email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6 มนต์แห่งจันทรา...

ชื่อตอน : บทที่ 6 มนต์แห่งจันทรา...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2560 19:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 มนต์แห่งจันทรา...
แบบอักษร

​ผมหันซ้ายขวา ก็พอว่าตัวเองอยู่ในบ่อน้ำขนาดพอประมาณลึกเกือบเอวผม 

" อยู่ที่ไหนหล่ะนี่ ชีวิตฉันชักจะแฟนตาซีเกินไปแระ"

ขึ้นจากบ่อน้ำได้ก็ลากกระเป๋าออกมาด้วยกันด้วยเช็คดู ยังดีอยู่... น้ำไม่เข้าข้างใน ของถูกก็ดีอย่างเงี้ย ประหยัดเงินแล้วยังกันน้ำได้ สุดยอด... แต่โห... ตัวเรานี่สิ ของแพงทั้งตัวเลยเปียกน้ำเลย แย่ๆ รู้งี้ใช้ของถูกซ่ะก็ดี... (ไม่เกี่ยวนะกระเป๋ากับเสื้อผ้าไม่น่าจะเกี่ยวกัน) ขณะที่กำลังกระโดดไปมาเพืี่อสะบัดน้ำให้ออกจากตัวนั้น... 

" คุณยายคับ คุณยายเต้นทำไมคับโดนมดกัดเหรอ หรือเส้นกระตุก"

หันขวับกันเลยทีเดียวครับงานนี้ ไอ้เด็กนี้อายุน่าจะไม่เกินสิบขวบ เตี้ยเพียงเข่าตัวข้าแต่วาจาน่าส่งไปนอนใต้ดินซ่ะจริง... ผมหันไปหาเด็กน้อย... แล้วยิ้มหวานส่งไปให้เป็นทับหน้า แล้วพูดว่า

" หนูจ้ะพี่พึ่งอายุยี่สิบกว่า เป็นยายหนูไม่ได้หรอกนะ"😊

เด็กน้อยเอียงคอมองผมแล้วจ้องๆๆๆ จ้องอยู่อย่างนั้น ผมก็ยิ้มหวานๆแล้วจ้องตอบจนสุดท้ายผมต้ิงยกธงขาวยอมแพ้เหนื่อยมาทั้งวัน ทั้งคืนแล้วยังจะให้มรเล่นเกมส์จ้องตานี่อีก เหนื่อยแล้ว หยกแบตหมดแล้ว เมเดๆ... ใครก็ได้ช่วยที

" นี่หนูน้อยที่นี่ มีโรงแรมไหมจะกี่ดาวก็ได้ไม่เกี่ยง นะ มีไหม... "

" โรงแรม... คืออะไร จาฟาร์ไม่เข้าใจ ทำไมถึงถามเรื่องที่จาฟาร์ไม่รู้หล่ะ ทำไมไม่ถามที่จาฟาร์รู้"

"..... "😷

ถึงกับไปไม่เป็นเลยตัวผม ควรจะทำเยี่ยงไรดี  กับสถานะการณ์ในตอนนี้... ยิ้มสู้ต่อ หรือหักคอเจ้าเด็กนี้แล้วโยนลงบ่อน้ำด้านหลังดี... 

" แล้วจาฟาร์รู้อะไรบ้างหล่ะครับ คนเก่งฮึ ถ้าเป็นคนเก่งต้องรู้เยอะแน่เลย จริงมั๊ย"

ยิ้มสู้ต่อคือทางที่เลือกแต่ดูไอ้เด็กนี้ก็ ดูเฮี้ยว เคี้ยวยากไม่เบา ไม่มีท่าทางกลัวคนสักนิด ไม่ธรรมดาจริงๆ โดยเฉพาะหัวสีแดงเพลิงเนี่ย โคตรจะไม่ธรรมดา เปรี้ยวแต่เด็ก... 😉

" ผมไม่รู้อะไร ผมไม่เก่งหรอก... "

" ฉันถามเองก็ได้ อยู่บ้านกับใครจ้ะ? "

กัดฟันถาม แถมรอยยิ้มข่มขู่เล็กๆ

" อันนี้รู้ อยู่กับพี่ชาย... สองคน"

ตอบพลางยกนิ้วมือขึ้นมานับ จะนับเพื่อ สองคนเนี่ย... กวนส้น... จริงๆ

" บ้านอยู่ไหนหละจ้ะ พอจะมีที่ว่างสักนิดไหมเอ่ย เอาแค่พอนั่งพักวางของสักนิดก็พอ"

" ต้องมีอยู่แล้วหล่ะ "

" งั้นดีเลย พี่ชายขอไปพักด้วยสักวันได้ไหมเอ่ย นะ หนุ่มน้อยสุดหล่อ "

".... "

เงียบ... เกิดความเงียบ... กะทันหัน

" งั้นเอางี้แค่พาพี่ไปที่บ้านพี่คุยกับพี่ชายจาฟาร์เอง นี่ๆแลกกับขนมพี่มีขนมด้วยนะ"

พูดพร้อมค้นเอาอมยิ้มออกมาจากกระเป๋ากางเกงที่ใส่อยู่คงไม่ใช่ว่า ลอยหายไปกับน้ำนะ 

" อ้อ เจอแล้วๆโชคดีนะเนี่ย ที่ไม่หายไปกับสายน้ำ อ่ะ พี่ให้ พาไปได้ยัง"

จาฟาร์รีบหยิบเอาอมยิ้มจากมือผมไปพิจารณาดูว่ามันคืออะไร ก่อนจะเอามันเก็บในเสื้อคลุม 

" จริงๆ พี่ฟีนก็บอกให้มารับแหละ... อ่ะ ตามมาๆอย่าช้านะ เดี๋ยวหลงทางอีกจะยุ่ง"

" บอกให้มารับแปลว่า มารับโดยเฉพาะอยู่แล้ว.... ไอ้เด็ก... เอ้ย!! เอาจุ๊บปี้จุ๊บฉันคืนมาเลยนะ"

เสียรู้เด็กจนได้ เราหนอเรา เดินลากกระเป๋าตามจาฟาร์ไปตามถนนที่เป็นดินคล้ายดินทราย มีโขดหินน้อยใหญ่มากมาย ทำให้เส้นทางดูคดเคี้ยวจนถ้าไม่ใช่คนพื้นที่ท่าทางจะหลงชัวร์ นี่สินะ เขาวงกตธรรมชาติ... 

" นี่ พี่ชื่อหยกนะ มาที่นี่ได้ยังไงก็ไม่รู้ เพราะงั้น ตอนนี้เลยอยากรู้มากๆว่าที่นี่ที่ไหนเหรอ"

" เฮ้อ... ผู้ใหญ่นี่ปัญหาเยอะจริงๆเลยนะ เอาแต่ถามๆไม่หยุด... รอคุยกับพี่ข้าเองเถอะ"

" ชิชะ เด็กนี่ถามแค่นี่ทำเป็นรำคาญ... "

เห็นแล้วก็นึกถึงเจ้าพ่อ พูดนิดพูดหน่อยก็เหวี่ยง ก็รำคาญ เซ็งจริงๆ ยังมาเจอเจ้าเด็กนี่อีก คนของโลกนี้ไม่มีมนุษยสัมพันธ์ดีๆเลยสักคนรึไง พี่ไอ้เด็กนี่อีก ให้มารับเราแบบนี้แปลว่ารู้จักเราดิ รู้จักได้ไง แล้วคนอื่นก็อีกนะไปไหนหมด ทำไมมีเรามาโผล่คนเดียวคงไม่ใช่ว่า เราโดดลงมาคนเดียวหรอกนะ หรือว่า.... 

" พี่ๆท่านเหม่ออะไร จะถึงบ้านข้าแล้วนะ"

" อ้อๆ พี่คิดอะไรนิดหน่อย แต่แถวนี้ไม่เห็นบ้านคนเลยนะ"

" บ้านข้าอยู่หลังหมู่บ้าน ก็ห่างออกมาไกลนิดหน่อยแหละ หมู่บ้านอยู่ข้างหน้าอีกฝั่งนู้น"

" เหรอ แล้วทำไมมาอยู่ไกลคนอื่นจัง? "

" เฮ้อ ถามอีกแล้ว พอๆ ไม่ตอบแล้ว"

เด็กบ้ามันพูดพร้อมส่ายหน้าน้อยๆ ใส่ผมครับ พี่น้อง แก่แดดเหลือเกินนะจ้ะ แดดที่นี่ไม่แรงมากแท้ๆ ผมรีบเดินตามไอ้เด็กที่เดินนำหน้าผมครับ มันเดินเร็วมากอ่ะ เหมือนวิ่งเลย... 

" เฮ้ย รอด้วยสิ ช้าๆหน่อยคร้าบบบบพี่"

.... ผ่านไปห้านาที

และแล้วผมก็เจอครับท่าน บ้านไอ้เด็กจาฟาร์ เดินขาแทบหลุด... ไม่ใช่อะไรหรอกกระเป๋าหนัก... เริ่มสงสัยว่าล้อกระเป๋าหลุดป่ะว่ะลากไม่ค่อยไปเลย และแล้วตอนนั้นเอง!!!... ประตูรั้วของบ้านก็เปิดออก ผมจะบรรยายภาพบ้านตรงหน้าให้ฟังพร้อมๆกับเดินเข้าไปในบ้านนะ มันเป็นบ้านดินขนาดกลาง น่าจะมีสองชั้น เหนือประตูบ้านขึ้นไปมีระเบียงยื่นออกมาผมเดาว่าน่าจะเอาไว้ปาร์ตี้ดูดาวหรืออะไรทำนองนั้นรั้วบ้านเองก็ทำจากดิน แต่ตัวประตูทำจากไม้อะไรสักอย่างคล้ายไม้ไผ่บ้านเรามาสานต่อกันแต่ดูคงทน แข็งแรงดี ไม่น่าห่วง และมีของบางอย่างรูปร่างค้ายกระถางต้นไม้วางอยู่แทบจะรอบขอบรั้วบ้าน โดยขนาดและรูปร่างแตกต่างกันไปมีทั้งทรงกระบอก หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีดินใส่ไว้ด้วยนะ แต่ไม่ยักกะมีต้นไม้... 🤔

" เชิญท่านนั่งพักที่เก้าอี้ตรงนี้สักพักนะ ข้าจะไปเตรียมของว่างให้ท่านรองท้อง เดินทางมาใกล้ท่านคงจะหิว ไว้ท่านหายเหนื่อย... เราค่อยคุยกัน"

" อืม ตกลง ตามสบายเลยนะคิดซ่ะว่าบ้านตัวเองเลย "😆

" นี่มันก็บ้านพวกข้าอยู่แล้วไหมเล่า เจ้านี่พูดจาประหลาดจริง "

" แหม... ฉันก็พูดเล่นๆตลกๆน่าเจ้าหนู เครียดไปได้"

" เจ้าเป็นใครกันแน่อ่ะ ทำไมท่านพี่ต้องต้อนรับเจ้าด้วยอ่ะ แถมยังเอาอาหารให้เจ้ากินอีกทั้งๆที่... ที่... มีน้อยเต็มทีแล้วแท้ๆ"😢

" เฮ้ย อะไรเนี่ยจาฟาร์ บ่อน้ำตาตื้นไปไหม? "

" ก็มัน... ฮึก... ก็ท่านพี่จะเอาอาหารให้เจ้ากินนี่นา"

" แหม... ตะกละจริงนะ หวงอาหารซ่ะด้วย เด็กๆนี่หล่ะนา"

" ไม่ใช่นะ!!  ไม่ใช่เด็กน่ะ แล้วก็มันผิดเหรอที่จะหวงอาหารน่ะ ในเมื่อตอนนี้... เราแทบจะไม่เหลืออะไรที่กินได้แล้วด้วยซ้ำ แม้แต่น้ำที่บ่อ... "

" เงียบซ่ะ!!!! จาฟาร์ ใครสั่งให้เจ้าพูดเรื่องที่ทำให้ท่านเรเธียร์ไม่สบายใจ"

" ไม่มีใครสั่งข้าท่านพี่ เพียงแต่ข้า... ไม่เข้าใจทำไมต้องเอาอาหารให้เค้า"

ไอ้เด็กแก่แดดมันพูดเหวี่ยงๆแล้วยังชี้นิ้วมาที่ผม พร้อมยังจ้องหน้าเขม็งซ่ะตาแทบถลนออกมาเชียว... น่าลัก น่าถีบซ่ะจริง เด็กสมัยนี้ ผมจับที่มือเจ้าเด็กนั่นแล้วกดลงไปข้างลำตัว... ก่อนบอกว่า

"  ถ้าหวงอาหารมากขนาดนั้น งั้นไม่เอาก็ได้ ขอแค่น้ำร้อนสักถ้วยก็พอ... "

"....!!!! /.....!!!! "😲

เกิดความเงียบที่น่าตกใจขึ้นมาฉับพลันครับท่านชม... สองพี่น้องมองหน้าผมตาโต... ยิ่งกว่าไข่นกกระทา คือตัวข้าพูดสิ่งใดผิดไปเหรอ ก็นี่ไง... ไม่เปลืองอาหารขอแค่น้ำร้อน ไอต้มมาม่ากินเองได้... 

" มีอะไรแปลกหรือฉันพูดอะไรผิดเหรอ...? "

" ไม่เอ่อ.. ไม่ผิดแต่ ข้าคงจะหาน้ำร้อนมากขนาดนั้นมาให้ท่านไม่ได้... ต้อง... เอ่อขอโทษจริงๆ"

คุณพี่ชายพูดบอกผมพร้อมกับโค้งสุดตัวหัวแทบจรดพื้นเลย ทำใหัผ้าที่คลุมหน้าอยู่หล่นออก ทำให้เห็นผมสีฟ้าเข้มเกือบเป็นสีน้ำเงินแต่ตรงปลายผมเป็นสีแดง ตาสีเดียวกับผมผมขาวซีด... ต่างจากน้องชายที่ผิวสีออกน้ำผึ้ง... และผมสีแดงอย่างเดียว นิสัยต่างไม่พอ หน้าตา รูปร่างยังต่างกันอีก... 

" ไม่ต้องโค้งขนาดนั้นหรอก นายทำฉันรู้สึกผิดนะเนี่ย ที่บังอาจขอน้ำร้อนมาต้มมาม่า เฮ้อ... "😧

" มาม่า... มันคืออะไร กินได้ไหม แล้วเหตุใดต้องเอาไปต้ม"

" ถามทำไมเหรอเจ้าหนู แหม... เด็กๆนี่ปัญหาเยอะจังเลยนะ ชอบถามจริง"

ขอเอาคืนเด็กนี่ก่อนเถอะครับเมื่อเรามีโอกาส 5555 😈รู้สึกว่าเลวได้ไร้สาระสิ้นดี

" ตอบมาสักทีสิ อย่ากวนข้านะ... ไม่งั้นจะ... "

" จะ... จะอะไร จะทำอะไรครับ เด็ก... "

" ข้าขอโทษแทนน้องชายที่เสียมารยาทด้วย ท่านเรเธียร์อย่าได้ถือสา... "

" ข้าชื่อหยก... ไม่ใช่เรเธียร์อะไรที่เจ้าเรียก ว่าแต่ใครหล่ะเรเธียร์ ผมเห็นคุณเรียกมารอบสองรอบแระนะ"

" ขออภัยท่านหยก นี่คงเป็นนามในตอนนี้ของท่านสินะ... อืมเข้าใจแล้ว ส่วนที่ว่าเรเธียร์คือใคร ก็เดี๋ยวพอมนต์จันทราคลายท่านก็รู้เอง ข้าไม่อาจบอกสิ่งใดแก่ท่านได้มาก มันผิดกฏ"

" อ้อ ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ว่าแต่มนต์จันทร์ๆนั้นจะคลายคืนนี้เหรอ"

" เป็นเช่นนั้นท่านหยก เพราะพระจัทร์คืนนี้จะเปร่งรัศมีกลับแสง อันจะส่งให้มนต์เสื่อมและท่านเรเธียร์จะตื่นขึ้นอย่างแน่นอน... ท่านอย่ากังวล ข้าและน้องชายจะทำหน้าที่อย่าง... "

" เดี๋ยวๆ คนชื่อเรเธียร์ตื่นแล้วเกี่ยวอะไรกับผมมิทราบ... "

" ท่านเรเธียร์กับท่านหยกคือคนๆเดียวกัน ข้าคงบอกได้เพียงเท่านี้ส่วน เรื่องอื่นท่านหยกคงต้องรอให้ท่านเรเธียร์ตื่นก่อนจึงจะเข้าใจ"

" อืม งงดี ชีวิตแฟนตาซีขั้นสุด... เอ้อ พักเรื่องนั้นไว้ก่อนสรุปว่ายังไง ตอนนี้ผมอยู่ในยุคหาข้าวยาก ค่าหมากก็แพง หรือยังไง หรือปัญหาทั่วไปของทะเลทราย... คุณช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยได้ไหมว่าทำไมอาหารถึงเหลือน้อย แล้วน้ำร้อยถ้วยเดียวถึงหาไม่ได้ งงมากตอนนี้"

" เฮ้อ... เรื่องนี้ เป็นผลมาจากสงครามน่ะครับ เมื่อยี่สิบปีก่อนดินแดนแห่งหินหรือเมืองเวสต์ซึ่งเป็นดินแดนที่มีชายแดนติดกับทั้งอาณาจักรของเราและอาณาจักรน้ำแข็งทางตอนเหนือได้คิดการใหญ่ฉีกข้อสัญญาพันธมิตรสามดินแดนลงและทำการก่อสงคราม ดินแดนแห่งไฟของเราและดินแดนน้ำแข็งได้จับมือกันและร่วมต่อสู้กับดินแดนแห่งหิน แต่แม้เราจะมีทหารมากกว่าแต่ฝีมือทหารและแผนการรบของฝ่ายนั้นกลับดีเยี่ยมกว่า เพราะเตรียมการณ์มานานมาก ต่างกับเราแม้จะมีหทารจำนวนมาแต่เราไม่ได้เตรียมไว้สำหรับการรบรา หรือต่อสู้ สงครามครั้งนั้นกินเวลากว่าสิบปี และแม้เราจะชนะแต่ก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าชนะ เพราะความสูญเสียที่เราได้รับนั้น มากมายเหลือเกิน... "

คุณพี่ชายพูดจบก็เงียบไป ภายในดวงตาของเค้าฉายแววความโศกเศร้าออกมาชัดเจน... ความสูญเสียที่เค้าว่ามานั่นคงรวมถึงคนสำคัญของเค้า และทันใดนั้น เด็กน้อยที่หนีออกไปวิ่งเล่นด้านนอกตั้งแต่ที่เริ่มเล่าเรื่องก็วิ่งกลับมาหน้าตาตื่น... 

" ท่านพี่.. แฮกๆ.. ฟีน ท่านพี่ฟีน มาแล้วๆพระจันทร์มาแล้ว "

" เช่นนั้น ท่านหยกเราก็มาเริ่มพิธีกันเลย"

.................. …

มาต่อแล้วน้า... สอบผ่านไปแล้ว แต่เหตุใดตัวเราจึงรู้สึกเหมือนขาดใจ😊😭



ความคิดเห็น