นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายหื่นฮา เป็นแนวใหม่ที่ไม่เคยเขียนเหมือนกัน หวังว่าคนอ่านคงจะชอบนะคะ อัพไม่เป็นเวลาค่ะ สุดแต่ว่าจะว่างตอนไหนและปั่นทันรึเปล่า แรกๆ คงอัพได้ทุกวัน แต่หลังจากหมดสต็อกแล้วอาจต้องรอกันบ้างนะคะ อย่าด่ากันล่ะถ้าอัพช้าหรือหยุดอัพไปบ้าง ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า ^ ^

ในเมื่อกล้ามาราวีถึงที่...ก็จัดไป! (กลาง) โอ๊ยยยยย อิซุงแหลลลลล

ชื่อตอน : ในเมื่อกล้ามาราวีถึงที่...ก็จัดไป! (กลาง) โอ๊ยยยยย อิซุงแหลลลลล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 69.7k

ความคิดเห็น : 95

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2560 18:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในเมื่อกล้ามาราวีถึงที่...ก็จัดไป! (กลาง) โอ๊ยยยยย อิซุงแหลลลลล
แบบอักษร

ถูกต้อง คนที่ท้องอ่อนๆ คนที่เตือนแล้วว่าให้ไสหัวไปก่อนโดนดีถีบผู้หญิงบ้าที่กล้าเข้ามาหาเรื่องกับเธอถึงที่ห้องอย่างแรง จากนั้นปราดเข้าไปจิกหัว จิกผมยาวดกหนานั้นแล้วลากจนร่างซึ่งนอนพังพาบอยู่บนพื้นเพราะทั้งเจ็บทั้งตกใจกรีดร้อง ดิ้นรนไปมา

ยิ่งดิ้นสัตตบงกชยิ่งจิกผมผู้หญิงคนนั้นอย่างรุนแรง คนที่ทำงานในไร่มาตลอดย่อมมีเรี่ยวแรงมากกว่าสาวไฮโซที่ออกกำลังอยู่แต่ในยิม ดังนั้นแม้คล้ายตะวันจะดิ้นรนเพียงใดก็ยังถูกจิกหัวลากไปจนถึงหน้าประตู

ตอนนั้นแหละที่สัตตบงกชยอมปล่อยมือออกจากกลุ่มผมที่ตอนนี้ยุ่งเหยิงไปหมดแล้วของคล้ายตะวันเพื่อชี้มือไปที่ประตูห้อง แล้วสั่งเนียน

"เนียนเปิดประตู"

สั่งคนที่มีหน้าที่ดูแลเธอจบสัตตบงกชก็เลื่อนมือมาชี้หน้าคล้ายตะวันที่เพิ่งลุกขึ้นมาจากพื้น "เธอ! ออกไปเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นศพไม่สวยแน่"

"อีป่าเถื่อน เรื่องนี้บอสต้องมาจัดการให้ฉันแน่"

สัตตบงกชไม่กลัวคำขู่ แต่สืบเท้าเข้าไปหาคนที่กล้าขู่เธอสองก้าว ทำให้คล้ายตะวันที่ยังเจ็บหนังหัวอยู่รีบวิ่งออกจากห้องไปแล้วตะโกนโวยวาย

"แกโดนแน่ บอสต้องไม่เอาแกไว้แน่ ผู้หญิงชั้นต่ำแถมยังชอบใช้กำลังแบบแก..."

สัตตบงกชไม่คิดยืนฟังคำด่าให้จบ เธอจับลูกบิดแล้วเหวี่ยงประตูกระแทกกรอบดังปัง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนเนียนที่ยืนอยู่ข้างประตูสะดุ้งเฮือก

โอ๊ยยยย เนียนไม่คิดเลยว่าเห็นคุณบัวนิ่งๆ แบบนี้เอาจริงก็บู้ไม่แพ้ใคร แต่ยังชื่นชมไม่ถึงไหนเจ้านายสุดเก่งสุดเจ๋งของเธอก็ทรุดลงนั่งกับพื้นแล้วร้องเรียกหายาดมเป็นการใหญ่

- - - - - - - - - -


บุญฤทธิ์กลับมาถึงคอนโดช่วงหัวค่ำตามปกติ เขากำลังเดินผ่านล็อบบี้ของคอนโดเข้าไปยังส่วนของลูกบ้านที่ต้องสแกนคีย์การ์ดก่อน ยังไม่ทันได้หยิบคีย์การ์ดมาสแกน เอวของเขาก็ถูกใครบางคนรวบเอาไว้ จากนั้นเสียงร้องไห้คร่ำครวญก็ดังขึ้น

"บอส บอสต้องช่วยตะวันนะ บอสต้องจัดการเรื่องนี้ให้ตะวันนะ"

หัวคิ้วบุญฤทธิ์ขมวดมุ่นทันที ทั้งๆ ที่เมื่อคืนนี้เขาอุตส่าห์ยอมไปหาเธอแล้ว ไปพูดจนคิดว่าเธอน่าจะเข้าใจว่าเขาไม่มีวันหวนกลับไปหาเธอแล้ว แต่แทนที่เธอจะเลิกตอแยกับเขา เธอกลับยังมานั่งรอเขา ถลาเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงเขาพร้อมร้องห่มร้องไห้อีก

ชายหนุ่มเหลือบมองไปรอบๆ แล้วก็ได้เห็นแขกของผู้อาศัยในคอนโดนี้หลายคนซึ่งนั่งอยู่ที่โซฟาข้างหน้าต่างมองเขากับคล้ายตะวันอย่างสนอกสนใจ

ส่วนพนักงานนั้นน่ะหรือ แม้ไม่กล้ามองตรงๆ แต่ก็ปลายตามองมาเช่นเดียวกัน

บุญฤทธิ์หงุดหงิดทันทีแล้วรีบดึงมือที่กอดรอบเอวเขาเอาไว้ออก จากนั้นจึงหันมาเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่ตื้อเขาจนน่ารำคาญ

"อย่าทำอย่างนี้ คนอื่นจะเข้าใจผิดได้"

"ตะวันไม่สนใจ"

"แต่ผมสน ผมไม่อยากให้บัวมารู้ว่าคุณกอดรัดฟัดเหวี่ยงผมที่ล็อบบี้อย่างไม่อายสายตาใคร ผมไม่อยากให้บัวต้องไม่สบายใจ"

ยิ่งฟังบุญฤทธิ์พูดว่าเขาแคร์นังเมียบำเรอชั้นต่ำของเขามากแค่ไหนคล้ายตะวันก็ยิ่งโกรธ เกลียด และอิจฉานังคนชั้นต่ำนั่นมากขึ้นเท่านั้น มาก จนเธอไม่ใช้สมองในการตริตรองว่าควรทำอะไรหรือไม่ อย่างไร แต่กลับใช้อารมณ์เพียงเท่านั้นเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งอารมณ์นี่เองที่ทำให้เธอพลาดจากเขาเมื่อหลายปีที่แล้ว และแม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว เธอยังไม่เข็ด ไม่จำ ไม่นำความผิดพลาดในอดีตมาทำปัจจุบันให้ดีขึ้นเลย

หญิงสาวกรีดเสียงแหลม เต้นเร่าๆ "คำก็บัวสองคำก็บัว บอสรู้ไหมว่าอีหนูของบอสมันร้ายกาจแค่ไหน มันทำอะไรตะวันบ้าง"

เมื่อได้ฟังคล้ายตะวันฟ้องจบ นอกจากหัวคิ้วของบุญฤทธิ์จะขมวดแล้ว สีหน้าของเขาก็ยังบึ้งบ่งบอกว่ากำลังโมโหอย่างมากอีกด้วย คนที่ปลดมือซึ่งโอบรอบเอวตัวเองออกไปแล้วคว้าแขนของคล้ายตะวันเอาไว้แล้วกระชากถาม "คุณไปเจอบัวได้ยังไง! "

เสียงของเขาดุเหลือเกิน ดุจนคล้ายตะวันใจสั่นเนื่องจากเขาไม่เคยพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงแบบนี้มาก่อน กระทั่งวันที่เธอบอกเลิกเขา เขายังพูดเสียงนิ่งสนิทราวกับไม่เสียใจ ไม่เสียดายเธอเลยสักนิด แต่นี่...นี่เขาขึ้นเสียงกับเธอเพราะอีตัวคนนั้น

เขากล้าดียังไง!

"ปล่อยนะ ตะวันเจ็บ" เธอพยายามบิดแขนออกจากมือแกร่ง ทว่าแทนที่เขาจะปล่อย บุญฤทธิ์กลับบีบแรงขึ้นๆ พร้อมถามย้ำ

"คุณเจอบัวได้ยังไง"

เพราะไม่มีทางเลือก เธอยังไม่อยากแขนหัก ดังนั้นจึงต้องพูดหน้าเศร้าเล่าความเท็จ "ตะวันไปหาคุณที่ห้องน่ะสิ เอาขนมไปให้ แต่..."

ยังไม่ทันได้โกหกจนจบบุญฤทธิ์ก็ซักค้าน "เอาขนมไปให้ผมอย่างนั้นเหรอ ตอนไหน กี่โมง"

"ก็...ก็..." ดวงตาคล้ายตะวันหลุบต่ำ ปากเธอร้องโอดโอยเหมือนเจ็บ ในขณะที่สมองแต่งเรื่องโกหกที่แนบเนียนที่สุด "เย็นๆ ห้าหกโมงนี่เอง"

ดวงตายาวรีหรี่ลง บุญฤทธิ์ผลักข้อมือที่กำเอาไว้จนคล้ายตะวันเซถอยหลังไปหลายก้าว และเมื่อเธอเงยหน้านองน้ำตาขึ้นมองเขา ก็เห็นเพียงสีหน้า...ดูถูกเธอ

ทำไมเขาต้องมองเธอแบบนั้นด้วย คล้ายตะวันไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

"คุณนี่ยังโกหกเก่งเหมือนเดิมไม่มีผิด โกหกด้วยสีหน้าน่าสงสาร ทำตัวเป็นคนที่ถูกทำร้าย ทั้งๆ ที่จริงแล้วคุณนั่นแหละตัวร้าย" บุญฤทธิ์พูดตรง แรง โดยไม่ดูสีหน้าใครอีก ไม่สนด้วยว่าตอนนี้ทุกคนในล็อบบี้ต่างหันมามองเขาและคล้ายตะวันเป็นตาเดียว "ผมคิดว่าเมื่อคืนเราคุยกันรู้เรื่องแล้ว คุณจะไม่มายุ่ง ไม่เข้ามาวุ่นวาย ไม่โทรหาผมทุกเช้า กลางวัน เย็น ไม่โผล่ไปเจอผมตามงานหรือที่ทำงานแล้ว แต่ดูเหมือนคุณจะไม่รับไม่รู้เลยว่าผมมีเมียแล้ว และกำลังจะมีลูก ไม่มีทางกลับไปคบหาคุณฉันชู้สาวอีก! "

เพราะเสียงเขาเริ่มดัง คล้ายตะวันที่ไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดกล้าทำเช่นนี้กับเธอจึงกังวลขึ้นมา

จะอย่างไรเธอก็เป็นคนมีชื่อมีเสียงอยู่ในวงสังคม หากให้ใครมารู้ว่าเธอกำลังง้อขอคืนดีกับผู้ชายแล้วเขาไม่เล่นด้วย...เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ฉะนั้นเธอจึงลดเสียงลงแล้วพูดกับบุญฤทธิ์ดีๆ โดยหวังให้เขาเห็นแก่หน้าเธอหน่อย

"ขึ้นไปพูดกันข้างบนเถอะ"

ทันทีที่คล้ายตะวันยื่นมือมาหมายจะจับมือเขา บุญฤทธิ์ก็สะบัดมือตีมือเธอดังเพี้ยะ เสียงดังสนั่นจนคนในล็อบบี้หันมามองด้วยคิดว่าคนคู่นี้ลงไม้ลงมือกันแล้ว

คล้ายตะวันไม่กล้าหันไปมองหน้าใครแล้ว เธอคิดผิดจริงๆ ที่มารอบุญฤทธิ์ตรงนี้เพื่อชิงฟ้องเขาก่อน เธอน่าจะรู้ว่าอีตัวนั่นครอบบุญฤทธิ์เอาไว้เสียอยู่หมัด

โอ๊ย! นี่คนแบบเธอแพ้นังชั้นต่ำคนนั้นได้อย่างไร คล้ายตะวันไม่อยากเชื่อ

**调皮吐舌头 **

ชิ เป็นไงล่ะ นี่คนนะคะไม่ใช่สัตว์มีเขาจำพวกที่ชาวนาเอาไว้ไถนา เขาไม่เชื่อหล่อนหรอกย่ะ!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว