บ้าง  อย่างน้อยพระองค์ก็อยากจะเหลือทางรอดไว้ให้บ้าง  หากเราไม่รับไมตรีนี้เห็นทีจะต้องกลายเป็นผีไม่มีญาติทั้งหมด” นางบอก      

“ไม่น่าเชื่อฮ่องเต้สุนัขก็คิดมีใจเมตตาต่อหมาล่าเนื้อที่แก่ชราเป็นเหมือนกัน” จะให้ดีอย่างไรในใจของท่านอ๋องแห่งทูเจวี๋ยผู้นี้ก็ยังมีอคติกับเกาฟางมิใช่น้อย      

“ข้าต่างหากที่สมควรพูดคำนั้นกับท่านอ๋องแห่งทูเจวี๋ย ใช่หรือไม่” 

ภายหลังเขาเป็นผู้บอกความจริงแก่นางเองถึงเบื้องลึกระหว่างความแค้นของเขาต่อราชสำนักศัตรู        

ใจจริงของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นสิงห์โตดำแห่งทูเจวี๋ยนั้น  แม้จะมีความแค้นอยู่ภายในใจเป็นเครื่องล่อเลี้ยง  แต่เขาก็ไม่นำมันมารวมกับกิจการบ้านเมือง  นางเข้าใจดีเพราะหากต้องสูญเสียคนในครอบครัวไปเช่นเขา  เมื่อได้มาพบหน้ากันอีกครั้งหลานชายก็พิการ น้องสาวก็ตายอย่างอนาถน้อยคนนักจะเก็บความแค้นเอาไว้ได้      

“เหอะ ถือเป็นความโง่ของนางด้วยส่วนหนึ่ง  จริงอยู่ที่ข้าเคียดแค้นฮ่องเต้สุนัขนั่น แต่หากไม่เพราะน้องสาวเองก็อ่อนแอจนเกินไปไหนเลยจะเปิดช่องให้มีคนลงมือต่อนางได้  ข้าเพียงสังหารผู้ลงมือล้างแค้นให้นาง  ส่วนคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องแม้นไม่ลงมือกระทำแต่ข้าก็ถือว่ามีส่วนรู้เห็น  แต่ไหนแต่ไรข้าไม่แบ่งแยกขาวดำอยู่แล้ว  หากเกาฟางจะต้องล่มจมเพราะสนมสมองหมูเพียงคนเดียว ก็นับว่าเป็นคราวของพวกเขาเอง”      


โจวหว่านหรูก็คิดตามคำพูดนั้น  แต่ไหนแต่ไรมานางก็มักจะเป็นพวกมีคุณต้องทดแทน  เพราะฉะนั้นหากอยู่ในสถานะเดียวกันนางอาจจะทำเช่นเขาเหมือนกัน  แน่นอนว่า เหยาซือจินก็ต้องชดใช้ให้นาง  และตระกูลเหยาทั้งหมดเช่นกัน  ส่วนแผ่นดินเกาฟางจะเป็นเช่นไรใช่เรื่องที่นางจะต้องมาคิดหาคำตอบ  

เพราะหลังจากเสร็จเรื่องทางนี้  นางเองก็จะออกเดินทางไปยังสำนักเดิมเพื่อสืบข่าวของศิษย์ร่วมสำนักคนอื่นๆ      

ถึงแม้ไม่อาจบังคับให้โจวเจียงสงไปอยู่ยังทูเจวี๋ยได้  แต่นางก็ได้ฝากฝังให้พวกเขาอยู่ในความดูแลของเค่อเจี่ยเยี่ยนแล้ว  บุญคุณนางได้ทดแทน  ส่วนแค้นก็รอเพียงถึงเวลาลงมือเท่านั้น      


“หลังจากนี้เจ้าจะทำอะไรต่อไป” เมื่อเห็นนางคล้ายจะผ่อนคลายลงไปบ้างเขาก็ถามถึงสิ่งที่นางตั้งใจจะทำต่อไป      

ก่อนอื่นนางก็คงจะต้องรอดูความเคลื่อนไหวของตระกูลเหยาสองพ่อลูก  เพราะนางแน่ใจว่าเมื่อทั้งคู่รู้ข่าวเรื่องกองทัพตระกูลโจวได้เปลี่ยนมือไปแล้ว  ทั้งคู่จะไม่ยอมอยู่เฉยเป็นแน่      

ฝ่าบาทไม่ใช่คนที่จะยอมให้เกิดการคิดปองร้ายต่อราชบัลลังค์  และยอมนิ่งเฉยไม่ดูดาย  ยิ่งเป็นสายเลือดของตนแล้วก็ยิ่งหวาดระแวงเป็นเท่าตัว  นางแน่ใจว่าฝ่าบาทจะต้องทรงหาทางกำจัดเหยาซือจินออกไปในเร็ววัน  ส่วนจวิ้นหวังก็สมองหมูเกินกว่าจะเข้าใจถึงเรื่องราวแย่งชิง  

ในสายตาของพระองค์  บุตรชายผู้นี้ก็เป็นแค่คนเสเพลเจ้าสำราญ  แน่นอนย่อมไม่มีความสามารถพอที่จะปกครองบ้านเมือง  แต่ว่าเขาก็โง่เกินไปจนถูกจูงจมูกโดยง่าย  พระองค์ก็คงไม่ทรงลงพระอาญากับเขาแน่นอน        

จวิ้นหวังนั้นห่วงหน้าตาชื่อเสียงของตนยิ่งกว่าสิ่งใด  ใบหน้าเปี่ยมคุณธรรมของเขาเป็นหน้ากากที่ฉาบหน้ามานานปี  เพื่อให้ตนไม่ต้องวุ่นวายกับงานการราชกิจ และเพื่อให้ฝ่าบาททรงไม่เขี้ยวเข็ญเขา        

ในอดีตครั้งหนึ่งจวิ้นหวังเคยบอกกล่าวแก่นางก่อนที่เขาจะแปรเป็นอื่น  เขาก็เป็นแค่ชายรักสนุกที่ไม่ต้องการแบกภาระอย่างการรับผิดชอบชีวิตชาวประชา      ก่อนที่เหยาจือซินจะล้างสมองของจวิ้นหวังให้กลายเป็นพวกมักใหญ่ใฝ่อำนาจ  ฝ่าบาทก็คงจะตัดตอนตระกูลเหยาไปเสียแล้วกระมัง  เห็นได้ชัดว่าฝ่าบาทเองก็คงจะทรงรักบุตรชายคนนี้ไม่ใช่น้อย      

เมื่อนึกเปรียบเทียบกับองค์ชายสิบสามที่ถูกทิ้งขว้าง  นางก็ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว  บุตรที่ได้รับความรักและสุขสบายในวังหลวงกลับมีนิสัยเกเร มักมาก ไม่เป็นโล้เป็นพาย เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อและเป็นแค่ตัวชั่วช้าน้อย  แต่กับองค์ชายที่ถูกทอดทิ้งผู้หนึ่ง  แม้จะไม่ได้รับความรักจากบิดา  แต่เติบโตขึ้นมาเป็นคนจิตใจดีและบริสุทธิ์ไร้ความคิดชั่วร้าย      

คิดถึงเสียงฝีเท้าขององค์ชายสิบสามก็วิ่งมาตามทางเดินราวกับกำลังเล่นสนุกอยู่  ดวงหน้าน้อยๆนั้นมีแป้งขนมติดอยู่เป็นประจำ  มองเผินๆแล้วเหมือนซาลาเปามีชีวิตที่กำลังกลิ้งไปมา  

เพราะตัวที่เริ่มอ้วนกลมนั้นดูน่ารักยิ่งในสายตานาง      

“ท่านน้า  เจี่ยเจีย”  องค์ชายสิบสามวิ่งเข้ามาขัดบทสนทนาด้วยสีหน้าร่าเริงเมื่อเห็นภรรยาของตนกำลังจิบชาอย่างผ่อนคลาย      

“เจี่ยเจียท่านจะทำขนมให้ข้ากินอีกหรือไม่ เซวียนน้อยอยากกินอีกจะแย่แล้ว”  เขาดึงแขนเสื้อของนางให้ลุกขึ้นอย่างออดอ้อนไม่ต่างจากมารดาและบุตรชาย      

ตั้งแต่ที่นางได้แต่งให้เขาแต่ในนาม  โจวหว่านหรูก็แทนตัวว่าเจี่ยเจียเสมอมา  นางวางตัวเป็นพี่สาวใหญ่ที่คอยดูแลอบรมน้องชาย  บางครั้งเค่อเจี่ยเยี่ยนก็ต้องไปทำธุระได้แต่ปล่อยเขาให้อยู่ในความดูแลของนาง      นางจึงกลายมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแทนเมื่ออีกฝ่ายนั้นเข้าใจคำว่าภรรยาของตนก็ไม่ต่างกับ  คนที่มากิน นอน และเล่นเป็นเพื่อน  

เมื่อมองใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นนางก็ได้แต่ถอนหายใจ  มียศศักดิ์แล้วเป็นอันใด  ถูกทำร้ายจนพิการแล้วถูกขับไล่ไม่เหลียวแล  หากไม่มีน้าชายผู้ที่รักใคร่เขาแล้ว  ตัวเองก็คงจะตายไปตั้งแต่เด็ก      

วังหลังเป็นสถานที่อันตรายเช่นนั้น  แต่คนบางคนก็ยังผลักดันตัวเองเข้าสู่ประตูนรกนั่น  นับว่านางเองก็ยากจะเข้าใจ      

“เห็นทีจวนจะได้เวลาที่แผนของเจ้าจะเริ่มลงมือเสียที” สหายศึกในครานี้ของนางทั้งฉลาดและเต็มไปด้วยแผนการ เพียงมองความเป็นไปแต่ไม่คิดยื่นมือเข้าช่วย ขอเพียงเขาไม่ขัดขวางนางก็พร้อมจะร่วมมือ      

แผนการที่เหยาซือจินเคยใช้ยั่วยวนจวิ้นหวัง ครานี้นางเองก็จะใช้วิธีเดียวกันเพื่อลดทอนความสนใจต่อตระกูลเหยา สาวงามมากมีในแผ่นดินมีหรือที่จะไม่ต้องตาคนมักมายเช่นบุรุษผู้นั้น      

ถือว่านางได้ช่วยฝ่าบาทในทางอ้อม ระหว่างจวิ้นหวังและนางมีเพียงความมักมากของเขาเท่านั้นที่ทำให้โจวหว่านหรูต้องประสบเคราะห์ แต่เหยาซือจินหญิงชั่วที่วางแผนสังหารครั้งแล้วครั้งเล่านั้น นางต้องจัดการให้สาสม      อีกอย่างจวิ่นหวังนั้นแม้นางไม่จัดการแต่อีกไม่นานก็จะมีคนลงมือแทนทางเอง 


🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽



ความคิดเห็น