ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 ท้าประลอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ท้าประลอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2560 09:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ท้าประลอง
แบบอักษร

        

          การประลองยุทธกำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้ ขณะที่หวังเสี่ยวหลงไปยังลานประลอง เขาเห็นพ่อเขานั่งอยู่ที่นั่งเจ้าภาพ ยังมีชายหนุ่มที่ดูจากภายนอกจะอยู่ในช่วงวัยประมาณ 36 ปีนั่งอยู่ข้างๆ  

ชายหนุ่มนั้นคือรัชทายาทสุ่ยตี้ อายุจริงของรัชทายาทสุ่ยตี้คือ 65 ปี แต่เขาฝึกลมปราณถึงระดับขอบเขตลมปราณสร้างแกนหลัก ได้เมื่ออายุ 36 ปี ซึ่งเมื่อผู้ฝึกยุทธฝึกถึงระดับลมปราณสร้างแกนหลักได้แล้ว จะมีอายุไขยืนยาวถึง 500 ปี ดังนั้นเมื่อดูจากภายนอกจะไม่อาจรู้อายุแท้จริงของผู้ฝึกยุทธ บางคนอาจดูยังหนุ่มสาวแต่อายุแท้จริงอาจมากกว่า 100 ปีขึ้นไปก็ได้ และบางคนอาจดูแก่ชรามากแต่อายุจริงอาจน้อยกว่าบางคนที่ดูหนุ่มสาวอย่างมาก นี้คือความแตกต่างของระดับลมปราณ

พ่อของหวังเสี่ยวหลงดูภายนอกจะเป็นชายวัยกลางคนอายุ 50 ปี แต่แท้จริงแล้วเขาอายุ 75 ปีแล้ว เขาแต่งงานกับภรรยาคนแรกตอนอายุ 35 ปี และมีภรรยาคนที่สองตอนอายุ 45 ปี และคนที่สามเป็นแม่หวังเสี่ยวหมิง ตอนอายุ 50 ปี คนที่สี่ที่เป็นแม่ของหวังเสี่ยวหลงตอนอายุ 56 ปี และตอนที่แม่หวังเสี่ยวหลงคลอดหวังเสี่ยวหลงนั้น หวังฉินมีอายุ 69 ปีกว่าแล้ว

หวังฉินสำเร็จลมปราณสร้างแกนหลักขณะมีอายุ 50 ปี ปัจจุบันหวังฉินมีระดับขอบเขตลมปราณสร้างแกนหลักขั้น 4 เขาติดอยู่ที่ระดับนี้มา 5 ปีแล้ว

ที่อยู่ฝั่งทางซ้ายของหวังฉินนั้นเป็นภรรยาทั้งสามของหวังฉิน เหล่าอาวุโส 9 คน และเยาวชนรุ่นหก รุ่นเจ็ด และรุ่นแปด  ส่วนฝั่งขวาของสุ่ยตี้ก็เป็นอัครชายาและนางสนมของสุ่ยตี้, บรรดาบุตรธิดาของสุ่ยตี้, และข้าบริวารขุนนางที่ติดตามมาด้วย

ส่วนแขกที่มาร่วมงานก็กระจายกันนั่งตามโต๊ะจัดเลี้ยงต่างๆ ที่ตั้งอยู่ล้อมรอบเวทีประลองยุทธ

หวังเสี่ยวหลงเดินเข้าไปในงาน แม้ว่าพ่อเขาและพี่น้องคนอื่นๆจะเห็นเขา ก็ไม่มีใครสนใจเขาเพราะกำลังดูการต่อสู้บนเวทีประลองอยู่

คู่ที่ประลองเป็นพี่ชายของสุ่ยเว่ยถิง ชื่อว่าสุ่ยชิงหยุน กับคุณชายตระกูลหลินชื่อหลินชือ พี่ชายของหลินฉือ

 ในจังหวะที่ทั้งสองเข้าปะทะกัน หลินซือซัดฝ่ามือใส่สุ่ยชิงหยุนด้วยวิชาฝ่ามือวายุคมมีด ฝ่ามือมีความเกรี้ยวกราดรุนแรง เสื้อผ้าสุ่ยชิงหยุนถูกวายุคมมีดกรีดเฉือน และซัดสุ่ยชิงหยุนที่ใช้วิชาร่างระฆังทองต่อต้านปะทะ แต่ไม่อาจสู้แรงของฝ่ามือวายุคมมีดได้ จึงกระเด็นตกเวทีไป

หลินซือ คนนี้เป็นรองเพียงหวังจงเสียนเท่านั้น เขาได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 2 ของ 8 อัจฉริยะรุ่นเยาว์แห่งอาณาจักรสุ่ยเซียง ฉายาว่าคุณชายวายุ, ส่วนสุ่ยชิงหยุนเป็นอันดับ 6 ของ 8 อัจฉริยะรุ่นเยาว์แห่งอาณาจักรสุ่ยเซียง จึงเป็นที่คาดเดาไว้ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นนี้

“หลินซือ ตัวแทนจากตระกูลหลิน สาวาหลักนิกายมหายุทธ ชนะ” เสียงประกาศของกรรมการดังขึ้น ผู้ที่ทำหน้าที่กรรมการนี้เป็นอาวุโสของนิกายแสงม่วงชื่อว่าฉิวกงลี่ และเป็นอาจารย์ของหวังจงเสียนด้วย

“คนต่อไปเชิญ” หลินซือกล่าวท้าทายรุ่นเยาว์ฝั่งเจ้าภาพ

เนื่องจากเจ้าบ่าวไม่อาจเข้าร่วมการประลองได้ ดังนั้นจึงไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ที่สูสีของหลินซือเลย รุ่นเยาว์ฝั่งเจ้าภาพต่างมองหน้ากันไปมา

ในขณะที่พวกเขาเกี่ยงกันไปมาอยู่นั้น ก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินขึ้นเวที ชายหนุ่มนี้สวมชุดไหมสีฟ้ามีลายปักมังกร ดูโออ้าภูมิฐาน และยังมีใบหน้าที่สง่างาม แต่หลายคนกับมีสีหน้าแสดงออกอย่างดูถูกเหยียดหยาม

หวังอู่ซึ่งเป็นพี่ชายคนรองหวังเสี่ยวหลงและเป็นคนหนึ่งที่ชอบรังแกหวังเสี่ยวหลงเช่นกันกล่าวขึ้นว่า

“นั้นไม่ใช่เจ้าขยะหวังเสี่ยวหลงหรือ มันขึ้นไปทำไม มันไม่มีแม้ลมปราณใดๆด้วยซ้ำ มันอยากฆ่าตัวตายหรือไง มันเป็นบ้าแล้วหรือไง ใครก็ได้ไปลากมันลงมาจากเวทีหน่อยสิ ข้ายังไม่อยากให้มันตายในวันนี้”

“พี่รองมันอยากหาที่ตายก็ปล่อยมันเถอะ พี่จะสนใจมันทำไม มันคงคิดว่าถ้าได้ตายในงานประลองยุทธเช่นนี้มันคงจะมีชื่อเสียงบ้างละมั่ง ปล่อยให้มันได้สมใจเถอะพี่รอง” หวังเม่งพี่คนที่ 4 กล่าวขึ้นบ้าง

หวังเม่งก็เป็นอีกคนที่ไม่ชอบหวังเสี่ยวหลง แม้จะไม่ได้รังแกหวังเสี่ยวหลงโดยตรง แต่ก็ชอบยุพี่น้องคนอื่นๆให้รังแกหวังเสี่ยวหลงแทน

หวังเสี่ยวหลงไม่ได้สนใจคำพูดของเหล่าพี่น้อง แม้ว่าเขาจะได้ยินชัดเจนแต่ก็แสร้งทำเป็นไม่สนใจ เขาเดินถึงกลางเวที และกล่าวว่า

“ข้าหวังเสี่ยวหลง ข้าจะเป็นคู่ต่อสู้กับท่าน, ท่านชื่อหลินซือ คงเป็นพี่ชายของหวังฉือสินะ ข้าจะทำท่านแพ้ใน 10 กระบวนท่า”

“เจ้าคือเจ้าขยะหวังเสี่ยวหลงหรือ เจ้าคงอยากตายมากสินะจึงกล้าขึ้นมาที่เวที ได้ข้าจะส่งเสริมเจ้า”

“ดี เชิญท่านลงมือก่อน” หวังเสี่ยวหลงกล่าวตอบ และยืนรอให้หลินซือลงมือก่อน

“ได้ ข้าจะให้เจ้าสมหวัง”

หลินซือใช้ออกด้วยวิชาเดียวกับที่ใช้จัดการกับสุ่ยชิงหยุน

“ฝ่ามือวายุคมมีด วายุคลั่งตัดนภา”

ฝ่ามือเกรี้ยวกราดรุนแรงซัดกระหน่ำเข้าโจมตีหวังเสียวหลง ด้วยระดับลมปราณเที่ยงแท้ขั้น 2 ของหลินซือ หากเป็นหวังเสี่ยวหลงที่ไร้พลังลมปราณใดๆต้องร่างระเบิดตายในชั่วพริบตา แต่หวังเสี่ยวหลงในวันนี้ไม่ได้ไร้ฝีมือเช่นก่อนนี้ ร่างเขาไม่ขยับและชกหมัดออกไปตรงๆ หมัดเขาโจมตีออกทีหลังแต่มันกลับรวดเร็วกว่าฝ่ามือของหลินซือมาก

“เปรี้ยง”

เสียงปะทะดังก้อง

“โครม”

ร่างหนึ่งกระเด็นลอยระลิ้วออกไปจากเวทีและปะทะกับกำแพงกันเวทีอย่างแรง ผู้คนที่ชมดูนึกว่านั้นเป็นหวังเสี่ยวหลงแน่นอน

แต่เมื่อพวกเขาเห็นชัดเจน ก็ต้องตกใจอย่างมาก เพราะคนที่กระเด็นออกนอกเวทีนั้นไม่ใช่หวังเสี่ยวหลง แต่เป็นหลินซือ

หลินซือกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง มองดูหวังเสี่ยวหลงอย่างไม่เชื่อเช่นกัน เขามองไม่เห็นหมัดที่หวังเสี่ยวหลงโจมตีออกมาด้วยซ้ำ มันเร็วมากเกินไป เขาได้รับบาดเจ็บภายในแต่ไม่ได้เป็นอันตรายมากนัก

วิชาที่หวังเสี่ยวหลงใช้ออกนั้นคือวิชามหาบุรุษเทพ ที่เพิ่มพลังลมปราณให้เพิ่มขึ้นหลายเท่าในชั่วพริบตา และในวิชามหาบุรุษเทพยังมีหลักสี่ตำลึงปาดพันชั่ง ใช้แรงของคู่ต่อสู้โต้ตอบตัวเขาเองด้วย

หวังเสี่ยวหลง ประสานมือกล่าวว่า

“อ้า, ข้าพึ่งใช้วิชายุทธกับผู้อื่นครั้งแรก จึงควบคุมพลังไม่ได้ ทำให้คุณชายหลินซือได้รับบาดเจ็บ ข้ามิคิดว่าท่านจะไม่สามารถรับหมัดเดียวของข้าไม่ได้ โปรดอภัยด้วย”

หวังเสี่ยวหลงกล่าววาจาเยอะเย้ยหลินซือ เขาทำเช่นนี้เพื่อระบายความอยุติธรรมแทนวิญญาณหวังเสี่ยวหลงที่ถูกตระกูลหลินบอกเลิกสัญญาหมั่นเท่านั้น

ทุกคนที่อยู่ในงานประลองต่างอ้าปากค้างไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น ฉิวกงยี่มองดูหวังเสี่ยวหลง และขานขึ้น

“หวังเสี่ยวหลง ชนะ”

หวังเสี่ยวหลงมองไปยังทุกคน และกล่าวว่า

“ข้า ยินดีจะประลองฝีมือกับรุ่นเยาว์ทุกท่าน, ข้ามีข้อเสนอ รุ่นเยาว์ที่ประลองกับข้า ข้ามีรางวัลให้ ผู้ที่ชนะข้าได้จะได้รับหินวิญญาณชั้นต่ำ 100 ก้อน และเงิน 500 เหรียญทอง

คนที่สามารถต้านข้าได้ 5 กระบวนท่า ข้าจะมอบหินวิญญาณชั้นต่ำ 10 ก้อน และเงิน 100 เหรียญทองให้”

สตรีสาวสวยชุดเหลืองนางหนึ่งลุกขึ้นยืน และเดินขึ้นมาบนเวที ผู้ชมหลายคนเปล่งเสียงดังขึ้น

“นั้นอันดับ 3 ของอัจฉริยะรุ่นเยาว์แห่งอาณาจักรสุ่ยเซียงของเรา สาวกหลักนิกายกระบี่เซียน โกวซูชิน”

“ข้า สาวกหลักนิกายกระบี่เซียน โกวซูชิน ขอท้าประลองกับท่าน”

หวังเสี่ยวหลงมองหญิงสาวตรงหน้า นางอายุราว 22-23 ปี ถือกระบี่ยาว ใบหน้าสวยงดงาม เขาจึงกล่าวว่า

“ท่านคืออันดับสามของอัจฉริยะรุ่นเยาว์แห่งอาณาจักรสุ่ยเซียงของเราสินะ ท่านเป็นสาวกหลักนิการกระบี่เซียนคงเชี่ยวชาญวิชากระบี่ งั้นข้าจะใช้วิชากระบี่ต่อสู้กับท่าน”

เขาไม่ได้เรียกกระบี่สวรรค์ออกมา แต่ได้เอากระบี่เหล็กเล่มหนึ่งที่เขาเอามาจากหออาวุธเก็บไว้ในกระเป๋ามิติออกมาจากกระเป๋ามิติ

กระบี่เหล็กนี้เขาใช้ฝึกวิชากระบี่บัญชาสวรรค์มาจนคุ้นเคยกับน้ำหนักของมันอย่างดี

“เชิญ ก่อน” เขากล่าวกับโกวซูซิน

“รับมือ” โกวซูซินกล่าวพร้อมกับวาดกระบี่เข้าหาหวังเสี่ยวหลง

กระบี่ของนางบรรจุพลังลมปราณระดับลมปราณเที่ยงแท้ขั้น 2 ส่งออกมาโจมตีหวังเสี่ยวหลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อผ่านสายตาของหวังเสี่ยวหลงมันกลับดูเชื่องช้า เขาเห็นกระบี่ที่จู่โจมมาชัดเจนจึงยกกระบี่ปัดออกไปอย่างง่ายดาย  เขายังไม่ได้ใช้วิชากระบี่บัญชาสวรรค์เลย เขาเห็นว่าเป็นผู้หญิงจึงได้อ่อนข้อให้ เขาปัดป้องเพียงอย่างเดียว 4 ครั้ง จากนั้นจึงได้โต้ตอบ เขาส่งกระบี่ไปข้างหน้า

ตัวกระบี่จ่อที่หน้าอกหญิงสาว โกวซูชินถอยหลังเพื่อจะหลบกระบี่ แต่กระบี่ก็ติดตามมาอย่างติดๆ นางไม่อาจสะลัดปลายกระบี่ได้ และไม่อาจปัดป้องได้ทัน กระบี่แทงทะลุเสื้อนาง แต่มันหยุดนิ่งทันทีที่สัมผัสกับผิวเนื้อของนาง นางไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

“ข้าแพ้แล้ว” นางกล่าวขึ้น

“แม่นางโกวสามารถต้านรับได้ 5 กระบวนท่า ข้าจะมองหินวิญาณชั้นต่ำ 10 ก้อนและเงิน 100 เหรียญทองแก่แม่นางตามที่ได้เสนอได้ อ้อ,เพื่อเชยเชยที่ข้าทำเสื้อแม่นางขาด ข้ามีเสื้อสตรีมอบให้ ข้าว่าชุดที่ข้าจะให้ต้องเหมาะกับแม่นางแน่นอน”

หวังเสี่ยวหลง เอาหินวิญญาณชั้นต่ำ 10 ก้อน เงิน 100 เหรียญทอง ออกมาจากกระเป๋ามิติมอบให้แก่โกวซูหนี เขากล่าวให้นางได้ยินเพียงคนเดียวว่า

“ข้าขออภัยที่ล่วงเกิน แม่นางโกว นี้หินวิญญาณชั้นต่ำ 10 ก้อน เงิน 100 เหรียญทอง ส่วนชุดที่ข้าจะให้มันคือชุดสมบัติสวรรค์ ชุดวิหคเพลิงสวรรค์ ป้องกันอาวุธมีคมเหล็กกล้าได้ ป้องกันความร้อนได้ ช่วยเสริมความเร็วได้ ข้าคงจะมอบให้ต่อหน้าฝูงชนไม่ได้ โบราณว่าไว้ภายใต้สมบัติล้ำค่าย่อมนำมาซึ่งภัยจากสายตาที่โลภ แม่นางโกวข้าขอนัดพบท่านเป็นการส่วนตัวเพื่อมอบชุดวิหคเพลิงสวรรค์ให้แก่ท่านภายหลังได้หรือไม่”

โกวซูซินที่แรกนางจะกล่าวปฏิเสธ แต่เมื่อได้ยินหวังเสี่ยวหลงพูดว่า ชุดนี้ไม่ใช่ชุดธรรมดาทั่วไป แต่มันเป็นชุดสมบัติสวรรค์ที่หายาก ชุดวิหคเพลิงสวรรค์ ที่มีในตำนาน นางก็ไม่อาจไม่แสดงความตื่นเต้นดีใจได้ นางยิ้มอย่างยินดีและกล่าวว่า

“ได้ ข้าจะยอมรับน้ำใจนี้ของท่าน คืนนี้ข้าจะรอพบท่านที่ห้องข้า ที่พักโรงแรมสี่ฤดู ห้องหมายเลข 14”

“ข้าจะไปตามนัด”

หวังเสี่ยวหลงรู้จากความทรงจำร่างนี้ว่า ในโลกนี้ชายหญิงที่ยังโสด จะไม่นัดพบกันในห้อง แต่เมื่อหญิงนัดพบชายที่ห้อง หมายถึงนางตัดสินใจจะเชื่อมความสัมพันธ์รักกับชายนั้น

โกวซูซินรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณผู้หญิงว่าหวังเสี่ยวหลงคนนี้จึงเป็นอัจฉริยะที่แท้จริง ด้วยเหตุผลหลายอย่าง หนึ่งนางเชื่อว่าเขาแข็งแกร่งกว่าหวังจงเสียนผู้เป็นพี่ชายมาก นางเคยประลองกับหวังจงเสียนมาก่อน หวังจงเสียนต้องใช้ถึง 50 กระบานท่าถึงทำให้นางพ่ายแพ้ได้ แต่หวังเสี่ยวหลงผู้นี้เขาสามารถทำให้นางพ่ายแพ้ได้ในกระบวนท่าเดียวหากเขาต้องการ แต่เขาอ่อนข้อให้นางจึงได้ทำให้นางแพ้ใน 5 กระบวนท่า

นางเป็นกำพร้าที่ขึ้นเป็นสาวกหลักได้เพราะอาศัยการส่งเสริมจากอาจารย์ แต่อาจารย์ของนางก็เป็นเพียงอาวุโสลำดับที่ 16 ของนิกายกระบี่เซียน ไม่ได้มีอำนาจมากนัก นางเองก็หวังจะมีสามีที่ยิ่งใหญ่เป็นอัจฉริยะเช่นเดียวกับสุ่ยเว่ยถิงเหมือนกัน แต่อัจฉริยะชายส่วนมากจะถูกจับจองหมั่นหมายจากสตรีตระกูลใหญ่ที่มีตระกูลคอยสนับสนุน ด้วยเหตุนี้หญิงสาวที่ไร้กำลังของตระกูลที่ยิ่งใหญ่หนุน จึงต้องแสวงหาสามีด้วยตัวเอง และนางได้พบแล้ว นางจึงไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือไป แม้นางจะรู้ว่าหากนางขึ้นมาประลองก็ต้องพ่ายแพ้ แต่นางก็ยังจะขึ้นมา เพื่อจะได้มีโอกาสได้แสดงตัวนางต่อหน้าหวังเสี่ยวหลง และสานสัมพันธ์ต่อไปได้

และนางก็ได้รับคำทำนายจากอาจารย์นางด้วย ว่าสามีของนางจะปรากฏตัวขึ้นที่งานแต่งงานตระกูลหวังนี้ ให้นางมาร่วมงานแต่งนี้ เขาผู้นั้นจะสวมชุดสีฟ้าลายมังกร นั้นคือคำทำนายที่อาจารย์ของนางใช้วิชาเซียนทำนายสวรรค์ทำนายให้แก่นาง วิชานี้ต้องยอมสละอายุไข 100 ปี เพื่อการเสี่ยงทายแต่ละครั้ง หากไม่ใช่เพื่อศิษย์รักอาจารย์ของนางคงไม่ยอมเสียสละมากมายถึงเพียงนี้

นางจึงไม่ได้เข้าพักที่ตระกูลหวังพร้อมกับสาวหลักคนอื่นๆที่มาด้วยกัน แต่ได้เช่าโรงแรมสี่ฤดูพักเพียงลำพัง เมื่อเห็นหวังเสี่ยวหลงขึ้นเวที ครั้งแรกนางก็แทบจะยื่นขึ้นในทันที และคิดว่าคำทำนายของอาจารย์จะผิดพลาดหรือไม่ หวังเสี่ยวหลงผู้นี้มีชื่อเสียงว่าเป็นเจ้าขยะไร้ประโยชน์แห่งตระกูลหวัง แม้จะเคยมีคู่หมั่นแต่ก็ถูกฝ่ายหญิงถอนหมั่น ข่าวลือนี้ถูกพูดกันอย่างสนุกสนานและหยอกล้อกันในหมู่สาวๆ ถึงขนาดถูกยกนำมาเป็นคำกล่าวคำสาบานว่าหากผิดคำสาบานจะได้เป็นผู้หญิงของเจ้าขยะหวังเสี่ยวหลง นี้เป็นคำสาบานที่ร้ายแรงมากสำหรับผู้หญิงที่ยังโสด ไม่มีใครต้องการได้สามีเป็นขยะไร้ค่าอย่างแน่นอน

แต่อีกใจนางก็เชื่อว่าคำทำนายของอาจารย์ต้องไม่ผิดพลาดไปได้ นางจึงลุ้นอย่างมากว่าหวังเสี่ยวหลงจะสามารถเอาชนะหลินซือได้ และผลก็เป็นไปเหนือความคาดหมายของนางมาก หวังเสี่ยวหลงไม่เพียงชนะเท่านั้นยังชนะอย่างขาดลอยหมดจดด้วย เพื่อไม่ให้ถูกหญิงสาวคนอื่นตัดหน้า นางจึงรีบแสดงตัวบนเวทีต่อทันทีที่หวังเสี่ยวหลงประกาศท้าสู้ต่อ

พวกหญิงสาวมองหน้ากัน พวกนางเองก็อยากขึ้นท้าทายหวังเสี่ยวหลง แต่ก็สำนึกว่าไม่ได้เข้มแข็งกว่าโกวซูชินเลย หากจะเสนอตัวขึ้นไปก็จะถูกมองในแง่ร้ายมากกว่าดี

ส่วนพวกชายหนุ่มรุ่นเยาว์ ก็รู้ตัวว่าไม่อาจสู้ได้

หวังเสี่ยวหลงรออยู่ชั่วขณะหนึ่งเมื่อไม่มีคนขึ้นมาท้า เขาจึงได้เดินลงเวทีไป

ตามประเพณีนี่คนผู้หนึ่งจะขึ้นเวทีได้ครั้งเดียวเมื่อลงเวทีแล้ว จะไม่อาจท้าสู้กับผู้อื่นได้อีก คนอื่นฝ่ายเจ้าภาพที่ยังไม่ได้ขึ้นเวที ก็ขึ้นไปต่อจากหวังเสี่ยวหลง การประลองยังดำเนินต่อไป

หวังเสี่ยวหลง เดินไปหาหวังจงเสี่ยนและสุ่ยเว่ยถิง นำสมบัติ์ล้ำค่า แหวนคู่รัก 1 คู่ สมบัติของรุ่นสี่จ้าวพิภพจักรพรรดิเซียงหมิง เป็นของขวัญให้คู่บ่าวสาว

คู่รักที่สวมแหวนคู่รักนี้ จะสามารถเชื่อมจิตใจกันได้ คือสามารถติดต่อกันได้ทางจิตใจ โดยไม่จำกัดระยะทาง  และสามารถรับรู้ได้ถึงอีกคนได้ หากคนใดคนหนึ่งได้รับอันตราย อีกคนก็จะรับรู้ได้ และสามารถรู้ถึงตำแหน่งที่อีกคนอยู่ได้

แหวนคู่รักนี้  ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมด 100 คู่ แต่ที่เหลืออยู่ในหอคลังสมบัติ เพียง 30 คู่ อีก 70 คู่ถูกรุ่นสี่และรุ่นห้ามอบให้ผู้อื่นไปแล้ว

“พี่ใหญ่ ข้าขออวยพรให้พวกท่านครองคู่อยู่ร่วมกันตราบชั่วนิรันดร ข้าขอมอบแหวนคู่รัก 2 วงนี้ให้แก่พวกท่าน แหวนคู่รักนี้เป็นสมบัติสวรรค์ จะเชื่อมจิตใจของคู่รักเข้าด้วยกัน สามารถติดต่อกันทางจิตใจได้โดยไม่จำกัดระยะทาง รับรู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ หากอีกฝ่ายประสบเคราะห์ภัยอีกฝ่ายก็จะรับรู้ได้ และยังรู้ถึงตำแหน่งของอีกฝ่ายได้ด้วย”

“น้องหลง พี่ขอบคุณเจ้ามาก พี่เคยพูดเสมอว่าน้องหลงต้องไม่ใช่ขยะที่ไร้ประโยชน์ พี่วันนี้ภูมิใจในตัวเจ้ามาก”

ในบรรดาพี่น้องของหวังเสี่ยวหลง ก็มีเพียงหวังจงเสียนนี้แหละที่ไม่ได้รังแกหวังเสี่ยวหลง และยังปกป้องเขา แต่ที่หวังจงเสี่ยวทำไปก็เพราะเขาได้ถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะ ต้องวางตัวให้เหมาะสม การที่จะรังแกผู้อ่อนแอไร้ค่าเช่นหวังเสี่ยวหลงก็จะถูกมองไม่ดี เขาจึงเปลี่ยนจากรังแกเป็นออกหน้าปกป้อง ซึ่งบางครั้งเขาก็ทำเป็นไม่รู้เห็นเมื่อพี่น้องคนอื่นรังแกหวังเสี่ยวหลง

“พี่ใหญ่ ข้ารู้อยู่แก้ใจว่าท่านดีต่อข้า”

หวังเสี่ยวหลงเมื่อมอบชองขวัญแก่คู่บ่าวสาวแล้ว เขาก็ไม่ประสงค์จะอยู่ในงานเลี้ยงต่อไป เขาเดินออกจางานเลี้ยงและไปที่บ้านของเขา

บ้านที่หวังเสี่ยวหลงพักอาศัย เป็นบ้านไม้ของคนใช้ เขาอาศัยอยู่กับหวังเจียวอี้ ซึ่งเป็นสาวใช้ของแม่เขาขณะที่แม่เขามีชีวิต และเขาเรียกหวังเจียวอี้ว่าน้าอี้

น้าอี้ตอนนี้นั่งอยู่ในบ้าน นางยังไม่รู้ว่าหวังเสี่ยวหลงได้กลับมาแล้ว และยังได้ขึ้นเวทีประลองด้วย นางนั่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณที่เขียนว่าเมิ่งเสี่ยวตัน แม่ของหวังเสี่ยวหลงและพูดกับป้ายวิญญาณว่า

“คุณหนู ข้าไม่เอาไหน ไม่ได้ดูแลนายน้อยให้ดี นายน้อยหายไป 5 วันแล้ว ข้าไม่รู้ว่าจะตามหาเขาได้ที่ไหน คุณหนูขอท่านช่วยคุ้มครองนายน้อยด้วย ขอให้เขาปลอดภัยจากอันตรายใดๆ และกลับมาบ้านโดยเร็ว”

“น้าอี้ ข้ากลับมาแล้ว”

เสียงขอหวังเสี่ยงหลงดังขึ้นที่หน้าบ้าน

จบตอนที่ 3

ความคิดเห็น