ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 พิษร้อยวิญญาณ

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 พิษร้อยวิญญาณ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2560 06:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 พิษร้อยวิญญาณ
แบบอักษร


       ย้อนไปก่อนหน้านี้ที่งานเลี้ยงงานแต่งงาน การประลองยุทธดำเนินต่อไปถึงช่วงเย็น หลังจากนั้นก็เป็นงานแสดงบันเทิงอื่นๆเพื่อสร้างความสนุกให้กับงาน ที่ทางเจ้าภาพได้จัดเตรียมไว้ ซึ่งก็มีการแสดงตลก เพลงดนตรี ร้องรำ และละครงิ้ว เพื่อให้งานมีความครื้นเครงในช่วงกลางคืน

          นอกจากนี้ยังมีเหล้าและอาหารเลี้ยงคอยบริการตลอดงาน

แขกหลายคนเมามายก็กลับไปพักผ่อนก่อน

โกวซูซินเนื่องจากมีนัดกับหวังเสี่ยวหลงนางได้รีบกลับมาก่อนที่การประลองยุทธจะเสร็จสิ้นเสียอีก

ขณะที่งานเลี้ยงดำเนินไปถึงช่วงกลางยามสอง (ประมาณ 22.30 น.) มีข่าวร้ายแจ้งมาจากหลิวตระกูล โดยการส่งข้อความผ่านนกส่งสาร ว่ามีกลุ่มคนชุดดำไม่ทราบสังกัดที่มาชัดเจนโจมตีที่ตั้งตระกูลหลิวอย่างไม่ตั้งตัว อาวุโสหลายคนถูกทำร้ายและเสียชีวิต หลายคนถูกควบคุมจับตัวไป

บรรพชนสวรรค์ตระกูลหลิว 2 คนเสียชีวิต 3 คนถูกจับตัวไปด้วย

*บรรพชนสวรรค์ของตระกูล คือรุ่นก่อนรุ่นอาวุโสที่ฝึกยุทธถึงระดับลมปราณสวรรค์, ถ้าฝึกถึงระดับลมปราณศักดิ์สิทธิ์ก็จะเรียกว่าบรรพชนศักดิ์สิทธิ์,ฝึกถึงลมปราณเซียนก็จะเรียกบรรพชนเซียน, ฝึกถึกลมปราณเซียนเหนือเซียนจะเรียกว่าบรรพชนเหนือเซียน

บรรพชนฯเหล่านี้จะไม่ค่อยสนใจเรื่องทั่วไปในตระกูล เพราะได้มอบหมายให้ผู้นำตระกูลและอาวุโสจัดการดูแลทั้งหมดแล้ว จะทำหน้าที่เป็นเสาหลักพิทักษ์ตระกูล เฝ้าดูและคุ้มครองจัดการการรุกรานจากศตรูที่ร้ายกาจมากๆระดับลมปราณสวรรค์ขึ้นไปเท่านั้น และใช้เวลาส่วนมากฝึกวิชายุทธ หากเรื่องไม่ร้ายแรงถึงระดับทำให้ตระกูลเข้าสู่ภาวะจะพินาศดับสูญ คนเหล่านี้จะไม่ยอมปรากฏตัวแน่นอน

ดังนั้นเรื่องที่ตระกูลหลิวถูกโจมตีและมีบรรพชนสวรรค์เสียชีวิตและถูกจับกุมตัวไปนับเป็นเรื่องที่ร้ายแรงถึงระดับทำให้ตระกูลเข้าสู่ภาวะดับสูญได้เลย

พวกเขาไม่อาจนิ่งเฉยได้ จึงรีบเดินทางทั้งกลางคืนเพื่อจะกลับไปยังตระกูล

ขบวนเดินทางมีหลิวชุ่ยเสีย พ่อ(หลิวอู) แม่(หวินเจิน) อาจารย์ของหลิวชุ่ยเสีย(มู่ถัง) และอาวุโสตระกูลหลิวอีกสามคน ระหว่างทางพวกเขาก็ถูกโจมตีจากกลุ่มคนชุดดำ

พ่อแม่ของหลิวชุ่ยเสียได้รับบาดเจ็บสาหัส อาวุโสสามคนเสียชีวิตอาจารย์ของเธอใช้วิชานารีเทพขั้น 5 และวิชากระบี่บัญชาสวรรค์ ขั้น 5 ต้านทานไว้ครึ่งชั่วยามก็ถูกทำร้ายบาดเจ็บ แต่ก็ได้เปิดโอกาสให้หลิวชุ่ยเสียหนีรอดออกมาได้ โดยใช้สมบัติมนุษย์*ที่ตกทอดมาจากนิกาย กำไลทองเคลื่อนย้ายมิติ ซึ่งจะส่งผู้สวมใส่ให้เคลื่อนย้ายไปยังสถานที่แห่งหนึ่งแบบสุ่มได้ ในระยะ 10 กิโลเมตร

ระดับของสมบัติวิเศษมี 5 ระดับ ได้แก่มนุษย์ วิญญาณ สวรรค์ ศักดิ์สิทธิ์ เทวะ,ที่ต่ำกว่าระดับมนุษย์จะไม่เรียกสมบัติวิเศษแค่เรียกสมบัติทั่วไป ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 เช่นกัน คือ ต่ำ กลาง สูง ดี และเลิศ สมบัติทั่วไปจะมีคุณวิเศษเสริมเล็กน้อยเท่านั้น เช่นกระเป๋ามิติ ถือเป็นสมบัติทั่วไปชั้นสูง มีคุณวิเศษสร้างมิติเก็บของได้นั้นเอง ส่วนสิ่งของทั่วไปที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นใช้อื่นไม่เรียกสมบัติ เช่นมีดเหล็กที่ตีจากเหล็กกล้ามีความคมมาก แต่ก็ไม่เรียกว่าสมบัติ แต่เมื่อมีดเหล็กได้รับอำนาจวิเศษจากฟ้าดินหรือได้ผ่านการหลอมวิญญาณ ก็จะกลายเป็นสมบัติได้    

กำไลทองเคลื่อนย้ายมิตินี้ในนิกายบัญชาสวรรค์จะมีเพียง 100 วง จะมอบให้แก่เจ้านิกาย และอาวุโสหลักเท่านั้น

แต่เนื่องจากอาจารย์ของหลิวชุ่ยเสียนั้นมีความรักศิษย์มาก และห่วงความปลอดภัยของศิษย์จึงได้มอบกำไลทองเคลื่อนย้ายมิติให้หลิวชุ่ยเสีย

กำไลทองนี้ต้องใช้เวลา 1-20 นาทีเพื่อเปิดใช้งานเคลื่อนย้ายมิติได้ ขึ้นอยู่กับระดับลมปราณของผู้สวมใส่ด้วย และเพราะระดับของหลิวชุ่ยเสียมีระดับที่ลมปราณวิญญาณ ขั้น 7 จึงใช้เวลานานถึง 15 นาทีกว่าจะเปิดใช้งานได้

ขณะที่หลิวชุ่ยเสียเปิดใช้งานกำไล นางได้รับการคุ้มครองจากอาจารย์ จึงได้ไม่บาดเจ็บมาก แต่ก่อนที่จะถูกส่งตัวเคลื่อนย้ายมิติ นางก็พบว่าอาจารย์ของนางได้รับการทำร้ายบาดเจ็บมากแล้ว อาจารย์นางได้ส่งเสียงที่นางได้ยินเพียงลำพัง ว่า

“เจ้าต้องไปหาโกวซูซินและหวังเสี่ยวหลง มีเพียงหวังเสี่ยวหลงที่อยู่กับนางเท่านั้นที่จะช่วยเหลือพวกเจ้าได้ ภายใน 6 เดือนนี้อย่าตามหาอาจารย์ และพ่อแม่ของเจ้าและคนอื่นๆ ข้าและพวกเขาจะไม่ตายแน่นอน พวกเขาไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าพวกเรา ไม่งั้นข้าคงไม่อาจต้านทานได้นานถึงเพียงนี้ เจ้าต้องละความแค้นของเจ้ากับโกวซูซิน หวังเสี่ยวหลงคือคนในคำทำนายของผู้ก่อตั้งนิกายเทพบัญชาสวรรค์สุ่ยซงหนี, ที่แรกข้าก็ต้องการเก็บความลับนี้ไว้ เพื่อแจ้งรายงานให้เจ้านิกายตัดสินใจดำเนินการ แต่ข้าคงไม่มีโอกาสได้แจ้งรายงานแก่เจ้านิกายแล้ว เจ้าคือคนเดียวที่รู้ความลับนี้  จำไว้มีเพียงเขาคนเดียวที่จะช่วยพวกเจ้าได้ คนชุดดำพวกนี้มีที่มายิ่งใหญ่มาก”

หลิวชุ่ยเสียถูกส่งมาปรากฏตัวที่นอกโรงเตี๊ยมสี่ฤดูโดยบังเอิญจากการสุ่มส่งโดยกำไลทองเคลื่อนย้ายมิติ

นางรู้ว่าโกวซูซินพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมสี่ฤดูตั้งแต่แรกแล้ว แต่นางก็รู้ว่าไม่อาจต่อสู้กับโกวซูซินได้จึงไม่ได้มารังครวญหาเรื่องก่อนหน้านี้

แต่ครั้งนี้นางมีเรื่องเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่น นางจึงต้องการอยากระบายเป็นครั้งสุดท้าย และต้องการเรียกโกวซูซินให้ออกมาโดยเร็ว จึงได้ด่าอย่างรุนแรง             

ส่วนเสียงกระดิ่งดังสามครั้งนั้น เป็นกระดิ่งสัญญาณของนิกายบัญชาสวรรค์ที่นางสั่นขึ้นเอง เพื่อแจ้งแก่แขกทุกคนให้รู้ว่านี้เป็นเรื่องส่วนตัวของนิกายบัญชาสวรรค์ ห้ามผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องยุ่งเกี่ยว

          ดึกสงัดผ่านเที่ยงคืนไปแล้ว

          1 ชายหนุ่ม 2 หญิงสาว ยืนอยู่บนถนนใหญ่หน้าโรงเตี๊ยมสี่ฤดู ชายหนุ่มสวมชุดไหมลายมังกรสีฟ้า หญิงสาวที่ยืนเคียงข้างชายหนุ่มสวมชุดวิหคเพลิงสวรรค์

ส่วนหญิงสาวตรงข้ามสวมชุดน้ำเงินเข้มมีรอยขาดบางแห่งหลายรอย และมีคราบเลือดติดอยู่ด้วย ใบหน้าหญิงสาวดูซีดเพราะบาดเจ็บและเสียเลือด แต่ก็มีความสวย และมีความดื้อรั้นแสดงออกที่สีหน้า   

          หลิวชุ่ยเสีย อยู่ในงานประยุทธด้วยขณะที่หวังเสี่ยวหลงขึ้นเวที นางจึงจำหวังเสี่ยวหลงได้ นางไม่คิดว่าหวังเสี่ยวหลงจะอยู่กับโกวซูซินตามที่อาจารย์นางบอกจริงๆ ดูเหมือนว่าอาจารย์ของนางจะมีข้อมูลบางอย่างที่ปกปิดนางไว้ นางถามขึ้นว่า

          “หวังเสี่ยวหลง รู้จักอาจารย์ข้าหรือไม่”

       “แม่นางคือหลิวชุ่ยเสียสินะ อาจารย์แม่นางเป็นใคร”

          “อาจารย์ข้าเป็นอาวุโสหลักนิกายบัญชาสวรรค์ชื่อ มู่ถัง เจ้ารู้จักท่านใช่ไหม”

          “ใช่, ข้ารู้จัก วันนี้หัวค่ำอาจารย์เจ้ามู่ถังนางมาพบข้า ข้าและนางมีข้อตกลงบางอย่าง แต่ข้าไม่อาจบอกได้ มันเป็นเรื่องระหว่างข้ากับอาจารย์ของแม่นาง, ว่าแต่แม่นางได้รับบาดเจ็บมาก ข้าจะรักษาแม่นาง ส่วนเรื่องอื่นๆไว้พูดกันภายหลัง”

          “ข้าไม่เป็นไร..ข้า..”

          หลิวชุ่ยเสียกล่าวยังไม่จบประโยค นางก็สิ้นสติทันที เนื่องจากเสียเลือดและบาดเจ็บมาก และยังใช้ลมปราณเกินขีดจำกัดเพื่อเปิดใช้งานกำไลทองเคลื่อนย้ายมิติอีก ที่นางฝืนอยู่ได้ถึงเพียงนี้ เพราะต้องการพบหวังเสี่ยวหลงและโกวซูซินเท่านั้น เมื่อรู้ว่าหวังเสี่ยวหลงและอาจารย์ของนางรู้จักกันและมีข้อตกลงบางอย่าง นางก็ไม่อาจฝืนทนต่อไปได้ แต่ก็ยังดื้อรั้นปากแข็งอยู่

          หวังเสี่ยวหลงเคลื่อนไหวร่างวูบเดียวก็เข้าไปรับร่างหลิวชุ่ยเสียไว้ได้ทัน ก่อนที่นางจะล้มไปที่พื้น เขาหันมาพูดกับโกวซูซินว่า

          “ซูซินที่นี้ไม่ปลอดภัย ศัตรูของหลิวชุ่ยเสียจะตามมาโดยเร็ว, หลิวชุ่ยเสียถูกพิษร้อยวิญญาณ ข้าต้องพานางรีบรักษานางก่อน อาการของนางสาหัสมาก ข้าต้องการที่สงบไม่มีใครรบกวน การรักษาต้องใช้เวลา  1 ชั่วยามเต็มเจ้าตามข้ามา”

       ก่อนที่หวังเสี่ยวหลงจะออกจากตระกูลหวังมาหาโกวซูซิน เขาก็ได้พบกับอาวุโสมู่ถังของนิกายบัญชาสวรรค์ นางตามเขามาและดักหน้าเขาทันทีที่เขาออกมาจากตระกูลหวัง จากนั้นนางและเขาก็ได้พูดถึงว่านางรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของกระบี่สวรรค์รุ่นที่หก ต่อจากผู้ก่อตั้งนิกายบัญชาสวรรค์เทพบัญชาสวรรค์สุ่ยซงหนี นางว่าผู้ก่อตั้งฯได้ทิ้งคำทำนายไว้ในตำรา และเก็บไว้ในหอตำราระดับสูงสุด มีเพียงเจ้านิกายและอาวุโสหลักเท่านั้นที่มีสิทธิรับรู้คำทำนาย

          ในคำทำนายบอกว่าไม่ให้สาวกนิกายตามหากระบี่สวรรค์ เมื่อถึงเวลากระบี่สวรรค์จะเลือกเจ้านายเอง เขาจะสวมชุดสมบัติสวรรค์ชุดไหมลายมังกรสีฟ้า และยังกล่าวทำนายอื่นๆอีกมากมายเกี่ยวกลับรุ่นหกและทำนายว่านิกายบัญชาสวรรค์จะประสบเคราะห์ แต่รุ่นหกจะช่วยได้

          หวังเสี่ยวหลงไม่ปฏิเสธ แต่เขากล่าวถามว่าต้องการอะไร เพื่อแลกกับการจะปิดความลับนี้ของเขา

          มู่ถังก็บอกว่าให้รับศิษย์สาวของนางเป็นภรรยาเขา และขอร้องเขาให้ช่วยนิกาย เขารับปากตามข้อตกลงว่า เขาจะรับศิษย์สาวของนางเป็นภรรยา แต่เรื่องช่วยนิกาย เขาจะช่วยเท่าที่จะช่วยได้เท่านั้น และเขาขอให้ปิดเป็นความลับเรื่องของเขา

มู่ถังก็รับปากตกลงเช่นกัน แต่ตอนนั้นเขายังไม่รู้ว่าศิษย์สาวกหลักของอาวุโสมู่ถังนางเป็นใครชื่ออะไร เพราะอาวุโสมู่ถังบอกว่าจะพามาแนะนำภายหลัง เขาก็บอกว่าจะไปธุระส่วนตัว และไม่ต้องการให้อาวุโสมู่ถังติดตามมาด้วย จากนั้นก็แยกทางกัน แต่อาวุโสมู่ถังก็ได้คาดเดาว่าหวังเสี่ยวหลงไปหาโกวซูซินแน่นอน เพราะเส้นทางที่เขามุ่งหน้าไปเป็นทางไปโรงเตี๊ยมสี่ฤดู นางจึงได้กลับไปที่ตระกูลหวังและร่วมงานเลี้ยงต่อไปจนกระทั้งได้รับข่าวสารจากนกส่งสารตระกูลหลิว นางจึงได้ร่วมเดินทางไปกลับขบวนตระกูลหลิวด้วย      

          หวังเสี่ยวหลงพบว่าหลิวชุ่ยเสียถูกยาพิษร้ายแรงมาก พิษได้แทรกซึมเข้าชีพจรทั่วร่างกายแล้ว และพิษนี้ก็ร้ายแรงมาก จะทำให้ผู้ถูกพิษเสียชีวิตใน 3 ชั่วยาม พิษนี้ไม่มีทางรักษาได้ด้วยยาทั่วไป

          เขาได้อ่านตำราพิษมาบ้างในหอยาโอสถ ซึ่งก็มียาพิษชนิดนี้ด้วย เมื่อเขาเห็นอาการที่ปรากฏขึ้นจากหลิวชุ่ยเสีย เขาก็รู้ทันทีว่านางถูกพิษชนิดนี้ วิธีรักษามี 2 ทาง คือได้ยาแก้พิษจากผู้ที่ปรุงยาพิษนี้หรือเขาต้องดูดเอาพิษจากร่างกายนางมาเข้าสู่ร่างกายของเขาซึ่งพิษร้ายใดๆไม่อาจทำอันตรายได้ และต้องร่วมสัมพันธ์กับนาง เพื่อจะได้ดูดซับพิษออกมาได้ทั้งหมด เขาไม่มียาแก้พิษนี้ เพราะรุ่นก่อนทั้ง 5 ไม่ได้ปรุงยาแก้พิษไว้ เนื่องจากพวกท่านมีร่างกายที่พิษใดๆไม่อาจทำร้ายได้จึงไม่จำเป็นต้องมียาแก้พิษ

หวังเสี่ยวหลงจึงได้นำหลิวชุ่ยเสียและโกวซูซินจากไปยังที่สงบอื่นไร้ผู้คนรบกวน

ชั่วครู่ต่อมาหลังจากพวกหวังเสี่ยวหลงจากไป ก็ปรากฏคนชุดดำขึ้น 2 คน หนึ่งในนั้นกล่าวขึ้นว่า

“นางปรากฏตัวขึ้นที่นี้ ในตัวนางมีพิษร้อยวิญญาณ ด้วยระดับลมปราณวิญญาณขั้น 7 ของนางต้องไม่อาจฝืนได้ นางต้องสิ้นสติไปแล้ว”

“นางหายไปไหน เครื่องหมายติดตามที่อยู่ในตัวนางก็หายไปด้วย” อีกคนก็กล่าวขึ้น

“มันเป็นไปไม่ได้ที่เครื่องหมายนั้นจะหายไปได้ นอกจากจะถูกทำลายโดยผู้ฝึกยุทธระดับลมปราณสวรรค์ขั้น 5 ขึ้นไป”

“ข้าใช้จิตค้นหาทั่วรอบรัศมีระยะ 10 กิโลเมตร ไม่พบร่องรอยเครื่องหมายจริงๆ มันหายไปแล้ว ราวกะว่านางหายไปในอากาศธาตุ”

“งานผิดพลาด พวกเราจะถูกลงโทษ ต้องรีบกลับไปรายงานหัวหน้าชุดปฏิบัติการ เราไม่อาจรับผิดชอบเพียงลำพัง”

ชุดดำทั้งสองจากไปจากที่นั้นอย่างรวดเร็ว

หวังเสี่ยวหลงเปิดใช้ประสาทหูที่ระดับสูงเพื่อค้นหาผู้ที่ทำร้ายหลิวชุ่ยเสีย และพบว่ามี 2 ร่างเคลื่อนที่มาอย่างเร็วมาก ยังตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ จึงได้กล่าวบอกโกวซูซินและอุ้มหลิวชุ่ยเสียจากไป

เมื่อออกจากที่นั้นได้เขาก็พาไปหลบที่บ้านว่างหลังหนึ่งซึ่งเป็นทรัพย์สินของตระกูลหวัง และเอาสมบัติสวรรค์อีกอย่างออกมานั้นคือ ผ้ายันต์ตัดวิญญาณมิติ โดยใช้ปิดที่ประตูบ้าน ผลก็จะทำให้บ้านนั้นหายไปจากการตรวจพบเห็นของทุกคนแม้แต่ผู้ฝึกยุทธระดับลมปราณเซียนก็ไม่สามารถตรวจสอบพบเห็นได้ ด้วยเหตุนี้คนชุดดำทั้งสองจึงไม่อาจตรวจสอบเครื่องหมายที่ติดอยู่ที่ตัวหลิวชุ่ยเสียได้

หวังเสี่ยวหลงวางร่างหลิวชุ่ยเสียลงที่เตียงและกล่าวกับโกวซูซินว่า

“เพื่อรักษานางข้าต้องร่วมรักกับนางดูดเอาพิษร้อยวิญญาณเข้าสู่ร่างกายข้าแทน ซูซินเจ้ายอมรับได้หรือไม่”

“ข้ายอมรับได้ แต่ข้าเป็นห่วงท่าน สามีพิษร้อยวิญญาณร้ายแรงมากท่านจะเป็นอันตรายด้วย”

“ข้าจะไม่เป็นไร ข้ามีร่างหลอมเทวะ พิษร้ายใดๆก็ทำอันตรายข้าไม่ได้ พิษร้อยวิญญาณสำหรับผู้อื่นจะเป็นพิษร้ายแรงที่ฆ่าชีวิต แต่สำหรับข้ามันคือยาโอสถเมื่อข้าดูดเอาพิษร้อยวิญญาณเข้าสู่ร่างกายข้า มันจะช่วยข้าผ่านระดับลมปราณพื้นฐานขั้น 9 เข้าสู่ระดับลมปราณวิญญาณขั้น 1 ได้, ข้าไม่อาจถ่วงเวลาได้อีกต้องรีบดำเนินการ เจ้านั่งรอก่อนนะ”

หวังเสี่ยวหลง จัดการถอดเสื้อผ้าของหลิวชุ่ยเสียออกทันที ร่างกายนางมีบาดแผล 4 แห่ง เป็นแผลกระบี่ และ 2 แห่งเป็นรอยฝ่ามือ อีกแห่งเป็นรอยหมัด ร่างนางมีความช้ำและสีผิวก็เริ่มเปลี่ยนเป็นซีด

หวังเสี่ยวหลงเอายาสมานแผลโรยลงที่แผลกระบี่สี่แห่ง และเทลมปราณของเขาเข้าสู่ร่างของหลิวชุ่ยเสีย มือเขานวดที่อกของนาง

จบตอนที่ 6

ความคิดเห็น