ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บรรยากาศของเรา (100%)

ชื่อตอน : บรรยากาศของเรา (100%)

คำค้น : กลรักวีมาร์ค กลรักรุ่นพี่ วีมาร์ค ดราม่า วายมหาลัย love Mechanics

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 375.9k

ความคิดเห็น : 394

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2560 00:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บรรยากาศของเรา (100%)
แบบอักษร

** **

-19-

บรรยากาศของเรา

[Vee Vivis]



          ผมมองคนที่อยู่ข้างๆ ด้วยรอยยิ้ม นานแค่ไหนแล้วที่ผมไม่ได้ยิ้มอย่างมีความสุขแบบนี้ อาจจะตั้งแต่ตอนเลิกกับพลอย หรืออาจจะตั้งแต่ที่ผมไปวอแวกับมาร์คตอนมีเรื่องของไอ้บาร์ ตอนนั้นถึงผมจะยิ้ม ผมก็ยิ้มไม่เต็มปาก ถึงผมจะรู้สึกอยากเอ็นดูคนข้างๆ แต่มันก็เหมือนมีอะไรมาห้ามความรู้สึกผม แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ เรื่องของผมกับมาร์คมันเปลี่ยนไปแล้ว

          “อือ…” มาร์คพลิกตัวเข้ามาซุกไหล่ผม เราไม่ได้นอนในห้อง เราไม่ได้นั่งอยู่บนชายหาด ตอนนี้เราอยู่บนรถ

          น่าแปลกที่คนข้างๆ ผมไม่เคยใช้บริการของสาธารณะ ตอนแรกมันจะกลับเครื่องบินแต่ผมเอาหัวผมห้ามไว้ มันไม่รู้เหรอว่าค่าเครื่องบินมันแพง ยิ่งในประเทศยิ่งแพง แล้วมันไม่รู้หรือไงว่าการนั่งรถแบบนี้มันเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ได้มองวิวทิวทัศน์ ได้ปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความเร็วของรถที่เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา

          “จะถึงยัง” มาร์คขยับตัวนั่งดีๆ แล้วหันมาถามผม

          “เราเพิ่งออกมาได้ไม่กี่ชั่วโมง” ผมตอบแล้วมันก็เบ้หน้า มันมองไปรอบๆ ทั้งในรถและนอกรถก่อนจะหันกลับมามองที่ผมอีก

          “บอกให้กลับพร้อมเพื่อนก็ไม่กลับ” มันว่าเบาๆ

          “แล้วมันต่างกันตรงไหน กลับกับพวกมันก็ได้นั่งรถอยู่ดี”

          “ก็ไม่น่าจะได้บรรยากาศแบบนี้ป่ะวะ” บรรยากาศแบบนี้ของมันคือความวุ่นวาย คุณป้าแถวหน้าพูดเรื่องการเรียนต่อของลูกเสียงดัง ดังขนาดที่ผมนั่งเกือบหลังสุดก็ได้ยิน ถัดจากเธอสามที่นั่งมีแม่กับลูกที่กำลังป้อนนมกันอยู่ ทั้งเด็ก ทั้งคนแก่ ทั้งวัยทำงาน วัยเด็ก ผมมองไปข้างหน้าแล้วก็หันกลับมายิ้มแหยๆ ให้คนข้างๆ

          “ประสบการณ์ไง เปลี่ยนบรรยากาศอ่ะ” ผมบอกแล้วยิ้มอ้อนส่วนคนข้างๆ นี่ถอนหายใจแล้วหยิบหูฟังมาเสียบกับโทรศัพท์ก่อนจะฟังเพลงไม่สนใจผม

          “โกรธกู?” ผมดึงหูฟังข้างหนึ่งของมันออกแล้วกระซิบถาม

          “เปล่า…”

