ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 วิญญาณมารสถิตร่าง

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 วิญญาณมารสถิตร่าง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2560 10:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 วิญญาณมารสถิตร่าง
แบบอักษร

          หวังเสี่ยวหลงเมื่อเข้าสู่ระดับลมปราณเที่ยงแท้ขั้น 1 ประสิทธิของประสาททั้ง 6 ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เขาไม่ต้องเพ่งสมาธิมากนักก็ได้ยินเสียงที่ห่างไปหลายสิบกิโลเมตรได้ หากเพิ่งสมาธิจดจ่อก็จะได้ยินแม้เสียงที่ความถี่พิเศษหรือที่ถูกปิดกั้นไว้ด้วยลมปราณในที่ห่างไกลนับสิบสิบกิโลเมตรได้ และยังสามารถใช้จิตมโนภาพขึ้นจากเสี่ยงที่ได้ยินอย่างชัดเจนได้ ราวกะว่าเขาอยู่ในเหตุการณ์อย่างใกล้มากๆ ประสาทสัมผัสอื่นๆก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน

          โดยการทดสอบความสามารถการได้ยิน หวังเสี่ยวหลงจึงได้ปรับระยะทางให้ขยายไกลออกไปเรื่อยๆ ราวๆ 20 กิโลเมตร เขาก็ได้ยินเสียงต่อสู้

          ในโลกนี้ย่อมมีเหตุการณ์ต่อสู้เป็นเรื่องปกติ

          หากเป็นการต่อสู้ของผู้คนที่ไม่เกี่ยวข้องหรือรู้จักแล้วคนทั่วไปจะไม่สอดมือเข้ายุ่งเกี่ยว หวังเสี่ยวหลงเองก็มีความคิดเช่นทุกคน เขาไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา หากเขาต้องสอดมือเข้ายุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้หรือทำตัวเป็นวีรบุรุษ ฮีโร่ เขาคงไม่มีเวลาว่างให้ทำกิจส่วนตัวใดๆได้

          แต่ว่า เสียงต่อสู้นี้มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา เขาแยกเสียงได้ว่าฝ่ายหนึ่งนั้น เป็น 7 ธิดาบุบผาเซียนที่เขาหมายปองไว้เป็นฮาเร็มของเขา และอีกฝ่ายนั้นก็มีหลายคนและมีพลังมากกว่า 7 ธิดาบุบผาเซียน

          หวังเสี่ยวหลงจึงไม่อาจไม่ยุ่งเกี่ยวได้

          ในป่าอีกทิศทางหนึ่ง ก็มีเสียงต่อสู้เช่นกัน และอีกแห่งก็เกิดการต่อสู้ ทั้งสามแห่งที่เกิดการต่อสู้ แต่อีกสองแห่งนั้นไม่มีคนที่เขารู้จักเกี่ยวข้อง และไม่มีสตรีร่วมอยู่ด้วย

          หวังเสี่ยวหลงอยากทำตัวเป็นวีรบุรุษ ฮีโร่อยู่หรอก แต่เขามีร่างเดียวไม่อาจแยกไปทั้งสามทางในเวลาเดียวกันได้ เขาจึงได้ปล่อยละอีกสอง และเลือก 1

เขาเลือกที่จะช่วย 7 ธิดาบุบผาสวรรค์ เพราะจากเสียงต่อสู้เขาแยกแยะได้ว่า พวกนางเข้าสู่สถานการณ์วิกฤติแล้ว

          หวังเสี่ยวหลงมุ่งหน้าไปยังทิศทางตำแหน่งที่เลือกแล้วในทันทีอย่างรวดเร็ว

          7 ธิดาบุบผาเซียน กำลังทำภารกิจกลุ่มที่ได้รับมอบหมายจากนิกาย นั้นคือสืบหาข้อมูลการหายตัวไปของสาวกหญิงจำนวนมากของนิกาย ในเขตป่าสัตว์อสูรที่ได้ส่งมาทำภารกิจล่าสัตว์อสูรหาวัตถุดิบและหาสมุนไพร ในช่วง 1 เดือนมานี้

