email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Look Like 06

คำค้น : Look Like รักเราใกล้กัน nana nanaกะหอยทาก ลุงอิน อินทร น้องพู่ พู่กัน เบาสมอง น่ารัก หวานมุ้งมิ้ง อบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ ไร่ส้มไร่องุ่น ใส่ใจ ดูแล ดราม่านิดหน่อย ฟิน หวานละมุน นิยาย ไม่ติดเหรียญ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2560 23:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Look Like 06
แบบอักษร

Look Like 06​





เสียงแมวร้องดังขึ้นใกล้ๆ แต่ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะลืมตาตื่นจริงๆ เสียงขยับตัวดังขึ้นพร้อมๆกับหมอนข้างที่ขยับได้(?) ฉันขยับตัวนอนดีๆแล้วเหมือนจะเคลิ้มหลับไปพร้อมกับเสียงพึมพำอะไรสักอย่าง

“ร้องอะไรแต่เช้ามาอึม”

เหมียว!

“พู่”

“อือ”

“พู่กันพี่จะเข้าไปที่ไร่นะ” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นใกล้ๆ

“กี่โมงแล้ว?” ฉันครางถาม แต่ยังไม่ลืมตามือก็ยกควานหาผ้าห่มมาคลุมโปงไว้

“ตีสี่ครับ”

“เช้า”

“ลูกค้ามารับผลไม้ที่ไร่ครับ ถ้าเสร็จจะรีบกลับมานะ”

“...”

ฉันรับรู้สิ่งที่เขาบอกแต่ไม่มีแรงจะเอ่ยปากขยับตอบเขาเลยสักนิด ฉันหลับอีกครั้งโดยที่ไม่ได้ตอบเขาแต่อย่างใด รู้สึกตัวตื่นอีกทีเกือบเจ็ดโมงเช้าพอตื่นก็จัดการอาบน้ำแต่งตัว วันนี้อาร์ตจะมาหาฉันด้วยล่ะโทรหาหน่อยดีกว่าไม่รู้ว่าถึงไหนแล้ว

ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมากดโทรหาอาร์ตทันที ทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจที่เพื่อนจะมาหา

“อยู่ไหนแล้ว” ฉันถามออไปอย่างตื่นเต้น

(ถึงนานแล้วเหอะ ลงมาข้างล่างได้แล้ว) อาร์ตบอกเสียงดุๆ ได้ยินแบบนั้นฉันก็วางสายแล้วรีบออกจากห้องเพื่อที่จะลงไปยังชั้นล่าง ภายในบ้านชั้นล่างไม่มีใครอยู่เลยแต่พอมองเลยออกไปสนามหญ้าหน้าบ้านก็เจอกับผู้คนที่กำลังทำอะไรกันสักอย่าง ฉันเดินไปสวมรองเท้าแตะที่หน้าบ้านก่อนจะเดินไปยังจุดที่มีคนทำงานอยู่ ที่นี่มีพ่อกับแม่ฉันรวมถึงคุณลุงคุณป้าด้วย พวกท่านกำลังคุยอะไรกันสักอย่างพอเห็นฉันเดินเข้าไปใกล้พวกท่านก็หันมามองแล้วยิ้มให้

“หิวหรือยังลูก” คุณป้าถามพร้อมกับมองฉันด้วยแววตาอบอุ่น

“ยังค่ะ ทำอะไรกันอยู่เหรอคะ” ฉันถามพรางกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วก็ต้องสะดุดเมื่อเห็นอาร์ตกำลังยืนดูคนจัดซุ้มดอกไม้อยู่

“เตรียมสถานที่งานเลี้ยงพรุ่งนี้ไงลูก แล้วก็วันนี้ช่วงสายๆหนูก็ออกไปทำธุระกับพี่เขาหน่อยนะ” คุณลุงเป็นคนตอบและบอกฉันอีกด้วย

“คะ? ไปไหนเหรอคะ”

“เดี๋ยวก็รู้ลูก แต่ตอนนี้หนูไปทานข้าวได้แล้วนะชวนหนูอาร์ตไปด้วยตั้งแต่มาถึงยังไม่พักเลย”

“แล้วคุณลุงคุณป้าทานหรือยังคะ พ่อกับแม่ทานข้าวหรือยังคะ” ฉันถามพวกท่าน

“เรียบร้อยแล้วลูก ไปทานข้าวได้แล้วเราน่ะ”

“ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”

ฉันลาพวกท่านก่อนจะเดินไปหาอาร์ตพอไปใกล้มันฉันก็กระโดดกอดคอมันไว้แน่นทีแรกมันโวยวายตกใจแต่พอรู้ว่าเป็นฉันมันก็บ่นแทนบอกว่าชอบเล่นอะไรเป็นเด็กๆ บลาๆๆ

“ไปทานข้าวกัน แล้วนี่มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉันถามเพื่อนระหว่างที่ลากมันเข้าไปในบ้านเพื่อทานข้าว

“ถึงตั้งแต่หกโมงแล้ว ที่รักทานข้าวค่ะ!” ท้ายประโยคอาร์ตหันไปเรียกแฟนของมันพอแฟนมันยิ้มแล้วพยักหน้าเดินตาม มันก็หันมาถามฉันต่อ

“แล้วเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นทำไมร้องไห้แบบนั้น” อาร์ตถามเสียงเครียด

“ไม่มีอะไรแล้วล่ะ” ฉันฝืนยิ้มให้กับอาร์ต แต่ในใจมันกลุ่มรู้สึกหน่วงๆ แม้เขาจะบอกว่าเขาไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น แต่ยังไงซะการแต่งงานครั้งนี้มันก็เป็นผลทางธุรกิจและเขาจะหย่าหลังจากแต่งได้สามเดือน...

“งอนอะไรพี่เขาอีกล่ะ แกนี่ยังไง”

“มันไม่ใช่งอนหรอก แต่มันเป็นความจริงทุกอย่างฉันเลยเป็นแบบนี้ไง” ฉันบอกเพื่อนไปในใจก็รู้สึกไม่ดีเอาซะเลย

“มีอะไรก็คุยกับพี่เขาดีๆนะ”

“อือ จะล้างมือก่อนไหมห้องน้ำอยู่ตรงนั้นนะ ห้องอาหารอยู่นั่นรีบตามมาล่ะ”

“โอเค ที่รักไปล้างมือกันก่อนป่ะ”

อาร์ตเดินเข้าไปล้างมือที่ห้องน้ำกับแฟนส่วนฉันเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อที่จะบอกป้าแม่บ้านให้เตรียมอาหารให้ แต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อเข้ามาในห้องครัวก็เจอเข้ากับร่างสูงๆที่ยืนคุยกับกับป้าอยู่

“โอ๊ะคุณพู่มาแล้ว เดี๋ยวป้าเอาอาหารออกไปตั้งโต๊ะให้นะคะ” ป้าบอกพร้อมกับรอยยิ้ม ส่วนคนตัวสูงที่หันมาเจอฉันก็ยิ้มเช่นกันเขาเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดูถูกส่งมาให้

“ไปนั่งรอกันเถอะเดี๋ยวป้ายกอาหารออกมาให้”

เขาไม่ได้รอฟังคำตอบของฉันแต่กลับดึงมือฉันไปจับและพาเดินไปที่ห้องทานอาหาร ร่างสูงดันไหล่ให้ฉันนั่งลงข้างๆเขาไม่นานอาร์ตกับแฟนก็เดินเข้ามาพร้อมๆกับป้าแม่บ้านที่ยกอาหารเข้ามาให้

“ป้าใจครับ เอาน้ำส้มมาให้พู่ด้วยนะครับ”

“ค่ะคุณอิน” ฉันอยากจะบอกว่าไม่ต้องเอามาแต่ก็พูดไม่ทันเมื่อป้ารับคำแล้วเดินกลับเข้าไปในครัวแล้ว

“ทานได้เลยนะครับ อยากได้อะไรเพิ่มบอกป้าใจได้เลยครับ”

“ขอบคุณครับพี่อิน”

“ครับ พู่ทานเสร็จแล้วเข้าเมืองด้วยกันหน่อยนะ”

“ค่ะ”

ฉันตอบรับสั้นๆก่อนจะทานข้าวสลับกับคุยกับเพื่อนตัวเองหลังจากทานข้าวเสร็จฉันก็โดนดึงให้ออกจากบ้านไปที่รถออดี้ เดี๋ยวนะ นี่เขาขับออดี้ในไร่เลยเหรอ??

“ทำหน้างงอะไรพู่ ก็คันนี้ใช้ขับเวลาจะพาเราเข้าเมืองไงส่วนในไร่ก็จะมีสี่ประตูกับฟอร์จูนเนอร์ เวลาเราอยากไปไร่จะได้ไม่ลำบาก” เขาอธิบายอย่างรู้ทันความคิดของฉัน พอจะเข้าใจแล้วล่ะแต่ฉันก็ไม่ตอบตอบเขา เขาเปิดประตูให้ขึ้นรถเสร็จเขาก็เดินอ้อมมาฝั่งคนขับจากนั้นก็พาฉันออกจากไร่เพื่อไปทำธุระอะไรบางอย่างที่เขาไม่ได้บอก

“เราอยากซื้ออะไรไหมเดี๋ยวพี่แวะให้”

“ไม่ค่ะ”

 “เดี๋ยวทำธุระเสร็จเราแวะซื้อของกันก่อนกลับแล้วกัน เผื่อเราอยากซื้ออะไรไปเพิ่มในงาน”

เขาพาฉันเข้าไปในตัวจังหวัดก่อนจะพาแวะเอาของที่นู่นที่นี่จนถึงที่สุดท้ายที่ห้างสรรพสินค้า ฉันนี่แทบจะหลับอยู่รอมร่อไม่รู้ว่ามาเอาของแค่นี้ทำไมต้องพาฉันมาด้วยก็ไม่รู้

“แวะทานข้าวก่อนนะ มันบ่ายโมงแล้วพี่กลัวเราหิว”

เขายังพูดผูกขาดคนเดียวกระทั่งถึงชั้นที่เป็นร้านอาหาร

“อยากทานอะไร”

“ไก่ทอด” ฉันตอบโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรเลย คนข้างๆหัวเราะเบาๆก่อนจะจับมือฉันแล้วพาเดินไปที่ร้านไก่ทอดชื่อดังฉันสั่งข้าวยำส่วนคนข้างๆเขาก็สั่งข้าวแล้วก็ไก่ทอดเซตใหญ่

“ไปนั่งรอเถอะเดี๋ยวพี่เอาไปเอง อ้อ โทรบอกแม่ด้วยนะว่าเรากำลังจะกลับอ่ะโทรศัพท์”

เขายื่นโทรศัพท์ยี่ห้อผลไม้ชื่อดังรุ่นล่าสุดมาให้ฉันรับมาก่อนจะเดินตรงไปยังที่นั่งมุมร้านที่ว่างทันทีพอนั่งเสร็จฉันก็ปลดล็อคหน้าจอโทรศัพท์เครื่องแพงของเขาเพื่อที่จะโทรหาคุณป้า

(ว่าไงตาอิน)

“คุณป้าคะนี่พู่เองนะคะ”

(จ้าลูกว่าไง)

“พี่ฝากบอกว่ากำลังจะกลับค่ะ ตอนนี้แวะทานข้าวอยู่ค่ะ”

(อ๋อ ได้ลูกหนูอยู่ซื้อของก่อนก็ได้นะลูก)

“ค่ะคุณป้า”

(งั้นหนูทานข้าวนะ)

“ค่ะ สวัสดีค่ะคุณป้า”

“แม่ว่าไงบ้าง” คุณตัวสูงเดินถือถาดเข้ามาใกล้พร้อมกับถามเสียงนุ่ม

“ไม่ว่าไง”

“ยังไม่หายโกรธพี่อีกเหรอ มันไม่มีอะไรจริงๆนะ” เขาวางข้าวลงตรงหน้าก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม แปบซี่แก้วใหญ่ถูกวางลงตรงหน้า ไม่ได้ดื่มนานแล้วอ่ะฉันคว้าแก้วแปบซี่ขึ้นดูดอย่างมีความสุขไม่ได้ตอบคำถามใครแต่อย่างใด

“มันไม่มีอะไรจริงๆนะพู่ ส่วนเรื่องที่บอกว่าจะหย่าสามเดือนพอรู้ว่าเป็นเราจ้างให้พี่ก็ไม่หย่าหรอกจะว่าเห็นแก่ตัวก็ได้ แต่พี่จะไม่ยอมหย่า”

“...”

“พู่กันคุยกับพี่”

“หือ?”

