ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

การร่วมกันของการต์กับเดียร์

ชื่อตอน : การร่วมกันของการต์กับเดียร์

คำค้น : yuri,เลสเบี้ยน,อิโรติก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2560 15:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การร่วมกันของการต์กับเดียร์
แบบอักษร

มีนาสะดุ้งเฮิกตื่นขึ้นมากลางดึก ด้วยใบหน้าที่ชุ่มเหงื่อ เธอหายใจหอบพรางเอามือยกขึ้นแนบอก ด้วยอาการตื่นตกใจจากฝันร้าย ฝันที่เธอไม่อยากให้มันเป็นความจริง เธอฝันว่าเธอกับกัญญากำลังเดินเที่ยวอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแต่จู่ๆ กัญญาก็ตกลงไปในเหวที่จู่ๆก็โผล่ขึ้นมาจากไหนก็ไม่รู้

“ยังจะไปฝันถึงเค้าอีกนะเรา...” มีนาตัดพ้อกับตัวเองพรางเหลือบไปมองที่นาฬิกา ขณะนี้ตีหนึ่งกว่าแล้ว ตั้งแต่กลับมาเธอก็หลับเป็นตาย ไม่รู้ว่าปาไปกี่ชั่วโมงกว่าแล้ว ก่อนที่จะก้มมองดูชุดที่ตัวเองใส่อยู่ คือชุดนอนมีบางคนเปลี่ยนชุดให้เธอ ทั้งๆที่เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

“ท่าทางจะเมามากเลยนะเนี้ยเรา...เฮอ..” มีนายกมือขึ้นแตะที่หน้าผาก ก่อนที่จะพยายามคิดถึงเรื่องเมื่อคืน

“อ้า...ยัยมีน..เธอทำแบบนั้นไปได้ยังไง...อ้า...น่าอายจริงๆ” มีนานึกถึงภาพของตัวเองที่กำลังระเริงรักอย่างบ้าครั่งกับพี่โยและพี่พลอย ก่อนที่มีนาจะค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงด้วยอาการปวดหัวที่มีอยู่นิดหน่อย เธอเดินลงมาด้านล่าง ก่อนที่จะพบกับสาวใช้ที่ยืนรออยู่บริเวณหน้าบ้าน

“แม่ไปไหนคะพี่แจ่ม...” มีนาเอ่ยถามสาวใช้

“ออกไปตั้งแต่เช้ายังไม่กลับเลยค่ะ  นี่พวกเราก็ยืนคอยรับนายหญิงอยู่ แต่ปกติถ้ากลับดึกรึค้างที่ไหน นายหญิงจะโทรศัพท์มาบอกตลอดนะคะ แต่ว่าวันนี้ไม่เห็นมีโทรศัพท์เข้ามาเลย...” สาวใช้เอ่ย มีนาทำหน้าเซ็งๆในทันทีที่ได้ยินคำตอบพรางคิดไปว่า จะอะไรซะอีกล่ะ สองคนนั้นคงกำลังไปสวีสแล้วก็ค้างคืนอยู่ที่ไหนสักแห่งเป็นแน่ คิดๆแล้วมีนาก็มีแววตาที่เศร้าสร้อยขึ้นมาในทันที ก่อนหันไปบอกกับสาวใช้ว่า

“ไม่ต้องรอกันหรอกค่ะ..พวกพี่ไปนอนกันเถอะ...ปานนี้แม่เค้าคงค้างที่ไหนสักแห่งแล้วล่ะค่ะ..” พูดจบมีนาก็เดินกลับขึ้นไปบนห้องของตัวเองด้วยอาการเซ็งๆในทันที



----------------------------------------------------------------------------------






เช้าวันรุ่งขึ้น โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง


กัญญาตื่นขึ้นมาในห้องพักฟื้น เธอค่อยๆหรี่ตาปรับโฟกัสภาพเบื้องหน้าหลังจากที่เธอตื่น ก่อนเผยให้เห็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟาด้านข้าง กัญญาปรับโฟกัสจนชัดเจนจึงจำได้ว่าผู้หญิงที่นั่งอยู่ที่โซฟาด้านข้างคือ เจ้าหน้าที่ DSI คนนั้น ผู้หญิงที่เธอเคยนอนด้วย กัญญาดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่จะพยายามลุกพลวดลงจากเตียง