มีสาวกหญิงฝ่ายในและฝ่ายนอกนับ 100 คนที่ได้หายตัวไป ซึ่งถือว่าผิดปกติมาก โดยปกติแล้วจะมีสาวกที่ทำภารกิจล้มเหลวถูกฆ่าโดยสัตว์อสูรก็เพียง 1- 2 คนต่อเดือน และนิกายก็จะรับรู้ได้โดยป้ายชื่อผูกวิญญาณของสาวกนั้นที่นิกายเก็บรักษาไว้แตกหัก นั้นหมายถึงสาวกนั้นได้เสียชีวิตแล้ว

แต่ในจำนวนสาวกหญิง 100 คนที่หายตัวไปไม่มีป้ายชื่อผูกวิญญาณของผู้ใดแตกหักเสียหาย พวกนางไม่ได้เสียชีวิตแต่ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยให้ค้นหา

นิกายจึงได้ตั้งภารกิจค้นหาแบบกลุ่มขึ้น โดยมอบหมายให้สาวกหลัก 3 กลุ่มรับภารกิจ, 7 ธิดาบุบผาเซียนเป็น 1 ใน 3 กลุ่มที่ได้รับภารกิจค้นหานี้ เมื่อพวกนางได้รับมอบภารกิจก็ได้ออกจากนิกายมา เมื่อทราบว่าสุ่ยเว่ยถิงแต่งงานก็ได้มาเข้าร่วมงานแต่งด้วย เพราะเป็นเส้นทางที่พวกนางต้องผ่านเพื่อมาทำภารกิจพอดี หลังจบงานเลี้ยง วันต่อมาพวกนางก็ได้เริ่มการค้นหา

หลังจากค้นหาอยู่ 3 วันก็ได้พบเบาะแสเงื่อนงำ เมื่อพวกนางตามเบาะแสที่ค้นพบก็ได้ถูกคนชุดดำ 10 คนเข้าโจมตี, ทั้ง 10 คนมีผ้าดำปิดบังใบหน้า

พวกนางต่อสู้ขัดขืน แต่คนชุดดำทั้ง 10 มีระดับลมปราณวิญญาณขั้น 8 - 9 มีวิชายุทธที่แปลกพิสดาร และยังใช้ยาพิษด้วย ทำให้พวกนางที่มีระดับลมปราณวิญญาณชั้น 3 – 7 ไม่อาจต่อสู้ต้านทานได้ยาวนาน พวกนางกำลังจะพ่ายแพ้ หลายคนได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ยังฝืนกัดฟันข่มอาการบาดเจ็บต่อสู้ต่อไป คนชุดดำไม่มีเจตนาสังหารพวกนาง ไม่งั้นพวกนางบางคนคงได้เสียชีวิตไปแล้ว

หลินฉือ มีลมปราณด้อยกว่าทุกคนในกลุ่ม นางมีระดับลมปราณวิญญาณขั้น 3 เท่านั้น จึงได้รับบาดเจ็บมากกว่าทุกคน ใกล้จะถึงขีดจำกัดของร่างกายที่จะทนไหวแล้ว สตินางเริ่มจะพังทลาย ตานางกำลังปิดลง นางคิดว่าต้องตายแล้ว คนชุดดำหนึ่งส่งกระบี่เข้าโจมตีนางกำลังจะแทงเข้าที่หน้าอกของนางแล้ว นางเห็นปลายกระบี่ที่ส่งเข้ามา แต่นางไม่มีพลังจะยกกระบี่ขึ้นปัดป้องขัดขวางได้แล้ว

วูบหนึ่งของความคิดนางนึกถึงหวังเสี่ยวหลง ไม่รู้เพราะเหตุใดก่อนที่จะตายนางกลับคิดถึงหวังเสี่ยวหลง นางเสียใจที่ได้บอกพ่อให้ยกเลิกการหมั้น นางคิดว่าหากนางไม่ได้ยกเลิกการหมั้น นางก็จะได้เป็นภรรยาของหวังเสี่ยวหลง เขาทั้งหล่อเท่ห์องอาจสง่างามและเก่งกาจ หากนางเป็นภรรยาหวังเสี่ยวหลงคงมีสตรีมากมายนึกอิจฉานาง นับแต่หวังเสี่ยวหลงชนะพี่ชายนาง หัวใจของนางก็สลักหวังเสี่ยวหลงจนเต็มทั้งดวง นางยังหวังว่าหากจบภารกิจนี้แล้ว นางจะยกการหมั้นหมายมาเป็นขออ้างใหม่อีกครั้ง เพราะการถอนหมั้นยังไม่สมบูรณ์ แม่นางยังเก็บของหมั้นไว้ไม่ได้ส่งคืนแก่ฝ่ายชาย พ่อของนางบอกเลิกการหมั้นโดยปากเปล่า สัญญาหมั้นและของหมั้นยังอยู่ที่แม่ของนาง แต่นางจะตายแล้ว นางไม่มีโอกาสจะได้เป็นเจ้าสาวของหวังเสี่ยวหลงแล้ว

