ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เลือดพล่าน ll < บทที่10 > 100%

ชื่อตอน : เลือดพล่าน ll < บทที่10 > 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.6k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2561 20:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
เลือดพล่าน ll < บทที่10 > 100%
แบบอักษร

10



เช้าวันถัดมาผมตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดทั่วทั้งร่าง เจ็บไปทั้งตัวโดยเฉพาะตรงส่วนนั้น ขยับทีน้ำตาแทบเล็ด ไม่นึกมาก่อนว่าการมีเซ็กส์มันจะเจ็บขนาดนี้ คิดไม่ออกเลยว่าทำไมคนถึงชอบทำกันนัก

ผมลืมตาขึ้นมาในห้องมืดที่มีแสงไฟสลัวๆ มันคือห้องนอนของบอส หลังจากที่โซฟาบอสก็อุ้มผมขึ้นมาต่อบนห้อง เขาพยายามอ่อนโยนกับผมแล้วจริงๆแต่มันก็ยังเจ็บอยู่ดี อาจเพราะเป็นครั้งแรกของผมก็ได้

“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงงัวเงียของบอสดังขึ้นข้างๆตามด้วยท่อนแขนหนักๆพาดลงบนตัวผม บอสขยับเข้ามาใกล้ๆจนลมหายใจเป่ารดต้นคอผม

ผมไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่นอนนิ่งๆให้เขากอดและคิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่ความผิดพลาด ผมยอมเขา อนุญาตให้เขาครอบครองผม ไม่ว่าจะเพราะเคลิ้มหรือเพราะอะไร แต่ผมเป็นของบอสแล้ว ร่างกายนี้ไม่ใช่ของผมคนเดียวอีกต่อไป

“คิดมากเหรอ” บอสถามขึ้นเมื่อเห็นผมเงียบ

“ผม...ง่ายใช่ไหม” รู้จักกันแค่ไม่กี่วัน เคยเจอหน้ากันสามสี่ครั้ง ถ้าไม่เรียกว่าง่ายผมก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร

“เฮ่…” เขาผงกหัวขึ้นมามองหน้าผม “ฉันบอกแล้วว่าฉันจริงจัง”

ผมรู้แล้วว่าทำไมผู้หญิงถึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้นัก มันไม่ใช่แค่การเสียตัว มันมากกว่านั้น มันเป็นเรื่องของความรู้สึก รู้แล้วว่าทำไมถึงต้องคิดมาก

ผมมองหน้าบอสนิ่งๆอยู่ครู่หนึ่ง บอกไม่ถูกจริงๆว่าตอนนี้ผมควรจะรู้สึกยังไง

“ครับ” ผมขยับลุกขึ้น เจ็บจนต้องนิ่วหน้าแต่ก็ต้องทน “ผมไปอาบน้ำนะ”

บอสมองผมอย่างห่วงๆ แต่เขารู้ว่าผมอยากอยู่คนเดียวเลยไม่มายุ่ง กว่าจะลากสังขารตัวเองเข้าห้องน้ำมาได้ไม่ใช่ง่ายๆเลย ยิ่งพอมาเห็นสภาพตัวเองผ่านกระจกเงาแล้วเข่านี่แทบทรุด รอยดูดกัดและขบเม้มเต็มตัวผมไปหมด ภาพเหตุการณ์นั้นผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ผมร้องไห้ มันเจ็บจนทนไม่ไหวเหมือนร่างกายจะขาด บอสปลอบผมตลอดเวลาที่ร่วมรักกัน เขาอ่อนโยน นุ่มนวล แต่ในขณะเดียวกันก็เร่าร้อนรุนแรง แค่สองยกผมก็หมดแรงหลับไปแล้ว และโชคดีที่เขาใส่ถุงยางผมเลยไม่ต้องมาลำบากเอาน้ำออกทีหลัง