“อะ...โอ๊ย...” กัญญาเอ่ยเสียงร้องเพราะการลุกจากเตียงโดยเร็วของเธอทำให้ แผลที่ถูกผ่าตัดได้รับความกระทบกระเทือน ดิษยา ได้ยินเสียงร้องของกัญญา เธอจึงรีบวางหนังสือไว้แล้ววิ่งมาดูกัญญาในทันที

“นี่...ขยับตัวเร็วๆแบบเนี้ยแผลที่ผ่าตัดไว้จะฉีกเอานะ...” ดิษยาเอ่ยบอกด้วยความเป็นห่วง กัญญาจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่เหเกด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะพูดว่า

“ไม่ได้...ไม่มีเวลาแล้ว..” ก่อนที่กัญญาพยายามที่จะลุกจากเตียงอีกครั้ง

“นี่..ฟังกันบ้างสิ  บอกว่าค่อยๆไง แล้วอีกอย่างร่างกายยังไม่ถูกการพักฟื้นอย่างเพียงพอ จะรีบไปไหนของเธอ” ดิษยาเริ่มขึ้นเสียงใส่ กัญญาหยุดชะงักไปสักพัก ก่อนที่จะใช้มือกุมไปที่บาดแผลที่เริ่มมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย

“ชั้นจะไปช่วยคุณสิ..เธอถูกจับตัวไป” กัญญาเอ่ย

“คุณสิ คุณสิไหน แล้วใครจับตัวเธอไป..ชั้นเป็นเจ้าหน้าที่ DSI ชั้นช่วยเธอได้นะ..” ดิษยาออกตัวพรางใช้มือสองข้างแตะที่ไหล่ของกัญญา กัญญาทำหน้าครุ่นคิดอยู่สักพัก การที่จะบอกข้อมูลของสินีให้ DSI อย่างดิษยาฟังดูจะเสี่ยงเกินไปจริงๆ แต่พอมาคิดๆดูอีกทีก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางไหนอีกแล้วที่จะสามมารถช่วยสินีได้ในทันถ่วงที ชั่วโมงนี้เธอคงต้องจำยอมขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้า DSI คนนี้เสียแล้ว

“ได้..ชั้นจะให้คุณช่วย  แต่มีข้อแม้ว่า..ชั้นจะต้องไปกับคุณด้วย โอเคมั๊ยคะ...” กัญญาเอ่ยเสนอ

“ทั้งๆที่ยังเจ็บอยู่แบบนนี้เนี้ยนะ..” ดิษยาแย้งขึ้น กัญญาพยักหน้าเบาๆ

“ก็ได้..แต่เป็นพรุ่งนี้นะ..ให้ชั้นโทรเรียกกำลังเสริมก่อน..”

“ไม่นะไม่ได้!!..ห้ามเรียกกำลังเสริมนะคะ มันจะเป็นการยั่วยุให้อีกฝ่ายทำร้ายคุณสิได้นะคะ แล้วอีกอย่างไม่ใช่พรุ่งนี้ค่ะ มันต้องวันนี้..แล้วก็ ...เดี๋ยวนี้เลยค่ะ พวกเรา..แค่สองคน  ชั้นรอนานขนาดนั้นไม่ได้หรอกค่ะ..” กัญญาเอ่ยด้วยใบหน้าที่ขอร้อง ดิษยาจ้องมองใบหน้าของกัญญาอยู่สักพักก่อนที่พยักหน้าเบาๆให้กัญญาเพื่อตอบตกลง



-------------------------------------------------------------------------------






สินีค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นหลังที่ถูกมัดไว้กับเก้าอี้ทั้งคืน จนพ้อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ เธอค่อยๆเหลือบมองไปทั่วๆห้องก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกอีกครั้ง เผยให้เห็นร่างของรินลนีเดินเข้ามา โดยมีแจนที่เดินตามมาติดๆ สินีหันไปจ้องมองใบหน้าของรินลนีด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เธอไม่ได้รู้สึกกลัวรึว่าอะไรผู้หญิงคนนี้เลย เธอรู้ดีว่าอีกไม่นานเธอต้องได้ออกจากห้องแห่งนี้ไปแน่ เพราะเธอไม่เคยเชื่อในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเมื่อวานที่ว่า กัญญาได้ถูกเด็กผู้หญิงที่ชื่อแจนฆ่าตายไปแล้ว รินลนียืนกอดอกอยู่หน้าสินีสักพักจึงแบมือแล้วยื่นไปที่แจน แจนส่งกระบอกปืนใส่มือของรินลนีทันทีอย่างรู้งาน รินลนีรับปืนมาถือไว้ในมือ แล้วแสยะยิ้มให้สินี

“ไงคุณสิ...ผ่านไปหนึ่งคืนแล้ว ไม่เห็นจะมีใครมาช่วยคุณเลย ก็บอกแล้วไงว่ายัยนั่นน่ะ ตายไปแล้ว...หึๆๆ” รินลนีเอ่ยเยาะเย้ยสินี สินีจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายตาเขม่นแต่ไม่ตอบโต้ถ้อยคำใดๆต่อรินลนี

“แจนค่ะ..หนูไปเอาน้ำให้คุณสิเข้ากินหน่อยสิ ดูท่าจะคอแห้ง เอาแต่เงียบไม่พูดไม่จาอะไรสักคำเลยอะ..” รินลนีเอ่ยบอกแจน แจนก้มศีรษะลงเล็กน้อยให้รินลนีก่อนที่เดินไปเทน้ำใสแก้วแล้วยื่นมาให้กับรินลนี เธอรับแก้วน้ำจากแจนมาถือไว้ในมือก่อนที่เดินเข้าไปใกล้ๆสินีแล้วยื่นน้ำไปจ่อไว้ใกล้ๆริมฝีปากของสินี

“เอ้า..กินซะสิ คุณสิ..  ตอนนี้เธอคงคอแห้งมากสินะ” รินลนีเอ่ยพรางแสยะยิ้ม สินีไม่ได้กินน้ำจากแก้วนั้นเธอทำเพียงเบือนหน้าหนีแก้วน้ำไปทางอื่นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยเช่นเคย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่กิน รินลนีจึงชักมือกลับมา ก่อนยื่นจ้องอีกฝ่าย เธอเริ่มที่จะไม่สบอารมณ์กับความดื้อดึงของอีกฝ่าย

“แล้วแต่ละกัน...จะตายอยู่แล้วยังจะมาทำวางท่า หยิ่งยะโสอยู่ได้... มันน่าหมั่นไส้ซะจริงๆเลยนะ คุณเนี้ย...” รินลนีเอ่ยอย่างหงุดหงิด สินีค่อยๆหันใบหน้ากลับมามองที่รินลนีอีกครั้ง ก่อนเอ่ยปากพูดว่า

“ถ้าจะฆ่าชั้น...ก็ขอให้รีบๆฆ่าละกันนะ เพราะถ้าเธอไม่รีบ เธอเองนั้นแหละที่ต้องเป็นฝ่ายถูกฆ่าซะเอง ...ริน” สินีเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง คำพูดของเธอทำให้รินลนีรูสึกโกรธขึ้นมาในทันที

“อ๋อเหรอ...ได้...อยากตายมากนักใช่ม่ะ!!!” รินลนีเอ่ยอย่างหัวเสียก่อนที่จ่อปืนไปที่ศีรษะของสินีในทันทีด้วยใบหน้าที่โมโห สินีนั่งนิ่งจ้องมองใบหน้าของรินลนีด้วยอาการเรียบเฉย หากว่าวันนี้เธอเองต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของรินลนี ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงจะช่วยไม่ได้ เธอค่อยๆหลับตาลงช้าๆ เพื่อทำใจยอมรับความพ่ายแพ้นี้และปล่อยให้กระสุนปืนฝังลึกลงไปในหัวสมองของเธอแต่โดยดี แต่สิ่งที่คิดกลับไม่เป็นอย่างนั้น

“อะ..โอ๊ย!!!!!.” เสียงร้องของรินลนีดังขึ้น สินีลืมตาขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงดังกล่าว ก่อนมองเห็นภาพที่รินลนีลงไปนอนกองกับพื้นโดยมีแจนกำลังช่วยพยุงตัวอยู่ และเห็นร่างของผู้หญิงอีกคนที่เธอไม่รู้ว่าเป็นใคร กำลังจ่อปากกระบอกปืนไปที่รินลนี รินลนีพยุงตัวเองลุกขึ้นก่อนที่แจนจะจ่อกระบอกปืนมาทางดิษยาในทันทีเช่นกัน

“อ้าว...นึกว่าใครที่แท้ก็คุณเจ้าหน้าที่ DSI นี่เอง อย่ามายุ่งกับเรื่องนี้จะดีกว่า...ถอยออกไปซะ!!!..” รินลนีเอ่ยไล่อีกฝ่าย สินีดวงตาเบิกโตด้วยความตกใจเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าผู้หญิงที่เข้ามาช่วยเธอคือเจ้าหน้าที่ DSI

“คุณนั้นแหละคุณรินที่ควรหลบไป!!!!.” เสียงของกัญญาดังขึ้นจากทางประตู

“การต์...” สินีเปร่งเสียงเรียกชื่อกัญญาด้วยความดีใจในทันทีที่เห็นใบหน้าของกัญญา หลังจากที่เธอเองก็คิดท้อใจไปบ้างเหมือนกันหลังจากคำขู่ของรินลนีที่ว่ากัญญาได้ตายไปแล้ว กัญญารีบเข้ามาแกะเชือกที่มัดข้อมือของสินีในทันที

“การต์...การต์เธอไปอยู่ไหนมา...ชั้นคิดว่าเธอจะโดนพวกนั้น...” สินียิงประโยคคำถามรัวๆใส่กัญญาในขณะที่อีกฝ่ายพยายามแกะเชือกที่ข้อมือของเธอ

“อย่าพึ่งถามอะไรตอนนี้เลยค่ะ..” กัญญาเอ่ยตัดบทสินีพร้อมๆกับเชือกที่ถูกแก้ออก ดิษยาค่อยๆขยับตัวเข้าบังร่างของทั้งคู่ ในมือยังคงจ่อปืนไปที่รินลนี ก่อนที่เธอจะเบือนหน้ามาทางกัญญาเล็กน้อย

“พาคุณสิหนีไปก่อน...ไปเร็วเข้า!!!..” ดิษยาเอ่ยบอกอย่างรีบร้อน กัญญาพยักหน้าให้ดิษยาเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆพยุงตัวของสินีออกไปในทันที โดยมีรินลนียื่นมองสถานการณ์อยู่ด้วยอารมรณ์ขัดใจ

“บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่ง!!!! ไม่งั้นคุณจะต้องเจ็บตัวแน่คุณเจ้าหน้าที่ DSI ..” รินลนีเอ่ยอย่างหัวเสีย

“ไม่ต้องห่วงหรอก ลูกน้องของคุณที่อยู่ข้างนอกน่ะ ถูกชั้นกับผู้หญิงคนนั้นจัดการหมดแล้วล่ะ...” ดิษยาเอ่ยพรางแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างเป็นต่อ

“เอาเป็นว่า..วันนี้ชั้นไม่ทำอะไรคุณ เพราะมันเป็นการทำอะไรที่พละการณ์ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ คราวหน้าเราต้องได้เจอกันอีกแน่.. เพราะว่าประวัติของคุณเนี้ย มันน่าจับตามองมาก สำหรับเจ้าหน้าที่ DSI อย่างชั้น...” ดิษยาเอ่ยพรางค่อยๆขยับตัวไปที่ประตูช้าๆ

“มันกำลังจะหนีแล้วค่ะ...เดี๋ยวชั้นจัดการเอง” แจนเอ่ยออกตัวก่อนที่จะทำท่าเข้าไปขวางดิษยาแต่กลับถูกแขนของรินลนีขวางไว้เสียก่อน

“ไม่ต้อง!!!!  ปล่อยมันไป..” รินลนีเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย ดิษยาค่อยๆขยับตัวจนพ้นประตูแล้ววิ่งหนีออกไปในทันที

“ทำไมคุณรินไม่ให้แจนจัดการคะ...” แจนเอ่ยอย่างขัดใจ รินลนีแสยะยิ้มเบาๆออกมา

“เอาน่า...วันพระไม่ได้มีหนเดียวหรอกแจน วันหลังเราค่อยจัดการกับพวกมันใหม่ก็ได้ จัดการพวกมันให้หมดนั้นแหละทั้งคุณสิ ทั้งผู้ติดตามที่ชื่อการต์นั่นแล้วก็...ยัยเจ้าหน้าที่ DSI นี่ด้วย...หึๆๆ” รินลนีเอ่ยด้วยใบหน้าที่ร้ายกาจ ถึงแม้ว่าเธอยังแอบเสียดายเล็กๆที่ครั้งนี้อีกฝ่ายรอดพ้นจากเนื้อมือของเธอไปได้อีกครั้งก็ตาม



----------------------------------------------------------------------------------






กัญญาพาสินีหนีกลับมาบ้านก่อน โดยที่ไม่ทันได้ล่ำลาอะไรดิษยาเลย เธอเดินพยุงสินีลงนั่งที่โซฟา

“คุณสินีเป็นอะไรคะ...” สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยถามเมื่อเห็นอาการเหนื่อยล้าและใบหน้าที่ซีดเซียว

“เปล่าชั้นไม่เป็นอะไรมากหรอก อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณวุฒิชัยนะ..พรุ่งนี้คุณวุฒิชัยก็จะกลับมาแล้วชั้นไม่อยากให้เค้าเป็นห่วง..” สินีเอ่ยบอกสาวใช้ ก่อนที่จะหันมาถามกัญญาว่า

“แล้วเธอละเป็นอย่างไงบ้าง..” พูดจบสินีก็ค่อยเอื้อมมือไปเปิดเสื้อสูทที่กัญญาใส่ทับผ้าพันแผลจากการผ้าตัดไว้ ก่อนเผยให้เห็นเลือดสีแดงข้นที่ซึมออกมาจากบาดแผลบ้างบางส่วน

“เลือดนิ..” สินีเอ่ยด้วยสีหน้าตกใจ พร้อมกับมีนาที่ลงมายืนดูสถานการณ์อยู่นานแล้ว มีนาเองก็สีหน้าที่ตกเหมือนกัน พรางคิดไปว่าอีกฝ่ายไปโดนอะไรมา

“ไม่เป็นไรค่ะ...แค่นิดหน่อยเอง” กัญญาเอ่ยก่อนที่จะรีบเอาเสื้อสูทปิดบาดแผลไว้อย่างเก่าแล้วรีบลุกขึ้นจากโซฟาในทันที ก่อนเหลือบไปมองที่ใบหน้าของมีนาที่จ้องมองมาที่เธอด้วยสีหน้าที่ตกใจ

“ถ้าอย่างนั้น ชั้นขอตัวขึ้นไปพักผ่อนของบนก่อนละกัน..” สินีเอ่ยด้วยอาการเหนื่อยล้าก่อนที่จะลุกขึ้นจากโซฟาเดินขึ้นบันไดไป จากนั้นเหล่าสาวช็ค่อยๆทยอยไปทำหน้าที่ต่างๆของตัวเอง เหลือเพียงแค่กัญญากับมีนาที่ต่างจ้องมองใบหน้าซึ่งกันและกันอยู่เนินนาน จนกระทั่งกัญญาได้สติก่อนเธอจึงก้มศีรษะลงเล้กน้อยให้มีนาก่อนที่จะเดินผ่านร่างของมีนาไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อจู่ๆอีกฝ่ายก็ยื่นมือมาจับที่แขนของเธอก่อนที่จะพูดว่า

“ชั้นมีเรื่องจะคุยกับคุณการต์ค่ะ..” มีนาเอ่ยก่อนที่จะหันมาทางกัญญาด้วยแววตาที่เศร้าๆ กัญญาไม่ตอบกลับอะไรในทันที เธอยกมืออีกข้างขึ้นแกะฝ่ามือของมีนาออกจากแขนของตัวเองเบาๆ เพราะกลัวว่าคนในบ้านอาจจะสังเกตเห็นพฤติกรรมของเธอทั้งคู่ กัญญาใช้สายตาเหลือบมองไปมาสักพักก่อนหันมาพูดกับมีนาว่า

“ชั้นเองก็มีเรื่องอยากจะคุยกับคุณมีนเหมือนกันค่ะ คืนนี้..ชั้นจะรอคุณที่ห้องนะคะ..” กัญญาพูดจบก็ก้มศีรษะให้มีนาอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินเลี่ยงออกไปในทันที มีนาได้หันไปมองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น



------------------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีทุกคนในช่วงวันหยุดสุดหรรษานะคะ... 555+คุณการต์ของเราเจ็บหนักมากๆเลยรอบนี้ ส่วนคุณรินก็รอดไปอีกตามเคย แต่ที่แน่ๆเดียร์เริ่มเข้ามามีส่วนร่วมและใกล้ชิดคุณการต์มากขึ้นแล้ว มันจะเป็นอะไรรึเปล่าน้า ส่วนคุณมีนกับคุณการต์เค้าจะคุยอะไรกันเน้อ อิๆ ต้องรอติดตามเอานะคะ

ปล.ขออภัยหากมีคำผิดจ้า


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว