สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ตอนที่7 เสียบประจาน

ชื่อตอน : ตอนที่7 เสียบประจาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2560 17:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่7 เสียบประจาน
แบบอักษร

[มุมมอง...ใครอ่ะ? ตัวประกอบนี่นา?]

เมื่อราวๆสองชั่วโมงก่อน ท่านผู้กล้าผู้ยิ่งใหญ่ องค์​เทพีผู้ยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงประทานให้พวกเรา สตรีศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งประดุจมหาวีรสตรีเมื่อหลายร้อยปีก่อน ท่านผู้กล้าฮินาตะ ฮินะ

ข้าได้รับคำสั่งจากนายเหนือหัว เจ้าชายแห่งราชอาณาจักรเมอร์เซ็นต์ มาครอส วอน เมอร์เซ็นต์ บุตรแห่งท่านองค์ราชาอัลเบิร์ต วอน มอร์เซ็นต์และองค์ราชินีแอนนาเบลล์ วอน เมอร์เซ็นต์ ให้ข้าติดตามท่านผู้กล้าไปอย่างเงียบๆ อีกทั้งพระองค์มีรับสั่งให้เตรียมแผนการฆาตกรรมเจ้าไพร่หน้าโง่ที่อ้างตนว่าเป็นเพื่อนกับท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์และวางท่าขอเข้าเฝ้าองค์ราชันย์เพื่อพูดคุยในเรื่องนี้อย่างไม่น่าเชื่อถือ ข้าเองก็เกลียดเจ้าหนูนั่นเหมือนกัน

มันแข็งแกร่งแต่โง่เขลา กล้าเทียบตนกับผู้ยิ่งใหญ่ สายเลือดแห่งองค์ราชินีแห่งศึกสงครามผู้ไร้พ่ายที่หายสาบสูญผู้นั้น ข้าจะทำให้มันได้ลิ้มรสว่าใครกันแน่ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ากัน

แม้ว่าจะผิดต่อนายเหนือหัวที่หมายปองท่านผู้กล้าแต่ข้าอยากจะลิ้มรสนางเสียก่อน ข้าเองก็วางแผนเอาไว้ ว่าหลังจากนี้ข้าจะวางยาท่านผู้กล้าและท่านโครว จากนั้นก็ลักลอบเข้าไปข่มขืนเพื่อสำเร็จความใครตามที่ข้าต้องการ ส่วนท่านโครวนั้นข้าจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ทหารในหน่วยของข้าซะ และเพื่อที่จะได้ในครั้งต่อๆไปข้าจึงคิดวิธีข่มขู่ทั้งสองท่านเอาไว้แล้ว

และในตอนนี้...ข้าเห็นท่านผู้กล้าของข้ากำลังจูบอยู่กับเจ้าโง่เมื่อวานนี้ โดยที่ท่านผู้กล้าของข้าที่ควรจะทำแบบนั้นกับข้าเป็นฝ่ายเข้าไปหาเสียแทน

[มุมมองคุโระ]

เมื่อหลายนาทีก่อน ผมที่กว่าจะดั้นด้นวิ่งสุดชีวิตเพื่อมาทำเควสต์บ้าๆเพื่อเลื่อนขั้นจากฮารุโดยไม่ได้อ่านราบละเอียดให้ดีก่อนก็ได้พบกับฮินาตะ ฮินะ รักแรกของผม ผมทั้งสาปแช่งและขอบคุณยัยฮารุเลยล่ะนะ

"คนคนนี้คือ...ฮินาตะ ฮินะรักแรกของพี่คุโระสินะคะ? ผู้กล้าตัวเป็นๆล่ะ..."

ถึงจะมีน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะเรียบเฉยฟังดูไพเราะและน่ารักก็ตามแต่แววตานี่เป็นประกายสุดๆไปเลยนะนั่นน่ะ อย่างนึงก็เพราะฮินะคือคนที่ทำให้รักของเธอไม่สมหวัง และยังเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของผมถ้าไม่นับคานะที่เป็นน้องสาวซึ่งผมคิดว่าเป็นรุ่นน้องมากกว่าเพื่อนน่ะนะ และอีกเรื่องคือยัยฮินะน่ะเป็นผู้กล้าตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ

"เด็กคนนั้น...ใครกันน่ะ?...ท...ทำไมถึงจับมืออยู่กับคุจังล่ะ!"

"ก็บอกว่า อย่าเรียกว่าคุจังไง"

ผมว่าเธอไปอีกหนแต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเลยพลางเดินเข้ามาใกล้ทางนี้ เพราะชาวบ้านที่เข้ามารุมมุงดูผมรู้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นถึงผู้กล้าที่มียศฐาราวกับขุนนางชั้นสูงทุกคนจึงก้มลงคุกเข่ากันหมด แต่นั่นมันทำให้ฮินะลนลานส่วนเอวานั้นทำหน้าเอ๋อไปเลยทีเดียว

"ท...ทำอะไรกันคะ!?"

"ช่างพวกเขาเธอ พวกเขาก็แค่ทำความเคารพต่อเธอที่เป็นผู้กล้าของอาณาจักรแห่งนี้ เอาเป็นว่าตอนนี้ให้พวกเขาทำไปก่อนเพราะหลังจากนี้คงไม่มีโอกาศแล้วล่ะนะ"

"คุจัง...จะมาพาตัวเรากลับงั้นเหรอ?"

"อา เธอไม่สมควรจะอยู่ที่นี่ โลกที่ป่าเถื่อน แบ่งชนชั้นวรรณะแบบนี้ไม่ใช่ที่ที่เธอควรจะอยู่หรอก"

"ล...แล้วคนอื่นๆล่ะ? เราต้องช่วยเหลือทุกคนบนโลกใบนี้นะ! เธอจะปล่อยให้คนบริสุทธิ์ต้องตายเพราะพวกปีศาจเหรอ!?"

"ตลกน่า ปีศาจก็มีจิตใจนะ เธอรู้รึเปล่าว่าพวกปีศาจก็มีทั้งดีและร้าย และแทนที่เธอจะเสนอตัวเข้าช่วยทุกคนและไปสู้กับอะไรก็ไม่รู้ที่จะแกร่งแค่ไหนก็ไม่รู้ สู้เอาเวลาไปเรียนซะดีกว่านะ"

"คุจัง...เธอใช่...คุจังของเราจริงๆรึเปล่าเนี่ย?"

"เธอยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกนี้มากพอ ถ้าอยากช่วยนักล่ะก็ผมจะทำแทนเอง แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน อยู่นิ่งๆและดูแลเอวาแทนผมซะ แล้วผมจะทำตามใจตัวเอง ไม่ขึ้นตรงต่อใครหรือประเทศใด ไม่ว่าจะเป็นเผ่าอะไรถ้ามันคุ้มค่าที่จะช่วยผมก็จะช่วย แต่ถ้ามันไม่...ผมก็จะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น"

"คุจัง...เราขอโทษนะที่คิดไปเองว่าเธอไม่ใช่คุจังของเรา อา คุจังที่รักของเรา"

ฮินะเข้ามากอดผม ผมก็เข้าใจแหละว่าเธอคิดว่าผมดูใจร้ายไม่สนใจคนอื่นแต่ที่ไหนได้ ผมกล้าพูดว่าจะช่วยทุกคนตราบใดที่ฮินะอยู่ในข้อตกลงของผม และข้อตกลงที่ว่านี้ก็เพื่อที่จะปกป้องเอวาและไม่ดึงยัยสองคนนี้มายังสนามรบที่ไม่ควรนี่อีกด้วย

แต่ว่า...คุจังที่รักของเรา...เหรอ? หมายความว่าเธอชอบผมงั้นเหรอ? ผมกะจะถามไปแบบนั้นแต่ทว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะถามเธอ เพราะเมื่อกี้นี้ หลังจากถูกกอดไปสักพักใบหน้าของผมก็ถูกดึงไปจูบโดยฮินะ เธอจูบผมด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความรักแต่นี่ก็เป็นจูบที่เรียกได้ว่ามือใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะเอาแต่ดันใบหน้ามาอย่างเดียวเลยน่ะนะ

ผมใช้มือขวาที่ว่างดันศีรษะเธอออกไป เธอหลับตาปี๋แล้วทำปากเป็นรูปเลขสามอาราบิกเป็นใบหน้าที่ดูตลกแต่น่ารักดีชะมัด

"ทำอะไรของเธอน่ะ? คนอื่นดูอยู่นะ"

"ก็มัน...โธ่! ก็ได้! เรารักเธอคุจัง ไม่สิ คุโรมิเนะ คุโระ! เรารักเธอมาตั้งนานแล้ว! อยากจะบอกมาโดยตลอดในที่สุดก็ได้บอกสักที! พอได้ยินว่าจะมาพาเรากลับไปเราก็ดีใจอยู่บ้างแต่ถ้าจะมาช่วยในฐานะเพื่อนเราไม่อยากได้จริงๆ การช่วยคนอื่นเองก็เป็นอุดมคติของเราแต่ว่ามันก็แค่ข้ออ้าง เราอยากให้เธอมาช่วยเราในตอนที่เราอยู่ในอันตราย ไม่ใช่แค่ในฐานะเพื่อนแต่เป็นผู้หญิงคนนึง เราอยากให้เธอคิดกับเราแบบคนรัก!"

"ผมก็คิดกับเธอแบบคนรัก ผมรักเธอมานานแล้วล่ะนะ ตั้งแต่แรกพบ ตั้งแต่ตอนเด็ก ตั้งแต่ที่แม่ของเธอมาหาพวกเราหลังจากย้ายบ้านมา ตั้งแต่ตอนนั้น ผมไม่กล้าพูดจนลืมนึกไปเลยว่าผมเป็นลูกของ---"

---จอมมาร ผมเกือบจะพูดไปแบบนั้นแต่ก็หยุดเอาไว้ ก่อนที่จะคิดคำพูดมาใหม่ให้ไม่โยงไปในเรื่องนี้

"---ลูกของชายผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้ ผมไม่ใช่คนบนโลกใบนี้เธอก็รู้ เพราะเธอต้องใช้แหวนสีขาววงนั้นแต่ผมไม่ใช่ ผมคือคนที่มาจากโลกใบนี้ และผมก็แข็งแกร่งมาก ถึงจะไม่เท่าฮินะก็เถอะนะ"

"อ...อะไรล่ะนั่น? งั้นก็หมายความว่าเธอเป็นคนของโลกใบนี้งั้นเหรอ?"

"อ...อา"

พูดอะไรออกไปกันนะ? ต้องขอบคุณสีหน้าของผมที่ไม่ได้แสดงออกมาแต่นั่นโคตรจะแป้กเลย เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เข้าใจความหมายเลยสักนิด บางทีผมควรจะคิดคำพูดแทนตัวพ่อให้ดีกว่านี้สักหน่อยนะ ผมคิดแบบนั้นแล้วเอวาก็ดึงเสื้อของผม

"ถึงจะเป็นคนรักของพี่คุโระก็เถอะนะคะ แต่จูบกันต่อหน้าหนูแบบนี้มันเกินไปหน่อยไหมคะ? ช่วยบอกเธอไปด้วยเถอะค่ะ ความสัมพันธ์ของหนูกับพี่น่ะ"

"...ว่าแต่ คุจัง เด็กคนนี้เป็นใครกันน่ะ? แถมจับมืออย่างสนิทสนมกับคุจังอีกด้วย"

ผมยิ้มเจื่อนแล้วฝากบอกทุกคนผ่านคุณหัวหน้าหมู่บ้านให้ถอยไป ผมหมายถึงว่าไปที่อื่นที่ไม่ได้อยู่ในรัศมีนี้น่ะนะ และเมื่อทุกคนจากไปผมก็ลูบหัวของเอวาอย่างอ่อนโยน ที่ผมต้องให้ทุกคนไปที่อื่นเพราะดูเหมือนพวกนั้นจะสอดรู้มากเกินไปแล้ว ดักฟังกันใหญ่เชียวล่ะนะ

"เธอคนนี้เป็นน้องสาวของผม หมายถึงน้องไม่แท้น่ะนะ แต่ผมรับเลี้ยงเธอในฐานะน้องสาวแต่ความสัมพันธ์ของพวกเรา...อยู่ในเชิงชู้สาวน่ะ หมายถึงชู้จริงๆน่ะนะ เพราะผมรักฮินะและยังคงรักอยู่ กลับกันสำหรับผม ผมที่คิดกับเอวาในฐานะผู้หญิงคนนึงก็ถือว่านอกใจคบชู้ล่ะนะ นั่นคือความเห็นของผม"

"อ...เอ๋?"

ฮินะหรี่ตามองผมแล้วทำท่าเหมือนขยะแขยงราวกับมองเศษขยะอยู่อย่างงั้น น่าตกใจที่สีหน้านั่นผมพึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก นี่รังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?

"แล้วก็...ทำไปแล้วด้วย"

"ท...ทำไปแล้วที่ว่า...คือ...?"

"เซ็กซ์น่ะ"

"ซ...ซ....เซ็กซ์!?"

ตอนนี้เป็นใบหน้าตกใจผสมเขินอายแบบว่าแดงจนเป็นลูกแอปเปิ้ล ก่อนที่เธอจะหายใจเข้าลึกๆแล้วหายใจออกช้าๆ เจอกันครั้งแรก บอกรักกันแต่ฝ่ายผมมีเรื่องมาให้เธอตกใจแบบสุดขีดแบบนี้ เป็นใครก็ช็อคทั้งนั้นแหละนะ และผมคิดว่าเธอคงจะรับเรื่องนี้ไม่ได้แหงๆ---

"นึกว่าเราจะได้เป็นคนแรกซะอีก เป็นแค่เด็กแท้ๆนะ เธอน่ะ..."

"น...หนูไม่ยอมยกให้ง่ายๆหรอกนะคะ! ถ...ถึงหนูจะมาทีหลัง และทำให้พี่หันมามองหนูโดยเบือนหน้าจากคุณไม่ได้ก็ตาม แต่หนูก็ต้องเอาชนะคุณให้ได้ ไม่ว่าทางใดก็ทางนึงค่ะ!"

"เธอ...เอวาสินะ? เราขอพูด ณ ตอนนี้ ที่นี่ ตรงนี้เลยว่า ไม่ว่าจะกี่พันกี่หมื่นปีเราก็จะไม่ยอมแพ้เธอเด็ดขาด เราจะทำให้เธอรู้ถึงความแตกต่างระหว่างพวกเราเอง"

"ม...ไม่ยอมแพ้หรอกค่ะ!"

"เฮ้ พูดเรื่องอะไรกันน่ะ?"

""ก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ(คะ)!? ก็เรื่องของเธอ(พี่)ยังไงล่ะ(คะ)!""

เล่นพูดพร้อมกับซะขนาดนี้ทำเอาสะดุ้งไปเสี้ยววินาทีเลยนะ แต่ตะโกนออกมาแบบนั้นผู้ติดตามของเธอจะไม่โผล่ออกมารึไงกันน่ะฮินะ? แต่ต่อให้โผล่ออกมาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วด้วย ไม่ได้มีปัญหาอะไรใดๆสำหรับผมเลยแม้แต่น้อย

"แต่เดี๋ยวนะ สำหรับเอวาที่ไม่ค่อยจะปกติน่ะไม่เท่าไรหรอก แต่ฮินะรับได้เหรอ? เรื่องแบบนั้นน่ะ?"

"คุจังไม่ใช่คนญี่ปุ่นตั้งแต่ชาติกำเนิดนี่นะ? ถึงจะมีสัญชาติญี่ปุ่น แต่ว่าเอามาตรฐานของที่นั่นมาวัดกับคุจังทั้งหมดคงไม่ได้หรอก และอีกอย่างคือเราชอบเอวาจังด้วยล่ะ ถ้าเราไม่ชอบคงไม่ยอมให้เข้าใกล้คุจังหรอกนะ เด็กคนนี้น่ะ มีความรู้สึกที่แรงกล้าสุดๆไปเลยล่ะนะ เราน่ะ ชอบเด็กคนนี้มากเลยล่ะ"

"ข...ขอบคุณที่ชมค่ะ"

เข้ากันได้ดีในเวลาไม่กี่วินาที แม้แต่เอวาก็ไม่รอดงั้นเหรอ? แล้วดวงตานั่น สุดยอดแห่งดวงตาที่สามารถมองและคาดเดาตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายได้ พรสวรรค์ตั้งแต่เกิดที่ได้รับจากพระองค์เจ้าเพียงไม่กี่อย่างของเธอนี่ก็สุดยอดซะจริง เป็นอย่างนึงที่ค่อนข้างจะอิจฉาเลยล่ะนะ

"ว่าแต่ ไม่คิดจะไปทำงานกันเหรอ? เธอมาที่นี่เพราะเควสต์ใช่ไหมล่ะ?"

"สมกับเป็นคุจัง เรามาเพื่อทำเควสต์ที่องค์ราชามอบหมายงานมาให้ แต่นี่คงเป็นเควสต์สุดท้ายแล้วล่---"

"ท...ท่านผู้กล้า! ข...ข้ามาเพื่อช่วยท่านจากน้ำมือของไอ้ปีศาจนั่นแล้วขอรับ!"

ออกมาแล้วสินะ? ไอ้เสื้อคลุมสีเขียวหน้าโง่เมื่อวานนี้น่ะ? ลูกน้องคนอื่นๆที่ดูฉลาดกว่าก็พยายามจะหยุด ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วมีเพียงแค่เสียงของหมอนี่ที่ได้ยินอยู่บ่อยๆ และเท่าที่สัมผัสได้ดูเหมือนเจ้าโง่นี่จะหมายปองฮินะเอาไว้สินะ? ช่างอวดดีซะจริง

"พ...พี่คะ?"

"โทษทีนะเอวา แต่ผมจะไม่อยู่เฉยหรอกนะ นี่คือสงคราม เมื่อก้าวเข้ามาโจมตีแม้แต่เพียงครั้งเดียว ฮินะ ผมจะตัดคอพวกมันเสียบประจานให้เหมือนกับตำนานวลาดที่สามเลยคอยดูสิ"

"ย...อย่าทำแบบนั้นนา..."

"ค...คุณฮินะ พูดเหมือนอยากให้ทำในรูปแบบอื่นมากกว่าเลยนะคะ...ไม่ใช่สิ! ไม่ควรจะทำต่างหากล่ะคะ!"

"เอวา มันก็มีบางอย่างที่ผมไม่ยอมเหมือนกันนะ อย่างจิตสังหารที่มุ่งมาทางผมน่ะ มันยังเทียบไม่ได้กับความคิดสกปรกที่ส่อออกมาทางสีหน้าและแววตาของมันเลยนะ ผมไม่ยอมให้เรื่องนั้นมันเกิดขึ้นแน่ ถ้าผมต้องเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกเพียงเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับพวกเธอแล้วล่ะก็ ผมล่ะยินดีเลยล่ะนะ"

เพราะนั่นมันเทียบไม่ได้กับพลังที่ผมมี ผมอยากจะพูดแบบนั้นแต่มันทำไม่ได้ เพราะตัวตนของผม คือศัตรูของคนทั่วทั้งโลก และเป็นศัตรูกับฮินะอีกด้วย ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าฮินะจะรังเกียจตัวตนของผมรึเปล่า? ตัวตนของจอมมารที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกานี้น่ะ แน่นอนว่าไม่ได้โกหกแต่เรื่องจริง

"ยังไงก็ช่าง เธอคงจะรู้สินะ? ว่าเจ้าพวกนี้สะกดรอยตามเธอมาน่ะ?"

"เอ๊ะ?"

"...นี่คุณ ไม่รู้จริงๆเหรอคะ?"

ขนาดเอวายังรู้เลยนะฮินะ? แล้วก็ไม่ต้องทำหน้าเหวอขนาดนั้นด้วย ผมนึกว่าฮินะจะรู้ตัวอยู่แล้วซะอีกแต่ที่ไหนได้ นี่ยังไม่แม้แต่จะรู้ตัวเลยเหรอ? ที่รอดพ้นน้ำมือไอ้พวกสารเลวนี่มาได้ก็คงต้องขอบคุณพระเจ้าแล้วล่ะนะ แต่ว่าไอ้ลูกจอมมารอย่างผมไปขอบคุณพระเจ้านี่มันทะแม่งๆแฮะ แต่ผมก็นับถือพระเจ้าอยู่ดีล่ะนะ

"...แล้วเธอรู้รึเปล่า ว่าพวกนี้น่ะเป็นอันตรายต่อเธอ?"

"ถ้าเรื่องนั้นเรารู้ดี เพราะสายตาของพวกผู้ชายที่มองมาทางเรานั้น ในหัวของพวกมันมีแต่เรื่องสกปรกทั้งนั้น เราไม่ชอบใจเลยต้องพึ่งพาโครวจังอยู่ตลอดเวลา"

เพราะงั้นโครวเลยบอกผมมาว่า ฮินะต้องการให้ผมไปช่วย แต่ถึงอย่างงั้นอุดมคติของฮินะที่ต้องช่วยเหลือคนอื่นก็ไม่ยอมให้เธอกลับมาหาผม ถ้าผมไม่ยื่นข้อเสนอนั่นให้

ก็ดีแล้วล่ะที่กลับมาหาผม ผมจะฆ่าล้างพวกมันซะให้ไม่เหลือแม้แต่เศษซากเลย ผมรอพวกมันเดินเข้ามาใกล้ผม ในจังหวะนั้นผมรู้แล้วว่าผมลืมหยิบดาบออกมาจึงเลิกปกปิดเวทย์มิติแล้วนำดาบที่มีน้ำหนักศูนย์จุดสองห้าตันออกมา ในเมื่อทางนั้นเผยจิตอาฆาตออกมาทางนี้ก็แสดงจิตสังหารออกไปเช่นกัน

"คุณหัวหน้ากอง คุณกับลูกน้องตามเรามาทำไมกันคะ?"

"ข้ามีรับสั่งจากเจ้าชายให้ตามมาปกป้องท่านจากภัยอันตรายใดๆอย่างเงียบๆ เห็นได้ชัดว่าชายคนนั้นล่อลวงท่านให้ท่านคล้อยตามคำพูดของเขา!"

"คุณไม่มีสิทธิ์มาว่าคุจังของเรานะ! อยากตายรึไงกันน่ะ?"

"ท...ท่านกำลังถูกมันล้างสมอง!"