นางรู้สึกว่าเวลาทำไมช่างเนินนานเหลือเกิน นางปิดตาลงรอรับความตาย และคิดถึงหวังเสี่ยวหลง แต่นางก็ไม่รู้สึกว่ากระบี่จะแทงเข้ามาสักที จึงฝืนลืมตาขึ้นดูว่าเกิดอะไรขึ้น

ที่นางเห็นตรงหน้านางไม่ใช่คนชุดดำที่ส่งกระบี่มาจะแทงนาง แต่เป็นหวังเสี่ยวหลง ส่วนคนชุดดำนั้นได้ล้มลงที่พื้นแล้ว ที่หน้าอกมีบาดแผลกระบี่และมีเลือดไหลทะลักออกมา หวังเสี่ยวหลงยิ้มอย่างมีเสน่ห์มากให้แก่นาง กล่าวว่า

“หลินฉือ เจ้าไม่เป็นไรแล้ว นี้ยารักษาบาดแผลและยาฟื้นฟูลมปราณเจ้ารีบรักษาตัว ข้าต้องไปช่วยคนอื่นอีกยังไม่มีเวลาจะดูแลเจ้า มีข้าอยู่นี้เจ้าจะปลอดภัย คนที่เตะต้องผู้หญิงของข้า ข้าไม่ปล่อยไว้แน่, ผู้หญิงข้าใครก็เตะไม่ได้”

เขาไม่ได้เสียเวลากับหลินฉือมากนัก แต่ก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกว่านางได้รับพลังยิ่งใหญ่คุ้มครองปกป้อง พลังชีวิตนางถูกจุดขึ้นอีกครั้ง นางรับยามาจากหวังเสี่ยวหลง และทำการรักษาตัวเอง

หวังเสี่ยวหลงได้เข้าสู่การต่อสู้แล้ว คนชุดดำที่เหลือไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา กระบี่เขาเมื่อวาดออกไปก็จะมีคนชุดดำหนึ่งคนล้มลงกับพื้น ร่างเขาเคลื่อนไหวรวดเร็ว ไม่มีชุดดำคนใดสามารถต้านทานกระบวนท่าเดียวของเขาได้ กระบี่เขารวดเร็วเกินที่พวกเขาจะป้องกันขัดขวางได้ เมื่อเห็นแสงวาบขึ้นก็รู้สึกมีรูเพิ่มขึ้นที่หน้าอกแล้ว จากนั้นความเจ็บจึงได้ตามมาภายหลังและเลือดก็ไหลทะลักออก พวกเขาไม่มีแม้โอกาสจะได้ร้องออกมาก่อนตายด้วยซ้ำ

อานุภาพวิชากระบี่บัญชาสวรรค์ขั้น 2 ที่ถูกใช้โดยหวังเสี่ยวหลงนั้นรุนแรง แม่นยำ และรวดเร็วกว่าที่ถูกใช้โดยสาวกนิกายบัญชาสวรรค์หลายเท่าตัวมาก

ชุดดำ 9 คน ได้ล้มตายลงไปแล้ว เหลือเพียงคนเดียวที่เหลือรอด นั้นเพราะหวังเสี่ยวหลงจงใจไว้ชีวิต เขาเพียงตัดเส้นชีพจรลมปราณที่แขนขาของมันทำให้มันไร้พลังที่จะต่อสู้ได้อีก เขาต้องการจะสอบสวนมัน

แต่ว่าคนชุดดำนั้นกลับมีใจเด็ดเดี่ยวมาก เมื่อมันถูกทำลายชีพจรแขนขา มันก็รู้ว่าจะถูกสอบสวน มันขบยาพิษที่ฝังไว้ในฟันของมันทันที พิษที่ร้ายกาจได้ฆ่าชีวิตของมันชั่วอึดใจ

หวังเสี่ยวหลงได้ใช้วิชามหาบุรุษเทพเพิ่มลมปราณขึ้นหลายเท่าเพื่อเร่งความเร็วเดินทางมาช่วยหญิงสาวทั้ง 7 เขาจึงใช้เวลาไม่มากในการเดินทาง แต่ก็ทำให้เขาใช้พลังลมปราณจำนวนมาก เมื่อสังหารคนชุดดำได้ทั้งหมดแล้ว เขาจึงได้พบว่าเขาได้ใช้พลังลมปราณเกินครึ่งในการเดินทาง และใช้อีก 2 ส่วนในการจัดการคนชุดดำเหล่านั้น ตอนนี้เขาเหลือพลังเพียง 2 ส่วนเท่านั้น แต่ร่างกายเขาก็เร่งฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว เขายังเอายาฟื้นฟูลมปราณออกมากินลงไปอีก 2 เม็ดด้วย

เขาเอายารักษาบาดแผลและยาฟื้นฟูลมปราณมอบให้แก่หญิงสาวทุกคน เขากล่าวกับทุกคนว่า

“ยารักษาบาดแผลนี้จะรักษาบาดแผลให้หายสนิทได้อย่างรวดเร็ว และบาดแผลจะไม่มีร่องรอยแผลเป็นใดๆ ส่วนยาฟื้นฟูลมปราณจะช่วยฟื้นฟูลมปราณให้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม 3 เท่าตัว แต่ว่าพิษที่ทุกคนได้รับ มันคือพิษสลายพลังและพิษเทพสุขสันต์ พิษสลายพลังข้ายังมียารักษา แต่พิษเทพสุขสันต์ไม่มียารักษาต้องทำการร่วมสัมพันธ์กับชายเท่านั้นจึงจะรักษาได้ หากทุกคนเต็มใจข้าก็จะเสียสละร่างกายข้ารักษาให้แก่ทุกคน”

7 ธิดาบุบผาเซียน ทุกคนใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยาเทพสุขสันต์ และความอาย พวกนางยังควบคุมสติได้อยู่ ทุกคนไม่มีใครเอ่ยปากขึ้นก่อน หวังเสี่ยวหลงก็กล่าวว่า

“ข้าถือว่าความเงียบของทุกคนเป็นการตอบรับ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งทุกคน ตอนนี้ยาเทพสุขสันต์ยังไม่ออกฤทธิ์รุนแรง ทุกคนทานยาแก้พิษสลายพลังก่อนเถอะ”

เขามอบยาแก้พิษสลายพลังให้ทุกคน และเดินไปสำรวจร่างของชุดดำทั้ง 10 ดูว่ามีเบาะแสใดให้รู้ที่มาของพวกมันหรือไม่ แต่เขาก็ไม่พบพิรุธใดๆในร่างกายพวกมัน ไม่มีกระเป๋ามิติเก็บของ ยาพิษที่พวกมันใช้ถูกเก็บไว้ในชุดเสื้อผ้าที่พวกมันสวมใส่ และอาวุธที่พวกมันใช้ก็ไม่มีสัญลักษณ์ที่บ่งบอกแหล่งที่ผลิต เขาไม่อาจถอดเสื้อผ้าผู้ตายได้ เนื่องจากมีหญิงสาวอยู่ด้วย

เขาจึงปรับตาเพ่งสมาธิกำหนดดูทะลุวัตถุสิ่งของแทน และได้พบบางอย่างที่ผิดปกติ ในร่างกายพวกมันมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ มันมีลักษณะกลมเท่าลูกปิงปอง อยู่ในสมองของพวกชุดดำทุกคน เจ้านั้นปิดกั้นพลังวิญญาณไม่ให้มันถูกตรวจพบ แต่มันไม่อาจปิดซ่อนตัวจากสายตาที่สามารถมองทะลุวัตถุสิ่งของราวเครื่องสแกนภาพสามมิติได้

เขาติดต่อกับเย่หลิงฟงทันที

“ท่านรู้จักเจ้าสิ่งมีชีวิตนั้นหรือไม่”

“รู้” เย่หลิงฟงตอบ

“มันคืออะไร”

“มัน คือสัตว์วิญญาณมาร  ชื่อเต็มว่า วิญญาณมารสถิตร่าง มันถูกสร้างขึ้นโดยนัก...อา ข้าลืมไปว่ายังบอกเจ้าไม่ได้ เอาเป็นว่า มันถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มคนชุดดำนั้น มันใช้ควบคุมความคิดและเพิ่มความสามารถให้คนด้วย เมื่อร่างอาศัยตาย มันก็จะถูกเก็บกลับไปและผู้ที่สร้างก็จะหาร่างใหม่ให้มันอาศัย โดยตัวมันเองมันจะไม่มีพลังมาก มันมีพลังจิตมาก แต่ไร้พลังลมปราณใดๆ มันจะตายทันทีที่ถูกนำออกมาจากร่างอาศัยโดยผู้อื่นที่ไม่ใช่ผู้สร้างมัน หากเจ้าอยากฆ่ามันก็เพียงทำลายหัวของร่างที่มันอาศัยก็ได้แล้ว”

“ไม่มีวิธีนำมันออกมาอย่างเป็นๆหรือ”

“มี แต่เจ้าต้องฝึกถึงระดับลมปราณสร้างแกนหลักก่อน วิธีถูกเขียนไว้ในตำราพิสดารหนึ่งในโรงปรุงยา เจ้ายังมีเวลาเข้าไปศึกษาได้ ข้าว่าเจ้าแก้สถานการณ์ปัจจุบันนี้ก่อนจะดีกว่า ยังดีนะที่เจ้าได้เอาบ้านเคลื่อนที่ออกไปด้วย เจ้านี้ดวงนารีวิ่งเข้าชนจริงๆ ข้าจะไม่ขัดความสุขของเจ้าละ”

หวังเสี่ยวหลงรู้ว่าไม่อาจทำสิ่งใดได้กับเย่หลิงฟง เขาไม่อาจบังคับให้เย่หลิงฟงบอกสิ่งที่เขาไม่อยากบอกได้ เขาจึงมาสนใจสถานการณ์ตรงหน้า

หญิงสาวทั้ง 7 แสดงอาการออกมาแล้ว พวกนางจ้องมองหวังเสี่ยวหลงด้วยสายตาหื่นกระหาย

หวังเสี่ยวหลงทำลายหัวของคนชุดดำทั้ง 10 แล้วจึงได้เอาบ้านเคลื่อนที่ออกมา

บ้านเคลื่อนที่มีลักษณะคล้ายรถบ้านในโลกเดิมของเขามาก เย่หลิงฟงได้ใช้เวลาว่างสร้างมันขึ้นมา จากไม้เหล็กและวัตถุดิบมากมายในดินแดนมิติกระบี่สวรรค์ ขนาดใหญ่กว่ารถบ้าน 2 เท่า มีล้อที่ใช้เคลื่อนที่ได้โดยอัตโนมัติ มันสามารถเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องมีสัตว์อสูรพาหนะลากจูง แต่ใช้เครื่องจักรกลภายในตัวมันเอง โดยใช้พลังงานจากผลึกพลังของสัตว์อสูรเป็นตัวขับเคลื่อน ที่จริงหวังเสี่ยวหลงเอาออกมาเพื่อจะใช้ให้หลิวสุ่ยเสียและโกวซูซินอยู่อาศัย และสามารถใช้เดินทางไปที่ไหนๆก็ได้โดยไม่ต้องออกจากตัวบ้านเลย

เขากล่าวกับสาวๆว่า

“สาวๆเข้าไปในบ้านก่อน ข้าจะจัดหนักพวกเจ้าทุกคนเดี๋ยวนี้”




จบตอนที่ 9 

(ตอนต่อไปเริ่มติดเหรียญกุญแจแล้วนะครับ ผมตั้งไว้ที่ขั้นต่ำสุด ผมได้นำไปลงที่

https://fictionlog.co/w/5992a8e4a90943113bae250 ด้วย)

ความคิดเห็น