💕💕💕ชอบกดไลค์...ใช่กดแชร์ฝากติดตามเพจด้วย มือใหม่หัดเขียน💕💕💕💕

ตัดสินใจเด็ดขาด

ชื่อตอน : ตัดสินใจเด็ดขาด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 894

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2560 13:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตัดสินใจเด็ดขาด
แบบอักษร

   จักรวรรดิที่15 

ตัดสินใจเด็ดขาด      เป็นเขาเองที่ไม่ระวังทั้งที่ก็เห็นอยู่ว่านางนั้นหาใช่สาวน้อยธรรมดา  แต่ก็เอาเถิดถึงนางจะรู้ความจริงไปแต่ก็ทำอันใดไม่ได้อยู่ดี  

เขามั่นใจว่านางไม่มีทางเปิดปากเรื่องนี้บอกใคร  ความปลอดภัยของตระกูลโจวตอนนี้เป็นสิ่งที่ต้องนึกถึงอันดับแรก  และเขาเองก็ยินดีและเต็มใจที่จะให้ความร่วมมือกับนาง        

เขาไม่มีทางปล่อยให้เจ้าคนต่ำช้าแซ่หลี่นั้นมาจูงจมูกดังเขาสองน้าหลานเป็นสุกรเชื่องๆแน่  ตัดปัญหาเรื่องกำลังสำคัญอย่างตระกูลโจวไปได้อีกหนึ่งก็เท่ากับเบาแรงเขาไปไม่น้อย  

เมื่อเกาฟางขาดกำลังสำคัญอย่างอดีตแม่ทัพชราไป  ฐานอำนาจก็ย่อมต้องเอนเอียงไปทางตระกูลเหยามากขึ้น  นี่ต่างหากจึงจะเป็นสิ่งที่เขาต้องการ      

เมื่อฮ่องเต้ขาดขุนนางผู้ภัคดีมีหรือที่เหยากัวเถียนจะไม่ถือโอกาสนี้ในการเข้าแทรกแซงในการบริหารบ้านเมือง  อีกทั้งจวิ้นหวังสมองนิ่มนั้นก็ยังทำให้เกิดความหวาดระแวงในราชบัลลังค์  ทีนี้เขาจะอาศัยช่วงเวลาที่เกิดความระส่ำระส่ายนี่เองแก้แค้นเกาฟางให้สาสม      

“ได้เจ้ามาเป็นหลานสะใภ้นับว่าข้ามีวาสนานัก” มองหน้านางเขาก็อดคิดไม่ได้  หากนางต้องแต่งให้เจ้าลูกผลับนิ่มนั่นมีหวังชีวิตนี้คงต้องทุกข์ทรมานตลอดไป  และความฉลาดของนางนั้นแน่นอนว่าจะย่อมสูญเปล่า     

 “ข้าน้อยมิกล้ารับเจ้าค่ะ”  นางระบายยิ้มบนสีหน้า  เมื่อเห็นเค่อเจี่ยเยี่ยนลดรังสีสังหารลง 

เมื่อทั้งคู่ตกลงให้ความร่วมมือกันแล้วพิธีแต่งงานก็เริ่มขึ้น        


แขกหลายคนมาร่วมพิธีด้วยต้องการเห็นหน้าตาของเจ้าบ่าวจากแดนไกล  และบางส่วนก็ต้องการมาเยาะเย้ยโจวหว่านหรูดังนางเป็นหงส์ที่ตกจากคอนกลายร่างเป็นเพียงแม่ไก่แก่ๆที่รอวันเชือด      

เรียกได้ว่าตอนนี้สกุลโจวสิ้นไร้แล้วซึ่งมิตรสหายอย่างแท้จริง  

ตลอดเวลาแม้จะมีคำชื่นชมยินดีมากมายเพียงใด  แต่ภายในใจเหล่านั้นแอบแฝงไปด้วยคำเยาะเย้ยและความขบขันต่างๆ  พร้อมที่จะเหยียบย่ำคู่แข่งให้พินาศลงไป     

 โจวเจียงสงได้แต่หน้าชื่นอกตรมเมื่อต้องทนรับฟังคำอวยพรต่างๆที่สาดเทเข้ามายังจวนสกุลโจว  ในเวลานี้เองที่อดีตแม่ทัพเฒ่าตระหนักดีแล้วว่าลาภยศใดใดล้วนอนิจจัง  มิตรแท้ล้วนไม่มีในเกมการเมือง  

บัดนี้ตัวเขานั้นสิ้นไร้ซึ่งอำนาจอย่างแท้จริง  ดูเหมือนหว่านเอ๋อร์นั้นยังฉลาดและมองสิ่งใดใดได้รอบคอบกว่าตัวเขานัก      

ขนาดผู้เยาว์ยังมองเห็นทางลงของตระกูลและความเสื่อมถอยที่ใกล้เข้ามา  แต่ตัวเขากลับพะวงในอำนาจที่ต้องการให้สกุลอยู่ต่อไป  มาบัดนี้เขาเข้าใจในคำที่นางบอกแล้วว่าฝ่าบาทต้องการอำนาจทหารมาไว้ในมือเพื่อทำสงครามชิงบัลบังค์อีกครั้งแล้ว      

เขาที่เป็นเพียงเสือกระดาษนอกจากป้ายคำสั่งแล้วก็หาได้มีประโยชน์ต่อราชวงศ์อีก  เขาคงต้องทำใจปล่อยให้เป็นไปตามที่หลานสาวชักพาแล้ว      

“หว่านเอ๋อร์ทำตามใจเจ้าเถอะ ถึงเวลาที่ปู่ต้องพักแล้วเช่นกัน”  นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายหลังจากพิธีเสร็จสิ้นเมื่อนางจากมา       


หลังจากพิธีแต่งงาน ขบวนเจ้าสาวก็ต้องเร่งเดินทางออกจากเมืองหลวงให้ไวที่สุด และในอีกไม่ช้า เมื่อท่านปู่ของนางจัดการตามแผนที่วางไว้ทั้งหมดแล้ว เขาก็จะตามมาเช่นกัน       

เหตุที่นางเร่งรีบออกจากตัวเมืองนั้นเป็นเพราะว่าองค์ชายสิบสามไม่สามารถเข้าวังไปคาระวะฮ่องเต้ได้ การรั้งอยู่นั้นจะนำภัยมาสู่คนทั้งหมด และอาจจะตกเป็นเป้าในการแย่งชิง      

ในช่วงนี้ราชสำนักค่อนข้างวุ่นวาย ดูจากรายงานที่เค่อเจี่ยเยี่ยนได้รับแล้วนางก็เข้าใจ      


ผ่านมาหนึ่งเดือนกับเวลาที่นางรอคอย วันนี้เป็นเวลาที่สมควรแก่การดำเนินแผนการที่วางเอาไว้ 

ระหว่างอยู่ที่เจ้อเจียงนางก็ได้แอบรับเอาผู้คนมากมายมาอยู่ใต้ความคุ้มครอง      หลังจากเดินทางมาถึงนางก็ออกสำรวจบ้านเมืองก็พบว่าเจ้อเจียงนี้เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน อาจจะเพราะไกลจากหูตาของทางการ และมีผู้ว่าการที่หละหลวม จึงเกิดเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน      

แต่ดูเหมือนเค่อเจี่นเยี่ยนจะใหญ่ในแถบนี้อยู่ไม่น้อย หลายคนเมื่อได้ยินชื่อของเขาต่างก็ให้ความเคารพทั้งนั้น ก็สามารถช่วยนางตัดปัญหาไปได้เปราะหนึ่ง ผู้คนที่นี่คล้ายจะเชื่อฟังเขาอยู่มาก

นางจึงสังเกตได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ของเมืองไม่ใช่ชาวเกาฟาง หลายคนคล้ายชาวต่างถิ่นที่ค่อยๆเข้ามาตั้งรกรากที่นี่ และนั่นทำให้นางเข้าใจว่าเพราะอะไรเค่อเจี่ยเยี่ยนถึงสามารถสร้างตัวตนปลอมขึ้นมาได้โดยไร้ผู้สงสัย 

เพราะชาวอพยพพวกนี้นั้น ส่วนใหญ่เป็นคนของเขาทั้งสิ้น เรียกได้ว่าเจ้อเจียงในตอนนี้เป็นถิ่นทูเจวี๋ยไปแล้ว      


ตอนนี้ข้างกายของนางมีองค์ชายสิบสามผู้เป็นสามี และบรรดาคนสนิทที่เค่อเจี่ยเยี่ยนส่งมาให้ดูแลหลานชาย ส่วนตัวเขาเองนั้นกลับไปยังทูเจวี๋ยเพราะเห็นว่ามีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องไปจัดการ       

ดังนั้นนางจึงอาศัยช่วงเวลานี้ซื้อใจคนมากมายเพื่อให้มาเป็นพวก แน่นอนคนเหล่านั้นย่อมเป็นเด็ก ขอทานและคนเร่ร่อน ในอดีตนางเองก็เคยรับศิษย์จากคนเหล่านี้ มีเพียงยื่นน้ำใจให้ถูกเวลา ผลตอบแทนที่ได้รับนั้นย่อมมหาศาล เช่นครั้งนี้ นางเพียงใช้สิ่งของและความจริงใจแลกกับความจงรักภักดีของผู้คน      

ใครอาจจะบอกว่านางนั้นเป็นหญิงชั่วช้า เพราะใช้แผนการต่างๆเพื่อให้ได้มา แต่นางก็ไม่เคยปฏิเสธ ทั้งในอดีตและในตอนนี้ ทุกสิ่งย่อมต้องมีการแลกเปลี่ยนเสมอ น้ำใจจากนางนั้นใช่สิ่งที่สามารถหยิบยืมกันได้ มันต้องมีของแลกเปลี่ยนเสมอ      


“ไม่นึกว่าเวลาเพียงหนึ่งเดือนเจ้าจะสามารถซ่องสุมกลุ่มได้มากขนาดนี้” เค่อเจี่ยเยี่ยนกล่าวกับนางในวันหนึ่งที่เขาเดินทางกลับมา      

“ข้าเป็นเพียงหญิงสาวอ่อนแอไหนเลยจะทำเช่นนั้น” นางกำลังป้อนขนมให้สามีตัวน้อย ที่อ้าปากรอรับเหมือนลูกนก      

“เจ้าไม่เหมือนสตรีตัวน้อยอ่อนแอที่ข้าเห็นมาทั้งหลาย” เขายิ้มเมื่อคืนหนึ่งได้มีโอกาสเห็นนางสังหารคนร้ายด้วยสองตาตัวเอง      

“ท่านกล่าวชมเกินไปแล้ว” นางยิ้มรับและแน่นอน ในคืนนั้นนางจงใจให้เขาเห็น และจงใจให้ศัตรูของเขาตระหนักถึงสิ่งที่ตนต้องแบกรับ ในการที่ลงมือกับนางและคนของนาง      

“เจ้าเล่นจนพวกมันขวัญกระเจิงกันหมด” สภาพศพของคนร้ายที่ถูกพิษจากฝีมือหลานสะใภ้เขายังจำได้ไม่ลืม      

หน้าตาที่บวมอืดของคนร้าย และอาการทุรนทุรายจนถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ก่อนจะระเบิดตัวเอง ส่งเศษเลือดและเนื้อปลิวไปทั่วนั้นดูน่าสยดสยอง      

“ข้าสงสัยนักว่าเจ้าใช้วิธีไหนกันแน่”      

“หากท่านอยากรู้ข้าคงต้องสังหารท่านเสียอีกคน” นางเย้า     

“ เอาเถอะ แต่ดูเหมือนแผนที่เจ้าวางไว้จะสำเร็จด้วยดี ตอนนี้โจวเจียงสงกำลังเดินทางมายังชายแดนพร้อมคนอื่นๆ”      

หลังจากการต่อสู้ของราชวงศ์เริ่มขึ้น นางก็ให้ท่านปู่คืนป้ายคำสั่งไปเสีย และออกเดินทางมายังเมืองชายแดน เพราะต้องการอยู่อย่างสงบ นางแน่ใจว่าฮ่องเต้จะต้องยอมอย่างแน่นอน และเหยากัวเถียนจะต้องกล่าวสนับสนุน เพราะหมดตระกูลโจว ฝ่าบาทก็จะหมดขุนนางผู้สนับสนุนไปอีกคน และบุตรสาวของเขาก็จะเป็นตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียวของไท่จื่อ


🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽



ความคิดเห็น