เฮ้ยๆ ปากนั่นทำไมมันเสียได้ขนาดนั้นล่ะเนี่ย? ผมจะไปล้างสมองเธอได้ยังไงกันในเมื่อผมใช้เวทย์เกี่ยวกับการสะกดจิตหรือควบคุมความนึกคิดของคนอื่นไม่ได้น่ะ? ไอ้หมอนี่พูดมั่วๆชัดๆ อย่างฮินะคงไม่ถูกหลอกหรอก ด้วยดวงตานั่นทำให้เธอรู้ว่าใครโกหกหรือไม่ได้โกหก เพราะงั้นการที่เจ้าโง่นั่นพูดเท่ากับว่ามันรนหาที่ตายเองชัดๆ

"พ...พวกคุณ!? ท...ทำไมพวกคุณถึงใส่ร้ายป้ายสีพี่คุโระด้วยล่ะคะ!? ด...ดูยังไงมันก็ฝ่ายพวกคุณ ท...ที่เตรียมยากล่อมประสาทและยาปลุกเซ็กซ์เอาไว้ด้วยเหตุผลบางอย่างนะคะ!"

"ก...แก!?"

เมื่อผมได้ยินจากเอวาว่าพวกมันเตรียมยากล่อมประสาทกับยาปลุกเซ็กซ์เอาไว้ก็ทำให้ผมรู้สึกโกรธขึ้นมาในทันที ไม่ต้องสงสัยว่าใครเป็นเหยื่อที่พวกมันหมายปอง ฮินะรู้ดีจึงเข้าไปห้ามเอวาที่กำลังจะมาห้ามผม เพราะเอวาบอกว่าจะคอยห้ามผมไม่ให้ผมไปฆ่าใครหรือปล่อยจิตสังหารและพลังรุนแรงแบบนี้ แต่นี่มันทนไม่ไหวจริงๆ

"อา...ถ้าผมเป็นปีศาจคงทำลายประเทศ...ไม่สิ คงทำลายโลกนี้ไปแล้วแน่ๆ เพราะพวกแกทุกคนเลยนะ"

"พี่คุโระคะ..."

"เราดีใจที่คุจังโกรธแค้นคนอื่นเพื่อเรา ถึงเราอยากจะฆ่าพวกมันแต่ว่าคุจังเองก็คงโกรธสุดๆ เราไม่เคยเห็นคุจังในสภาพอารมณ์นั้นมาก่อน เราดีใจจริงๆนะที่คุจังทำเพื่อเราแบบนั้น"

"น...หนูก็ดีใจที่พี่คุโระโกรธเพื่อหนูเหมือนกันนะคะ"

"เอ๊ะ? เอวาจังก็ด้วยเหรอ?"

"ค่ะ ถึงจะไม่ได้อยู่ในฐานะเดียวกันแต่หนูไม่แพ้หรอกนะคะ!"

"น่าสนใจจังเลยนะจ๊ะเอวาจัง"

ผมได้ยินที่พวกเธอพูดกัน แต่ดูไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยนะ อย่างฮินะเนี่ยหยอกล้อกับเอวาแล้วเรียบร้อย กลับกันเอวาก็ล้มเลิกที่จะห้ามผมแล้วด้วย ถือว่าเป็นการออกกำลังกายก่อนที่จะไปทำงานก็แล้วกัน

ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา พวกทหารนี่ฟันมั่วซั่วแบบนี้ทุกคนเลยรึไงกัน? ตอนนี้ผมกำลังประมืออยู่กับเจ้าผ้าคลุมเขียวหน้าโง่ที่กล้าเข้ามายุ่งกับฮินะ ผมจัดการทุกคนให้ลงไปนอนได้โดยง่าย ถึงไอ้บ้านี่จะเก่งกว่าคนอื่นแต่มันก็ยังอ่อนแออยู่ดี

ผมใช้ดาบยักษ์สีดำของผมในการป้องกันดาบของเจ้าโง่ที่ฟาดฟันมาอย่างโง่เขลา ตอนนี้ฮินะกับเอวาก็คุยกันในเรื่องสัพเพเหระกันอยู่ สบายใจจริงนะพวกเธอ

แต่ว่านะ ตั้งแต่เมื่อกี้จนถึงตอนนี้ผมยังไม่ได้ระบายความโกรธเลยสักนิดเดียว ยาพวกนั้นถ้าทำลายไปแล้วมันก็ต้องหาใหม่มาอยู่ดี แถมด้วยความเกรงใจต่อเอวาทำให้ผมไม่กล้าลงมือฆ่าพวกเขาทุกคน ต้องพูดว่าไม่อยากจะทำมากกว่าล่ะมั้ง? ยังไงก็ตามผมไม่ได้ฆ่าพวกเขาเลยแม้แต่คนเดียว

ถึงจะอยากก็เถอะ แต่ดูเหมือนว่าคนอื่นๆมีอยู่ประมาณสามถึงสี่คนเท่านั้นที่เลวตามเจ้าโง่นี่จริงๆ นอกนั้นถูกบังคับทั้งนั้น ผมไม่สนเรื่องที่จะเกิดขึ้นตามมาหรอกนะเพราะงั้นหลังจากที่รับดาบนี้ ผมก็ถีบเข้าใส่ท้องของมันแล้วฟันแขนขวาของมันทิ้งไปอย่างง่ายดาย

-ฉั่วะ!-

"อ...อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!"

"เริ่มแล้วๆ"

ฮินะ...น้ำเสียงเธอฟังดูระริกระรี้จังเลยนะ จะว่าไปก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาก่อนนี่นะ? เอ็นโด มามิยะ...ทุกอย่างก็เป็นความผิดของผมเองที่ละเลยไป ตอนนี้ผมที่ปรับปรุงตัวเลิกโง่เง่าใช้เหตุผลโง่ๆก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้นแล้วล่ะ ทุกอย่างจะจบลงโดยที่ไม่สนผลใดๆที่ตามมาทั้งนั้น

แขนซ้ายตั้งแต่ศอกลงไปคงไม่ต้องใช้แล้วล่ะนะ ต่อมาคือขาทั้งสองข้าง ทุกอย่างถูกผมตัดขาดราวกับใช้มีดที่ลับมาจนคมตัดเนยนุ่มๆ เลือดสีแดงย้อมพื้นดินจนซึมลึกไปยังเนื้อดินของโลกใบนี้ 

"อ...อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!"

"อ่อนแอชะมัด อย่างแกน่ะควรตายไปได้แล้วนะ"

ที่เหลือก็แค่บั่นคอของมันทิ้งซะ แต่ก่อนที่จะทำแบบนั้น เจ้าโง่ก็ร้องไห้คร่ำครวญทั้งน้ำตาพลาส่ายหน้าไปแล้วก็พูดออกมาอย่างทุเรศทุรัง

"ย...หยุด ด...ได้โปรด หยุดทีเถอะ! ข...ข้ายอมแพ้แล้ว ยอมแพ้แล้ว!"

"เหรอ? ชั้นไม่สน"

-ฉั่วะ!-

สะบัดแขนสะบั้นคอของมัน หัวของมันหมุนอยู่กลางอากาศหลายตลบก่อนที่จะตกลงมาบนพื้นดิน ผมหันไปทางสี่คนที่เล็งเอาไว้ ไอ้คนที่สมรู้ร่วมคิดน่ะ จะมีกลิ่นอายที่ค่อนข้างรุนแรงในเรื่องชั่วๆ ที่รู้เพราะเป็นลูกของจอมปีศาจทำให้รู้ถึงความรู้สึกเชิงลบ ผมเดินเข้าไปใกล้พวกมัน ตัดหัวพวกมันทีละคน ทีละคน ทหารที่เหลือที่เห็นอยู่นั้นถูกสายตาของผมและเลือดของพวกที่ตายไปย้อมให้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ผมเอ่ยขึ้นหลังจากที่ฆ่าเจ้าสี่คนนั่นทิ้งไปแล้ว

"หุบปากของพวกแกเกี่ยวกับเรื่องนี้ซะ แต่ถึงแม้อยากจะพูดก็ไม่เป็นไร เพียงแต่จำไว้ว่า เมื่อไรก็ตามที่กล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับสองคนนั้น ไม่ว่าจะในรูปแบบไหน ทั้งโดยตรงหรือทางอ้อม จงจำไว้ซะว่าพวกนายจะไม่ได้ตายดีแน่ รวมไปถึงครอบครัวของพวกนายทีละคน ต่อบาดแผลหนึ่งบาดแผลที่อยู่บนตัวของสองคนนั้น เข้าใจนะ?"

พวกมันพยักหน้ารับทราบ ไม่มีเสียงใดๆออกจากปากและลำคอของพวกมัน เพราะความกลัวจึงทำให้พูดไม่ออก เพราะอย่างงั้นผมถึงคุมเชิงเอาไว้ได้อย่างอยู่หมัด

"กลับไปแล้วคุจังคงได้เอาหัวพวกนั้นเสียบประจานแหงๆ"

"ไม่ชอบเหรอ?"

"ก็ไม่น่ะสิ!"

"ที่น่าแปลกคือพวกคุณทั้งคู่ดูไม่เดือดร้อนอะไรเลยนะคะ"

เอวายอมแพ้ให้กับพวกผมแล้ว พยายามชินกับมันเถอะเอวา ผมพูดในใจพลางลูบหัวให้กับเด็กสาวอย่างอ่อนโยน

[มุมมองที่สาม]

"ก...เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

"ม...ไม่รู้สิ พวกข้าแค่ไปพักพอกลับมาก็มีเจ้านี่โผล่ออกมาแล้วล่ะ"

"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"

"ห...โหดร้ายที่สุด"

"..."

ตอนนี้ชาวบ้านผู้เป็นปุถุชนคนธรรมดา ไม่ได้มีพิษภัยใดๆที่อยู่รอบๆกำแพงเมืองได้โผล่ออกมาดูภาพที่เกิดขึ้นพร้อมกับมีทหารคอยยืนเฝ้าดูแลอยู่รอบๆ

ภาพตรงหน้าคือศพ เป็นหัวของศพที่ถูกเสียบด้วยแท่งไม้ยาวขนาดเล็กราวกับหอกปักอยู่ที่หน้าประตูเมืองทางไปเมืองหลวงของเมืองเมอร์เซียน่าในสภาพที่ดูไม่ได้ มีคนนึงที่รู้ว่ามันคืออะไร แม้จะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาไม่นานแต่ก็เข้าใจได้ดีทีเดียว

ฝีมือชายคนนั้ันสินะ? น่าตกใจจริงๆที่กล้าทำถึงขนาดนี้

สาววัยกลางคนที่ถึงแม้จะเป็นประเภทยั่วสวาทแต่ก็ยังซิงอยู่มองไปที่ซากศพเหล่านั้นพลางนึกถึงผู้ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นคนที่ก่อเรื่องพวกนี้ขึ้น เธอหันกลับเข้าไปแล้วมุ่งหน้าไปยังกิลด์นักผจญภัย เมื่อกี้เธอได้รับเควสต์มาแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใดๆสำหรับเธอหากเธอต้องการที่จะไปทำเควสต์นี้ในวันหลัง

"เขาน่าจะกลับมาแล้วสินะ?"

เธอพึมพำแล้วเร่งฝีเท้ามุ่งปยังกิลด์ให้เร็วที่สุด

"ชายที่ชื่อคุโระอยู่ที่ไหนกัน!?"

"หลังเธอไง ยัยสมองน้อย"

"นาย!?"

คุโรมิเนะ คุโระมาพร้อมกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ ผู้กล้าผู้หญิงใหญ่ ฮินาตะ ฮินะและเอวาผู้เป็นน้องสาวของคุโระ ทุกสายตาจับจ้องไปที่เขาที่มีสาวสวยผู้ที่เป็นอนาคตของมนุษยชาติกอดที่แขนขวาและสาวน้อยอกโตไม่สมวัยและร่างกายที่จับมือเขาอยู่

เควสต์ที่ให้กำจัดพวกก็อบลินจำนวนมากนั่นทำเสร็จซะง่ายๆ แถมยังพ่วงราชาก็อบลินมาด้วยเพราะนั่นคือสาเหตุของเรื่อง แต่ว่านั่นเป็นงานของฮินะซึ่งตนก็ไม่ได้ก้าวก่ายแต่ฮินะยกซากศพให้เขาง่ายๆ และเขาก็คิดจะนำมันมาขายอยู่แล้วด้วย

"ที่หน้าประตูเมืองนั่น นายเป็นคนทำเหรอ?"

"อา แล้วมันจะทำไมล่ะ? ทั้งหมดก็เพื่อเตือนสติทุกคน ว่าถ้าใครทำอะไรโง่ๆเหมือนเจ้าโง่ห้าตัวนั่นจะได้กลายเป็นแบบที่พวกมันเป็น ทั้งหมดก็เพื่อหญิงสาวเพียงสองคนเท่านั้น"

"!?"

เมื่อสังเกตพี่สาวยั่วสวาทนมโตก็ลงไปคุกเข่าต่อหน้าฮินะในทันที ฮินะนั้นพอเห็นแบบนั้นเธอก็ถอนหายใจออกมา พลางย่อตัวลงไปดึงพี่สาวยั่วสวาทคนนั้นขึ้นด้วยท่าทีบังคับ

"ถ้าไม่อยากตายอย่าได้ปฏิเสธคำพูดใดๆของฮินะเด็ดขาด ไม่งั้นอย่าหาว่าชั้นไม่เตือน"

"น...นี่นาย!"

"ไปกันเถอะ"

"เดี๋ยว!"

คุโระไม่สนใจพลางเดินต่อไป พี่สาวยั่วสวาทคนนั้นก็ตามไปติดๆ ด้วยอำนาจของเธอ เธอสามารถข่มขู่พนักงานได้ และเพราะฮารุไม่ได้อยู่ที่แผนกต้อนรับทำให้ไม่มีใครกล้าหือกับเธอ

เธอตามคุโระที่มีเอวาและฮินะตามหลังไปยังชั้นสองจนกระทั่งทั้งสามคนนั่งลงที่เก้าอี้ล้อมโต๊ะที่มีดาร์คเอลฟ์สาวคนนึงกำลังดื่มอยู่ และข้างๆก็มีฮารุนั่งอยู่เงียบๆด้วยเท่านั้น แน่นอนว่าที่นั่งของเอวาคือตรงตักของคุโระ

"ขี้โกงอ่ะเอวาจัง!"

"นี่คือที่สำหรับหนูคนเดียวค่ะ!"

"สวัสดีค่ะท่านผู้กล้า ฉันมีชื่อว่าฮารุค่ะ ฉันจะดูแลทุกท่านให้ดีตามหน้าที่เลยล่ะนะคะ"

"พอเธอพูดคำสุภาพแล้วผมรู้สึกขนลุกแปลกๆแฮะ"

"ท่~~~านฮิน๊~~~า♥ อยู่กับข้าตลอดไปเถอะนะค๊~~~~~~า อย่าไปหาเจ้าบ้านั่นน๊~~~~~~า!"

"ใจเย็นๆก่อนสิโครวจัง"

"คุณฮินะนอกใจพี่คุโระเหรอคะ! ว่าแล้วเชียวว่ายอมให้พี่ไปอยู่กับคุณไม่ได้!"

"เธอพูดแบบนี้มาตลอดเลยล่ะนะคะ ฮะฮะฮะ เฮ้อ..."

"...ผมเข้าใจดี เหนื่อยหน่อยนะฮารุ"

"ท่านฮิน๊~~~~~~~~~~า!!"

น...นี่มันอะไรน่ะ?

เมื่อพี่สาวยั่วสวาทมาเห็นภาพแบบนี้ก็ทำเอาเธอตกตะลึง อย่างแรกเลยคือคุโระสนิทกับฮินะผู้เป็นผู้กล้าเอามากๆ แลละฮินะก็ดูเหมือนจะชอบคุโระเหมือนกัน เพราะงั้นที่คุโระพูดกับเธอไปเมื่อเช้านั้นคือเรื่องจริงไม่ผิดแน่นอน

ต่อมาคือฮารุ สาวสวยคนนี้คืออมนุษย์ที่แข็งแกร่งคนนึง คำจำกัดความคือแข็งแกร่งดั่งที่ว่าไป ไม่ว่าจะเป็นนักผจญภัยระดัลสูงกี่คนก็ตามก็ไม่สามารถต่อกรกับเธอได้ เธอคนนั้นเองก็มีความรู้สึกที่ค่อนข้างจะเดาได้ยากให้กับคุโระ แถมดูเหมือนจะสนิทกันสุดๆ

สุดท้ายคือแม้แต่โครว คนที่แข็งแกร่งเป็นที่รู้จักในนาม 'จอมเวทย์ผู้แข็งแกร่งที่สุดในหมู่จอมเวทย์' ว่ากันว่าไม่ว่าจะเป็นการโจมตีประเภทใด ธาตุอะไรเธอก็สามารถใช้งานได้ทั้งหมด และยังมีการต่อสู้มือเปล่าที่ร่ำเรียนมาอีกด้วย เธอคนนี้ในสภาพที่เมาสุดๆราวกับคนถูกหักอกนี่ก็ไม่ได้อยู่ในหัวของหญิงสาวคนนี้เลย และดูเหมือนว่าโครวเองก็มีความเกลียดความชังที่ค่อนข้างจะเรียกได้ว่าสนิทกันกับคุโระอยู่พอควร