“พี่ก็บอกหมดทุกอย่างแล้ว ทำไม...” ฉันตักข้าวในจานไปใส่ปากเขาทันทีเมื่อเห็นเขากำลังจะพูดหรือบ่นอะไรสักอย่าง เขามองฉันงอนๆแต่ก็ยอมเคี้ยวข้าวและไม่ได้บ่นอะไรอีก ตอนที่ทานไก่เขาก็ใจดีแกะเอากระดูกออกให้ ทำดีไถ่ความผิดหรือเปล่านะแบบนี้น่ะ

“อยากได้อะไรไหม เดี๋ยวเราไปซื้อด้วยกัน”

“ว่าไง”

“ยังไม่มีอะไรที่อยากได้ค่ะ”

“งั้นเราไปซื้อโดนัทไหม แล้วกลับไร่กัน”

“ค่ะ”

“ได้อะไรมาฝากไหม” ทันทีที่เดินเข้าไปหาอาร์ตมันก็ถามยิ้มๆส่วนฉันได้แต่ส่ายหน้าให้กับเพื่อน ฉันชูถุงโดนัทให้เพื่อนมันก็หัวเราะเบาๆก่อนจะชวนคุยเรื่องทั่วไป คุณอินทรเดินตามหลังมาหยุดยืนใกล้ๆเขาไม่ได้ถามหรือชวนคุยแต่ก็ไม่ได้อยู่ห่างจากฉัน

“ห่างน้องก็ได้ไหมบางที” เสียงแซวดังจากคุณลุงที่ยืนห่างออกไป คนที่ถูกแซวหันไปมองงอนๆก่อนจะตอบกลับไปเสียงอ่อย

“ก็น้องโกรธผมอยู่อ่ะพ่อ”

“หึหึ สมน้ำหน้าแกแล้วไอ้ลูกชาย”

 “พ่ออ่ะ”

“พู่ชอบไหมแบบนี้น่ะ” อาร์ตชี้นิ้วให้ดูซุ้มดอกไม้ที่ถูกจัดแต่งอย่างสวยงามและลงตัว ฉันได้แต่มองอย่างทึ่งๆเพราะมันสวยมากจริงๆ อย่างกับเทพนิยายเลยแม้ที่นี่จะเป็นสนามหญ้าหน้าบ้านรอบๆเต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์ของภูเขาแต่ซุ้มดอกไม้นี้กลับดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้นยามได้จ้องมอง

 “สวย”

“แน่นอน ฉันทำซะอย่าง”

“ขอบคุณน๊า” ฉันโผเข้าไปกอดเพื่อนไว้แน่นด้วยความสุขใจ

“ฮ่าๆๆ อย่าร้องไห้นะเดี๋ยวร้องตาม” มันล้อเสียงสนุกพรางยกแขนขึ้นโอบเอวฉันไว้

“ปาร์ตี้กันไหมวันนี้เพื่อนพี่อินก็มาครบกันแล้ว” อาร์ตมันอุ้มฉันเดินเข้าไปในบ้านทั้งที่ฉันยังกอดมันอยู่ ดูแล้วมันก็คงจะตลกอยู่หน่อยๆอ่ะนะที่มีฉันเกาะมันอย่างกับลูกลิงแบบนี้

“ไม่รู้อ่ะแก ไม่รู้ว่าเขาจะยอมหรือเปล่า” ฉันบอกเพื่อน ลอบลองผ่านไหล่เพื่อนไปก็เห็นร่างสูงๆของคุณอินทรเดินตามมา

“ถามพี่เขาดูสิ ลองถามดูดูแล้วเขาอยากคุยกับแกนะ” อาร์ตบอก

“ลดทิฐิในใจลงบ้าง เขาทั้งยอมทั้งเอาใจตามใจแกขนาดนี้แกจะไม่ให้โอกาสเขาพิสูจน์ตัวเองหน่อยเหรอ”

“เอ่อ...”

“ไปคุยกับพี่เขาซะพู่ ฉันจะรอฟังคำตอบ”



-----------------------============---------------------


ช่วงนี้งานเยอะจริงๆค่ะ ไม่ว่างเลยแวบมาอัพแล้วก็ต้องออกไปเพราะงานเยอะ ขอบคุณที่ยังติดตามนะคะ

ความคิดเห็น