ผมชำระล้างร่างกายเสร็จก็ออกมาแต่งตัว บอสเตรียมเสื้อผ้าให้ผมแล้ว เขาหาเสื้อยืดแขนยาวบางๆมาให้เพื่อให้ผมปิดรอยตามแขนได้ราวกับรู้ใจและเป็นเสื้อที่มีปกสูงพอจะบดบังร่องรอยต่างๆได้พอสมควร เว้นแต่รอยที่อยู่สูงขึ้นมาที่ทำยังไงก็ปิดไม่มิด

“กินยาแก้ปวดก่อน เดี๋ยวนายจะไม่สบาย”

“ครับ” บอสย้ำเรื่องยากับผมสามรอบเพราะคิดว่าผมมัวแต่เหม่อลอยและไม่ฟัง

“เมื่อวานนายเลือดออก ฉันอาจจะรุนแรงไป เดี๋ยวให้หมอมาตรวจ”

“บอส...ผมไม่เป็นไร”

“นายนิ่งเกินไป ฉันกลัวว่านายจะคิดมาก”

“ผมแค่คิดเรื่องร้านน่ะครับ ปิดมาหลายวันผมเลยเป็นห่วง” ผมฝืนยิ้มให้บอส

“เค” เขาเรียก และเดินมาหาผมช้าๆ คว้ามือผมไปกุมไว้หลวมๆ “ฉันเป็นห่วงนายนะ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็บอกฉัน”

ผมลังเล ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ คิดว่า เอาก็เอาวะ

“บอส...เรื่องของเรามันไม่ได้เกิดจากความรัก เราทั้งคู่แค่ต้องการเท่านั้น บอสไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบก็ได้ บอสไม่ได้ข่มขืนผม ผมสมยอมเอง อีกอย่างผมไม่ใช่ผู้หญิง เรื่องแบบนี้…”

“จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็มีความรู้สึกเหมือนกัน” บอสแทรกขึ้น “นายไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องนี้มาสร้างเหตุผลเพื่อปลอบใจตัวเองเพราะคิดว่าฉันได้นายแล้วฉันจะเบื่อ มันไม่ใช่นะเค เซ็กส์เป็นแค่ส่วนประกอบที่เอาไว้ถ่ายทอดความรู้สึกเท่านั้น ถึงฉันจะได้นายสิบครั้งยี่สิบครั้ง ถ้าความรู้สึกฉันไม่เปลี่ยนฉันก็ไม่มีวันเบื่อ”

“บอสได้ผมแค่สองครั้ง”

“นับเผื่ออนาคตด้วย”

“ฉันชอบนาย และฉันก็จะชอบนายไปเรื่อยๆไม่มีวันเบื่อ” บอสจับแก้มผมแล้วพูดปลอบใจเหมือนปลอบเด็กๆ “เลิกคิดมากซะนะ” ใบหน้าผมแดงแปร๋ด ก้มหน้างุดทันทีที่นึกขึ้นได้ว่าเขาก็ใช้น้ำเสียงนี้ตอนผมบอกว่าเจ็บ

ผมพยักหน้าสองสามครั้งบอกให้บอสรู้ว่าผมไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องมองก็รู้ว่าบอสกำลังยิ้มอยู่

“เออ เค”

“ครับ”

“สร้อยนาย...ไปเอามาจากไหน แปลกดี ฉันไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย” สร้อย? อ้อ...ผมล้วงหยิบสร้อยเงินที่คล้องคอมาตลอดหลายปีไม่เคยถอดออกมา มันมีจี้เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กเรียวประมาณนิ้วชี้สองข้อนิ้ว สลักลวดลายประหลาดแต่ดูสวยงาม

“พี่นัทให้มาน่ะครับ เป็นของขวัญวันเกิด พี่เขาบอกว่าห้ามถอดเด็ดขาด”

“อ้อ…” บอสพยักหน้าเข้าใจ นี่เป็นสร้อยที่พี่นัทให้ผมมาในวันเกิดจริงๆ ประมาณเกือบปีก่อนคุณหนูเล็กจะเสียนี่แหละ พี่เขากำชับให้ผมใส่ไว้ผมก็ใส่ตลอดเพราะคิดว่าเป็นเครื่องราง ใส่จนชินเลยไม่รู้สึกว่ามีอะไรห้อยคอ

บอสทำท่าทางเหมือนอยากจะพูดอะไร เขามองสร้อยคอผมนิ่งๆ อย่างใช่ความคิด สุดท้ายก็ไม่พูดอะไร


50%


ผมกลับมาเปิดร้านอีกครั้งในวันถัดมาท่ามกลางความไม่พอใจของบอส เขาอยากยุบร้านผมแล้วให้ผมไปอยู่กับเขาแทน จะได้ไม่ต้องมาเจอผู้คนมากหน้าหลายตาแบบนี้ แต่เพราะผมดึงดันไม่ยอม ความฝันในการเปิดร้านอาหารเป็นของผม ผมลงทุนลงแรงกับมันมากจู่ๆจะให้ปิดไปผมทำไม่ได้ แถมผบอสยังอยากให้ผมย้ายไปอยู่กับเขาอีก พอผมปฏิเสธตอนนี้เขาเลยโกรธ ไม่ยอมพูดอะไรกับผมเลยตั้งแต่เมื่อวาน ผมฝากพวกพี่ใหญ่บอกเขาว่าวันนี้ผมจะกลับมาที่ร้านแล้วให้พวกพี่ๆเขามาส่ง

และพอบอกว่าจะเปิดร้าน เด็กๆสองคนของผมก็วิ่งแจ้นมาที่นี่ทันทีไม่เห็นหน้าค่าตากันมาสามวัน พอมาถึงก็มานั่งจ้องผมเขม็งอยู่อย่างที่เห็น

“พี่เค”

“มีอะไรก็พูดมาสิ เรียกอยู่ได้” เฟรมหรี่ตาเล็กลง เรียกชื่อผมเป็นครั้งที่สี่แล้วแต่ไม่ยอมพูดอะไร เอาแต่จ้องหน้าไม่เลิก

“ที่ปิดร้านเนี่ย แอบไปติดสาวที่ไหนมาใช่ไหม รอยเต็มคอเลยเนี่ย!” เฟรมชี้นิ้วมาที่คอผม ทำให้ผมนึกได้ทันที เออว่ะ! มันปิดได้ไม่หมดนี่หว่า

ผมตะบบปิดร่องรอยบนคออายๆ แล้มเม้มปากเป็นเส้นตรง น้องเอ๋ย น้องจะทำหน้ายังไงถ้ารู้ว่ารอยนี่ไม่ได้เกิดจากพี่ไปเอาเมียแต่เกิดจากการที่พี่ไปเป็นเมียเขา เฮ้ออออ

“หนีไปเที่ยวกับสาว ไม่บอกน้องนุ่งสักคำ ปล่อยให้เราเป็นห่วง เหอะ!”

“พวกหนูก็กังวลตั้งนาน ติดต่อพี่ก็ไม่ได้ ตอนเจอกันครั้งสุดท้ายพี่ยิ่งท่าทางแปลกๆอยู่” อลินค้อนใส่งอนๆบ้าง

“ว่าแต่พี่หายดีแล้วใช่ไหม ไอ้อาการหน้าซีดตัวสั่นขาไม่มีเรี่ยวมีแรงของพี่น่ะ” เฟรมมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อสังเกตอาการ พอถูกจ้องมากๆเขาหน้าผมก็ชักร้อน รู้สึกเหมือนไปทำอะไรไม่ดีมากแล้วกลัวน้องมันจับได้

“อืม หายแล้ว” ผมหันหน้าหนีปกปิดพิรุธของตัวเอง แล้วเดินเลี่ยงไปที่อื่น

“แต่ผมว่าพี่ยังไม่หาย ท่าเดินพี่…”

กึก!

ผมหยุดชะงักลงทันใด

“ไม่มีอะไรหรอกมั้ง ผมอาจจะคิดมากไปเอง ในครัวจะเดินเร็วๆได้ยังไงล่ะเนาะ” ดีมากน้องรัก อย่าสงสัยเลย เด็กขี้สงสัยเป็นเด็กฉลาดแต่นาทีนี้พี่ยังไม่อยากให้น้องฉลาดนักหรอกนะ

“ลูกค้าเข้าค่ะ หนูไปรับออร์เดอร์นะ” อลินพูดจบก็ลุกออกจากครัวไป เฟรมมาช่วยผมเตรียมวัตถุดิบกับอุปกรณ์ทำอาหาร ทุกอย่างกลับมาสงบสุขเช่นเดิมเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราคุยกันสนุกสนาน หัวเราะคิกคักทั้งวัน บางทีก็บ่นลูกค้าที่เรื่องมากบ้างแต่ก็เป็นสีสันของชีวิต แป๊บเดียวเวลาก็ผ่านไปถึงช่วงเย็น

“ของหมดเกลี้ยงเลยพี่” เฟรมที่ก้มๆเงยๆอยู่หน้าตู้แช่ขนาดใหญ่ส่งเสียงร้องขึ้น

“ทำไงดีคะ ลูกค้ารอแย่เลย”

“ปิดร้านไปสามวัน คิดไม่ถึงว่าเปิดอีกทีคนจะแห่กันมาขนาดนี้…” ผมมองออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งอย่างหนักใจ “เหลือทำได้อีกกี่อย่าง”

“สองสามจานครับ”

“คงต้องออกไปขอโทษลูกค้าแล้วล่ะ” ผมถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วล้างไม้ล้างมือให้สะอาด

“ขอโทษนะคะ เพราะหนูมัวแต่รับมาไม่เช็คว่าของพอสั่งหรือเปล่า” อลินเอ่ยขอโทษเสียงเศร้า ก้มหน้าก้มตารู้สึกผิดอยู่ตรงหน้าผม เห็นแบบนี้ใครจะโกรธลง ผมยื่นมือไปยีหัวสาวน้อยของผมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงปลอบโยน

“คิดมาก มันเป็นเหตุสุดวิสัย ใครจะรู้ล่วงหน้าว่าวันนี้คนจะเยอะล่ะ” ผมฉีกยิ้มอบอุ่นให้น้องๆ ทั้งสองยิ้มกว้างขึ้นมาได้ก่อนจะเดินตามก้นผมออกมาขอโทษลูกค้า ลูกค้าผมน่ารักครับ เขาเข้าใจ พอผมยื่นข้อเสนอให้เก็บใบเสร็จไว้ครั้งหน้าจะลดราคาให้สิบเปอร์เซ็นต์ก็ตกลงรับปากทันที ไม่มีใครโวยวายหรือไม่พอใจเลยสักคน น่ารักใช่ไหมล่ะ

ชีวิตผมถือว่าอยู่ในช่วงขาขึ้นมาก ถ้าไม่นับเรื่องที่ไปเจอพวกไบรอันนะ ร้านขายดี ลูกค้าดี ลูกน้องดี ชีวิตดี…’แฟน’ดี ทุกอย่างดีซะจนผมกลัวว่าเรื่องร้ายๆมันจะเกิดขึ้น

“ดึกแล้วกลับกันเถอะ เดี๋ยวที่เหลือพี่จัดการเอง”

“อีกนิดเดียวเองพี่” เฟรมยกเก้าอี้ขึ้นอย่างขยันขันแข็ง อลินก็ถูพื้นซะสะอาดเอี่ยมหอมฟุ้ง

“กลับค่ำๆอันตรายออก”

“งั้นพวกผมไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ”

“ไปๆ” ผมโบกมือไล่น้องน้อยสองคนของผมให้เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังร้าน ส่วนตัวเองก็เก็บร้านต่อ จนกระทั่ง…

โครม!

เสียงกระแทกประตูดังขึ้นดึงสายตาผมหันขวับไปในทันที น้องทั้งสองของผมวิ่งออกมาดูหน้าตื่นเพราะคิดว่าเกิดเรื่อง...ก็คิดถูกแหละ เกิดเรื่องไง

“บอส?” ผมเอ่ยเรียกเบาๆ บอสก้าวฉับๆเดินหน้าถมึงทึงเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็ว ความหน้ากลัวแผ่ออกมารอบๆจนผมเผลอถอยหลังหนีไปหลายก้าว ลูกน้องหลายคนของบอสกรูเข้ามาในร้าน จับตัวเด็กน้อยสองคนของผมเอาไว้เมื่อเห็นว่าเฟรมทำท่าจะเข้ามาช่วยผม

อลินกรี้ดลั่นเมื่อถูกคนแปลกหน้ากระชากเข้าหาตัวอย่างแรง เฟรมดิ้นพล่านส่งเสียงร้องโวยวายอย่างโมโหและพยายามจะไปช่วยอลินแต่ถูกลูกน้องบอสสองคนจับตัวไว้

“บอสทำอะไร” ผมมองเหตุการณ์ตรงหน้าตื่นๆ ยังไม่ทันจะได้คำตอบข้อมือผมก็ถูกกระชากเข้าหาตัวคนทำ

“ทำไมไม่รับโทรศัพท์ ปิดเครื่องไว้ทำไม” บอสถามเสียงเข้ม มือหนาบีบข้อมือผมแน่นด้วยความโกรธจนผมรู้สึกเจ็บ

“บอส…” ผมพยายามดึงมือออกมาจากบอส แต่ยิ่งดิ้นเหมือนว่าเขายิ่งบีบมันแรงกว่าเดิม “บอส ปล่อยก่อน!”

“ตอนนี้นายเป็นคนของฉันแล้ว จะไปไหนมาไหนหัดระวังตัวซะบ้าง ทำไมออกมาโดยไม่บอกก่อน ไม่เอาลูกน้องหรือบอดี้การ์ดมาสักคน”

“บอส...ผมเจ็บนะ” ผมนิ่วหน้า ดึงมึงตัวเองเข้าหาตัว บอสดูเหมือนจะได้สติขึ้นมาเล็กน้อย เขาผ่อนแรงลงแต่ยังไม่ยอมปล่อยผมอยู่ดี

“ผมฝากพวกพี่ๆบอกบอสแล้วไงว่าจะกลับบ้านน่ะ”

“ก็บอกว่าไม่ต้องมาไง”

“บอส นี่ร้านผมนะ”

“มันอันตราย” บอสมองผมอย่างใช้ความคิด “แล้วปิดเครื่องทำไม”

“ปิดอะไรเล่า โทรศัพท์ผมโดนฉกไปตั้งแต่วันที่ไปเดตกับบอสแล้ว ยังไม่มีเวลาไปซื้อใหม่เลย” ผมมองค้อนใส่คนที่ไม่ถามเหตุผลผมก่อนจู่ๆก็เข้ามาหาเรื่องเลยอย่างเขา

“โดนฉก? ใคร” บอสถามเสียงเข้ม

“บอส ผมแค่ดวงซวยไปเจอมิจฉาชีพเข้าน่ะครับ ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก” ผมทาบมือลงบนหน้าอกบอสเบาๆเพื่อให้เขาใจเย็นลง ได้ผล บอสนิ่งลงมาก ปกติเขาก็นิ่งอยู่แล้ว แต่เวลาโกรธแววตาเขาจะเยือกเย็นผิดปกติ ตอนนี้กลับมาอ่อนลงเหมือนเดิมแล้ว

“ฉันเป็นห่วงนาย”

“ผมรู้” การเป็นคนของมาเฟียไม่ใช่เรื่องง่ายเลยโดยเฉพาะกับบอส คนที่ใครๆก็อยากเล่นงาน ถ้าผมเป็นศัตรูของบอส ผมจะจ้องเล่นงานคนสำคัญของเขาคนแรกเหมือนกัน

“เลิกทำไม่ได้เหรอร้าน”

“เราคุยกันเรื่องนี้แล้ว”

“ฮึ่ม!” บอสถอนหายใจหนักๆ “งั้นฉันจะให้บอดี้การ์ดมาเฝ้าที่นี่ไว้ หอพักนายไม่ต้องเฝ้าเพราะที่นั่นมีคนของฉันอยู่เต็มไปหมด

“ฮะ…” หอพักผม...มีคนของบอสอยู่เต็มไปหมด?

“นั่นที่พักที่ฉันสร้างไว้ให้ลูกน้องอยู่ เหลือห้องว่างเลยให้คนไปล่อนายมา” ผมอ้าปากค้างจนแมลงจะบินเข้าไปทำรังได้ “จะได้อยู่ใกล้หูใกล้ตา”

ร้าย! ร้ายมาก!

“นี่อย่าบอกนะว่าที่เจ้าของหอเกรงใจผมก็เพราะบอส”

“ไม่ใช่แค่เจ้าของหอ เจ้าของตึกที่นายเช่าอยู่นี่ด้วย”

WTF!!

นี่มันอะไรกันเนี่ย! ทุกอย่างเป็นแผนการของบอสงั้นเหรอ ทั้งเรื่องที่พี่โจ้ไล่ผมออกจากร้านเดิมแล้วแนะนำให้ผมมาที่นี่ ทั้งเรื่องที่พักกับร้านใหม่ที่เหมือนถูกตระเตรียมไว้อย่างดี

“บอส!!” ผมร้องดังลั่น เสียงของผมทำให้เฟรมตั้งท่าจะปราดเข้ามาอีกครั้งแต่ถูกล็อกตัวเอาไว้

“บอส นั่นเด็กของผม ปล่อยพวกเขาก่อน” ผมรีบบอกบอส เมื่อกี้ลืมไปเลยว่ามีคนอื่นอยู่ในร้านด้วย นึกว่าอยู่กันสองคนซะอีก แฮะๆ

บอสหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องที่จับอลินกับเฟรม พวกนั้นปล่อยทั้งคู่ เฟรมพุ่งพรวดเข้ามาผลักอกบอสเซถอยหลังแล้วดึงผมไว้ด้านหลังเพื่อปกป้อง

“แกจะทำอะไรพี่เค!”

“เฮ้ยๆ เฟรม” ผมพยายามเตือนสติน้อง

“ออกไปเลยนะเว้ย! คิดว่าพวกเยอะจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ อลินเเจ้งตำรวจเลย”

“กำลังโทรแจ้ง”

“อลิน..หนูน้อยใจเย็นก่อน” ทำไมเหมือนเสียงผมไม่เข้าหูสองคนนี้เลยหว่า คนหนึ่งจ้องหน้าบอสเขม็ง อีกคนกดโทรศัพท์ยิกๆ

บอสจ้องหน้าเฟรมตอบ แววตานิ่งเฉยแต่แฝงความน่ากลัวไว้อยู่ลึกๆ มาเฟียใหญ่ก้าวเข้ามาเผชิญหน้ากับนักศึกษา  พอมองแบบนี้แล้วส่วนสูงทั้งคู่พอๆกันแต่บอสตัวหนากว่ามาก ลำแขนเต็มไปด้วยมัดกล้าม ไหล่กว้างและหนาแน่น เฟรมเป็นประเภทสูงโปร่ง มีกล้ามเนื้ออยู่เหมือนกันแต่พอมาเทียบกับบอสดูเป็นคนละขั้นกันเลย นี่ผมไม่ได้หลงหรืออวยแฟนตัวเองนะ แต่แบบ...บอสเท่กว่าเยอะเลย

“จะทำอะไรกับ ’เมีย’ มันก็เรื่องของฉัน เด็กอย่างนายน่ะถอยไปซะ” บอสผลักเฟรมกระเด็นไปไกลแล้วก้ามเข้ามาดึงมือผมไปยืนข้างๆ หลังจากตั้งหลักได้เฟรมก็มองมาที่ผมกับบอสอึ้งๆ ไม่ใช่น้องคนเดียวหรอกครับที่อึ้ง ผมก็ไม่ต่าง บอสพูดว่าเมียออกมาเต็มปากเต็มคำ ทั้งต่อหน้าลูกน้องและต่อหน้าน้องๆของผม

อลินถือโทรศัพท์ค้าง เหมือนจะช็อกไปแล้ว

“เอ่อ…” ผมเกาท้ายทอยเบาๆอย่างเก้อเขิน “กลับบ้านกันเนอะเด็กๆ ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องเข้าใจผิด ฮ่าๆๆๆ”

โคตรฝืด ยอมรับเลย ผมหัวเราะได้ไม่จริงใจที่สุดเท่าที่เคยแสดงมา จะทำยังไงได้ ก็มันไปต่อไม่เป็นนี่หว่า

“จริงเหรอพี่” เฟรมยังคงไม่เชื่อสนิท "พี่เป็น...เมีย..."

“หึ!” บอสแค่นหัวเราะครั้งหนึ่งก่อนจะเหวี่ยงร่างผมมาด้านหน้า แขนแกร่งกอดรัดเอวผมรวบเข้าหาตัวแล้วจ้องเฟรมอย่างผู้ชนะ

ริมฝีปากร้อนครอบครองเรียวปากผมอีกครั้ง บดขยี้และขบเม้มรุนแรงจนตัวผมหงายไปด้านหลัง ผมกำคอเสื้อบอสไว้แน่น ส่งเสียงอึกอักในลำคอเบาๆเพราะหายใจไม่ออก บอสสอดลิ้นแทรกเข้ามาข้างในโชว์พวกที่มองอยู่อย่างสะใจ ผมหลับตาแน่น ไม่กล้ามองว่าน้องๆจะทำหน้ายังไงอยู่

ใบหน้าผมแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเห่อขึ้นจากการรุกที่รุนแรง เรี่ยวแรงผมถูกสูบหายไปหมดจากการกระทำจาบจ้วงเมื่อกี้ ดีที่บอสยังกอดผมไว้ ไม่งั้นผมล้มเผละลงไปกองกับพื้นแล้ว

“เคเป็นของฉัน ไม่ว่าหน้าไหนก็ห้ามมายุ่ง จำเอาไว้” พูดจบบอสก็ลากผมออกจากร้านไป ผมก้มหน้าตลอดทาง มองแค่จังหวะก้าวเท้าของตัวเองและบอส ไม่กล้าสบตาใคร จนกระทั่งถูกพาขึ้นมาบนรถและตัวรถเคลื่อนออกจากหน้าร้านไป

ผุบ!

มาถึงห้องบอส ร่างผมก็ถูกเหวี่ยงลงบนเตียงตามด้วยร่างกายใหญ่ขึ้นมาทาบทับไว้และกักไม่ให้ผมหนีไปไหน

“ไอ้เด็กนั่นใคร” บอสถามเสียงขุ่น

“พนักงานในร้าน”

“ไล่ออกซะ”

“ไม่ได้นะครับ เฟรมเป็นเด็กดี แล้วก็ขยันมากด้วย”

“ฉันไม่ชอบหน้ามัน”

“...” หมดคำพูดเลยทีเดียว ให้ไล่เด็กน้อยของผมออกเพราะบอสไม่ชอบหน้า เหตุผลอะไรกันนี่ “น้องเขาไม่ได้ตั้งใจจะผลักบอสนะครับ เขาแค่จะช่วยผม”

“ปกป้องกันด้วย”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะบอส”

“ก็ได้…” บอสพยักหน้าแล้วพูดเสียงสูง “ไม่ไล่ออกก็ได้ แต่นายต้องรับโทษแทนมัน”

“อะ อะไรนะ”

“ข้อแรกหนีกลับไปโดนไม่ขออนุญาตฉันก่อน ข้อสองไม่ยอมรับโทรศัพท์ฉัน ข้อสามโทษฐานที่ได้เด็กนั่นผลักฉัน...สามรอบ”

“...!!” ผมเบิกตากว้าง ไม่ใสซื่อขนาดไม่รู้ว่าสามรอบที่ว่านั่นคืออะไร “บะ บอส เมื่อวานบอสเพิ่งจะ…”

บอสไม่ฟังบ้าบออะไรแล้ว ก้มลงซุกใบหน้าลงที่ซอกคอของผมแล้วกัดลงไปแรงๆจนผมร้องลั่น

“โอ๊ย!” ผมสะดุ้งสุดตัว ยกมือผลักอกบอสเต็มแรง แต่ไม่ขยับสักนิด “โอ๊ย! บอสผมเจ็บ”

ผมดิ้นยุกยิกไปมาเมื่อบอสลากฟันขบกัดไปทั่วร่างของผม บางที่เจ็บจนน้ำตาเล็ด เขารวบมือผมขึ้นไปไว้บนหัว ดึงเสื้อผ้าผมถอดออกเป็นลำดับถัดมา จากนั้นก็ทาบริมฝีปากร้อนไปตามร่างกายผม ปลายลิ้นลากไล้ไปตามเนื้อผิวจนร้อนวูบวาบ จบลงที่การครอบครองยอดอกชูชัน สร้างความปั่นป่วนและพรากสติผมไปจนหมดสิ้น

เฮือก!

“บอส” เสียงผมครางกระเซ่า ความเสียวซ่านและวาบหวามพุ่งจู่โจมและยิ่งโดยเฉพาะยามเขาใช้ลิ้นร้อนปลุกปั่น ใครจะต้านทานไหว ผมคนหนึ่งแหละที่ไม่ใช่ ร่างกายตอบสนองกับสัมผัสของเขา กลางกายปวดหนึบยิ่งตอนปลายลิ้นแสดงฤทธิ์เดชของมัน

“ฮื่อ! บอส” ผมบิดกายเร่า พูดออกมาไม่เป็นคำ ทรมานกับการปลุกเร้าอารม์ของบอสแต่ทำอะไรไม่ได้ แขนผมถูกเขากดไว้ ต้องการแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

“ขอร้องฉันสิเค แล้วฉันจะช่วยนายเอง” บอสถอนริมฝีปากออก แลบลิ้นเลียปากตัวเองอย่างคนเจ้าเล่ห์ ผมหอบหนัก เหมือนเพิ่งผ่านเส้นความเป็นความตายมาได้ ร่างกายยังไม่ได้รับการปลดปล่อยแต่ก็ยังดีกว่าถูกบอสโลมเลีย

บอสโน้มหน้าลงมาข้างหูผม ขบเม้มใบหูเบาๆอย่างยั่วยวน เสียงลมหายใจดังๆของเขาบ่งบอกว่าเขาเองก็ต้องการไม่ต่างกัน ปลายจมูกซุกไซ้ ลากเลื้อยชิดซอกคอผมจนขนทั่วร่างลุกซุ่

“ไม่เอา…”

“เคเด็กดื้อ”

“บอส” ถึงปากจะบอกว่าไม่ แต่ร่างกายผมกลับตอบสนอง แค่สัมผัสร่างกายกัน ตัวผมก็ร้อนผ่าว แค่มือร้อนลากไปตามลำตัว ทุกสัมผัส ทุกการจับต้อง มันทำให้ผมแทบคลั่ง บอสเก่งมาก เก่งเกินไปจนผมต้านทานไม่ไหวไม่ว่าจะพยายามพยศยังไงก็ตาม

“บอส” ผมได้แต่เรียกชื่อเขาเพราะในหัวคิดอะไรไม่ออก มันขาวโพลน โล่งโจ้ง สมองเหมือนถูกปิดสวิทช์ให้คิดแต่ให้รับสัมผัสของคนตรงหน้า ไม่ไหว...ผมทนไม่ไหวแล้วจริงๆ

“ได้โปรด” ผมบอกเสียงกระเซ่า บอสกรีดยิ้มพอใจก่อนเลื่อนหน้าลงต่ำ ปากกัดคาบซิบกางเกงผมรูดลงจนเผยให้เห็นชั้นในสีเข้ม

“เตรียมใจให้ดีล่ะเด็กดื้อของฉัน คืนนี้ฉันไม่ปรานีนายแน่”

..........................................................................................................


ความคิดเห็น