ไม่ว่าจะใครหน้าไหนก็ตามในโต๊ะใบนี้ล้วนมีแต่ระดับสูงๆและมีอำนาจ ถึงจะไม่อยากยอมรับเพราะว่าอาจจะเป็นไปได้ที่เขาจะเป็นพวกหลอกลวงหรืออาจจะเป็นพวกที่เกาะสาวๆอยู่ก็ได้แต่...บอกได้เลยว่าเธอคนนี้เชื่อแล้ว เชื่อในความสามารถของชายคนนี้

"คุโระ นายไม่เห็นเธอคนนั้นเหรอ?"

"เห็น รู้อยู่หรอกว่าตามมาน่ะ จะให้ไปด้วยก็ได้ไม่มีปัญหาหรอก"

คุโระตอบฮารุกลับไปพร้อมกับหันกลับมามองที่พี่สาวคนนี้ ฮารุยิ้มเจื่อนพลางทำท่าเหมือนจะขอโทษหญิงสาวคนนั้นไป ก่อนที่จะพูดขึ้นว่า

"งั้นพวกเราก็ไปกันเลยเถอะ!"


"รอยัยนั่นดื่มเสร็จก่อนก็ได้...ไม่สิ เข้าเฝ้าทั้งๆที่เมาอยู่จะดีแน่เหรอ?"



[จากไรท์]

บางตอนสั้น บางตอนยาว ก็งี้แลอย่าได้ถือสากันเลยเถอะนะ~~~

แต่แน่นอนว่ามีท้ายบท! เปิดตัวหญิงสาวคนใหม่ที่จะมีบทบาทในอนาคต!



อ...อืม ที่นี่มัน...

จ...จริงสิ ฉันถูกแทงนี่นา ม...ไม่นึกเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น คุโรมิเนะคุงกับคุณฮินาตะก็อุตส่าห์มาช่วยแท้ๆ แต่ตัวฉันดันโง่งี่เง่าถูกจับไปซะได้

สุดท้ายก็ตายสินะ? งั้นที่นี่คงจะเป็นสวรรค์? ไม่ๆๆๆๆ ที่นี่น่าจะเป็น...นรกสินะ? ฉันเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรซะด้วยสิ ถึงจะเป็นเด็กเรียนแต่เรื่องลามกก็อยู่ในหัวเต็มไปหมด ก็เป็นมนุษย์นี่นา

ไหนจะเรื่องไม่ดีหลายๆอย่าง เรื่องดีๆก็มีบ้างแต่นึกไม่ออกเลย ฉันน่ะเคยทะเลาะกับเด็ก ทะร้ายร่างกายน้องสาวเพราะโกรธ ทำไม่ดีไปหลายอย่างจะตกไปในนรกก็คงไม่แปลกหรอก

"อ๊ะ? ตื่นแล้วเหรอจ๊ะลูกแม่?"

ลูกแม่? เอ๊ะ? นี่ฉันยังไม่ตายงั้นเหรอ?

ฉันลืมตาขึ้นแล้วมองไปรอบๆก่อนที่จะไปสะดุดเข้ากับใบหน้าของหญิงสาวผู้งดงามคนนึง เธอคนนี้...ดูเหมือนจะอายุเพียงแค่ยี่สิบต้นๆ...ไม่สิ บอกว่าอายุสิบเจ็ดยังเชื่อเลยนะ ใบหน้าของเธออยู่ใกล้มาแล้วรอยยิ้มที่เธอส่งให้ก็ค่อนข้างจะงดงาม

ฉันรู้สึกสงสัยเรื่องสายตาของฉัน เพราะฉันสายตาสั้นแต่ภาพที่เห็นกลับชัดเจน แถมยังรู้สึกเหมือนว่าแปลกๆอีก ไหนจะขยับไม่ค่อยได้อีก...เอ๋?

ฉันลองมองลงไปที่ร่างกาย พยายามยกแขนขึ้นมาดูก็พบกับมือของเด็กทารกคนนึง แน่นอนว่านี่น่ะมือของฉันเอง ...เอ๊ะ? เอ๋!? นี่...ของฉันเหรอ?

"อุแงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง๊!!?"

"ว...หวาๆ! ท...ทำยังไงดีล่ะเนี่ย...จริงสิ! นม นม ต้องให้นมลูกก่อน!"

ฉันถูกดึงไปหน้าให้ไปมองที่จุดจุดนึง นั่นก็คือจ...จุกนมของหญิงสาวคนนั้น เธอยัดหัวนมที่แข็งชูชันนั่นเข้ามาในปากของฉัน ม...ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ของคนอื่น...เดี๋ยวนะ

เท่าที่ดูๆแล้ว บ้านแห่งนี้มัน...ราวกับกระท่อมที่ทำจากไม้และก้อนหินที่เสริมความคงทน...อยากบอกนะว่า!?

ต...ต่างโลกงั้นเหรอ? นี่ฉัน...ถูกส่งมาที่ต่างโลกสินะเนี่ย!?

ฉันหลับตาภาวนาว่าขอให้เจอคนอื่นๆบนโลกใบนี้ถ้าเป็นไปได้ ในขณะที่ฉันกำลังดูดนมแม่ของฉันซึ่งเป็นสาวสวยขนาดที่ถ้าฉันเป็นผู้ชายก็คงจะเกิดอารมณ์...อร่อยจัง นมจากเต้าของสาวสวย...

ท่านเทพเจ้าคะ...ตกลงแล้วนี่มัน เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะเนี่ย?

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว