เมื่อสรวงสวรรค์ได้พังทลายลง
บทที่4 เพราะน่าเบื่อจึงโดดเรียน
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
บทที่4 เพราะน่าเบื่อจึงโดดเรียน

"ออกมาแบบนี้จะดีเหรอ?"

"ดีแล้วน่า ขาก็หายแล้วด้วย"

"งั้นเหรอ? แต่ว่านะอันริ การฟื้นฟูของอันริไม่แปลกไปหน่อยเหรอ? ขาที่หักจากการเตะใส่เกราะของเจ้าผู้ชายหน้าสวยนั่นน่าจะใช้เวลารักษานานกว่านี้สิ แต่ทำไมกลับหายขาดเป็นปลิดทิ้งได้ในเวลาสั้นๆกันนะ?"

หรือว่านั่นคือพลังพิเศษของอันริกันนะ? ...มิเอะพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสนใจ ตาเป็นประกายแถมเข้าใกล้อันริจนแทบจะจูบกันอยู่แล้ว แต่อันริที่ยังคงเยือกเย็นอยู่นั้นก็ปฏิเสธไปด้วยการส่ายหน้าเล็กน้อยเท่านั้น ถึงแม้ว่าเมื่อกี้นี้จะเบิกตากว้างเพราะปฏิกิริยาตอบสนองอันน่าประหลาดใจของมิเอะก็ตามแต่อย่างว่า อันริสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีเป็นอย่างยิ่ง

"เป็นไปไม่ได้ที่มันจะเป็นพลังพิเศษของฉัน เพราะว่าการฟื้นฟูเหนือธรรมชาตินี่มันมีมาตั้งแต่เกิดแล้ว อีกทั้งพลังพิเศษ เท่าที่อ่านมาถึงจะมีส่วนคล้ายกันแต่ว่าพลังพิเศษนั้นมีไว้เพื่อต่อต้านกับพวกอสูรร้ายและปีศาจที่มีอยู่บนโลกนะ แล้วไอ้สิ่งที่ฉันมีมันจะทำอะไรได้? ถ้ามันเป็นพลังพิเศษจริงมันก็อ่อนแอซะจนพูดอะไรไม่ออกเลย เพราะมันทำได้แค่ฟื้นฟูได้ดีกว่าคนอื่นๆเท่านั้นเอง"

"นั่นสินะ? น่าจะเป็นความผิดปกติของร่างกายหรือไม่ก็...ถึงจะไม่น่าเชื่อถือแต่อาจจะเป็นพลังพิเศษอีกอย่างที่มีผลด้อยกว่า หรืออาจจะเป็นผลกระทบของพลังพิเศษที่อันริมีก็ได้นะ"

"มิเอะ ถ้ารู้ว่าเรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้ก็อย่าพูดสิ"

"มันน่าสนใจนะ เพราะตั้งแต่ที่โลกเจอภัยพิบัติที่มีชื่อว่าปีศาจทุกคนก็เอาแต่หาข้อมูลและก็ตรวจพบสิ่งผิดปกติในร่างกายของมนุษย์ 'พลังพิเศษ' ที่อยู่เหนือจินตนาการนั่นน่ะตั้งแต่ที่เห็นมาส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงไปยัง 'เดรส' ทั้งหมดเลยล่ะนะ นอกจากนี้ยังมีผลที่ชัดเจนและเป็นเชิงกายภาพที่ใช้สำหรับเพิ่มพลังหรือความหยั่งรู้ รวมไปถึงการคาดการณ์อนาคตและการปลดปล่อยคลื่นพลังแต่...สิ่งที่เรียกว่า 'พลังในการฟื้นฟู' น่ะมันไม่มีอยู่จริง เรื่องนั้นมิเอะก็รู้อยู่แล้วล่ะ"

ถ้ารู้แล้วก็อย่าพูดสิ ...อันริบ่นอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนหนุนตรงตักน้อยๆของมิเอะที่เป็นเด็กสาวประถมวัย มิเอะยิ้มอย่างดีใจพลางลูบผมของอันริอย่างหน้าชื่นตาบาน และอันริเองก็ไม่ได้บ่นถึงเรื่องนั้นต่อเธอด้วย กลับกันมันทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและทำให้เธอสามารถหลับได้ลง

"อันริ อันริคิดว่าที่นี่เป็นยังไงเหรอ?"

มิเอะก้มลงมองสาวร่างสูงไม่สมกับเป็นเด็กประถม กลับกันยังมีส่วนเหมือนกับเด็กระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายอีกด้วยซ้ำ อันริยังคงยิ้มอ่อนๆอย่างสบายใจพลางพูดต่อไปโดยที่ไม่ลืมตาเพื่อตอบเธอ ถึงจะยิ้มอยู่แต่ว่าน้ำเสียงนั้นเย็นยะเยือก หากเป็นคนอื่นที่ได้ยินคงจะต้องตกใจและหวาดผวาเป็นแน่แท้

"ที่นี่...เหรอ? สถานที่ที่รวมตัวเด็กที่มีความสามารถ 'อันน้อยนิด' เอาไว้เนี่ยน่ะเหรอ? ถ้าให้พูดล่ะก็ยัยพวกนั้นมีความมั่นใจในตัวเองจนเกินไป เพียงแค่มีพลังพิเศษเพียงเล็กน้อยแต่กลับไม่รู้เลยว่าตนเองมีจุดบอดขนาดไหน เป็นสถานที่ที่น่าเบื่อสุดๆไปเลยล่ะ ถ้าให้พูดล่ะก็สิ่งที่จะทำให้ฉันรู้สึกสนุกสนานได้คือการอาละวาดกับเธอ รองลงมาคือการกระทืบเจ้าผู้ชายหน้าหวานนั่นซะ...ไม่สิ เมอร์ลิน...ยัยนั่นเองก็น่าสนใจเหมือนกัน เอาเป็นว่าคงจะมีเท่านี้ล่ะนะ"

"นี่...มิเอะไม่ชอบใจเลยที่อันริไปสนใจผู้ชายแบบนั้นน่ะ"

"ฉันก็เป็นผู้หญิงนะ แต่ว่าฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น เจ้าหมอนั่นมันมีอะไรบางอย่างที่ประหลาด ไม่เห็น 'เดรส' นั่นรึไง? นั่นน่ะ...เหมือนกับอัครเทวทูตเลยนะ เป็นไปได้ไหมที่เจ้านั่นจะได้รับมันมาจากสวรรค์?"

"เฮ้อ...อันรินี่คิดเป็นตุเป็นตะไปได้นะ..."

มิเอะยังคงเหนื่อยหน่ายกับความคิดเด็กๆของอันริ แต่ก็ถูกของเธอที่ว่าริเอลเหมือนกับเทวทูตบนสวรรค์ ถ้างั้นก็สอดคล้องกันกับตัวตนผู้กำราบจอมปีศาจที่รุกรานโลกตามพระบัญชาขององค์พระบิดาผู้สูงส่งที่อยู่บนสวรรค์ที่เธออ่านมา มันมีความเป็นไปได้สูงและ 'เดรส' ของริเอลนั้นก็แปลกเกินกว่าจะเป็น 'เดรส' ที่มนุษย์สุดอัจฉริยะอย่างเมอร์ลินจะเป็นผู้สร้าง แถมดูจากสีหน้าของเมอร์ลินเมื่อครู่อันริก็รู้แล้วว่านั่นไม่ใช่ของที่เธอทำออกมาแน่ๆ

"ยังไงก็ตาม เธอจะอยู่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกันยะ?"

"ก็จนกว่าเธอจะเลิกดักฟังแล้วกลับไปที่ห้องเรียนน่ะนะ ห้องเรียนที่น่าเบื่อเหมาะกับการสั่งสอนพวกที่น่าเบื่อแบบเธอดีนี่?"

"หนอย..."

"ยอมเถอะค่ะคุณหัวหน้าห้อง คุณหัวหน้าห้องแพ้ให้กับอันริทั้งๆที่คุณหัวหน้าห้องทุ่มสุดตัว แต่อันริกลับไม่ได้เอาจริงเลยแม้แต่น้อย นั่นก็คือผลแพ้ชนะที่ถูกตัดสินไปอย่างชอบธรรมนะคะ"

"ฉันรู้น่ายัยเปี๊ยก"

เป็นหัวหน้าห้องที่แอบฟังอยู่ไกลๆ แต่ถึงจะพูดว่าแอบฟังก็เถอะ แต่เธอได้ยินเพียงแค่ไม่กี่อย่างจากอันริเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นทัศนคติที่เธอมีต่อที่แห่งนี้ ความเห็นที่มีต่อพวกตน ความดูถูกในความอ่อนแอทำให้หัวหน้าห้องตาสว่าง เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายนั้นแกร่งและฉลาดเฉลี่ยว วิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำทั้งยังมี 'ดวงตา' ที่ยอดเยี่ยม กลับกันพวกเธอนั้นเอาแต่อวดอ้างถึงพลังที่ตนมีใช้ข่มขู่เด็กสาวที่มีรูปร่างไม่ต่างจากเด็กวัยรุ่นนัี่นเพียงเพราะต้องการให้เห็นถึงฝีมือของเธอ

อีกทั้งความเห็นที่มีต่อริเอล ถึงจะฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อแต่หัวหน้าห้องเองก็คิดแบบเดีวกันกับอันริ ภาพที่ริเอล เด็กหนุ่มที่มีใบหน้าสวยสดงดงามราวกับผู้หญิงในสมองของหัวหน้าห้องเห็นนั้นคือคนที่ดูเหมือนจะไม่ใช่เป็นแค่เด็กธรรมดา และน่าจะไม่ธรรมดาเอามากๆ และเกราะบูรพานั่นก็ช่างเหมือนกับภาพวาดในโบสถ์ที่ถูกทุบทิ้งไปเมื่อหลายสิบปีก่อนอีกด้วย

"แล้ว...เธอจะไม่กลับไปเรียนรึไง?"

"ฉันไม่มีอะไรที่จะต้องเรียนจากห้องเรียนนั่นเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างที่ฉันอยากรู้เพียงแค่ฉันอ่านมันจากในหนังสือที่โรงเรียนนี้มีอยู่ฉันก็เพีงพอแล้ว"

"น่าขำสิ้นดี เธอรู้รึเปล่าว่าที่โรงเรีนสอนอะไรบ้าง? ถึงฉันจะอ่อนแอกว่าเธอแต่ฉันก็เคยได้ร่วมกลุ่มกับพวก 'นักล่า' แล้วเข้าจัดการกับพวกปีศาจมาแล้วถึงสามครั้งเชียวนะ"

'นักล่า' กลุ่มคนผู้ที่ได้รับมอบหมายภาระงานและหน้าที่ให้มีสิทธิ์ที่จะสำรวจทุกอย่างบนโลกใบนี้ เพื่อที่จะจัดการกับเหล่าปีศาจและอสูรร้าย นักล่าจึงรวมกลุ่มสร้างกองกำลังไปสำรวจและเก็บข้อมูลจากสถานที่ต่างๆหลายแห่งบนโลก

"...แล้วมันทำไมล่ะ?"

"...หา?"

"ฉันเคยกำจัดปีศาจและอสูรร้ายมาแล้วหลายสิบครั้ง ไม่ใช่เป็นกลุ่มกับนักล่าแต่ไปกับมิเอะกันแค่สองคน โทษทีนะแต่เธอน่ะเทียบชั้นกับฉันไม่ได้หรอก"

จริงอยู่ที่นักล่าเก่งกาจเอามากๆ แต่ว่านักล่าทั่วไปเทียบกับมิเอะแล้วก็ราวกับอยู่คนละมิติ เมื่อมิเอะจับคู่กับอันริก็เท่ากับว่าพวกเธอทั้งคู่ไร้เทียมทาน อีกทั้งยังไม่เคยได้รับบาดแผลมาเลยสักครั้ง 'เดรส' เองก็เหมือนกัน

สำหรับอันริ ทุกคนนั้นอ่อนแอเกินไป ถ้าให้พูดเธอคิดว่านักล่าบางคนอ่อนแอเกินไป แต่นั่นมันในสายตาของเธอเท่านั้น ทุกคนได้รับการฝึกมาอย่างดีแต่...อันริใช้สมองอันชาญฉลาดของตน คิดและวิเคราะห์จนเข้าใจในระบบของ 'เดรส' และยังมีความรู้ความสามารถอื่นๆอีกเพียบ

ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณหัวหน้าห้องค่อนข้างไม่พอใจกับวิธีคิดและท่าทางของอันริ แต่มีแต่ต้องยอมรับเท่านั้น ตามที่ปรึกษากับเมอร์ลินมา เธอไม่ควรจะใช้ความรู้ที่เรียนมาจากคนอื่นกับอันริ

"โยนทุกอย่างที่เข้าใจมาทิ้งไปให้หมด ฉันอยากให้เธอสอนฉัน ความรู้และความสามารถของเธอ สอนฉันหน่อยสิ เพื่อที่ฉันจะได้แข็งแกร่งขึ้น"

"...สอนน่ะมันก็ได้อยู่ แต่ค่าตอบแทนที่ฉันจะได้รับล่ะ?"

"เธอต้องการค่าตอบแทนรึไง?"

"มันเป็นนิสัยของฉัน เมื่อมอบให้ก็ต้องได้รับคืน ฉันจะได้อะไรจากเธอล่ะ?"

อันริเลื่อนสายตาไปมองหัวหน้าห้องด้วยดวงตาที่แสดงออกถึงความไม่เป็นมิตร หัวหน้าห้องกลืนน้ำลายอึกนึงพลางทำจิตใจให้สงบลง

"ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกสิ่งที่เธอต้องการ ทุกอย่างที่ฉันมีและเท่าที่ฉันหาให้ได้ รวมถึงชีวิตของฉัน"

"...ทำไมถึงยึดติดกับพลังขนาดนั้น? บอกตามตรงเลยนะว่าสำหรับฉันแล้ว เธอคือคนที่อายุมากกว่าฉันแค่ไม่กี่ปีที่แก่แดดเอามากๆ อาจจะดูแข็งแกร่งกว่าคนอื่นแต่ก็อวดดีจนเกินไป ประมาทและทะนงตน เธอคนนั้นที่ฉันเคยเห็นตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว กลับกลายเป็นว่ายอมสละทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งพลัง ขอถามอีกครั้งทำไมถึงยึดติดกับพลังมากขนาดนั้นกัน?"

"อึ่ก...ฉันน่ะนะ ฉันน่ะ สูญเสียครอบครัว พ่อ แม่และน้องชายรวมไปถึงน้องสาวไป ความทรงจำก็เลือนลางจนจำอะไรไม่ค่อยได้ มีแต่เหตุการณ์นั้นเท่านั้นที่จำได้ขึ้นใจ ฉันสาบานกับตัวเองเอาไว้ ว่าจะฆ่าพวกมันให้หมด ทั้งปีศาจและอสูรร้ายพวกนั้น ฉันอยากจะจบสงครามนี้ ฉันอยากแข็งแกร่งขึ้น มากจนไม่มีใครเทียบเท่าฉันได้ ได้โปรดเถอะ สอนฉันที!"

"...ไม่เข้าใจเลยจริงๆ"

อันริเมินเฉยหัวหน้าห้องไปด้วยการหลับตาลงแล้วหลับไปโดยไม่สนใจเธอ แต่มิเอะนั้นเข้าใจความรู้สึกของหัวหน้าห้องที่กำลังน้ำตาซึมดีจึงยิ้มออกมา แล้วตบไปที่หน้าผากของอันริเบาๆ

"อันริล่ะก็ ทำเป็นซึนไปได้"

"มิเอะ พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย"

"น่าๆ อันริน่าจะยอมรับได้แล้วนะว่าเข้าใจความรู้สึกของหัวหน้าห้องน่ะ ดูจากสีหน้าของอันริก็รู้แล้วว่ากำลังคิดอะไรอยู่ บอกเค้าไปสิ"

"...เฮ้อ รู้ไปซะทุกเรื่องเลยนะเธอน่ะ เพราะอย่างนี้ไงฉันถึงได้ชอบเธอ"

"ม...มิเอะก็ชอบอันรินะ"

อันริยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะลูบหัวของมิเอะอย่างนุ่มนวล แต่ว่าพวกเธอทั้งคู่นั้นพูดคำว่า 'ชอบ' ในความหมายที่ต่างกันไปนิดนึง แน่นอนว่ามิเอะรู้ดีแต่อันรินี่ไม่ได้ทราบเลย ว่ามิเอะนั้นคิดกับตนในด้านความรักมากกว่าที่จะเป็นเพื่อนกัน

"ต...ตกลงว่า..."

"แน่นอนว่าจะสอนให้ แต่ร่างกายของเธอน่ะไม่เหมาะหรอกนะ อย่างน้อยก็ต้องวิดพื้นสักห้าสิบถึงหนึ่งร้อยรอบต่อวัน ฉันจะเพิ่มทักษะการใช้งานพลังพิเศษนั่นให้ รวมถึงการเคลื่อนไหวไร้รูปแบบและการควบคุม 'เดรส' แน่นอนว่ายังมีอีกมากที่ต้องทำเพราะงั้น โยนพื้นฐานทิ้งไปซะ ฉันจะสอนใหม่ตั้งแต่หนึ่ง...ไม่สิ ตั้งแต่ศูนย์เลยล่ะ"

"ร...รับทราบ!"

"ทำตัวตามสบาย จะเรียกฉันด้วยชื่อเฉยๆก็ได้เพราะยังไงฉันก็อายุน้อยกว่าอยู่ดี แม้จะมีร่างกายแบบนี้ก็เถอะนะ อีกอย่าง ฉันจะไม่พูดสุภาพไม่ว่ากับใครหน้าไหนก็ตาม เพราะงั้นอย่ามาว่าฉันก็แล้วกัน"

"เรื่องนั้นมันช้าไปแล้วย่ะ"

หัวหน้าห้องตวาดเบาๆส่วนมิเอะนั้นหัวเราะแห้งๆเพราะเธอรู้ดีถึงตัวตนปกติที่ไม่ค่อยจะสุภาพของอันริ จากนั้นหัวหน้าห้องก็ปรับอารมณ์อีกหน่อยแล้วก็นึกอะไรขึ้นได้ ทั้งๆที่ควรจะคิดได้ตั้งแต่แรก

"เดี๋ยวนะ ดูเหมือนอาจารย์ซาริจังกับเธอเหมือนจะไม่ได้รู้จักกันนี่? ทำไมเธอคนนั้นถึงจำเธอไม่ได้ทั้งๆที่เธอแพ้ให้กับเธอล่ะ?"

"มาถามอะไรเอาป่านนี้? เพราะว่าการโจมตีของฉันในตอนนั้นมันรุนแรงเกินไปจนสะเทือนไปถึงสมองของเธอ ทำให้เกิดอาการวิงเวียนและที่ร้ายแรงคือ ความทรงจำส่วนนึงในวันนั้นหายไป หรือก็คือความทรงจำในช่วงเวลาที่มีฉันหายไปจนหมด จากที่เห็นแล้วเธอคนนั้นก็สงสัยเหมือนกันว่าที่เธอพูดว่าฉันเอาชนะอาจารย์ซาริเอลได้นั้นเป็นไปได้ยังไง? ในหัวของเธอคนนั้นไม่ได้มีความทรงจำที่ว่าฉันเอาชนะเธอได้อยู่เลย นั่นจึงทำให้เธอสงสัยและตกใจยังไงล่ะ"

"น...นั่นมัน...ไม่เกินไปหน่อยเหรอ?"

"ฉันคิดว่ายัยนั่นประมาทและมีจุดอ่อนเยอะเกินไปมากกว่า ถ้าเป็นปกติล่ะก็ฉันคงแพ้ไปแล้วล่ะ"

ถึงอันริจะพูดเหมือนถ่อมตนแต่นั่นคือความคิดของอันริจริงๆ โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าอีกฝ่ายนั้นเอาจริงแค่ไหน แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถเอาชนะเธอได้อย่างแน่นอนอีกด้วย ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีวันที่จะเอาชนะอันริได้

เพราะอันรินั้นแข็งแกร่ง แข็งแกร่งเกินไป

"ถ่อมตัวจังนะอันริเนี่ย"

"ฉันนึกว่าเธอจะเป็นพวกอวดเบ่งซะอีกนะ"

แต่ละคนย่อมแสดงออกมาต่างกันอยู่แล้ว เพราะคนนึงรู้จักอันริเป็นอย่างดี ส่วนอีกคนนั้นไม่ได้รับรู้อะไรเลยแม้แต่น้อย ยังไงก็ตามคุณหัวหน้าห้องก็ได้เข้าใจในตัวของอันริมากขึ้นซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีล่ะนะ

"ว่าแต่คุณหัวหน้าห้อง ถ้าจะให้เรียกแบบนั้นมันก็กะไรอยู่ ไม่คิดจะแนะนำตัวบ้างเหรอคะ?"

"จะว่างไปมีแค่เธอเท่านั้นที่พวกเราไม่รู้จักชื่อ จะให้ฉันเรียกว่าคุณหัวหน้าห้องต่อไปก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกนะ"

"มีสิ! ฉันชื่อคุโรคุโมะ! คิริซากิ คุโรคุโมะ!"

"คุณหมีสีดำ*สินะคะ..."

"ไม่ใช่หมีนะ!"

*หมี ในภาษาญี่ปุ่นคือคุมะ ตรงนี้มิเอะเรียกคุณหัวหน้าห้องว่า คุโรคุมะ-ซัง

"มิเอะ... เธอนี่นิสัยไม่ดีเลยนะ"

"อันริจังโหดร้าย!"

อันริรู้ว่าหัวหน้าห้องนั้นมาจากญี่ปุ่น ชื่อที่ใช้ก็คงเป็นคำว่าคุโระที่แปลว่าสีดำกับคุโมะที่มาจากคันจิที่แปลว่าเมฆ นั่นก็เท่ากับว่าชื่อของเธอจะแปลเป็นเมฆสีดำนั่นเอง ไม่ใช่หมีสีดำอย่างที่มิเอะหยอกล้อ

"ถ้างั้นนะคุโมะ..."

"คุโมะ!? เรียกชื่อเต็มสิยะ!"

"น่ารำคาญน่าคุโมะ เธอน่ะใช้พลังพิเศษได้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?"

"ก็นานมากแล้วนะ ตั้งแต่อายุสิบเอ็ด...เธอก็เป็นผู้ใช้พลังพิเศษไม่ใช่เหรอ?"

"แต่ฉันไม่มีพลังพิเศษน่ะ นอกจากความสามารถในการฟื้นฟูที่เป็นผลมาจากร่างกายที่ถูกกระตุ้นอย่างหนักหน่วงผ่านเซลล์สมองส่งต่อไปยังระบบต่างๆและพัฒนาความสามารถในเซลล์ร่างกายแล้ว ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย"

"ถึงจะไม่ใช่พลังพิเศษแต่สุดยอดไปเลยนะ เท่าที่ดูตอนที่เธอสู้กับริเอล ขาของเธอควรจะหักไปได้แล้วแต่กลับไม่ใช่ มันก็น่าตกใจจริงๆนั่นแหละ"

"อย่างเธอก็ทำได้ แต่คงไม่เท่ากับฉันหรอก คงจะพอๆกับมิเอะล่ะมั้ง?"

"ทำไมถึงดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือแบบนั้นกันล่ะ?"

"ก็เจ้าหล่อนน่ะเกินความความคาดหมายของพวกเธอนะ มิเอะน่ะแตกต่าง เธอเกิดมาเพื่อล้างบางเจ้าพวกสัตว์อสูรและปีศาจทั้งหลายล่ะนะ"

เจอกับยัยนี่ครั้งแรกฉันก็ตกใจแทบแย่ ...อันริกล่าวออกมาแบบนั้นแต่คุณหัวหน้าห้องก็มิได้ใส่ใจสิ่งใดเป็นพิเศษ เพราะเธูอเข้าใจดีว่ามิเอะนั้นเกินกว่าสามัญสำนึกของใครทั่วไป

แต่ในความคิดของหัวหน้าห้องตอนนี้คือมิเอะนั้นยังไม่แปลกประหลาดเท่ากับอันริ เธอได้มองย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เธอได้ดูถูกอันรินั้น เธอก็ได้ตระหนักว่าตนเองนั้นโง่เขลา ยังไงซะถ้าเทียบกันความสามารถของคุณหัวหน้าห้องนั้นสูงกว่าคนอื่นๆซะอีก ต้องบอกว่าไอส์ที่พวกเธอสู้ด้วยกันเมื่อก่อนหน้านี้นั้นอ่อนแอมากเมื่อเทียบกับหัวหน้าห้อง แต่เธอก็แข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆแม้จะไม่มากจนเทียบไม่ได้ก็ตาม

"แล้ว เราจะเริ่มกันวันไหนเหรอ?"

"ไม่ใช่วันนี้หรอกนะ เธอจะกลับไปเรียนกับอาจารย์ซาริเอลก่อนก็ได้"

"งั้นเหรอ? แต่ไหนๆก็โดดมาแล้วทั้งที ฉันก็กลัวจะโดนดุนะ เพราะงั้นขออยู่ด้วยก็แล้วกัน"

"อย่ามาแย่งที่นอนที่สุดแสนจะสำคัญของฉันล่ะ"

"หัวฉันใหญ่กว่าที่จะนอนทับบนตักของเด็กประถมนะ!"

"ยัยหัวโตสินะ?"

"คุณคนหัวโตสินะคะ?"

"หยาบคาย!!! ยัยเด็กกะโปโลนิสัยเสียเอ้ย!!!"

เพราะอยู่ด้วยกันมานานแสนนาน มิเอะเริ่มจะซึมซับความกวนโอ้ยระดับพระเจ้ายังกุมขมับและอาการชอบแกล้งคนแม้จะมีอายุที่น้อยกว่าก็ตามที ถึงแม้จะพึ่งเห็นแต่ว่ามิเอะนั้นซึมซับมานานแสนนานแล้ว ต้องบอกว่าพึ่งจะแสดงออกมากกว่า

แต่ถึงอย่างงั้นอาการอยากแกล้งของมิเอะก็ได้แสดงออกมาแล้ว เธอดูไม่หวาดกลัวและรู้สึกได้ว่าคุณหัวหน้าห้องเป็นมิตร ทำให้เธออยากจะสนิทกับคุณหัวหน้าห้องมากขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะหมดรักอันริไป

ยังไงซะอันริก็ซื่อบื้อกว่าที่จะหยั่งถึง ในบางเรื่องน่ะนะ ...มิเอะคิดแบบนั้น ถ้าให้เทียบกันนั้นมิเอะคิดว่า ตัวของอันรินั้นราวกับพระเอกในนิยายที่ซื่อบื้อแต่ก็มีสาวมาติดเยอะ และด้วยภาพพจน์กับพลังและความสามารถก็ลงล็อคกันพอดี เธอจึงค่อนข้างกังวลแต่ก็ไม่ได้ไม่ชอบคุณหัวหน้าห้องล่ะนะ

"...มาทำอะไรกันตรงนี้น่ะ?"

"อ...ไอส์?! ท...ทำไมถึง..."

"พึ่งออกมาจากห้องพยาบาล เห็นว่าพวกเธอไม่อยู่ในห้องเลยมาตามหา แล้วก็มาเจอที่นี่"

ก็เพราะที่นี่เป็นเป็นลานกว้างที่อยู่ห่างจากอาควรเรียน แถมทั้งสามคนยังอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งมุมนี้นั้น ถ้าเป็นตึกของพวกปีหนึ่งคงมองไม่เห็น และแน่นอนว่าพวกปีสองหรือปีสามนั้นมองเห็นมาทางนี้ และคงไม่มีใครเพิกเฉยแน่ๆ

ทว่าที่ยังไม่มีใครมานั้น คงเป็นเพราะไม่อยากจะยุ่งด้วย หรือเพราะคิดว่าไม่ควรลดตัวมาทำอะไรแบบนี้ล่ะมั้ง? อย่างน้อยๆ ก็มีอยู่คนนึงที่ไม่คิดแบบนั้น แต่ทุกคนนั้นให้ความสาคัญกับคลาสเรียนเลยยังไม่มายุ่งด้วยเท่านั้น แต่ลำคนย่อมมีเหตุผลที่แตกต่างกันไปล่ะนะ

"ไม่เรียนจะดีเหรอ? เธอเป็นทั้งหัวหน้าห้อง...และยังตั้งใจเรียนซะขนาดนั้นนี่?"

"เธอก็ด้วย ทำไมไม่ไปเข้าเรียนล่ะ?"

"ถ้าเธอจะโดดเรียนฉันก็โดดเหมือนกัน มีเรื่องจะถามสองคนนั้นอยู่น่ะ"

ไอส์มองมาทางอันริ แน่นอนว่าอันรินั้นไม่ได้สนใจอะไรเธอเลย แต่ก็ไม่ได้เมินเฉยเหมือนกัน เธอลืมตาข้างนึงแล้วเหลือบมองไปยังไอส์ แต่ท่าทีของไอส์นั้นสุขุมดังเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง

"มีอะไร?"

"ฉันสนใจการเคลื่อนไหวนั่น และมีคำถามอยู่สองอย่าง หนึ่งเลยคือเธอไปเรียนรู้มาจากไหน?"

"ด้วยตัวเอง แค่ทำไปมั่วๆแล้วซึมซับจนเป็นชีวิตประจำวัน พอชินแล้วแค่คิดมันก็เปลี่ยนไปเองนั่นแหละ"

"แปลกนะ คนปกติเขาทำได้ที่ไหนกัน? ...ช่างเถอะ คำถามที่สองคือช่วยสอนฉันได้ไหม?"

"...ตัวน่ารำคาญเพิ่มมาอีกหนึ่งแล้ว"

"แสดงว่าได้สินะ? ฉันมั่นใจว่าที่คุโระมาหาเธอคงจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยลองขอดู ฉันเองก็มีเรื่องที่ต้องการจะทำเหมือนกัน"

"ถ้าเธอยังยึดติดกับวิชาดาบจากทั่วทุกมุมโลกของเธอล่ะก็ รับรองว่าเธอได้ตายกลางสงครามแน่ๆ"

"...เธอรู้ได้ยังไงน่ะ?"

"แน่นอน วิถีดาบของเธอน่ะถึงจะตรงกับการเคลื่อนไหวของวิชาดาบจากหลายๆประเทศอย่างการฟันของเคนโด้ หรือการแทงของกีฬาฟันดาบสากลที่เคยโด่งดังในอดีต ไม่ว่าจะแบบนั้นมันก็สมบูรณ์แบบแต่ขาดการขัดเกลาในการใช้งานกับ 'เดรส' และมันยังคงแข็งเกร็งมากเกินไป เธอน่ะควรจะไปฝึกกับอาจารย์ซะจะดีกว่า ส่วนเรื่องการเคลื่อนไหวกับการควบคุม 'เดรส' น่ะ ค่อยถามจากคุโมะทีหลังก็ได้"

"ฉันจะทำแบบนั้นก็แล้วกัน แต่ก็ยังหมายความว่าฉันก็มาถามเธอและให้เธอสอนอะไรหลายๆอย่างได้สินะ?"

"ทำไมจะไม่ล่ะ?"

"งั้นก็ขอบคุณนะ ไหนๆก็โดดเรียนแล้วขอนั่งด้วยก็แล้วกัน"

"ตามสบายเลย"

ก็เหมือนกับคุณหัวหน้าห้อง ไอส์นั้นไม่เคยหนีเรียนมาก่อน แถมเรียนเก่งกว่าคุณหัวหน้าห้องซะอีก แต่เพราะคุณหัวหน้าห้องนั้นเอาการเอางานและมีความรับผิดชอบ รวมไปถึงอะไรๆนั้นยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเลยได้เป็นหัวหน้าห้องไปโดยปริยาย และตัวเธอที่คุณหัวหน้าห้องคาดว่าจะเลือกให้เป็นรองหัวหน้าห้องนั้น ก็ถูกโยกให้มาเป็นเลขานุการซะแทน

"พวกคุณดูสนิทกันดีนะคะ"

"ก็พวกเราจบจากที่เดียวกันนี่นะ"

"เพื่อนสมัยเด็ก เหมือนกับมิเอะและอันริสินะคะ?"

"ประมาณนั้น"

อันริค่อนข้างจะมั่นใจว่าไอส์เป็นพวกพูดน้อย และเธอก็พูดน้อยจริงๆ เทียบกันกับหัวหน้าห้องแล้วอาจจะพูดได้ไม่เต็มปากเพราะคุณหัวหน้าห้องค่อนข้างพูดมากก็ตามที แต่เธอพูดน้อยจริงๆเมื่ออยู่ตอนปกติกับคนอื่นๆ

"...อากาศดีจัง"

"ทำเหมือนกับไม่เคยออกมารับลมในวันที่อากาศสดใสเลยนะ"

"ก็ไม่เคยจริงๆนั่นแหละ"

ไอส์ยิ้มเจื่อนแต่อันริไม่ได้สนใจพลางนอนต่อโดยที่มีมิเอะคอยลูบหัวให้อย่างอ่อนโยน เหมือนกับพี่ชายน้องสาวมากกว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันล่ะนะ...

ในเวลาที่มีสภาพอากาศดีๆ มิเอะกับอันริมักจะโดดเรียนกันบ่อยๆ แต่ด้วยความสามารถของพวกเธอทำให้ไม่เกิดปัญหาในห้องเรียน แถมที่โรงเรียนต่อให้ไม่ไปเรียนก็ไม่ได้มีผลต่อการเลื่อนระดับชั้นซะเท่าไร แต่ว่าพ่อแม่ของเธอคงไม่ยอมแน่ๆเลยล่ะนะ

เพราะงั้นการโดดเรียนจึงเป็นอะไรหลายๆอย่างที่ทั้งสองคนทำอยู่บ่อยๆ โดยที่พ่อกับแม่ของเธอก็รับรู้แต่ก็ปลงแล้ว เพียงแค่ไปเรียนบ้างก็พอล่ะนะ นั่นเป็นสิ่งที่ครอบครัวของอันริคิด

-กิ๊ง ก่อง กาง ก่อง-

"ออดดังแล้วงั้นเหรอ? พักเที่ยงแล้วงั้นสินะ?"

"เวลาเดินช้าจังเลยนะ แต่บทจะเร็วมันก็เร็วเกินไปนั่นแหละ ไปกินข้าวเที่ยงกันเถอะอันริ"

"นั่นสินะ คุโมะกับไอส์ล่ะ?"

"ไปด้วยก็แล้วกัน"

"...อย่างน้อยถ้ามีคำว่าพี่สาว..."

"จะละเมอก็ไปนอนก่อนเถอะ แม่สาวละครโน"

"!?...ฉันก็แค่อยากให้เธอเรียกแบบนั้น..."

ไอส์พองแก้มอย่างงอนไม่สมกับอายุแต่ก็ใช่ว่าจะไม่น่ารัก มันเกินกว่าคำบรรยายแต่สำหรับอันริ ใช่ มันดูแปลกๆที่รุ่นพี่ที่มีอายุมากกว่าถึงสี่ปี

"คุณไอส์...หมายถึงพี่สาวไอส์อยากได้น้องสาวเหรอคะ?"

"อืม ที่บ้านของฉันมีแต่พี่สาวน่ะ"

"งั้นมิเอะจะเป็นน้องสาวให้นะคะ!"

"...น่ารักจัง"

ไอส์นั้นก็เป็นแบบนี้แหละ ...คุณหัวหน้าห้องพูดแบบมีเหงื่อซึมหน่อยๆ คงจะลำบากน่าดูล่ะนะ กับนิสัยของเพื่อนสนิทและท่าทางที่เธอมีต่อเด็กสาวน่ารัก และมิเอะก็ถูกจับกอดอย่างแน่นหนา

"รีบไปกันเถอะ ฉันไม่อยากจะอยู่จนเจอคนมาหาเรื่องหรอกนะ"

"หืม? หมายความว่ายังไ---"

"นี่พวกคุณน่ะ! จากเครื่องแบบแล้วเป็นนักเรียนปีหนึ่งสินะคะ?! ทำไมถึงโดดเรียนมาอยู่ข้างนอกกันคะ?!"

"ป...ประธานนักเรียน!?"

หัวหน้าห้องผงะไป เพราะที่อยู่ตรงหน้าคือสาวสวยผู้งดงาม ผมสีบลอนด์ทองเป็นทรงสว่านคู่ มาพร้อมกับเครื่องแบบที่ค่อนข้างจะเน้นส่วนหน้าอก และจากสีของผ้าพันคอที่พวกเธอไม่มีนั้น เธอเป็นนักเรียนปีสองแน่ๆ เพราะนักเรียนปีสามเป็นต้นไปจะมีเครื่องแบบที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

"สาวสวม ผมยาว อกฟู รูคงจะฟิตคนนี้เป็นใครกัน?"

"ร...รู!? ย...หยาบคายค่ะ! ดิฉันชื่อเวโรนิก้า มอร์แกน โอเนอร์ เป็นชาวฝรั่งเศสและยังเป็นผู้มีฐานะ มีชื่อเสียงในวงศ์ตระกูลโอเนอร์ ดินฉันไม่เคยเจอคนที่หยาบคายแบบคุณมาก่อนเลยนะคะ!"

"เธอเป็นประธานนักเรียน มีความสามารถมากถึงอันดับที่ห้าของทัวร์นาเมนต์จากทั่วทุกมุมโลก ต้องบอกว่าเธอแข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้ และไม่มีใครสามารถเอาชนะเธอได้เลย อีกทั้งยังเป็นขุนนางชั้นสูงมาจากฝรั่งเศส ถึงเธอจะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่แนะนำให้ไปยุ่งกับเธอหรอกนะ"

"...คุณเวโรนิก้า?"

"อ๊ะ! คุณก็มาถึงที่นี่แล้วเหรอคะมิเอะ แต่ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้...ไม่สิ เธอไม่ควรจะหนีเรียนนะคะ!"

"ก็ที่นี่มันน่าเบื่อนี่คะ คุรเวโรนิก้าต่างหากที่แปลก ทนเรียนไปได้ยังไงกันคะเนี่ย?"

"ถึงอย่างงั้นก็ไม่ควรนะคะ! อย่าเอาตรรกะเพี้ยนๆแบบนั้นเข้ามาในหัวทำให้ตัวเองเสียคนสิคะ!"

ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นการคุยกันระหว่างคนรู้จักไปซะแล้ว นั่นก็ทำให้ทั้งสองคนทำหน้างงและสับสนพร้อมมองไปทางอันริเพื่อขอให้เธออธิบายทุกอย่างให้เข้าใจ

"จำได้ไหมว่าฉันบอกว่ามิเอะแกร่ง เธอคงไม่รู้สินะว่ามิเอะน่ะเป็นผู้ที่ครองอันดับที่สี่ในการแข่งทัวร์นาเมนต์ หรือก็คือเธอแข็งแกร่งกว่ายัยอกฟูรูฟิตนั่นไง"

"ก็บอกว่าอยากเรียกแบบนั้นยังไงล่ะคะ! มิเอะคะ! เจ้าผู้ชายเสียมารยาทคนนี้เป็นใครกันคะ?!"

"อันริคือเพื่อนของมิเอะเอง อันริอายุน้อยกว่าคุณเวโรนิก้าและเป็นผู้หญิงค่ะ อันริอายุเท่ากับมิเอะนั่นแหละ"

ตอนนี้กลายเป็นเวโรนิก้าที่ช็อคไป ไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากข้างหลังของเวโรนิก้า และก็เป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับเวโรนิก้าและยังมากันเยอะอีกด้วย

"ประธานรีบมาก่อนที่จะเรียกกรรมการนักเรียนฝ่ายควบคุมวินัยนักเรียนไม่ได้นะครับ...แล้วประธานเป็นอะไรไปครับเนี่ย?"

"เจ้าสี่ตานั่นใครกัน?"

ชายที่เดินมาข้างๆเวโรนิก้านั้นมีผมสีเขียวปัดข้าง สวมแว่นตาทำให้อันริเรียกเขาไปว่าเจ้าสี่ตา ถึงทั้งสองคนจะตกใจแต่ก็เริ่มจะปลงแล้ว

"เขาชื่อไมเคิล เบย์น่ะ"

"ชื่ออย่างกะผู้กำกับหนังเมื่อหลายปีก่อนเลยนะ"

"อย่าไปล้อเขาเรื่องนั้นล่ะ"


"ดิฉันไม่เป็นอะไรค่ะไมเคิล"

"ว่าแต่เจ้าพวกปีหนึ่ง ทำไมถึงทำอะไรแบบนี้กัน? พวกเธอรู้ไหมว่าพวกอาจารย์ไม่ได้มีเวลาว่างมานั่งเฝ้าพวกเธอนักหรอกนะ ถ้าไม่อยากตายในสนามรบก็ตั้งใจเรียนซะ แต่เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเธอทำผิด พวกเราจะทำโทษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"

" 'ถ้าไม่อยากตายในสนามรบ' เหรอ? ทั้งๆที่พวกนายเองก็ยังไม่รู้จัก 'เดรส' ดีพอเนี่ยนะ?"

"โฮ่? เธอใช้มันเป็นด้วยเหรอ? 'เดรส' ที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวผ่านทางสมองน่ะ"

"ฉันทำได้มากกว่าที่นายคิดเอาไว้ เยอะเลยล่ะนะ แต่ถ้าจะให้ฉันทำ... ก็ขอคนที่เทียบเท่ากับยัยอกฟูรูฟิตนั่นก็แล้วกัน"

"บอกว่าให้เรียกชื่อดิฉันยังไงล่ะคะ! ยัยคนนิสัยเสีย!"

"ร...รูฟิต!? ย...อยาบคายซะจริง! สถุลจริงๆเลยพวกทางฝั่งเอเชียเนี่ย!"

ไมเคิลสบถออกมา คนอื่นๆก็ต่างพากันซุบซิบและว่าทอพวกเธอ ยังไงซะพวกนี้ก็เป็นกรรมการนักเรียน และเพราะมาดของอันริดูเหมือนผู้ชายทำให้ทุกคนคิดว่าเธอเป็นผู้ชาย

"ฉันไม่สนใจว่านายจะว่ายังไงหรอกนะ เพราะว่าไอ้สถุลที่นายว่าน่ะ แกร่งกว่านายร้อยเท่า และเพื่อนสนิทของฉัน ก็แกร่งกว่านายพันเท่า อย่างเอาตัวเองมาเสี่ยงชีวิตเลย"

"ทำเป็นพูดดีไป แกมันจะได้สักแค่ไหนเชียว? เทียบกับชั้นที่เป็นถึงอันดับที่เจ็ดสิบเอ็ดของตารางทัวร์นาเมนต์ อย่างแกจะไปทำอะไรได้?"

"มิเอะ.."

"จ้าๆ มิเอะน่ะนะ อยู่อันดับที่สี่จากตารางทัวร์นาเมนต์ ชนะทั้งหมด...เยอะอ่ะ แต่แพ้แค่สามคนเองนะ และหนึ่งในนั้นก็เคยแพ้ให้กับอันริด้วย ถึงจะเคยสู้ด้วยกันแค่ครั้งเดียวก่อนลงแข่งก็เถอะ"

"อ...อันดับที่สี่?! จ..จริงเหรอครับประธาน?"

"ใช่ค่ะ เธอคนนั้นแข็งแกร่ง ยิ่งกว่าดิฉันซะอีกนะคะ อย่าไปยุ่งด้วยเด็ดขาดค่--- ว่ายังไงนะคะ?!"

"ก็บอกไปว่ามิเอะเคยแพ้ให้กับสามคน.."

"หลังจากนั้นค่ะ!"

"เคยแพ้ให้กับอันริก่อนที่จะลงแข่งน่ะค่ะ สักสามวันก่อนแข่งล่ะมั้งนะ?"

เมื่อมิเอะทำท่านึกคิด เวโรนิก้าที่พยายามแทบตายยังเอาชนะมิเอะไม่ได้กลับต้องอึ้ง เพราะเด็กคนนี้แข็งแกร่งกว่าเธอ และแข็งแกร่งกว่ามิเอะแม้จะเคยสู้กันเพียงครั้งเดียวแบบจัดหนักจัดเต็มก็ตามที

"...ถึงอย่างงั้นก็ไม่ได้นะคะ!!!!"

แต่เวโรนิก้าก็มิได้ย่อท้อแต่อย่างใด จนกระทั่งเวลาพักเที่ยงหมดลง ทั้งสี่คนก็ยังไม่ได้ทานอาหารกลางวัน รวมไปถึงกรรมการนักเรียนทุกคนด้วย ทำให้พวกเธอทั้งหลายต้องหิวท้องกิ่วกันในขณะที่กำลังเรียน พร้อมทั้งขีดเขียนหนังสือไปพร้อมน้ำตา และมือที่วางทาบที่หน้าท้องของพวกเธอทั้งหลาย...



...ไม่มีอะไรจะกล่าวค่ะ ลืมเรื่องนี้ไปเลยล่ะ ปั่นเอาไว้และดองยาวเลย เพราะว่าเรื่องนี้จะต้องดำเนินไปช้าๆเพราะงั้นจึงมีกำหนดวันลงที่ไม่แน่นอนนะคะ เพราะงั้นก็...ขอโทษด้วยค่ะ

ถ้าชอบกดไลค์ ถูกใจกดแชร์นะคะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ!

กลับหน้าเรื่อง

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาติดตามรับชมผลงานน~า

และก็อยากให้ติดตามต่อไป แม้ว่าไรท์จะเริ่มเมาก็จะเขียนให้ช้าลงเพื่อซอร์ฟความเมาน~า

~♪ ~♫

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น