email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 ผมสวยใช่ไหมหล่ะ... 😘

ชื่อตอน : บทที่ 4 ผมสวยใช่ไหมหล่ะ... 😘

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2560 19:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ผมสวยใช่ไหมหล่ะ... 😘
แบบอักษร

​ทุกคนครับ... ผมคิดว่าโชคร้ายที่ผมประสบมาตลอดมันจะต้องไม่เป็นไร เพราะมันมีทางออกเสมอ แต่วันนี้ผมรู้แล้วว่า มันไม่ใช่... 😭ไอ้ห้องน้ำบ้านี่มันไม่มีหน้าต่างให้ปีนหนีออกไป และยิ่งกว่านั้นผมพึ่งนึกได้ผมพักอยู่ชั้นแปดถึงมีที่ให้ปีนก็ไปไม่ได้... ผมมันโง่...ยืนไว้อาลัยให้ตัวเอง แต่แค่สามวิก็พอ ในเมื่อหนีไม่ได้เราก็ต้องท้าชนทุกสถานะการณ์😈ผมจัดการแปลงโฉมตัวเองในห้องน้ำนานพอสมควรจนได้ยินเสียงดังตึงตังนอกห้องนอนและเสียงเคลล์เรียก

" คุณหยกครับ เกินสามสิบนาทีมาสามสิบเอ็ดวินาทีแล้วนะครับ เราต้องไปแล้ว"

" โอ้ คุณแม่ครับอะไร คุณจะละเอียดอะไรปานนั้น"

ผมพูดเบาๆกับตัวเองเท่านั้นละครับใครจะกล้าเสียงดังให้พี่ท่านได้ยิน... ผมมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง เฮ้อ... เรานี่ก็นะ เกิดมาด้วยรูปร่างหน้าตาแบบนี้ ช่างไม่สงสารจิตใจคนอื่นเลยจริงๆ ถ้าจะเปรียบคงเปรียบได้กับพระสังข์ตอนใส่รูปเงาะ โอ๊ะ ไม่ใช่สิต้องบอกว่าเปรียบได้กับพระสังข์ตอนถอดรูปเงาะ เรานี่เริ่มจะเพี้ยนๆแล้ว สรุปเลยคือ.. อื้อหือ....!!! หล่อโคตร(ขอใช้คำหยาบนิส...) ภาพที่สะท้อนอยู่ที่กระจกตอนนี้คือหนุ่มรูปงามผิวขาวผ่องต่างจากก่อนหน้านี้ที่ออกดำดีสีไม่ตกทั่วทั้งร่างแต่ตอนนี้ขาวสว่างอย่างกะหลอดนีออนและใบหน้าที่หวานๆๆหวานกว่าน้ำอ้อย 100% เสียอีกคิดดู ใครไม่เชื่อมาชิมได้ไม่คิดตังค์ แต่ที่แปลกและแตกต่างสุดคงเป็นหัวผมที่เด่นเป็นสง่ามาแต่ไกลเพราะมีสีเงินทั้งหัวยิ่งอยู่ใกล้ๆแสงนี้ยิ่งระยิบระยับน่าประทับใจ แต่มันแปลกไงเลยต้องใส่วิกไว้แม้ว่าโดยรวมผมจะคิดว่าตัวเองดูดีหาตัวจับยาก... ก็ตามที แต่มันก็แปลกอยู่ดีอะเนาะ สำหรับคนปกติ แล้วมาดูกันว่าเจ้าบ่าวสดๆ และว่าทีสะมีในอนาคตของผมจะว่ายังไง... 

