ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

LOVE FORGET : PROLOGUE&CHARACTER

คำเตือน : นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง หยาบคาย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ไม่ใช่แนวกด X ออกได้เลยค่ะ

PROLOGUE

| คนรักที่ถูกลืม |

‘ความรัก’ ไม่ได้ทำให้เราเจ็บปวด ‘คนรัก’ ต่างหาก


[บทบรรยาย พายุ] 

เวลา 08:15 น. 

“แต่งตัวเสร็จยัง?” ผมตะโกนถามร่างบางที่กำลังแต่งตัวอยู่ในห้องนอน นี่ผมออกมานั่งรอเธอที่โซฟาตั้งสิบห้าทีแล้วคุณเธอก็ยังแต่งตัวไม่เสร็จเสียที จะแต่งอะไรหนักหนาวะ วันนี้ผมมีรับน้องตอนเก้าโมงด้วย 

“รีบมากก็ไปก่อนเลย รำคาญ!” เสียงหวานตอบอย่างหงุดหงิด 

ผมส่ายหน้าอย่างเอือมๆทำไมคนอย่างผม ‘พายุ’ ถึงต้องไปคว้า ‘เจแปน’ ผู้หญิงที่เอาแต่ใจมาเป็นแฟนด้วยเนี้ย 


..แต่ก็นะ รักไปแล้วนี่หว่า ทำไงได้


ปัง!


ผมหันไปมองตามเสียงที่ดังขึ้นแล้วถอนหายใจออกมา ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วคว้ากุญแจรถกับกระเป๋าตังค์ใส่กางเกงยีนส์ 

“ปิดเบาๆเป็นมั้ย?” 

“ปิดเป็น แต่ไม่ทำ” เจแปนเดินสะบัดก้นไปใส่รองเท้าส้นสูงสีดำแล้วเปิดประตูเดินตรงไปยังลิฟต์โดยไม่รอพายุที่ยืนมองแผ่นหลังของเธออยู่เลยสักนิด 

บางทีผมก็คิดนะ.. ว่ามีแฟนก็เหมือนไม่มี


@มหาลัยs 

“เลิกเรียนแล้วโทรมาบอกด้วย จะมารับ” ผมพูดขึ้นหลังจากที่ขับรถมาจอดหน้าตึกคณะแพทยศาสตร์ซึ่งเป็นคณะที่เจแปนเรียน เอาตรงๆไม่เข้ากับเธอสักนิด 

“ไม่ต้อง” ริมฝีปากสีแดงสดขยับเอ่ยบอกแฟนหนุ่มพลางเก็บตลับแป้งพัฟเข้ากระเป๋าสะพาย “วันนี้จะไปช็อปกับเพื่อน”


ร่างบางเน้นคำว่า ‘เพื่อน’ ชัดเจน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันเหมือนเป็นการบอกแฟนหนุ่มกรายๆว่าเขา ‘ไม่จำเป็น’ ต้องตามไป เพราะรู้ดีว่าคนอย่างพายุต้องตามเธอไปแน่ๆ


“อย่ากลับดึกละกัน” เจแปนทำเพียงแค่ไหวไหล่แล้วเปิดประตูลงจากรถ

ผมใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มแล้วมองเจแปนที่เดินหายเข้าไปในตึกคณะก่อนจะขับรถไปที่คณะสถาปัตย์ซึ่งเป็นคณะที่ผมเลือกเรียน ที่เรียนคณะนี้ก็เพราะผมชื่นชอบการวาดและออกแบบมากๆ ป๊ากับม๊าก็ไม่ว่าอะไร ท่านสองคนให้อิสระกับลูกๆทุกคน นอกจากนี้งานอดิเรกของผมอีกอย่างคือการเล่นกีตาร์และร้องเพลง 

ผมมีพี่สาวหนึ่งคนเธอชื่อ ‘ไออุ่น’ แต่ไม่ได้เป็นพี่สาวแท้ๆอะไรหรอกเพราะป๊ากับม๊ารับมาเป็นลูกบุญธรรมแต่ถึงอย่างนั้นท่านก็รักเหมือนลูกแท้ๆเช่นเดียวกับผมที่รักเจ๊เหมือนเป็นพี่สาวแท้ๆ และผมก็มีน้องชายอีกคนชื่อ ‘องศา’ จริงๆผมกับมันเราเกิดพร้อมกันแค่ผมออกมาก่อนเลยได้ศักดิ์เป็นพี่มัน

เสียงกลองสันทนากาดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณหน้าตึกสถาปัตย์พร้อมด้วยเหล่านักศึกษาทั้งชายและหญิงมากมายที่กำลังออกแรงเต้นกันอย่างสนุกสนาน ผมมองแล้วนึกถึงตัวเองเมื่อปีที่แล้วอย่างขำๆ ตอนนี้ผมอยู่ปีสองแล้วปีนี้ก็จะได้มีน้องรหัสแล้วเว้ย! 

“เดินหล่อมาแต่ไกล” พอผมดินมาถึงโต๊ะม้าหินอ่อนที่มีพวกเพื่อนนั่งอยู่ไอ้ตะวันก็เอ่ยแซวผมทันที ผมยักคิ้วให้มันก่อนจะนั่งลงข้างๆไอ้เอส

“เอาละค่ะน้องๆ เต้นก็จนเหนื่อยกันแล้วเนอะ ซิดดาวๆ” ผมกวาดสายตามองน้องๆปีหนึ่งที่นั่งลงกับพื้น  

“โอเคค่ะตั้งใจฟังให้ดีนะคะ เดี๋ยวพวกพี่จะให้น้องๆออกมาจับฉลากในกล่องนี้ ภายในกล่องจะมีกระดาษซึ่งมันเป็นคำใบ้เกี่ยวกับพี่รหัสของตัวเอง” 

“….” 

“ภารกิจก็คือให้น้องๆตามหาพี่รหัสแล้วร้องเพลงตามที่ในกระดาษบอก ถ้าพี่เขาร้องต่อท่อนน้องแสดงว่าพี่คนนั้นคือพี่รหัสของน้องนะคะ” 

“….” 

“น้องๆจะมีเวลาหาพี่รหัสแค่หนึ่งอาทิตย์เท่านั้นนะคะ! ถ้าภายในหนึ่งอาทิตย์ใครยังหาพี่รหัสไม่ได้ จะถูกทำโทษนะคะ” 

“โฮ่..” 

“ไม่ต้องโฮ่ค่ะๆ แค่น้องๆอ่านคำใบ้ที่บอกลักษณะของพี่รหัสเดี๋ยวก็เจอค่ะ หรือไม่ก็มองไปรอบๆตัวเพราะพวกพี่เขาก็นั่งอยู่โดยรอบนี่แหละ พอเจอแล้วให้ทำความรู้จักกันและถ่ายรูปมาเป็นหลักฐานยืนยันด้วยนะคะ แถวที่หนึ่งลุกขึ้นมาจับฉลากเลยค่ะ” 

หลังจากนั้นน้องๆทุกคนก็ทยอยกันลุกขึ้นไปจับฉลากแล้วกับมานั่งที่เดิมเพื่อรอฟังรุ่นพี่อธิบายรายละเอียดในการรับน้องก่อนจะปล่อยให้แยกย้ายกันไปเรียน ซึ่งวันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรกยังไม่มีเรียนอะไรหรอก 

“ชะนีได้คำใบ้อะไรกันคะ?” 

“ฉันได้ ..ปากหมา” ผมเหล่ตามองไอ้เอสทันทีที่น้องผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆโต๊ะ ที่ต้องมองไอ้เอสเพราะคำใบ้นั้นมันหมายถึงมันไง 

“แสดงว่าพี่เขาคงเลี้ยงหมาไว้ในปาก” ผมกับไอ้ตะวันกลั้นขำ “แกละได้อะไร” 

“STORM” เสียงหวานใสเอ่ยตอบ ผมหันไปมองแล้วเจอเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งผมสีดำปลายผมดัดลอนยาวถึงกลางหลัง ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น ปากรูปกระจับสีชมพู

เหี้ย..คนหรือตุ๊กตา ถ้าใครได้มองต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันแน่ว่า ‘น่ารัก’ 

“พายุ?” 

“อื้อ คำใบ้บอกแค่นี้” ร่างบางพยักหน้าตอบเพื่อน “พายุ.. นี่หมายถึงชื่อคนหรืออะไรกัน?” 

“ช่างก่อนเถอะ ไปหาอะไรกินกัน หิว” 

“เอาสิ” ขณะที่ร่างบางกำลังเดินผ่านโต๊ะสายตาของเราสองคนก็ประสานกัน น่าแปลกที่นัยน์ตาสีนิลกลมโตของคนตรงหน้าไม่อาจทำให้ผมละสายตาให้ไปมองอย่างอื่นได้ ผมชะงักเมื่อเธอส่งยิ้มบางๆและก้มหัวหน่อยๆมาให้เหมือนเป็นการทักทาย ผมผละสายตาออกจากดวงตาเธอแล้วหรี่สายตามองไปที่ป้ายชื่อที่เธอคล้องคอไว้ก่อนจะกระตุกยิ้ม


‘ยาหยี’ แล้วเจอกันครับน้องรหัส


[จบบทบรรยาย พายุ]



[บทบรรยาย เจแปน] 

ร้อน! 

ทำไมประเทศไทยถึงได้ร้อนขนาดนี่นะ ฉันคิดในใจพลางตักข้าวเข้าปาก 

“แล้วนี่จะไปช็อปขอพายุยัง?” ฉันรวบช้อนเพราะกินข้าวหมดแล้วก่อนจะหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม 

“ทำไมต้องขอ?” ฉันเลิกคิ้วขึ้นข้างแล้วมองหน้าฟ้าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม คือฟ้าเป็นเพื่อนร่วมคณะไม่ได้สนิทถึงขั้นไปเที่ยวด้วยกันตลอด ถ้าเพื่อนที่สนิทแล้วไปไหนมาไหนด้วยของฉันพวกนางอยู่คณะอื่นกัน “แฟนไม่ใช่พ่อ ไม่จำเป็นต้องบอกทุกเรื่อง อีกอย่างฉันอายุมากกว่าพายุหนึ่งปี จะไปไหนก็ได้” 

“แต่แฟนกันต่อให้เรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ต้องบอกกันหรือเปล่า” 

ฉันกลอกตาไปมาอย่างเซ็งๆ ก็จริงอย่างที่ฟ้าพูด แต่สำหรับฉันมัน ‘ไม่จำเป็น’ ต้องบอกให้อีกฝ่ายรู้ทุกเรื่อง ฉันไม่ชอบให้ใครก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว ฉันชอบความเป็น ‘อิสระ’

“หยุดนิสัยที่พูดอะไรออกมาแล้วไม่คิดก่อนพูดได้หรือยังเจแปน?” 

“ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้” 

“ก็รู้ แต่คิดถึงใจหรือความรู้สึกของคนฟังบ้างสิ” 

“ฉันแคร์แค่ตัวเอง!” ฉันสวนตอบทันควัน ทำไมต้องแคร์คนอื่น? ตัวเราต่างหากที่ควรแคร์ ควรสนใจ คนอื่นจะรู้สึกยังไงกับคำพูดของฉันก็ช่างเขาสิ ฉันไม่สน 

ม๊าเคยบอกว่าให้เราแคร์ตัวเองให้มากๆ คนอื่นจะเป็นยังไงไม่ต้องสน ตัวเราต้องที่หนึ่ง 

“ระวังสักวันจะมีคนมาพูดอะไรสักอย่างโดยไม่สนใจความรู้สึกแกเหมือนกัน” ฟ้าพูดจบก็ลุกขึ้นเดินถือจานไปเก็บ ฉันมองตามหลังเธอแล้วแค่นหัวเราะออกมา


So what? I don’t care

เวลา 20:30 น. 

แกร็ก ปัง! 

ฉันเดินถือถุงช็อปปิ้งมากมายเข้ามาในห้องแล้วโยนมันลงบนโซฟาจนมันกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด 

“เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ...อีกแล้ว?” ฉันปรายตาไปมองพายุที่ยืนกอดอกพิงประตูห้องนอน 

“อีกแล้วอะไร?” 

“ก็เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วก็พึ่งจะซื้อมาไม่ใช่ไง๊?” 

“อาทิตย์นั้นก็ส่วนอาทิตย์นั้นสิ นี่มันอาทิตย์ใหม่” ฉันหมุนตัวเดินไปยังห้องครัวแล้วหยิบน้ำเปล่าออกมาดื่ม “อย่าบ่น!” 

“คิดว่าอยากบ่นมากหรือไง แค่จะบอกว่าไม่มีที่จะให้เก็บแล้ว” 

“นั่นก็เรื่องของฉัน รีบๆไปทำงานไป” ฉันเดินผ่านเขาเข้าไปยังห้องเพื่อจะไปอาบน้ำ 

“….” 

“เห็นหน้านายแล้วรำคาญ” 

ใช้เวลาอาบน้ำครึ่งชั่วโมง ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำก็ไม่เห็นพายุแล้ว คงไปทำงานแล้วมั้ง หมอนั้นทำงานเป็นนักร้องในผับของเพื่อนตัวเอง จริงๆฉันก็ทำงานนะแต่ไม่ได้ทำทุกวัน 

ฉันเดินออกไปที่ห้องครัวก็เห็นว่าตรงตู้เย็นมีแผ่นโน็ตติดอยู่ในกระดาษมีข้อความระบุไว้ว่า ‘อย่าลืมกินข้าวละ ฉันทำไว้ให้ อยู่บนโต๊ะ’ 

ฉันหันไปมองบนโต๊ะกินข้าวก็เห็นว่าเป็นข้าวผัดหมู ฉันเดินไปหยิบจานขึ้นมาถือแล้วหยิบเม็ดข้าวหนึ่งเม็ดเข้าปากก่อนจะก้าวเท้าไปที่ถังขยะแล้วเทข้าวผัดหมูลงไปอย่างไม่ลังเล


เย็นชืดขนาดนั้นใครมันจะไปกินได้!


ฉันเดินเข้าหเองนอนและหยิบโน๊ตบุ๊คขึ้นมาก่อนจะกดเปิดมันเพื่อทำรายงาน ปีนี้ก็เรียนอยู่ปีสามแล้ว เรียนแพทย์มันค่อนข้างหนักเอาการ ที่ฉันเลือกเรียนคณะนี้ก็เพราะว่าป๊ากับม๊าบอกว่ามันดี ลูกหลานของเพื่อนป๊ากับม๊าก็เรียนกันอยู่เยอะ 

“เฮ้อ” ฉันถอนหายใจออกมาพลางบิดตัวขี้เกียจและวางโน๊ตบุ๊คไว้ที่โต๊ะข้างเตียง ฉันมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนกำแพงที่บอกเวลาว่าตอนนี้จะห้าทุ่มแล้ว


…เวลาเดินเร็วไปแล้ว


ครืด ครืด 

เสียงมือถือที่วางไว้บนหัวเตียงสั่นขึ้นมา ฉันเอื้อมมือไปหยิบก่อนจะขมวดคิ้วเพราะมันเป็นเบอร์ที่ไม่ได้เมมชื่อไว้ พูดง่ายๆก็คือเบอร์คนไม่รู้จัก 

“….” ฉันกดรับสายแต่ไม่พูดอะไรออกไป 

[นี่ใช่เบอร์เจแปนหรือเปล่าครับ?] 

“ใช่ค่ะ” 

[เราชื่อบอลนะ อยู่คณะบริหารปีสาม] ฉันพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจพลางนึกหน้าของคนปลายสายแล้วก็ถึงบางอ้อ 

“เคยเป็นเดือนคณะสินะ” 

[ใช่] 

“แล้วมีอะไรกับเรา?” 

[พรุ่งนี้เธอว่างมั้ย ฉันจ้างสองชั่วโมงราคาแล้วแต่เธอเลย ไปเที่ยวกับฉันหน่อย] 

“ว่าง” ฉันตอบอย่างไม่ต้องคิด เพราะพรุ่งนี้ไม่มีเรียน 

[โอเค เดี๋ยวจะไปที่ไหนฉันจะโทรบอกอีกที] 

ฉันกดวางสายแล้วโยนมือถือไปข้างๆตัว ฉันเคยบอกใช่มั้ยว่าฉันก็ทำงาน.. งานที่ฉันทำคือ ‘เพื่อนเที่ยว’ ใครมาบอกให้ไปเที่ยว กินข้าว ดูหนัง ฉันไปหมดถ้าอีกฝ่ายให้เงิน เรื่องนี้พายุก็รู้หมอนั้นบอกให้ฉันเลิกทำซะ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายที่ให้ฉันไปเที่ยวเป็นเพื่อน แต่คิดเหรอว่าฉันจะเลิก? อะไรที่ฉันทำแล้วมีความสุขฉันก็จะทำต่อไป 

ฉันแค่ไปเที่ยวเป็นเพื่อนเท่านั้น นอกเหนือจากเที่ยวอย่างเช่น ‘เซ็กส์’ ฉันไม่มีวันทำแน่นอน เพราะฉะนั้นพายุไม่จำเป็นต้องกังวล 

ฉันลุกขึ้นเดินไปปิดไฟห้องและล็อคประตูห้องให้เรียบร้อยแล้วสอดตัวเองเข้าผ้าห่มก่อนจะหลับตาเข้าสู่ห้วงนิทรา 

[จบบทบรรยาย เจแปน] 



[บทบรรยาย ยาหยี] 

เช้าวันต่อมา 

เวลา 07:00 น. 

ก๊อก ก๊อก 

“คุณยาหยีค่ะ ป้าตั้งโต๊ะอาหารเสร็จแล้วนะคะ” 

“ค่ะ เดี๋ยวหยีลงไป” 

ฉันเอ่ยตอบป้านวลก่อนจะหันมามองสำรวจตัวเองผ่านกระจกว่าตัวเองแต่งตัวเรียบร้อยหรือยัง

“หยีไปเรียนก่อนนะ เดี๋ยวตอนเย็นจะกลับมาเล่นด้วย” ฉันย่อตัวไปลูบหัวน้องหมาตัวน้อยสีขาวขนนุ่มๆที่ชื่อว่า ‘เบบี้’ แล้วหยิบกระเป๋าสะพายเดินลงไปยังข้างล่าง 

“คุณพ่อละคะ?” 

“คุณผู้ชายออกไปทำงานแล้วค่ะ” ป้านวลตอบแล้วเทน้ำใส่แก้ว ฉันยืนนิ่งกวาดสายตามองโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ที่ให้คนนั่งได้มากกว่าสิบคน


..รอบที่เท่าไหร่กันแล้วนะที่ต้องนั่งกินข้าวคนเดียวบนโต๊ะอาหารขนาดใหญ่นี้


“ป้านวลกินข้าวหรือยังคะ?” ฉันเอ่ยถามพลางหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ 

“ยังเลยค่ะ ป้ารอให้คุณยาหยีกินก่อน” 

“งั้นป้านวลมานั่งทานกับหยีนะคะ” 

“ไม่ได้หรอกค่ะ” 

“ทำไมละคะ?” 

“ป้าเกรงใจน่ะค่ะ” 

“เกรงใจทำไมกันละคะ คนกันเอง” ฉันยู่ปากและมองหน้าป้านวลซึ่งกำลังทำหน้าลำบากใจอยู่ “โอเคค่ะ ป้านวลเกรงใจ หยีเข้าใจแล้ว” 

ร่างท้วมที่ยืนอยู่มองใบหน้าของร่างบางที่ฉายแววเศร้าหมอง เธอเข้าใจดีว่ายาหยีเศร้าและเหงามากแค่ไหนที่ต้องนั่งกินข้าวคนเดียวแทบจะทุกวัน คุณผู้ชายก็เอาแต่ทำงานไม่มีเวลาให้คุณหนูสักเท่าไหร่ ส่วนคุณผู้หญิงก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปตั้งแต่ที่ยาหยีอายุได้แค่สองขวบเท่านั้น จึงไม่แปลกถ้าคุณหนูของเธอจะเหงาและโหยหาความรัก

ก็ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งจะมีใครมาเติมเต็มส่วนที่ขาดของคุณหนูเธอได้


@มหาลัยs 

“พี่ปีสองคณะเราก็มีตั้งเยอะแล้วจะไปหาพี่รหัสเจอได้ยังไงเนี้ย” เสียงบ่นอุบอิบของกาแฟที่นั่งอยู่ข้างๆฉันดังขึ้น 

“เดี๋ยวก็เจอเองแหละ ชะนีต้องใจเย็นๆนะ” นนนี่เอ่ยตอบ 

“แกก็พูดได้ แกเจอพี่รหัสแล้วนี่หว่า” ฉันหลุบตามองกระดาษซึ่งเป็นคำใบ้ของพี่รหัสในมือตัวเองนิ่งๆ 

ฉันได้คำใบ้คำว่า ‘STORM’ ซึ่งถ้าแปลเป็นไทยก็คือ ‘พายุ’ เลยไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร ชื่อคน? หรืออะไรยังไง ฉันเลื่อนสายตามามองเนื้อเพลงที่ต้องร้องก่อนที่จะคลี่ยิ้มออกมา


..ฉันชอบเพลงนี้ เพลงโปรดเลยแหละ


“เฮ้ยไอ้พายุจะไปไหน?” ฉันเงยหน้าไปมองตามเสียงแล้วเห็นว่าเป็นแก๊งผู้ชายประมาณสามคน แต่ที่ทำให้ฉันสนใจนั่นคือคำว่า ‘พายุ’ ต่างหาก 

“ดูดบุหรี่” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบแล้วหันหลังเดินไปยังห้องน้ำหลังตึก


พี่คนนั้น.. คนที่ฉันสบตาด้วยเมื่อวานแถมยังอยู่คณะเดียวกัน ไม่แน่ว่าพี่เขาอาจจะเป็นพี่รหัสฉันก็ได้

“เดี๋ยวหยีไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันหยิบมือถือก่อนหันมาบอกแฟและนนนี่ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินตามแผ่นหลังกว้างของร่างสูงไกลๆไป


ตึก ตึก


ฉันเดินมาถึงหน้าห้องน้ำก็เห็นร่างสูงยืนพิงกำแพง มือข้างนึงคีบบุหรี่ ปากก็พ่นควันสีขาวออกมาลอยฟุ้งไปทั่ว ดวงตาคมเหม่อมองไปยังทางข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย 

“เอ่อ..” ฉันอึกอักเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไงดี พี่เขาหันมามองด้วยแววตาเย็นชาก่อนจะแปรเปลี่ยนไปเป็นแววตาระยิบระยับอย่างรวดเร็ว 

“ครับ?” ร่างสูงทิ้งบุหรี่ลงพื้นก่อนจะใช้ปลายเท้าขยี้มันจนดับแล้วหันไปพ่นควันอีกฝั่งนึง เพราะถ้าพ่นควันฝั่งที่ร่างบางยืนอยู่ก็กลัวว่าเธอจะสูดดมมันเข้าไป 

“คือว่าพี่ใช้พี่รหัสหนูหรือเปล่าคะ?” ฉันถามออกไปตรงๆ 

“ทำไมน้องถึงคิดว่าเป็นพี่ละ ไม่ใช่พี่หรอกครับ” ดวงตาคมเข้มของเขามองฉันนิ่งๆ แต่ผิดกับมุมปากของเขาที่ยกยิ้มเล็กน้อย


…ดูเหมือนว่าเราจะเจอคนกวนตีนที่หน้านิ่ง


“ก็หยีได้คำใบ้คำว่า ‘STORM’ ซึ่งแปลว่า ‘พายุ’ แล้วเมื่อกี้ก็เห็นว่าเพื่อนพี่เรียกพี่ว่า ‘ไอ้พายุ’ หยีก็เลยคิดว่าพี่น่าจะเป็นพี่รหัสหยีค่ะ” ฉันอธิบายให้คนตรงหน้าฟัง แต่มีช่วงขณะหนึ่งที่เหมือนปลายคิ้วของพี่เขาจะกระตุกเมื่อฉันเอ่ยคำว่า ‘ไอ้พายุ’ 

“แล้วถ้าพี่ไม่ใช่ละ?” 

“ถ้าไม่ใช่หยีก็แค่เดินหันหลังกลับค่ะ” 

“หึ” เขากระตุกยิ้มแล้วยกมือขึ้นมากอดอก “ลองร้องเพลงมาสิครับ” 

ฉันพยักหน้าก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วเผยอปากออกเปล่งเสียง


So honey now

Take me into your loving arms

Kiss me under the light of a thousand stars

Place your head on my beating heart

ดังนั้นที่รัก ในช่วงเวลานี้  

พาฉันเข้าไปในอ้อมกอดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรักของเธอหน่อยสิ 

จูบฉันภายใต้แสงสว่างแห่งดวงดารานับพัน  

แนบหัวของเธอลงมาที่หัวใจที่กำลังเต้นอยู่ของฉัน

​ฉันร้องตามที่ได้มาในกระดาษจบแล้วทีนี้ก็เหลือแค่ว่าคนตรงหน้าจะร้องท่อนต่อไปไหม... ถ้าพี่เขาร้องร้องต่อแสดงว่าพี่พายุคือพี่รหัสฉัน แต่ถ้าไม่ฉันก็แค่เก็บเศษหน้าตัวเอง ฉันขบกัดปากตัวเองและมองหน้าพี่เขาอย่างลุ้นๆ แต่ต่อมาฉันก็ต้องคลี่ยิ้มอย่างดีใจเมื่อเสียงทุ้มต่ำเปล่งเสียงออกมา


​I'm thinking out loud

That maybe we found love ring where we are

ฉันจะคิดออกมาดังๆ

ว่าบางทีเราได้พบความรักในที่แห่งนี้แล้ว

(Ed Sheeran - Thinking Out Loud)


“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ พี่ชื่อพายุ” พี่เขายิ้มแล้วยื่นมือออกมาตรงหน้า ฉันมองก่อนจะยื่นมือไปจับ 

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะพี่พายุ หนูชื่อยาหยีนะคะ เรียกว่าหยีเฉยๆก็ได้ค่ะ” 

“ชอบร้องเพลงเหรอ?”

“ชอบค่ะ” เสียงเพลงทำให้ฉันมีความสุข ฉันปล่อยมือจากพี่พายุและยืนเว้นระยะห่าง 

“ไม่น่าละ.. ร้องเพลงเพราะ” 

ฉันยิ้มแห้งๆ หลังจากนั้นฉันกับพี่พายุก็ทำความรู้จักกันก่อนจะปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปตามที่รุ่นพี่บอกว่าให้มีรูปเป็นหลักฐาน 

[จบบทบรรยาย ยาหยี] 


CHARACTER

รูปภาพตัวละครเป็นเพียงภาพประกอบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาแต่อย่างใด​​

เรื่องนี้แต่งสดเพราะฉะนั้นรอกันหน่อยนะคะ จะบอกว่านิสัยของตัวละครแต่ละคนมันจะค่อนข้างแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด.. เรื่องนี้คือรุ่นลูกของไลท์และพายนะคะ ถ้ายังไงฝากติดตามกันด้วยน้า

อย่าลืมกดเม้นต์ กดถูกใจ กดติดตามกันนะ

อย่าทำตัวเป็นนักอ่านเงาเลยค่ะ มันไม่น่ารักสักนิด

1 เม้นต์ 1 ติดตาม 1 ล้านกำลังใจ

 

 

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของ uaremysunshine ค่ะ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ rose blackpink gifผลการค้นหารูปภาพสำหรับ jungkook gif 2019

ขอบอกตรงนี้ก่อนนะว่าไรท์เป็นนักแต่งมือใหม่ ไม่เคยแต่งนิยายที่ไหนมาก่อนที่นี่คือที่แรกเลย

ถ้ายังไงฝากติดตามกันด้วยนะ^^

 

 https://68.media.tumblr.com/41a3a6861a203d97f535de237c7e4ceb/tumblr_on5aw7K7kk1w4jjswo1_500.gif

 รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 เข้ามาแล้วอย่าลืมกดติดตามและกดเฟบนิยายที่ไรท์แต่งด้วยน้า

 

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น