ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 ความรักของหวังเจียวอี้ (nc)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ความรักของหวังเจียวอี้ (nc)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ส.ค. 2560 00:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ความรักของหวังเจียวอี้ (nc)
แบบอักษร

       ประตูบ้านเปิดออก หวังเจียวอี้แสดงสีหน้าบึ้งตึงใส่หวังเสี่ยวหลง ตั้งใจจะดุด่าว่าหายไปเล่นไหนตั้งหลายวัน แต่เมื่อนางเห็นหวังเสี่ยวหลง ก็ใจอ่อนลงในทันที นางโถมเข้ากอดหวังเสี่ยวหลง พิจารณาดูว่าเขาได้รับบาดเจ็บที่ใดหรือไม่ แล้วนางก็แปลกใจที่เห็นหวังเสี่ยวหลงสวมเสื้อผ้าหรูหรา และดูมีสง่าราศีขึ้น ไม่เหมือนเด็กหนุ่มอ่อนแอเช่นแต่ก่อน นางชักถามว่า

          “หลงเอ่อ เจ้าหายไปไหนตั้งหลายวัน, เกิดอะไรขึ้น, เจ้าได้รับอันตรายหรือไม่, บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่, เจ้าไปได้เสื้อผ้าหรูหรานี้มาจากไหน, เจ้าดูเปลี่ยนไปมาก, เจ้ามีลมปราณในร่าง, เจ้าได้รับการรักษาโรคชีพจรพิการได้อย่างไร”

          นางถามมากมายในครั้งเดียว โดยไม่ปล่อยโอกาสให้หวังเสี่ยวหลงได้พูดเลย

          “เรื่องนี้ ข้าจะค่อยๆพูดให้ฟังแล้วกัน แต่ก่อนอื่นเข้าไปคุยในบ้านดีกว่านะ น้าอี้”

          เมื่อหวังเสี่ยวหลงและหวังเจียวอี้เข้าไปในบ้านห้องของหวังเสี่ยวหลง ทั้งสองนั่งอยู่ที่เก้าอี้พักเรียบร้อยแล้ว หวังเสี่ยวหลงก็เริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า

          “5 วันก่อน ขณะที่ข้าอ่านหนังสืออยู่ที่หอตำราทั่วไป หวังเสี่ยวหมิงก็ลากข้าไปซ้อมตีในที่ลับตาผู้คน พร้อมกับคนรับใช้ที่ติดตามหวังเสี่ยวหมิง ข้าก็ไม่รู้สาเหตุชัดเจนว่าข้าทำอะไรให้เขาโกรธเคือง เขาซ้อมข้าหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาจนข้าหมดสติไป เขาจึงคิดว่าข้าตาย เขาได้ให้คนรับใช้นำข้าไปทิ้งที่ป่าสัตว์อสูร ข้าได้รับการช่วยเหลือจากชายชราผู้หนึ่ง ชายชรารับข้าเป็นศิษย์ รักษาโรคชีพจรพิการให้ข้า และสอนวิชายุทธให้ข้า ท่านอาจารย์ไม่ได้บอกชื่อของท่าน ท่านให้ข้าเรียกท่านว่าผู้นิรนาม ท่านมอบชุดเสื้อไหมมังกรฟ้านี้ และกระเป๋ามิติเก็บของแก่ข้า ภายในกระเป๋ามิติเก็บของยังมียารวมปราณ, ยารวมปราณก่อเกิด, ยารวมปราณเที่ยงแท้, หินวิญญาณชั้นต่ำ, เงินอีกจำนวนหนึ่ง ท่านสอนข้าหลายวัน แล้วท่านก็บอกข้าว่าท่านมีเรื่องจำเป็นต้องจากไปจึงได้ส่งข้าออกจากป่าสัตว์อสูรและแยกทางกับข้า ข้าพบสาวกหลักของนิกายบุบผาเซียนที่กำลังจะมาร่วมงานแต่งงานพี่ใหญ่ จึงขอรวมทางมาด้วย”

          เขาปิดบังเรื่องกระบี่สวรรค์และอ้างว่าพบชายชราช่วยเหลือแทน เพราะเขารู้ว่าหากเขาพูดความจริงจะนำภัยมาสู่เขาได้ แม้ว่าเขาจะเชื่อใจน้าอี้ แต่ในโลกนี้มีวิชาและยาที่สามารถทำให้คนพูดความจริงมากมาย เขาเชื่อว่าพ่อเขาและเหล่าอาวุโสต้องมีความสงสัยในตัวเขาอย่างมาก และจะทำการสอบสวนเขาและน้าอี้แน่นอน เขาเองไม่ได้กลัววิชาสะกดจิตใดๆและไม่ได้กลัวยาพิษใดๆ มันจึงไม่อาจทำให้เขาพูดความจริงใดได้ แต่น่าอี้มีลมปราณที่ระดับลมปราณวิญญาณขั้น 5 เท่านั้น ย่อมไม่อาจต่อต้านวิชาสะกดจิตหรือยาหลอนจิตได้ เมื่อนางถูกสอบสวนนางไม่อาจเลี่ยงความจริงใดๆได้ เขาจึงต้องอ้างว่าพบชายชราช่วยชีวิตเขาแทน และที่เขาเล่าก็มีความจริงอยู่ครึ่งหนึ่งจึงไม่เป็นที่น่าสงสัยใดๆ ส่วนชายชราเป็นใครมาจากไหนให้พวกเขาคาดเดาเอาเองแล้วกัน เพราะโลกนี้มีเซียนยิ่งใหญ่มากมายที่ปลีกตัวสันโดษฝึกวิชายุทธตามป่าเขา

          หวังเจียวอี้ก็ไม่ได้สงสัยคำบอกเล่าของหวังเสี่ยวหลง นางกล่าวว่าหวังเสี่ยวหลงมีโชควาสนาในคราวเคราะห์ เปลี่ยนร้ายเป็นดี และว่าดวงวิญญาณคุณหนูคุ้มครองชักนำพาให้มีคนมาช่วยเหลือหวังเสี่ยวหลง

          หวังเสี่ยวหลงได้นำยารวมปราณวิญญาณ 1 ขวด(10 เม็ด) และยารวมปราณเที่ยงแท้ 1 ขวด(10 เม็ด)ให้แก่หวังเจียวอี้ และกล่าวว่า

          “น้าอี้ ท่านรับยารวมปราณวิญญาณและยารวมปราณเที่ยงแท้นี้ไว้ด้วยยาเหล่านี้ท่านจะสามารถฝึกถึงระดับปราณเที่ยงแท้ได้ภายใน 2 ปี ข้าคงอยู่ที่นี้อีกไม่นานแล้ว ท่านอาจารย์ให้ข้าเดินทางไปหาที่เมืองหลวง ในอีก 10 เดือนจากนี้ ข้าต้องติดตามอยู่ข้างกายท่านอาจารย์เพื่อศึกษาวิชายุทธกับท่านไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่”

          เมื่อได้โกหกไปแล้ว หวังเสี่ยวหลงก็ได้อาศัยข้ออ้างนี้เพื่อจะปลีกตัวไปจากตระกูลหวัง เขามีหวงก็แต่น้าอี้เท่านั้น แต่หากน้าอี้ฝึกถึงระดับลมปราณเที่ยงแท้ได้ นางก็จะได้ยกฐานะเป็นครูฝึกได้ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดข่มแหงรังแกนางได้อีก เขาคิดว่าก่อนเขาจะจากไปเขาต้องส่งเสริมให้น้าอี้มีความสามารถป้องกันตัวเองได้เสียก่อน นั้นคือวิธีที่เขาจะทำเพื่อดวงวิญญาณหวังเสี่ยวหลงได้

          “น้าอี้ จะรับยาโอสถวิเศษล้ำค่าเช่นนี้ได้อย่างไร หลงเอ่อเจ้าเก็บไว้ใช้เองเถอะ น้าสามารถอยู่ในตระกูลหวังได้อย่างปลอดภัย”

          “ข้ายังมีอีกมาก น้าอี้ไม่ต้องปฏิเสธ อาจารย์ข้าท่านเป็นเซียนโอสถที่ยิ่งใหญ่ มียาโอสถวิเศษมากมาย อ้า ข้าเกือบลืมไป เมื่ออาจารย์รู้ว่าข้าอยู่กับน้าอี้ ท่านจึงได้มอบชุดสมบัติสวรรค์มาให้ท่านด้วย”

          หวังเสี่ยวหลงเอาชุดสตรีสมบัติสวรรค์ ชุดไหมนิลกาฬมอบให้หวังเจียวอี้ กล่าวว่า

          “นี้คือชุดไหมนิลกาฬสวรรค์ ทำจากใยของพญาแมงมุมนิลกาฬ สัตว์อสูรระดับ 9 ป้องกันพิษนานาชนิดได้ ป้องกันอาวุธมีคมเหล็กกล้า ป้องกันความร้อนและความเย็นได้ และซ่อนระดับลมปราณได้ แม้ใช้วิชาเนตรตรวจสอบชั้นสูงก็ไม่อาจมองเห็นระดับลมปราณของผู้สวมใส่ได้”

          หวังเจียวอี้ไม่อาจปฏิเสธได้ นางรับมาและกล่าวว่า

          “น้าฝากขอบคุณอาจารย์เจ้าด้วย”

          “ได้ ข้ารับปากว่าจะบอกท่านอาจารย์ว่าน้าอี้ฝากขอบคุณท่าน”

          หวังเสี่ยวหลงเคลื่อนกายเข้าใกล้น้าอี้ และโอบกอดนาง กล่าวว่า

          “น้าอี้ ข้าคิดถึงท่าน”

          จากความทรงจำของร่างนี้ หวังเสี่ยวหลงได้รู้ความสัมพันธ์ที่ผิดปกติระหว่างเขากับน้าอี้ นั้นคือเขาและน้าอี้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอีกรูปแบบหนึ่งด้วย เขาได้เคยร่วมหลับนอนกับน้าอี้ด้วย

ความสัมพันธ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 1 ปีที่แล้ว มันเป็นเพราะหวังเสี่ยวหลงเกิดความต้องการทางเพศขึ้น แต่เนื่องจากเขาไม่มีสาวรับใช้ที่อายุเยาว์เช่นนายน้อยคนอื่นๆ ซึ่งปกติแล้วชายหนุ่มโสดทั่วไปจะปลดปล่อยความต้องการของตนที่ซ่องนางโลมหรือกับหญิงรับใช้  แต่หวังเสี่ยวหลงนั้นจนมาก และเขาเป็นคนที่มีความต้องการสูงมาก เมื่อเกิดอารมณ์ขึ้นจึงได้ช่วยตัวเองในห้อง และถูกน้าอี้พบเห็นเข้า  

เมื่อตัณหาราคะเข้าครอบงำ ไม่ว่าชายหรือหญิงไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ศีลธรรมย่อมถูกหักสะบั้น

น้าอี้ให้เหตุผลแก่ตัวเองว่า เพื่อต้องการทำหน้าที่อย่างดีตามที่ได้รับปากแม่ของหวังเสี่ยวหลงไว้ จึงได้สอนเรื่องบนเตียงให้หวังเสี่ยงหลงด้วย ทั้งสองจึงได้สร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอีกรูปแบบขึ้น

นับแต่นั้นเมื่อหวังเสี่ยวหลงเกิดอารมณ์ความต้องการ เขาก็ได้ใช้เรืองร่างของน้าอี้เป็นที่ระบาย

ที่จริงแล้วหวังเจียวอี้ไม่ได้มีสายสัมพันธ์ทางสายเลือดใดๆกับหวังเสี่ยวหลงเลย นางเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกขายมาตระกูลหวังตั้งแต่ยังเด็ก คนรับใช้ทุกคนในตระกูลหวังต้องเปลี่ยนแซ่มาเป็นใช้แซ่หวัง เมื่อเข้ามาเป็นคนในตระกูลหวัง ดังนั้นการที่หวังเจียวอี้เปลี่ยนความสัมพันธ์เป็นอีกรูปแบบหนึ่งกับหวังเสี่ยวหลง จึงไม่นับว่ากระทำผิดศีลธรรมใดๆ  

นี้คือเหตุผลหนึ่งที่หวังเสี่ยวหลง ต้องกลับมาที่ตระกูลหวัง เพราะเขาต้องการเสพความสุขกับเรืองร่างของน้าอี้ของหวังเสี้ยวหลง

          “เด็กซน เจ้าซนไม่เลือกเวลาเลยนะ นี้ยังไม่ค่ำเลย”

          “น้าอี้ ข้าควบคุมไม่ได้ ก็ท่านสวยเหลือเกิน กลิ่นกายท่านก็หอมยิ่ง”

          เขาเริ่มปฏิบัติการ เขาอุ้มน้าอี้ไปที่เตียง และลงมือเปลื้องเสื้อผ้าของนางออก และเปลื้องเสื้อผ้าของเขาออก

เมื่อหวังเจี้ยวอี้มองดูร่างของหวังเสี่ยวหลง นางก็ตกตะลึงตาค้าง

          ร่างกายหวังเสี่ยวหลงเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เขามีกล้ามเนื้อขึ้นตามส่วนต่างๆ กล้ามหน้าท้องเป็นรอนสวยงาม หน้าอกดูหนาขึ้น กล้ามแขนกล้ามขาก็ดูกำยำขึ้นมาก กล้ามเนื้อส่วนอื่นๆก็งดงามสมส่วนอย่างมาก และที่สร้างความตะลึงแก่นางที่สุดคือ ดุ้นเนื้อนั้น มันใหญ่ยาวกว่าเดิมมาก ก่อนนี้มันมีขนาด 6 นิ้ว แต่ตอนนี้มันใหญ่เกือบเท่าแขนของนางและยาวถึง 11 นิ้วกว่าได้ นางอุทานออกมา

          “โอ มันใหญ่ยาวขึ้นมากเหลือเกิน หลงเอ่อ ข้าไม่คิดว่ามันจะเข้าไปได้หรอกนะ”

          “น้าอี้ ท่านกลัวหรือ ข้ารับรองว่ามันต้องเข้าไปได้แน่นอน และมันจะทำให้ท่านมีความสุขอย่างยิ่ง”

          ที่โลกเดิมของเขาก็มีดุ้นเนื้อขนาดเท่านี้ และเขาก็ใช้มันสร้างความสุขให้หญิงสาวมากมายมาแล้ว

นี้คือผลอีกอย่างหนึ่งที่เกิดจากการเปลี่ยนร่างเป็นร่างหลอมเทวะ เพื่อให้ร่างเป็นร่างหลอมเทวะมีชีพจรเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบ จึงได้ขยายดุ้นเนื้อขึ้นเป็นเท่าตัว ส่วนสตรีจะมีผลต่อเต้านมทำให้เต้านมขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเท่าตัวเช่นกัน

หวังเสี่ยวหลง จับมือของน้าอี้มาจับที่ดุ้นของเขา และกล่าวว่า

“ลองจับมันดูสิ มันไม่ได้น่ากลัวเลย”

หวังเจียวอี้จับดุ้นเนื้อดู มันแข็งมาก แต่ก็มีความนุ่มแฝงอยู่ นางก้มลงลองใช้ปากทดลองดู

มีคำพูด(ของใครไม่รู้)กล่าวไว้ว่าประตูสวรรค์สตรีมีสามประตู มีขนาดและความยืดหยุ่นเท่ากัน หากประตูบนสามารถเปิดกว้างได้มากเพียงใด สองประตูล่างก็จะเปิดกว้างได้เพียงนั้นเช่นกัน เพราะเหตุนี้หญิงสาวจึงต้องใช้ประตูบนก่อนที่จะใช้ประตูล่างปรนนิบัติสามี

นางพบว่ามันสามารถเข้าไปในปากนางได้ นางดูดเลียอย่างชำนาญ รสชาติของมันก็แตกต่างจากเดิมมาก มันอร่อยมาก ไม่มีกลิ่นอับและเค็มเช่นแต่ก่อน แต่หอมยั่วยวนใจอย่างมาก และยังมีรสชาติที่นางไม่อาจอธิบายได้ แต่มันช่างน่าหลงใหลและกระตุ้นอารมณ์นางอย่างมาก นางจึงดูดเลียอย่างมัวเมาราวกับว่ามันคือดุ้นเนื้อวิเศษ

“จ๊วบๆๆ บ๊วบๆ ซูด จ๊วบๆ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

“โอ น้าอี้ เบาๆช้าๆ ข้าเสียวมาก โอ ซี๊ด อา โอ”

 หวังเจียวอี้พลักร่างชายหนุ่มให้นอนลง จากนั้นนางก็ขึ้นคร่อมร่างชายหนุ่มหันส่วนสงวนของนางไปที่เบื้องหน้าชายหนุ่ม

หวังเสี่ยวหลงรับรู้ได้ทันทีว่านางต้องการสิ่งใด หอยของน้าอี้แดงสดอย่างน่ากินมากๆ และแฉะเปียก เขาแหย่นิ้วมือสองนิ้วเข้าร่องสาวและแหวกออก จากนั้นก็ซุกหน้าเข้าหาสอดลิ้นเข้าไปตวัดเลียทันที

ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ้อนข้อให้กัน น่าอี้ก็ใช้ปากดูดเลียดุ้น มือก็ชักรัวเร็วขึ้น เพื่อจะรีดน้ำชายหนุ่มออกมาให้ได้  

หวังเสี่ยวหลงก็ไม่ยอมแพ้ ลิ้นเขาตวัดเร็วขึ้นเช่นกัน

ครู่ต่อมาทั้งคู่ก็ไม่อาจอดกั้นได้ ได้ปล่อยน้ำแตกทะลักออกมา หวังเจียวอี้ดูดเอาน้ำกลืนกินจนหมดสิ้น ส่วนหวังเสี่ยวหลงก็ทำเช่นเดียวกัน เขากินน้ำสาวที่ไหลทะลักออกมาภายนอกจนหมด

หวังเสี่ยวหลงพลิกร่างน้าอี้ให้นอนลง เขาจ่อดุ้นที่ปากร่องสาวและเสียบเข้าไปอย่างช้าๆ ร่องสาวคับแน่นอย่างมาก แม้จะมีน้ำรักช่วยให้ลื่นขึ้นก็ตาม แต่ก็ยังเข้ายากมาก

“มันคับแน่นมาก หอยข้าจะฉีกแล้ว” หวังเจียวอี้ร้องขึ้น และมองดูดุ้นเนื้อค่อยๆสอดเข้าร่องสาวของตน

“ไม่ฉีกหรอก ดูสิข้าสอดเข้าไปเกินครึ่งแล้วนะ ใกล้จะมิดแล้ว มิดแล้ว”

ขณะที่พูดเขาก็ดันดุ้นเข้าไปอย่างแรง จนมิดด้าม น้าอี้สะดุ้งตัวลอย เพราะมันกระแทกเข้าไปลึกมากล่วงล้ำส่วนที่ไม่เคยถูกเจาะผ่านเข้าไปมาก่อน ทำให้นางเจ็บและจุก แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความเสียวซ่านพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงมากกว่า นางรับรู้ได้ว่ามันได้ทะลุเข้าไปถึงส่วนที่ลึกสุดและชนเข้ากับผนังกั้นของมดลูกด้านใน

“อุ้ย อา มันๆเข้าไปลึกมาก มันเข้าไปจนหมดได้ยังไง หอยข้าต้องฉีกแน่ๆ ข้ารู้สึกเจ็บนิดหน่อยด้วย” นางกล่าว

“ไม่เป็นไรหรอก ท่านอุปาทานไปเองเท่านั้น ดูสิหอยน้าอี้ตอดรัดดุ้นข้าอย่างแรง น้าต้องเสี่ยวมากๆด้วยใช่ไหมละ”

“ใช่ น้าเสี่ยวมากๆ”

“ข้าจะทำต่อละนะ”

เขาเริ่มซอยอย่างช้าๆ เพื่อให้ร่องสาวคุ้ยเคยเสียก่อนจากนั้นก็เพิ่มความเร็วขึ้น

“อา อา อา อู อา ซี๊ด อา ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

“ตับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

เสียงครางผสานกับเสียงเนื้อกระทบกันอย่างเป็นจังหวะ ความสุขเสียวก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ทำอยู่ที่ท่ามัสชันนารีอยู่ครู่หนึ่ง ก็ได้เปลี่ยนท่าเป็นท่านั่งขย่ม

พวกเขาดำเนินกิจกรรมรักกันอย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนท่ากันและสลับกันขึ้นลง น้ำแตกไปแล้ว 9 น้ำ

หวังเจียวอี้ก็กล่าวขึ้นว่า

“หลงเอ่อ เจ้าเก่งขึ้นมาก เจ้าได้เทคนิคเหล่านี้มาจากไหน แต่ก่อนเจ้าทำเป็นแค่สี่ท่าพื้นฐานเท่านั้นนี้”

“ข้าก็เรียนรู้ได้เองนะ น้าอี้พึงพอใจหรือไม่”

“ใช่น้าพึงพอใจมาก น้าน้ำแตก 9 รอบแล้ว พักผ่อนเถอะ”

“น้าอี้ ข้ายังมีแรงเหลือเฟือ และข้ายังอยากทำต่ออีก ขอข้าทำต่ออีกสักรอบนะ”   

“อีกรอบเดียวนะ น้าจะไม่ไหวแล้วจริงๆ หอยน้าเต็มไปด้วยน้ำรักแล้ว”

“ขอบคุณน้าอี้ งั้นข้าจะใช้ก้นแทนแล้วกัน”

โดยไม่รอคำอนุญาตใดๆ เขาก็ใช้ดุ้นเนื้อที่แข็งแรงทะลวงรูก้นของหวังเจียวอี้เข้าไปทันที

“โอ้ย” หวังเจียวอี้ร้องออกมาด้วยความเจ็บ เพราะนางไม่เคยถูกทะลวงรูก้นมาก่อนเลย และนางก็ไม่คิดว่ารูก้นนางจะรับดุ้นที่ใหญ่มหึมาได้ และรูก้นนางถูกทะลวงลึกเข้าไปอย่างรวดเร็ว จนนางไม่อาจเอ่ยปากห้ามได้ทัน นางขมิบก้นตอดอย่างแรง และความรู้สึกเสียวที่ก้นก็รุนแรงกว่าความเจ็บเสียอีกมันเสียวมากกว่าตอนที่ถูกทะลวงร่องสาวเสียอีก

“ก้นข้าฉีกแล้ว เด็กซนเจ้าเล่นพิเรนทร์อะไรกัน รีบเอาออกมานะ”

“อา เอาออกมามิได้แล้ว น่าอี้ก้นท่านตอดรัดดุ้นข้าแน่นอย่างนี้ ข้าแทบจะขยับมันออกมาไม่ได้เลย”

เขาไม่ได้ต้องการเอาออกไปเช่นนี้ เขาอยากให้น้าอี้ได้ลิ้มรสชาติที่ถูกเอาก้น เพราะมันเสียวกว่าถูกเอาที่ทางปกติเสียอีก

หวังเจียวอี้ เองก็รู้สึกเสียวมากจริงๆ เมื่อเขาเริ่มขยับก้นนางก็ยิ่งตอดรัดมากขึ้นและดูดเอาดุ้นเขาไปอีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้ง

จนเริ่มเป็นจังหวะ และเริ่มจะคุ้ยเคย จังหวะเร่งเร็วขึ้น เร็วขึ้น

“ตับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

“อา อูย ซี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

นางเริ่มส่งเสียงครางด้วยความเสียวอีกครั้ง นางได้รู้แล้วว่าก้นของนางก็สร้างความเสียวให้แก่นางได้

แล้วสุดท้ายนางก็ทนไม่ไหวปล่อยน้ำรักออกมาอีกครั้งจนได้ พร้อมๆกับที่หวังเสี่ยวหลงก็ปล่อยน้ำรักออกมาเช่นกัน

หลังจากนั้นทั้งสองก็ไปอาบน้ำ สวมใส่เสื้อผ้า

หวังเจียวอี้ก็ทำหน้าที่เป็นน้าเหมือนเดิม นางเข้าครัวทำกับข้าว และกินพร้อมกับหวังเสี่ยวหลง

เมื่อกินอิ่ม นางก็ปูทีนอนให้หวังเสียวหลงใหม่ จากนั้นนางก็กลับไปที่ห้องนอนของนาง

พระอาทิตย์ตกดินแล้ว พระจันทร์ก็ขึ้นมาแทนที่ หวังเสี่ยวหลงเดินออกจากบ้านอีกครั้ง เขามีนัดกับสาวสวยโกวซูชิน

จบตอนที่ 4

ความคิดเห็น