" มาแล้วๆ ช้านิดช้าหน่อย วิสองวิก็ให้อภัยหน่อยเถอะ ไม่เคยหล่อกันหล่ะสิ  เลยไม่รู้ว่ากว่าคนเค้าจะหล่อจะสวยกันได้เนี่ย ต้องอย่างกเวลา เพราะมันต้องใช้เยอะ พอๆกับจำนวนแบงค์ในกระเป๋าที่ต้องหายไปไม่หวนกลับ พูดเรื่องเงินทองแล้วก็เศร้าๆยังไงพิกล ไปกันเถอะปานนี้เจ้าพ่อคงรอจนรากงอกแล้วหล่ะ"

"... เอ่อ ขอโทษครับ คุณ... เป็นใคร? "

" เดี๋ยวนี้มีมุกนะ แต่อย่าพึ่งเล่นตอนนี้เลย ผมค่อนข้างง่วงเลยทีเดียวไปกันเลยเถอะ"

" ผมไม่ได้มุกนะคุณ... คุณเสียงเหมือนคุณหยกนะแต่ ผม สีผิวกับหน้าตามันไม่ใช่อ่ะ"

" ผมหยกครับคุณเคลล์ ไม่เชื่อเดี๋ยวลงไปหาเจ้านายคุณพร้อมผม ดูสิว่าเค้าจะจำผมได้ไหม ถ้าจำไม่ได้ก็หย่ากันเลย พรุ่งนี้เจอกันที่อำเภอ... "😤

เอางี้แหละว่ะ 5555 😜เล่นแง่มันซ่ะเลย จำไม่ได้ทำเราไม่พอใจอ่ะหย่าซ่ะเลย คิคิ😁คิดได้ไงนะเราฉลาดแท้ แต่พอผมกับเคลล์ลงมาที่รถแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งเจ้าพ่อก็หันมามองผมนิดๆแล้วนิ่งไปประมาณสิบวิได้ ถึงกับอึ้งๆ ผมยิ้มหวานหยดให้เจ้าพ่อก่อนถามว่า

" เป็นไง  ผมสวยใช่มั๊ยหล่ะ? "

ว่าพร้อมสั่นหัวน้อยๆเพืี่อสะบัดผมให้อีกคนดู. ก่อนเจ้าพ่อจะเอ่ยวาจาทำร้ายจิตใจดวงน้อยและเปราะบางของผมว่า​

" จริงๆถ้าจะลอกคราบก็น่าจะบอกกันก่อนนะ มันเสียเวลาข้า... "

" ละ... ลอกคราบ? คุณหาว่าผมลอกคราบเหรอ เว๊าะ... สุดจะทนทีแรกก็ว่าเป็นนก แล้วก็เป็นหมาแล้วนี่ยังหาว่าผมเป็น*บาซิลิสอีกเหรอ...? "😠

" เออ คุณหยกครับ ผมว่านายท่านน่าจะหมายถึงแค่งูธรรมดานะครับ... ไม่น่าใช่ที่คุณว่า... "

" อย่าขัดสิ ผมว่าบาซิลิสก็ต้องเป็นบาซิลิสสิ จะเป็นงูธรรมดาได้ไง ใช่ไหมนายท่านเซสต์"

"... "

" ตอบสิ... 😡ช่างเถอะ ผมสนุกพอแล้วกับหัวข้อสนทนาเรื่องนี้ มาว่าเรื่องอื่นดีกว่า คุณดูไม่ตกใจหรือแปลกใจเลยน่ะตอนนที่เห็นผมเป็นแบบนี้ ถ้าจะเทียบดูคุณดูจะตกใจกับผมคนก่อนมากกว่านี้ด้วยซ้ำ ทั้งทีถ้าจะเทียบผมในตอนนี้แปลกกว่าตอนนั้นเยอะเลย"

" นี่ต่างหากปกติของเจ้า เจ้าก่อนหน้านี่ต่างหากที่แปลก"

เจ้าพ่อตอบกลับผมโดยไม่มองหน้า

" พูดเหมือนรู้มาก่อนอย่างนั้นแหละว่าผมเป็นแบบนี้ คุณ-เป็น-ใคร"

ผมพูดกับเจ้าพ่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาต่างจากผมที่พูดคุยขี้เล่นก่อนหน้านี่อย่างกับคนละคน โดยเฉพาะคำถามสุดท้ายผมเน้นถามเจ้าพ่อเจาะจงเน้นๆเลยเป็นกรณีพิเศษ... พร้อมกับที่อุณหภูมิภายในรถค่อยๆเย็นขึ้นจนน่ากลัวว่าเราจะกลายเป็นน้ำแข็ง... 

" ถ้ายังไม่อยากตายในที่แคบๆ แบบนี้ข้าว่าเจ้าระงับโทสะหน่อยดีกว่านะ"

" แหม เจ้าพ่อก็กลัวตายเป็นเหมือนกันนะ"

เจ้าพ่อหันกลับมาจ้องตากับผมและพูดช้าๅๆแต่ชัดเจนว่า

" ชีวิตข้ามีค่ายิ่งนัก และข้าจะไม่มีวันตายจนกว่าจะได้ในสิ่งที่ปรารถนา... "

ผมมองสบตานั่นครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนมายิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกครั้ง 

" เหรอๆ เป็นอย่างนั่นก็ดีแล้ว ชีวิตมีค่าเหรอ แต่สำหรับผมนะ ไม่ว่าชีวิตใครก็มีค่าเท่ากันแหละ จะของผม ของคุณ หรือลูกน้องคุณ ทุกคนมีค่าเท่ากันและมีสิทธิ์ที่จะรักและหวงชีวิตของตัวเองเท่ากันแหละ เพราะงั้นผมเลยเลือกที่จะอยู่ที่นี่และใช้ชีวิตโดยไม่โกรธ ไม่แค้นหรือคิดจะจองเวรใคร ไม่ใช่ว่าผมจะสรรเสริญตัวเองว่าเป็นคนดีหรือสูงส่งหรอกนะ เพราะว่าผมน่ะมันก็แค่คนอ่อนแอคนนึงก็เท่านั้น... "😔

" ไม่โกรธแค้น หากเจ้าทำเช่นนั่นได้ไม่เท่ากับว่าเจ้าเข้มแข็งยิ่งแล้วหรือ ไม่จองเวรคือไม่คิดแก้แค้นหรือผูกกรรมกันอีก หากกระทำได้จริงเจ้าคงเป็นสุขในทุกเวลา"

ผมมองเจ้าพ่อที่พูดกับผมด้วยสีหน้าสงสัยและไม่เข้าใจเป็นที่สุด นี่คงเป็นครั้งแรกเลยที่เค้าแสดงสีหน้าอย่างอื่นให้ผมเห็นนอกจากความน่ากลัว... 

" ใช่ หากแต่ผมยังอ่อนแอ... มันจึงยังไม่สุขเท่าทีคุณหรือผมวาดหวังไว้"😊

ผมยิ้มให้กับเค้าอย่างจริงใจแต่กลับรู้สึกปวดใจยังไงบอกไม่ถูก ก่อนจะหลับตาแล้วเอนหลังพิงเบาะนั่งแล้วใช้ความคิดเงียบๆคนเดียว ผมใช้ชีวิตคนเดียวมาตลอดตั้งแต่พ่อและแม่จากไปซึ่งก็นานเกือบ 5 ปีแล้ว เมืี่อครั้งยังเด็กผมมักฝันอยู่เสมอ ความฝันที่แสนมีความสุขและเจ็บปวด... แต่กลับไม่เคยจำเรื่องราวในฝันได้ แต่ความเจ็บปวดจากในฝันมักจะส่งต่อมาถึงโลกความจริงเสมอ ผมจึงคล้ายคนชอบอยู่คนเดียวไม่ค่อยมีคนกล้าเข้าใกล้ผม ซึ่งนั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนอย่างผม แต่สำหรับพ่อและแม่ท่านห่วงผมมาก วันนึงผมตื่นขึ้นมาท่ามกลางเสียงร้องไห้และรู้สึกได้ถึงมืออันสั่นเทาของแม่ที่เขย่าตัวของผมอย่างอ่อนแรง วันนั้นพ่อไม่อยู่บ้านผมกับแม่อยู่ด้วยกันสองคน เรานอนดูทีวีด้วยกันที่ห้องของพ่อกับแม่ พอผมหลับแม่สังเกตว่าผมเหงื่อออกมากผิดปกติจึงปลุกผมเพื่อจะถามอาการเพราะเกรงว่าผมจะป่วยแต่ผมกลับไม่ยอมตื่นแม่เขย่าตัวผมอยู่นานเพื่อปลุก แต่ผมก็ไม่ตื่น แม่ไม่ได้พาผมไปโรงพยาบาลเพราะแม่รู้... แม่รู้ว่าผมเป็นอะไร แต่แม่ไม่รู้ว่าจะสามารถช่วยผมได้อย่างไรนอกจากปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาจากความฝันที่เป็นเหมือนโซ่ตรวนพันธนาการผมมาตั้งแต่เกิด หลังจากวันนั้นแม่ตัดสินใจพาผมไปพบคนแปลกๆคนนึงในป่าลึก เพื่อแลกกับการที่เค้าจะผนึกความฝันนี่ให้กับผมแม่ยอมแลกอายุขัยของแม่เพื่อตัวผม ในตอนนั้นผมไม่รู้อะไร... ได้แต่ดีใจที่จะไม่ต้องเจ็บปวดกับความฝันนี้อีก... สิ่งที่เกิดขึ้นที่กระท่อมในป่าแห่งนั้นที่ผมจำได้คือเสียงของคนแปลกๆคนนั้นที่พูดว่า

' เมื่อมนต์สะกดแห่งจันทราคลายลง

กงล้อแห่งโชคชะตาจะเริ่มหมุน

และในครั้งนี้แม้แต่ผู้ทรงฤทธิ์เหนือหมู่เทวา

ก็มิอาจหยุดยั้งโชคชะตาได้ '

เฮ้อ... คิดไปก็ปวดตับ ปวดไตครับสงสัยจะลามไปปวดที่กระเพาะกับม้ามด้วยแล้วมั้งเนี่ย... 

เอ๊ะ... หรือว่า!!!? 

" ว่าแล้ว!  ว่าลืมอะไร เพราะงี้ไงตอนออกจากห้องเลยคันตับอ่อนยิบๆ"

" เจ้าจะไปคันตับอ่อนได้อย่างไร?  มีอะไรอีกหล่ะ ลืมสิ่งใด"

" ผมลืมกินแซนวิซที่กินเหลือเมื่อเช้าแล้วทิ้งไว้ในตู้เย็นอ่ะ โอ๊ย ทำไงดีถอดปลั๊กไฟออกแล้วด้วยพรุ่งนี้เสียแน่เลย เครียดเลยเนี่ย... "🤔

" ถ้าจะห่วงอะไรแบบนั้น ข้าแนะนำให้เจ้าห่วงตับอ่อนเจ้าที่คันยิบๆก่อนดีหรือไม่ มันอาจเป็นโรคร้ายถึงตายก็ได้นะ หรืออาจโดนวางยาพิษ และอาจทำให้เจ้าตายได้ในสาม-สี่ชั่วโมงนี้"

" บอกหน่อยเถอะว่านั้นคือมุกใช่ไหม คุณไม่ได้จะแช่งหรือคิดจริงจังหรอกนะกับที่พูดเมื่อกี้"😲

" แล้วแต่เจ้า... "


.................... 

จะเริ่มคลายปมปริศนาของตัวเอกทีละอย่างๆเนาะ ติดตามกันด้วยนะ สำหรับทุกไลค์และคอมเม้นและทุกท่านที่มาอ่านขอบคุณมากๆนะคะ😍💖😊😇🍓🎉🎁





ความคิดเห็น