          “เปล่าแล้วทำไมทำเหมือนไม่พอใจ” ผมยังถามมันต่อ

          “ก็…ผมหิว” มันบอกว่าหิวเบาๆ หลังจากที่ผมฟังแล้วผมก็กลั้นขำจนมันทำตาดุใส่ ถ้าแม่งจะหิวแล้วโวยวายน่ารักแบบนี้นะ

          “เอาไป” ผมคุ้ยหาขนมในกระเป๋าแล้วเอาขนมปังกับนมที่มันชอบยื่นให้

          “แล้วก็ไม่บอกว่ามี” มันเอาขนมไปแล้วค่อยๆ กิน ส่วนนมน่ะมันฝากผมถือไว้ก่อน ผมเลยเปิดไว้รอมัน มาร์คชอบกินขนมปังพร้อมกับนม กินขนมเข้าไปแล้วอมไว้ก่อนจะดื่มนมตามแล้วกินเข้าไปพร้อมกัน ก็ไม่รู้ว่าผมไปสังเกตมันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ผมรู้แล้วไง สังเกตตอนไหนก็ช่างผมเถอะตอนนี้ก็รู้แล้ว แค่รู้ว่าผมใส่ใจมันแล้วก็พอเถอะ อย่าไปถามหาจุดเริ่มต้นของอาการเหล่านี้เลย

          “รู้ว่าจะหิวแล้วทำไมไม่เอามาด้วย” ผมถามมัน

          “ก็ผมนึกว่าพี่จะพาขึ้นเครื่องกลับ” มันหันมาว่าให้แล้วเอานมจากผมไปดื่ม

          “กูจน” ผมตอบแล้วมันก็หันมามอง “ทำไม? รับไม่ได้ที่กูจน?” ผมแกล้งถาม

          “อือ” มันตอบในลำคอเคืองๆ แล้วผมก็ยิ้มออกมา มันทำหน้าหงุดหงิดใส่ผมเลยโยกหัวมันเบาๆ

          “มึงนี่นะ…”

          “ผมทำไม” มันหันมาถาม

          “น่ารัก” ผมก้มลงไปกระซิบข้างหู มือยังวางอยู่ที่หัวมัน คนที่กำลังกินนมอยู่สำลักออกมา ผมต้องรีบหาที่เช็ดปากให้มัน พร้อมกับเอาผ้าเย็นที่ผมเตรียมไว้ไปเช็ดมือให้จนสะอาด ส่วนเด็กข้างๆ นี่หันมองมาที่ผมตาปริบๆ พร้อมกับหูแดงๆ

          “พอ…พอแล้ว” มันดึงมือกลับ เอาขยะใส่ถุงพลาสติกก่อนจะวางลงใกล้ๆ เท้าเพื่อรอเอาไปทิ้ง มันเก็บขยะเก้ๆ กังๆ แต่ท่าทางแบบนั้นกลับทำให้ผมยิ้มออกมาได้

          “ตอนมึงเขินมึงน่าแกล้ง” ผมสารภาพ

          “อย่าให้ผมได้แกล้งพี่คืน” ผมพยักหน้ารับกวนๆ เมื่อมันหันมาคาดโทษ

          ความสัมพันธ์ของผมกับมาร์คมันเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อตัวผมยอมแหกกฎของตัวเอง ผมยอมรับมันเข้ามาทั้งๆ ที่ยังมีพลอยอยู่ แรกๆ ก็เหมือนจะหวงจะหึงแต่มันก็พูดได้ไม่เต็มปาก แต่พอพลอยเลือกที่จะเดินไปผมก็เลยไม่ตามพลอย คงจะเป็นตอนนั้นแหละที่ผมยอมรับมัน

          ผมหวงที่เห็นมันยิ้มให้คนอื่น แม้พวกบ้านั่นจะเป็นรุ่นพี่หรือเพื่อนมันก็เถอะ เห็นได้ชัดสุดๆ คือผมหึงเวลามันอยู่กับไอ้เหนือ ก็ต้องยอมรับว่าหึงแหละอาการผมมันออกขนาดนั้น ผมไม่ได้โง่ขนาดที่ไม่รู้หัวใจตัวเองหรอก แค่โง่ที่ไม่ยอมรับมันเท่านั้น

          ผมหันกลับมามองคนข้างๆ มาร์คมันหลับไปอีกแล้ว ไม่รู้ว่ามันจะชอบนอนไปไหน ก่อนมาผมก็ไม่ได้ทำอะไรมันอีกสักหน่อย แค่ครั้งนั้นครั้งเดียวก็อิ่มไปทั้งเดือนแล้ว ผมเวอร์ไปเองแหละ แต่มันมีความสุขมากจริงๆ นะครับ ผมไม่คิดว่าการทำไปแล้วพูดสารภาพไปด้วยมันจะทำให้รู้สึกดีได้ขนาดนั้น ทั้งมันทั้งผมเลยล่ะ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะจัดท่าให้มาร์คพิงไหล่ผมดีๆ มันยังไม่อยากให้บอกเรื่องของผมกับมัน ซึ่งความจริงแล้วผมก็ไม่ใช่คนที่อยากประกาศไปทั่วหรอก ผมจะมีความสัมพันธ์กับใครจะเลิกกับใครส่วนใหญ่แล้วมีแต่คนเข้ามาเผือกเองทั้งนั้น ไม่เคยไปบอกเขาหรอก

          ผมกดถ่ายรูปตัวเองอัพลงโซเชียล ตั้งใจจะให้เห็นมาร์คด้วยนิดๆ นั่นแหละ ซึ่งก็เห็นแค่นิดเดียวจริงๆ เพราะเห็นแค่กลุ่มผมของมันกับสายหูฟังสีขาวที่ผมกับมันเสียบไว้ในหูคนละข้าง มันฟังเพลงสากลของใครสักคนที่ผมไม่รู้หรอกว่าศิลปินชื่ออะไรหรือเพลงนี้ชื่ออะไร แค่ได้ฟังกับมันผมก็คิดว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ดีแล้ว

          pVnn

          4 mins

          ให้เรื่องราวของเราเป็นเหมือนการเดินทาง

          23 likes 7 comments

          อาจจะเป็นเพราะรูปหรือคำบรรยายภาพของผมคนถึงเข้ามากดถูกใจกันเร็วแบบนี้ ตั้งแต่ที่ห่างกับพลอยผมก็ยังไม่ได้อัพรูปคู่แบบเห็นหน้าชัดๆ หรือบอกสถานะของตัวเองเพิ่มเติม แค่ปล่อยให้มันเป็นอยู่อย่างนั้น ซึ่งมาร์คมันก็ไม่ได้ว่าอะไร

          Yiwaa : แรดค่ะ

          Futer ForFun : โอ้โห! ปิดซะมิดเชียว

          คำผาน ที่บ้านมีโคมไฟใหญ่กว่ารถถัง : นี่ไม่อยากรู้เลยยย ไม่อยากรู้เลยว่าไปได้กันตอนไหน

          Mu mizawa : ใครคะพี่วี?

          Momalina : ใช่คนเดียวกันกับรูปที่แล้วหรือเปล่าคะ

          Pandora : ไม่ได้อยากรู้เลยค่ะว่าใคร หึหึ! ไม่รู้เลย

          ปิง ปิงซู : พี่พลอยกับพี่วีนี่ใครทิ้งใครก่อนกันแน่คะ

          Nnorthh : อย่าด่าเพื่อนพี่ครับ มันยังไม่ได้บอกเลยว่าคบกันแล้ว

          ไอ้เวรเหนือ…

          ผมสบถในใจให้กับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเพื่อนอีกครั้ง นอนซบกันขนาดนั้นแสดงว่าเขาได้กันแล้วนะเพื่อนเวร ผมไปกดโกรธให้คอมเมนต์ของมันแค่นั้นแล้วเก็บโทรศัพท์ลงเหมือนเดิม

          Rrrr~

          เอาลงไปได้ไม่นานผมก็ต้องหยิบขึ้นมา ดูสายเรียกเข้าแล้วกระตุกยิ้ม นึกว่าการแสดงออกมันจะสื่อหมด ไม่ใช่สินะ…บางทีผมคงต้องพูดออกไปด้วย

          “อะไร” ผมถามปลายสายทันทีที่กดรับ

          [มึงแหละอะไร แม่ง…] ผมกระตุกยิ้มฟังมันสบถด่า เหนือมันน่าจะรู้จากยี่หวา ไม่ก็น่าจะสังเกตได้ด้วยตัวมันเองแล้วแหละว่ามาร์คชอบใคร

          “อะไรของมึง” ผมยังยิ้มน้อยๆ ถามเพื่อนที่อยู่ปลายสาย

          [พวกมึงเอาเวลาไหนไปคุยกันวะ] มันว่าอย่างหัวเสีย

          “แล้วมึงเอาเวลาไหนมาจีบคนของกู”

          “อือ…” มาร์คส่งเสียงในลำคอเพราะผมเผลอบีบมือมันแรงกว่าเดิม คิดถึงเรื่องไอ้เหนือแล้วผมโมโหทุกที

          “ชู่ว~ นอนนะ” ผมคลายแรงบีบออกก่อนจะพูดปลอบมันพร้อมกับลูบหลังมือมันเบาๆ มันเลยสงบไป

          [นี่อยู่ไหนกัน] เหนือถามเสียงขุ่น

          “บนรถ” ผมตอบมันกลับ

          [มึงดูแลดีๆ นะวี อย่าคิดว่าน้องเป็นแค่ตัวแทน อย่าทำไปเพราะแค่อยากลอง แบบนั้นกูทำมาเยอะแล้ว ที่กูถอยนี่ไม่ใช่เพราะกูเลิกชอบน้องมัน แต่กูถอยเพราะมาร์คมันชอบมึง ถ้าเมื่อไหร่มึงปล่อยมา มึงอย่าคิดว่าจะได้กลับไป] เหนือว่าออกมายาวๆ ผมพยักหน้าตามทุกคำพูดของมันแล้วตอบรับในลำคอสั้นๆ มันเลยวางสายไป

          “คนชอบมึงเยอะกว่ากูอีก” ผมว่าแล้วจับมือมาร์คมาวางบนตัก เพิ่งรู้ก็วันนี้แหละว่าไอ้เหนือจริงจังแค่ไหน ยิ่งคิดถึงน้ำเสียงของมันยิ่งทำให้ผมต้องจับมือมาร์คแน่นขึ้น “ถึงใครจะชอบมึง มึงก็ชอบแค่กูใช่ไหมวะ” ผมกระซิบถามคนที่หลับอยู่บนไหล่ มันครางในลำคอเบาๆ ก่อนจะเงียบไปให้ผมได้จมอยู่ในความคิดของตัวเอง

          ผมไม่ได้แค่อยากลอง มาร์คเองก็ไม่ใช่แค่ตัวแทน แม้ตอนนี้เรายังไม่ได้ตกลงคบกัน แต่ใจผมมันรู้ดีว่าเราเป็นอะไรกัน

          ช่วงค่ำเราสองคนมาถึงมหาวิทยาลัย ต่อรถเข้ามาแล้วลงที่คณะ หันมองคนข้างๆ แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ มาร์คก้มลงนวดขึ้นเท้าตัวเองมาจนถึงขา มันนวดอยู่นานจนผมที่มองอยู่รู้สึกผิดที่ทำให้มันลำบาก

          “กูขอโทษ” ผมว่าแล้วเอื้อมมือไปหยุดมือมันที่กำลังนวดขาตัวเอง

          “…เรื่อง?” มันเงียบไปก่อนจะถามขึ้น

          “ทำให้มึงลำบากเนี่ย” ผมว่าแล้วจับมือมันมานวด “แค่อยากให้เห็นอะไรใหม่ๆ ไม่คิดว่าจะฝืนมึงขนาดนี้” ผมบอกพลางนวดมือให้มัน

          “ฝืนอะไร ไม่ได้ฝืน” มันว่าเบาๆ

          “อย่าโกหกกูมาร์ค ไอ้ฟิวส์บอกกูว่ามึงคุณหนู กูก็ไม่คิดว่าจะคุณหนูขนาดไม่เคยไปไหนมาไหนแบบนี้” ผมว่าแล้ววางมือมันไว้ที่หน้าขา

          “พาทำบ่อยๆ สิ ผมจะได้ชิน” คำพูดของคนข้างๆ ทำให้ผมกระตุกยิ้ม อดไม่ได้ที่จะยกมือขยี้ผมมันเบาๆ มันมองซ้ายมองขวาให้ผมได้ขำ

          “ไม่มีคนหรอก” ผมว่าแล้วปล่อยให้มาร์คเป็นอิสระ

          “แล้วเราจะเอายังไงต่อ” มันถาม

          “โทรหาป้ามึงสิ”

          “หืม?”

          “ยี่หวาน่ะ” อยากเอาหน้าตาแบบนี้ของมันไปทิ้งจริง เวลามันเอียงคอน้อยๆ ทำหน้าสงสัยแล้วส่งเสียงเบาๆ แบบนี้ มันทำให้ผมอดมองไม่ได้ว่าน่ารัก ซึ่งผม ไม่เคยมองว่าผู้ชายน่ารัก

          “แล้วทำไมพี่ไม่โทร”

          “เดี๋ยวมันด่ากู” ความจริงผมคุยกับยี่หวาแล้วว่าจะให้มันมารับไปส่งที่หอมันด่าเหี้ยผมกลับมาผมเลยกดวางสาย ให้มาร์คคุยดีกว่า เพราะมันไม่กล้าด่าน้องมันแน่ๆ

          “สวัสดีครับพี่ยี่หวา” สุภาพมาก กับกูนี่ไม่เคยมีหรอก ผมหันหน้าหนีปล่อยให้มันคุยกันต่อ มาร์คบอกว่าขอให้มารับแต่มันไม่ได้พูดถึงผม มันตอบรับในลำคอว่า ครับ ครับ แล้วหันมาบอกผมว่ารอสักสิบห้านาที

          “มึงว่ายี่หวาจะฆ่ากูไหม?” ผมถามมัน

          “มันก็น่าเอาไปฆ่า” มันตอบกลับเอือมๆ

          “ถ้ายี่หวามันทำอะไรกูมึงต้องปกป้องกูรู้ไหม?” ผมบอกมันแล้วลูบหัวมันเหมือนกับว่ามาร์คเป็นเด็ก

          “เพื่อ?”

          “เพื่อที่มึงจะได้ไม่เป็นหม้ายไงมาร์ค ผัวโดนฆ่าตายนี่เป็นหม้ายนะครับ” มันหันมาทำเอือมใส่ผมอีกรอบ แต่รอบนี้ผมอมยิ้มเพราะหูมันแดง “เขินอีกแล้ว…เขินอีกแล้วเหรอ” ผมว่าแล้วเอามือไปเกาคางมันเหมือนเล่นกับแมว มาร์คปัดมือผมออก มันไม่พูดอะไรแต่หันไปมองทางอื่น

          “พี่แม่ง…”

          “มึงแม่ง…”

          “อะไร!” มันหันกลับมาแล้วดุผมเมื่อผมเขี่ยหูมัน ผมยอมถอยออกมาแต่ยื่นหน้าเข้าไปหาแล้วพูดเบาๆ ข้างหูแดงๆ นั่น

          “น่ารัก” ผมว่าแค่นั้นแล้วถอยออกมา ปล่อยให้มาร์คมันหน้าแดงหูแดง นี่ถ้าเห็นคอก็คงจะแดงทั้งคออ่ะ ผมเชื่อย่างนั้น

          ปรี๊น~

          เสียงแตรรถยนต์ทำให้ผมสะดุ้งแล้วหันมอง ยี่หวาเปิดกระจกรถลงพร้อมกับยื่นหน้าสวยๆ ออกมาด่าผม

          “พวกมึงจะกลับไหม! หรือจะนอนด้วยกันที่นี่!” แค่นั้นแหละ พวกผมเลยพากันขึ้นมาบนรถ ผมสอดตัวเข้าเบาะหลังก่อนที่มาร์คจะเดินมาถึง มันลังเลอยู่หน่อยๆ ว่าจะนั่งกับยี่หวาหรือจะนั่งกับผม เด็กนั่นยังไม่ขึ้นนั่งบนรถแต่มองมาที่ผมอย่างลำบากใจ

          “ทำไมพี่ไม่นั่งหน้า” มันถามผม

          “อ้าว…แล้วทำไมกูต้องนั่ง มึงก็มานั่งกับกูนี่” ผมขยับไปชิดประตูแล้วดึงมือมาร์ค

          “กูไม่ใช่คนขับรถบ้านมึงนะคะวี มาร์คมานั่งกับพี่!” เพราะยี่หวาพูดออกมาแบบนั้น มาร์คเลยบิดมือผมออกแล้วไปนั่งคู่กับยี่หวา เดี๋ยวก่อนมึง…

          “พรากเมียพรากผัว ระวังไม่มีคู่” ผมบ่นเบาๆ อยู่คนเดียวแต่ก็กะจะให้มันได้ยินนั่นแหละ มาร์คหันกลับมาถลึงตาใส่ผม แต่นั่นมันไม่สนุกเท่ายี่หวาอ้าปากพะงาบๆ จะด่าแต่ก็ด่าไม่ออก

          “หุบปากไปไอ้หล่อ จะให้กูไปส่งมึงที่บ้านเลยไหม?” ยี่หวาหันมาว่าผม

          “ไม่อ่ะ” ผมตอบมันกลับ คุ้ยหามันฝรั่งมากิน รถเพื่อน…อย่าได้แคร์

          “แล้วจะให้กูส่งไหน?”

          “หอเมีย…”

          “อ๋อ…หอเดียวกับหลานรหัสกูนี่ใช่ไหม? หอเมียมึงที่เป็นดาวคู่กับมึงสวยๆ น่ะ” เล่นกูแล้ว… ผมคิดในใจแล้วเหลือบมองไอ้มาร์ค มันไม่อะไรแค่ยิ้มขำๆ แล้วมองหน้ายี่หวาเท่านั้น

          “กูมีเมียทีละคน” ผมตอบลอยหน้าลอยตาตอบ ตอบเอามันครับ…ความจริงก็รู้ๆ กันอยู่

          “กูเชื่อมึงมากไอ้เวร!”

          “กูชื่อวี!”

          “จะวีจะพลอยก็ไปตายไหนก็ไป” ยี่หวาด่ากลับมาแล้วยกนิ้วกลางให้ผม อื้อหือ~กูจะตายก็เพราะการขับรถของมึงเนี่ย

          “เกือบตายคาอกมาร์คอ่ะเมื่อวาน”

          “พี่วี!” มาร์คเรียกชื่อผมทันทีที่พูดแบบนั้น หน้าหล่อนั่นหันมาหาแล้วมองผมดุๆ ผมยักคิ้วกลับไปให้แล้วเหลือบมองที่เพื่อนคนสวย มันทำปากขมุบขมิบเหมือนจะด่าแต่หน้ามันแดง แดงพอๆ กับหูไอ้มาร์คนั่นแหละ

          “ทีกูพูดความจริงอ่ะด่ากู” ผมว่าเบาๆ แล้วหยิบขนมเข้าปาก

          “มึงอ่ะจริงให้ตลอด อย่าทำให้น้องกูเสียใจ” ยี่หวาว่า

          “อย่าเพิ่งสั่งสอน แค่ไอ้เหนือโทรมากูก็สำนึกได้แล้ว” ผมตอบกลับมันไป

          “พี่เหนือโทรมาเหรอ?”

          “เงียบไปเลยมึงอ่ะ” ผมหันไปว่าให้ไอ้มาร์ค มันทำหน้าไม่พอใจใส่ผมแล้วหันกลับไปมองข้างหน้าเหมือนเดิม

          “มันรอเสียบจริงกูบอกเลย” ยี่หวาพูด ใจผมนี่คันยิบๆ พอได้ยินเพื่อนพูดอย่างนั้น ไม่รู้ว่าไอ้มาร์คมันรู้สึกอย่างไรหรือทำหน้าอย่างไรแต่ผมบอกเลยว่าไม่มีทาง

          “ไอ้มาร์คน่ะ…กูเสียบได้คนเดียว”

          ผมเดินเข้ามาในหอกับมาร์ค ปล่อยยี่หวาให้มันแห้งเหี่ยวจนอกแตกตายบนรถนั่นแหละ ไม่เคยมีล่ะสิไอ้ความรู้สึกแบบเสียบไม่เสียบเนี่ย มาร์คเดินนำผมออกจากลิฟต์ มันไม่พูดไม่จาอะไรตั้งแต่ลงจากรถ แค่เดินมาเงียบๆ และผมก็เดินตามเงียบๆ ไม่รู้ว่าโกรธหรือเขินหรืออะไรกันแน่ๆ

          “มาร์ค…” ผมลองเรียกมันหลังจากที่เดินเข้าห้องแล้ว

          “หืม?” มันตอบกลับในลำคอแต่หน้าไม่หันมามอง เดินเข้าไปในห้องนอนแล้วเหวี่ยงเป้ไว้บนเตียง ผมเดินตามมาแต่วางเป้ไว้ที่โซฟาข้างนอก

          “โกรธกูป่ะ”

          “เรื่อง?” มันหันกลับมาเลิกคิ้วถาม

          “บนรถ” ผมตอบแล้วยืนมองหน้ามัน มันกัดปากก่อนจะก้มลงมองเท้าตัวเอง

          “ก็…”

          “ถ้ามึงไม่ชอบให้กูพูดแบบนั้นกูจะไม่พูดอีก” ผมเข้าใจว่ามันไม่เคยเป็นเมียใคร ก็เป็นของผมแค่คนเดียว แล้วที่ผ่านมามันก็เป็นฝ่ายทำเขาตลอด พอถูกทำแบบนี้แล้วมาโดนพูดตอกย้ำแบบนี้มันจะโกรธก็คงไม่ผิด ผมก็เข้าใจมันแหละ แต่ปากผมมันเร็วกว่าที่สมองจะคิดทันไง มันพูดไปก่อนแล้ว

          “ผม…”

          “กูขอโทษ” ผมเดินเข้าไปหามัน ดึงแขนมันให้ขยับมาหาก่อนจะกดหน้ามันลงที่ไหล่เบาๆ

          “ไม่ได้โกรธ” มันตอบอู้อี้กับไหล่ผม

          “แล้วทำไมไม่มองหน้ากูเลย ตั้งแต่ลงจากรถ” ผมถามมันก็ดันตัวเองออกจากไหล่ผมพอดี

          “ก็…”

          “หรือเขิน?”

          “ก็…”

          “มึงหลายก็แล้วมาร์ค” ผมพูดแล้วมองกดดันมัน

          “…พี่พูดต่อหน้าพี่ยี่หวาอ่ะ” มันพูดเบาๆ แล้วหลบผมไปนั่งบนเตียง แต่ผมก็ตามไปยืนอยู่ตรงหน้ามันเหมือนเดิม

          “แล้วไงวะ กูไม่เคยพูดแบบนี้เหรอ?” ผมถาม

          “พี่ไม่เคยบอกคนอื่นว่าผม…เป็นอะไรกับพี่” มันว่าแล้วก้มลงมองมือตัวเอง ผมกระตุกยิ้มขำๆ แล้วเดินไปจับมือมันขึ้นมา

          “ต่อไปนี้กูจะบอกทุกคนที่ถามอ่ะ ถ้าไม่ห่วงมึงกูโพสต์ลงเฟซตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” ผมพูดกับมัน

          “แค่เพื่อนพี่ก็พอแล้ว” มันว่าแล้วเงยหน้าขึ้นมองผม

          “เออ เพื่อนกูก็จะบอกให้หมดอ่ะ โดยเฉพาะไอ้เหนือ กูจะบอกให้ชัดๆ เลย”

          “พี่มันบ้า” มาร์คด่าผมเบาๆ แต่ผมกลับยิ้มให้คำด่านั่น

          “มึงทำกูบ้าเอง” ผมว่าแล้วนั่งลงข้างมัน มันหันมามองผมด้วยสายตาที่ทำให้ผมร้อนที่หน้า

          “แต่ผมบ้าเพราะพี่ตั้งนานแล้วนะ”

          “เด็กเหี้ย…” ผมว่าเบาๆ แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียง มองแผ่นหลังกว้างที่อยู่ตรงหน้าแล้วอดจะเขินไม่ได้ คำพูดบ้าๆ กับสายตาแบนั้นของมันมีอิทธิพลมากมายจริงๆ

          “เขินผม?” มันทิ้งตัวลงมาที่เตียงเหมือนกัน แต่พลิกตัวนอนคว่ำ เอาข้อศอกเท้ากับเตียงไว้ทั้งสองข้างแล้วเอาหน้าวางบนมือ ตาเรียวนั่นมองมาที่ผมอย่างล้อเลียน

          “อย่ามองกูแบบนั้นมาร์ค” ผมว่ามันดุๆ แล้วพยายามหันหน้าหนี แต่มาร์คกลับจับหน้าผมไว้

          มันขยับมาคร่อมช่วงอกผมก่อนจะทาบปากลงมาเบาๆ แค่ทาบปากไว้แบบนั้นไม่ได้ขยับ ไม่ได้ดูดดึงอะไร แต่หัวใจผมกลับเต้นแรง เต้นแรงเพราะสายตาของมันที่มองเข้ามาในตาผม สายตานิ่งๆ แต่ชัดเจน พอมองตอบแล้วก็ทำให้รู้ถึงความรู้สึกทุกอย่างของมัน มาร์คดูดที่ริมฝีปากล่างของผมเบาๆ ก่อนจะผละออก

          “ตอนนี้ผมไม่ได้เสียใจที่เป็นของพี่” มันพูดชิดริมฝีปากผมให้ใจผมได้พองโต ผมระบายยิ้มเต็มหน้าแล้วกดท้ายทอยสวยๆ ของมาร์คลงมาหาเพื่อจูบอีกครั้ง

          เรามอบสัมผัสและความรู้สึกผ่านปาก ทุกจังหวะการขยับและการดูดดึงมันทำให้ผมมีความสุข และสิ่งที่มาร์คทำมันทำให้ผมรู้ว่าตัวเองคิดไม่ผิด คิดไม่ผิดที่เลือกจะเชื่อมันตั้งแต่วันนั้น

          คิดไม่ผิดที่เลือกจะลืมพลอยเพื่อรักมันในวันนี้




#กลรักวีมาร์ค

อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ความคิดเห็น